สอนวิธีใช้โฟมเส้น (Backing Rod) ร่วมกับ LANKO 603 สำหรับอุดร่องลึกอย่างมืออาชีพ
ร่องลึกไม่ควรยิง LANKO 603 Polyurethane ถมลงไปจนเต็มทั้งความลึก เพราะจะเปลืองวัสดุ คุมรูปทรงแนวรอยต่อยาก และอาจทำให้ sealant เคลื่อนตัวได้ไม่ดี วิธีที่ถูกต้องคือใช้ โฟมเส้นหรือ Backing Rod เป็นตัวกำหนดความลึกก่อนยิงกาว เพื่อให้แนวยาแนวสวย ยืดหยุ่น และทำงานได้ตามหน้าที่ของวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน
LANKO® 603 Polyurethane
วัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ เหมาะกับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวหรือรอยต่อขยายตัว ใช้ได้ทั้งงานภายในและภายนอก ยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวหลายประเภท เช่น คอนกรีต หิน เหล็ก และไม้
Quick Answer: ใช้โฟมเส้นกับ LANKO 603 อย่างไรให้ถูก?
ทำความสะอาดร่องให้แห้งและแข็งแรง ใส่ Backing Rod ลงไปเพื่อควบคุมความลึกของร่อง จากนั้นปิดเทปกระดาษที่ขอบร่อง ยิง LANKO 603 Polyurethane ให้เต็มหน้าร่องโดยระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศ แล้วปาดแต่งผิวก่อนกาวเริ่มแข็งตัว วิธีนี้ช่วยลดการใช้กาวเกินจำเป็น ทำให้แนวยาแนวมีรูปทรงถูกต้อง และช่วยให้รอยต่อเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
หลักคิดสำคัญคือ LANKO 603 เป็นวัสดุอุดรอยต่อ ไม่ใช่วัสดุถมโพรงลึกทั้งก้อน หากร่องลึก 20-50 มม. แล้วยิงกาวลงไปเต็มทั้งหมด ปริมาณกาวจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าโดยไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพเท่าที่ควร แถมกาวด้านในอาจบ่มช้ากว่าปกติ เพราะเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุอัตราการบ่มมากกว่า 2 มม. ต่อ 24 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50%
การใช้โฟมเส้นจึงเป็นเทคนิคมาตรฐานของงาน sealant เพราะช่วยสร้างก้นร่องที่นุ่มและสม่ำเสมอ ทำให้กาวยึดเกาะกับขอบร่องสองด้านเป็นหลัก ไม่ถูกบังคับให้ยึดติดก้นร่องลึกจนเกิดแรงดึงผิดทิศทางเมื่อรอยต่อขยับ โดยเฉพาะรอยต่อคอนกรีต รอยต่อผนัง รอยต่อพื้น หรือแนวรอยต่อภายนอกอาคารที่ต้องรับการขยายและหดตัวตามอุณหภูมิ
ทำไมร่องลึกต้องใช้โฟมเส้น Backing Rod?
ปัญหาของร่องลึกคือช่างมักเห็นว่าร่องยังว่างอยู่ จึงยิงกาวลงไปเรื่อย ๆ จนเต็ม แต่ sealant ที่ดีไม่ได้วัดจากความลึกของกาวอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญกว่าคือสัดส่วนหน้าตัด ความสะอาดของผิวสัมผัส และการยึดเกาะกับผนังร่องสองด้าน เมื่อร่องลึกเกินไป กาวที่อยู่ด้านล่างแทบไม่ได้ช่วยรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อ แต่กลับทำให้ใช้วัสดุมากขึ้นและบ่มช้าขึ้น
Backing Rod ทำหน้าที่เหมือนตัวกำหนดระดับก้นร่องก่อนยิงกาว ช่วยให้ความลึกของ LANKO 603 อยู่ในช่วงที่ควบคุมได้ เมื่อกาวถูกปาดให้เต็มแนวด้านบน จะเกิดหน้าตัดที่เหมาะกับการยืดและคืนตัว ไม่หนาจนแข็งเกิน ไม่บางจนฉีกขาดง่าย และยังช่วยป้องกันการยึดติดสามด้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แนวยาแนวแตกร้าวหรือหลุดล่อนเมื่อรอยต่อเคลื่อนตัว
