ยาแนวผนังสำเร็จรูป Precast เลือกแบบไหนดี? แนะนำ LANKO 603 อุดรอยต่อโครงสร้างเคลื่อนตัว
PRECAST MOVING JOINT SEALANT

ยาแนวผนังสำเร็จรูป (Precast) เลือกแบบไหนดี? แนะนำ LANKO 603 อุดรอยต่อโครงสร้างเคลื่อนตัว

รอยต่อผนังสำเร็จรูปหรือผนัง Precast ไม่ควรอุดด้วยปูนแข็งทั่วไป เพราะแนวรอยต่อมีโอกาสขยับจากอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือน การทรุดตัวเล็กน้อย และการขยาย-หดตัวของแผ่นคอนกรีต LANKO® 603 Polyurethane จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานยาแนวรอยต่อที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดี และใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

สำหรับรอยต่อเคลื่อนตัว PU ส่วนประกอบเดียว ยืดตัว > 500% ใช้ภายในและภายนอก
Shore A 36ค่าความแข็งที่อายุ 28 วัน
>70%อัตราการหดตัวกลับ
100 มล.ต่อ 1 ม. ที่ร่อง 10x10 มม.
LANKO 603 Polyurethane ยาแนวผนังสำเร็จรูป Precast

LANKO® 603 Polyurethane

วัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัว เหมาะกับรอยต่อผนัง Precast รอยต่อคอนกรีต รอยต่อรอบวงกบ และแนวเชื่อมต่อวัสดุต่างชนิดที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง

Quick Answer: ยาแนวผนังสำเร็จรูป Precast ควรเลือกแบบไหนดี?

คำตอบสั้น

ยาแนวผนังสำเร็จรูป Precast ควรเลือกวัสดุอุดรอยต่อที่ยืดหยุ่นและรับการเคลื่อนตัวได้ ไม่ใช่วัสดุแข็งที่อาจแตกร้าวเมื่อแผ่นคอนกรีตขยับ LANKO 603 Polyurethane เป็น PU sealant ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ข้อมูล Sika ระบุว่าใช้กับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัว ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ยืดตัวมากกว่า 500% และยึดเกาะกับพื้นผิวหลายชนิด เช่น คอนกรีต หิน เหล็ก และไม้

ถ้าเป็นงานผนัง Precast แนวรอยต่อมักอยู่ทั้งแนวดิ่ง แนวนอน ขอบแผ่น ขอบวงกบ และจุดชนระหว่างคอนกรีตกับวัสดุอื่น ปัญหาที่พบได้บ่อยคือยาแนวแข็งแล้วแตกร้าว น้ำซึมเข้ารอยต่อ สีปิดทับแตกลาย หรือยาแนวหลุดจากขอบร่องหลังโดนแดดฝนซ้ำ ๆ ดังนั้นวัสดุที่เหมาะควรมีความยืดหยุ่น ไม่ไหลย้อยเมื่องานเป็นแนวดิ่ง และยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดีหลังเตรียมผิวถูกต้อง

LANKO 603 ตอบโจทย์นี้เพราะเป็นโพลียูรีเทนชนิดพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมสองส่วน ลดความเสี่ยงเรื่องอัตราส่วนผสมผิด เหมาะกับงานซ่อมและงานติดตั้งที่ต้องการความเร็ว แต่ยังต้องการผลลัพธ์ที่เป็นระบบ ทั้งการใช้ backing rod คุมความลึก การทำความสะอาดขอบร่อง และการปาดผิวให้เนื้อวัสดุแนบกับผนังทั้งสองด้าน

ทำไมรอยต่อผนัง Precast ต้องเลือกวัสดุยาแนวให้ถูก?

ผนังสำเร็จรูปหรือ Precast เป็นระบบที่นำแผ่นคอนกรีตผลิตจากโรงงานมาติดตั้งประกอบในหน้างาน ข้อดีคือควบคุมคุณภาพและความเร็วการก่อสร้างได้ดี แต่จุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ “รอยต่อระหว่างแผ่น” เพราะรอยต่อเหล่านี้ต้องรับทั้งการเคลื่อนตัวของแผ่นคอนกรีต ความต่างของอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือนจากอาคาร และสภาพอากาศภายนอก

หากใช้ปูนทรายหรือวัสดุอุดร่องที่แข็งเกินไป เมื่อแผ่น Precast ขยายหรือหดตัว วัสดุจะไม่ยอมยืดตาม จึงเกิดรอยแตกร้าวหรือแยกตัวออกจากขอบร่องได้ง่าย ในงานภายนอก รอยแตกเล็ก ๆ อาจกลายเป็นทางน้ำซึมเข้าอาคาร ทำให้เกิดคราบชื้น สีบวม เชื้อรา หรือการเสื่อมสภาพของวัสดุภายในตามมา

รอยต่อขยับได้

คอนกรีต Precast มีการขยายและหดตัวตามอุณหภูมิ จึงต้องใช้ยาแนวที่ยืดหยุ่นตามได้

แนวดิ่งต้องไม่ไหลย้อย

รอยต่อผนังจำนวนมากเป็นแนวตั้ง วัสดุที่เหลวหรือย้อยง่ายจะควบคุมผิวงานได้ยาก

งานภายนอกเจอแดดฝน

ต้องเตรียมพื้นผิวและป้องกันช่วงบ่มตัวให้ดี เพื่อให้การยึดเกาะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้นคำถามว่า “ยาแนว Precast เลือกแบบไหนดี” ควรเริ่มจากธรรมชาติของรอยต่อ ไม่ใช่ดูแค่วัสดุราคาถูกที่สุด หากเป็นรอยต่อที่มีโอกาสเคลื่อนตัว ควรเลือกวัสดุประเภท sealant ที่ออกแบบมาเพื่อรอยต่อเคลื่อนตัวโดยเฉพาะ และต้องคุมรูปทรงร่องให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ทำไม LANKO 603 เหมาะกับรอยต่อโครงสร้างเคลื่อนตัว?

LANKO® 603 Polyurethane เป็นวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุการใช้งานสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อที่มีการขยายตัว ใช้สำหรับงานภายในและภายนอก จุดเด่นคือใช้งานง่าย ไม่ไหลย้อย เมื่อแห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ และยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวหลายประเภท เช่น คอนกรีต หิน เหล็ก และไม้

ในงาน Precast จุดเด่น “ไม่ไหลย้อย” สำคัญมาก เพราะรอยต่อแนวผนังต้องยิงในแนวดิ่งหรือแนวเหนือศีรษะบางตำแหน่ง วัสดุที่ทรงตัวดีช่วยให้ช่างควบคุมแนวร่องได้สวย ลดปัญหาวัสดุไหลออกจากร่อง และช่วยให้การปาดผิวเรียบต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนคุณสมบัติการยึดเกาะกับคอนกรีตช่วยให้แนวรอยต่อเกาะกับขอบแผ่นได้ดีเมื่อทำความสะอาดและเตรียมพื้นผิวถูกต้อง

อีกจุดที่ทำให้ LANKO 603 เหมาะกับรอยต่อเคลื่อนตัวคือค่าการยืดตัวมากกว่า 500% และอัตราการหดตัวกลับมากกว่า 70% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าวัสดุถูกออกแบบให้ยืดและคืนตัวได้ดีกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป เหมาะกับร่องที่ต้องรับการขยับซ้ำ ๆ จากความร้อน ความเย็น แรงสั่นสะเทือน และการเคลื่อนตัวเล็กน้อยขององค์ประกอบอาคาร

สรุปแบบช่างหน้างาน: LANKO 603 ไม่ใช่ปูนโป๊วรอยแตก แต่เป็นยาแนวพียูสำหรับรอยต่อที่ต้อง “ปิดน้ำ ปิดฝุ่น และยังยืดหยุ่นได้” จึงเหมาะกับรอยต่อผนัง Precast มากกว่าวัสดุแข็งที่อาจแตกร้าวเมื่อร่องขยับ

สเปกสำคัญของ LANKO 603 ที่ควรรู้ก่อนใช้กับ Precast

หัวข้อข้อมูลผลิตภัณฑ์ความหมายต่อหน้างาน Precast
ประเภทวัสดุโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ใช้งานง่าย ไม่ต้องผสม ลดความเสี่ยงอัตราส่วนผิด
การใช้งานรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อขยายตัว ภายในและภายนอกเหมาะกับแนวรอยต่อผนังสำเร็จรูปที่มีการขยับตามสภาพอาคาร
สีสีเทา และสีขาวเลือกสีให้กลมกลืนกับคอนกรีต ผนัง หรือสีตกแต่ง
บรรจุภัณฑ์หลอดแข็ง 300 มล. 12 หลอด/กล่อง และหลอดนิ่ม 600 มล. 20 หลอด/กล่องเลือกตามความยาวร่องและอุปกรณ์ยิงกาวของทีมช่าง
ความหนาแน่น1.45 กก./ลิตรช่วยประเมินเนื้อวัสดุและการใช้งานเชิงปริมาตร
ค่าความแข็ง Shore A36 ที่อายุ 28 วันให้ความสมดุลระหว่างความแน่นของผิวและความยืดหยุ่นของรอยต่อ
การยืดตัว> 500%รองรับการขยับตัวของร่องได้ดีกว่าวัสดุแข็งทั่วไป
อัตราการหดตัวกลับ> 70%ช่วยให้แนวร่องคืนตัวหลังถูกยืดหรือบีบอัด
อุณหภูมิแวดล้อม+5°C ถึง +35°Cควรวางแผนทำงานในช่วงอากาศเหมาะสม โดยเฉพาะงานภายนอก
อัตราการบ่ม> 2 มม./24 ชม. ที่ 23°C / RH 50%ร่องลึกต้องให้เวลาบ่มตัวก่อนโดนน้ำหรือแรงใช้งานหนัก
เวลาในการแข็งตัว120 นาที ที่ 23°C / RH 50%มีเวลาจัดแต่งผิว แต่ต้องป้องกันฝุ่น น้ำ และการกระแทกช่วงแรก
ปริมาณการใช้100 มล./เมตร ที่ร่อง 10 มม. x 10 มม.หลอด 300 มล. ได้ประมาณ 3 ม. และหลอด 600 มล. ได้ประมาณ 6 ม. ก่อนเผื่อสูญเสีย

สเปกเหล่านี้ช่วยให้ประเมินงาน Precast ได้เป็นระบบมากขึ้น เช่น ถ้าร่องกว้าง 10 มม. ลึก 10 มม. สามารถใช้ตัวเลข 100 มล./เมตรเป็นฐานคำนวณได้ แต่ถ้าร่องลึกเกินไปควรใช้ backing rod เพื่อลดความลึกและช่วยให้รูปทรงยาแนวทำงานถูกต้อง ไม่ใช่ยิงวัสดุเต็มความลึกทั้งหมดจนเปลืองและบ่มตัวช้าเกินจำเป็น

เลือกยาแนว Precast แบบไหนดี? เทียบจากโจทย์หน้างาน

การเลือกยาแนวผนัง Precast ควรดู 4 เรื่องหลัก ได้แก่ รอยต่อมีการเคลื่อนตัวหรือไม่, อยู่ภายในหรือภายนอก, ต้องทาสีทับหรือโชว์แนวร่อง, และพื้นผิวเดิมแข็งแรงพอให้ยาแนวยึดเกาะหรือไม่ ถ้าร่องเป็นแนวอาคารภายนอกหรือจุดที่มีโอกาสขยับ ควรเลือก PU sealant หรือวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับ moving joint มากกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป

โจทย์หน้างานวัสดุที่ควรพิจารณาเหตุผลข้อควรเช็ก
รอยต่อผนัง Precast ภายนอกLANKO 603 Polyurethaneเป็น PU sealant ใช้กับรอยต่อเคลื่อนตัวและงานภายนอกได้ขนาดร่อง ความสะอาด ความแห้ง และฝนช่วงบ่มตัว
รอยต่อแนวดิ่งระหว่างแผ่นวัสดุไม่ไหลย้อยช่วยให้ยิงและปาดผิวแนวดิ่งได้เรียบร้อยเทปขอบร่อง backing rod และแรงยิงสม่ำเสมอ
ร่องที่ขอบร่อน แตกบิ่นซ่อมขอบร่องก่อนยาแนวจะเกาะได้ดีเมื่อพื้นผิวแข็งแรงเท่านั้นซ่อมด้วยวัสดุซ่อมคอนกรีตก่อนยิงยาแนว
ร่องใกล้ยางมะตอยหรือสีตัวทำละลายควรหลีกเลี่ยงหรือทดสอบก่อนเอกสารระบุข้อจำกัดเรื่องการสัมผัสวัสดุกลุ่มนี้ตรวจวัสดุรอบร่องและระบบสีที่จะใช้
รอยแตกผนังขนาดเล็กที่ไม่ใช่รอยต่อต้องประเมินสาเหตุถ้าเป็นรอยแตกร้าวโครงสร้างหรือผิวเสียหาย อาจต้องซ่อมด้วยระบบอื่นก่อนความกว้างรอยแตก การเคลื่อนตัว และความชื้น

สำหรับงานโครงการ ควรระบุขนาดร่องและระบบยาแนวตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เช่น ความกว้าง ความลึก วัสดุ backing rod และสีของ sealant หากเป็นงานซ่อม ควรสำรวจร่องจริงหลายจุด เพราะร่อง Precast ที่ผ่านการใช้งานมานานมักกว้างไม่เท่ากัน มีคราบฝุ่น คราบสี หรือวัสดุเก่าเหลืออยู่ ซึ่งต้องรื้อและทำความสะอาดก่อนยิงวัสดุใหม่

วิธีใช้ LANKO 603 กับผนังสำเร็จรูป Precast ให้แนวร่องทนและสวย

การยิงยาแนว Precast ให้ทนไม่ได้เริ่มที่การบีบหลอด แต่เริ่มจากการเตรียมร่อง ขอบร่องต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน สีเดิม วัสดุหลุดร่อน หรือ sealant เก่าที่เสื่อมสภาพ หากร่องคอนกรีตแตกบิ่นหรือขอบร่องเสียหาย ควรซ่อมให้เรียบร้อยและปล่อยให้แห้งก่อนทำงานต่อ

  1. สำรวจร่อง Precast: วัดความกว้าง ความลึก และความยาวรวมของรอยต่อ แยกแนวดิ่ง แนวนอน และรอยต่อรอบวงกบ
  2. รื้อวัสดุเก่า: ถ้ามียาแนวเดิมหลุดร่อน แข็งกรอบ หรือมีคราบสกปรก ต้องรื้อออกให้ถึงผิวที่แข็งแรง
  3. ทำความสะอาดพื้นผิว: ใช้แปรงโลหะหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมกำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน สี และเศษปูนออกจากขอบร่อง
  4. ใช้น้ำยารองพื้นเมื่อจำเป็น: กรณีพื้นผิวมีความพรุนมาก ควรใช้น้ำยารองพื้นตามคำแนะนำเพื่อช่วยการยึดเกาะ
  5. ใส่ backing rod: ใช้เส้นโฟมอุดร่องเพื่อควบคุมความลึก ลดการยึดเกาะสามด้าน และช่วยให้ sealant ยืด-คืนตัวได้ถูกทิศทาง
  6. ปิดเทปขอบร่อง: ติดเทปทั้งสองด้านเพื่อให้แนวปาดคมและลดคราบเปื้อนบนผิว Precast
  7. เตรียมหลอดและหัวจุก: ตัดปลายหลอด ใส่ปืนยิงกาว และตัดหัวจุกให้สัมพันธ์กับความกว้างร่อง
  8. ยิงให้เต็มแนว: ยิง LANKO 603 ด้วยแรงสม่ำเสมอ ให้เนื้อวัสดุแนบกับขอบร่องทั้งสองด้านและหลีกเลี่ยงโพรงอากาศ
  9. ปาดผิวและลอกเทป: ปาดผิวให้เรียบร้อยในช่วงเวลาทำงาน แล้วลอกเทปก่อนวัสดุเริ่มแข็งตัวมากเกินไป
  10. ป้องกันช่วงบ่มตัว: หลีกเลี่ยงฝุ่น ฝน น้ำขัง การกระแทก และการทาสีทับเร็วเกินไปจนกว่าวัสดุจะบ่มตัวเหมาะสม

ข้อควรจำ: ร่อง Precast ที่ลึกมากไม่ควรอัด LANKO 603 เต็มความลึกทั้งหมดโดยไม่ใช้ backing rod เพราะจะเปลืองวัสดุ บ่มตัวช้า และรูปทรงยาแนวอาจทำงานไม่ถูกต้องเมื่อรอยต่อเคลื่อนตัว

คำนวณปริมาณใช้ LANKO 603 สำหรับรอยต่อ Precast

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณการใช้ 100 มิลลิลิตรต่อ 1 เมตร สำหรับรอยต่อขนาด 10 มม. x 10 มม. หรือคิดง่าย ๆ ว่า ความกว้างร่อง (มม.) x ความลึกร่อง (มม.) = มิลลิลิตรต่อเมตร ดังนั้นร่องกว้างหรือลึกขึ้นจะใช้วัสดุมากขึ้นตามปริมาตร

ขนาดร่องโดยประมาณปริมาณใช้ต่อเมตรหลอด 300 มล. ได้ประมาณหลอด 600 มล. ได้ประมาณ
10 x 10 มม.100 มล./ม.3 ม.6 ม.
15 x 10 มม.150 มล./ม.2 ม.4 ม.
20 x 10 มม.200 มล./ม.1.5 ม.3 ม.
20 x 15 มม.300 มล./ม.1 ม.2 ม.

ตัวเลขที่มากกว่า 10x10 มม. เป็นการคำนวณเชิงปริมาตรเพื่อช่วยประเมินเบื้องต้น หน้างานจริงควรเผื่อสูญเสียจากการตัดหัวจุก การปาดผิว ร่องไม่สม่ำเสมอ และวัสดุติดอุปกรณ์ โดยเฉพาะงานผนังสูงหรืองานซ่อมอาคารเก่าที่ต้องทำงานเป็นช่วง ๆ หากต้องการความแม่นยำ ควรวัดร่องจริงหลายตำแหน่งแล้วให้ทีม GY Asia ช่วยคำนวณจำนวนหลอดจากความยาวรวม

ข้อควรระวังก่อนใช้ LANKO 603 กับผนัง Precast

แม้ LANKO 603 จะเป็นวัสดุพร้อมใช้ แต่สภาพหน้างานมีผลต่อคุณภาพมาก อุณหภูมิแวดล้อมที่เอกสารระบุคือ +5°C ถึง +35°C งานภายนอกควรหลีกเลี่ยงช่วงฝนใกล้ตก แดดจัดเกินไป ลมแรง หรือฝุ่นมาก เพราะผิววัสดุที่ยังไม่แข็งตัวอาจเปื้อน เสียรูป หรือถูกน้ำรบกวนก่อนบ่มตัวดี

ข้อจำกัดสำคัญ: เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่ควรให้ LANKO 603 สัมผัสกับยางสีดำ ดินน้ำมัน ยางมะตอย และสีตัวทำละลาย หากรอยต่อ Precast อยู่ใกล้วัสดุเหล่านี้ หรือมีแผนทาสีทับด้วยสีที่มีตัวทำละลาย ควรทดสอบความเข้ากันได้หรือปรึกษาทีมเทคนิคก่อนใช้งานจริง

หากต้องทาสีทับแนวร่อง ควรรอให้วัสดุบ่มตัวเหมาะสมก่อน และควรทดสอบสีบนพื้นที่เล็กก่อนเสมอ เพราะรอยต่อยังมีการเคลื่อนตัว สีที่แข็งเกินไปหรือไม่เข้ากันกับ PU sealant อาจแตกร้าวบนผิวได้ แม้ตัว LANKO 603 ยังทำหน้าที่ยืดหยุ่นอยู่ก็ตาม ทางเลือกที่ดีในหลายกรณีคือเลือกสีเทาหรือสีขาวให้ใกล้กับผิวงานตั้งแต่แรก เพื่อลดความจำเป็นในการทาสีปิดทับ

การจัดเก็บควรเก็บในบริเวณแห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง และใช้งานภายในอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิตเมื่อจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย หากเปิดหลอดแล้วควรใช้งานให้หมดหรือปิดปลายอย่างเหมาะสม เพราะวัสดุโพลียูรีเทนทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศและอาจเริ่มแข็งตัวที่ปลายหลอดได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและการใช้งานอ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 603 POLYURETHANE เดือนมกราคม 2021 และหน้า LANKO® 603 Polyurethane บน Sika Thailand

