วิธีแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมขอบวงกบหน้าต่างด้วย LANKO 603 Polyurethane ซีลแลนท์เกรดงานช่าง
LANKO 603 WINDOW SEALANT FIX

วิธีแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมขอบวงกบหน้าต่างด้วย LANKO 603 Polyurethane ซีลแลนท์เกรดงานช่าง

น้ำรั่วซึมขอบวงกบหน้าต่างเป็นปัญหาที่มักเริ่มจากรอยต่อเล็ก ๆ ระหว่างผนัง วงกบอลูมิเนียม คอนกรีต หรือปูนฉาบ เมื่อเจอแดด ฝน และการขยับตัวซ้ำ ๆ วัสดุยาแนวเดิมอาจแข็งกรอบ หลุดร่อน หรือแยกตัวจากขอบร่องได้ การเลือก LANKO® 603 Polyurethane ซึ่งเป็นซีลแลนท์โพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ช่วยให้งานอุดรอยต่อรอบหน้าต่างยืดหยุ่นกว่าแนวอุดแบบแข็ง และเหมาะกับงานซ่อมรั่วซึมที่ต้องการความเรียบร้อยแบบงานช่างมืออาชีพ

PU ส่วนประกอบเดียว ไม่ไหลย้อย ยืดตัว > 500% ใช้ภายในและภายนอก
120 นาทีเวลาแข็งตัวที่ 23°C / RH 50%
2 มม.+อัตราการบ่มต่อ 24 ชม.
10x10ร่องมาตรฐานใช้ 100 มล./เมตร
LANKO 603 Polyurethane ซีลแลนท์อุดรอยต่อรอบวงกบหน้าต่าง

LANKO® 603 Polyurethane

วัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทนพร้อมใช้ สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัว ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก เหมาะกับงานอุดแนวรอบวงกบหน้าต่าง ผนัง คอนกรีต ปูนฉาบ หิน เหล็ก และไม้ เมื่อเตรียมพื้นผิวและยิงยาแนวถูกวิธี

Quick Answer: ขอบวงกบหน้าต่างรั่ว ใช้ LANKO 603 แก้อย่างไร?

คำตอบสั้น

ถ้าน้ำรั่วซึมเกิดจากรอยแยกระหว่างวงกบหน้าต่างกับผนัง หรือแนวยาแนวเดิมเสื่อมสภาพ สามารถแก้ด้วย LANKO 603 Polyurethane โดยต้องรื้อวัสดุเดิมที่หลุดร่อนออก ทำความสะอาดร่องให้แห้ง แข็งแรง และไม่มีฝุ่น ใช้ backing rod เมื่อร่องลึกเกินไป ปิดเทปขอบ ยิงซีลแลนท์ให้เต็มแนว แล้วปาดผิวให้แนบทั้งสองด้าน ก่อนป้องกันฝนและฝุ่นในช่วงบ่มตัว

หัวใจของงานนี้ไม่ใช่แค่ “ยิงกาวทับรอยรั่ว” เพราะถ้ายิงทับซิลิโคนเก่า คราบฝุ่น สีลอก หรือปูนร่วน ซีลแลนท์ใหม่จะยึดเกาะกับชั้นที่อ่อนแอแทนที่จะยึดกับผิวจริง ปัญหาที่ตามมาคือแนวอุดรอยต่อดูดีช่วงแรก แต่เมื่อฝนตกหนักหรือผนังโดนแดดสลับฝน แนวร่องอาจแยกตัว น้ำซึมเข้าหลังวงกบ และเกิดคราบชื้นด้านในซ้ำอีกครั้ง

LANKO 603 เหมาะกับงานนี้เพราะเป็นวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทนที่ออกแบบมาสำหรับรอยต่อเคลื่อนตัว ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ไม่ไหลย้อย จึงคุมงานแนวดิ่งรอบวงกบได้ดี และมีค่าการยืดตัวสูงกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป แต่ผลลัพธ์จะดีจริงเมื่อร่องมีขนาดเหมาะสม พื้นผิวพร้อม และให้เวลาบ่มตัวตามสภาพหน้างาน

ทำไมขอบวงกบหน้าต่างถึงรั่วซึม?

รอยต่อรอบหน้าต่างเป็นจุดเสี่ยงตามธรรมชาติของอาคาร เพราะเป็นตำแหน่งที่วัสดุต่างชนิดมาพบกัน เช่น ปูนฉาบ คอนกรีต อลูมิเนียม เหล็ก ไม้ กระจก และสีทาผนัง วัสดุแต่ละชนิดขยายตัวและหดตัวไม่เท่ากัน เมื่อโดนแดดช่วงกลางวันและฝนหรือความเย็นช่วงกลางคืน รอยต่อเล็ก ๆ จะค่อย ๆ ขยับ ถ้าวัสดุอุดเดิมแข็งเกินไปหรือเสื่อมสภาพ แนวร่องจะแตกและเปิดทางให้น้ำไหลเข้าได้

อีกสาเหตุหนึ่งคือการติดตั้งวงกบหรือหน้าต่างที่ไม่มี slope และระบบระบายน้ำที่ดี น้ำฝนอาจขังบนขอบล่างของวงกบหรือไหลย้อนเข้าร่องยาแนว เมื่อผนังภายนอกมีรอยแตกร้าวร่วมด้วย น้ำจะเดินทางตามรอยแตก เข้าใต้ชั้นสี แล้วออกมาที่ขอบหน้าต่างด้านใน ทำให้หลายครั้งตำแหน่งน้ำหยดด้านในไม่ตรงกับจุดรั่วด้านนอกแบบเป๊ะ ๆ

ยาแนวเดิมเสื่อม

ซิลิโคนหรือวัสดุอุดรอยต่อเก่าแข็งกรอบ แตกร้าว หรือหลุดจากขอบวงกบ

ขอบปูนร่วน

ปูนฉาบรอบวงกบแตกบิ่น ทำให้ซีลแลนท์ยึดกับฐานที่ไม่แข็งแรง

น้ำขังและไหลย้อน

ขอบล่างไม่มี slope หรือมีช่องว่างที่ทำให้น้ำสะสมหลังแนวยาแนว

ดังนั้นก่อนแก้ปัญหาควรแยกให้ได้ว่าน้ำเข้าจากแนวรอยต่อรอบวงกบจริง หรือมาจากรอยแตกร้าวผนังด้านบน ระเบียง หลังคา คิ้วบัว หรือขอบกระจก ถ้าเป็นรอยต่อรอบวงกบ LANKO 603 เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่ถ้าเป็นรอยแตกโครงสร้างหรือผนังร้าวยาว ควรซ่อมรอยแตกและระบบกันซึมภายนอกควบคู่กัน ไม่เช่นนั้นน้ำอาจหาทางเข้าใหม่ได้อีก

ทำไม LANKO 603 Polyurethane เหมาะกับงานขอบวงกบหน้าต่าง?

LANKO® 603 Polyurethane เป็นวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika ระบุว่าใช้งานง่าย ไม่ไหลย้อย เมื่อแห้งตัวแล้วไม่มีฟองอากาศ และยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวหลายประเภท เช่น คอนกรีต หิน เหล็ก และไม้ จุดเหล่านี้สอดคล้องกับงานรอบวงกบหน้าต่างที่มักเป็นร่องแนวดิ่ง แนวนอน และมุมต่อวัสดุหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน

คุณสมบัติที่สำคัญต่อการแก้น้ำรั่วคือความยืดหยุ่น LANKO 603 มีค่าการยืดตัวมากกว่า 500% และอัตราการหดตัวกลับมากกว่า 70% ตามเอกสารผลิตภัณฑ์ จึงเหมาะกับแนวรอยต่อที่ต้องรับการขยับตัวจากแดด ฝน ลม และการสั่นสะเทือนของอาคารมากกว่าวัสดุที่แข็งตัวเป็นปูนหรืออะคริลิกบางชนิด เมื่อรอยต่อขยับ ซีลแลนท์ที่ยืดหยุ่นจะช่วยลดโอกาสแตกร้าวและแยกขอบ

โจทย์รอบหน้าต่างคุณสมบัติของ LANKO 603ประโยชน์หน้างาน
ร่องแนวดิ่งไม่ไหลย้อยยิงรอบวงกบได้ง่ายขึ้นและคุมแนวปาดผิวได้สวย
รอยต่อขยับตัวยืดตัวมากกว่า 500%รองรับการหดขยายของวงกบและผนังเมื่อเจอแดดฝน
ผิวต่างชนิดยึดเกาะกับคอนกรีต หิน เหล็ก ไม้เหมาะกับจุดต่อวงกบกับผนังเมื่อเตรียมพื้นผิวถูกต้อง
งานภายนอกใช้ได้ภายในและภายนอกตอบโจทย์แนวหน้าต่างที่โดนสภาพอากาศโดยตรง
ร่องลึกไม่สม่ำเสมอต้องใช้ backing rod และคุมความลึกช่วยให้ซีลแลนท์ทำงานถูกทรงและไม่เปลืองวัสดุเกินจำเป็น

อย่างไรก็ตาม LANKO 603 ไม่ใช่วัสดุอุดทุกปัญหาของอาคารในหลอดเดียว หากมีน้ำซึมจากรอยแตกร้าวผนังด้านนอก แผงอลูมิเนียมประกอบผิดระบบ หรือขอบกระจกหลวมจากโครงวงกบเดิม ต้องแก้สาเหตุนั้นร่วมด้วย การใช้ PU sealant จะได้ผลดีที่สุดเมื่อปัญหาหลักคือแนวรอยต่อรอบวงกบเปิด แตกร้าว หรือเสื่อมสภาพ

ตรวจหน้างานก่อนยิงซีลแลนท์: ดูอะไรบ้าง?

ก่อนเริ่มงานให้ตรวจช่วงฝนตกหรือทดสอบฉีดน้ำแบบควบคุม เพื่อดูทิศทางน้ำและจุดที่เริ่มซึม อย่ารีบยิงซีลแลนท์ทั่วทุกแนวโดยไม่รู้ต้นเหตุ เพราะอาจทำให้เสียเวลาและใช้วัสดุเกินจำเป็น จุดที่ควรตรวจเป็นพิเศษคือขอบบนของวงกบ มุมซ้ายขวา รอยต่อขอบล่างกับธรณีหน้าต่าง รอยแตกร้าวของผนังรอบช่องเปิด และแนวสัมผัสระหว่างวงกบกับผิวปูนฉาบ

ถ้าพบวัสดุอุดเดิมเสื่อม ต้องประเมินว่าจะรื้อออกมากน้อยแค่ไหน หลักที่ปลอดภัยคือรื้อส่วนที่หลุด ลอก แข็งกรอบ หรือไม่ยึดเกาะออกจนถึงผิวที่แข็งแรง จากนั้นทำความสะอาดคราบฝุ่น คราบน้ำมัน สีหลุด และเศษปูนที่ขวางการยึดเกาะ ถ้าขอบปูนแตกบิ่นควรซ่อมก่อน ไม่ควรใช้ซีลแลนท์ถมแทนงานซ่อมปูน เพราะแนวร่องจะกว้างและลึกเกินจนบ่มตัวช้า รวมถึงมีโอกาสหดหรือแยกขอบได้

เช็กความแห้งก่อนทำงาน: PU sealant ต้องการพื้นผิวที่สะอาดและเหมาะกับการยึดเกาะ หากเพิ่งโดนฝนหรือผนังยังอมความชื้น ควรรอให้แห้งก่อนยิงจริง โดยเฉพาะขอบล่างของวงกบที่มักกักน้ำอยู่หลังแนวซีลเดิม

สำหรับร่องที่ลึกหรือกว้างกว่าปกติ ควรใช้ backing rod หรือเส้นโฟมอุดร่องเพื่อควบคุมความลึก ช่วยให้ LANKO 603 ยึดเกาะกับขอบร่องสองด้านและทำงานเป็นแนวยืดหยุ่น ไม่ใช่ก้อนวัสดุหนาเต็มโพรง การควบคุมรูปทรงร่องเป็นเรื่องสำคัญมากในงานหน้าต่าง เพราะรอยต่อจะต้องรับการขยับตัวซ้ำ ๆ ระยะยาว

วิธีแก้น้ำรั่วซึมขอบวงกบหน้าต่างด้วย LANKO 603 ทีละขั้นตอน

การทำงานที่ดีควรเริ่มในวันที่อากาศเหมาะสม ไม่มีฝนใกล้ตก และพื้นผิวไม่ร้อนจัดจนเกินไป เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุช่วงอุณหภูมิแวดล้อมสำหรับการใช้งานที่ +5°C ถึง +35°C งานภายนอกในไทยจึงควรเลี่ยงช่วงแดดจัดมาก เพราะผิวร้อน ลมแรง และฝุ่นอาจทำให้การปาดผิวและการบ่มตัวควบคุมยากขึ้น

  1. ระบุตำแหน่งรั่ว: ตรวจรอบวงกบทั้งด้านนอกและด้านใน โดยเฉพาะขอบบน มุม และขอบล่างที่น้ำมักสะสม
  2. รื้อยาแนวเดิมที่เสื่อม: ใช้คัตเตอร์หรือเครื่องมือที่เหมาะสมเอาซีลเดิมที่หลุด แข็งกรอบ หรือปนฝุ่นออกให้หมด
  3. ซ่อมขอบร่องที่เสียหาย: หากปูนแตกบิ่นหรือร่วน ให้ซ่อมด้วยวัสดุซ่อมปูนที่เหมาะสมและปล่อยให้แห้งก่อนยิงซีลแลนท์
  4. ทำความสะอาดพื้นผิว: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน สีหลุด เศษปูน และสิ่งสกปรกที่ลดการยึดเกาะออกจากร่อง
  5. ใส่ backing rod: สำหรับร่องลึก ให้ใส่เส้นโฟมเพื่อคุมความลึกและลดการใช้ซีลแลนท์เกินจำเป็น
  6. ปิดเทปขอบร่อง: ติดเทปทั้งสองด้านของแนววงกบเพื่อให้เส้นยาแนวคม สะอาด และไม่เลอะผิวผนัง
  7. เตรียมหลอด LANKO 603: ตัดหัวจุกให้สัมพันธ์กับความกว้างร่อง ใส่ปืนยิงกาว และทดสอบแรงกดก่อนเริ่มแนวจริง
  8. ยิงให้เต็มแนวต่อเนื่อง: ยิงด้วยแรงดันสม่ำเสมอ ให้เนื้อซีลแลนท์แนบกับขอบร่องทั้งสองด้าน ไม่ทิ้งโพรงอากาศด้านใน
  9. ปาดผิวและลอกเทป: ปาดผิวให้เรียบแนบกับวงกบและผนัง แล้วลอกเทปออกก่อนเนื้อวัสดุเริ่มแข็งตัวมากเกินไป
  10. ป้องกันช่วงบ่มตัว: กันฝน ฝุ่น การกระแทก และการล้างน้ำจนกว่าวัสดุจะแข็งตัวและบ่มตัวเหมาะสม

เคล็ดลับงานขอบหน้าต่าง: บริเวณมุมวงกบเป็นจุดที่น้ำชอบเข้ามากที่สุด ควรยิงให้ต่อเนื่องผ่านมุมโดยไม่หยุดจนเกิดรอยต่อใหม่ และปาดให้เนื้อซีลแลนท์โอบรับทั้งด้านผนังและด้านวงกบอย่างสม่ำเสมอ

หลังทำงานเสร็จ ไม่ควรทดสอบฉีดน้ำแรงทันที เพราะ LANKO 603 มีเวลาแข็งตัวประมาณ 120 นาทีที่ 23°C / RH 50% และมีอัตราการบ่มมากกว่า 2 มม. ต่อ 24 ชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ร่องที่ลึกหรืออากาศชื้นอาจต้องใช้เวลานานขึ้น การให้เวลาบ่มตัวเพียงพอจะช่วยลดความเสี่ยงที่ผิวงานเสียหรือเกิดทางน้ำใหม่จากการรบกวนเร็วเกินไป

คำนวณปริมาณใช้ LANKO 603 รอบหน้าต่าง

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณใช้ที่ 100 มิลลิลิตรต่อ 1 เมตร สำหรับรอยต่อขนาด 10 มม. x 10 มม. หรือคิดง่าย ๆ จากความกว้างร่องคูณความลึกของร่องเป็นมิลลิลิตรต่อเมตร หากใช้หลอดแข็ง 300 มล. จะได้ประมาณ 3 เมตร และหลอดนิ่ม 600 มล. จะได้ประมาณ 6 เมตร สำหรับร่อง 10x10 มม. ก่อนเผื่อการสูญเสียจากการปาดและสภาพร่องจริง

ตัวอย่างขนาดร่องปริมาณใช้โดยประมาณหลอด 300 มล. ได้ประมาณหลอด 600 มล. ได้ประมาณ
8 x 8 มม.64 มล./เมตร4.6 เมตร9.3 เมตร
10 x 10 มม.100 มล./เมตร3 เมตร6 เมตร
15 x 10 มม.150 มล./เมตร2 เมตร4 เมตร
20 x 10 มม.200 มล./เมตร1.5 เมตร3 เมตร

การคำนวณรอบหน้าต่างให้วัดความยาวแนวที่จะยิงจริง เช่น หน้าต่างกว้าง 1.20 เมตร สูง 1.50 เมตร หากยิงรอบทั้ง 4 ด้าน ความยาวรวมประมาณ 5.40 เมตร ถ้าร่องเฉลี่ย 10x10 มม. จะใช้ประมาณ 540 มล. ก่อนเผื่อสูญเสีย ดังนั้นหลอดนิ่ม 600 มล. อาจพอหนึ่งบานในกรณีร่องสม่ำเสมอ แต่ถ้าร่องกว้าง ลึก หรือมีการรื้อซ่อมขอบปูน ควรเผื่อเพิ่ม

อย่าคำนวณจากความยาวอย่างเดียว: ร่องหน้าต่างเก่ามักไม่เท่ากันตลอดแนว บางช่วงกว้าง 5 มม. บางช่วงเปิดเป็นโพรง 20 มม. การใช้ backing rod และซ่อมขอบร่องก่อนจะช่วยให้ใช้วัสดุพอดีและได้แนวร่องที่แข็งแรงกว่า

ข้อผิดพลาดที่ทำให้อุดแล้วรั่วซ้ำ

ปัญหารั่วซ้ำส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากซีลแลนท์ไม่มีคุณภาพ แต่เกิดจากระบบงานไม่ครบ ขั้นตอนที่พบบ่อยคือยิงทับวัสดุเก่าโดยไม่รื้อของเดิม ยิงบนผิวเปียกหรือมีฝุ่น ไม่ปิดโพรงด้านในด้วย backing rod ปาดผิวไม่แนบขอบวงกบ หรือเปิดให้โดนฝนก่อนบ่มตัวเพียงพอ เมื่อเจอสภาพจริง น้ำจะค่อย ๆ แทรกหลังแนวซีลแลนท์และซึมเข้าภายใน

ยิงทับของเก่า

ซีลใหม่ยึดกับชั้นที่เสื่อม ไม่ได้ยึดกับผนังหรือวงกบจริง

ร่องลึกเกิน

เปลืองวัสดุ บ่มตัวช้า และควบคุมรูปทรงยาแนวได้ยาก

ไม่กันฝนช่วงแรก

น้ำและฝุ่นรบกวนผิวงานก่อนวัสดุแข็งตัวสมบูรณ์

อีกเรื่องที่ควรระวังคือการเลือกสีและการทาสีทับ LANKO 603 มีสีเทาและสีขาว ควรเลือกให้เข้ากับผิวงานตั้งแต่แรกเท่าที่ทำได้ หากจำเป็นต้องทาสี ควรรอให้บ่มตัวเหมาะสมและทดสอบสีในพื้นที่เล็กก่อน โดยเฉพาะสีตัวทำละลาย เพราะเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุข้อจำกัดว่าไม่ควรสัมผัสกับสีตัวทำละลาย รวมถึงยางสีดำ ดินน้ำมัน และยางมะตอย

