เปรียบเทียบ Sikalastic®-632 R กับกันซึมอะคริลิคทั่วไป ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า?
ถ้าต้องแก้ปัญหาหลังคารั่ว ดาดฟ้ารั่ว หรือระเบียงรั่ว หลายคนมักลังเลระหว่างวัสดุกันซึมโพลียูรีเทนอย่าง Sikalastic®-632 R กับกันซึมอะคริลิคทั่วไป บทความนี้สรุปความต่างด้านความยืดหยุ่น การทนฝน ความทนทาน ปริมาณใช้ วิธีทำงาน และข้อจำกัด เพื่อช่วยเลือกวัสดุให้เหมาะกับหน้างานจริง
Sikalastic®-632 R — กันซึมหลังคาโพลียูรีเทน แห้งไว พร้อมใช้งาน
Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วเกิดเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก งานปรับปรุงหลังคาเก่า และพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น รางน้ำ ท่อระบายน้ำ ช่องรับแสง หรือมุมต่อชนหลายจุด
Quick Answer: ถ้าต้องเลือกเร็ว ๆ ควรใช้แบบไหน?
เหตุผลคือ Sikalastic®-632 R เป็นกันซึมโพลียูรีเทนที่มีฟิล์มยืดหยุ่นสูง ประสานรอยแตกได้ 2 มม. ทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C / 85% RH และบ่มด้วยความชื้นในอากาศ จึงเหมาะกับหน้างานที่ต้องการความทนทานและลดความเสี่ยงจากฝนหลังทา ส่วนกันซึมอะคริลิคทั่วไปยังมีจุดเด่นเรื่องราคาจับต้องง่าย ทาไม่ยาก และเหมาะกับงานเบา แต่ถ้าเจอแดดจัด น้ำขังเป็นช่วง ๆ รอยแตกร้าว หรือพื้นผิวขยับตัวบ่อย ต้องประเมินความเสี่ยงเพิ่มก่อนเลือกใช้
คำว่า “ดีกว่า” จึงไม่ได้แปลว่าต้องเลือกตัวเดียวทุกครั้ง แต่ต้องดูเงื่อนไขหน้างาน ถ้าเป็นพื้นที่เล็ก งบจำกัด พื้นผิวไม่แตกร้าวมาก และต้องการซ่อมชั่วคราว กันซึมอะคริลิคทั่วไปอาจพอใช้งานได้ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงกว่า เช่น ดาดฟ้าบ้าน หลังคาอาคาร ระเบียงที่มีรอยต่อหลายจุด หรือโครงการที่ค่าแก้งานแพงกว่าเงินค่าวัสดุ การขยับไปใช้ระบบโพลียูรีเทนอย่าง Sikalastic®-632 R จะมีเหตุผลมากกว่า
Sikalastic 632 R คืออะไร?
Sikalastic®-632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมสองส่วน เมื่อทาลงบนพื้นผิวและวัสดุแห้งตัว จะเกิดเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะสำหรับหลังคาแนวราบ หลังคาที่มีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา งานหลังคาโครงสร้างใหม่ และงานปรับปรุงหลังคาเก่าที่ต้องการยืดอายุการใช้งาน
จุดที่ทำให้ Sikalastic®-632 R ต่างจากกันซึมทาทั่วไปคือการเป็นโพลียูรีเทนบ่มด้วยความชื้นในอากาศ มีอัตราการยืดตัวสูง มีค่ากำลังรับแรงดึงประมาณ 4.0 MPa และมีความสามารถในการประสานรอยแตก 2 มม. ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika จึงเหมาะกับพื้นผิวภายนอกที่ต้องรับการขยายตัวจากความร้อน แรงดึงจากการเคลื่อนตัวเล็กน้อย และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในแต่ละวัน
ที่ +30°C / 85% RH ทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมง แห้งสัมผัสได้ประมาณ 1 ชั่วโมง และบ่มเต็มที่ประมาณ 3 ชั่วโมง
เป็นระบบส่วนประกอบเดียว ไม่ต้องผสมสารสองส่วน จึงลดความเสี่ยงจากการผสมผิดสัดส่วน
ฟิล์มไร้รอยต่อช่วยคลุมมุม รอยต่อ ท่อระบายน้ำ รางน้ำ และหลังคารูปทรงซับซ้อนได้ดีกว่างานแผ่นบางประเภท
กันซึมอะคริลิคทั่วไปคืออะไร?
กันซึมอะคริลิคทั่วไปมักเป็นวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบฐานน้ำ ใช้งานง่าย กลิ่นน้อยกว่าในหลายผลิตภัณฑ์ ล้างเครื่องมือสะดวก และมีราคาที่เข้าถึงง่าย จึงนิยมใช้กับงานซ่อมบ้าน งานหลังคาขนาดเล็ก งานผนังภายนอก หรือพื้นที่ที่ไม่ได้รับความเครียดจากการขยับตัวมากนัก จุดแข็งของอะคริลิคคือความสะดวกและต้นทุนเริ่มต้น แต่คุณสมบัติจะขึ้นกับเกรดสินค้า ความหนาฟิล์ม จำนวนชั้น การเสริมผ้า และการเตรียมพื้นผิว
สิ่งที่ต้องระวังคืออะคริลิคทั่วไปไม่ได้เท่ากันทุกยี่ห้อ บางรุ่นเหมาะกับผนังมากกว่าดาดฟ้า บางรุ่นใช้ได้ดีเฉพาะพื้นที่ลาดเอียงที่น้ำไม่ขัง บางรุ่นต้องทาหลายชั้นและต้องรอให้แห้งเพียงพอก่อนโดนฝน หากทาบางเกินไป ทาบนพื้นผิวชื้น หรือเจอฝนเร็วเกินระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด ฟิล์มอาจบวม ละลายเป็นคราบ หรือยึดเกาะไม่เต็มที่ได้
สรุปแบบช่างหน้างาน: กันซึมอะคริลิคทั่วไปเหมาะกับงานเบาและงานที่ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ แต่ถ้าเป็นพื้นที่รับแดดฝนหนัก ดาดฟ้าที่มีรอยแตกร้าว หรือหลังคาที่ค่าแก้งานสูง ควรเทียบกับระบบโพลียูรีเทนก่อนตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว
ตารางเปรียบเทียบ Sikalastic 632 R กับกันซึมอะคริลิคทั่วไป
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Sikalastic®-632 R | กันซึมอะคริลิคทั่วไป |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | โพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มด้วยความชื้นในอากาศ | โดยมากเป็นอะคริลิคฐานน้ำ ชนิดทาเคลือบ คุณสมบัติขึ้นกับเกรดสินค้า |
| ความยืดหยุ่น | อัตราการยืดตัวจนขาดประมาณ 600% และประสานรอยแตก 2 มม. | มีความยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง แต่โดยทั่วไปมักต่ำกว่า PU และขึ้นกับความหนาฟิล์ม |
| การทนฝนหลังทา | ทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C / 85% RH | หลายผลิตภัณฑ์ต้องรอแห้งนานกว่า หากโดนฝนเร็วอาจบวม ละลาย หรือเป็นคราบ |
| ฟิล์มกันซึม | เมื่อแห้งเกิดเป็นแผ่นฟิล์มไร้รอยต่อ เหมาะกับรายละเอียดหลังคาซับซ้อน | เป็นฟิล์มทาเคลือบเช่นกัน แต่ความทนทานขึ้นกับเกรดและการเสริมแรง |
| พื้นที่เหมาะสม | หลังคา ดาดฟ้า ระเบียงภายนอก หลังคาใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเก่า | งานซ่อมทั่วไป ผนังภายนอก พื้นที่ลาดเอียง งานที่ไม่มีน้ำขังและความเครียดสูง |
| พื้นผิวที่รองรับ | ซีเมนต์ อิฐ หิน บิทูเมน โลหะ กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา และพื้นผิว SikaRoof เดิมเมื่อเตรียมผิวถูกต้อง | มักใช้กับคอนกรีต ปูนฉาบ ผนัง และหลังคาบางประเภท ต้องดูคู่มือของแต่ละยี่ห้อ |
| การรองพื้น | มีแนวทางชัดเจน เช่น Sikalastic U Primer สำหรับซีเมนต์/อิฐ/หิน และ Sikalastic Metal Primer สำหรับโลหะหรือบิทูเมน | บางรุ่นต้องใช้ primer บางรุ่นเจือจางเป็นรองพื้นได้ ต้องดูคู่มือเฉพาะสินค้า |
| ต้นทุนเริ่มต้น | มักสูงกว่าอะคริลิคทั่วไป แต่เหมาะกับงานที่ต้องการลดความเสี่ยงการแก้งาน | มักประหยัดกว่า เหมาะกับงานงบจำกัดหรือพื้นที่เสี่ยงต่ำ |
| ข้อจำกัดสำคัญ | ไม่เหมาะกับน้ำขังตลอดเวลา พื้นผิวมีความชื้นสูง rising moisture งานภายในอาคาร และไม่ควรเจือจาง | อาจไม่เหมาะกับน้ำขัง แดดฝนหนัก หรือรอยแตกร้าวมาก หากใช้รุ่นที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานนั้น |
จากตารางจะเห็นว่า Sikalastic®-632 R ได้เปรียบในงานที่ต้องการสมรรถนะสูง ความยืดหยุ่น และความเร็วในการทนฝน ส่วนอะคริลิคทั่วไปได้เปรียบด้านต้นทุนและความสะดวกในงานเบา การเลือกจึงควรเริ่มจากความเสี่ยงของพื้นที่ ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาต่อถัง
แบบไหนดีกว่าในแต่ละหน้างาน?
ถ้าถามว่า Sikalastic®-632 R หรือกันซึมอะคริลิคทั่วไป “แบบไหนดีกว่า” คำตอบที่ใช้งานได้จริงคือ ต้องดูตำแหน่งงาน อายุงานที่คาดหวัง และความเสียหายหากรั่วซึมซ้ำ พื้นที่หลังคาและดาดฟ้ามักเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง เพราะรับแดด ฝน ความร้อน และการขยายตัวของพื้นผิวโดยตรง เมื่อกันซึมเสียหาย น้ำอาจซึมลงฝ้า ผนัง ระบบไฟ หรือโครงสร้าง ทำให้ค่าแก้งานรวมสูงกว่าค่าวัสดุตั้งแต่แรก
เมื่องานเป็นดาดฟ้า หลังคา ระเบียงภายนอก มีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ มีรายละเอียดเยอะ หรือพื้นที่เจอฝนเร็วหลังทำงานได้ยาก
เมื่องานเป็นพื้นที่เสี่ยงต่ำ งบจำกัด ต้องการซ่อมชั่วคราว หรือเป็นผนัง/พื้นที่ลาดเอียงที่ไม่มีน้ำขังและไม่มีรอยแตกร้าวมาก
ควรคิดรวมจำนวนชั้น ความหนาฟิล์ม primer ค่าแรง เวลาแห้ง ความเสี่ยงฝน และค่าแก้งานหากระบบล้มเหลว
กรณีบ้านพักอาศัย
บ้านพักอาศัยมักมีโจทย์เรื่องฝนมาเร็ว พื้นที่ทำงานจำกัด และไม่อยากรื้อซ่อมซ้ำบ่อย หากเป็นดาดฟ้าที่เคยรั่วหรือระเบียงที่มีห้องด้านล่าง Sikalastic®-632 R จะเหมาะกว่า เพราะฟิล์ม PU มีความยืดหยุ่นและทนฝนเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงระหว่างทำงานได้ดี แต่ถ้าเป็นผนังภายนอกแตกลายงาเล็กน้อยและไม่มีน้ำขัง กันซึมอะคริลิคคุณภาพดีอาจเพียงพอ
กรณีงานผู้รับเหมาและอาคารโครงการ
ในงานโครงการ ความแน่นอนของระบบสำคัญกว่าราคาวัสดุอย่างเดียว เพราะการรั่วซึมซ้ำมีผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้รับเหมาและค่าใช้จ่ายหลังส่งมอบ ระบบที่มีข้อมูลทางเทคนิคชัด เช่น ปริมาณใช้ต่อระบบ ระยะเวลารอเคลือบทับ primer ที่เหมาะกับพื้นผิว และข้อจำกัดการใช้งาน จะช่วยควบคุมคุณภาพหน้างานได้ดีกว่าเลือกจากคำโฆษณากว้าง ๆ
สเปกสำคัญของ Sikalastic 632 R ที่ใช้เปรียบเทียบ
| รายการ | ข้อมูล Sikalastic®-632 R |
|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | อะโรมาติคโพลียูรีเทน องค์ประกอบเดียว ทำปฏิกิริยาด้วยความชื้น |
| บรรจุภัณฑ์ | 21 กิโลกรัม/ถัง |
| สี | สีเทาอ่อน |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 9 เดือนนับจากวันที่ผลิต เมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย |
| การเก็บรักษา | เก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง อุณหภูมิ +10°C ถึง +30°C |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 1.40 กก./ลิตร ที่ +23°C |
| ปริมาณของแข็งโดยน้ำหนัก | ประมาณ 90% ที่ +23°C / 50% RH |
| ปริมาณของแข็งโดยปริมาตร | ประมาณ 82% ที่ +23°C / 50% RH |
| VOC | ≤ 150 กรัม/ลิตร |
| Shore A | ประมาณ 55 |
| กำลังรับแรงดึง | ประมาณ 4.0 MPa |
| อัตราการยืดตัวจนขาด | ประมาณ 600% |
| ความสามารถประสานรอยแตก | 2 มม. ไม่แตกร้าว |
| อุณหภูมิใช้งานหลังติดตั้ง | -20°C ถึง +80°C |
ข้อสังเกต: ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลทดสอบจากเอกสารผลิตภัณฑ์ ค่าจริงในหน้างานอาจเปลี่ยนตามพื้นผิว ความหนาฟิล์ม อุณหภูมิ ความชื้น และวิธีติดตั้ง จึงควรใช้เป็นฐานประกอบการออกแบบระบบ ไม่ใช่แทนการตรวจหน้างานจริง
วิธีใช้และอัตราส่วนผสมของ Sikalastic 632 R
Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว จึงไม่มีอัตราส่วนผสมแบบ A:B เหมือนวัสดุสองส่วน และเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่มหรือเจือจางด้วยตัวทำละลายใด ๆ หากเปิดถังแล้วพบการแยกชั้น ควรกวนเบา ๆ ให้เนื้อวัสดุสม่ำเสมอโดยหลีกเลี่ยงการกวนแรงจนเกิดฟองอากาศ
ตรวจรอยแตกร้าว น้ำขัง ความชื้น คราบน้ำมัน ฝุ่น และความแข็งแรงของพื้นเดิม
พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง แข็งแรง และปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่ลดแรงยึดเกาะ
เลือกสารรองพื้นตามวัสดุ เช่น U Primer สำหรับซีเมนต์/อิฐ/หิน และ Metal Primer สำหรับโลหะหรือบิทูเมน
ใช้แปรง ลูกกลิ้งทนสารละลาย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสมของพื้นที่
รอขั้นต่ำประมาณ 12, 6 หรือ 3 ชั่วโมงที่ +10°C, +20°C หรือ +30°C ตามลำดับ
สภาพแวดล้อมขณะทำงาน
| เงื่อนไข | ค่าที่ระบุในเอกสารผลิตภัณฑ์ |
|---|---|
| อุณหภูมิแวดล้อม | ต่ำสุด +10°C / สูงสุด +40°C |
| ความชื้นสัมพัทธ์ | ต่ำสุด 5% / สูงสุด 85% |
| อุณหภูมิพื้นผิว | ต่ำสุด +5°C / สูงสุด +60°C |
| จุดน้ำค้าง | พื้นผิวและชั้นกันซึมที่ยังไม่แข็งตัวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่นและการบวมพอง |
การทำความสะอาดเครื่องมือ: ทำความสะอาดแปรง ลูกกลิ้ง เครื่องมือ และอุปกรณ์ด้วย Thinner C ทันทีหลังใช้งาน หากวัสดุแข็งตัวแล้วต้องขูดออกด้วยวิธีทางกลเท่านั้น
ปริมาณการใช้ Sikalastic 632 R ตามระบบ
ปริมาณใช้เป็นจุดที่ควรดูให้ละเอียด เพราะการทากันซึมบางเกินไปเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบล้มเหลว สำหรับ Sikalastic®-632 R เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณการใช้ตามระบบ SikaRoof หลายรูปแบบ โดยแต่ละระบบมีปริมาณชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แตกต่างกัน
| ระบบ | ชั้นที่ 1 | ชั้นที่ 2 | เหมาะกับการพิจารณา |
|---|---|---|---|
| SikaRoof® MTC-05 UV AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 0.70 กก./ตร.ม. | ระบบกันซึมที่มีชั้นทับหน้าตามเอกสารระบบ |
| SikaRoof® MTC-08 UV AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | งานที่ต้องการฟิล์มหนาขึ้นตามระบบ |
| SikaRoof® MTC-10 UV AP | ≥ 1.40 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | งานที่ต้องการระบบ robust กว่า โดยอ้างอิงเอกสารระบบ |
| SikaRoof® Pro-1 AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 0.70 กก./ตร.ม. | ระบบไม่มีชั้นทับหน้าตามเอกสารผลิตภัณฑ์ |
| SikaRoof® Pro-3 AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ระบบไม่มีชั้นทับหน้าที่ใช้ปริมาณมากกว่า Pro-1 AP |
เมื่อเทียบกับอะคริลิคทั่วไป หลายครั้งอะคริลิคดูถูกกว่าเพราะราคาต่อถังต่ำกว่า แต่ถ้าต้องทาหลายชั้น เสริมผ้าในจุดเสี่ยง ใช้ primer เพิ่ม หรือกลับมาแก้งานซ้ำ ต้นทุนรวมอาจต่างจากที่คิดไว้มาก การประเมินที่ถูกต้องควรใช้พื้นที่จริง หน่วยกิโลกรัมต่อตารางเมตร จำนวนชั้น และสภาพพื้นผิวเป็นฐานเสมอ
ต้องการให้ช่วยคำนวณ: ส่งพื้นที่เป็นตารางเมตร รูปหน้างาน และประเภทพื้นผิวให้ GY Asia ทาง LINE ทีมงานจะช่วยประเมินระบบและปริมาณวัสดุเบื้องต้นให้เหมาะกับงานจริง
ข้อควรระวังและข้อจำกัดก่อนเลือกใช้
แม้ Sikalastic®-632 R จะมีสมรรถนะสูงกว่ากันซึมอะคริลิคทั่วไปในหลายด้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้ได้ทุกสภาพพื้นที่ ข้อจำกัดจากเอกสารผลิตภัณฑ์ควรถูกนำมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนประเมินงาน เพื่อป้องกันปัญหาฟิล์มบวมพอง ยึดเกาะไม่ดี หรือเสียหายก่อนเวลา
ไม่ควรใช้ Sikalastic®-632 R ในสถานการณ์เหล่านี้:
- พื้นผิวที่ยังมีความชื้นสูงหรือมี rising moisture ต่อเนื่อง
- บริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา
- งานภายในอาคาร หรือบริเวณใกล้ช่องอากาศเข้าของเครื่องปรับอากาศโดยไม่แยกพื้นที่
- การทาลงบนแผ่นฉนวนโดยตรง
- พื้นผิวยางมะตอยที่มีไอระเหย เพราะอาจทำให้เกิดคราบหรือนิ่มได้
- การใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์ประเภทซิลิโคน หรือใช้ผลิตภัณฑ์กันซึมต่างชนิดปะปนในโครงการเดียวกัน
- การเจือจางด้วยสารทำละลายใด ๆ
ข้อควรระวังเรื่องสีและผิวหน้า
Sikalastic®-632 R เป็นอะโรมาติคโพลียูรีเทน เมื่อสัมผัสแสงแดดโดยตรง สีของฟิล์มอาจเปลี่ยนหรือซีดเหลืองได้ แต่เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่มีผลต่อคุณสมบัติการกันซึม หากต้องการผิวหน้าที่สวยงามหรือสีคงตัวมากขึ้น สามารถพิจารณาชั้นเคลือบทับที่เหมาะสม เช่น Sikalastic U-Coating ตามคำแนะนำของระบบ
ข้อควรระวังเมื่อเทียบกับอะคริลิค
สำหรับกันซึมอะคริลิคทั่วไป ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือเลือกใช้บนพื้นที่น้ำขัง ทาบางเกินไป ไม่รอให้แห้งก่อนโดนฝน หรือไม่เสริมแรงบริเวณรอยต่อและรอยแตกร้าว แม้ตัววัสดุจะใช้ง่าย แต่ถ้าเลือกผิดพื้นที่ก็มีโอกาสลอก บวม หรือรั่วซ้ำได้เช่นกัน ดังนั้นวัสดุทั้งสองแบบต้องเริ่มจากการอ่านคู่มือและตรวจหน้างานจริง ไม่ใช่เลือกจากความเคยชินอย่างเดียว
สรุป: Sikalastic 632 R หรือกันซึมอะคริลิคทั่วไป แบบไหนคุ้มกว่า?
ถ้าคำว่า “คุ้ม” หมายถึงราคาต่อถัง กันซึมอะคริลิคทั่วไปอาจดูได้เปรียบกว่า แต่ถ้าคำว่า “คุ้ม” หมายถึงความเสี่ยงที่ลดลง อายุงานที่คาดหวังได้มากขึ้น และโอกาสแก้งานซ้ำน้อยลง Sikalastic®-632 R จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าสำหรับหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และงานซ่อมรั่วซึมที่ต้องการมาตรฐานงานสูงกว่า
หัวใจสำคัญคือเลือกตามหน้างาน ถ้าพื้นที่เป็นผนังหรืองานเบาที่ไม่มีน้ำขังและไม่ต้องรับการขยับตัวมาก อะคริลิคทั่วไปอาจเพียงพอ แต่ถ้าเป็นพื้นที่แนวราบ เจอแดดฝนหนัก มีรอยต่อเยอะ หรือมีห้องใช้งานอยู่ด้านล่าง การใช้ Sikalastic®-632 R พร้อม primer และปริมาณวัสดุตามระบบ จะช่วยให้การแก้ปัญหากันซึมมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
แหล่งข้อมูล: เนื้อหาส่วนสเปก วิธีใช้ ปริมาณการใช้ และข้อจำกัด อ้างอิงจากหน้า Sika Thailand และเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ Sikalastic®-632 R ของ Sika
คำถามที่พบบ่อย
Sikalastic 632 R ต่างจากกันซึมอะคริลิคทั่วไปอย่างไร?
Sikalastic 632 R เป็นกันซึมโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว บ่มด้วยความชื้นในอากาศ มีฟิล์มไร้รอยต่อ ยืดหยุ่นสูง ประสานรอยแตกได้ 2 มม. และทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C / 85% RH ส่วนกันซึมอะคริลิคทั่วไปมักเป็นฐานน้ำ ใช้ง่ายและต้นทุนต่ำกว่า แต่สมรรถนะขึ้นกับเกรดสินค้า ความหนาฟิล์ม และการติดตั้ง
ถ้าดาดฟ้ารั่วควรใช้ Sikalastic 632 R หรืออะคริลิค?
ถ้าดาดฟ้ามีความเสี่ยงน้ำขังเป็นช่วง ๆ มีรอยแตกร้าว หรือมีห้องใช้งานด้านล่าง Sikalastic 632 R มักเหมาะกว่า เพราะมีความยืดหยุ่นและระบบปริมาณใช้ชัดเจนกว่า แต่ต้องตรวจว่าพื้นที่ไม่มีน้ำขังตลอดเวลาและไม่มีความชื้นสะสมต่อเนื่องก่อนทำงาน
Sikalastic 632 R ต้องผสมอะไรไหม?
ไม่ต้องผสมสองส่วน Sikalastic 632 R เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้งาน และไม่ควรเจือจางด้วยสารทำละลายใด ๆ หากเนื้อวัสดุแยกชั้น ให้กวนเบา ๆ ให้สม่ำเสมอโดยหลีกเลี่ยงการกวนจนเกิดฟอง
ต้องใช้ primer ก่อนทา Sikalastic 632 R หรือไม่?
ควรเลือก primer ตามพื้นผิว เช่น พื้นผิวซีเมนต์ อิฐก่อ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาใช้ Sikalastic U Primer ส่วนโลหะและบิทูเมนใช้ Sikalastic Metal Primer ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ การใช้ primer ที่ถูกต้องช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและลดความเสี่ยงลอกล่อน
Sikalastic 632 R ทนฝนได้เร็วแค่ไหน?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าที่ +30°C / 85% RH ทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมง แห้งสัมผัสได้ประมาณ 1 ชั่วโมง และบ่มเต็มที่ประมาณ 3 ชั่วโมง ส่วนที่ +20°C / 55% RH ทนฝนได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แห้งสัมผัสได้ 2 ชั่วโมง และบ่มเต็มที่ 6 ชั่วโมง
ใช้ Sikalastic 632 R กับพื้นที่น้ำขังตลอดเวลาได้ไหม?
ไม่เหมาะกับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา หากพื้นที่ดาดฟ้ามีน้ำขัง ควรแก้ slope หรือระบบระบายน้ำก่อนเลือกวัสดุกันซึม เพราะน้ำขังเป็นปัจจัยที่ทำให้ระบบกันซึมหลายประเภทเสียหายก่อนเวลา
กันซึมอะคริลิคทั่วไปยังน่าใช้ไหม?
ยังน่าใช้ในงานที่เหมาะสม เช่น งานผนัง งานซ่อมเบา พื้นที่ลาดเอียง งบจำกัด หรือพื้นที่ที่ไม่มีน้ำขังและไม่มีการขยับตัวมาก แต่ควรเลือกเกรดที่เหมาะกับงาน อ่านคู่มือผู้ผลิต และทาให้ได้ความหนาตามที่กำหนด
Sikalastic 632 R หนึ่งถัง 21 กก. ใช้ได้กี่ตารางเมตร?
ขึ้นกับระบบและปริมาณใช้ต่อชั้น เช่น ระบบที่ใช้ 1.05 + 0.70 กก./ตร.ม. จะใช้รวมขั้นต่ำประมาณ 1.75 กก./ตร.ม. หนึ่งถัง 21 กก. จึงครอบคลุมประมาณ 12 ตร.ม. ก่อนเผื่อสูญเสียและสภาพพื้นผิว หากระบบใช้ 1.05 + 1.05 กก./ตร.ม. จะครอบคลุมประมาณ 10 ตร.ม. ก่อนเผื่อหน้างาน
ทา Sikalastic 632 R ทับกันซึมเดิมได้ไหม?
ทำได้เฉพาะเมื่อระบบเดิมและพื้นผิวเหมาะสม โดยเอกสารระบุว่าพื้นผิวกันซึม SikaRoof MTC เดิมต้องทดสอบแรงดึงบนพื้นผิวก่อนติดตั้ง และใช้ primer ที่เหมาะสม หากเป็นกันซึมเดิมคนละประเภท ควรปรึกษาทีมเทคนิคหรือ GY Asia ก่อน
ทำไมไม่ควรเลือกกันซึมจากราคาถังอย่างเดียว?
เพราะต้นทุนจริงประกอบด้วยปริมาณใช้ต่อพื้นที่ จำนวนชั้น primer ค่าแรง เวลาแห้ง ความเสี่ยงฝน และค่าแก้งานหากรั่วซ้ำ วัสดุที่ราคาถังต่ำกว่าอาจไม่ถูกกว่าเมื่อคำนวณระบบครบทั้งงาน
