จบงานไว กำไรพุ่ง! แนะนำ Sikalastic®-632 R กันซึมหลังคา แห้งตัวเร็ว สำหรับช่างรับเหมามืออาชีพ
งานกันซึมหลังคาที่กำไรดีไม่ได้เกิดจากการซื้อของถูกที่สุด แต่เกิดจากการเลือกวัสดุที่ช่วยคุมเวลา ลดแก้งาน และส่งมอบงานได้มั่นใจ Sikalastic®-632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว แห้งและบ่มตัวเร็ว เกิดฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับผู้รับเหมาที่ต้องรับมือแดด ฝน ดาดฟ้าเก่า หลังคารั่ว ระเบียงซึม และรายละเอียดหน้างานที่ซับซ้อน
Sikalastic®-632 R
วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วเกิดแผ่นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา งานโครงสร้างใหม่ และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม
Quick Answer: ทำไม Sikalastic®-632 R เหมาะกับช่างรับเหมาที่ต้องจบงานไว?
Sikalastic®-632 R เหมาะกับช่างรับเหมามืออาชีพเพราะเป็นกันซึม PU ส่วนประกอบเดียว แห้งและบ่มตัวเร็ว ทนฝนได้เร็ว และสร้างฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ จึงช่วยลดเวลารอหน้างาน ลดความเสี่ยงจากฝนหลังติดตั้ง ลดปัญหารอยต่อรั่วซ้ำ และทำให้ทีมช่างวางแผนงานชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 และการส่งมอบงานได้ชัดเจนกว่าเดิม
สำหรับผู้รับเหมา เวลาเท่ากับต้นทุนเสมอ ถ้าต้องทิ้งทีมรอวัสดุแห้งนานหลายวัน ค่าแรง ค่าเดินทาง และโอกาสรับงานถัดไปจะหายไปพร้อมกัน วัสดุที่แห้งเร็วและมีข้อมูลเวลารอเคลือบทับชัดเจนจึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องกำไรของธุรกิจรับเหมาโดยตรง
ข้อดีอีกอย่างคือสินค้าเป็นชนิดพร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมส่วน A/B หน้างาน ช่วยลดความผิดพลาดจากการชั่งตวงผิดอัตรา ลดวัสดุเสียจากการผสมเกิน และเหมาะกับทีมงานที่ต้องเคลื่อนย้ายไปหลายจุดในวันเดียว เช่น หลังคาบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ ดาดฟ้าโรงงาน หรือระเบียงคอนโดที่ต้องคุมเวลาทำงานให้กระชับ
จบงานไว กำไรพุ่ง: มุมมองธุรกิจที่ช่างรับเหมาควรรู้
งานกันซึมหลังคามักมีต้นทุนแฝงมากกว่าที่เห็นในใบเสนอราคา เช่น การกลับไปแก้งานหลังฝนตก การรื้อฟิล์มที่บวมล่อน การซ่อมฝ้าเพดานจากน้ำรั่วซ้ำ หรือการเสียชื่อเสียงเมื่อลูกค้าเรียกตรวจหลายรอบ วัสดุที่ทนฝนเร็วและบ่มตัวไวช่วยลดความเสี่ยงช่วงแรกหลังทา ซึ่งเป็นช่วงที่งานกันซึมเสียหายได้ง่ายที่สุด
มีเวลารอเคลือบทับขั้นต่ำโดยประมาณ 3-12 ชั่วโมงตามอุณหภูมิและความชื้น ช่วยจัดคิวทีมได้ง่ายขึ้น
ฟิล์มไร้รอยต่อและยืดหยุ่น ช่วยลดจุดรั่วจากรอยต่อและรายละเอียดหลังคาที่ซับซ้อน
เป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว ไม่ต้องผสมหลายส่วน ลดความเสี่ยงจากการผสมผิดหรือหมด pot life
เมื่อต้นทุนการกลับไปแก้งานลดลง กำไรจริงต่อโครงการจะดีขึ้น แม้ราคาวัสดุอาจสูงกว่าสีกันซึมทั่วไป แต่ถ้างานต้องการความทนทาน ใช้บนหลังคาที่โดนแดดฝนจริง หรือมีรายละเอียดอย่างท่อ รางน้ำ ช่องแสง และมุมพื้นชนผนัง การใช้ระบบ PU ที่เหมาะสมมักคุ้มค่ากว่าในภาพรวม
รู้จัก Sikalastic®-632 R: กันซึมหลังคา PU ที่ออกแบบมาเพื่องานจริง
Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทอะโรมาติคโพลียูรีเทนแบบองค์ประกอบเดียว ใช้ความชื้นในอากาศเป็นตัวทำปฏิกิริยาในการบ่มตัว หลังจากวัสดุแห้งจะเกิดฟิล์มกันซึมต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ มีคุณสมบัติกันซึมที่ดีและเหมาะกับงานหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน และระเบียง
สิ่งที่ต่างจากวัสดุกันซึมทั่วไปคือความยืดหยุ่นและความสามารถทำงานบนพื้นที่รายละเอียดเยอะ เช่น หลังคาที่มีท่อระบายน้ำ รางน้ำ ช่องรับแสง ฐานเสา รอยต่อ และรูปทรงซับซ้อน เพราะวัสดุชนิดทาเคลือบสามารถคลุมพื้นที่ต่อเนื่องได้ดีกว่าระบบที่ต้องพึ่งรอยต่อจำนวนมาก เมื่อใช้ร่วมกับการเสริมแรงในจุดที่จำเป็น จะช่วยให้ระบบกันซึมรับการขยับตัวของพื้นผิวได้ดีขึ้น
สรุปจุดเด่นตามข้อมูล Sika: ทนต่อรากไม้ แห้งและบ่มตัวเร็ว ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไร้รอยต่อ ยืดขยายตัวได้ ทนฝนได้เกือบจะทันทีหลังติดตั้งเสร็จ และไอน้ำสามารถซึมผ่านได้เพื่อช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้น
งานแบบไหนควรเลือก Sikalastic®-632 R?
สินค้าเหมาะกับงานกันซึมหลังคาและพื้นที่ภายนอกที่ต้องการความเร็วและความยืดหยุ่น โดยเฉพาะงานรับเหมาที่ต้องส่งมอบเร็วแต่ยังต้องคุมมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นงานซ่อมบ้าน งานอาคารพาณิชย์ งานโรงงาน หรือโครงการที่ต้องปรับปรุงหลังคาเดิมให้กลับมาใช้งานได้ยาวขึ้น
| ประเภทงาน | เหมาะอย่างไร | สิ่งที่ช่างควรเช็ก |
|---|---|---|
| หลังคาแนวราบ / ดาดฟ้า | สร้างฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง ลดจุดรั่วจากรอยต่อ | น้ำขัง slope ความชื้น และรอยร้าวเดิม |
| หลังคามีความชัน | เหมาะกับผิวที่รับแดดฝนและมีการขยับจากอุณหภูมิ | การยึดเกาะพื้นผิว ความปลอดภัยการทำงานบนที่สูง |
| ระเบียงภายนอก / ระเบียงหลังคา | ใช้เป็นกันซึมก่อนทำระบบผิวหรือปูกระเบื้องตามความเหมาะสม | รอยต่อพื้นชนผนัง ท่อระบายน้ำ และการเลือกชั้นปิดผิว |
| ปรับปรุงหลังคาเก่า | ช่วยยืดอายุหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม | วัสดุเดิมล่อนหรือไม่ มีบิทูเมน/สีเดิมที่เข้ากันได้หรือไม่ |
| พื้นที่มีรายละเอียดซับซ้อน | เหมาะเมื่อทำระบบเสริมแรงและรายละเอียดถูกวิธี | ท่อ รางน้ำ ช่องแสง ฐานเสา และรอยต่อเคลื่อนไหว |
ถ้าหน้างานมีน้ำขังตลอดเวลา ความชื้นดันขึ้นจากพื้น หรือเป็นพื้นที่ภายในอาคาร ควรประเมินระบบใหม่ก่อนสั่งวัสดุ เพราะงานกันซึมที่ดีต้องเริ่มจากการแก้ต้นเหตุ ไม่ใช่ทาทับปัญหาแล้วหวังให้ฟิล์มรับทุกอย่างแทนโครงสร้างเดิม
สเปกสำคัญและอัตราการใช้ที่ใช้วางแผนใบเสนอราคา
สำหรับช่างรับเหมา สเปกที่ควรรู้ไม่ได้มีไว้ตอบคำถามลูกค้าเท่านั้น แต่ใช้คำนวณต้นทุน วางแผนจำนวนถัง และอธิบายเหตุผลของระบบในใบเสนอราคาได้อย่างมืออาชีพ Sikalastic®-632 R บรรจุ 21 กก./ถัง สีเทาอ่อน อายุผลิตภัณฑ์ 9 เดือนเมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท แห้ง ไม่โดนแดดโดยตรง ที่อุณหภูมิประมาณ +10°C ถึง +30°C
