5 เหตุผลที่คุณควรเลือก Sikalastic®-501 Roofseal Plus ปกป้องดาดฟ้าบ้าน
ดาดฟ้าบ้านเป็นพื้นที่ที่รับแดด ฝน ความร้อน และการขยับตัวของโครงสร้างทุกวัน หากชั้นกันซึมเสื่อมหรือพื้นเริ่มมีรอยร้าวเล็ก ๆ น้ำอาจซึมลงฝ้า ผนัง และโครงสร้างด้านล่างได้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และสร้างฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการปกป้องดาดฟ้าอย่างเป็นระบบ
Sikalastic®-501 Roofseal Plus
วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว เหมาะสำหรับหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม ดาดฟ้าบ้าน และพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น มุมผนัง ขอบ parapet รอยต่อ ท่อทะลุพื้น รางน้ำ และจุดที่เสี่ยงรั่วซึมซ้ำ
Quick Answer: ทำไม Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับดาดฟ้าบ้าน?
Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับการปกป้องดาดฟ้าบ้าน เพราะเป็นวัสดุกันซึมหลังคา PU สูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ทาแล้วเกิดฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ มีความยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และใช้งานได้ทั้งหลังคาโครงสร้างใหม่และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม เมื่อเตรียมพื้นผิวและทาตามระบบที่ Sika กำหนด
จุดสำคัญคือวัสดุกันซึมไม่ได้ทำหน้าที่แทนการแก้โครงสร้างหรือระบบระบายน้ำทั้งหมด หากดาดฟ้ามีน้ำขังเป็นเวลานาน พื้นแตกร้าวกว้าง ชั้นเดิมล่อน หรือมีความชื้นดันขึ้นจากด้านล่าง ต้องซ่อมและจัดการสาเหตุก่อนเริ่มทา เพื่อให้ชั้นเคลือบใหม่ยึดเกาะและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
บทความนี้สรุป 5 เหตุผลหลักที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจสำหรับบ้านพักอาศัย พร้อมสเปก อัตราการใช้ วิธีติดตั้ง ข้อควรระวัง และ FAQ สำหรับใช้คุยกับช่างหรือประเมินปริมาณก่อนสั่งซื้อ
ทำไมดาดฟ้าบ้านต้องปกป้องก่อนรั่วหนัก?
ดาดฟ้าคอนกรีตเป็นพื้นที่ที่เจอความร้อนสะสมกลางวันและความชื้นตอนฝนตกอยู่ตลอดเวลา วัสดุบนผิวจึงขยายตัวและหดตัวซ้ำ ๆ เมื่อเวลาผ่านไป รอยแตกเล็ก ๆ ตามพื้น มุมผนัง รอยต่อ ท่อระบายน้ำ และขอบ parapet อาจกลายเป็นทางน้ำซึม หากปล่อยไว้นานอาการมักลามจากคราบชื้นบนฝ้าไปสู่สีลอก กลิ่นอับ เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม และต้องซ่อมหลายชั้นในภายหลัง
การปกป้องดาดฟ้าด้วยระบบกันซึมที่ต่อเนื่องจึงเป็นการลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะบ้านที่ดาดฟ้าเป็นพื้นใช้งานจริง มีถังน้ำ แผงโซลาร์ เครื่องปรับอากาศ หรือท่อจำนวนมาก เพราะจุดเหล่านี้มีรายละเอียดซับซ้อนและเป็นตำแหน่งที่น้ำมักหาทางซึมได้ง่ายกว่าพื้นเรียบกลางผืน
อุณหภูมิที่เปลี่ยนเร็วทำให้รอยต่อและรอยแตกร้าวขยับตัวซ้ำทุกวัน
มุม ท่อ drain รอยต่อ และขอบผนังเป็นตำแหน่งที่ต้องทำระบบให้ต่อเนื่องเป็นพิเศษ
น้ำที่ซึมลงไปอาจกระทบฝ้า สี ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และโครงสร้างคอนกรีต
5 เหตุผลที่คุณควรเลือก Sikalastic®-501 Roofseal Plus
1. ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ลดความผิดพลาดหน้างาน
สำหรับงานบ้าน ความง่ายในการใช้งานมีผลมาก เพราะผู้รับเหมาหรือทีมช่างอาจต้องทำงานบนพื้นที่จำกัดและมีเวลารอฝนไม่มาก Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว เปิดถัง กวนให้เข้ากัน แล้วใช้งานตามระบบได้ ไม่ต้องชั่งผสมเรซินสองส่วนหรือกังวลเรื่องอัตราส่วนผสมผิดพลาดแบบวัสดุบางประเภท
การเป็นสูตรน้ำยังช่วยให้ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยน้ำสะอาดได้ทันทีหลังใช้งานก่อนวัสดุแข็งตัว เหมาะกับงานปรับปรุงบ้านที่ต้องการลดความยุ่งยากและลดกลิ่นรบกวนเมื่อเทียบกับระบบที่ใช้ตัวทำละลายมากกว่า
2. ฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับดาดฟ้าที่มีมุมและท่อจำนวนมาก
ดาดฟ้าบ้านไม่ได้มีแค่พื้นเรียบ แต่มีมุมพื้นชนผนัง ท่อทะลุพื้น รางน้ำ ฐานเสา ขอบ parapet และอุปกรณ์หลายจุด ระบบทาเคลือบช่วยสร้างฟิล์มกันซึมต่อเนื่องตามรูปทรงพื้นที่ ลดจุดอ่อนจากรอยต่อของแผ่นกันซึม และทำงานกับพื้นที่ซับซ้อนได้ดีเมื่อเสริมรายละเอียดให้ถูกวิธี
หากมีรอยแตกหรือจุดขยับตัวสูง ควรเสริมด้วย Sikalastic® Fleece ตามระบบ เพื่อให้ชั้นกันซึมบริเวณนั้นแข็งแรงและต่อเนื่องขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่เคยรั่วซ้ำหรือเป็นจุดรับน้ำไหลผ่านประจำ
3. ยืดหยุ่นสูง ช่วยรองรับการขยับตัวของพื้นผิว
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุอัตราการยืดตัวจนขาด 350% ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของงานกันซึมหลังคา เพราะดาดฟ้าต้องรับการขยายตัวหดตัวจากแดด ฝน และอุณหภูมิที่เปลี่ยนตลอดวัน วัสดุที่แข็งเปราะเกินไปอาจแตกร้าวตามพื้นผิวได้ง่ายกว่าเมื่อเจอสภาวะจริง
ความยืดหยุ่นไม่ได้แปลว่าสามารถปิดรอยร้าวโครงสร้างขนาดใหญ่ได้โดยไม่ซ่อม หากรอยแตกกว้าง ขยับตัวมาก หรือมีน้ำซึมจากด้านล่าง ต้องซ่อมรอยแตกและประเมินสาเหตุให้จบก่อน จากนั้นจึงเคลือบระบบกันซึมเพื่อปกป้องผิวโดยรวม
4. ทนรังสียูวี เหมาะกับพื้นที่เปิดโล่งของบ้าน
ดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีตเป็นพื้นที่ที่รับแดดโดยตรง วัสดุกันซึมจึงควรทนต่อรังสียูวีและสภาพอากาศกลางแจ้งได้ Sika ระบุว่า Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีความทนทานต่อรังสียูวี จึงเหมาะกับพื้นที่เปิดโล่งเมื่อทาตามระบบ ความหนา และจำนวนชั้นที่กำหนด
สำหรับบ้านที่มีการขึ้นไปตรวจถังน้ำหรืออุปกรณ์บนดาดฟ้าเป็นครั้งคราว ควรจัดทางเดินหรือแผ่นป้องกันเฉพาะจุด เพราะเอกสารระบุว่าไม่แนะนำให้ใช้เป็นพื้นผิวที่มีการสัญจรทางเท้าโดยตรง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรคลุมด้วยวัสดุป้องกันที่เหมาะสม
5. ใช้ปรับปรุงหลังคาเดิมได้ ช่วยยืดอายุหลังคาที่เริ่มมีปัญหา
หนึ่งในคุณประโยชน์ที่ Sika ระบุคือสามารถใช้ในงานปรับปรุงกันซึมหลังคาและช่วยยืดอายุการใช้งานหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม จึงเหมาะกับบ้านที่ชั้นกันซึมเดิมเริ่มเสื่อม แต่โครงสร้างหลักยังแข็งแรงและสามารถเตรียมพื้นผิวให้พร้อมรับระบบใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ทาทับได้” ต้องมาพร้อมการตรวจผิวเดิม หากวัสดุเดิมล่อน พอง กรอบ แตกร้าว หรือมีคราบน้ำมัน ตะไคร่ และฝุ่น ต้องกำจัดหรือซ่อมก่อนเสมอ การทาทับบนชั้นเดิมที่ไม่แข็งแรงจะทำให้ชั้นใหม่หลุดตามไปด้วยและกลายเป็นงานซ่อมซ้ำ
ภาพรวม: 5 เหตุผลนี้จะได้ผลจริงเมื่อทำเป็นระบบ ตั้งแต่ซ่อมพื้นเดิม ลงรองพื้น ทาชั้นกันซึมตามอัตรา เสริม Fleece จุดเสี่ยง และรอเคลือบทับตามเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ทาเพียงบาง ๆ เพื่อให้จบเร็ว
สเปกสำคัญและอัตราการใช้งาน
ก่อนเลือกวัสดุกันซึมดาดฟ้า ควรดูสเปกและระบบการใช้งาน ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาต่อถัง เพราะงานกันซึมต้องอาศัยความหนาฟิล์มและปริมาณการใช้ที่เพียงพอ หากทาบางเกินไปอาจไม่ได้ฟิล์มป้องกันตามระบบ แม้ใช้สินค้ารุ่นที่ถูกต้องก็ตาม
| หัวข้อ | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดส่วนประกอบเดียว |
| การใช้งานหลัก | หลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคา และงานยืดอายุหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม |
| บรรจุภัณฑ์ | 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง |
| สี | สีเทา สีขาว และสีเขียว |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 12 เดือน เมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย และจัดเก็บถูกวิธี |
| การเก็บรักษา | เก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง อุณหภูมิ +5°C ถึง +30°C |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 1.30 กก./ลิตร ที่ +25°C |
| กำลังรับแรงดึง | > 1.5 นิวตัน/มม.² |
| อัตราการยืดตัวจนขาด | 350% |
| แรงยึดเกาะกับคอนกรีต | > 0.5 นิวตัน/มม.² |
| อุณหภูมิใช้งานหลังติดตั้ง | -10°C ถึง +80°C |
ระบบกันซึมหลังคาทั่วไป
| รายการ | ข้อมูลระบบ |
|---|---|
| จำนวนชั้น | เคลือบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น |
| ปริมาณการใช้รวม | ≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. |
| ความหนารวม | ≥ 0.5-0.8 มม. |
| ชั้นแรก | ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. |
| ชั้นบนสุด | ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น จำนวน 2 ชั้นหรือมากกว่า ตามระบบและสภาพหน้างาน |
ระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece
| รายการ | ข้อมูลระบบ |
|---|---|
| โครงสร้างระบบ | ทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus 1 ชั้น วาง Sikalastic® Fleece แล้วเคลือบทับอีก 1-2 ชั้น |
| ปริมาณการใช้รวม | ≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม. |
| ความหนารวม | ≥ 0.9-1.1 มม. |
| เบสโคท | 0.7-1.0 กก./ตร.ม. |
| ทาทับขณะ Fleece ยังเปียก | 0.3-0.5 กก./ตร.ม. |
| ท็อปโคท | 0.6-0.7 กก./ตร.ม./ชั้น จำนวน 1 ชั้นหรือมากกว่า |
ข้อจำกัดเรื่องความหนาต่อชั้น: เอกสาร Sika ระบุว่าไม่ควรใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./ชั้น หากไม่ได้เสริมความแข็งแรง การทาหนาเกินในครั้งเดียวอาจทำให้แห้งไม่สม่ำเสมอและเกิดปัญหาฟิล์ม
พื้นผิวและการทารองพื้นก่อนปกป้องดาดฟ้า
พื้นผิวเป็นตัวตัดสินอายุงานกันซึม ถ้าพื้นร่วน ฝุ่นเยอะ มีคราบน้ำมัน ตะไคร่ หรือชั้นเดิมหลุดล่อน ชั้นเคลือบใหม่จะยึดกับพื้นได้ไม่ดี สำหรับพื้นคอนกรีตควรทำให้แน่นทึบ แข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากสิ่งปนเปื้อนทั้งหมดก่อนเริ่มระบบ
| พื้นผิว | การรองพื้น | ปริมาณใช้โดยประมาณ |
|---|---|---|
| ซีเมนต์ / คอนกรีต | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. |
| อิฐและหิน | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. |
| กระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. |
ความชื้นผิวควรไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นสะสมขึ้นจากด้านล่าง
อุณหภูมิพื้นผิวควรสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดการควบแน่น
ถ้าทาบนวัสดุเดิมควรทดสอบการยึดเกาะและกำจัดส่วนที่ล่อนก่อนเสมอ
วิธีใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus แบบเป็นขั้นตอน
งานดาดฟ้าบ้านควรเริ่มจากการสำรวจทั้งระบบ ไม่ใช่ทาเฉพาะจุดที่น้ำหยดด้านล่าง เพราะน้ำอาจวิ่งใต้ชั้นปูนหรือใต้กระเบื้องจากจุดรั่วที่อยู่ห่างออกไป ควรตรวจพื้นเรียบ มุมผนัง ท่อ drain รอยแตก รอยต่อ และตำแหน่งน้ำขังร่วมกันก่อนเริ่มงาน
- สำรวจและซ่อมพื้นเดิม: ซ่อมรอยแตก แอ่งน้ำ จุดล่อน และชั้นกันซึมเดิมที่เสื่อมสภาพก่อน
- ทำความสะอาด: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีล่อน เศษปูน และวัสดุที่ลดการยึดเกาะ
- กวนวัสดุ: กวน Sikalastic®-501 Roofseal Plus ประมาณ 1 นาทีให้เป็นเนื้อเดียว ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดฟองอากาศ
- ทารองพื้น: บนพื้นผิวที่ระบุ ใช้ผลิตภัณฑ์เจือจางน้ำ 10% อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม.
- เก็บรายละเอียดจุดเสี่ยง: เสริมมุม รอยแตก รอยต่อ ท่อ และรางน้ำด้วยระบบที่เหมาะสม เช่น Sikalastic® Fleece
- ทาชั้นแรก: ทาประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. ให้สม่ำเสมอด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสม
- รอเคลือบทับ: รอให้แห้งตามตารางเวลา โดยขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น และระบบที่เสริมแรงหรือไม่เสริมแรง
- ทาชั้นถัดไปและตรวจงาน: ทาชั้นบนสุดตามระบบ ตรวจความต่อเนื่องของฟิล์ม มุม ขอบ และบริเวณที่อาจทาบางเกินไป
ระยะเวลารอเคลือบทับโดยประมาณ
| สภาพแวดล้อม | ระบบเสริมความแข็งแรง | ระบบไม่เสริมความแข็งแรง |
|---|---|---|
| +20°C / RH 50% | 24 ชั่วโมง | 6 ชั่วโมง |
| +30°C / RH 50% | 12 ชั่วโมง | 4 ชั่วโมง |
เวลาข้างต้นเป็นค่าประมาณจากเอกสารผลิตภัณฑ์และอาจเปลี่ยนตามอุณหภูมิ ความชื้น ลม ความหนาที่ทา และสภาพพื้นผิวจริง หากทำงานช่วงฝนชุกควรดูพยากรณ์อากาศและเผื่อเวลาป้องกันพื้นที่ที่ยังไม่แห้ง
ข้อควรระวังในการใช้งาน
Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับงานกันซึมหลังคา แต่ไม่ควรใช้ผิดเงื่อนไข เอกสารระบุช่วงอุณหภูมิแวดล้อมสำหรับงานติดตั้งที่ +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์อากาศสูงสุด 80% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C พร้อมเงื่อนไขว่าพื้นผิวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C
เงื่อนไขที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามเคลือบบนพื้นผิวที่มี rising moisture, ไม่เหมาะกับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา, ไม่ควรทาบนหลังคาที่มีน้ำขังเป็นระยะเวลานาน และไม่แนะนำกับพื้นที่ที่มีการสัญจรด้วยทางเท้าโดยตรง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรคลุมด้วยวัสดุที่เหมาะสม เช่น กระเบื้อง แผ่นหิน หรือแผ่นไม้
อีกประเด็นที่ควรระวังคือการทาบนฉนวนหรือการปูวัสดุซีเมนต์ทับโดยตรง เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าห้ามทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ลงบนแผ่นฉนวนโดยตรง และห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยซีเมนต์ เช่น กระเบื้องหรือปูน บนผิวที่เคลือบโดยตรง ควรใช้ทรายควอตซ์ชนิดแห้งเป็นตัวกั้นสิ่งที่มีฤทธิ์เป็นด่างตามคำแนะนำของระบบ
พื้นชื้นหรือมีไอน้ำดันขึ้นอาจทำให้ฟิล์มบวมพองและยึดเกาะไม่ดี
การเร่งงานด้วยการทาหนาเกินระบบอาจทำให้แห้งช้าและเกิดปัญหาผิว
หากดาดฟ้ามีแอ่งน้ำ ควรแก้ slope หรือระบบระบายน้ำก่อนทากันซึม
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
ควรสวมถุงมือ แว่นตานิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันตามความเสี่ยงของหน้างาน หลีกเลี่ยงการหายใจเอาฝุ่นหรือหมอกเข้าสู่ร่างกาย ไม่กิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างใช้งาน และไม่ปล่อยวัสดุไหลลงท่อระบายน้ำ แหล่งน้ำ หรือดิน ควรกำจัดภาชนะหรือวัสดุเหลือใช้ตามข้อกำหนดท้องถิ่น
คำนวณปริมาณคร่าว ๆ ก่อนสั่งซื้อ
ตัวอย่างพื้นที่ดาดฟ้า 50 ตร.ม. หากใช้ระบบทั่วไปที่ปริมาณรวม 1.4-2.1 กก./ตร.ม. จะใช้วัสดุประมาณ 70-105 กก. ก่อนเผื่อสูญเสีย หรือประมาณ 4-6 ถังขนาด 20 กก. ขึ้นกับระบบและสภาพพื้นจริง
หากใช้ระบบเสริมความแข็งแรงที่ปริมาณรวม 2.1-2.8 กก./ตร.ม. พื้นที่ 50 ตร.ม. จะใช้ประมาณ 105-140 กก. ก่อนเผื่อสูญเสีย หรือประมาณ 6-7 ถังขนาด 20 กก. ควรวัดพื้นที่จริง แยกจุดที่ต้องเสริม Fleece และส่งรูปหน้างานให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินเพื่อให้จำนวนถังใกล้เคียงกับงานจริงที่สุด
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณจากอัตราทฤษฎี ไม่รวมการสูญเสียจากความพรุน ความหยาบ การซ่อมรอยแตก รายละเอียดมุม และทักษะการติดตั้งของทีมช่าง
สรุป: เลือกวัสดุที่ดี และทำให้ครบระบบ
ถ้าต้องการปกป้องดาดฟ้าบ้านจากปัญหารั่วซึม Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็น PU สูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ใช้งานง่าย ฟิล์มไร้รอยต่อ ยืดหยุ่น ทน UV และเหมาะกับงานหลังคาใหม่หรืองานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีรายละเอียดซับซ้อน
แต่ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้เกิดจากการเลือกถังสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องเริ่มจากตรวจสาเหตุรั่ว เตรียมพื้นผิวให้ถูกต้อง แก้น้ำขัง เลือกระบบทั่วไปหรือระบบเสริม Fleece ให้เหมาะกับจุดเสี่ยง ทาตามอัตราการใช้ และรอเคลือบทับตามเวลาที่เหมาะสม เมื่อทำครบระบบ ดาดฟ้าจะได้รับการปกป้องได้ยาวนานและลดโอกาสซ่อมซ้ำ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus บน Sika Thailand รวมถึงเอกสาร Product Data Sheet และ Safety Data Sheet ที่เผยแพร่บนหน้าผลิตภัณฑ์
คำถามที่พบบ่อย
Sikalastic®-501 Roofseal Plus คืออะไร?
Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดส่วนประกอบเดียว มีความยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และเมื่อทาตามระบบจะเกิดชั้นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า และงานปรับปรุงหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม
เหมาะกับดาดฟ้าบ้านแบบไหน?
เหมาะกับดาดฟ้าคอนกรีตหรือหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมแบบทาเคลือบ โดยพื้นต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง ไม่มีความชื้นดันขึ้น และต้องแก้ปัญหาน้ำขังหรือพื้นล่อนก่อนเริ่มงาน
ต้องทากี่ชั้น?
ระบบกันซึมหลังคาทั่วไปใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น โดยมีปริมาณการใช้รวมประมาณ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ส่วนระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece ใช้ปริมาณรวมประมาณ 2.1-2.8 กก./ตร.ม.
หนึ่งถังมีขนาดเท่าไร?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุบรรจุภัณฑ์ 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง จำนวนที่ต้องใช้ขึ้นกับพื้นที่จริง ระบบที่เลือก จำนวนชั้น สภาพพื้นผิว และรายละเอียดเสริมแรงบริเวณมุม ท่อ รางน้ำ หรือรอยแตก
ต้องผสมอะไรก่อนไหม?
เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบเดียว ก่อนใช้งานให้กวนประมาณ 1 นาทีจนเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดฟองอากาศ สำหรับงานรองพื้นบนซีเมนต์ อิฐ หิน หรือกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ เอกสารระบุให้ใช้ผลิตภัณฑ์เจือจางน้ำ 10%
พื้นซีเมนต์ต้องทารองพื้นหรือไม่?
ควรทารองพื้นตามเอกสาร โดยใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% ในอัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. บนพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ ทั้งนี้พื้นต้องสะอาด แห้ง และแข็งแรงก่อนเสมอ
ใช้กับกระเบื้องดาดฟ้าเดิมได้ไหม?
ใช้ได้เฉพาะกรณีที่พื้นผิวเหมาะสม เช่น กระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบตามระบบรองพื้นที่ระบุ และต้องตรวจว่ากระเบื้องเดิมแน่น ไม่มีแผ่นกลวง หลุดร่อน คราบน้ำยาเคลือบ หรือคราบสกปรกที่ลดการยึดเกาะ
ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขัง ใช้ได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้กับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลาหรือขังเป็นระยะเวลานาน ควรแก้ระบบระบายน้ำ ปรับ slope หรือซ่อมแอ่งน้ำก่อน เพื่อให้ชั้นกันซึมทำงานในสภาพที่เหมาะสม
ต้องเสริม Sikalastic® Fleece ตรงไหน?
ควรเสริมบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ รอยแตกร้าว รอยต่อ ตะเข็บ มุมพื้นชนผนัง ท่อทะลุพื้น รางน้ำ และจุดที่มีรายละเอียดซับซ้อน โดยปูให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.
ใช้กับพื้นที่ที่มีคนเดินบ่อยได้ไหม?
เอกสารระบุว่าไม่แนะนำให้ใช้กับพื้นผิวที่มีการสัญจรด้วยทางเท้าโดยตรง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรคลุมด้วยวัสดุที่เหมาะสม เช่น กระเบื้อง แผ่นหิน หรือแผ่นไม้ เพื่อปกป้องชั้นกันซึม
ซื้อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง
