รู้จัก Sikalastic®-501 Roofseal Plus นวัตกรรมกันซึม PU Hybrid ทนแดด ทนน้ำขัง
SIKALASTIC 501 PU HYBRID ROOFSEAL

รู้จัก Sikalastic®-501 Roofseal Plus นวัตกรรมกันซึม PU Hybrid ทนแดด ทนน้ำขัง

หลังคาและดาดฟ้าในไทยไม่ได้เจอแค่ฝน แต่เจอแดดจัด ความร้อนสะสม การขยายตัวหดตัวของคอนกรีต และน้ำแช่ขังตามแอ่งซ้ำ ๆ Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำแบบส่วนประกอบเดียว ที่ช่วยสร้างฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ ยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขัง เหมาะกับทั้งงานหลังคาใหม่และงานปรับปรุงหลังคาเดิม

PU Hybrid / PU สูตรน้ำ ทนแดดและรังสียูวี ทนน้ำแช่ขัง กันซึมไร้รอยต่อ
2-3 ชั้นระบบกันซึมหลังคาทั่วไป
1.4-2.1กก./ตร.ม. ปริมาณใช้รวมทั่วไป
4 / 20 กก.ขนาดบรรจุภัณฑ์ต่อถัง
Sikalastic 501 Roofseal Plus กันซึม PU Hybrid สำหรับหลังคาและดาดฟ้า

Sikalastic®-501 Roofseal Plus

วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน เหมาะกับหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม ดาดฟ้าคอนกรีต และพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น มุมผนัง ขอบ parapet ท่อ drain รอยต่อ และรอยแตกร้าวที่ต้องเสริมความแข็งแรงเฉพาะจุด

Quick Answer: Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับใคร?

คำตอบสั้น

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการกันซึมหลังคา/ดาดฟ้าแบบทาเคลือบที่ยืดหยุ่น ทนแดด ทน UV และทนน้ำแช่ขังได้ดีกว่างานกันซึมทั่วไป โดยเป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องใช้ความร้อนหรือเปลวไฟ และสามารถทำเป็นระบบไร้รอยต่อบนพื้นที่ซับซ้อนได้

จุดที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจคือการรวมความสะดวกของวัสดุกันซึมสูตรน้ำเข้ากับคุณสมบัติแบบโพลียูรีเทนที่เน้นความยืดหยุ่นและความทนต่อสภาพอากาศ จึงตอบโจทย์หลังคาเมืองไทยที่มีทั้งแดดจัด ฝนหนัก และน้ำขังเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะดาดฟ้าคอนกรีตที่มีมุม ขอบ ท่อ และรอยต่อจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การเลือกกันซึมที่ดีไม่ใช่ดูเฉพาะชื่อรุ่นหรือคำว่า PU Hybrid เท่านั้น แต่ต้องดูระบบทั้งชุด ได้แก่ พื้นเดิมแข็งแรงหรือไม่ ความชื้นพื้นผิวเท่าไร มีรอยแตกหรือจุดขยับตัวตรงไหน ต้องใช้ระบบทั่วไปหรือเสริม Sikalastic® Fleece และต้องทากี่ชั้นให้ได้ปริมาณตามสเปก หากทำครบ ระบบกันซึมจะมีโอกาสทนกว่าและลดการซ่อมซ้ำได้มาก

Sikalastic®-501 Roofseal Plus คืออะไร?

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาแบบทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว ประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ มีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อรังสียูวี และเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขัง เมื่อทาลงบนพื้นผิวที่เตรียมถูกต้อง วัสดุจะสร้างชั้นฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง ลดปัญหารอยต่อที่มักเป็นจุดรั่วในระบบวัสดุแผ่นหรือการซ่อมเฉพาะจุดแบบเดิม

คำว่า PU Hybrid ในงานสื่อสารหน้างานมักใช้เพื่ออธิบายภาพรวมของวัสดุกันซึมที่ให้สมดุลระหว่างความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และความทนทานต่อสภาพอากาศ แต่ข้อมูลเทคนิคจาก Sika ระบุแกนหลักของผลิตภัณฑ์นี้ว่าเป็น โพลียูรีเทนสูตรน้ำ จึงควรใช้ข้อมูลบนฉลากและเอกสารผลิตภัณฑ์เป็นหลักเมื่อต้องจัดทำสเปกหรือเสนอระบบให้เจ้าของงาน

พร้อมใช้งาน

เป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว ช่วยลดความผิดพลาดจากการชั่งตวงผสมหลายส่วนในหน้างาน

ติดตั้งเย็น

ทาเคลือบได้โดยไม่ต้องใช้ความร้อนหรือเปลวไฟ เหมาะกับพื้นที่พักอาศัยและอาคารใช้งานจริง

ไร้รอยต่อ

เมื่อทาเป็นชั้นต่อเนื่องจะช่วยลดจุดอ่อนจากรอยต่อ ตะเข็บ และมุมซับซ้อนบนหลังคา

ผลิตภัณฑ์มีขนาดบรรจุ 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง มีสีเทา สีขาว และสีเขียว จึงเลือกใช้ได้ทั้งงานซ่อมเฉพาะจุด งานบ้าน และงานดาดฟ้าพื้นที่กว้าง โดยควรคำนวณจากระบบที่ใช้จริง ไม่ควรดูเฉพาะพื้นที่ตารางเมตรแล้วประเมินแบบคร่าวเกินไป เพราะความพรุน พื้นไม่เรียบ และรายละเอียดมุมรอยต่อทำให้ปริมาณใช้เปลี่ยนได้มาก

ทำไมกันซึม PU Hybrid/PU สูตรน้ำจึงเหมาะกับหลังคาไทย?

หลังคาคอนกรีตในประเทศไทยรับภาระหลายแบบพร้อมกัน ตอนกลางวันพื้นร้อนจัดจากแดด พอฝนตกอุณหภูมิพื้นลดลงเร็ว เกิดการขยายตัวและหดตัวซ้ำ ๆ หากวัสดุกันซึมแข็ง เปราะ หรือขาดความยืดหยุ่น รอยแตกร้าวเล็ก ๆ จะค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้นและกลายเป็นทางน้ำซึมเข้าสู่คอนกรีต ฝ้าเพดาน หรือห้องด้านล่าง

Sikalastic®-501 Roofseal Plus จึงเหมาะกับโจทย์นี้เพราะให้ชั้นฟิล์มที่ยืดหยุ่นและทน UV ไม่ต้องปิดทับด้วยวัสดุหนักในหลายกรณี และยังสามารถทาบนหลังคาที่มีรายละเอียดมากหรือรูปทรงซับซ้อนได้ง่ายกว่าวัสดุแผ่น จุดที่มักรั่ว เช่น รอบท่อ drain มุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet รอยต่อพื้นเก่า-ใหม่ หรือรอยแตกร้าวเดิม สามารถเก็บรายละเอียดด้วยการทาและเสริม Fleece ได้ตามความเสี่ยงของแต่ละตำแหน่ง

มุมมองหน้างาน: กันซึมที่ดีต้องไม่ใช่แค่ “กันน้ำตอนทาเสร็จ” แต่ต้องทนแดด ทนการขยับตัว และรับน้ำขังเป็นช่วง ๆ ได้โดยไม่เสื่อมเร็ว การเลือกวัสดุที่ยืดหยุ่นและทำเป็นฟิล์มไร้รอยต่อจึงช่วยลดจุดอ่อนของงานหลังคาได้มาก

สำหรับงานปรับปรุงหลังคาเดิม ผลิตภัณฑ์นี้มีข้อดีคือสามารถทาทับระบบเดิมได้ในหลายกรณีโดยไม่จำเป็นต้องลอกของเก่าออกทั้งหมด แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือชั้นเดิมต้องยึดเกาะดี ไม่ล่อน ไม่พอง และต้องทำความสะอาดพร้อมทดสอบการยึดเกาะก่อนเริ่มงานจริง เพราะระบบใหม่จะแข็งแรงเท่าพื้นผิวฐานที่มันเกาะอยู่เท่านั้น

จุดเด่นของ Sikalastic®-501 Roofseal Plus: ทนแดด ทนน้ำขัง และยืดหยุ่น

จากข้อมูล Sika จุดเด่นของ Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือเป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน สามารถทาเคลือบโดยไม่ใช้ความร้อนหรือเปลวไฟ เป็นระบบกันซึมชนิดไร้รอยต่อ ทนรังสียูวี มีความยืดหยุ่นสูง สามารถทาทับได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกของเก่าออกทั้งหมดในกรณีที่พื้นเดิมยังแข็งแรง และช่วยยืดอายุหลังคาที่มีปัญหารั่วซึมได้อย่างประหยัดกว่าเปลี่ยนระบบใหญ่ทั้งชุด

คุณสมบัติประโยชน์ต่อหน้างานเหมาะกับสถานการณ์
ทน UVช่วยให้ชั้นกันซึมอยู่กลางแดดได้ดีขึ้น ลดการเสื่อมจากแสงแดดดาดฟ้าเปิดโล่ง หลังคาคอนกรีต หลังคาที่ไม่มีวัสดุปิดทับ
ทนน้ำแช่ขังรองรับพื้นที่มีน้ำขังเป็นช่วง ๆ ได้ดีกว่างานกันซึมทั่วไปพื้นดาดฟ้าที่มีแอ่งเล็กน้อยหรือระบายน้ำไม่ทันในช่วงฝนหนัก
ยืดหยุ่นสูงช่วยรับการขยับตัวของพื้นและรอยแตกร้าวขนาดเล็กเมื่อทำระบบถูกต้องรอยต่อ มุม ขอบ parapet พื้นเก่าที่มีรอยแตกร้าว
ไร้รอยต่อลดจุดเสี่ยงจากตะเข็บและรอยต่อของวัสดุแผ่นหลังคารูปทรงซับซ้อน พื้นที่มีท่อและรายละเอียดมาก
VOC ต่ำเหมาะกับงานอาคารพักอาศัยและงานที่ต้องการลดกลิ่นรบกวนบ้าน อาคารพาณิชย์ โรงเรียน หรือพื้นที่ใกล้ผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ Sika ยังระบุว่าวัสดุยึดเกาะได้ดีบนพื้นผิวที่เป็นรูพรุนและไม่เป็นรูพรุน และไอน้ำสามารถซึมผ่านได้ คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้งานกันซึมหลังคามีความสมดุลระหว่างการป้องกันน้ำจากด้านบนและการจัดการไอน้ำภายในระบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถทาบนพื้นเปียกหรือมีความชื้นดันขึ้นได้โดยไม่ต้องแก้ปัญหา พื้นยังต้องแห้งและผ่านเงื่อนไขความชื้นตามเอกสารก่อนเสมอ

ระบบกันซึมและอัตราการใช้ที่ควรรู้ก่อนสั่งสินค้า

การคำนวณปริมาณ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ควรเริ่มจากการเลือก “ระบบ” ไม่ใช่เริ่มจากถามว่าถังหนึ่งทาได้กี่ตารางเมตร เพราะระบบทั่วไปกับระบบเสริมความแข็งแรงใช้ปริมาณต่างกันมาก อีกทั้งพื้นเก่า พื้นหยาบ พื้นพรุน และจุดรายละเอียดจะกินวัสดุมากกว่าพื้นเรียบตามทฤษฎี

ระบบกันซึมหลังคาทั่วไป

รายการข้อมูลระบบ
โครงสร้างระบบเคลือบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น
ปริมาณการใช้รวม≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม.
ความหนาโดยรวม≥ 0.5-0.8 มม.
อัตราต่อชั้นโดยทั่วไปประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น

ระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece

รายการข้อมูลระบบ
โครงสร้างระบบทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus 1 ชั้น วาง Sikalastic® Fleece แล้วเคลือบทับอีก 1-2 ชั้น
ปริมาณการใช้รวม≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม.
ความหนาโดยรวม≥ 0.9-1.1 มม.
เบสโคท≥ 0.7-1.0 กก./ตร.ม.
ทาทับขณะ Fleece เปียก≥ 0.3-0.5 กก./ตร.ม.
ท็อปโคท≥ 0.6-0.7 กก./ตร.ม./ชั้น จำนวน 1 ชั้นหรือมากกว่า

ข้อสำคัญ: Sika ระบุว่าไม่ควรใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./การเคลือบ 1 ชั้น โดยไม่เสริมความแข็งแรง การทาหนามากในครั้งเดียวไม่ใช่วิธีเร่งงานที่ดี เพราะอาจทำให้ฟิล์มแห้งไม่สม่ำเสมอและเกิดปัญหาระยะยาว

การเตรียมพื้นผิว: หัวใจของงานกันซึมที่ทนจริง

พื้นผิวคอนกรีตต้องแน่นทึบ แข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี เศษวัสดุ สีเดิมที่หลุดล่อน ตะไคร่ หรือสิ่งปนเปื้อนที่ลดการยึดเกาะ หากพื้นมีปูนร่วน ผิวแป้ง หรือชั้นกันซึมเก่าที่บวม ต้องกำจัดและซ่อมให้มั่นคงก่อนเริ่มทาระบบใหม่

ความชื้นพื้นผิว

ควรไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มี rising moisture หรือความชื้นดันขึ้นจากใต้พื้น

อุณหภูมิพื้นผิว

ต่ำสุด +5°C สูงสุด +60°C และควรสูงกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C

ความชื้นอากาศ

ความชื้นสัมพัทธ์สูงสุด 80% เพื่อช่วยให้การแห้งระหว่างชั้นเป็นไปตามระบบ

สำหรับพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ Sika ระบุให้ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% เป็นชั้นรองพื้น โดยมีปริมาณใช้ประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. ค่าดังกล่าวเป็นค่าทางทฤษฎีและอาจเปลี่ยนตามความพรุน สภาพพื้น และการสูญเสียหน้างาน หากเป็นพื้นผิวอื่นควรทดลองทาบริเวณใช้งานก่อนทำเต็มพื้นที่

จุดที่ควรสำรวจเป็นพิเศษคือท่อทะลุพื้น drain รอยแตกร้าว มุมพื้นชนผนัง รอยต่อโครงสร้าง และขอบ parapet เพราะจุดเหล่านี้มีการเปลี่ยนทิศทางของพื้นผิว รับน้ำมาก หรือเกิดการเคลื่อนตัวซ้ำ หากใช้ระบบเสริม Sikalastic® Fleece ให้ปูเรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.

ขั้นตอนใช้งาน Sikalastic®-501 Roofseal Plus

ก่อนใช้งานให้กวนวัสดุประมาณ 1 นาทีจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดการกระจายตัวของฟองอากาศ เครื่องมือที่ใช้ได้ ได้แก่ แปรงขนหนาและนุ่ม ลูกกลิ้งที่ทนต่อสารละลายและไม่เป็นขนปุย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศ โดยเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และคุณภาพผิวที่ต้องการ