| หัวข้อ | ข้อมูลโดยประมาณจากเอกสารผลิตภัณฑ์ | ประโยชน์ต่อช่างรับเหมา |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | อะโรมาติคโพลียูรีเทน องค์ประกอบเดียว บ่มด้วยความชื้น | ลดขั้นตอนผสมและความผิดพลาดหน้างาน |
| ความหนาแน่น | ~ 1.40 กก./ลิตร ที่ +23°C | ช่วยประเมินปริมาณใช้และต้นทุนวัสดุ |
| ปริมาณของแข็ง | โดยน้ำหนัก ~90% และโดยปริมาตร ~82% | ใช้ประกอบการวางแผนความหนาฟิล์ม |
| VOC | ≤ 150 กรัม/ลิตร | ใช้ตอบคำถามด้านเอกสารและมาตรฐานงาน |
| Shore A | ~ 55 | สะท้อนความยืดหยุ่นของฟิล์ม PU |
| แรงดึง / ยืดตัว | ~ 4.0 MPa / ยืดตัวจนขาด ~600% | เหมาะกับพื้นผิวที่ขยับจากแดดร้อนและฝน |
| ประสานรอยแตก | 2 มม. ไม่แตกร้าวตาม ASTM C836 | ช่วยอธิบายความต่างจากกันซึมทั่วไป |
| อุณหภูมิใช้งานหลังบ่ม | -20°C ถึง +80°C | รองรับสภาพหลังคาที่เจอความร้อนสูง |
อัตราการใช้ตามระบบ SikaRoof
| ระบบ | ชั้นที่ 1 | ชั้นที่ 2 | รวมขั้นต่ำโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| SikaRoof® MTC-05 UV AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 0.70 กก./ตร.ม. | ≥ 1.75 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® MTC-08 UV AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 2.10 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® MTC-10 UV AP | ≥ 1.40 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 2.45 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® Pro-1 AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 0.70 กก./ตร.ม. | ≥ 1.75 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® Pro-3 AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 2.10 กก./ตร.ม. |
ตัวอย่างคำนวณ: ดาดฟ้า 50 ตร.ม. ถ้าเลือกระบบที่ใช้อัตรารวมขั้นต่ำ 2.10 กก./ตร.ม. จะใช้วัสดุขั้นต่ำประมาณ 105 กก. หรือ 5 ถังขนาด 21 กก. ก่อนเผื่อสูญเสีย พื้นผิวหยาบ จุดรายละเอียด และบริเวณเสริมแรง ดังนั้นการเสนอราคาควรเผื่อวัสดุให้พอ ไม่คำนวณแบบพอดีถังจนหน้างานขาดกลางคัน
เวลาแห้งและเวลาเคลือบทับ: จุดขายสำคัญของงานรับเหมา
Sikalastic®-632 R แห้งตัวเร็ว โดยเฉพาะเมื่อทำงานในสภาพอากาศร้อนและมีความชื้นในอากาศสูง เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าผิวเริ่มแห้งตัวหลังเคลือบประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +20°C / RH 50% และมีเวลารอเคลือบทับขั้นต่ำแตกต่างตามอุณหภูมิและความชื้น
| สภาพอากาศ | รอเคลือบทับขั้นต่ำ | คำแนะนำสำหรับช่าง |
|---|---|---|
| +10°C / RH 50% | ~ 12 ชั่วโมง | อากาศเย็นควรวางแผนรอนานขึ้นและเลี่ยงงานเร่งส่ง |
| +20°C / RH 50% | ~ 6 ชั่วโมง | เหมาะกับการวางแผนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ในวันเดียวเมื่อสภาพหน้างานพร้อม |
| +30°C / RH 50% | ~ 3 ชั่วโมง | ช่วยเร่งรอบงาน แต่ต้องระวังพื้นร้อนจัดและฟองจากพื้นผิวรูพรุน |
| สภาพอากาศ | ต้านทานฝน | แห้งสัมผัสได้ | บ่มตัวเต็มที่ |
|---|---|---|---|
| +20°C / RH 55% | 2 ชั่วโมง | 2 ชั่วโมง | 6 ชั่วโมง |
| +30°C / RH 85% | 1 ชั่วโมง | 1 ชั่วโมง | 3 ชั่วโมง |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณและเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิ ความชื้น ความหนาฟิล์ม ลม แดด และสภาพพื้นผิว หากติดตั้งชั้นก่อนหน้าเกิน 2 วันแล้วต้องทำความสะอาดผิวหน้าและทา Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่ การบันทึกเวลาเริ่มทา เวลาเสร็จ และสภาพอากาศจึงเป็นนิสัยเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ทีมช่างตอบลูกค้าได้มั่นใจมากขึ้น
พื้นผิวและ primer: อยากให้งานติดทน ต้องเริ่มตรงนี้
กันซึมหลังคาจะดีได้เมื่อพื้นผิวรับฟิล์มแข็งแรง สะอาด และเลือกสารรองพื้นถูกประเภท เอกสาร Sika ระบุพื้นผิวที่รองรับหลายชนิด เช่น ซีเมนต์ อิฐ หิน กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน โลหะ และพื้นผิวระบบ SikaRoof® MTC เดิม โดยต้องเตรียมผิวตามเงื่อนไขของระบบ
| พื้นผิว | primer ที่ระบุในข้อมูล Sika | สิ่งที่ต้องตรวจหน้างาน |
|---|---|---|
| ซีเมนต์ | Sikalastic® U primer | ความชื้น ฝุ่น รูพรุน ผิวร่วน รอยแตกร้าว และกำลังผิว |
| อิฐก่อและหิน | Sikalastic® U primer | คราบเกลือ ผิวหลุดร่อน และรอยต่อที่ไม่แน่น |
| กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา | Sikalastic® U primer | แผ่นกระเบื้องต้องไม่กลวง ไม่หลุด และไม่ลื่นเกินไป |
| บิทูเมนแบบทาเคลือบ / แผ่นบิทูเมน | Sikalastic® Metal Primer | ตรวจสภาพเดิม ความเข้ากันได้ และการยึดเกาะก่อนทาทับ |
| โลหะ เช่น เหล็ก สังกะสี ตะกั่ว ทองแดง อะลูมิเนียม ทองเหลือง สแตนเลส | Sikalastic® Metal Primer | กำจัดสนิม คราบน้ำมัน และควรทดสอบแรงดึงบนพื้นผิว |
| ระบบ SikaRoof® MTC เดิม | Sikalastic® U primer | ทดสอบแรงดึงและตรวจฟิล์มเดิมก่อนเคลือบใหม่ |
ข้อควรจำ: พื้นผิวที่จะทำกันซึมและชั้นกันซึมที่ยังไม่แข็งตัวต้องมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงจากการควบแน่น การบวมพอง หรือการเกิดตำหนิบนฟิล์มเมื่อแห้ง
วิธีใช้ Sikalastic®-632 R แบบมืออาชีพ
การทำงานให้ได้คุณภาพต้องมองเป็นระบบ ตั้งแต่ตรวจพื้นที่จนถึงส่งมอบ ไม่ควรเปิดถังแล้วทาทันทีโดยยังไม่รู้ว่าน้ำรั่วมาจากจุดไหน พื้นมีน้ำขังหรือไม่ และชั้นเดิมยึดเกาะดีแค่ไหน เพราะการแก้รั่วที่ต้นเหตุจะช่วยให้ฟิล์มกันซึมทำงานง่ายขึ้นและลดโอกาสกลับไปแก้งาน
- สำรวจหน้างาน: เช็กจุดรั่ว น้ำขัง รอยแตกร้าว มุมพื้นชนผนัง รางน้ำ ท่อระบายน้ำ ช่องแสง และวัสดุกันซึมเดิม
- แก้ปัญหาพื้นฐาน: ปรับ slope จุดน้ำขัง ซ่อมรอยร้าวกว้าง ซ่อมพื้นร่วน และกำจัดชั้นเดิมที่หลุดล่อนก่อนทา
- ทำความสะอาด: พื้นต้องสะอาด แห้ง แข็งแรง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีล่อน หรือสิ่งที่ขวางการยึดเกาะ
- เลือก primer: ใช้ Sikalastic® U primer หรือ Sikalastic® Metal Primer ให้ตรงกับพื้นผิวและรอให้พร้อมตามคำแนะนำ
- กวนวัสดุ: สินค้าเป็นแบบพร้อมใช้ หากต้องกวนให้กวนช้า ๆ จนเนื้อสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการกวนแรงจนเกิดฟองอากาศ
- ทาชั้นแรก: ใช้แปรง ลูกกลิ้งทนสารละลาย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศ คุมอัตราการใช้ตามระบบ ไม่ปาดบางเพื่อประหยัดเกินไป
- เสริมจุดเสี่ยง: บริเวณมุม ท่อ รางน้ำ ช่องรับแสง และรอยต่อเคลื่อนไหวควรทำรายละเอียดและเสริมแรงตาม Method Statement
- รอเคลือบทับ: ยึดเวลารอขั้นต่ำตามอุณหภูมิและความชื้นจริง หากทิ้งเกิน 2 วันต้องทำความสะอาดและใช้ Sika® Reactivation Primer
- ทาชั้นที่สองและตรวจส่งงาน: ตรวจความต่อเนื่องของฟิล์ม รูเข็ม จุดบาง ขอบมุม และพื้นที่ระบายน้ำก่อนส่งมอบลูกค้า
เคล็ดลับสำหรับทีมช่าง: แบ่งพื้นที่ทำงานตามจำนวนคนและเวลารอเคลือบทับ อย่าเปิดพื้นที่กว้างเกินกำลังทีม เพราะงานกันซึมที่ดีต้องคุมรายละเอียดให้ทัน ไม่ใช่แค่ทาให้ครบตารางเมตร
ข้อควรระวังที่ช่วยลดการแก้งาน
แม้ Sikalastic®-632 R จะเป็นวัสดุแห้งเร็วและพร้อมใช้งาน แต่ยังต้องติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์และเข้าใจระบบกันซึมหลังคา เงื่อนไขการใช้งานที่เอกสารระบุ ได้แก่ อุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์ 5% ถึง 85% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C
อย่ามองข้ามข้อจำกัด: ไม่ควรทาบนพื้นผิวที่มีความชื้นสูงหรือน้ำดันขึ้นต่อเนื่อง ไม่เหมาะกับพื้นที่มีน้ำขังตลอดเวลา ไม่ควรเจือจางเอง ไม่ใช้กับงานภายในอาคาร และไม่ควรติดตั้งบนพื้นผิวยางมะตอยที่มีไอระเหย เพราะอาจทำให้ฟิล์มเกิดคราบ นิ่ม บวม หรือล่อนในภายหลัง
เสี่ยงฟิล์มบวมและยึดเกาะไม่ดี ควรตรวจความชื้นและแก้ต้นเหตุก่อน
ฟิล์มไม่ต่อเนื่อง ความสามารถกันซึมและประสานรอยแตกอาจลดลง
ท่อ รางน้ำ มุมผนัง และช่องแสงคือจุดที่มักรั่วซ้ำถ้าไม่ทำระบบเสริมให้ถูก
ด้านความปลอดภัย ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงความร้อน เปลวไฟ และประกายไฟ ทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเท ใช้ถุงมือ แว่นตา หน้ากาก และอุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงให้เหมาะสม หลังใช้งานควรทำความสะอาดเครื่องมือด้วย Thinner C ทันที เพราะวัสดุที่แข็งตัวแล้วมักต้องกำจัดด้วยวิธีทางกล
สรุป: เลือกวัสดุให้ไว งานจบไว กำไรถึงมือช่าง
ถ้าโจทย์ของคุณคือกันซึมหลังคา ดาดฟ้า หรือระเบียงที่ต้องการจบงานเร็ว ลดโอกาสโดนฝนทำลายฟิล์มช่วงแรก และอยากได้ระบบที่ดูเป็นมืออาชีพในสายตาลูกค้า Sikalastic®-632 R เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะรวมจุดแข็งของกันซึม PU ส่วนประกอบเดียว ฟิล์มไร้รอยต่อ ยืดหยุ่นสูง แห้งและบ่มตัวเร็ว พร้อมข้อมูลอัตราการใช้และเวลารอเคลือบทับที่ช่วยวางแผนงานได้ชัดเจน
สำหรับช่างรับเหมา กำไรไม่ได้อยู่แค่ส่วนต่างค่าวัสดุ แต่อยู่ที่การลดเวลารอ ลดการเดินทางกลับไปแก้งาน ลดความเสี่ยงจากฝน และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า การเลือก Sikalastic®-632 R ให้ถูกระบบ เตรียมผิวให้ดี ใช้ primer ให้เหมาะ และคุมปริมาณต่อชั้นตามสเปก คือแนวทางที่ช่วยให้ปิดงานได้เร็วขึ้นโดยไม่ลดคุณภาพงาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก การใช้งาน อัตราการใช้ และเวลาแห้งในบทความนี้อ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-632 R บน Sika Thailand และเอกสาร Product Data Sheet ของ Sikalastic®-632 R ควรตรวจเอกสารล่าสุดและสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
Sikalastic®-632 R คือวัสดุประเภทอะไร?
Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วเกิดฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า และระเบียงภายนอก
ทำไม Sikalastic®-632 R จึงเหมาะกับช่างรับเหมา?
เพราะเป็นสินค้าพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมสองส่วน แห้งและบ่มตัวเร็ว มีเวลารอเคลือบทับชัดเจน และทนฝนได้เร็ว ช่วยให้ช่างวางแผนทีมงาน ลดเวลารอ และลดโอกาสแก้งานจากสภาพอากาศได้ดีขึ้น
ทาแล้วโดนฝนได้เร็วแค่ไหน?
ข้อมูล Sika ระบุการต้านทานฝนประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 55% และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 85% ทั้งนี้เป็นค่าโดยประมาณและขึ้นกับสภาพหน้างาน ความหนาฟิล์ม ลม แดด และความรุนแรงของฝน
รอเคลือบทับชั้นที่สองนานเท่าไร?
เวลารอเคลือบทับขั้นต่ำโดยประมาณคือ 12 ชั่วโมงที่ +10°C/RH 50%, 6 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 50% และ 3 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 50% หากทิ้งเกิน 2 วันต้องทำความสะอาดผิวหน้าและทา Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่
หนึ่งถัง 21 กก. ทาได้กี่ตารางเมตร?
ขึ้นกับระบบที่เลือก เช่น ระบบที่ใช้อัตรารวมขั้นต่ำ 1.75 กก./ตร.ม. หนึ่งถัง 21 กก. จะได้ประมาณ 12 ตร.ม. ก่อนเผื่อสูญเสีย ส่วนระบบ 2.10 กก./ตร.ม. จะได้ประมาณ 10 ตร.ม. และระบบ 2.45 กก./ตร.ม. จะได้ประมาณ 8.5 ตร.ม. ควรเผื่อพื้นที่หยาบและจุดเสริมแรงเสมอ
ใช้กับพื้นผิวอะไรได้บ้าง?
ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ซีเมนต์ อิฐ หิน กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา บิทูเมนบางประเภท โลหะ และระบบ SikaRoof® MTC เดิม โดยต้องเตรียมผิวและเลือก primer ให้ถูกต้องตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
พื้นซีเมนต์ควรใช้ primer อะไร?
เอกสาร Sika ระบุพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาให้ใช้ Sikalastic® U primer ส่วนบิทูเมนและโลหะให้ใช้ Sikalastic® Metal Primer ทั้งนี้ต้องดูสภาพหน้างานจริงร่วมด้วย
Sikalastic®-632 R ใช้กับดาดฟ้าที่น้ำขังตลอดเวลาได้ไหม?
ไม่เหมาะกับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา ควรแก้ slope และระบบระบายน้ำก่อนทำกันซึม เพราะน้ำขังซ้ำทำให้ระบบเสื่อมเร็วและเพิ่มความเสี่ยงการรั่วซ้ำ
ใช้ภายในอาคารได้ไหม?
ไม่ควรใช้สำหรับงานติดตั้งภายในอาคารตามข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ และควรทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเทดีพร้อมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
ซื้อ Sikalastic®-632 R ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sikalastic®-632 R ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง
