น้ำไหลซึมไม่หยุดทำไงดี? วิธีใช้ LANKO 224 ปูนอุดน้ำรั่ว ฉุกเฉินให้เอาอยู่ภายใน 3 นาที
เมื่อน้ำไหลซึมออกจากผนังคอนกรีต ถังน้ำ บ่อพัก ชั้นใต้ดิน หรือรอยแตกร้าวแบบไม่ยอมหยุด สิ่งที่ต้องทำก่อนคือหยุดน้ำเฉพาะจุดให้ได้เร็วพอ แล้วค่อยทำระบบกันซึมถาวรต่อไป LANKO® 224 Rapid Plug คือซีเมนต์กันซึมชนิดแข็งตัวเร็วสำหรับงานฉุกเฉิน ผสมน้ำแล้วปั้นอุดรอยรั่วได้ทันที แข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 40-80 วินาทีเมื่อใช้งานตามขั้นตอน
LANKO® 224 Rapid Plug
ซีเมนต์กันซึมผสมสำเร็จชนิดแข็งตัวเร็ว สำหรับอุดหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุดบนพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ เหมาะกับถังน้ำ สระว่ายน้ำ งานโครงสร้างใต้ดิน ลานจอดรถใต้ดิน ช่องลิฟต์ ท่อระบายน้ำมีฝาปิด และช่องตรวจเช็คระบบระบายน้ำใต้ดิน
Quick Answer: น้ำไหลซึมไม่หยุดต้องทำยังไง?
ถ้าน้ำกำลังรั่วออกจากรอยแตก รูโพรง หรือรอยต่อคอนกรีต ให้สกัดเปิดร่องรอบจุดรั่วเป็นรูปตัว V ทำความสะอาดเศษปูนหลวม ผสม LANKO® 224 Rapid Plug ทีละน้อยในอัตรา 1 กก. ต่อน้ำ 0.2 ลิตร ปั้นเป็นก้อน แล้วกดอุดจากบริเวณที่น้ำรั่วน้อยเข้าไปหาจุดรั่วหลัก กดค้างไว้จนวัสดุแข็งตัว จากนั้นจึงแต่งผิวและวางแผนทำระบบกันซึมถาวรต่อ
หลักคิดสำคัญคือ LANKO 224 ไม่ใช่วัสดุทากันซึมทั้งผืน แต่เป็น ปูนอุดน้ำรั่วฉุกเฉินเฉพาะจุด เพื่อหยุดน้ำที่กำลังไหลซึมก่อนงานขั้นต่อไป เช่น ซ่อมผิวคอนกรีต ทำชั้นกันซึมซีเมนต์ หรือทำระบบกันซึมอื่นตามลักษณะพื้นที่ หากใช้ถูกตำแหน่งและเตรียมร่องดี วัสดุที่แข็งตัวเร็วจะช่วยต้านแรงดันน้ำช่วงแรกได้ดีกว่างานอุดด้วยปูนทั่วไปที่ยังไม่ทันเซ็ตตัวก็ถูกน้ำดันออก
คำว่า “ภายใน 3 นาที” ในงานจริงหมายถึงต้องจัดลำดับงานให้เร็วและพร้อม: เตรียมร่องกับพื้นที่ก่อน, ผสมทีละก้อนเล็ก, ปั้นและกดอุดทันที เพราะตัววัสดุมีระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 40-80 วินาทีเท่านั้น ถ้าผสมก่อนแล้วค่อยเดินหาเครื่องมือ วัสดุจะเริ่มแข็งในมือก่อนถึงจุดรั่ว
ทำไมน้ำรั่วซึมไม่หยุด และทำไมปูนทั่วไปมักเอาไม่อยู่?
จุดรั่วที่ดูเหมือนรูเล็ก ๆ บนผนังหรือพื้นคอนกรีต มักเป็นปลายทางของน้ำที่เดินทางมาจากด้านหลังโครงสร้าง น้ำอาจมาจากแรงดันดินชื้น น้ำใต้ดิน น้ำในแทงค์ น้ำจากสระ หรือแนวรอยต่อที่มีโพรงด้านใน เมื่อเราเอาปูนทรายธรรมดาไปปะบนผิวหน้า น้ำจะยังดันออกจากด้านหลัง ระหว่างที่ปูนยังไม่แข็งตัวจึงเกิดช่องว่าง หลุดร่อน หรือมีน้ำลอดออกมารอบก้อนปูนซ้ำอีก
งานอุดน้ำรั่วจึงต้องต่างจากงานฉาบซ่อมทั่วไป วัสดุต้องแข็งตัวเร็วมาก มีแรงยึดเกาะกับผิวคอนกรีตดี ปั้นเป็นก้อนเพื่ออัดเข้าโพรงได้ และต้องไม่หดตัวจนเกิดช่องว่างใหม่หลังเซ็ตตัว LANKO 224 Rapid Plug ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่นี้โดยตรง จึงเหมาะกับการ “หยุดน้ำก่อน” ในจุดที่ยังมีน้ำไหลอยู่ โดยเฉพาะหน้างานที่รอให้พื้นแห้งเองไม่ได้
ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผิวหน้า แต่มีแรงดันน้ำผลักวัสดุซ่อมออกตลอดเวลา
ถ้าไม่สกัดเป็นตัว V วัสดุไม่มีพื้นที่ล็อกตัว และหลุดได้ง่ายเมื่อเจอน้ำ
ปูนซ่อมธรรมดาอาจยังนิ่มในช่วงที่น้ำไหลแรง จึงอุดฉุกเฉินได้ไม่ดี
ในทางปฏิบัติ ผู้รับเหมาที่เจอปัญหาน้ำซึมไม่หยุดควรแยกงานออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกคือหยุดน้ำเฉพาะจุดด้วยปูนอุดน้ำรั่วแข็งตัวเร็ว ระยะที่สองคือแก้สาเหตุและป้องกันซ้ำ เช่น ซ่อมโพรง คุมรอยต่อ ทำระบบกันซึม หรือปรับ drainage รอบโครงสร้าง หากทำแค่ปะจุดรั่วโดยไม่แก้ระบบ น้ำอาจย้ายไปออกอีกจุดหนึ่งได้
ทำไม LANKO 224 Rapid Plug ถึงเหมาะกับงานอุดน้ำรั่วฉุกเฉิน?
จากเอกสารผลิตภัณฑ์ของ Sika/LANKO ระบุว่า LANKO 224 Rapid Plug เป็นซีเมนต์กันซึมผสมสำเร็จชนิดแห้งตัวเร็ว เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้เป็นระยะเวลานาน จุดเด่นคือใช้งานง่าย เพียงผสมกับน้ำสะอาด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ แข็งตัวเร็วเป็นพิเศษ ให้กำลังอย่างรวดเร็ว ยึดเกาะได้ดีบนพื้นผิวคอนกรีต หยุดการรั่วไหลของน้ำและต้านทานไฮดรอลิก รวมถึงไม่แตกร่อน ไม่หดตัว และไม่ก่อให้เกิดสนิมเหล็ก
ระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 40-80 วินาที ทำให้เหมาะกับงานฉุกเฉินมากกว่าปูนซ่อมทั่วไป
ผสมน้ำแล้วทำเป็นก้อนอุดลงในร่องตัว V ได้ ควบคุมรูปร่างง่ายกว่าวัสดุเหลว
ใช้กับพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ที่เตรียมผิวถูกต้องและสะอาด
ออกแบบมาเพื่อหยุดการรั่วไหลของน้ำและต้านทานแรงดันไฮดรอลิกเฉพาะจุด
ช่วยลดโอกาสเกิดช่องว่างหลังอุด ซึ่งเป็นสาเหตุให้น้ำวนกลับมาซึมรอบจุดเดิม
เหมาะกับงานโครงสร้างคอนกรีตที่อาจมีเหล็กเสริมอยู่ใกล้บริเวณซ่อม
คำแนะนำหน้างาน: เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเริ่มผสม ทั้งถุงมือ ภาชนะผสม น้ำสะอาด เกรียง และพื้นที่ร่องตัว V เพราะหลังผสมน้ำแล้วเวลาทำงานสั้นมาก การเตรียมตัวก่อนผสมคือครึ่งหนึ่งของความสำเร็จในงานอุดรั่วชนิดนี้
สเปกสำคัญและอัตราส่วนผสม LANKO 224 ที่ต้องจำ
สำหรับงานปูนอุดน้ำรั่วฉุกเฉิน ตัวเลขที่ต้องจำไม่เยอะ แต่ต้องแม่น เพราะวัสดุแข็งตัวเร็วและแก้ไขระหว่างทางได้ยากกว่างานปูนทั่วไป สเปกด้านล่างสรุปจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 224 Rapid Plug และหน้า Sika Thailand
| รายการ | ข้อมูล LANKO 224 Rapid Plug | ความหมายต่อการใช้งาน |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | ซีเมนต์กันซึมผสมสำเร็จชนิดแข็งตัวเร็ว | ใช้หยุดน้ำรั่วเฉพาะจุด ไม่ใช่กันซึมทาทั้งพื้นที่ |
| สีและลักษณะ | ผงซีเมนต์สีเทา | ผสมน้ำแล้วปั้นเป็นก้อนอุดร่องได้ |
| อัตราส่วนผสม | LANKO 224 : น้ำ = 1 กก. : 0.2 ลิตร โดยน้ำหนัก | ต้องผสมให้ข้นพอปั้นได้ อย่าเติมน้ำจนเหลว |
| ระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ | 40-80 วินาที | ผสมทีละน้อยและใช้งานทันที |
| ความหนาแน่น | 1.99 กก./ลิตร | ใช้ประกอบการประเมินปริมาณวัสดุสำหรับงานซ่อม |
| บรรจุภัณฑ์ | 1 กก./กระป๋อง, 5 กก./กระป๋อง, 25 กก./ถัง | เลือกขนาดตามจำนวนจุดรั่วและปริมาณงาน |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 6 เดือนเมื่อเก็บถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย | สินค้าที่เปิดแล้วต้องปิดให้สนิท เพราะวัสดุดูดความชื้นได้ |
| การเก็บรักษา | จัดเก็บในบริเวณแห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง | ลดความเสี่ยงผงจับตัวเป็นก้อนหรือเสื่อมสภาพก่อนใช้งาน |
ห้ามปรับสูตรเอง: เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่ควรผสม LANKO 224 Rapid Plug กับปูนซีเมนต์ ทราย หรือสารผสมเพิ่มเติม เพราะอาจเปลี่ยนเวลาการแข็งตัว แรงยึดเกาะ และความสามารถในการหยุดน้ำรั่ว
หากต้องอุดหลายจุด ควรแบ่งผสมเป็นชุดเล็ก ๆ ตามลำดับจุดรั่ว อย่าเทผงจำนวนมากแล้วเติมน้ำรวดเดียว เพราะวัสดุอาจแข็งก่อนใช้งานเสร็จ โดยเฉพาะหน้างานอากาศร้อนหรือทีมงานยังไม่ชำนาญ การเสียเวลาผสมใหม่มักดีกว่าการฝืนใช้ก้อนปูนที่เริ่มแข็งแล้ว เพราะวัสดุที่เริ่มเซ็ตจะกดแน่นเข้าโพรงได้ไม่ดีเท่าที่ควร
วิธีใช้ LANKO 224 อุดน้ำรั่วฉุกเฉินให้เอาอยู่ภายใน 3 นาที
ก่อนเริ่ม ให้เข้าใจก่อนว่า 3 นาทีไม่ใช่เวลาสำหรับเดินหาอุปกรณ์ แต่เป็นช่วงปฏิบัติหลังเตรียมพื้นผิวแล้ว ดังนั้นต้องสกัดร่อง ทำความสะอาด และเตรียมน้ำกับผงปูนไว้ใกล้มือก่อน จากนั้นจึงเริ่มผสมและอุดรั่วตามขั้นตอนด้านล่าง
ขจัดเศษปูนหลุดล่อน แตก บิ่น กระเทาะ และสิ่งสกปรกออกให้หมด ร่องตัว V ช่วยให้ก้อนวัสดุมีพื้นที่ล็อกตัวกับคอนกรีต ไม่ใช่แค่ปะอยู่บนผิวหน้า
ถ้ามีน้ำซึมหลายจุด ให้ไล่อุดจากบริเวณที่น้ำรั่วน้อยเข้าไปหาบริเวณส่วนกลางที่น้ำรั่วซึมมากกว่า เพื่อลดแรงน้ำและควบคุมทิศทางการซ่อม
ใช้อัตราส่วน LANKO 224 Rapid Plug 1 กก. ต่อน้ำ 0.2 ลิตร ผสมให้ได้เนื้อข้นพอปั้นเป็นก้อนได้ อย่าผสมเหลวเพราะจะถูกน้ำดันหรือควบคุมรูปร่างยาก
นำวัสดุที่ผสมแล้วปั้นเป็นก้อน กดลงในร่องตัว V ให้แน่น อัดให้เต็มโพรงและให้วัสดุสัมผัสคอนกรีตรอบด้านมากที่สุด
กดวัสดุไว้กับที่จนเริ่มเซ็ตตัว ไม่ขยับหรือแต่งผิวเร็วเกินไป หลังน้ำหยุดแล้วจึงปรับแต่งผิวหน้าให้เรียบร้อยตามต้องการ
กรณีน้ำแรงมาก: หากแรงดันน้ำสูงจนกดวัสดุไม่อยู่ เอกสารผลิตภัณฑ์แนะนำให้ใช้ไม้อุดรอยรั่วก่อนเพื่อลดแรงดันน้ำ จากนั้นจึงอุดซ่อมด้วย LANKO 224 Rapid Plug อีกชั้นหนึ่ง
หลังอุดแล้วควรสังเกตอย่างน้อยช่วงแรกว่ามีน้ำออกข้างรอยซ่อมหรือไม่ หากน้ำยังซึมรอบ ๆ แสดงว่าแรงดันน้ำอาจหาทางออกใหม่ ต้องเปิดร่องให้เหมาะสมขึ้นหรือไล่อุดตามลำดับใหม่ อย่ารีบทาชั้นกันซึมทับทันทีบนผิวที่ยังมีน้ำดันออก เพราะวัสดุกันซึมชั้นต่อไปอาจยึดเกาะไม่ดี
พื้นที่แบบไหนใช้ LANKO 224 Rapid Plug ได้บ้าง?
LANKO 224 เหมาะกับพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ที่มีน้ำรั่วซึมเฉพาะจุด โดยเฉพาะงานที่ต้องหยุดน้ำก่อนเริ่มซ่อมระบบหลัก จุดใช้งานที่พบบ่อยคือถังน้ำ สระว่ายน้ำ โครงสร้างใต้ดิน ลานจอดรถใต้ดิน ช่องลิฟต์ ท่อระบายน้ำมีฝาปิด และช่องตรวจเช็คระบบระบายน้ำใต้ดิน
| พื้นที่ใช้งาน | ตัวอย่างปัญหา | แนวทางใช้ LANKO 224 | งานต่อเนื่องที่ควรพิจารณา |
|---|---|---|---|
| ถังน้ำหรือบ่อเก็บน้ำ | รูโพรง รอยแตกร้าว น้ำซึมออกจากผนังคอนกรีต | อุดหยุดน้ำเฉพาะจุดก่อน | ตรวจรอยแตกร้าวและทำระบบกันซึมที่เหมาะกับน้ำขัง |
| สระว่ายน้ำ | น้ำรั่วจากโครงสร้างหรือแนวซ่อมเดิม | ใช้หยุดน้ำก่อนซ่อมผิว | ซ่อมระบบกันซึมและวัสดุปิดผิวตามระบบสระ |
| ชั้นใต้ดิน/ลานจอดรถใต้ดิน | น้ำใต้ดินดันผ่านผนังหรือพื้น | อุดจุดน้ำพุ่งหรือซึมแรง | ประเมินแรงดันน้ำ ระบบระบายน้ำ และกันซึมด้านใน/ด้านนอก |
| ช่องลิฟต์หรือบ่อพัก | น้ำขัง น้ำซึมจากรอยต่อและมุมผนัง | สกัดร่องตัว V แล้วอุดเป็นช่วง ๆ | ทำระบบป้องกันน้ำซึมรอบมุมและรอยต่อเพิ่มเติม |
| ท่อระบายน้ำมีฝาปิด | น้ำรั่วตามรอยต่อคอนกรีตหรือโพรงซ่อม | ใช้เป็นวัสดุอุดฉุกเฉินเฉพาะจุด | ตรวจการทรุดตัว รอยต่อ และการไหลของน้ำในระบบ |
สำหรับงานบ้านทั่วไป เช่น ผนังห้องน้ำด้านหลังมีน้ำซึม หรือพื้นดาดฟ้ามีน้ำไหลตามรอยแตกร้าว ต้องระวังการเลือกใช้ให้ตรงหน้าที่ หากเป็นน้ำซึมจากด้านหลังคอนกรีตและเห็นจุดรั่วชัด LANKO 224 ช่วยหยุดน้ำเฉพาะจุดได้ แต่ถ้าปัญหาเกิดจากพื้นผิวกว้าง เช่น ดาดฟ้าร้าวหลายแนว หรือห้องน้ำไม่มีชั้นกันซึมทั้งระบบ ควรใช้ LANKO 224 เฉพาะจุดรั่ว แล้วทำระบบกันซึมทั้งพื้นที่ด้วยวัสดุที่เหมาะสมต่อไป
ข้อผิดพลาดที่ทำให้อุดน้ำรั่วไม่อยู่ และข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
เพราะ LANKO 224 เป็นวัสดุแข็งตัวเร็ว ความผิดพลาดเล็ก ๆ เช่น ผสมน้ำมากเกิน ผสมทิ้งไว้ หรือไม่สกัดร่องให้ลึกพอ สามารถทำให้งานอุดรั่วล้มเหลวได้ทันที ตารางนี้ช่วยเช็กก่อนเริ่มงานจริง
วัสดุแข็งตัวเร็วมาก หากผสมมากกว่าที่ใช้ทันในครั้งเดียวจะเสียของและคุณภาพงานตก
ไม่ควรแก้เนื้อปูนที่เริ่มแข็งด้วยการเติมน้ำ เพราะอาจลดกำลังและการยึดเกาะ
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่ควรผสมกับวัสดุอื่น เพราะอาจทำให้คุณสมบัติเปลี่ยนไป
วัสดุมีความเป็นด่าง ควรสวมถุงมือขณะใช้งาน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสตา
วัสดุมีคุณสมบัติดูดความชื้น ควรปิดภาชนะให้สนิทหลังเปิดใช้
การอุดรั่วเฉพาะจุดหยุดน้ำได้ แต่ไม่ได้แทนระบบกันซึมทั้งพื้นที่
ความปลอดภัย: LANKO 224 มีความเป็นด่าง หากเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที และควรศึกษาข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งาน โดยเฉพาะงานในพื้นที่อับอากาศหรือโครงสร้างใต้ดิน
สุดท้ายต้องย้ำว่า ข้อมูลทางเทคนิคในเอกสารได้จากการทดสอบในห้องทดลอง การใช้งานจริงอาจแตกต่างตามสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แรงดันน้ำ ความสะอาดของพื้นผิว และความลึกของร่องที่สกัด หากเป็นงานสำคัญ เช่น แทงค์น้ำขนาดใหญ่ ชั้นใต้ดิน หรือโครงสร้างที่มีแรงดันน้ำสูง ควรให้ทีมเทคนิคหรือผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ประเมินก่อนลงมือ
สรุป: หยุดน้ำให้เร็ว แล้วทำระบบกันซึมต่อให้จบ
เมื่อเจอน้ำไหลซึมไม่หยุด สิ่งที่ไม่ควรทำคือเอาปูนทั่วไปไปปะผิวแบบรีบ ๆ เพราะน้ำที่มีแรงดันมักดันปูนออกก่อนเซ็ตตัว แนวทางที่ถูกต้องคือเปิดร่องให้วัสดุล็อกตัว ผสมปูนอุดน้ำรั่วแข็งตัวเร็วทีละน้อย แล้วกดอุดให้แน่นจนหยุดน้ำได้ LANKO 224 Rapid Plug ตอบโจทย์นี้เพราะเป็นซีเมนต์กันซึมชนิดแข็งตัวเร็ว ผสมน้ำสะอาด ใช้กับพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ และมีระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 40-80 วินาที
แต่การอุดด้วย LANKO 224 คือการควบคุมจุดรั่ว ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของทุกปัญหากันซึม หลังจากน้ำหยุดแล้วควรตรวจสาเหตุและเลือกวัสดุระบบต่อไป เช่น ซ่อมผิว ทำซีเมนต์กันซึม ทาเมมเบรน หรือแก้ระบบระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำกลับมารั่วซ้ำในตำแหน่งเดิมหรือย้ายไปออกตำแหน่งใหม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 224 Rapid Plug ฉบับธันวาคม 2020 และหน้า LANKO® 224 Rapid Plug บนเว็บไซต์ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารรุ่นล่าสุดก่อนใช้งานจริงเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 224 Rapid Plug แข็งตัวเร็วแค่ไหน?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 40-80 วินาที จึงต้องผสมทีละน้อยและใช้งานทันทีหลังผสม
ผสม LANKO 224 กับน้ำเท่าไหร่?
ใช้อัตราส่วน LANKO 224 Rapid Plug 1 กิโลกรัม ต่อน้ำสะอาด 0.2 ลิตร โดยน้ำหนัก ผสมให้ได้เนื้อข้นพอปั้นเป็นก้อนอุดรอยรั่วได้
ใช้ LANKO 224 อุดรั่วแรงดันน้ำสูงได้ไหม?
ใช้กับงานหยุดน้ำรั่วและต้านทานแรงดันไฮดรอลิกเฉพาะจุดได้ แต่ถ้าแรงดันน้ำสูงมากจนกดวัสดุไม่อยู่ เอกสารแนะนำให้ใช้ไม้อุดรอยรั่วก่อนเพื่อลดแรงดัน แล้วจึงอุดซ่อมด้วย LANKO 224
ต้องสกัดร่องเป็นรูปตัว V จริงไหม?
ควรทำ เพราะร่องรูปตัว V ช่วยให้วัสดุล็อกตัวกับพื้นผิวและโพรงรั่วได้ดีกว่าการปะบนผิวเรียบ ลดความเสี่ยงที่น้ำจะดันวัสดุหลุดออก
LANKO 224 ใช้แทนกันซึมทาห้องน้ำหรือดาดฟ้าได้ไหม?
ไม่ควรใช้แทนกันซึมทาทั้งพื้นที่ เพราะ LANKO 224 เป็นวัสดุอุดหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุด หากต้องกันซึมห้องน้ำ ดาดฟ้า หรือพื้นที่กว้าง ควรใช้ระบบกันซึมที่เหมาะสมหลังจากหยุดจุดรั่วแล้ว
ใช้กับแทงค์น้ำหรือสระว่ายน้ำได้หรือไม่?
ใช้ได้ในฐานะวัสดุอุดรอยรั่วเฉพาะจุดบนพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ จากนั้นควรทำระบบซ่อมและกันซึมต่อเนื่องให้เหมาะกับพื้นที่ที่มีน้ำขังหรือแรงดันน้ำ
เปิดกระป๋องแล้วเก็บต่อได้ไหม?
เก็บต่อได้หากปิดภาชนะให้สนิทและเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแดดโดยตรง เพราะวัสดุมีคุณสมบัติดูดความชื้น หากชื้นหรือจับตัวเป็นก้อนอาจใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ซื้อ LANKO 224 Rapid Plug ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดและสั่งซื้อที่หน้า LANKO 224 Rapid Plug ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และขนาดบรรจุที่เหมาะกับงาน
