สอนทากันซึมดาดฟ้าด้วย Sikalastic®-632 R ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว เปิดถังพร้อมลุย
ถ้าดาดฟ้าเริ่มมีคราบน้ำซึม ฝ้าเป็นด่าง หรือรอยร้าวเล็ก ๆ ตามมุมขอบ งานกันซึมที่เลือกควรทำงานง่ายแต่ต้องมีสเปกชัด Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม เมื่อแห้งตัวจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า และระเบียงที่ต้องการระบบกันน้ำต่อเนื่อง
Sikalastic®-632 R
วัสดุกันซึมหลังคาและดาดฟ้าประเภทโพลียูรีเทนสีเทาอ่อน บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ หลังแห้งเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะสำหรับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม
Quick Answer: Sikalastic-632 R เหมาะกับดาดฟ้าแบบไหน?
Sikalastic®-632 R เหมาะกับงานกันซึมดาดฟ้า หลังคาแนวราบ ระเบียงหลังคา และงานซ่อมหลังคาเดิมที่ต้องการวัสดุทาเคลือบแบบพร้อมใช้ จุดเด่นคือเป็นโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว ไม่ต้องผสมสองส่วน แห้งและบ่มตัวเร็ว เกิดเป็นฟิล์มไร้รอยต่อ และสามารถใช้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ซีเมนต์ บิทูเมน อิฐ โลหะ กระเบื้อง และซีเมนต์ใยหิน เมื่อเลือก primer และเตรียมผิวถูกต้อง
สำหรับเจ้าของบ้านหรือช่างที่อยาก “เปิดถังแล้วลุย” สินค้ารุ่นนี้ช่วยลดความยุ่งยากเรื่องอัตราส่วนผสม เพราะไม่ต้องชั่งส่วน A ส่วน B เหมือนระบบสองส่วน แต่คำว่าใช้งานง่ายไม่ได้แปลว่าทาข้ามขั้นตอนได้ งานกันซึมดาดฟ้ายังต้องเริ่มจากการล้างพื้น ซ่อมรอยแตกร้าว เก็บมุมฉาก ทำ slope ให้น้ำไหล ตรวจจุดท่อระบายน้ำ และเลือก primer ให้ตรงพื้นผิว หากพื้นเดิมมีฝุ่น ผิวร่วน น้ำขัง หรือคราบน้ำมัน ฟิล์มกันซึมที่ดีแค่ไหนก็อาจยึดเกาะได้ไม่เต็มที่
บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้น ตั้งแต่ตรวจดาดฟ้า เตรียมพื้น ทา primer ทาชั้นแรก ทาชั้นสอง คำนวณปริมาณ และเช็กเวลาแห้ง เพื่อให้หน้างานออกมาเป็นระบบมากกว่าแค่ “เอากันซึมไปปาดให้ทั่ว” ซึ่งเป็นจุดต่างระหว่างงานที่อยู่ได้นานกับงานที่หลุดล่อนหลังเจอแดดฝนไม่กี่รอบ
Sikalastic-632 R คืออะไร และทำไมเหมาะกับงานดาดฟ้า?
Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวและแห้งตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อวัสดุแห้งแล้วจะเกิดเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ จุดนี้สำคัญกับดาดฟ้ามาก เพราะบริเวณที่น้ำรั่วบ่อยไม่ใช่แค่กลางพื้น แต่เป็นจุดต่อ มุมผนัง ท่อระบายน้ำ รอยแตกร้าว และขอบบัว ซึ่งระบบทาเคลือบสามารถทำต่อเนื่องคลุมรายละเอียดเหล่านี้ได้ดีกว่าการใช้วัสดุเป็นแผ่นในบางพื้นที่
คุณสมบัติที่ Sika ระบุไว้ ได้แก่ ทนต่อรากไม้ แห้งและบ่มตัวเร็ว เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม ไร้รอยต่อ ยืดขยายตัวได้ที่ความร้อนปกติ และไอน้ำสามารถซึมผ่านได้ จึงช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้นได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าในกรณีหลังคาที่มีรายละเอียดมากหรือรูปทรงซับซ้อน สามารถใช้ระบบเสริมแรงได้ ซึ่งเหมาะกับดาดฟ้าที่มีท่อหลายจุด รางน้ำ ช่องแสง หรือมุมต่อระหว่างพื้นกับผนังจำนวนมาก
ลดโอกาสผสมผิดอัตรา เหมาะกับงานซ่อมและงานดาดฟ้าที่ต้องการจัดทีมทำงานเร็ว
เหมาะกับพื้นดาดฟ้าที่มีมุม ท่อระบายน้ำ และรายละเอียดซับซ้อนซึ่งเป็นจุดเสี่ยงรั่ว
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถทนฝนได้โดยประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้น
สีของผลิตภัณฑ์เป็นสีเทาอ่อน บรรจุภัณฑ์ 21 กิโลกรัมต่อถัง ส่วนประกอบหลักทางเคมีเป็นอะโรมาติคโพลียูรีเทนที่ทำปฏิกิริยาด้วยความชื้นองค์ประกอบเดียว มีความหนาแน่นประมาณ 1.40 กิโลกรัมต่อลิตรที่ 23 องศาเซลเซียส และมีปริมาณของแข็งโดยน้ำหนักประมาณ 90% ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้ช่างประเมินงานได้จริง โดยเฉพาะเมื่อคำนวณปริมาณและวางแผนเวลาทำงานในวันที่อากาศร้อนหรือฝนมาเร็ว
ก่อนทากันซึมดาดฟ้า ต้องเช็กอะไรบ้าง?
งานกันซึมดาดฟ้าที่พังเร็วส่วนใหญ่มักเริ่มพลาดตั้งแต่ก่อนเปิดถัง เช่น พื้นยังชื้นมาก มีฝุ่นปูนเกาะแน่น มีคราบตะไคร่ มีน้ำขังเป็นแอ่ง หรือมุมต่อพื้นกับผนังยังเป็นมุมฉากคม ๆ เมื่อทากันซึมทับลงไป วัสดุอาจดูเรียบร้อยในวันแรก แต่เมื่อโดนแดด ฝน และการขยับตัวของโครงสร้าง ฟิล์มอาจปูด หลุด หรือฉีกตรงมุมได้
- ตรวจ slope น้ำ: ดาดฟ้าควรระบายน้ำไปยังท่อได้ ไม่ควรมีแอ่งน้ำขังถาวร เพราะน้ำขังเพิ่มภาระให้ระบบกันซึมตลอดเวลา
- ล้างคราบและฝุ่น: ขจัดฝุ่น ผงปูน คราบน้ำมัน สีเก่า วัสดุหลุดร่อน และตะไคร่ให้หมดก่อนทำงาน
- ซ่อมรอยแตกร้าว: รอยร้าวที่ยังเคลื่อนไหวหรือรอยกว้างควรซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อนทาเคลือบ
- เก็บมุมและรอยต่อ: มุมพื้นชนผนัง คันขอบ ท่อระบายน้ำ และหัวเสาต้องทำรายละเอียดให้ดีเป็นพิเศษ
- เช็กความชื้นพื้นผิว: พื้นที่ยังเปียกหรือมีไอน้ำดันขึ้นมาอาจทำให้เกิดการบวมพองหลังทา
- ดูสภาพอากาศ: หลีกเลี่ยงการทาก่อนฝนหนัก ลมแรง หรือแดดจัดเกินจนพื้นร้อนมาก เพราะมีผลต่อการแห้งและผิวฟิล์ม
จุดที่ควรเน้น: Sikalastic-632 R แห้งตัวเร็วและทนฝนได้ค่อนข้างไว แต่ช่วงที่ฟิล์มยังเป็นของเหลวอยู่ หากเจอฝนตกหนักและแรง ผิวอาจเสียหายทางกายภาพได้ ดังนั้นควรวางแผนทำงานในช่วงอากาศนิ่งและมีเวลาปลอดฝนพอสมควร
ถ้าดาดฟ้าเดิมมีระบบกันซึมเก่าอยู่ เช่น อะคริลิกเดิม บิทูเมน หรือ PU เก่า ห้ามสรุปว่าทาทับได้ทันที ควรทดสอบการยึดเกาะ ตรวจผิวหลุดล่อน และปรึกษาทีมเทคนิคก่อน เพราะพื้นเดิมแต่ละประเภทต้องใช้ primer หรือวิธีเตรียมผิวต่างกัน งานซ่อมบนระบบเดิมมักดูง่าย แต่ถ้าเลือกผิดชั้น วัสดุใหม่อาจยึดอยู่กับผิวเก่าที่กำลังจะหลุดแทนที่จะยึดกับพื้นโครงสร้างจริง
พื้นผิวแบบไหน ใช้ primer อะไร?
ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sikalastic®-632 R ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท ได้แก่ ซีเมนต์ อิฐก่อ หิน บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน โลหะ ซีเมนต์ใยหิน กระเบื้องเซรามิกแบบไม่ขัดเงา และไม้ แต่หัวใจคือการเลือกสารรองพื้นหรือ primer ให้ถูกกับวัสดุพื้นผิว ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกันทุกหน้างาน
| ประเภทพื้นผิว | สารรองพื้นที่ Sika ระบุ | คำแนะนำหน้างาน |
|---|---|---|
| พื้นซีเมนต์ | Sikalastic® U primer | พื้นต้องแข็งแรง แห้ง สะอาด และไม่มีฝุ่นผิวร่วนก่อนลง primer |
| อิฐก่อและหิน | Sikalastic® U primer | อุดโพรงและรอยต่อก่อน เพื่อให้ชั้นกันซึมต่อเนื่องและไม่กินวัสดุมากผิดปกติ |
| กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา | Sikalastic® U primer | กระเบื้องต้องแน่น ไม่กลวง ไม่ล่อน และควรทดสอบการยึดเกาะก่อนทำจริง |
| บิทูเมนแบบทาเคลือบหรือแผ่นบิทูเมน | Sikalastic® Metal Primer | ตรวจว่าบิทูเมนเดิมไม่เยิ้ม ไม่บวม และไม่เสื่อมจนหลุดจากพื้น |
| โลหะ | Sikalastic® Metal Primer | โลหะ เช่น เหล็ก สังกะสี ตะกั่ว ทองแดง อะลูมิเนียม ทองเหลือง หรือสแตนเลส ควรทดสอบแรงดึงบนพื้นผิวก่อนติดตั้ง |
| พื้น SikaRoof MTC เดิม | Sikalastic® U primer | ต้องทดสอบแรงดึงและประเมินสภาพระบบเดิมก่อนทาทับ |
การลง primer ไม่ใช่ขั้นตอนเสริมแบบทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ แต่เป็นชั้นที่ช่วยจัดการการดูดซึมของพื้นและช่วยให้ชั้นกันซึมยึดเกาะสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นปูนเก่าที่ดูแข็งแต่มีฝุ่นละเอียดในรูพรุน หรือพื้นกระเบื้องที่ผิวลื่นและมีคราบน้ำยาเคลือบ การข้าม primer มักทำให้งานดูประหยัดขึ้นเฉพาะตอนซื้อของ แต่เสี่ยงเสียค่าซ่อมมากกว่าในระยะยาว
ขั้นตอนทา Sikalastic-632 R บนดาดฟ้าแบบเป็นระบบ
แม้ Sikalastic-632 R จะเป็นชนิดพร้อมใช้ แต่ก่อนทาควรจัดพื้นที่ เครื่องมือ และทีมงานให้พร้อม เพราะวัสดุแห้งตัวเร็ว โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนและความชื้นสูง พื้นผิวจะเริ่มแห้งหลังจากเคลือบไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 50% หากทำงานช้าเกินหรือทับช่วงรอยต่อไม่ดี อาจเกิดแนวต่อบนฟิล์มได้
1. เตรียมพื้นที่และทำความสะอาด
กวาด ดูดฝุ่น ล้างคราบ และปล่อยให้พื้นแห้งตามเงื่อนไขของระบบ ตรวจจุดน้ำขังและซ่อม slope หากจำเป็น รอยแตกร้าว รอยต่อ และมุมพื้นชนผนังควรเก็บรายละเอียดก่อนเริ่มทา เพื่อให้ฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง ไม่บางจนขาดตรงจุดที่ขยับตัวมาก
2. ลง primer ให้ตรงพื้นผิว
เลือก primer ตามตารางพื้นผิว เช่น พื้นซีเมนต์ใช้งานร่วมกับ Sikalastic® U primer ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนโลหะและบิทูเมนใช้ Sikalastic® Metal Primer ระหว่างลง primer ต้องระวังฝุ่นปลิว ใบไม้ น้ำค้าง และฝน เพราะสิ่งปนเปื้อนจะกลายเป็นชั้นคั่นระหว่างพื้นกับระบบกันซึม
3. เปิดถังและตรวจเนื้อวัสดุ
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่จำเป็นต้องกวนเนื้อวัสดุก่อนใช้งาน อย่างไรก็ตาม ถ้าพบการแยกตัว ให้กวนให้ทั่วและเข้ากันดีเพื่อให้สีสม่ำเสมอ ควรกวนช้า ๆ เพื่อลดการกักตัวของฟองอากาศ หลีกเลี่ยงการเติมทินเนอร์ น้ำ หรือวัสดุอื่นเอง เพราะอาจเปลี่ยนคุณสมบัติการแห้งและความหนาฟิล์ม
4. ทาชั้นแรกให้เต็มพื้นที่
ใช้แปรงขนหนานุ่ม ลูกกลิ้งที่ทนสารละลายและไม่เป็นขน หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสม หากใช้เครื่องพ่น ข้อมูล Sika ระบุแรงดันประมาณ 200-250 บาร์ หัวฉีด 0.38-0.53 มม. มุม 50-80 องศา สำหรับงานบ้านและดาดฟ้าขนาดไม่ใหญ่มักใช้แปรงและลูกกลิ้งเพื่อควบคุมมุม ขอบ และรอยต่อได้ง่ายกว่า
5. เสริมแรงจุดเสี่ยง
จุดท่อระบายน้ำ มุมพื้นชนผนัง รอยต่อโครงสร้าง รอยแตกร้าวเดิม และขอบบัวเป็นตำแหน่งที่ควรใส่ใจมากกว่าพื้นโล่ง หากหลังคามีรายละเอียดมากหรือรูปทรงซับซ้อน Sika ระบุว่าสามารถใช้ระบบเสริมแรงได้ การเสริมแรงช่วยให้ชั้นฟิล์มรับการขยับตัวเฉพาะจุดได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงฟิล์มฉีกตรงแนวต่อ
6. รอทาทับตามอุณหภูมิ
อย่ารีบทาชั้นสองทันทีหลังชั้นแรกดูแห้งจากสายตา ให้ยึดระยะเวลารอทาทับตามอุณหภูมิและความชื้น โดยที่ 10 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 50% ต้องรออย่างน้อยประมาณ 12 ชั่วโมง ที่ 20 องศาเซลเซียสรอประมาณ 6 ชั่วโมง และที่ 30 องศาเซลเซียสรอประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะเวลาดังกล่าวเป็นค่าโดยประมาณและเปลี่ยนได้ตามสภาพหน้างาน
7. ทาชั้นสองและตรวจความต่อเนื่อง
ทาชั้นสองให้ได้ปริมาณรวมตามระบบที่เลือก ตรวจมุม ขอบ ท่อ และบริเวณที่แสงสะท้อนเห็นผิวบางเป็นพิเศษ หลังทาเสร็จควรกั้นพื้นที่ไม่ให้เดินเหยียบหรือวางของจนกว่าจะผ่านช่วงแห้งตัวที่เหมาะสม เพราะความเสียหายในช่วงแรกอาจกลายเป็นจุดรั่วในภายหลัง
อัตราการใช้ Sikalastic-632 R ต่อดาดฟ้า 1 ตารางเมตร
อัตราการใช้ขึ้นกับระบบหลังคาที่เลือกและจำนวนชั้นที่ต้องการ เอกสาร Sika แยกระบบของ Sikalastic®-632 R เป็นระบบกันซึมที่มีชั้นทับหน้าและระบบที่ไม่มีชั้นทับหน้า โดยมีตัวอย่างระบบ SikaRoof® MTC และ SikaRoof® Pro ข้อมูลด้านล่างเป็นปริมาณการใช้ต่อชั้นตามที่ระบุในหน้า Sika Thailand ควรใช้เป็นฐานในการประเมินร่วมกับสภาพพื้นจริง
| ระบบ | ชั้นที่ 1 | ชั้นที่ 2 | ปริมาณรวมโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| SikaRoof® MTC-05 UV AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 0.70 กก./ตร.ม. | ≥ 1.75 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® MTC-08 UV AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 2.10 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® MTC-10 UV AP | ≥ 1.40 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 2.45 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® Pro-1 AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 0.70 กก./ตร.ม. | ≥ 1.75 กก./ตร.ม. |
| SikaRoof® Pro-3 AP | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 1.05 กก./ตร.ม. | ≥ 2.10 กก./ตร.ม. |
ตัวอย่างการคิดแบบเร็ว: ถ้าดาดฟ้า 30 ตารางเมตร เลือกระบบที่ใช้รวมขั้นต่ำ 2.10 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ปริมาณวัสดุรวมคือ 30 x 2.10 = 63 กิโลกรัม หรือประมาณ 3 ถังของขนาด 21 กิโลกรัม แต่ในงานจริงควรเผื่อการสูญเสีย พื้นหยาบ มุม ขอบ ท่อระบายน้ำ และจุดเสริมแรง เพราะพื้นที่ที่มีรายละเอียดมากมักกินวัสดุมากกว่าพื้นโล่งเรียบ
แนะนำสำหรับการสั่งของ: ส่งขนาดพื้นที่ รูปดาดฟ้า จุดท่อระบายน้ำ และสภาพพื้นเดิมให้ทีม GY Asia ช่วยประเมิน จะคำนวณจำนวนถังได้ใกล้เคียงกว่าใช้พื้นที่อย่างเดียว โดยเฉพาะงานซ่อมดาดฟ้าเก่าที่พื้นดูดซึมไม่เท่ากันทั้งผืน
ระยะรอทาทับ ระยะทนฝน และเวลาแห้งตัว
Sikalastic-632 R เป็นวัสดุที่บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ ดังนั้นอุณหภูมิและความชื้นมีผลต่อการแห้งโดยตรง วันที่ร้อนและชื้นอาจทำให้ผิวแห้งเร็วขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าทุกชั้นด้านในพร้อมรับการใช้งานเท่ากันหมด ส่วนวันที่เย็นหรืออากาศแห้งมากอาจต้องรอนานขึ้น การวางแผนงานจึงควรดูพยากรณ์อากาศและแบ่งพื้นที่ให้เหมาะกับทีมงาน
| เงื่อนไข | ค่าที่ควรรู้ | ความหมายหน้างาน |
|---|---|---|
| รอทาทับที่ +10°C / RH 50% | อย่างน้อยประมาณ 12 ชั่วโมง | อากาศเย็นต้องเผื่อเวลามากขึ้น |
| รอทาทับที่ +20°C / RH 50% | อย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง | เป็นค่ากลางสำหรับวางแผนงานทั่วไป |
| รอทาทับที่ +30°C / RH 50% | อย่างน้อยประมาณ 3 ชั่วโมง | อากาศร้อนทำให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ต้องคุมรอยต่อให้ดี |
| ทนฝนที่ +20°C / RH 55% | ประมาณ 2 ชั่วโมง | หลีกเลี่ยงฝนหนักกระแทกผิวในช่วงแรก |
| ทนฝนที่ +30°C / RH 85% | ประมาณ 1 ชั่วโมง | แห้งไวขึ้นในสภาพร้อนชื้น แต่ยังต้องป้องกันผิวสด |
| บ่มตัวเต็มที่ | ประมาณ 3-6 ชั่วโมงตามเงื่อนไขตัวอย่าง | เป็นเวลาโดยประมาณ ต้องปรับตามสภาพหน้างานจริง |
หากทาชั้นแรกแล้วปล่อยทิ้งเกิน 2 วัน เอกสาร Sika ระบุว่าต้องทำความสะอาดผิวหน้าและทารองพื้นด้วย Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่ ข้อนี้สำคัญมากสำหรับงานที่ทำหลายวันหรือถูกฝนคั่น เพราะฝุ่น ความชื้น และการปนเปื้อนบนผิวชั้นแรกจะลดการยึดเกาะระหว่างชั้นได้
ข้อควรระวังที่ทำให้งานกันซึมดาดฟ้าพังเร็ว
กันซึมดาดฟ้าเป็นงานที่ต้องสู้ทั้งน้ำ แดด ความร้อน และการขยับตัวของโครงสร้าง หากทำแบบรีบหรือมองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ ความเสียหายมักไม่ได้เกิดทันที แต่จะเริ่มเห็นหลังผ่านฝนหลายรอบ เช่น ฟิล์มปูดเป็นเม็ด ผิวล่อนตรงทางน้ำ รั่วซ้ำตรงท่อ หรือแตกร้าวที่มุมผนัง
ฝุ่นและคราบมันทำให้ฟิล์มยึดกับสิ่งสกปรกแทนพื้นจริง จึงหลุดได้ง่าย
ระบบกันซึมช่วยกันน้ำ แต่ไม่ควรปล่อยให้แอ่งน้ำกดทับอยู่ตลอดเวลาโดยไม่แก้ slope
ปริมาณไม่ถึงระบบทำให้ความหนาฟิล์มแห้งไม่พอ จุดเสี่ยงฉีกและซึมจะเพิ่มขึ้น
พื้นผิวต่างชนิดต้องการ primer ต่างกัน การข้ามขั้นนี้ทำให้ความเสี่ยงล่อนสูงขึ้นมาก
มุมพื้นชนผนังและรอบท่อเป็นจุดเคลื่อนไหวมาก ต้องให้ความสำคัญกว่าพื้นกลาง
แม้สินค้าแห้งไว แต่ฝนหนักขณะผิวยังสดอาจทำลายชั้นเคลือบได้
อย่าลืมเรื่องความปลอดภัย: ทำงานบนดาดฟ้าต้องระวังการตกจากที่สูง การลื่นจากพื้นเปียก และการใช้เครื่องมือกับสารทำความสะอาด เครื่องมือที่ใช้กับ Sikalastic-632 R ควรทำความสะอาดด้วย Thinner C ทันทีหลังใช้งาน หากวัสดุแข็งตัวแล้วต้องขูดออกด้วยเครื่องมือทางกลเท่านั้น
สรุป: เปิดถังพร้อมลุยได้ แต่ต้องลุยแบบมีระบบ
Sikalastic®-632 R เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานกันซึมดาดฟ้า เพราะเป็น PU ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้ แห้งไว ยืดหยุ่น เกิดเป็นฟิล์มไร้รอยต่อ และรองรับพื้นผิวหลายประเภทเมื่อใช้ primer ถูกต้อง เหมาะกับทั้งหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก งานปรับปรุงหลังคาเดิม และพื้นที่ที่มีรายละเอียดมาก เช่น ท่อระบายน้ำ รางน้ำ หรือช่องรับแสง
แต่ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นกับสินค้าอย่างเดียว ต้องเริ่มจากการตรวจน้ำขัง ทำความสะอาด ซ่อมพื้น เก็บมุม ลง primer ทาตามอัตราการใช้ และรอทับตามเวลาที่เหมาะสม หากต้องการให้ทีมช่วยประเมินจำนวนถังจากพื้นที่จริง ส่งรูปดาดฟ้า ขนาดพื้นที่ และจุดรั่วให้ GY Asia ช่วยดูได้ จะช่วยลดทั้งของขาด ของเกิน และความเสี่ยงต้องแก้งานซ้ำ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก อัตราการใช้ primer ระยะรอทาทับ และเวลาแห้ง อ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-632 R บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
Sikalastic-632 R ใช้ทากันซึมดาดฟ้าได้ไหม?
ใช้ได้ เหมาะกับงานหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม โดยต้องเตรียมพื้นผิวและใช้ primer ตามระบบที่เหมาะสม
Sikalastic-632 R ต้องผสมอะไรเพิ่มไหม?
ไม่ต้องผสมเพิ่ม เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้งาน หากพบเนื้อวัสดุแยกตัว ให้กวนช้า ๆ ให้เข้ากันก่อนใช้งานเพื่อให้สีสม่ำเสมอและลดการกักฟองอากาศ
หนึ่งถัง 21 กิโลกรัม ทาได้กี่ตารางเมตร?
ขึ้นกับระบบและปริมาณรวมต่อพื้นที่ ตัวอย่างเช่นระบบที่ใช้รวมขั้นต่ำประมาณ 2.10 กก./ตร.ม. หนึ่งถัง 21 กก. จะครอบคลุมประมาณ 10 ตร.ม. ก่อนเผื่อสูญเสียและพื้นที่รายละเอียดมาก
Sikalastic-632 R รอทาชั้นสองกี่ชั่วโมง?
ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 50% ระยะรอทาทับโดยประมาณคือ 12 ชั่วโมงที่ 10°C, 6 ชั่วโมงที่ 20°C และ 3 ชั่วโมงที่ 30°C ทั้งนี้เปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพหน้างานจริง
ทาแล้วฝนตกได้เมื่อไหร่?
ข้อมูลตัวอย่างระบุว่าสามารถทนฝนได้ประมาณ 2 ชั่วโมงที่ 20°C/RH 55% และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ 30°C/RH 85% แต่ถ้าฝนตกหนักและแรงขณะผิวยังสด อาจทำให้ชั้นเคลือบเสียหายได้
ทาทับกระเบื้องดาดฟ้าเดิมได้ไหม?
ใช้กับกระเบื้องเซรามิกแบบไม่ขัดเงาได้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยใช้ Sikalastic® U primer แต่ต้องตรวจว่ากระเบื้องไม่กลวง ไม่ล่อน ไม่มีคราบเคลือบ และควรทดสอบการยึดเกาะก่อนทำพื้นที่จริง
พื้นปูนต้องใช้ primer รุ่นไหน?
ข้อมูล Sika ระบุพื้นซีเมนต์ใช้งานร่วมกับ Sikalastic® U primer พื้นต้องสะอาด แข็งแรง แห้ง และไม่มีฝุ่นผิวร่วนก่อนลง primer
ถ้าทาชั้นแรกทิ้งไว้เกิน 2 วัน ต้องทำอย่างไร?
เอกสาร Sika ระบุว่าหากติดตั้งไปเกิน 2 วันแล้ว ต้องทำความสะอาดผิวหน้าและทารองพื้นด้วย Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่ เพื่อช่วยการยึดเกาะระหว่างชั้น
Sikalastic-632 R เหมาะกับจุดท่อระบายน้ำและมุมผนังไหม?
เหมาะกับหลังคาที่มีรายละเอียดและรูปทรงซับซ้อน และสามารถใช้ระบบเสริมแรงในจุดเสี่ยงได้ จุดท่อ มุมผนัง และรอยต่อควรเก็บรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนทาพื้นที่หลัก
ซื้อ Sikalastic-632 R ได้ที่ไหน?
ดูรายละเอียดที่หน้า Sikalastic-632 R ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ช่วยคำนวณจำนวนถังจากพื้นที่ดาดฟ้าจริง
