บอกลาปัญหารั่วซึม! แก้ดาดฟ้ารั่วด้วย Sikalastic®-632 R ยูรีเทนกันซึมคุณภาพสูง
SIKALASTIC 632 R ROOFTOP WATERPROOFING

บอกลาปัญหารั่วซึม! แก้ดาดฟ้ารั่วด้วย Sikalastic®-632 R ยูรีเทนกันซึมคุณภาพสูง

ดาดฟ้ารั่ว หลังคาร้าว น้ำซึมเข้าฝ้า หรือระเบียงมีคราบชื้น เป็นปัญหาที่ไม่ควรรอให้ลุกลาม เพราะน้ำที่ซึมผ่านคอนกรีตสามารถทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิม สีพอง ฝ้าเสีย และเกิดค่าใช้จ่ายซ่อมซ้ำได้ Sikalastic®-632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว แห้งตัวไว และเมื่อแห้งแล้วเกิดฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับงานหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม

PU กันซึมส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมเพิ่ม ฟิล์มไร้รอยต่อ ทนฝนเร็ว
21 กก.ขนาดบรรจุต่อถัง
~1 ชม.เริ่มแห้งผิวที่ 20°C / RH 50%
2 มม.ประสานรอยแตกตาม ASTM C836
Sikalastic 632 R วัสดุกันซึมดาดฟ้าโพลียูรีเทน

Sikalastic®-632 R

วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วเกิดฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะสำหรับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ดาดฟ้า ระเบียงภายนอก และงานปรับปรุงหลังคาเดิม

Quick Answer: แก้ดาดฟ้ารั่วด้วย Sikalastic®-632 R เหมาะไหม?

คำตอบสั้น

Sikalastic®-632 R เหมาะกับงานแก้ดาดฟ้ารั่วและหลังคารั่ว เมื่อต้องการระบบกันซึมชนิดทาเคลือบที่ยืดหยุ่น แห้งไว และลดจุดเสี่ยงจากรอยต่อ เพราะหลังแห้งจะเกิดเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ ใช้ได้กับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม

จุดเด่นของสินค้าคือเป็นวัสดุโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมซีเมนต์หรือน้ำเพิ่ม จึงลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตรา เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพหน้างานให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ดาดฟ้าที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น มุมชนผนัง ท่อระบายน้ำ รางน้ำ ฐานเสา ช่องแสง หรือจุดเจาะทะลุหลังคา

อย่างไรก็ตาม งานกันซึมไม่ใช่แค่เปิดถังแล้วทาทับผิวเดิมทันที พื้นผิวต้องสะอาด แข็งแรง แห้งพอ ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน สีหลุดร่อน หรือวัสดุเดิมที่เสื่อมสภาพ และต้องเลือกสารรองพื้นให้เหมาะกับพื้นผิว เช่น ซีเมนต์ อิฐ หิน ใช้ Sikalastic® U primer ส่วนพื้นผิวบิทูเมนและโลหะใช้ Sikalastic® Metal Primer ตามคำแนะนำของ Sika

ทำไมดาดฟ้า หลังคา และระเบียงถึงรั่วซึมซ้ำ?

ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่รับทั้งแดด ฝน การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และการขยับตัวของโครงสร้างตลอดปี เมื่อคอนกรีตขยายและหดตัวซ้ำ ๆ รอยแตกร้าวขนาดเล็กอาจค่อย ๆ เปิดออกจนกลายเป็นทางน้ำซึม จุดที่พบบ่อยคือรอยต่อพื้นกับผนัง รอยแตกร้าวกลางพื้น ขอบท่อระบายน้ำ รางน้ำ ฐานเสา และพื้นที่น้ำขังนานหลังฝนตก

