เคล็ดลับการเตรียมพื้นผิวและทากันซึม Sikalastic®-501 Roofseal Plus ให้ทนทานนานปี
งานกันซึมดาดฟ้าจะทนหรือรั่วซ้ำไม่ได้ตัดสินที่ “วัสดุดีแค่ไหน” อย่างเดียว แต่ตัดสินตั้งแต่การสำรวจพื้นเดิม การกำจัดฝุ่นและคราบน้ำมัน การควบคุมความชื้น การทารองพื้น และการทาแต่ละชั้นตามอัตราที่ถูกต้อง Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ยืดหยุ่นสูง ทน UV และสร้างฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เมื่อเตรียมพื้นผิวถูกต้องจึงช่วยให้ระบบกันซึมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดโอกาสซ่อมซ้ำก่อนเวลา
Sikalastic®-501 Roofseal Plus
วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน เหมาะสำหรับหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม ดาดฟ้าคอนกรีต และพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น มุมผนัง ขอบ parapet ท่อทะลุพื้น รางน้ำ รอยต่อ และรอยแตกร้าวที่ต้องเสริมความแข็งแรงเฉพาะจุด
Quick Answer: อยากให้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ทน ต้องเริ่มจากอะไร?
เริ่มจากพื้นผิวที่ แข็งแรง สะอาด แห้ง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี สีล่อน และไม่มีความชื้นดันขึ้นจากด้านล่าง จากนั้นทารองพื้นด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% บนพื้นผิวที่เหมาะสม แล้วทาระบบกันซึมตามอัตราที่กำหนด เช่น ระบบทั่วไป 2-3 ชั้น ปริมาณรวมประมาณ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. หรือระบบเสริม Sikalastic® Fleece ในจุดแตกร้าว รอยต่อ และมุมที่มีการเคลื่อนตัวสูง
หลายหน้างานรั่วซ้ำไม่ใช่เพราะเลือกผลิตภัณฑ์ผิด แต่เพราะพื้นเดิมยังมีฝุ่น แป้งปูน คราบตะไคร่ ความชื้น หรือชั้นกันซึมเก่าที่ล่อนอยู่ การทาวัสดุใหม่ลงไปบนชั้นที่ไม่มั่นคงเหมือนติดฟิล์มบนพื้นผิวที่พร้อมหลุด เมื่อโดนแดด ฝน และการขยายตัวหดตัวซ้ำ ๆ ชั้นกันซึมใหม่ก็มีโอกาสพอง ล่อน หรือแตกร้าวตามชั้นเดิม
บทความนี้จึงไม่ได้พาไปดูแค่วิธีทา แต่เน้น “ลำดับคิดหน้างาน” ตั้งแต่ตรวจพื้น เตรียมผิว รองพื้น คุมอัตราการใช้ รอเคลือบทับ ไปจนถึงข้อควรระวัง เพื่อให้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ทำหน้าที่เป็นระบบกันซึมหลังคาได้จริง ไม่ใช่แค่ชั้นสีหนา ๆ บนดาดฟ้า
ทำไมการเตรียมพื้นผิวจึงสำคัญกว่าที่หลายคนคิด?
ดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีตเป็นพื้นที่ที่เจอแดดจัด ฝน ความร้อนสะสม และน้ำไหลผ่านตลอดปี หากพื้นมีรอยร้าวเล็ก ๆ น้ำขังตามแอ่ง หรือมีวัสดุเดิมเสื่อมสภาพ ชั้นกันซึมใหม่ต้องรับภาระหนักตั้งแต่วันแรก การเตรียมพื้นผิวจึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้วัสดุยึดเกาะกับพื้นจริง ไม่ใช่ยึดกับฝุ่นหรือชั้นล่อนที่พร้อมหลุดออกมา
Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่น ทนรังสียูวี ฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ และยึดเกาะได้ดีบนพื้นผิวที่เป็นรูพรุนและไม่เป็นรูพรุน แต่คุณสมบัติเหล่านี้จะเกิดขึ้นเต็มที่เมื่อพื้นรองรับอยู่ในสภาพเหมาะสม โดยเฉพาะคอนกรีตต้องแน่นทึบ แข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่ลดการยึดเกาะ
ฝุ่นและคราบมันคือชั้นคั่นระหว่างวัสดุกับพื้น การกำจัดออกช่วยให้ฟิล์มกันซึมเกาะกับพื้นจริง
ความชื้นที่ถูกกักใต้ฟิล์มอาจทำให้เกิดแรงดันและพองเมื่อโดนแดดร้อน
ระบบที่มี primer และความหนาถูกต้องช่วยให้ชั้นกันซึมรับแดด ฝน และการขยับตัวได้สม่ำเสมอ
ถ้าพื้นมีน้ำขังประจำ ควรแก้ slope หรือเพิ่มทางระบายน้ำก่อน เพราะแม้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus จะถูกระบุว่าเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขัง แต่การออกแบบหน้างานที่ดีไม่ควรปล่อยให้ดาดฟ้ากลายเป็นบ่อเก็บน้ำถาวร น้ำขังนานทำให้คราบสกปรกสะสม เร่งการเสื่อมของระบบ และทำให้ตรวจรอยเสียหายได้ยากขึ้น
เช็กลิสต์พื้นผิวก่อนเปิดถัง Sikalastic®-501 Roofseal Plus
ก่อนเริ่มงานจริง ควรสำรวจพื้นที่ทั้งผืน ไม่ใช่ดูเฉพาะจุดที่น้ำหยดด้านล่าง เพราะน้ำอาจซึมเข้าจากอีกตำแหน่งแล้วไหลตามชั้นปูนหรือรอยต่อไปออกอีกจุดหนึ่ง การเดินสำรวจช่วงหลังฝนตกจะช่วยเห็นแอ่งน้ำ รอยรั่ว และแนวน้ำไหล แต่ต้องรอให้พื้นแห้งก่อนเริ่มเตรียมผิวและทาระบบ
| สิ่งที่ต้องเช็ก | เกณฑ์หน้างานที่ควรทำ | ถ้าไม่แก้จะเสี่ยงอะไร |
|---|---|---|
| ความแข็งแรงของพื้น | พื้นต้องแน่น ไม่ร่วน ไม่เป็นผง และไม่มีปูนแตกร่อน | ฟิล์มยึดกับชั้นร่วนและหลุดตามออกมา |
| ฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี | กำจัดด้วยการขัด ล้าง หรือวิธีทางกลตามสภาพ | การยึดเกาะตก เกิดล่อนเป็นแผ่น |
| ความชื้นพื้นผิว | ไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และไม่มี rising moisture | เกิดพอง ดัน หรือฟิล์มไม่แห้งเต็มระบบ |
| อุณหภูมิพื้นผิว | พื้นผิว +5°C ถึง +60°C และสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C | เสี่ยงควบแน่นใต้ฟิล์มและลดการยึดเกาะ |
| รอยแตกและรอยต่อ | ซ่อม อุด หรือเสริม Sikalastic® Fleece ตามความเหมาะสม | รั่วซ้ำที่จุดเดิมแม้ทาพื้นหลักครบ |
| น้ำขังและ slope | ปรับทางน้ำหรือแก้แอ่งก่อนทาระบบ | ระบบเสื่อมเร็วและดูแลยาก |
สำหรับพื้นเก่าที่เคยทากันซึมมาแล้ว ควรทดสอบการยึดเกาะของชั้นเดิมก่อน หากใช้เกรียงขูดแล้วหลุดเป็นแผ่น มีฟองอากาศ หรือเห็นสี/กันซึมเดิมแยกชั้น ควรกำจัดส่วนที่ไม่แข็งแรงออกก่อน การทาทับโดยไม่ลอกของเก่าออกทำได้เฉพาะกรณีชั้นเดิมยังยึดเกาะดีและผ่านการเตรียมผิวเหมาะสมเท่านั้น
การทารองพื้น: ขั้นตอนเล็กที่ช่วยให้ระบบเกาะแน่นขึ้น
เอกสาร Sika ระบุการทารองพื้นสำหรับพื้นผิวบางประเภทโดยใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% อัตราการใช้ประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. ค่าดังกล่าวเป็นค่าตามทฤษฎีและอาจเปลี่ยนตามความพรุนของพื้น สภาพผิว ความผันแปรระหว่างชั้น และการสูญเสียหน้างาน ดังนั้นพื้นหยาบหรือพรุนมากอาจกินวัสดุมากกว่าพื้นแน่นเรียบ
| พื้นผิว | การรองพื้น | ปริมาณใช้โดยประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ซีเมนต์ / คอนกรีต | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. | พื้นต้องแข็งแรง แห้ง และสะอาด |
| อิฐและหิน | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. | เหมาะกับพื้นผิวพรุนเมื่อเตรียมผิวถูกต้อง |
| กระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. | ควรทดสอบการยึดเกาะก่อนทำทั้งพื้นที่ |
หลังทารองพื้น ต้องรอให้วัสดุแห้งและไม่ติดมือก่อนทาชั้นกันซึมถัดไป อย่าเร่งด้วยการทาทับขณะยังเปียกเกินไป เพราะความชื้นที่ติดอยู่ระหว่างชั้นอาจทำให้ฟิล์มแห้งไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะวันที่อากาศชื้น ลมไม่ถ่ายเท หรือพื้นยังคายความชื้นจากด้านล่าง
เคล็ดลับหน้างาน: แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นโซนและกำหนดทางเดินของช่างให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เหยียบ primer หรือชั้นกันซึมที่ยังไม่แห้ง การปนฝุ่นรองเท้าหรือเศษปูนลงบนชั้นเปียกเป็นสาเหตุเล็ก ๆ ที่ทำให้ผิวงานเสียในระยะยาวได้
อัตราการใช้และจำนวนชั้นที่ควรคุมให้ได้
งานกันซึมที่ทนทานต้องมีความหนาฟิล์มตามระบบ การทาบางเกินไปอาจดูสวยในวันแรก แต่เมื่อโดนแดด ฝน และการขยับตัวซ้ำ ๆ ฟิล์มบางจะเสื่อมเร็วกว่า ส่วนการทาหนาเกินในครั้งเดียวก็ไม่ใช่คำตอบ เพราะเอกสาร Sika ระบุไม่ควรใช้มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./ชั้น หากไม่ได้เสริมความแข็งแรง
ระบบกันซึมหลังคาทั่วไป
| รายการ | ข้อมูลระบบ |
|---|---|
| โครงสร้างระบบ | เคลือบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น |
| ปริมาณการใช้ทั้งหมด | ≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. |
| ความหนาโดยรวม | ≥ 0.5-0.8 มม. |
| อัตราต่อชั้นโดยทั่วไป | ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น |
ระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece
| รายการ | ข้อมูลระบบ |
|---|---|
| โครงสร้างระบบ | ทา 1 ชั้น วาง Sikalastic® Fleece แล้วเคลือบทับอีก 1-2 ชั้น |
| ปริมาณการใช้ทั้งหมด | ≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม. |
| ความหนาโดยรวม | ≥ 0.9-1.1 มม. |
| เบสโคท | 0.7-1.0 กก./ตร.ม. |
| ทาทับขณะ Fleece ยังเปียก | 0.3-0.5 กก./ตร.ม. |
| ท็อปโคท | 0.6-0.7 กก./ตร.ม./ชั้น จำนวน 1 ชั้นหรือมากกว่า |
วิธีคุมอัตราให้แม่นคือคำนวณปริมาณวัสดุต่อพื้นที่ก่อนเริ่มงาน เช่น ถ้าพื้น 50 ตร.ม. ใช้ระบบทั่วไปที่ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ปริมาณรวมตามทฤษฎีจะอยู่ที่ 70-105 กก. ยังไม่รวมการสูญเสีย ความพรุน และรายละเอียดมุมรอยต่อ หากพื้นที่มีรอยแตกมากหรือเสริม Fleece หลายตำแหน่ง ควรเผื่อวัสดุเพิ่มตามสภาพจริง
ขั้นตอนทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ให้ทนทานนานปี
ลำดับงานที่ดีช่วยลดความผิดพลาดและทำให้แต่ละชั้นทำงานต่อเนื่องกัน ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น แปรงขนนุ่ม ลูกกลิ้งที่ไม่เป็นขนปุย เครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสม เทปกาวป้องกันขอบ และอุปกรณ์ทำความสะอาด เพราะเมื่อเริ่มทาแล้วไม่ควรปล่อยให้ฝุ่นหรือเศษวัสดุกลับมาปนบนผิวอีก
- สำรวจและซ่อมพื้นเดิม: แก้รอยแตก แอ่งน้ำ ปูนร่วน ชั้นเก่าล่อน และรอยต่อที่มีปัญหาก่อนเริ่มระบบ
- ทำความสะอาดเชิงลึก: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี ตะไคร่ สีล่อน และเศษวัสดุ อาจใช้การเจียรหรือวิธีทางกลตามสภาพพื้น
- ตรวจความชื้นและสภาพอากาศ: พื้นผิวควรมีความชื้นไม่เกิน 6% อุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C และ RH ไม่เกิน 80%
- กวนวัสดุก่อนใช้: กวน Sikalastic®-501 Roofseal Plus ประมาณ 1 นาทีให้เป็นเนื้อเดียว ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดฟองอากาศ
- ทารองพื้น: ใช้ผลิตภัณฑ์เจือจางน้ำ 10% บนพื้นผิวที่เหมาะสม อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. แล้วรอให้แห้งไม่ติดมือ
- เก็บรายละเอียดก่อนพื้นหลัก: ทำมุม ขอบ parapet รอยต่อ ท่อ drain และรอยแตกก่อน โดยเสริม Sikalastic® Fleece ในจุดที่มีการเคลื่อนตัวหรือเสี่ยงรั่ว
- ทาชั้นแรกให้สม่ำเสมอ: ทาประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. ไม่ควรทาหนาเกินเพื่อเร่งจบงาน
- รอเคลือบทับตามเวลา: ที่ +20°C / RH 50% ระบบไม่เสริมแรงรอประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนระบบเสริมแรงรอประมาณ 24 ชั่วโมง; ที่ +30°C / RH 50% อาจอยู่ที่ประมาณ 4 และ 12 ชั่วโมงตามลำดับ
- ทาชั้นถัดไปและตรวจความต่อเนื่อง: ทาชั้นบนสุดตามอัตรา ตรวจมุม ขอบ รอยต่อ และพื้นที่ที่สีบางหรือเห็นพื้นเดิม
- ป้องกันผิวระหว่างบ่มตัว: กันฝุ่น ฝน น้ำขัง และการเหยียบย่ำจนกว่าระบบจะแห้งและพร้อมใช้งานตามสภาพจริง
ลำดับที่ควรจำ: สำรวจให้ครบ ซ่อมให้จบ ทำความสะอาดให้ถึงพื้นจริง รองพื้นให้ถูกอัตรา ทาเป็นชั้นบางสม่ำเสมอ และรอเคลือบทับตามสภาพอากาศ งานกันซึมที่ดีมักชนะด้วยความละเอียดมากกว่าความรีบ
จุดเสี่ยงที่ควรเสริม Sikalastic® Fleece
ในระบบกันซึมหลังคา จุดที่เสี่ยงรั่วมักเป็นบริเวณที่พื้นผิวเปลี่ยนทิศทาง มีการเคลื่อนตัว หรือรับแรงดึงซ้ำ ๆ มากกว่าพื้นเรียบกลางดาดฟ้า Sika ระบุว่ากรณีเสริมความแข็งแรงสามารถใช้ Sikalastic® Fleece บนพื้นที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ รอยแตกร้าว รอยต่อ และตะเข็บบนพื้นผิวที่มีรายละเอียด
เป็นตำแหน่งขยับตัวต่างกันระหว่างพื้นกับผนัง ควรเก็บรายละเอียดก่อนทาพื้นหลัก
น้ำไหลรวมและมีรอยต่อหลายทิศทาง ต้องทำฟิล์มต่อเนื่องรอบฐานท่อ
ควรซ่อมรอยแตกก่อน แล้วเสริม Fleece เพื่อกระจายแรงที่ชั้นกันซึม
เป็นแนวที่เกิดการเคลื่อนตัวและร้าวซ้ำได้ง่าย จึงไม่ควรทาทับบาง ๆ อย่างเดียว
รับแดดและน้ำฝนมาก มักมีรอยแยกตามแนวตั้งฉากของพื้นและผนัง
ควรปรับระดับหรือแก้ slope ก่อน แล้วจึงทำระบบเสริมถ้าพื้นมีรอยแตกหรือผิวไม่เรียบ
หลักการคือทำบริเวณรายละเอียดก่อน แล้วค่อยทาพื้นที่แนวราบ เมื่อเก็บจุดเสี่ยงจนต่อเนื่อง ระบบพื้นหลักจะเชื่อมกับรายละเอียดได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิด “รอยขาดที่มุม” หรือ “ช่องว่างรอบท่อ” ซึ่งเป็นสาเหตุยอดนิยมของงานรั่วซ้ำหลังทาใหม่ไม่นาน
ข้อควรระวังหน้างานเพื่อให้งานกันซึมอยู่ได้นาน
การทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ควรทำในช่วงอากาศเหมาะสม ไม่ควรทาก่อนฝนตกหรือบนพื้นชื้น เพราะระบบต้องอาศัยการแห้งระหว่างชั้นและการยึดเกาะกับพื้นผิวจริง อุณหภูมิแวดล้อมควรอยู่ระหว่าง +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์อากาศไม่เกิน 80% และพื้นผิวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่น
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง: ทาบนพื้นเปียก, ทาทับบนกันซึมเก่าที่ล่อน, ข้าม primer, ทาหนามากในครั้งเดียว, ไม่เสริม Fleece ที่รอยแตก, เปิดใช้งานเร็วเกินไป, ปล่อยน้ำขังโดยไม่แก้ slope และไม่ป้องกันฝนระหว่างรอแห้ง ข้อผิดพลาดเหล่านี้ทำให้งานกันซึมเสียได้แม้วัสดุจะเป็นรุ่นที่ถูกต้อง
หลังใช้งานควรทำความสะอาดเครื่องมือด้วยน้ำสะอาดทันที หากวัสดุแข็งติดเครื่องมือแล้วต้องกำจัดด้วยวิธีทางกลเท่านั้น นอกจากนี้ควรเก็บผลิตภัณฑ์ที่เหลือในภาชนะปิดสนิท ไม่โดนแดดโดยตรง และเก็บในที่แห้งที่อุณหภูมิประมาณ +5°C ถึง +30°C เพื่อรักษาคุณภาพวัสดุสำหรับงานต่อไป
สำหรับดาดฟ้าที่ต้องมีคนขึ้นไปเดินตรวจถังน้ำหรืออุปกรณ์บ่อย ๆ ควรออกแบบทางเดินหรือแผ่นป้องกันเฉพาะจุด เพราะชั้นกันซึมไม่ควรถูกใช้งานเป็นพื้นรับการสัญจรหนักโดยตรง หากมีการลากอุปกรณ์ วางขาตั้ง หรือซ่อมงานระบบบนดาดฟ้า ควรป้องกันผิวไม่ให้ถูกเจาะหรือขูดจนฟิล์มเสียหาย
สรุป: งานกันซึมที่ทน เริ่มจากพื้นผิวที่พร้อม
Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคา PU สูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียวที่เหมาะกับงานหลังคาและดาดฟ้า ทั้งงานใหม่และงานปรับปรุง จุดเด่นคือฟิล์มไร้รอยต่อ ยืดหยุ่นสูง ทน UV และมีระบบใช้งานทั้งแบบทั่วไปและแบบเสริม Sikalastic® Fleece สำหรับบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง
แต่ความทนทานในระยะยาวเกิดจากการติดตั้งเป็นระบบ: พื้นต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง คุมความชื้นและอุณหภูมิ ทารองพื้นเจือจางน้ำ 10% ในพื้นผิวที่เหมาะสม ทาแต่ละชั้นตามอัตรา และรอเคลือบทับตามสภาพอากาศ หากหน้างานมีรอยแตก รอยต่อ ท่อ หรือมุมที่ขยับตัว ควรเสริม Fleece ไม่ควรหวังให้การทาชั้นหนาเพียงครั้งเดียวแก้ทุกปัญหา
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและวิธีใช้อ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุด รวมถึงประเมินสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
พื้นแบบไหนเหมาะกับ Sikalastic®-501 Roofseal Plus?
เหมาะกับพื้นผิวที่เตรียมถูกต้อง เช่น คอนกรีต ซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบตามตารางรองพื้น โดยพื้นต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และไม่มีสิ่งปนเปื้อนที่ลดการยึดเกาะ หากเป็นพื้นผิวอื่นควรทดสอบการยึดเกาะก่อนทำทั้งพื้นที่
ต้องทารองพื้นก่อนทุกครั้งไหม?
ควรทารองพื้นตามคำแนะนำของระบบ โดยพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. เพื่อช่วยการยึดเกาะและลดปัญหาจากพื้นผิวที่ดูดซึมไม่สม่ำเสมอ
พื้นต้องแห้งแค่ไหนก่อนทากันซึม?
เอกสาร Sika ระบุความชื้นพื้นผิวไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นขึ้นสะสมจากด้านล่างเมื่อทดสอบด้วยแผ่นพลาสติกตามแนวทาง ASTM หากพื้นยังชื้น ควรรอให้แห้งหรือแก้สาเหตุความชื้นก่อน
ทากี่ชั้นถึงจะพอ?
ระบบกันซึมหลังคาทั่วไปใช้ 2-3 ชั้น ปริมาณรวมประมาณ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ความหนารวมประมาณ 0.5-0.8 มม. ส่วนระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece ใช้ปริมาณรวมประมาณ 2.1-2.8 กก./ตร.ม. ความหนารวมประมาณ 0.9-1.1 มม.
ทาหนา ๆ ครั้งเดียวแทนหลายชั้นได้ไหม?
ไม่ควร เอกสาร Sika ระบุว่าไม่ควรใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./ชั้น หากไม่ได้เสริมความแข็งแรง การทาหนาเกินในครั้งเดียวอาจทำให้แห้งไม่สม่ำเสมอและเกิดปัญหาฟิล์มได้
ต้องใช้ Sikalastic® Fleece ตรงไหนบ้าง?
ควรใช้ในจุดที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ รอยแตกร้าว รอยต่อ ตะเข็บ มุมพื้นชนผนัง ท่อทะลุพื้น และจุดที่เคยรั่วซ้ำ เพื่อช่วยเสริมความต่อเนื่องและความแข็งแรงของระบบกันซึม
รอเคลือบทับนานแค่ไหน?
โดยประมาณที่ +20°C / RH 50% ระบบเสริมความแข็งแรงรอประมาณ 24 ชั่วโมง และระบบไม่เสริมแรงรอประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนที่ +30°C / RH 50% อาจลดเหลือประมาณ 12 ชั่วโมงและ 4 ชั่วโมงตามลำดับ ทั้งนี้เวลาเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิและความชื้นจริง
Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีสีอะไรและขนาดบรรจุเท่าไร?
ข้อมูล Sika ระบุสีเทา สีขาว และสีเขียว ขนาดบรรจุ 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง ควรตรวจสต็อก สี และรุ่นบรรจุภัณฑ์กับผู้จำหน่ายก่อนสั่งซื้อ
ซื้อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา สีสินค้า และคำนวณปริมาณจากพื้นที่หน้างานจริง