สรุป: งาน Precast ควรใช้ยาแนวที่ยืดหยุ่น ไม่ใช่อุดแข็งแล้วรอแตกร้าว

สำหรับผนังสำเร็จรูป Precast หัวใจของงานยาแนวคือการรองรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อ หากเลือกวัสดุแข็งเกินไป แนวร่องอาจแตกร้าว แยกขอบ หรือเป็นทางน้ำซึมได้ง่าย โดยเฉพาะงานภายนอกที่เจอแดด ฝน และอุณหภูมิเปลี่ยนตลอดเวลา LANKO 603 Polyurethane จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะเป็น PU sealant ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ใช้กับรอยต่อเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัวได้ ยืดตัวมากกว่า 500% ไม่ไหลย้อย และยึดเกาะกับพื้นผิวก่อสร้างหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม ความทนของแนวร่องไม่ได้เกิดจากสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องเตรียมร่องให้สะอาด ซ่อมขอบที่เสียหาย ใช้ backing rod คุมความลึก ยิงให้เต็มโดยไม่เกิดโพรงอากาศ และป้องกันแนวร่องในช่วงบ่มตัว หากทำครบตามระบบ LANKO 603 จะช่วยให้งานยาแนว Precast ปิดรอยต่อได้เรียบร้อย ยืดหยุ่น และลดความเสี่ยงน้ำซึมในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ยาแนวผนังสำเร็จรูป Precast ใช้ปูนอุดได้ไหม?

ไม่แนะนำสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว เพราะปูนเป็นวัสดุแข็งและอาจแตกร้าวเมื่อแผ่น Precast ขยายหรือหดตัว ควรใช้วัสดุยาแนวที่ยืดหยุ่นและออกแบบมาสำหรับ moving joint เช่น PU sealant

LANKO 603 ใช้กับรอยต่อ Precast ได้ไหม?

เหมาะกับงานรอยต่อ Precast ที่ต้องการความยืดหยุ่น เพราะข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้กับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัว ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

LANKO 603 เป็นวัสดุชนิดกี่ส่วน?

เป็นวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมสองส่วน สามารถใส่ปืนยิงกาวและใช้งานได้หลังเตรียมร่องเรียบร้อย

LANKO 603 ยืดหยุ่นแค่ไหน?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุค่าการยืดตัวมากกว่า 500% และอัตราการหดตัวกลับมากกว่า 70% จึงเหมาะกับแนวร่องที่มีการขยับตัวมากกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป

LANKO 603 มีสีอะไรบ้าง?

มีสีเทาและสีขาว โดยสีเทาเหมาะกับคอนกรีตหรือผนัง Precast ที่ต้องการความกลมกลืน ส่วนสีขาวเหมาะกับงานผนังหรือขอบงานที่ต้องการสีสว่าง

หนึ่งหลอดใช้ได้กี่เมตร?

ที่ร่องขนาด 10 มม. x 10 มม. ใช้ประมาณ 100 มล./เมตร ดังนั้นหลอด 300 มล. ใช้ได้ประมาณ 3 เมตร และหลอด 600 มล. ใช้ได้ประมาณ 6 เมตร ก่อนเผื่อการสูญเสียหน้างาน

ต้องใช้ backing rod กับรอยต่อ Precast หรือไม่?

ควรใช้เมื่อร่องมีความลึกเกินจำเป็นหรือเป็นรอยต่อเคลื่อนตัว เพื่อควบคุมความลึก ลดการเปลืองวัสดุ และช่วยให้ sealant ยืด-คืนตัวได้ถูกทิศทาง

LANKO 603 แห้งนานไหม?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุเวลาในการแข็งตัว 120 นาที และอัตราการบ่มมากกว่า 2 มม./24 ชั่วโมง ที่ 23°C / RH 50% ร่องที่ลึกหรือสภาพอากาศต่างจากนี้อาจใช้เวลานานขึ้น

LANKO 603 ทาสีทับได้ไหม?

ควรรอให้วัสดุบ่มตัวเหมาะสมและทดสอบความเข้ากันได้ของสีก่อน เอกสารระบุไม่ควรสัมผัสกับสีตัวทำละลาย จึงควรหลีกเลี่ยงสีประเภทนี้หรือปรึกษาทีมเทคนิคก่อนใช้งานจริง

ซื้อ LANKO 603 Polyurethane ได้ที่ไหน?

ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 603 Polyurethane ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนหลอดจากขนาดร่องจริง

Similar Posts