  1. สำรวจและซ่อมพื้นเดิม: แก้รอยแตก แอ่งน้ำ ปูนร่วน และชั้นกันซึมเดิมที่หลุดล่อนก่อนเริ่มงาน
  2. ทำความสะอาดพื้น: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี ตะไคร่ สีล่อน และเศษวัสดุ อาจใช้การเจียรหรือวิธีทางกลตามสภาพจริง
  3. ตรวจความชื้นและอากาศ: พื้นต้องแห้ง ความชื้นพื้นผิวไม่เกิน 6% อุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C และ RH ไม่เกิน 80%
  4. ทารองพื้น: ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% บนพื้นผิวที่เหมาะสม แล้วรอให้แห้งไม่ติดมือ
  5. เก็บรายละเอียดก่อน: ทำมุม ขอบ ท่อ drain และรอยแตกก่อนพื้นที่หลัก โดยเสริม Fleece ในจุดที่เคลื่อนตัวหรือเสี่ยงรั่ว
  6. ทาชั้นแรก: สำหรับระบบทั่วไป ทาชั้นแรกประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. ให้สม่ำเสมอ
  7. รอเคลือบทับ: ที่ +20°C / RH 50% ระบบไม่เสริมรอประมาณ 6 ชั่วโมง และระบบเสริมรอประมาณ 24 ชั่วโมง; ที่ +30°C / RH 50% ระบบไม่เสริมประมาณ 4 ชั่วโมง และระบบเสริมประมาณ 12 ชั่วโมง
  8. ทาชั้นถัดไป: ทาชั้นบนสุดให้ครบตามปริมาณระบบ ตรวจบริเวณมุม ขอบ และจุดที่สีบางก่อนจบงาน

หลังใช้งาน: ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยน้ำสะอาดทันที หากวัสดุแข็งติดแล้วต้องกำจัดด้วยวิธีทางกลเท่านั้น และควรป้องกันฝน ฝุ่น น้ำขัง หรือการเหยียบย่ำระหว่างรอระบบแห้งตัว

ข้อควรระวังเมื่อต้องการให้กันซึมทนแดดและทนน้ำขัง

แม้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus จะมีคุณสมบัติทนแดด ทน UV และทนน้ำแช่ขัง แต่ประสิทธิภาพระยะยาวขึ้นกับสภาพพื้นและการติดตั้งเป็นระบบ หากดาดฟ้ามีน้ำขังลึกหรือขังถาวร ควรแก้ความลาดเอียงและระบบระบายน้ำร่วมด้วย เพราะน้ำขังมากเกินไปจะเพิ่มภาระให้ฟิล์มกันซึมและทำให้คราบสกปรกสะสมบนผิว

สถานการณ์หน้างานคำแนะนำเหตุผล
ดาดฟ้าเรียบ น้ำขังเล็กน้อยใช้ระบบทั่วไปได้เมื่อพื้นพร้อมระบบ 2-3 ชั้นช่วยสร้างฟิล์มต่อเนื่องและความหนาตามสเปก
มุม รอยต่อ ท่อ drainควรเสริม Sikalastic® Fleeceช่วยรองรับการขยับตัวและลดจุดอ่อนของระบบ
พื้นชื้นหรือมีน้ำดันขึ้นไม่ควรทาทับทันทีเสี่ยงฟอง บวม หลุดร่อน และรั่วซ้ำ
ชั้นกันซึมเก่าล่อนต้องลอกส่วนเสียและทดสอบการยึดเกาะชั้นใหม่จะยึดติดได้ดีเท่าพื้นฐานที่แข็งแรงเท่านั้น
พื้นที่มีคนเดินบ่อยควรมีทางเดินหรือชั้นป้องกันเฉพาะจุดลดความเสียหายจากการลากอุปกรณ์และแรงเสียดสี

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง: ทาบนพื้นเปียก, ข้ามชั้นรองพื้น, ทาหนามากในครั้งเดียว, ไม่เสริม Fleece ที่รอยแตก, ทาก่อนฝนตก, เปิดใช้งานเร็วเกินไป และไม่แก้ slope ที่ทำให้น้ำขังซ้ำ ข้อผิดพลาดเหล่านี้ทำให้งานกันซึมเสียได้แม้เลือกวัสดุถูกต้องแล้ว

หากต้องการความมั่นใจ ควรส่งรูปหน้างานและข้อมูลพื้นที่ให้ทีมขายหรือทีมเทคนิคช่วยประเมินก่อนสั่งสินค้า เช่น พื้นที่กี่ตารางเมตร มีน้ำขังตรงไหน พื้นเดิมเป็นคอนกรีตหรือกระเบื้อง มีชั้นกันซึมเก่าหรือไม่ และต้องการระบบเสริมทั้งพื้นที่หรือเฉพาะจุด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คำนวณปริมาณและวางลำดับงานได้แม่นขึ้น

สรุป: Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือกันซึม PU Hybrid สำหรับหลังคาที่ต้องการความทน

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำแบบส่วนประกอบเดียวที่เหมาะกับสภาพหลังคาและดาดฟ้าในไทย จุดเด่นคือพร้อมใช้งาน ติดตั้งแบบเย็น ไม่ต้องใช้เปลวไฟ สร้างฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ ทนรังสียูวี ยืดหยุ่นสูง และเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขัง จึงเหมาะกับทั้งงานใหม่ งานซ่อมปรับปรุง และพื้นที่รายละเอียดซับซ้อน

แต่ความทนของระบบไม่ได้เกิดจากสินค้าเพียงถังเดียว ต้องเริ่มจากพื้นผิวที่แข็งแรง สะอาด แห้ง คุมความชื้น ทารองพื้น คุมปริมาณแต่ละชั้น และเลือกระบบทั่วไปหรือระบบเสริม Fleece ให้ตรงกับความเสี่ยงจริงของดาดฟ้า หากทำถูกตั้งแต่ต้น โอกาสรั่วซ้ำจากแดด ฝน และน้ำขังจะลดลงอย่างชัดเจน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก วิธีใช้ และระบบการเคลือบอ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดพร้อมประเมินสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Sikalastic®-501 Roofseal Plus คืออะไร?

เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน มีความยืดหยุ่นสูง ทน UV และเพิ่มคุณสมบัติการทนน้ำแช่ขัง เหมาะกับหลังคาและดาดฟ้า

กันซึม PU Hybrid ต่างจากอะคริลิกทั่วไปอย่างไร?

ในเชิงหน้างาน PU Hybrid/PU สูตรน้ำให้ภาพจำเรื่องความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และความทนต่อสภาพอากาศที่ดี เหมาะกับหลังคาที่เจอแดดฝนและการขยับตัวซ้ำ ๆ แต่ควรยึดข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika เป็นหลักเมื่อจัดทำสเปก

ใช้กับดาดฟ้าที่มีน้ำขังได้ไหม?

ผลิตภัณฑ์เพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขัง เหมาะกับพื้นที่มีน้ำขังเป็นช่วง ๆ แต่หากขังลึกหรือขังถาวร ควรแก้ slope และระบบระบายน้ำร่วมด้วย

ต้องทากี่ชั้น?

ระบบทั่วไปทา 2-3 ชั้น ใช้รวมประมาณ ≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ความหนารวมประมาณ ≥ 0.5-0.8 มม. ส่วนระบบเสริม Fleece ใช้รวมประมาณ ≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม. ความหนารวมประมาณ ≥ 0.9-1.1 มม.

ต้องทารองพื้นอย่างไร?

สำหรับพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% เป็นรองพื้น ปริมาณประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. แล้วรอให้แห้งไม่ติดมือก่อนทาชั้นถัดไป

พื้นต้องแห้งแค่ไหนก่อนทา?

Sika ระบุความชื้นพื้นผิวไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นขึ้นสะสมจากด้านล่างเมื่อคลุมด้วยแผ่นพลาสติกตามแนวทาง ASTM หากพื้นยังชื้นควรแก้สาเหตุก่อน

รอทาชั้นถัดไปนานเท่าไร?

ที่ +20°C และ RH 50% ระบบไม่เสริมรอประมาณ 6 ชั่วโมง ระบบเสริมรอประมาณ 24 ชั่วโมง; ที่ +30°C และ RH 50% ระบบไม่เสริมรอประมาณ 4 ชั่วโมง ระบบเสริมรอประมาณ 12 ชั่วโมง ทั้งนี้เป็นเวลาประมาณและขึ้นกับอุณหภูมิ/ความชื้นจริง

มีสีและขนาดบรรจุอะไรบ้าง?

ข้อมูล Sika ระบุสีเทา สีขาว และสีเขียว มีขนาด 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง เหมาะทั้งงานซ่อมเฉพาะจุดและงานพื้นที่กว้าง

ซื้อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts