เจาะลึกคุณสมบัติ LANKO 603 วัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน เกรดพรีเมียม แห้งไว ไม่มีฟองอากาศ
LANKO 603 POLYURETHANE PREMIUM SEALANT

เจาะลึกคุณสมบัติ LANKO 603 วัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน เกรดพรีเมียม แห้งไว ไม่มีฟองอากาศ

LANKO® 603 Polyurethane คือวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัว ทั้งงานภายในและภายนอก จุดเด่นตามเอกสาร Sika คือใช้งานง่าย ไม่ไหลย้อย ยึดเกาะได้ดีกับคอนกรีต หิน เหล็ก และไม้ พร้อมให้ผิวงานที่เมื่อแห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ เหมาะกับงานที่ต้องการแนวร่องเรียบร้อยและทนต่อการขยับตัวของอาคาร

PU ส่วนประกอบเดียว ไม่ไหลย้อย แห้งแล้วไม่มีฟองอากาศ ใช้ภายในและภายนอก
>500%ค่าการยืดตัวตามเอกสารผลิตภัณฑ์
120 นาทีเวลาแข็งตัวที่ 23°C / RH 50%
100 มล.ต่อ 1 ม. ที่ร่อง 10x10 มม.
LANKO 603 Polyurethane วัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน

LANKO® 603 Polyurethane

วัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทนชนิดพร้อมใช้ บรรจุหลอดแข็ง 300 มล. และหลอดนิ่ม 600 มล. เหมาะกับงานรอยต่อคอนกรีต ปูนฉาบ หิน เหล็ก ไม้ และรอยต่อขยายตัวที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง

Quick Answer: LANKO 603 เด่นตรงไหน?

คำตอบสั้น

LANKO 603 Polyurethane เด่นในฐานะวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทนเกรดงานอาคารที่ต้องการความยืดหยุ่นและผิวงานเรียบร้อยในตัวเดียว เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็น PU ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ไม่ไหลย้อย เมื่อแห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ ยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวหลายประเภท และมีค่าการยืดตัวมากกว่า 500% จึงเหมาะกับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวมากกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป

คำว่า “แห้งไว” ในงานอุดรอยต่อควรมองผ่านตัวเลขจริง: LANKO 603 มีเวลาในการแข็งตัวประมาณ 120 นาที ที่อุณหภูมิ 23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% ส่วนอัตราการบ่มอยู่ที่มากกว่า 2 มม. ต่อ 24 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน หมายความว่าแนวร่องจะเริ่มเซ็ตตัวเร็วพอสำหรับการจัดการหน้างาน แต่ร่องที่ลึก อากาศเย็น หรือความชื้นสูงยังต้องให้เวลาบ่มเต็มที่ก่อนรับภาระหนักหรือทาสีทับ

อีกจุดสำคัญคือ LANKO 603 ไม่ใช่แค่กาวยิงร่องทั่วไป แต่เป็นวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับรอยต่อเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัว การใช้ให้ได้ผลจึงต้องคุมความกว้าง ความลึก ความสะอาดของร่อง และใช้ backing rod เมื่อจำเป็น เพื่อให้เนื้อวัสดุทำงานในรูปทรงที่ถูกต้อง ไม่เปลืองเกินไป และลดโอกาสเกิดโพรงอากาศด้านในแนวร่อง

LANKO 603 Polyurethane คืออะไร?

LANKO® 603 Polyurethane เป็นวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทนชนิดส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ เปิดหลอด ใส่ปืนยิงกาว ตัดหัวจุกตามขนาดร่อง แล้วใช้งานได้โดยไม่ต้องชั่งผสมสองส่วน เหมาะกับงานก่อสร้างและซ่อมแซมที่ต้องการอุดแนวรอยต่อให้ปิดสนิท แต่ยังต้องการความยืดหยุ่นเพื่อรองรับการขยับตัวของวัสดุรอบข้าง

ในงานอาคาร รอยต่อไม่ได้หยุดนิ่งตลอดเวลา คอนกรีต เหล็ก ไม้ หิน และปูนฉาบมีการขยายตัว หดตัว หรือสั่นสะเทือนตามอุณหภูมิ ความชื้น และแรงใช้งาน หากใช้วัสดุแข็งเกินไป แนวร่องอาจแตก แยกตัว หรือหลุดจากขอบร่อง LANKO 603 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการ sealant ยืดหยุ่นแทนวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป โดยเฉพาะแนวที่ต้องเห็นผิวงานและต้องการความเรียบร้อยหลังยิง

พร้อมใช้

เป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว ลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตรา เหมาะกับงานซ่อมและงานติดตั้งหน้างาน