อีกสาเหตุสำคัญคือการซ่อมเฉพาะจุดด้วยวัสดุที่ไม่ใช่ระบบกันซึมเต็มพื้นที่ เช่น อุดรอยร้าวด้วยปูนทั่วไป ทาสีทับผิวที่ยังชื้น หรือใช้วัสดุที่แข็งเกินไปจนรับการขยับตัวของพื้นไม่ได้ ช่วงแรกอาจดูเหมือนหยุดน้ำได้ แต่เมื่อเจอแดดจัดและฝนซ้ำ วัสดุเริ่มแตกร้าว หลุดล่อน หรือเกิดช่องให้น้ำวิ่งใต้ชั้นเคลือบ ปัญหารั่วซึมจึงกลับมาอีก

น้ำขังและความลาดเอียงไม่พอ

น้ำที่ค้างบนดาดฟ้านานเพิ่มโอกาสซึมผ่านรอยแตกและทำให้ชั้นกันซึมเสื่อมเร็วขึ้น

รอยต่อและรายละเอียดเยอะ

ท่อ รางน้ำ มุมผนัง และฐานอุปกรณ์บนหลังคาเป็นจุดที่ต้องเสริมระบบให้รัดกุม

ผิวเดิมไม่พร้อม

ฝุ่น สีเก่า คราบน้ำมัน หรือชั้นกันซึมเดิมที่หลุดร่อนทำให้วัสดุใหม่ยึดเกาะได้ไม่ดี

การแก้ดาดฟ้ารั่วให้จบจึงควรคิดเป็นระบบ ตั้งแต่สำรวจทางน้ำ ตรวจรอยร้าว ทำความสะอาดผิว เลือก primer ให้ตรงพื้นผิว ไปจนถึงกำหนดจำนวนชั้นและปริมาณการใช้ Sikalastic®-632 R ให้ได้ฟิล์มกันซึมตามระบบ ไม่ใช่ทาบาง ๆ เพื่อให้แค่เปลี่ยนสีพื้น เพราะความหนาของฟิล์มและความต่อเนื่องของชั้นเคลือบคือหัวใจของงานกันซึม

รู้จัก Sikalastic®-632 R: PU กันซึมส่วนประกอบเดียวสำหรับหลังคา

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Sika Thailand Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวและแห้งตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อวัสดุแห้งตัวจะเกิดเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ มีคุณสมบัติกันซึมที่ดี และเหมาะสำหรับงานหลังคาแนวราบ หลังคาที่มีความชัน และระเบียง

คำว่า “ส่วนประกอบเดียว” สำคัญมากสำหรับงานหน้างานจริง เพราะผู้ใช้งานไม่ต้องชั่งส่วน A/B หรือผสมน้ำเหมือนวัสดุบางประเภท ลดโอกาสผิดพลาดจากอัตราส่วนผสม แต่ยังต้องกวนเนื้อวัสดุให้สม่ำเสมอหากพบการแยกตัว และควรกวนอย่างช้า ๆ เพื่อลดการกักฟองอากาศในเนื้อวัสดุ

ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการฟิล์มกันซึมยืดหยุ่นและต่อเนื่อง เช่น ดาดฟ้าบ้าน อาคารพาณิชย์ ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา หลังคาโครงสร้างใหม่ และงานปรับปรุงหลังคาเดิม นอกจากนี้ยังใช้บนหลังคาที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือมีรายละเอียดมากได้ เช่น จุดเจาะท่อระบายน้ำ รางน้ำ ช่องรับแสง หรือหลังคาที่มีมุมและรอยต่อหลายตำแหน่ง โดยในกรณีรายละเอียดซับซ้อนมากสามารถใช้ระบบเสริมแรงร่วมด้วย

จุดเด่นที่ควรจำ: Sikalastic®-632 R ทนต่อรากไม้ แห้งและบ่มตัวเร็ว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม เป็นฟิล์มไร้รอยต่อ ยืดขยายตัวได้ที่ความร้อนปกติ ทนฝนได้เร็วหลังติดตั้ง และไอน้ำสามารถซึมผ่านได้ ช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้นได้

สเปกสำคัญและอัตราการใช้งาน Sikalastic®-632 R

ก่อนเลือกวัสดุกันซึม ควรดูตัวเลขสเปกที่เกี่ยวกับการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นขนาดบรรจุ สี ส่วนประกอบ ความหนาแน่น ปริมาณของแข็ง ระยะรอทาทับ และระยะเวลาทนฝน เพราะตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้วางแผนหน้างาน คำนวณปริมาณ และกำหนดเวลาส่งมอบงานได้แม่นยำขึ้น

หัวข้อข้อมูล Sikalastic®-632 Rความหมายต่อหน้างาน
ประเภทสินค้าอะโรมาติคโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นพร้อมใช้ ลดความเสี่ยงจากการผสมผิด
บรรจุภัณฑ์21 กิโลกรัม/ถังช่วยคำนวณจำนวนถังตามพื้นที่และระบบที่เลือก
สีสีเทาอ่อนเหมาะกับงานหลังคาและดาดฟ้าที่ต้องการผิวเรียบร้อย
ความหนาแน่นประมาณ 1.40 กก./ลิตร ที่ +23°Cใช้ประกอบการประเมินปริมาณวัสดุ
ปริมาณของแข็งโดยน้ำหนัก ~90%, โดยปริมาตร ~82%สะท้อนเนื้อสารที่เหลือเป็นฟิล์มหลังแห้ง
VOC≤ 150 กรัม/ลิตรเป็นข้อมูลด้านสารระเหยตาม ASTM D2369-98 / USEPA Method 24
แรงดึง~4.0 MPa ตาม ASTM D412ช่วยประเมินความสามารถของฟิล์มเมื่อต้องรับการยืดตัว
Shore A~55 ตาม ASTM C836-03บอกความแข็งของฟิล์มหลังแห้ง
ประสานรอยแตก2 มม. ไม่แตกร้าว ตาม ASTM C836เหมาะกับรอยร้าวขนาดเล็กเมื่อเตรียมระบบถูกต้อง
อุณหภูมิการใช้งาน-20°C ถึง +80°Cรองรับช่วงอุณหภูมิหลังระบบแห้งตัว

อัตราการใช้ในระบบ SikaRoof

Sika ระบุว่าโครงสร้างระบบของ Sikalastic®-632 R แบ่งเป็นระบบกันซึมที่มีชั้นทับหน้าและไม่มีชั้นทับหน้า โดยอัตราการใช้ขึ้นกับระบบที่เลือก เช่น SikaRoof® MTC-05 UV AP ใช้ชั้นที่ 1 ไม่น้อยกว่า 1.05 กก./ตร.ม. และชั้นที่ 2 ไม่น้อยกว่า 0.70 กก./ตร.ม. ส่วน SikaRoof® MTC-08 UV AP ใช้ชั้นที่ 1 ไม่น้อยกว่า 1.05 กก./ตร.ม. และชั้นที่ 2 ไม่น้อยกว่า 1.05 กก./ตร.ม.

สำหรับระบบที่ต้องการฟิล์มหนาขึ้น เช่น SikaRoof® MTC-10 UV AP ข้อมูลหน้า Sika ระบุชั้นที่ 1 ไม่น้อยกว่า 1.40 กก./ตร.ม. และชั้นที่ 2 ไม่น้อยกว่า 1.05 กก./ตร.ม. ดังนั้นการคำนวณจำนวนถังไม่ควรใช้พื้นที่อย่างเดียว แต่ต้องรู้ระบบที่เลือก จำนวนชั้น รายละเอียดรอยต่อ และพื้นที่สูญเสียจากมุม/ขอบ/งานเสริมแรงด้วย

พื้นผิวที่ใช้ได้และการเลือกสารรองพื้น

Sikalastic®-632 R ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท ได้แก่ ซีเมนต์ บิทูเมน อิฐ ซีเมนต์ใยหิน โลหะ กระเบื้อง รวมถึงพื้นผิวที่เหมาะสมอื่น ๆ เช่น หิน บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน กระเบื้องเซรามิกชนิดไม่ขัดเงา และไม้ ตามข้อมูลการเตรียมพื้นผิวของ Sika อย่างไรก็ตามแต่ละพื้นผิวมีความเสี่ยงต่างกัน จึงต้องเลือก primer และวิธีเตรียมผิวให้เหมาะสม

ประเภทพื้นผิวสารรองพื้นที่ Sika ระบุข้อควรตรวจหน้างาน
ซีเมนต์Sikalastic® U primerตรวจความชื้น ฝุ่น ผิวร่วน และรอยแตกร้าวก่อนทา
อิฐก่อและหินSikalastic® U primerปิดรูพรุนและทำความสะอาดคราบเกลือ/ฝุ่น
กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาSikalastic® U primerตรวจการยึดเกาะของกระเบื้องเดิมและร่องยาแนว
บิทูเมนแบบทาเคลือบ/แผ่นบิทูเมนSikalastic® Metal Primerตัดส่วนโป่งพอง หลุดร่อน หรือเสื่อมสภาพออกก่อน
โลหะSikalastic® Metal Primerขัดสนิม คราบไขมัน และทดสอบแรงดึงบนพื้นผิวก่อนติดตั้ง
พื้นผิว SikaRoof® MTC เดิมSikalastic® U primerต้องทดสอบแรงดึงบนพื้นผิวเดิมก่อนทำงาน

การใช้ primer ไม่ใช่ขั้นตอนเสริมที่ตัดออกได้ง่าย ๆ เพราะ primer ช่วยเรื่องการยึดเกาะ ลดความเสี่ยงฟองอากาศ และช่วยให้ชั้นกันซึมทำงานร่วมกับพื้นผิวเดิมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะดาดฟ้าเก่าที่ผ่านฝนแดดมานาน ผิวคอนกรีตมักมีฝุ่นละเอียด รูพรุน คราบสกปรก หรือความชื้นสะสม หากไม่จัดการตั้งแต่ต้น ชั้นกันซึมใหม่อาจบวมพองหรือล่อนในภายหลัง

วิธีใช้ Sikalastic®-632 R ให้ได้ระบบกันซึมที่ดี

ขั้นตอนที่ดีเริ่มจากการสำรวจหน้างานและแก้ต้นเหตุของน้ำซึมก่อน เช่น ปรับจุดน้ำขัง ซ่อมรอยแตกร้าวที่กว้างหรือมีการขยับตัวมาก แก้มุมพื้นชนผนังที่เป็นมุมฉากแข็งเกินไป และตรวจท่อระบายน้ำให้ระบายน้ำได้จริง หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมผิว ลง primer และทา Sikalastic®-632 R ตามระบบที่เลือก

  1. ตรวจพื้นที่รั่ว: ระบุตำแหน่งน้ำซึม รอยร้าว น้ำขัง ท่อระบายน้ำ และขอบผนังโดยรอบดาดฟ้า
  2. เตรียมพื้นผิว: ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน สีหลุดร่อน ตะไคร่ และวัสดุเดิมที่ไม่ยึดเกาะให้หมด
  3. ซ่อมรอยร้าวและรายละเอียด: รอยแตกร้าว รูพรุน มุมผนัง และจุดท่อควรซ่อมและเสริมระบบก่อนทาเต็มพื้นที่
  4. เลือก primer ให้ถูก: ใช้ Sikalastic® U primer หรือ Sikalastic® Metal Primer ตามประเภทพื้นผิวและคำแนะนำระบบ
  5. กวนวัสดุเมื่อจำเป็น: สินค้าพร้อมใช้งาน แต่ถ้าเนื้อวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสีสม่ำเสมอ เพื่อลดฟองอากาศ
  6. ทาชั้นที่ 1: ใช้แปรง ลูกกลิ้งที่ทนสารละลาย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสม คุมปริมาณให้ได้ตามระบบ
  7. เสริมแรงจุดเสี่ยง: มุม ท่อ รอยต่อ รางน้ำ และหลังคารูปทรงซับซ้อนควรพิจารณาระบบเสริมแรงตาม Method Statement
  8. รอเคลือบทับ: ที่ +10°C/RH 50% รออย่างน้อยประมาณ 12 ชม., ที่ +20°C/RH 50% ประมาณ 6 ชม., และที่ +30°C/RH 50% ประมาณ 3 ชม.
  9. ทาชั้นที่ 2: ทาให้ทั่ว ต่อเนื่อง และคุมความหนา/ปริมาณตามระบบที่กำหนด โดยไม่ปล่อยให้มีรูเข็มหรือพื้นที่บางเกินไป

เรื่องเวลาที่ต้องวางแผน: Sikalastic®-632 R แห้งตัวเร็ว โดยผิวเริ่มแห้งหลังเคลือบประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +20°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% แต่ระยะเวลาจริงเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิ ความชื้น ความหนา และสภาพอากาศหน้างาน

หลังใช้งานควรทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ด้วย Thinner C ทันที หากปล่อยให้วัสดุแข็งติดเครื่องมือแล้วต้องขูดออกด้วยวิธีทางกลเท่านั้น การเตรียมเครื่องมือให้พร้อมก่อนเปิดถังจึงช่วยให้งานต่อเนื่องและลดการสูญเสียวัสดุได้มาก

ข้อควรระวังเมื่อต้องแก้ดาดฟ้ารั่วด้วย PU กันซึม

แม้ Sikalastic®-632 R จะเป็นวัสดุกันซึมคุณภาพสูง แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพพื้นผิวและการติดตั้งเป็นอย่างมาก ควรทำงานในช่วงอุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์ 5% ถึง 85% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C ตามข้อมูล Sika รวมถึงต้องระวังจุดน้ำค้าง โดยพื้นผิวและชั้นกันซึมที่ยังไม่แข็งตัวควรมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่นหรือการบวมพองของชั้นกันซึมเมื่อแห้ง

ห้ามมองข้าม: หากฝนตกหนักและแรงขณะชั้นเคลือบยังไม่แห้ง อาจกระทบพื้นผิวและทำให้ชั้นเคลือบที่ยังเป็นของเหลวเสียหายทางกายภาพได้ แม้ผลิตภัณฑ์จะมีระยะต้านทานฝนเร็ว เช่น ประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 55% และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 85% ก็ควรวางแผนทำงานตามพยากรณ์อากาศและป้องกันพื้นที่ในช่วงแรกเสมอ

อีกจุดที่มักเกิดปัญหาคือทิ้งช่วงระหว่างชั้นนานเกินไป Sika ระบุว่าหากติดตั้งไปเกิน 2 วันแล้ว ต้องทำความสะอาดผิวหน้าและทารองพื้นด้วย Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่ ดังนั้นงานที่มีพื้นที่ใหญ่ควรแบ่งโซนและจัดทีมให้ทาต่อเนื่องตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ความเหนียวและการติดเท้าของผลิตภัณฑ์ที่แห้งตัวแล้วจะหายไปหลังการติดตั้งภายใน 2 สัปดาห์ จึงควรอธิบายให้เจ้าของบ้านหรือผู้ใช้อาคารเข้าใจว่าพื้นผิวใหม่อาจมีช่วงปรับตัวหลังงานเสร็จ และควรหลีกเลี่ยงการลากของหนัก วางของมีคม หรือใช้งานผิดประเภทในช่วงแรก

ไม่ควรทาทับผิวเปียก/สกปรก

ความชื้น ฝุ่น และคราบน้ำมันลดการยึดเกาะและเพิ่มโอกาสบวมพอง

ไม่ควรทาบางเกินระบบ

ฟิล์มที่บางเกินไปอาจไม่ทนต่อรอยแตก น้ำขัง และการใช้งานจริง

ไม่ควรละเลยจุดรายละเอียด

มุมผนัง ท่อ และรางน้ำมักเป็นจุดรั่วซ้ำถ้าไม่เสริมระบบให้ดี

สรุป: Sikalastic®-632 R เหมาะกับใคร?

ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาดาดฟ้ารั่ว หลังคารั่ว ระเบียงซึม หรืออยากปรับปรุงหลังคาเดิมเพื่อยืดอายุการใช้งาน Sikalastic®-632 R เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะเป็น PU กันซึมส่วนประกอบเดียว ใช้งานง่ายกว่าแบบต้องผสมหลายส่วน แห้งไว เป็นฟิล์มไร้รอยต่อ และรองรับพื้นผิวหลากหลายเมื่อเตรียมผิวและเลือก primer ถูกต้อง

สำหรับเจ้าของบ้าน จุดเด่นคือช่วยลดความเสี่ยงรั่วซึมซ้ำจากรอยต่อและรายละเอียดบนดาดฟ้า สำหรับผู้รับเหมา จุดเด่นคือข้อมูลระบบ อัตราการใช้ และระยะรอทาทับชัดเจน ทำให้วางแผนงานได้เป็นขั้นตอน ส่วนงานอาคารหรือโครงการที่มีพื้นที่มาก ควรให้ทีมเทคนิคช่วยประเมินระบบ จำนวนชั้น และรายละเอียดเสริมแรง เพื่อให้ได้ฟิล์มกันซึมที่เหมาะกับสภาพการใช้งานจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและการใช้งานในบทความนี้อ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-632 R บน Sika Thailand ควรตรวจเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดและสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Sikalastic®-632 R คืออะไร?

Sikalastic®-632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งจะเกิดฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า และระเบียง

ใช้ Sikalastic®-632 R แก้ดาดฟ้ารั่วได้ไหม?

ใช้ได้เมื่อเตรียมพื้นผิวถูกต้องและเลือกระบบเหมาะสม เหมาะกับงานหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม

Sikalastic®-632 R ต้องผสมอะไรก่อนไหม?

เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม แต่หากพบว่าเนื้อวัสดุแยกตัวควรกวนให้ทั่วและเข้ากันดี โดยกวนช้า ๆ เพื่อลดการกักฟองอากาศ

Sikalastic®-632 R หนึ่งถังบรรจุกี่กิโลกรัม?

ข้อมูล Sika Thailand ระบุบรรจุภัณฑ์ 21 กิโลกรัมต่อถัง จำนวนถังที่ต้องใช้ขึ้นกับพื้นที่ จำนวนชั้น ระบบที่เลือก และรายละเอียดหน้างาน เช่น มุม ท่อ รางน้ำ และจุดเสริมแรง

ทากี่ชั้นถึงจะกันซึมได้ดี?

โดยทั่วไป Sika ระบุระบบที่มีชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 โดยอัตราการใช้แตกต่างตามระบบ เช่น MTC-05, MTC-08 หรือ MTC-10 ควรยึดเอกสารระบบผลิตภัณฑ์และสภาพหน้างานจริง ไม่ควรทาบางกว่าระบบที่กำหนด

ทาแล้วโดนฝนได้เมื่อไหร่?

ข้อมูลระยะเวลาแห้งตัวระบุการต้านทานฝนประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 55% และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 85% แต่ถ้าฝนตกหนักและแรงอาจทำให้ชั้นเคลือบที่ยังไม่แห้งเสียหายได้ จึงควรเลี่ยงช่วงฝนและป้องกันพื้นที่ช่วงแรก

พื้นซีเมนต์ต้องใช้ primer ไหม?

ควรใช้ Sikalastic® U primer ตามข้อมูลพื้นผิวซีเมนต์ที่ Sika ระบุ เพื่อช่วยการยึดเกาะและลดความเสี่ยงปัญหาชั้นเคลือบบวมพองหรือล่อนในภายหลัง

ใช้กับกระเบื้องเดิมบนดาดฟ้าได้ไหม?

ใช้ได้กับกระเบื้องเซรามิกชนิดไม่ขัดเงาตามข้อมูลพื้นผิวที่เหมาะสม แต่ต้องตรวจว่ากระเบื้องเดิมยึดแน่น ไม่มีแผ่นกลวงหรือหลุดร่อน และต้องเตรียมผิว/primer ให้ถูกต้องก่อนทา

รอยแตกร้าวบนดาดฟ้าต้องซ่อมก่อนทาไหม?

ควรซ่อมและเสริมระบบก่อน โดยเฉพาะรอยร้าวกว้าง รอยร้าวที่ยังขยับ หรือจุดมุม/ท่อที่เป็นทางน้ำซึม การทาทับโดยไม่แก้รายละเอียดอาจทำให้รั่วซ้ำได้

ซื้อ Sikalastic®-632 R ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sikalastic®-632 R ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts