ตาข่ายไฟเบอร์กลาส ใช้ทำอะไร? ทำจากอะไร ข้อดี ข้อเสีย เลือกแบบไหน ปูอย่างไร
สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้: GY400 ตาข่ายไฟเบอร์เสริมแรง สำหรับงานกันซึม · ดูรายละเอียดสินค้า
ตาข่ายไฟเบอร์กลาส หรือตาข่ายไฟเบอร์ ตาข่ายไฟเบอร์เมท ไฟเบอร์เมช (Fiber Mesh / Fiberglass Mesh / ตาข่ายใยแก้ว) คือผ้าตาข่ายที่ผลิตจากเส้นใยแก้ว ใช้ฝังในชั้นน้ำยากันซึมหรือปูนฉาบเพื่อเสริมแรง ช่วยลดการแตกร้าวและการฉีกขาดของฟิล์ม นิยมใช้กับงานกันซึมดาดฟ้า หลังคา รอยต่อ งานฉาบผนัง และซ่อมรอยร้าว ถ้าใช้กับงานปูนควรเลือกแบบทนด่าง เช่น GY400
ตาข่ายไฟเบอร์ (Fiber Mesh) คืออะไร?
ตาข่ายไฟเบอร์ หรือที่เรียกว่า ตาข่ายไฟเบอร์เมท ไฟเบอร์กลาสเมช (Fiberglass Mesh) หรือตาข่ายใยแก้ว คือผ้าตาข่ายที่ผลิตจากเส้นใยแก้ว นำมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในงานก่อสร้างและงานกันซึม จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และช่วยกระจายแรงดึงบนพื้นผิวได้ดี เมื่อฝังอยู่ในชั้นกันซึม จะช่วยให้ฟิล์มกันซึมรับแรงเคลื่อนตัวของพื้นผิวได้ดีขึ้น
สำหรับงานดาดฟ้า ปัญหาที่พบบ่อยคือพื้นคอนกรีตมีการยืดหดจากแดด ฝน และอุณหภูมิที่เปลี่ยนตลอดวัน ถ้าทาน้ำยากันซึมอย่างเดียว ฟิล์มกันซึมอาจยืดตามได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อเจอรอยแตกร้าว รอยต่อ หรือมุมที่รับแรงมาก ฟิล์มอาจฉีกหรือเปิดทางให้น้ำซึมได้ ตาข่ายไฟเบอร์กลาสจึงเข้ามาเป็นชั้นเสริมแรงในจุดที่ระบบกันซึมต้องรับภาระมากกว่าปกติ
ตาข่าย GY400 ไม่ใช่วัสดุกันน้ำเดี่ยว ๆ แต่เป็นวัสดุเสริมแรงที่ต้องใช้ร่วมกับน้ำยากันซึม เพื่อช่วยให้ระบบกันซึมแข็งแรงขึ้น ลดการฉีกขาด และยืดอายุการใช้งานของฟิล์มกันซึม
ไฟเบอร์กลาสทำมาจากอะไร? ข้อดี ข้อเสีย และทนไหม
ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) ทำมาจากแก้ว โดยหลอมทรายซิลิกาและแร่ธาตุที่อุณหภูมิสูง แล้วดึงออกมาเป็นเส้นใยเล็ก ๆ เมื่อนำเส้นใยมาทอเป็นผืนจะได้ตาข่ายไฟเบอร์กลาส เป็นวัสดุอนินทรีย์ ไม่เป็นสนิม ไม่ผุ ไม่ติดไฟ ในงานก่อสร้างใช้เป็นวัสดุเสริมแรงที่ฝังอยู่ในชั้นกันซึมหรือปูนฉาบ
ข้อดีและข้อเสียของตาข่ายไฟเบอร์กลาส
| ข้อดี | ข้อเสีย / ข้อจำกัด |
|---|---|
| ไม่เป็นสนิม ต่างจากลวดกรงไก่หรือตะแกรงเหล็ก | ชนิดทั่วไปที่ไม่ทนด่าง จะเสื่อมและเปราะเมื่อฝังในปูนนาน ๆ งานปูนต้องใช้ชนิดทนด่าง |
| น้ำหนักเบา ตัดง่ายด้วยกรรไกรหรือคัตเตอร์ | เศษใยแก้วระคายเคืองผิวและตา ควรใส่ถุงมือและเสื้อแขนยาวตอนตัด |
| ยืดตัวน้อย ช่วยกระจายแรงดึง ลดรอยร้าวลามในชั้นกันซึมและปูนฉาบ | ไม่กันน้ำด้วยตัวเอง ต้องฝังในวัสดุกันซึมหรือปูนเสมอ |
| ช่องตาข่ายให้วัสดุซึมผ่านไปยึดกับพื้นผิว ตาข่ายจึงจมเป็นเนื้อเดียวกับชั้นวัสดุ | ไม่ได้รับแรงโครงสร้าง แก้รอยร้าวโครงสร้างหรือน้ำขังไม่ได้ |
| ใช้ได้ทั้งงานกันซึมดาดฟ้า งานฉาบผนัง และซ่อมรอยร้าวผิว | ใช้กับ PU ชนิดตัวทำละลาย เช่น Sikalastic-632 R ไม่ได้ ต้องใช้วัสดุเสริมแรงตามระบบของผู้ผลิต |
ตาข่ายไฟเบอร์กลาสทนไหม
ทน เมื่อฝังมิดอยู่ในวัสดุกันซึมหรือปูนฉาบ เพราะใยแก้วไม่เป็นสนิมและไม่ผุ อายุการใช้งานจริงจึงขึ้นกับระบบกันซึมหรือปูนที่หุ้มอยู่ ส่วนที่ทำให้เสื่อมเร็วคือใช้ชนิดไม่ทนด่างกับงานปูน และปล่อยให้ตาข่ายโผล่พ้นผิวโดนแดดและน้ำโดยตรง ซึ่งจะกลายเป็นจุดให้ฟิล์มกันซึมลอก
ตาข่ายไฟเบอร์กลาสมีกี่ประเภท
- แบ่งตามการทนด่าง: ชนิดทนด่าง (Alkali Resistant) สำหรับงานปูนและคอนกรีต และชนิดทั่วไปที่ไม่ควรฝังในปูน ตาข่ายทนด่างผลิตได้ทั้งแบบเคลือบเส้นใยด้วยสารทนด่าง และแบบใช้ใยแก้วชนิด AR
- แบ่งตามกาว: แบบมีกาวในตัว นิยมใช้กับงานฝ้าและแนวรอยต่อ และแบบม้วนธรรมดาไม่มีกาว ใช้ฝังในวัสดุ
- แบ่งตามน้ำหนักและช่องตาข่าย: เนื้อบางช่องเล็กเหมาะกับงานกันซึมและงานฉาบบาง เนื้อหนาเหมาะกับงานฉาบหนา
- แบ่งตามความกว้าง: แบบเทปแถบแคบสำหรับรอยต่อ และแบบม้วนกว้าง 1 ม. สำหรับพื้นที่ใหญ่
งานกันซึมดาดฟ้าและงานฉาบปูน ควรใช้ตาข่ายไฟเบอร์กลาส ชนิดทนด่าง แบบม้วนไม่มีกาว เช่น GY400 ช่องตาข่าย 3×3 มม. น้ำหนัก 45 g/m² ม้วน 1×100 ม.
ตาข่ายไฟเบอร์กลาสใช้ทำอะไร? 4 งานหลัก
| งาน | ตาข่ายช่วยอะไร | ใช้ร่วมกับ | จุดที่ควรปู |
|---|---|---|---|
| งานกันซึมดาดฟ้า หลังคา | เสริมแรงฟิล์มกันซึม ลดการฉีกขาดเมื่อพื้นยืดหด | น้ำยากันซึมอะคริลิก หรือ PU สูตรน้ำ | ทั้งพื้นที่ หรือเฉพาะจุดเสี่ยง |
| งานฉาบผนัง / ฉาบปูน | ลดรอยร้าวลามในชั้นฉาบ | ปูนฉาบ (ควรใช้ตาข่ายแบบทนด่าง) | รอยต่อวัสดุต่างชนิด มุมช่องเปิด |
| ซ่อมรอยร้าวผนัง | ช่วยไม่ให้รอยร้าวผิวกลับมาเปิดซ้ำ | วัสดุซ่อมหรือวัสดุกันซึมที่ทาทับ | ตามแนวรอยร้าวผิว |
| รอยต่อและมุม | เสริมจุดที่ขยับตัวมากกว่าปกติ | ระบบกันซึมชนิดทา | มุมพื้น-ผนัง รอบท่อ ปากท่อระบายน้ำ รางน้ำ |
ไม่ควรใช้: กับ PU ชนิดตัวทำละลาย เช่น Sikalastic-632 R (ให้ใช้ Sikalastic Fleece-80 ตามระบบของผู้ผลิต) และตาข่ายไม่ได้แก้รอยร้าวโครงสร้างหรือน้ำขังแทนการซ่อมต้นเหตุ ดูวิธีซ่อมรอยร้าวผนังได้ใน บทความนี้
เลือกตาข่ายไฟเบอร์แบบไหนดี? เช็กลิสต์ก่อนซื้อ
ตาข่ายไฟเบอร์กลาสไม่ใช่แค่วัสดุแผ่นบาง ๆ ที่เอาไว้ปูทับรอยร้าว แต่เป็นวัสดุเสริมแรงที่มีผลโดยตรงต่อความทนทานของระบบกันซึม งานฉาบปูน และงานซ่อมผิว หากเลือกตาข่ายที่คุณภาพไม่ดี เส้นใยอาจขาดง่าย ยืดเสียรูป หรือเสื่อมเร็วเมื่อฝังอยู่ในปูนและน้ำยากันซึม
สำหรับงานก่อสร้างจริง สิ่งที่ควรดูคือความเหนียวของเส้นใย ความสม่ำเสมอของช่องตาข่าย การทนด่างเมื่อใช้กับปูน ความสามารถในการฝังตัวกับวัสดุ และความเหมาะสมกับระบบงานที่ใช้ GY400 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานเสริมแรงเหล่านี้โดยเฉพาะ
- ทนด่างหรือไม่: งานที่ฝังในปูนหรือวัสดุซีเมนต์ ควรใช้ตาข่ายทนด่าง (Alkali Resistance)
- ขนาดม้วนและน้ำหนัก: GY400 กว้าง 1 ม. ยาว 100 ม. ช่องตาข่าย 3×3 มม. น้ำหนัก 45 g/m² 1 ม้วนได้ 100 ตร.ม. ก่อนหักระยะซ้อนทับ ดู วิธีคำนวณจำนวนม้วน
- วัสดุที่ใช้ร่วม: อะคริลิกหรือ PU สูตรน้ำ ไม่ใช้กับ PU ตัวทำละลาย
- แบบม้วนหรือแบบเทปกาวในตัว: โดยทั่วไปแบบม้วนกว้างเหมาะกับการปูพื้นที่ใหญ่ ส่วนแบบเทปเหมาะกับแนวรอยต่อเล็ก ๆ
- เส้นใยและช่องตาข่าย: เส้นใยเหนียว ช่องตาข่ายสม่ำเสมอ ฝังตัวในวัสดุได้ดี GY400 ช่อง 3×3 มม. ให้วัสดุกันซึมซึมผ่านลงไปยึดพื้นผิวได้ดี
- น้ำหนักตาข่าย: GY400 45 g/m² เนื้อบาง ทากลบได้ง่าย ใช้วัสดุกันซึมทาทับไม่มาก ฝังในปูนฉาบได้สบาย
ถ้าต้องการตาข่ายไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูงสำหรับงานกันซึมดาดฟ้า งานฉาบปูน ผนังภายนอก หรือซ่อมรอยร้าว แนะนำ GY400 เพราะใช้งานได้หลากหลาย ช่วยลดรอยร้าวลาม และเหมาะกับช่างหรือผู้รับเหมาที่ต้องการวัสดุเสริมแรงที่นำไปใช้หน้างานได้จริง
GY400 คืออะไร? ต่างจากตาข่ายทั่วไปตรงไหน
GY400 เป็นตาข่ายไฟเบอร์เสริมแรงสำหรับงานกันซึมของ GY Asia ใช้กับงานดาดฟ้า หลังคาคอนกรีต และพื้นผิวที่ต้องการระบบกันซึมทนทานเป็นพิเศษ ข้อมูลสินค้าระบุว่าเป็นผ้าตาข่ายไฟเบอร์กลาส น้ำหนักประมาณ 45 g/m2 และขนาด 1 x 100 เมตรต่อม้วน
ช่วยให้ชั้นกันซึมรับแรงดึงและแรงเคลื่อนตัวของพื้นผิวได้ดีขึ้น
ช่วยให้วัสดุกันซึมเกาะตัวเป็นระบบเดียวกับพื้นผิวมากขึ้นเมื่อฝังในชั้นแรก
เหมาะกับพื้นผิวปูนและคอนกรีตที่มีสภาพเป็นด่างตามธรรมชาติ
ช่วยลดโอกาสฉีกขาดระหว่างติดตั้ง และช่วยให้วางแนบกับพื้นผิวได้ดี
ทำหน้าที่เสมือนชั้นกระจายแรง ไม่ให้รอยแตกดึงฟิล์มกันซึมเป็นแนวเดียวจนขาดง่าย
ใช้งานร่วมกับวัสดุกันซึมยืดหยุ่น เช่น LANKO 451 หรือระบบกันซึมอะคริลิคที่ต้องการเสริมแรง
ตาข่ายไฟเบอร์ 10 ซม. / 20 ซม. / 1 เมตร เลือกขนาดไหน?
เลือกตามขนาดหน้างาน
- แนวรอยต่อ รอยร้าว มุมพื้นกับผนัง รอบท่อ: ใช้แถบแคบประมาณ 10–20 ซม.
- พื้นที่กว้าง เช่น ดาดฟ้า หลังคา หรือฉาบเต็มผนัง: ใช้หน้ากว้าง 1 ม. ปูต่อกันแล้วซ้อนทับรอยต่อ
GY400 กว้าง 1 ม. ยาว 100 ม. ใช้ได้ทั้งสองแบบ เพราะตัดเป็นแถบ 10 หรือ 20 ซม. เองหน้างานได้ด้วยกรรไกรหรือคัตเตอร์ (ขายเป็นม้วน ไม่มีบริการตัดแบ่ง)
ตาข่ายไฟเบอร์มีกาวในตัว ต่างจากแบบม้วนธรรมดาอย่างไร?
- แบบมีกาวในตัว (Self-Adhesive): มักใช้กับงานฝ้า ลอกแปะตามแนวรอยต่อได้ทันที
- แบบม้วนธรรมดา (เช่น GY400): ไม่มีกาว งานผนังไม่จำเป็นต้องใช้กาว ฉาบปูนชั้นแรกแล้ววางตาข่ายลงไป กดให้แนบแล้วฉาบทับ ส่วนงานกันซึมวางบนวัสดุกันซึมชั้นแรกที่ยังเปียกแล้วทาทับ
ตาข่ายไฟเบอร์ใช้แทนลวดกรงไก่ในงานฉาบได้ไหม?
ได้ ตาข่ายไฟเบอร์ชนิดทนด่างอย่าง GY400 ใช้แทนลวดกรงไก่ในงานฉาบกันร้าวได้ เช่น แนวรอยต่อเสากับผนังอิฐ มุมวงกบ รอยต่อวัสดุต่างชนิด หรือฉาบเต็มผนัง จุดเด่นคือไม่เป็นสนิม น้ำหนักเบา ตัดง่าย วิธีใช้คือฉาบปูนชั้นแรก วางตาข่ายกดให้แนบ แล้วฉาบทับให้ตาข่ายจมในชั้นปูน ไม่ให้โผล่ผิว
GY400 เหมาะกับงานประเภทไหน?
| ประเภทงาน | วิธีใช้ GY400 | ประโยชน์ที่ได้ |
|---|---|---|
| งานกันซึมดาดฟ้า | ฝังในชั้นกันซึมบริเวณพื้นดาดฟ้า รอยต่อ มุม และรอบท่อ | ลดการฉีกขาดของฟิล์มกันซึมและช่วยเสริมแรงจุดเสี่ยง |
| งานซ่อมรอยร้าวผนัง | ปูครอบแนวรอยร้าวก่อนฉาบหรือสกิมทับ | ช่วยป้องกันรอยร้าวเดิมกลับมาเปิดง่าย |
| งานฉาบผนังอิฐ / ผนังโฟม | ฝังตาข่ายทั้งผนังในชั้นปูนฉาบ | เพิ่มการยึดเกาะและลดรอยแตกร้าวจากการหดตัว |
| รอยต่อวัสดุต่างชนิด | ปูคร่อมรอยต่อ เช่น คอนกรีตกับอิฐ หรือวงกบกับผนัง | ช่วยกระจายแรงจากการขยับไม่เท่ากันของวัสดุ |
| งานซ่อมพื้นผิวภายนอก | ฝังในชั้นซ่อมก่อนทาสีหรือกันซึมทับ | ช่วยให้ระบบซ่อมทนแดด ฝน และการขยายตัวได้ดีขึ้น |
ทำไมทากันซึมดาดฟ้าแล้วต้องปูตาข่ายทับ?
ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่เจอสภาพแวดล้อมหนักกว่าผนังหรือพื้นภายในบ้านมาก ทั้งแดดจัด ฝนขัง ความร้อนสะสม และการยืดหดของคอนกรีต จึงมีโอกาสเกิดรอยร้าวขนาดเล็กหรือรอยต่อเปิดซ้ำได้ง่าย การทากันซึมแบบไม่เสริมตาข่ายอาจเพียงพอในพื้นที่เสี่ยงต่ำ แต่ถ้าเป็นดาดฟ้าที่มีรอยแตกร้าว รอยต่อ มุมพื้น-ผนัง หรือพื้นที่น้ำขังบ่อย ควรเสริมตาข่ายเพื่อเพิ่มความทนทาน
| ปัญหาหน้างาน | ถ้าทากันซึมอย่างเดียว | เมื่อเสริมตาข่าย GY400 |
|---|---|---|
| รอยแตกร้าวเดิม | ฟิล์มกันซึมอาจถูกดึงตามแนวรอยแตก | ช่วยกระจายแรงและลดโอกาสฟิล์มฉีกตามแนวเดียว |
| มุมพื้น-ผนัง | เป็นจุดสะสมแรงและมักรั่วซ้ำ | ช่วยเสริมแรงบริเวณมุมและรอยต่อ |
| พื้นดาดฟ้ากว้าง | พื้นยืดหดมากจากอุณหภูมิ | เพิ่มความต่อเนื่องและความแข็งแรงของระบบกันซึม |
| พื้นที่น้ำขัง | ฟิล์มกันซึมรับภาระนานขึ้น | ช่วยเพิ่มความทนทาน แต่ยังควรแก้ระดับพื้นให้น้ำไหลได้ |
ข้อควรเข้าใจ: ตาข่ายไม่ได้แก้ปัญหาน้ำขังหรือพื้นแตกร้าวเชิงโครงสร้างแทนงานซ่อมพื้น หากพื้นมีรอยแตกใหญ่ โพรง หลุดร่อน หรือแอ่งน้ำ ควรซ่อมและปรับระดับก่อนทำระบบกันซึม
จุดไหนของดาดฟ้าที่ควรปูตาข่าย GY400 เป็นพิเศษ?
เป็นจุดที่ขยับต่างกันและเกิดรอยแยกง่าย ควรเสริมตาข่ายต่อเนื่องจากพื้นขึ้นผนัง
ควรซ่อมรอยแตกก่อน แล้วเสริมตาข่ายทับแนวรอยแตกเพื่อกระจายแรง
จุดเจาะทะลุพื้นมักเป็นทางน้ำ ควรเสริมรอบท่อและปิดรายละเอียดให้แน่น
เป็นจุดที่น้ำผ่านบ่อยและเสี่ยงขัง ควรเสริมให้ฟิล์มกันซึมทนต่อการใช้งานมากขึ้น
จุดที่เคยรั่วหรือเคยซ่อมมักมีวัสดุหลายชั้น ควรเสริมแรงเพื่อช่วยให้ระบบใหม่ต่อเนื่อง
ถ้าต้องการระบบกันซึมทนทานเป็นพิเศษ สามารถเสริมตาข่ายเต็มพื้นที่ร่วมกับวัสดุกันซึมได้
วิธีปูตาข่าย GY400 กับงานกันซึมดาดฟ้า
หลักสำคัญคือ ตาข่ายต้องถูกฝังอยู่ในชั้นกันซึมขณะยังเปียก ไม่ใช่วางตาข่ายแห้งไว้แล้วทับบาง ๆ เพราะถ้าชั้นกันซึมไม่ซึมผ่านตาข่ายจนเต็ม จะเกิดโพรง อากาศ หรือจุดอ่อนใต้ฟิล์มได้
ขัดล้างฝุ่น คราบน้ำมัน เศษปูน และวัสดุหลุดร่อนออก ซ่อมรอยแตกร้าวหรือรูโพรงก่อนเริ่มงาน
พื้นควรแห้งและไม่มีน้ำขัง หากมีแอ่งควรปรับระดับก่อน เพราะกันซึมที่ดีไม่ควรทำงานแทนระบบระบายน้ำ
ทาวัสดุกันซึมให้เต็มพื้นที่ตามอัตราที่ผู้ผลิตกำหนด โดยเฉพาะจุดมุมและรอยต่อให้เนื้อวัสดุครอบคลุมสม่ำเสมอ
วาง GY400 ลงบนชั้นกันซึม กดให้แนบกับพื้น ไม่ให้ย่น พอง หรือเกิดช่องอากาศ
บริเวณรอยต่อของตาข่ายควรทับซ้อนกันอย่างเหมาะสมเพื่อให้ระบบต่อเนื่อง ไม่เปิดเป็นแนวอ่อน
ทาทับจนตาข่ายถูกฝังอยู่ในเนื้อวัสดุทั้งหมด จากนั้นปล่อยให้แห้งตามเวลาของระบบกันซึมที่เลือกใช้
เคล็ดลับหน้างาน: ถ้าเห็นตาข่ายลอย ไม่จมในเนื้อกันซึม หรือมีรอยย่นมาก ควรแก้ทันทีตอนวัสดุยังเปียก เพราะหลังแห้งแล้วจะกลายเป็นจุดอ่อนของระบบ
ใช้ตาข่ายเต็มพื้นที่ หรือใช้เฉพาะจุดดี?
การเลือกใช้ตาข่ายขึ้นอยู่กับสภาพดาดฟ้า งบประมาณ และระดับความเสี่ยงของงาน ถ้าเป็นดาดฟ้าใหม่ พื้นดี ไม่มีรอยร้าว อาจเสริมเฉพาะจุดเสี่ยง เช่น มุม รอยต่อ และรอบท่อ แต่ถ้าเป็นดาดฟ้าเก่า พื้นมีรอยแตกร้าวหลายจุด หรือเคยรั่วซ้ำ ควรพิจารณาเสริมตาข่ายเต็มพื้นที่เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
| ลักษณะพื้นที่ | แนวทางใช้ตาข่าย | เหตุผล |
|---|---|---|
| ดาดฟ้าใหม่ พื้นแข็งแรง | เสริมเฉพาะจุดเสี่ยง | ลดต้นทุน แต่ยังป้องกันจุดที่มักรั่วซ้ำ |
| ดาดฟ้าเก่า มีรอยแตกร้าว | เสริมเต็มพื้นที่หรือเต็มแนวเสี่ยง | ช่วยกระจายแรงและเพิ่มความทนทานของระบบ |
| พื้นที่น้ำขังบ่อย | แก้ระดับก่อน แล้วเสริมตาข่าย | ตาข่ายช่วยเสริมแรง แต่ไม่ควรใช้แทนการแก้ปัญหาระบายน้ำ |
| งานต้องการอายุใช้งานสูง | เสริมเต็มพื้นที่ | เพิ่มความต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากรอยแตกเล็กที่มองไม่เห็น |
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ปูตาข่ายแล้วกันซึมยังรั่ว
ตาข่ายไม่ถูกฝังในเนื้อกันซึม ทำให้เกิดโพรงและฟิล์มไม่ต่อเนื่อง
รอยต่อของตาข่ายกลายเป็นแนวอ่อน น้ำมีโอกาสซึมผ่านได้ง่ายขึ้น
ฝุ่นและคราบน้ำมันทำให้ชั้นกันซึมยึดเกาะไม่ดี แม้มีตาข่ายก็ยังล่อนออกได้
รอยแตกร้าวใหญ่หรือรอยเคลื่อนตัวต้องซ่อมก่อน ไม่ควรหวังให้ตาข่ายรับแทนทั้งหมด
ถ้าปริมาณวัสดุไม่พอ ตาข่ายอาจโผล่หรือไม่ถูกฝังเต็มชั้น
ความชื้นใต้พื้นอาจดันฟิล์มกันซึมให้บวม พอง หรือล่อนภายหลัง
Alkali Resistance คืออะไร?
Alkali Resistance หรือ “คุณสมบัติทนด่าง” คือความสามารถของวัสดุในการทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีค่าด่างสูง เช่น ปูนซีเมนต์ ปูนฉาบ มอร์ตาร์ และคอนกรีตสด ปูนเหล่านี้มีสารประกอบด่างตามธรรมชาติจากซีเมนต์ เมื่อตาข่ายถูกฝังอยู่ในชั้นฉาบ ตาข่ายจะสัมผัสกับด่างโดยตรงตลอดช่วงที่ปูนเซ็ตตัวและระหว่างอายุการใช้งาน
ถ้าตาข่ายที่ใช้ไม่ทนด่าง เส้นใยอาจค่อย ๆ เสื่อมสภาพ เปราะ ขาดง่าย หรือแรงดึงลดลง ทำให้หน้าที่เสริมแรงหายไปในที่สุด ดังนั้นงานฉาบปูนที่ต้องการควบคุมรอยแตกร้าวจึงไม่ควรเลือกตาข่ายจากคำว่า “ไฟเบอร์” อย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่ามีคุณสมบัติทนด่างเหมาะกับงานปูนหรือไม่
ทนด่าง = ตาข่ายยังคงความแข็งแรงได้ดีเมื่อต้องอยู่ในเนื้อปูนที่มีสภาพเป็นด่างสูง ไม่เสื่อมเร็ว และช่วยเสริมแรงชั้นฉาบได้ต่อเนื่องกว่า
ทำไมงานฉาบปูนต้องใช้ตาข่ายที่ทนด่าง?
งานฉาบปูนไม่ได้มีแค่ความเรียบสวย แต่ต้องรับการหดตัวของปูน การยืดหดจากอุณหภูมิ ความชื้น การเคลื่อนตัวเล็ก ๆ ของผนัง และรอยต่อวัสดุต่างชนิด เช่น คอนกรีตชนอิฐมวลเบา หรือเสา/คานชนผนังก่อ ถ้าไม่มีชั้นเสริมแรง รอยแตกร้าวมักเกิดเป็นแนวยาวตามจุดอ่อนเหล่านี้
ตาข่ายที่ฝังในปูนต้องทนด่างได้ ไม่เช่นนั้นเส้นใยอาจเสื่อมเร็ว
ตาข่ายช่วยกระจายแรงดึงจากการหดตัวของปูน ไม่ให้แตกเป็นแนวเดียว
บริเวณคอนกรีตชนอิฐหรือแนวซ่อมเก่า มักขยับไม่เท่ากัน จึงควรเสริมแรง
จุดสำคัญ: ตาข่ายไม่ได้ทำให้ปูนฉาบ “ไม่มีวันแตก” แต่ช่วยลดโอกาสการแตกร้าวและช่วยให้รอยร้าวกระจายตัว แทนที่จะเปิดเป็นเส้นใหญ่ตรงจุดอ่อน
ตาข่ายทนด่างต่างจากตาข่ายทั่วไปอย่างไร?
| หัวข้อ | ตาข่ายทั่วไป | ตาข่ายทนด่างสำหรับงานปูน |
|---|---|---|
| การอยู่ในเนื้อปูน | อาจเสื่อมเมื่อสัมผัสด่างระยะยาว | ออกแบบให้ทนสภาพด่างได้ดีกว่า |
| แรงดึงระยะยาว | อาจลดลงเร็ว | ช่วยรักษาหน้าที่เสริมแรงได้นานกว่า |
| งานที่เหมาะ | งานทั่วไปที่ไม่สัมผัสปูนด่างสูง | งานฉาบปูน งานคอนกรีต งานกันซึมบนพื้นปูน |
| ความเสี่ยงรอยแตกกลับมา | สูงกว่าในจุดที่มีแรงดึงซ้ำ | ต่ำกว่าเมื่อฝังและฉาบทับถูกวิธี |
จุดไหนในงานฉาบปูนควรเสริมตาข่าย GY400?
การใช้ตาข่ายในงานฉาบไม่จำเป็นต้องปูทุกผนังเสมอไป แต่ควรเน้นจุดที่มีโอกาสแตกร้าวสูง จุดที่วัสดุสองชนิดมาชนกัน หรือพื้นที่ที่เคยซ่อมและมีโอกาสแตกร้าวซ้ำ
เป็นจุดวัสดุต่างชนิดและมีการเคลื่อนตัวไม่เท่ากัน
จุดต่อของวัสดุสองประเภทมักเกิดรอยแตกร้าวเป็นเส้นตรง
มุมเปิดช่องเป็นจุดรวมแรง ควรเสริมเพื่อลดรอยร้าวเฉียง
ควรซ่อมรอยแตกก่อน แล้วเสริมตาข่ายคร่อมแนวร้าว
พื้นที่ซ่อมเก่าและปูนใหม่อาจยึดเกาะและหดตัวไม่เท่ากัน
ผนังกว้างมีการยืดหดมาก ควรพิจารณาเสริมเฉพาะโซนเสี่ยง
ซื้อตาข่ายไฟเบอร์ GY400 นำเข้าและจำหน่ายโดย จีวาย เอเชีย ได้อะไรบ้าง?
GY400 เป็นแบรนด์ของ GY Asia นำเข้าและจำหน่ายเอง ทีมงานจึงตอบเรื่องสินค้า สต๊อก และการส่งได้โดยตรง และคุยเรื่องราคาส่งสำหรับผู้รับเหมาได้ทันที
ทีมงานช่วยแนะนำว่าโซนไหนควรปูเฉพาะจุด โซนไหนควรปูเต็มพื้นที่ และควรเผื่อระยะซ้อนทับเท่าไร
ส่งขนาดพื้นที่ รูปหน้างาน หรือแบบคร่าว ๆ ให้ทีมงานช่วยคำนวณจำนวนม้วนและปริมาณเผื่อเสียได้
สามารถใช้กับงานกันซึม งานฉาบ และงานซ่อมรอยร้าวในหลายพื้นที่ จึงเหมาะกับการสต็อกไว้ใช้งานหน้างาน
ปรึกษาทาง LINE หรือโทรสั่งซื้อได้โดยตรง เหมาะกับงานที่ต้องการคำตอบเร็วและต้องส่งของเข้าหน้างาน
คำแนะนำ: หากใช้ GY400 กับงานกันซึม ควรใช้กับระบบอะคริลิคหรือ PU สูตรน้ำที่เข้ากันได้ แต่ไม่ควรใช้กับ PU สูตรโซลเวนต์ เช่น Sikalastic 632 R ให้ใช้วัสดุเสริมแรงตามระบบที่ผู้ผลิตระบุแทน
คำถามที่พบบ่อย
ตาข่ายไฟเบอร์กลาส GY400 กันน้ำได้เองไหม?
ไม่ได้กันน้ำด้วยตัวเองครับ GY400 เป็นวัสดุเสริมแรง ต้องใช้ร่วมกับวัสดุกันซึม เช่น กันซึมอะคริลิคหรือระบบที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อให้เกิดฟิล์มกันน้ำที่แข็งแรงและต่อเนื่อง
ดาดฟ้าทุกงานต้องปูตาข่ายเต็มพื้นที่ไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าพื้นใหม่และสภาพดี อาจเสริมเฉพาะมุม รอยต่อ และรอบท่อ แต่ถ้าพื้นเก่า มีรอยร้าว หรือเคยรั่วซ้ำ การเสริมเต็มพื้นที่จะช่วยเพิ่มความทนทานของระบบได้มากกว่า
ตาข่าย GY400 ใช้กับ LANKO 451 ได้ไหม?
ใช้ร่วมกันได้ในงานระบบกันซึมดาดฟ้าหรือหลังคาคอนกรีตที่ต้องการเสริมแรง โดยควรฝังตาข่ายในชั้นกันซึมขณะยังเปียกและทาทับให้ตาข่ายจมในเนื้อวัสดุ
ตาข่ายต้องทับซ้อนกันกี่เซนติเมตร?
ควรทับซ้อนให้เพียงพอเพื่อไม่ให้เกิดแนวอ่อนของระบบ โดยหน้างานนิยมเผื่อทับซ้อนหลายเซนติเมตร และควรทำตามข้อกำหนดของระบบกันซึมที่เลือกใช้
ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขัง ใช้ตาข่ายช่วยได้ไหม?
ตาข่ายช่วยเสริมแรงของฟิล์มกันซึม แต่ไม่ได้แก้ระดับพื้นหรือน้ำขังโดยตรง ถ้ามีน้ำขังควรปรับระดับหรือแก้ระบบระบายน้ำก่อน เพื่อให้กันซึมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ตาข่าย GY400 ทนด่างคืออะไร?
คือคุณสมบัติที่ช่วยให้ตาข่ายทนต่อสภาพด่างของปูนซีเมนต์ ปูนฉาบ และคอนกรีตได้ดีขึ้น ทำให้ยังทำหน้าที่เสริมแรงได้ในชั้นปูน
GY400 ใช้กับงานฉาบปูนได้ไหม?
ใช้ได้ครับ ทั้งงานเสริมแรงเฉพาะจุด เช่น รอยต่อวัสดุต่างชนิด มุมวงกบ แนวรอยแตกร้าวเดิม และสามารถใช้ฉาบกับผนังอิฐหรือผนังโฟมได้ทั้งผนัง เพื่อช่วยเสริมแรง เพิ่มการยึดเกาะของชั้นฉาบ และลดโอกาสแตกร้าว โดยต้องฝังตาข่ายในชั้นปูนและฉาบทับให้จมเต็ม
ตาข่ายช่วยแก้รอยแตกโครงสร้างได้ไหม?
ไม่ได้ครับ ตาข่ายช่วยลดและกระจายรอยแตกร้าวผิวฉาบ แต่ถ้าเป็นรอยแตกเชิงโครงสร้าง ต้องซ่อมต้นเหตุและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อน
ตาข่ายไฟเบอร์ใช้ทำอะไร?
ใช้เป็นวัสดุเสริมแรงที่ฝังในชั้นน้ำยากันซึมหรือปูนฉาบ ช่วยลดการแตกร้าวและการฉีกขาด งานหลักคือกันซึมดาดฟ้าและหลังคา ฉาบผนัง ซ่อมรอยร้าวผิว และเสริมรอยต่อหรือมุม
ตาข่ายไฟเบอร์ ตาข่ายไฟเบอร์เมท และตาข่ายใยแก้ว ต่างกันไหม?
เป็นชื่อเรียกของวัสดุประเภทเดียวกัน คือผ้าตาข่ายจากเส้นใยแก้ว (Fiber Mesh / Fiberglass Mesh) ที่ต่างกันจริงคือคุณสมบัติ เช่น ทนด่างหรือไม่ น้ำหนัก ขนาดม้วน และแบบม้วนหรือเทป
ตาข่ายไฟเบอร์ 1 ม้วน 100 เมตร ปูได้กี่ตารางเมตร?
GY400 กว้าง 1 ม. ยาว 100 ม. จึงได้ 100 ตร.ม. ก่อนหักระยะซ้อนทับ ระยะซ้อนทับทั่วไปประมาณ 5–10 ซม. และ 10–15 ซม. ในจุดเสี่ยง พื้นที่ใช้งานจริงจึงน้อยกว่า 100 ตร.ม. ดูวิธีคำนวณใน บทความนี้
ตาข่ายฉาบปูน ราคาเท่าไร?
ราคาขึ้นกับจำนวนม้วนและช่วงเวลา ทัก LINE หรือโทร 089-222-8893 แจ้งจำนวนและสถานที่ส่ง ยอดสั่งซื้อเกิน 15,000 บาท ส่งฟรี
ตาข่ายไฟเบอร์มีกาวในตัว ต่างจากแบบธรรมดาอย่างไร?
แบบมีกาวในตัวมักใช้กับงานฝ้า ลอกแปะแนวรอยต่อได้ทันที ส่วนแบบม้วนธรรมดาอย่าง GY400 ไม่มีกาว งานผนังไม่ต้องใช้กาว ฉาบปูนชั้นแรกแล้ววางตาข่ายแล้วฉาบทับ งานกันซึมวางบนชั้นแรกที่ยังเปียกแล้วทาทับ
ตาข่ายไฟเบอร์ 10 ซม. กับ 1 เมตร ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?
เลือกตามขนาดหน้างาน แนวรอยต่อหรือรอยร้าวใช้แถบแคบ 10–20 ซม. พื้นที่กว้างอย่างดาดฟ้าหรือฉาบเต็มผนังใช้หน้า 1 ม. GY400 กว้าง 1 ม. ตัดเป็นแถบ 10 หรือ 20 ซม. เองหน้างานได้ ขายเป็นม้วน ไม่มีบริการตัดแบ่ง
ตาข่ายไฟเบอร์ใช้แทนลวดกรงไก่ได้ไหม?
ได้ ตาข่ายไฟเบอร์ชนิดทนด่างอย่าง GY400 ใช้แทนลวดกรงไก่ในงานฉาบกันร้าวได้ ไม่เป็นสนิม เบา ตัดง่าย ฉาบปูนชั้นแรก วางตาข่ายกดให้แนบ แล้วฉาบทับให้จมในชั้นปูน
ตาข่ายไฟเบอร์ช่อง 3×3 มม. น้ำหนัก 45 กรัม ดีอย่างไร?
ช่อง 3×3 มม. ให้วัสดุกันซึมซึมผ่านช่องตาข่ายลงไปยึดกับพื้นผิวได้ดี ตาข่ายจึงจมอยู่ในเนื้อกันซึม ส่วนน้ำหนัก 45 g/m² ทำให้เนื้อตาข่ายบาง ทากลบได้ง่าย ใช้วัสดุกันซึมทาทับไม่มาก และฝังในงานฉาบปูนได้สบาย ซึ่งเป็นสเปคของ GY400
ตาข่ายไฟเบอร์กลาส ใช้ทำอะไร?
ใช้เป็นวัสดุเสริมแรง ฝังในชั้นน้ำยากันซึมหรือปูนฉาบ เพื่อลดการแตกร้าวและการฉีกขาดของฟิล์มกันซึม งานหลักคือกันซึมดาดฟ้าและหลังคา งานฉาบผนังกันร้าว ซ่อมรอยร้าวผิว และเสริมรอยต่อ มุม และรอบท่อ
ไฟเบอร์กลาสทำมาจากอะไร?
ทำมาจากแก้ว โดยหลอมทรายซิลิกาและแร่ธาตุที่อุณหภูมิสูง แล้วดึงเป็นเส้นใยเล็ก ๆ จากนั้นนำมาทอเป็นผืนตาข่าย ตาข่ายสำหรับงานปูนจะผลิตให้ทนด่างเพิ่มเติม
ข้อเสียของตาข่ายไฟเบอร์กลาสคืออะไร?
ชนิดที่ไม่ทนด่างจะเสื่อมเมื่อฝังในปูน เศษใยแก้วระคายผิว ไม่กันน้ำด้วยตัวเอง ไม่รับแรงโครงสร้าง และใช้กับ PU ชนิดตัวทำละลายไม่ได้ ต้องเลือกชนิดทนด่างและฝังให้มิดในวัสดุเสมอ
ตาข่ายไฟเบอร์กลาสทนไหม?
ทนเมื่อฝังมิดในวัสดุกันซึมหรือปูน เพราะใยแก้วไม่เป็นสนิมและไม่ผุ อายุใช้งานขึ้นกับระบบที่หุ้มอยู่ สิ่งที่ทำให้เสื่อมเร็วคือใช้ชนิดไม่ทนด่างกับงานปูน หรือปล่อยให้ตาข่ายโผล่ผิว
ตาข่ายไฟเบอร์กลาสมีกี่ประเภท?
แบ่งได้ 4 แบบหลัก ตามการทนด่าง (ทนด่าง / ทั่วไป) ตามกาว (มีกาวในตัว / ไม่มีกาว) ตามน้ำหนักและช่องตาข่าย (บาง / หนา) และตามความกว้าง (เทปแถบแคบ / ม้วนกว้าง 1 ม.) งานกันซึมและงานฉาบควรใช้ชนิดทนด่าง แบบม้วนไม่มีกาว
วิธีใช้ตาข่ายไฟเบอร์ ทำอย่างไร?
งานกันซึม ทาน้ำยาชั้นแรก วางตาข่ายลงขณะยังเปียก กดให้แนบไม่ให้ย่น แล้วทาทับให้ตาข่ายจมมิด ซ้อนทับรอยต่อ 5–10 ซม. งานฉาบ ฉาบปูนชั้นแรก วางตาข่ายกดให้แนบ แล้วฉาบทับให้ตาข่ายจมในชั้นปูน
ตาข่ายไฟเบอร์ใช้กับสีกันซึมอะคริลิกยี่ห้ออื่น เช่น TOA ได้ไหม?
ตาข่ายไฟเบอร์กลาสใช้ร่วมกับน้ำยากันซึมอะคริลิกสูตรน้ำได้ทั่วไป วิธีคือฝังตาข่ายในชั้นแรกขณะยังเปียกแล้วทาทับ ควรตรวจคำแนะนำของผู้ผลิตน้ำยาที่ใช้เรื่องจำนวนชั้นและเวลารอแห้ง และไม่ใช้กับ PU ชนิดตัวทำละลาย