ถ้าหน้างานเป็นอาคารสูงหรือหน้าต่างภายนอกที่เข้าถึงยาก ควรให้ช่างที่มีอุปกรณ์และมาตรการความปลอดภัยทำงาน ไม่ควรเสี่ยงปีนหรือทำงานนอกอาคารเอง การแก้รั่วรอบหน้าต่างต้องการทั้งวัสดุที่ถูกต้องและวิธีทำงานที่ปลอดภัย โดยเฉพาะจุดที่ต้องทำจากด้านนอกอาคาร

สเปกสำคัญของ LANKO 603 ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

การรู้สเปกช่วยให้วางแผนงานได้ถูกต้อง ไม่เร่งใช้งานเร็วเกินไป และคำนวณจำนวนหลอดได้แม่นขึ้น LANKO 603 เป็นวัสดุอุดรอยต่อประเภทโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้ บรรจุทั้งหลอดแข็ง 300 มล. และหลอดนิ่ม 600 มล. มีสีเทาและสีขาว อายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนเมื่อจัดเก็บอย่างถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย

หัวข้อข้อมูลสำคัญความหมายต่อการแก้รั่วขอบหน้าต่าง
ประเภทวัสดุโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้กับปืนยิงกาว ไม่ต้องผสมสองส่วน
การใช้งานรอยต่อเคลื่อนตัวและรอยต่อขยายตัว ภายใน/ภายนอกเหมาะกับรอยต่อวงกบที่เจอการหดขยายจากสภาพอากาศ
ค่าความแข็งShore A 36 ที่อายุ 28 วันให้ความแน่นแต่ยังยืดหยุ่นสำหรับงานรอยต่อ
การยืดตัว> 500%รองรับการขยับตัวของรอยต่อได้ดีเมื่อใช้งานถูกระบบ
อัตราการบ่ม> 2 มม./24 ชม. ที่ 23°C / RH 50%ร่องลึกต้องให้เวลาบ่มก่อนโดนน้ำหรือใช้งานหนัก
ปริมาณใช้100 มล./เมตร ที่ร่อง 10x10 มม.ใช้คำนวณจำนวนหลอดสำหรับงานรอบหน้าต่าง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและการใช้งานอ้างอิงจากหน้า LANKO® 603 Polyurethane บน Sika Thailand และเอกสารผลิตภัณฑ์ที่ระบุบนหน้า Sika

สรุป: แก้น้ำรั่วขอบหน้าต่างให้จบ ต้องแก้ที่รอยต่อและวิธีทำงาน

สำหรับปัญหาน้ำรั่วซึมขอบวงกบหน้าต่าง LANKO 603 Polyurethane เป็นซีลแลนท์ที่เหมาะเมื่อสาเหตุหลักมาจากรอยต่อรอบวงกบเปิด ยาแนวเดิมเสื่อม หรือขอบร่องต้องการวัสดุยืดหยุ่นที่ใช้ได้กับงานภายนอก จุดเด่นอย่างไม่ไหลย้อย ใช้งานง่าย ยืดตัวสูง และยึดเกาะได้กับพื้นผิวหลายประเภท ทำให้ตอบโจทย์งานซ่อมรั่วรอบหน้าต่างได้ดีกว่าวัสดุอุดร่องแข็งทั่วไป

แต่การแก้ให้จบต้องทำเป็นระบบ: ตรวจหาต้นเหตุน้ำเข้า รื้อของเดิมที่เสื่อม ซ่อมขอบปูน ทำความสะอาด ใช้ backing rod เมื่อจำเป็น ยิง LANKO 603 ให้เต็มแนว ปาดผิวให้แนบ และป้องกันช่วงบ่มตัว หากต้องการให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินจำนวนหลอดหรือแนวทางซ่อมจากรูปหน้างาน สามารถส่งรูปวงกบ ขนาดร่อง และความยาวแนวรอยต่อเพื่อให้ช่วยคำนวณก่อนสั่งซื้อได้

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 603 ใช้อุดรอยรั่วขอบวงกบหน้าต่างได้ไหม?

ใช้ได้เมื่อสาเหตุรั่วมาจากรอยต่อรอบวงกบหรือยาแนวเดิมเสื่อม โดยต้องรื้อวัสดุเดิมที่หลุดร่อน ทำความสะอาดร่องให้แห้งและแข็งแรง แล้วจึงยิง LANKO 603 ให้เต็มแนว หากน้ำเข้าจากรอยแตกร้าวผนังหรือหลังคา ต้องซ่อมสาเหตุนั้นร่วมด้วย

LANKO 603 ต่างจากซิลิโคนทั่วไปอย่างไร?

LANKO 603 เป็นซีลแลนท์โพลียูรีเทนสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก มีค่าการยืดตัวสูงและยึดเกาะกับวัสดุก่อสร้างหลายประเภท เหมาะกับงานรอยต่ออาคารมากกว่างานซิลิโคนบางประเภทที่ออกแบบมาสำหรับงานกระจกหรือสุขภัณฑ์เฉพาะทาง

ต้องรื้อซิลิโคนเดิมออกก่อนหรือไม่?

ควรรื้อส่วนที่เสื่อม หลุด ลอก แข็งกรอบ หรือสกปรกออกก่อนเสมอ เพราะการยิงทับวัสดุเดิมที่ไม่ยึดเกาะจะทำให้ซีลแลนท์ใหม่หลุดตามไปด้วย และอาจเกิดรั่วซ้ำหลังเจอฝนหรือแดดจัด

ขอบวงกบเปียกอยู่ ยิง LANKO 603 ได้ไหม?

ไม่ควรยิงบนผิวเปียกหรือผิวที่ยังอมความชื้นมาก ควรรอให้แห้ง ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน สีหลุด และเศษสกปรกก่อน เพื่อให้การยึดเกาะของซีลแลนท์ทำงานได้เต็มที่

หลังยิง LANKO 603 กี่ชั่วโมงถึงโดนน้ำได้?

เอกสารระบุเวลาแข็งตัวประมาณ 120 นาทีที่ 23°C / RH 50% และอัตราการบ่มมากกว่า 2 มม./24 ชั่วโมง แต่การโดนน้ำจริงควรเผื่อเวลาตามความลึกของร่อง สภาพอากาศ และความเสี่ยงฝน งานภายนอกควรป้องกันฝนช่วงแรกให้ดีที่สุด

LANKO 603 หนึ่งหลอดใช้ได้กี่เมตรรอบหน้าต่าง?

ที่ร่อง 10x10 มม. ใช้ประมาณ 100 มล./เมตร ดังนั้นหลอด 300 มล. ได้ประมาณ 3 เมตร และหลอด 600 มล. ได้ประมาณ 6 เมตร ก่อนเผื่อสูญเสียหน้างาน หากร่องกว้างหรือลึกกว่านี้ ปริมาณใช้จะเพิ่มขึ้น

ต้องใช้ backing rod ทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็นทุกกรณี แต่ควรใช้เมื่อร่องลึกหรือเป็นโพรง เพื่อควบคุมความลึก ลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น และช่วยให้ซีลแลนท์ยึดเกาะกับขอบร่องสองด้านในรูปทรงที่เหมาะกับการเคลื่อนตัว

LANKO 603 มีสีอะไร เหมาะกับวงกบสีไหน?

มีสีเทาและสีขาว สีเทามักเหมาะกับคอนกรีตหรือผนังโทนเทา ส่วนสีขาวเหมาะกับผนังหรือวงกบสีอ่อน ควรเลือกสีให้ใกล้ผิวงานตั้งแต่แรกเพื่อลดความจำเป็นในการทาสีทับ

ทาสีทับ LANKO 603 ได้ไหม?

ควรรอให้วัสดุบ่มตัวเหมาะสมและทดสอบสีในพื้นที่เล็กก่อน โดยเฉพาะงานภายนอก เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่ควรสัมผัสกับสีตัวทำละลาย จึงควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาทีมเทคนิคก่อนใช้งานจริง

ซื้อ LANKO 603 Polyurethane ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 603 Polyurethane ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก สี ขนาดบรรจุ และคำนวณจำนวนหลอดจากหน้างานจริง

Similar Posts