ทำให้ชั้น LANKO 603 มีความลึกสม่ำเสมอทั้งแนว ไม่หนาบางตามโพรงจริงของร่อง
ไม่ต้องยิงกาวถมร่องลึกทั้งหมด จึงคุมต้นทุนและจำนวนหลอดได้แม่นยำขึ้น
ลดการยึดติดก้นร่องลึก ช่วยให้ sealant เคลื่อนตัวกับรอยต่อได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
เอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 603 ระบุโดยตรงว่าสามารถใช้แบคกิ้ง รอด หรือเส้นโฟมอุดร่อง เพื่อลดความลึกของร่องได้ นี่จึงไม่ใช่เทคนิคเสริมตามความชอบส่วนตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีทำงานที่เหมาะกับร่องลึก โดยเฉพาะร่องคอนกรีตที่ตัดลึกเกินกว่าความลึกของ sealant ที่ต้องการจริง
สเปกสำคัญของ LANKO 603 ที่ต้องรู้ก่อนใช้งาน
LANKO 603 Polyurethane เป็นวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ จุดเด่นคือใช้งานง่าย ไม่ไหลย้อย เมื่อแห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ และยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวหลายประเภท เช่น คอนกรีต หิน เหล็ก และไม้ จึงเหมาะกับงานรอยต่อที่ต้องการความยืดหยุ่นมากกว่าวัสดุยาแนวแข็งทั่วไป
| รายการ | ข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ | ความหมายกับงาน Backing Rod |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | โพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ | ยิงจากหลอดหรือไส้กรอกได้ ไม่ต้องผสมสองส่วนก่อนใช้งาน |
| การใช้งาน | รอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อขยายตัว ภายในและภายนอก | เหมาะกับร่องที่ต้องรับการยืดหด เช่น รอยต่อคอนกรีตและงานอาคาร |
| บรรจุภัณฑ์ | หลอดแข็ง 300 มล. และหลอดนิ่ม 600 มล. | งานยาวหรือร่องจำนวนมากมักคุมต้นทุนง่ายขึ้นด้วยขนาด 600 มล. |
| สี | สีเทาและสีขาว | เลือกให้เข้ากับคอนกรีต ผนัง หรือวัสดุรอบข้างเพื่อความเรียบร้อย |
| ความหนาแน่น | 1.45 กก./ลิตร | ช่วยประเมินลักษณะวัสดุและการไหลตัวในงานจริง |
| Shore A | 36 ที่อายุ 28 วัน | ให้ความยืดหยุ่น ไม่แข็งกรอบแบบปูนหรือวัสดุอุดร่องแข็ง |
| การยืดตัว | > 500% | รองรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อได้ดีเมื่อออกแบบหน้าตัดถูกต้อง |
| อัตราการหดตัวกลับ | > 70% | ช่วยให้แนวรอยต่อคืนตัวหลังถูกยืดหรือกดในระดับที่เหมาะสม |
| อุณหภูมิแวดล้อม | +5°C ถึง +35°C | ควรหลีกเลี่ยงงานกลางแดดร้อนจัดหรือสภาพต่ำกว่าช่วงที่กำหนด |
| การบ่ม | > 2 มม./24 ชม. ที่ 23°C / RH 50% | ยิ่งยิงหนาเกินจำเป็น ยิ่งเพิ่มเวลาบ่มด้านในโดยไม่จำเป็น |
จำง่าย: LANKO 603 เหมาะกับงานอุดรอยต่อที่ต้องการความยืดหยุ่นและการยึดเกาะหลายพื้นผิว ส่วน Backing Rod เหมาะกับงานร่องลึกที่ต้องควบคุมความลึกของกาวให้ถูกสัดส่วน
ออกแบบความลึกร่องอย่างไร ก่อนใส่ Backing Rod?
ก่อนใส่โฟมเส้นต้องวัดร่องจริง ไม่ใช่ดูด้วยตาเปล่าเท่านั้น ให้ใช้ตลับเมตรหรือเวอร์เนียร์วัดความกว้างร่องและความลึกหลายจุด เพราะร่องคอนกรีตมักไม่เท่ากันตลอดแนว บางช่วงบิ่น บางช่วงแคบ บางช่วงลึกกว่าที่ตัดไว้ หากไม่วัดก่อน ช่างอาจเลือกโฟมเส้นเล็กเกินไปจนหลุดลงก้นร่อง หรือใหญ่เกินไปจนดันแล้วเสียรูปมากเกินควร
ในงานทั่วไป แนวคิดคือให้ Backing Rod แน่นพอที่จะอยู่กับที่และไม่ขยับตอนยิงกาว แต่ไม่ควรฝืนยัดจนขอบร่องแตกหรือโฟมเสียรูปมากเกินไป หลังใส่โฟมแล้วควรเหลือความลึกด้านบนให้ LANKO 603 พอสร้างหน้าตัดที่ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และสามารถปาดผิวได้เรียบ หากเป็นร่อง 10 x 10 มม. เอกสารผลิตภัณฑ์ให้ตัวเลขอ้างอิงปริมาณใช้ 100 มล. ต่อ 1 เมตร ซึ่งช่วยให้เห็นภาพว่าความลึกมีผลกับปริมาณกาวโดยตรง
| ลักษณะร่อง | แนวทางใช้ Backing Rod | เหตุผล |
|---|---|---|
| ร่องตื้นและความลึกพอดี | อาจไม่จำเป็นต้องใช้ หากความลึกเหมาะกับการยิงกาวอยู่แล้ว | การใส่โฟมเส้นอาจทำให้ความลึกเหลือน้อยเกินไป |
| ร่องลึกกว่าหน้าตัดที่ต้องการ | ควรใช้ Backing Rod | ลดความลึกของร่องและช่วยคุมรูปทรง sealant |
| ร่องกว้างไม่สม่ำเสมอ | วัดหลายจุดและเลือกขนาดโฟมให้แน่นในช่วงกว้างหลัก | ช่วยให้โฟมไม่หลุดและไม่บิดตัวขณะยิงกาว |
| ร่องคอนกรีตบิ่นหรือขอบแตก | ซ่อมขอบร่องก่อน | ขอบที่ไม่แข็งแรงจะทำให้กาวยึดเกาะไม่ดี แม้ใช้โฟมถูกต้อง |
| ร่องมีคราบน้ำมันหรือฝุ่น | ห้ามยิงทันที | คราบสกปรกลดประสิทธิภาพการยึดเกาะของ LANKO 603 |
หากไม่แน่ใจเรื่องสัดส่วน ให้เริ่มจากหลักความปลอดภัยของงานรอยต่อคือทำให้กาวยึดเกาะกับผนังร่องสองด้านอย่างมั่นคง และไม่ให้ก้นร่องเป็นตัวล็อกกาวจนเคลื่อนตัวไม่ได้ การใส่ Backing Rod ที่ระดับเหมาะสมจึงสำคัญไม่แพ้การเลือก sealant รุ่นที่ดี
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน
งาน LANKO 603 กับโฟมเส้นทำให้สวยได้ไม่ยาก แต่ต้องเตรียมเครื่องมือให้ครบก่อนเปิดหลอด เพราะหลังยิงกาวแล้วต้องแต่งผิวและดึงเทปในจังหวะที่เหมาะสม หากค่อยเดินหาเครื่องมือระหว่างทำงาน แนวรอยต่ออาจเริ่มเซ็ต ผิวไม่เรียบ หรือขอบเลอะจนต้องแก้งานซ้ำ
- LANKO 603 Polyurethane: เลือกสีเทาหรือสีขาวตามหน้างาน และเลือกรูปแบบ 300 มล. หรือ 600 มล. ตามปริมาณงาน
- Backing Rod หรือโฟมเส้น: เลือกขนาดให้พอดีกับความกว้างร่อง แน่นพอไม่หลุด แต่ไม่ฝืนจนร่องเสียหาย
- ปืนยิงกาว: ใช้ให้ตรงกับหลอดแข็งหรือหลอดนิ่ม หากใช้หลอดนิ่มต้องใช้ปืนสำหรับไส้กรอก
- แปรงโลหะและเครื่องดูดฝุ่น: ใช้ทำความสะอาดผนังร่องคอนกรีตให้ปราศจากฝุ่นและเศษปูน
- กระดาษกาว: ปิดขอบร่องทั้งสองด้านเพื่อคุมแนวให้ตรงและลดคราบเลอะ
- มีดคัตเตอร์และหัวจุก: ตัดปลายหลอดและหัวจุกตามขนาดแนวร่องที่ต้องการ
- เกรียงปาดหรืออุปกรณ์แต่งผิว: ใช้ปาดให้กาวสัมผัสขอบร่องเต็มแนวและผิวเรียบสวย
- น้ำยารองพื้นตามความเหมาะสม: ใช้ในกรณีพื้นผิวมีความพรุนมาก ตามคำแนะนำในเอกสารผลิตภัณฑ์
ก่อนเริ่มงาน: ตรวจสภาพหลอด วันผลิต อายุผลิตภัณฑ์ และการเก็บรักษา LANKO 603 มีอายุ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต หากจัดเก็บอย่างถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย ควรเก็บในที่แห้งและไม่โดนแสงแดดโดยตรง
ขั้นตอนใช้ Backing Rod ร่วมกับ LANKO 603 แบบมืออาชีพ
1. ตรวจร่องและซ่อมส่วนที่เสียหายก่อน
เอกสารผลิตภัณฑ์แนะนำว่าบริเวณร่องบนพื้นคอนกรีตหรือปูนฉาบที่แตกบิ่นเสียหายควรซ่อมแซมก่อน เช่น ใช้ LANKO 731 STRUCTURE REPAIR หรือใช้ปูนทรายผสม LANKO 751 LATEX แล้วปล่อยให้แห้งก่อนทำงานต่อ เพราะ sealant จะทำงานได้ดีเมื่อยึดเกาะกับพื้นผิวที่แข็งแรง ไม่ใช่ขอบร่องที่ร่วนหรือหลุดล่อนง่าย
2. ทำความสะอาดผิวสัมผัสให้แห้งและปราศจากคราบ
พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน สี หรือเศษสิ่งสกปรกที่ลดการยึดเกาะ ใช้แปรงโลหะทำความสะอาดผิวคอนกรีต และถ้ามีฝุ่นในร่องให้ดูดออกให้หมด ห้ามใช้น้ำล้างแล้วรีบยิงกาวขณะร่องยังชื้น เพราะความชื้นและคราบสกปรกอาจทำให้แนว LANKO 603 ยึดเกาะได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
3. ใส่ Backing Rod เพื่อลดความลึกของร่อง
กดโฟมเส้นลงไปในร่องให้ได้ระดับต่อเนื่องตลอดแนว ใช้เครื่องมือปลายมนช่วยกดแทนของมีคม เพื่อไม่ให้ผิวโฟมฉีกขาดหรือเป็นรอยลึก ระดับของโฟมควรสม่ำเสมอ เพราะจะเป็นตัวกำหนดความลึกของ LANKO 603 ด้านบน หากโฟมสูงต่ำไม่เท่ากัน แนวยาแนวที่ยิงตามลงไปก็จะหนาบางไม่สม่ำเสมอด้วย
4. ปิดเทปกระดาษที่ขอบร่องทั้งสองด้าน
ใช้กระดาษกาวปิดขอบร่องทั้งสองข้างก่อนยิงกาว วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ LANKO 603 เลอะพื้นผิวรอบร่อง และช่วยให้ได้แนวร่องที่สวยงาม โดยเฉพาะงานโชว์ผิว เช่น ผนังภายนอก รอยต่อพื้นคอนกรีตหน้าบ้าน แนววงกบ หรือรอยต่อที่สายตาเห็นชัด
5. ตัดหัวจุกและยิง LANKO 603 ให้เต็มหน้าร่อง
ตัดปลายเกลียวของหลอดหรือหลอดนิ่ม บรรจุเข้าปืนยิงกาว แล้วตัดหัวจุกตามขนาดแนวร่องที่ต้องการ ยิง LANKO 603 ด้วยแรงดันสม่ำเสมอเข้าไปในร่องให้เต็มทั้งสองด้าน ระวังไม่ให้เกิดโพรงอากาศข้างใน วิธีที่ดีคือเดินปืนอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดเป็นช่วงยาว และให้หัวจุกช่วยกดวัสดุเข้าแนวร่องเล็กน้อยเพื่อให้สัมผัสผนังร่องเต็มที่
6. ปาดแต่งผิวและดึงเทปออกในเวลาที่เหมาะสม
หลังยิงกาวให้ปาดแต่งผิวทันทีเพื่อไล่อากาศ กดให้กาวแนบกับขอบร่อง และทำให้ผิวเรียบต่อเนื่อง จากนั้นดึงเทปกระดาษออกก่อนกาวแข็งตัวมากเกินไป หากปล่อยไว้นาน เทปอาจดึงขอบกาวให้เสียรูป หรือทิ้งคราบกาวบริเวณขอบร่องได้
7. ป้องกันแนวรอยต่อระหว่างบ่ม
แม้ LANKO 603 มีเวลาแข็งตัวประมาณ 120 นาทีที่ 23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% แต่การบ่มด้านในยังต้องใช้เวลา โดยเอกสารระบุอัตราการบ่มมากกว่า 2 มม. ต่อ 24 ชั่วโมง จึงควรป้องกันฝุ่น น้ำ การเหยียบ การกดทับ หรือการเปิดใช้งานหนักเร็วเกินไป โดยเฉพาะร่องลึกหรือร่องกว้างที่ใช้วัสดุมากกว่าปกติ
วิธีคำนวณปริมาณ LANKO 603 เมื่อใช้กับ Backing Rod
สูตรพื้นฐานของการคำนวณคือ ความกว้างร่อง x ความลึกของกาว ไม่ใช่ความลึกของร่องทั้งหมด หลังใส่ Backing Rod แล้ว ความลึกที่ต้องใช้คำนวณคือระยะจากผิวโฟมถึงผิวหน้าร่องเท่านั้น เอกสารผลิตภัณฑ์ให้ตัวเลขอ้างอิงว่า ร่องขนาด 10 มม. x 10 มม. ใช้ LANKO 603 ประมาณ 100 มล. ต่อ 1 เมตร
| ตัวอย่างร่อง | ถ้าไม่ใช้ Backing Rod | ถ้าใช้ Backing Rod คุมความลึก | ผลต่างที่เห็นได้ |
|---|---|---|---|
| กว้าง 10 มม. ลึก 10 มม. | ใช้ตามตัวอย่าง 100 มล./เมตร | อาจไม่ต้องลดความลึกเพิ่ม | เป็นขนาดอ้างอิงพื้นฐาน |
| กว้าง 10 มม. ลึก 25 มม. | อาจใช้มากเกินจำเป็น | ใส่โฟมให้เหลือชั้นกาวราวระดับที่ต้องการ | ลดวัสดุและลดเวลาบ่มด้านใน |
| กว้าง 15 มม. ลึก 30 มม. | ปริมาณเพิ่มตามหน้าตัดที่ลึก | คุมความลึกก่อนยิงกาว | แนวรอยต่อยืดหยุ่นกว่าและคุมต้นทุนง่ายกว่า |
| ร่องยาวหลายสิบเมตร | คลาดเคลื่อนเล็กน้อยกลายเป็นต้นทุนมาก | วัดจริงและใส่โฟมสม่ำเสมอ | คำนวณจำนวนหลอดแม่นขึ้น |
ตัวอย่างง่าย ๆ หากร่องกว้าง 10 มม. และต้องการชั้น LANKO 603 ลึกประมาณ 10 มม. จะใกล้เคียงตัวเลข 100 มล./เมตร แต่ถ้าร่องจริงลึก 30 มม. แล้วไม่ใช้โฟมเส้น ปริมาณกาวอาจเพิ่มเป็นหลายเท่าตามหน้าตัดที่ถูกถมลงไป การใส่ Backing Rod จึงช่วยทั้งด้านเทคนิคและด้านงบประมาณ โดยเฉพาะงานโครงการที่มีความยาวร่องมาก
ต้องการคำนวณเร็ว: ส่งความกว้างร่อง ความลึกหลังใส่ Backing Rod และความยาวรวมของร่องให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินจำนวนหลอด 300 มล. หรือ 600 มล. ได้ก่อนสั่งซื้อ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่ออุดร่องลึกด้วย LANKO 603
เปลืองวัสดุ บ่มช้า และอาจทำให้แนวรอยต่อแข็งเกินจำเป็นเมื่อเทียบกับหน้าที่จริง
ฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่า และเศษปูนทำให้การยึดเกาะลดลงอย่างชัดเจน
เล็กเกินไปจะหลุดลงก้นร่อง ใหญ่เกินไปอาจเสียรูปหรือดันขอบร่องเสียหาย
อีกข้อที่ควรระวังคือการใช้ LANKO 603 กับวัสดุที่ไม่เหมาะสม เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่ควรสัมผัสกับยางสีดำ ดินน้ำมัน ยางมะตอย และสีตัวทำละลาย หากหน้างานมีวัสดุกลุ่มนี้อยู่ใกล้แนวร่อง ควรแยกชั้น ตรวจสอบความเข้ากันได้ หรือสอบถามทีมเทคนิคก่อนใช้งานจริง
สำหรับพื้นผิวที่มีความพรุนมาก เอกสารแนะนำว่าควรใช้น้ำยารองพื้นในกรณีที่จำเป็น เพราะพื้นผิวพรุนอาจดูดซึมหรือทำให้การยึดเกาะไม่สม่ำเสมอ หากเป็นร่องภายนอกอาคารที่เจอแดด ฝน หรือการเคลื่อนตัวสูง การทดลองพื้นที่เล็กก่อนทำทั้งแนวจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
อย่าลืม: ข้อมูลทางเทคนิคมาจากการทดสอบในห้องทดลอง การใช้งานจริงอาจแตกต่างตามสภาพแวดล้อม วัสดุพื้นผิว อุณหภูมิ ความชื้น และการเตรียมหน้างาน จึงควรยึดเอกสารผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดและทดสอบความเหมาะสมกับหน้างานเสมอ
สรุป: Backing Rod ทำให้ LANKO 603 ทำงานถูกหน้าที่มากขึ้น