ยืดหยุ่นสูง

ค่าการยืดตัวมากกว่า 500% และอัตราการหดตัวกลับมากกว่า 70% รองรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว

ผิวงานสะอาด

ไม่ไหลย้อยและเมื่อแห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ ช่วยให้แนวร่องดูเรียบร้อยเมื่อเตรียมและปาดผิวถูกวิธี

คุณสมบัติที่ทำให้ LANKO 603 เป็น PU sealant เกรดพรีเมียม

จุดแข็งของ LANKO 603 อยู่ที่การรวมคุณสมบัติที่ช่างต้องการไว้ในวัสดุเดียว เริ่มจากความเป็นโพลียูรีเทนที่ให้ความยืดหยุ่นสูงกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป ต่อด้วยการเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ที่ลดขั้นตอนผสม และคุณสมบัติไม่ไหลย้อยที่ช่วยให้ควบคุมแนวดิ่ง แนวผนัง หรือร่องแนวยาวได้ง่ายขึ้น เมื่อบ่มตัวแล้วไม่มีฟองอากาศตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ จึงลดจุดอ่อนภายในเนื้อยาแนวและช่วยให้ผิวงานดูแน่นกว่า

สำหรับงานที่ต้องการความสวยงาม เช่น รอยต่อผนังภายนอก รอยต่อขอบวงกบ รอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูป หรือร่องระหว่างวัสดุต่างชนิด การไม่มีฟองอากาศหลังแห้งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฟองอากาศอาจกลายเป็นจุดเริ่มของรูพรุน ผิวไม่เรียบ และการสะสมฝุ่นหรือน้ำในระยะยาว แต่คุณสมบัตินี้จะเกิดผลดีที่สุดเมื่อยิงด้วยแรงดันสม่ำเสมอ ปลายหัวจุกแนบในร่อง และปาดผิวในช่วงเวลาที่เหมาะสม

มุมมองหน้างาน: วัสดุดีช่วยลดความเสี่ยง แต่ผลลัพธ์จริงยังขึ้นกับร่องเดิมอย่างมาก หากขอบร่องแตกบิ่น มีฝุ่น มีคราบน้ำมัน หรือมีสีเก่าที่หลุดล่อน การยึดเกาะจะลดลงทันที จึงต้องเตรียมผิวก่อนยิงเสมอ

สเปก LANKO 603 ที่ควรรู้ก่อนสั่งซื้อ

ก่อนเลือกวัสดุอุดรอยต่อ ควรดูทั้งข้อมูลบรรจุภัณฑ์ สี อายุสินค้า ความหนาแน่น และตัวเลขทางเทคนิค เพราะตัวเลขเหล่านี้มีผลต่อการคำนวณจำนวนหลอด การวางแผนเปิดใช้งาน และความเหมาะสมของรอยต่อในแต่ละพื้นที่

หัวข้อข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ความหมายในการใช้งาน
ประเภทวัสดุโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ใช้ได้ทันทีด้วยปืนยิงกาว ลดขั้นตอนผสมหน้างาน
การใช้งานหลักรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว / รอยต่อขยายตัวเหมาะกับแนวร่องที่ต้องยืดหยุ่น ไม่ใช่งานซ่อมโครงสร้าง
พื้นที่ใช้งานภายในและภายนอกใช้ได้ทั้งงานอาคารในร่มและแนวรอยต่อภายนอกเมื่อเตรียมผิวถูกต้อง
บรรจุภัณฑ์หลอดแข็ง 300 มล. (12 หลอด/กล่อง), หลอดนิ่ม 600 มล. (20 หลอด/กล่อง)เลือกขนาดตามความยาวร่อง เครื่องมือ และปริมาณงาน
สีสีเทา และสีขาวเลือกให้กลมกลืนกับคอนกรีต ผนัง หรือผิวตกแต่ง
ความหนาแน่น1.45 กก./ลิตรช่วยประเมินลักษณะเนื้อวัสดุและการใช้งานจริง
Shore A36 ที่อายุ 28 วันให้ความสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นและความแน่นของเนื้อยาแนว
การยืดตัว> 500%รองรับการขยับตัวของรอยต่อได้ดีกว่าวัสดุแข็ง
อัตราการหดตัวกลับ> 70%ช่วยให้เนื้อวัสดุกลับรูปหลังถูกยืดหรือบีบอัดในระดับหนึ่ง
เวลาแข็งตัว120 นาที ที่ 23°C / RH 50%ใช้วางแผนปาดผิว ป้องกันฝุ่น และควบคุมการรบกวนผิวช่วงแรก

LANKO 603 เหมาะกับงานแบบไหน?

งานที่เหมาะกับ LANKO 603 คือแนวรอยต่อที่ต้องรับการเคลื่อนตัว เช่น รอยต่อคอนกรีต รอยต่อขยายตัว รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง รอยต่อรอบขอบงานเหล็ก งานหิน งานไม้ และจุดเชื่อมต่อระหว่างวัสดุต่างชนิด จุดเหล่านี้มักเกิดการขยับตัวจากอุณหภูมิ ความชื้น แรงสั่นสะเทือน หรือการทรุดตัวเล็กน้อย หากใช้วัสดุแข็ง รอยต่อมักแตกร้าวหรือแยกตัวเร็วกว่า

สำหรับงานภายนอก LANKO 603 ช่วยปิดร่องและรองรับการขยับตัวได้ดี แต่ต้องวางแผนเรื่องแดด ฝน ฝุ่น และน้ำขังในช่วงบ่มตัว หากเป็นร่องบนพื้นหรือจุดที่มีการเดินผ่าน ควรกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันการเหยียบหรือสัมผัสก่อนวัสดุเซ็ตตัวเหมาะสม ส่วนงานภายในที่ต้องการแนวสวย เช่น ขอบวงกบหรือร่องผนัง ควรใช้เทปกาวช่วยกำหนดขอบและปาดผิวให้เรียบก่อนลอกเทป

ตำแหน่งงานความเหมาะสมคำแนะนำ
รอยต่อคอนกรีตและปูนฉาบเหมาะขอบร่องต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน และเศษหลุดร่อน
รอยต่อขยายตัวภายนอกเหมาะใช้ backing rod เพื่อควบคุมความลึกและป้องกันการยึดติดสามด้าน
แนวดิ่งหรือผนังเหมาะคุณสมบัติไม่ไหลย้อยช่วยให้ยิงและปาดแนวได้ง่ายขึ้น
พื้นผิวพรุนมากใช้ได้เมื่อรองพื้นเหมาะสมเอกสารแนะนำให้ใช้น้ำยารองพื้นในกรณีพื้นผิวมีความพรุนมาก
จุดสัมผัสยางมะตอยหรือสีตัวทำละลายควรหลีกเลี่ยงเอกสารระบุไม่ควรสัมผัสยางสีดำ ดินน้ำมัน ยางมะตอย และสีตัวทำละลาย

ปริมาณการใช้: หนึ่งหลอดยิงได้กี่เมตร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณการใช้ที่ 100 มิลลิลิตรต่อ 1 เมตร สำหรับรอยต่อขนาด 10 มม. x 10 มม. โดยคิดจากความกว้างของรอยต่อคูณความลึกของรอยต่อ ตัวเลขนี้ช่วยให้คำนวณเบื้องต้นได้ง่าย: หลอดแข็ง 300 มล. จะได้ประมาณ 3 เมตร และหลอดนิ่ม 600 มล. จะได้ประมาณ 6 เมตร สำหรับร่อง 10x10 มม. ก่อนหักการสูญเสียหน้างาน

ขนาดร่องโดยประมาณปริมาณใช้ต่อเมตรหลอด 300 มล.หลอด 600 มล.
10 x 10 มม.100 มล./ม.ประมาณ 3 ม.ประมาณ 6 ม.
15 x 10 มม.ประมาณ 150 มล./ม.ประมาณ 2 ม.ประมาณ 4 ม.
20 x 10 มม.ประมาณ 200 มล./ม.ประมาณ 1.5 ม.ประมาณ 3 ม.

ตัวเลขในตารางที่เกินจาก 10x10 มม. เป็นการคำนวณเชิงปริมาตรเพื่อช่วยประมาณการเท่านั้น หน้างานจริงควรเผื่อการสูญเสียจากการตัดหัวจุก การปาดผิว ร่องไม่สม่ำเสมอ และวัสดุที่ติดอุปกรณ์ หากร่องลึกเกินไป ควรใช้ backing rod เพื่อลดความลึกและช่วยให้รูปทรงยาแนวทำงานได้ถูกต้อง ไม่ใช่ยิงเนื้อ PU เต็มความลึกทั้งหมดโดยไม่จำเป็น

วิธีใช้ LANKO 603 ให้แนวร่องสวย แห้งดี และไม่มีฟองอากาศ

การยิง LANKO 603 ให้ได้ผลดีเริ่มจากการเตรียมร่อง ไม่ใช่เริ่มตอนเปิดหลอด เอกสาร Sika ระบุว่าบริเวณร่องคอนกรีตหรือปูนฉาบที่แตกบิ่น เสียหาย ควรซ่อมก่อนด้วย LANKO 731 STRUCTURE REPAIR หรือปูนทรายผสม LANKO 751 LATEX แล้วปล่อยให้แห้งก่อนทำงานต่อ พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน สี หรือเศษสกปรกที่ลดการยึดเกาะ และสามารถใช้แปรงโลหะทำความสะอาดพื้นผิวคอนกรีตได้

  1. ตรวจและซ่อมขอบร่อง: หากขอบคอนกรีตแตกบิ่นหรือร่วน ต้องซ่อมให้แข็งแรงก่อนยิงยาแนว
  2. ทำความสะอาดร่อง: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน สี เศษปูน และวัสดุหลุดร่อนออกให้หมด
  3. ใช้ primer เมื่อจำเป็น: กรณีพื้นผิวมีความพรุนมาก ควรใช้น้ำยารองพื้นตามคำแนะนำ
  4. ใส่ backing rod: ใช้เส้นโฟมอุดร่องเพื่อลดความลึก ควบคุมรูปทรง และช่วยประหยัดวัสดุ
  5. ปิดเทปขอบร่อง: ติดกระดาษกาวขอบร่องทั้งสองข้างเพื่อป้องกันเปื้อนและให้แนวร่องคมสวย
  6. เตรียมหลอดและหัวจุก: ตัดปลายเกลียวของหลอดหรือหลอดนิ่ม ใส่ปืนยิงกาว แล้วตัดหัวจุกตามขนาดที่ต้องการ
  7. ยิงด้วยแรงดันสม่ำเสมอ: ยิง LANKO 603 เข้าไปในร่องให้เต็มทั้งสองด้าน โดยระวังไม่ให้มีฟองอากาศข้างใน
  8. ปาดผิวและลอกเทป: ปาดผิวให้เรียบร้อยในช่วงเวลาทำงาน แล้วลอกเทปก่อนเนื้อวัสดุแข็งตัวมากเกินไป

เคล็ดลับหน้างาน: อย่าถือปืนยิงกาวไกลจากร่องจนเนื้อวัสดุพับทับกันเอง ควรให้หัวจุกอยู่ใกล้ก้นร่องหรือแนบกับ backing rod แล้วค่อย ๆ ดันเนื้อวัสดุให้เต็มหน้าแนวร่อง วิธีนี้ช่วยลดโพรงอากาศและทำให้เนื้อยาแนวยึดติดกับขอบร่องได้เต็มกว่า

ข้อควรระวังและข้อจำกัดก่อนใช้ LANKO 603

แม้ LANKO 603 จะเป็นวัสดุพร้อมใช้และใช้งานง่าย แต่สภาพแวดล้อมหน้างานส่งผลโดยตรงต่อการบ่มตัว อุณหภูมิแวดล้อมที่เอกสารระบุคือ +5°C ถึง +35°C หากหน้างานร้อนจัด ลมแรง ฝุ่นเยอะ หรือมีฝน ควรวางแผนป้องกันผิวในช่วงแรกให้ดี เพราะผิวที่ยังไม่แข็งตัวอาจเปื้อนฝุ่น เป็นรอย หรือถูกน้ำรบกวนจนผิวงานไม่เรียบร้อย

ข้อจำกัดสำคัญ: เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่ควรให้ LANKO 603 สัมผัสกับยางสีดำ ดินน้ำมัน ยางมะตอย และสีตัวทำละลาย หากหน้างานมีวัสดุเหล่านี้อยู่ใกล้แนวรอยต่อ ควรหลีกเลี่ยง ทดสอบความเข้ากันได้ หรือปรึกษาทีมเทคนิคก่อนใช้งานจริง

เรื่องการทาสีทับควรใช้ความระมัดระวังเช่นกัน เพราะเอกสารระบุข้อจำกัดเกี่ยวกับสีตัวทำละลาย หากจำเป็นต้องทาสี ควรรอให้วัสดุบ่มตัวเหมาะสม เลือกสีที่เข้ากันกับโพลียูรีเทน และทดลองพื้นที่เล็กก่อนเสมอ โดยเฉพาะงานภายนอกที่รอยต่อยังมีการเคลื่อนตัว สีที่แข็งเกินไปอาจแตกร้าวบนผิว sealant ได้แม้ตัว LANKO 603 ยังยืดหยุ่นอยู่

การจัดเก็บควรเก็บในบริเวณที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง และใช้ภายในอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิตเมื่อจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย หากเปิดหลอดแล้วควรใช้งานให้หมดหรือปิดเก็บอย่างเหมาะสม เพราะวัสดุ PU ทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศและอาจเริ่มแข็งตัวบริเวณปลายหลอดได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก วิธีใช้ และข้อจำกัดอ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 603 POLYURETHANE เดือนมกราคม 2021 และหน้า LANKO® 603 Polyurethane บน Sika Thailand

สรุป: LANKO 603 เหมาะกับงานรอยต่อที่ต้องการความยืดหยุ่นและผิวงานเรียบร้อย

ถ้าโจทย์คือรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อขยายตัว หรือแนวร่องที่ต้องการวัสดุอุดรอยต่อเกรดพรีเมียม ใช้งานง่าย และให้ผิวงานสะอาด LANKO 603 Polyurethane เป็นตัวเลือกที่น่าใช้ เพราะเป็น PU sealant ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ไม่ไหลย้อย แห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ ยึดเกาะได้กับพื้นผิวหลายประเภท และมีค่าการยืดตัวมากกว่า 500% พร้อมอัตราการหดตัวกลับมากกว่า 70%

อย่างไรก็ตาม ความทนทานของแนวร่องไม่ได้เกิดจากสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบงานทั้งหมด ตั้งแต่การซ่อมขอบร่อง ทำความสะอาด ใช้ backing rod คุมความลึก ยิงให้เต็มโดยไม่เกิดฟองอากาศ ปาดผิวในเวลาที่เหมาะสม และป้องกันผิวช่วงบ่มตัว หากต้องการคำนวณจำนวนหลอดหรือประเมินความเหมาะสมของรอยต่อ ทีม GY Asia สามารถช่วยดูจากรูปหน้างาน ขนาดร่อง และความยาวรวมก่อนสั่งซื้อได้

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 603 Polyurethane ใช้ทำอะไร?

ใช้เป็นวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทนสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวหรือรอยต่อขยายตัว ใช้ได้ทั้งงานภายในและภายนอก เช่น รอยต่อคอนกรีต ปูนฉาบ หิน เหล็ก และไม้

LANKO 603 เป็นวัสดุชนิดกี่ส่วน?

เป็นวัสดุโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมสองส่วน เปิดหลอด ใส่ปืนยิงกาว ตัดหัวจุกตามขนาดร่อง แล้วใช้งานได้ทันที

LANKO 603 แห้งไวแค่ไหน?

เอกสารระบุเวลาในการแข็งตัว 120 นาที ที่อุณหภูมิ 23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% ส่วนอัตราการบ่มมากกว่า 2 มม./24 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ร่องลึกหรือสภาพอากาศต่างกันอาจใช้เวลานานขึ้น

LANKO 603 ไม่มีฟองอากาศจริงไหม?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าเมื่อแห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ แต่การยิงหน้างานยังต้องระวังไม่ให้เกิดโพรงอากาศภายในร่อง โดยควรใช้แรงดันสม่ำเสมอ ยิงให้เต็มร่อง และใช้ backing rod เมื่อจำเป็น

LANKO 603 ยืดหยุ่นแค่ไหน?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุค่าการยืดตัวมากกว่า 500% และอัตราการหดตัวกลับมากกว่า 70% จึงเหมาะกับแนวร่องที่มีการขยับตัวมากกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป

LANKO 603 มีสีอะไรบ้าง?

มีสีเทาและสีขาว ควรเลือกสีให้เข้ากับผิวงาน เช่น สีเทาสำหรับคอนกรีต และสีขาวสำหรับงานผนังหรือขอบงานที่ต้องการความกลมกลืน

หนึ่งหลอดใช้ได้กี่เมตร?

ที่ร่องขนาด 10 มม. x 10 มม. เอกสารระบุปริมาณใช้ 100 มล./เมตร ดังนั้นหลอด 300 มล. ใช้ได้ประมาณ 3 เมตร และหลอด 600 มล. ใช้ได้ประมาณ 6 เมตร ก่อนเผื่อการสูญเสียหน้างาน

ต้องใช้น้ำยารองพื้นหรือไม่?

เอกสารแนะนำให้ใช้น้ำยารองพื้นในกรณีที่พื้นผิวมีความพรุนมาก ส่วนทุกกรณีพื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน สี หรือสิ่งสกปรกที่ลดการยึดเกาะ

LANKO 603 ทาสีทับได้ไหม?

ควรรอให้วัสดุบ่มตัวเหมาะสมและทดสอบความเข้ากันได้ของสีก่อน เอกสารระบุไม่ควรสัมผัสกับสีตัวทำละลาย จึงควรหลีกเลี่ยงสีประเภทนี้หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งานจริง

ซื้อ LANKO 603 Polyurethane ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 603 Polyurethane ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และประเมินจำนวนหลอดจากขนาดร่องจริง

Similar Posts