ถ้าร่องลึก การใช้โฟมเส้นร่วมกับ LANKO 603 ไม่ใช่แค่เทคนิคประหยัดกาว แต่เป็นวิธีควบคุมหน้าตัดของ sealant ให้เหมาะกับรอยต่อที่ต้องเคลื่อนตัว LANKO 603 มีจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และการใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก แต่ประสิทธิภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ดีเมื่อเตรียมผิวถูกต้อง ใส่ Backing Rod ได้ระดับ ยิงกาวแน่นเต็มขอบร่อง และปล่อยให้บ่มตามเวลาที่เหมาะสม
สำหรับงานบ้าน งานอาคาร และงานโครงการ สิ่งที่ควรทำก่อนสั่งซื้อคือวัดความกว้าง ความลึก และความยาวร่องจริง พร้อมดูว่าร่องมีขอบบิ่น คราบน้ำมัน ความชื้น หรือพื้นผิวพรุนมากหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยเลือกขนาดโฟมเส้น คำนวณจำนวน LANKO 603 และกำหนดขั้นตอนเตรียมผิวได้แม่นขึ้น ทำให้งานจบสวยและลดโอกาสแก้ไขภายหลัง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและวิธีใช้งานอ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 603 Polyurethane ที่แนบมา และหน้า LANKO® 603 Polyurethane บนเว็บไซต์ Sika Thailand
คำถามที่พบบ่อย
Backing Rod คืออะไร?
Backing Rod คือโฟมเส้นสำหรับใส่ในร่องก่อนยิง sealant เพื่อควบคุมความลึกของกาว ลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น และช่วยให้แนวรอยต่อยึดเกาะกับขอบร่องสองด้านได้เหมาะสมขึ้น
LANKO 603 ใช้กับร่องลึกได้ไหม?
ใช้ได้เมื่อเตรียมร่องถูกต้อง โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถใช้แบคกิ้ง รอด หรือเส้นโฟมอุดร่องเพื่อลดความลึกของร่องได้ ไม่ควรยิงกาวถมร่องลึกทั้งหมดโดยไม่ควบคุมความลึก
ต้องใช้ Backing Rod ทุกครั้งไหม?
ไม่จำเป็นทุกครั้ง หากร่องมีความลึกเหมาะกับการยิงกาวอยู่แล้วอาจไม่ต้องใช้ แต่ถ้าร่องลึกเกินหน้าตัด sealant ที่ต้องการ ควรใช้เพื่อคุมระดับและลดการยึดติดก้นร่อง
LANKO 603 ใช้กับงานภายนอกได้หรือไม่?
ใช้ได้ทั้งงานภายในและภายนอกตามเอกสารผลิตภัณฑ์ โดยเหมาะกับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวหรือรอยต่อขยายตัว แต่ต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แข็งแรง และป้องกันน้ำหรือฝุ่นระหว่างบ่ม
ร่อง 10 x 10 มม. ใช้ LANKO 603 เท่าไร?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณใช้งานประมาณ 100 มิลลิลิตรต่อ 1 เมตร ที่รอยต่อขนาด 10 มม. x 10 มม. หากร่องลึกกว่านี้ควรใช้ Backing Rod ลดความลึกก่อนคำนวณ
LANKO 603 แข็งตัวและบ่มนานแค่ไหน?
เวลาในการแข็งตัวประมาณ 120 นาที และอัตราการบ่มมากกว่า 2 มม. ต่อ 24 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% หน้างานจริงอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ตามสภาพอากาศและความหนาของกาว
พื้นผิวแบบไหนต้องระวังก่อนใช้ LANKO 603?
ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับยางสีดำ ดินน้ำมัน ยางมะตอย และสีตัวทำละลาย อีกทั้งต้องทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน สีเดิม และเศษสิ่งสกปรกก่อนยิงกาวทุกครั้ง
ซื้อ LANKO 603 Polyurethane ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 603 Polyurethane ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ช่วยคำนวณจำนวนหลอดจากขนาดร่องจริง
