GY Asia ขายส่งราคาโรงงานจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง Sika · Lanko

หน้าแรก / เทคนิคงานก่อสร้าง / กาวยาแนวรอยต่อ / วิธีใช้ Sikaflex 740 ยาแนวรอยต่อคอนกรีต ทีละขั้นตอน พร้อมเทคนิคยิงกาวให้เนียน

กาวยาแนวรอยต่อ

วิธีใช้ Sikaflex 740 ยาแนวรอยต่อคอนกรีต ทีละขั้นตอน พร้อมเทคนิคยิงกาวให้เนียน

SIKAFLEX 740 CONSTRUCTION

Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวยาแนวรอยต่อส่วนประกอบเดียวชนิดยืดหยุ่น สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป โดยจุดที่ทำให้งานอยู่ทนไม่ใช่แค่เลือกกาวดี แต่ต้องออกแบบความกว้าง-ความลึก ใส่โฟมเสริมร่อง ยิงกาวให้เต็ม และปาดกดให้แนบผิวรอยต่ออย่างถูกวิธี

Movement Class 35 เคลื่อนตัวได้ ±35% บ่มตัว ~3 มม./24 ชม. ทาสีทับหลัง 3-5 วัน
2:1อัตราส่วนความกว้างต่อความลึกโดยทั่วไป
~60 นาทีเวลาในการแข็งตัวที่ 23°C / 50% RH
600 มล.หลอดนิ่มสำหรับงานรอยต่อยาว
Sikaflex 740 Construction กาวยาแนวรอยต่อคอนกรีต

Sikaflex®-740 Construction

กาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทน i-Cure® Technology สำหรับรอยต่อคอนกรีตทั่วไป รอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว งานภายในและภายนอก อาคารพักอาศัย ตึกสูง แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป รวมถึงกรอบหน้าต่างและประตู

Quick Answer: ใช้ Sikaflex 740 ให้รอยต่อคอนกรีตทน ต้องทำอะไรบ้าง?

คำตอบสั้น

หัวใจคือออกแบบรอยต่อให้ถูกก่อนยิงกาว โดยทั่วไปต้องรักษาอัตราส่วนความกว้างต่อความลึก 2:1 ใส่โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนให้ได้ความลึกที่ต้องการ ทาน้ำยารองพื้นตามคำแนะนำ ไม่ทารองพื้นมากจนเป็นฟิล์ม ยิงกาวให้เต็มร่องโดยไม่ให้เกิดฟองอากาศ แล้วปาดกดกาวทันทีเพื่อให้แนบผิวรอยต่อและได้ผิวหน้าที่เรียบ

Sikaflex®-740 Construction เป็นวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับรอยต่อที่ต้องฉาบตกแต่งและทาสี รวมถึงรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว จึงเหมาะกับงานคอนกรีตสำเร็จรูป ผนังอาคาร รอยต่อโครงสร้างทั่วไป กรอบหน้าต่าง ประตู และงานอาคารทั้งภายในและภายนอก แต่ความทนทานหลายปีไม่ได้เกิดจากตัวกาวอย่างเดียว หากร่องลึกเกินไป กว้างไม่พอ ไม่มีวัสดุเสริมร่อง หรือยิงกาวแล้วมีโพรงอากาศ รอยต่อจะรับการเคลื่อนตัวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุคุณสมบัติเด่น เช่น ความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% ตาม ASTM C719, Joint Classification ASTM C920 Class 35, บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ, ยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวที่มีรูพรุน และยึดเกาะดีเยี่ยมกับโลหะส่วนใหญ่ เมื่อนำคุณสมบัติเหล่านี้ไปใช้ร่วมกับการติดตั้งที่ถูกขั้นตอน รอยต่อจึงมีโอกาสรับแดด ฝน การยืดหด และการเคลื่อนตัวของโครงสร้างได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

Sikaflex 740 คืออะไร และเหมาะกับรอยต่อแบบไหน?

Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวยาแนวรอยต่อส่วนประกอบเดียวชนิดยืดหยุ่น ฐานเคมีเป็นโพลียูรีเทน i-Cure® Technology ใช้สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไปที่ต้องฉาบบางหรือทาสีทับหลังยาแนว โดยเอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังการยาแนวประมาณ 3-5 วันโดยไม่ทำให้เกิดคราบบนปูนฉาบและสีทา

งานที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้ ได้แก่ รอยต่อที่ต้องฉาบและทาสีทับกาวยาแนว รอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป งานภายในและภายนอก งานก่อสร้างบ้านพักอาศัยและตึกสูง แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ส่วนประกอบของอาคาร รวมถึงกรอบหน้าต่างและประตู หากต้องการให้รอยต่อดูเรียบร้อยหลังจบงาน Sikaflex 740 จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะรองรับงานที่ต้องตามด้วยงานผิวได้ดี

งานคอนกรีตทั่วไป

ใช้กับรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไปและรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว เมื่อออกแบบขนาดรอยต่อถูกต้อง

งานฉาบและทาสี

เหมาะกับรอยต่อที่ต้องฉาบบางและทาสีทับ โดยต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสีตามเอกสาร

งานอาคารภายนอก

ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดีมาก และใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก

คุณสมบัติทางเทคนิคสำคัญประกอบด้วยความหนาแน่น 1.45 กก./ลิตร ค่าความแข็ง Shore A ประมาณ 30 หลัง 28 วัน ค่ากำลังรับแรงดึงประมาณ 1 MPa ค่าโมดูลัสแรงดึงคงที่ 0.6 นิวตัน/ตารางมิลลิเมตรที่การยืดตัว 60% ณ 23°C ค่าการยืดตัว ณ จุดขาดประมาณ 800% และอุณหภูมิการใช้งานหลังบ่มตัวอยู่ในช่วงประมาณ -40°C ถึง +70°C ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาเพื่อรับการยืดหยุ่นของรอยต่อ ไม่ใช่เป็นวัสดุอุดแข็งแบบปูนหรืออะคริลิกทั่วไป

ออกแบบรอยต่อให้ถูก: จุดเริ่มต้นของยาแนวที่อยู่ทน

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุชัดว่าต้องออกแบบรอยต่อให้มีความกว้างพอกับการเคลื่อนตัวของกาวยาแนว และโดยทั่วไปต้องรักษาอัตราส่วนความกว้างต่อความลึก 2:1 สำหรับรอยต่อที่กว้างน้อยกว่า 10 มม. มักใช้กับรอยต่อภายในหรือรอยต่อควบคุมการแตกที่ไม่เคลื่อนที่ ส่วนรอยต่อทั้งหมดควรได้รับการออกแบบและกำหนดขนาดอย่างถูกต้องตามมาตรฐานและหลักปฏิบัติที่เกี่ยวข้องก่อนทำการก่อสร้าง

สาเหตุที่สัดส่วนนี้สำคัญมาก เพราะกาวยาแนวต้องยืดและหดในทิศทางที่ควบคุมได้ หากร่องลึกเกินไป กาวจะหนาและเคลื่อนตัวได้ยาก ใช้วัสดุเปลือง และอาจเกิดแรงดึงภายในสูงเกินจำเป็น หากร่องตื้นเกินไป พื้นที่ยึดเกาะไม่พอและมีโอกาสฉีกหรือหลุดจากขอบรอยต่อ การใส่โฟมเสริมร่องจึงไม่ได้มีไว้แค่ประหยัดกาว แต่ช่วยคุมความลึกและรูปทรงของกาวให้ทำงานได้ถูกต้อง

ระยะรอยต่อความกว้างรอยต่อต่ำสุดความลึกรอยต่อต่ำสุดข้อสังเกตสำหรับหน้างาน
2 เมตร10 มม.10 มม.เป็นขนาดเริ่มต้นที่ต้องควบคุมความลึกให้แม่น
4 เมตร15 มม.10 มม.เหมาะกับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวมากขึ้น
6 เมตร15 มม.10 มม.ยังคงใช้ความลึก 10 มม. ตามตาราง
8 เมตร25 มม.12 มม.ควรตรวจความตรงและความสะอาดของขอบรอยต่อมากขึ้น
10 เมตร30 มม.15 มม.ใช้กาวมากขึ้นและต้องเตรียม backer rod ให้เหมาะสม
12 เมตร35 มม.17 มม.ควรวางแผนทีมยิงกาวและแต่งผิวให้ทันเวลา
14 เมตร40 มม.20 มม.เป็นรอยต่อใหญ่ ต้องควบคุมการปาดกดให้แน่นตลอดแนว

ข้อมูลออกแบบ: เอกสารอ้างถึงแนวทางการคำนวณตาม ASTM C1472 – 10 Class 35 และ ASTM C920 โดยพื้นฐานการคำนวณต้องดูประเภทโครงสร้าง ขนาด ค่าทางเทคนิคของวัสดุก่อสร้างที่อยู่ติดกัน วัสดุปิดรอยต่อ และการเปิดรับแสงของอาคารและรอยต่อ

คำนวณปริมาณ Sikaflex 740: หนึ่งหลอดนิ่ม 600 มล. ยิงได้กี่เมตร?

การคำนวณปริมาณเป็นอีกจุดที่ทำให้งานราบรื่นหรือสะดุดได้ทันที หากคำนวณน้อยเกินไป งานจะขาดช่วง สีผิวและรอยปาดอาจไม่ต่อเนื่อง หากคำนวณมากเกินไปก็มีต้นทุนค้างสต็อก เอกสารผลิตภัณฑ์ให้ข้อมูลปริมาณการใช้งานเชิงทฤษฎีสำหรับหลอดนิ่มขนาด 600 มิลลิลิตร โดยขึ้นกับความกว้างและความลึกของรอยต่อ

ความกว้างรอยต่อความลึกรอยต่อความยาวรอยต่อโดยประมาณต่อ 600 มล.คำแนะนำ
10 มม.10 มม.6 เมตรเหมาะกับร่องขนาดเล็กที่ควบคุมขนาดได้ดี
15 มม.10 มม.4 เมตรควรเผื่อจากความพรุนและความคลาดเคลื่อนของร่อง
20 มม.10 มม.3 เมตรร่องกว้างขึ้นต้องยิงให้เต็มโดยไม่เกิดโพรงอากาศ
25 มม.12 มม.2 เมตรต้องเตรียมโฟมเสริมร่องให้ได้ระดับสม่ำเสมอ
30 มม.15 มม.1.3 เมตรใช้วัสดุมาก ควรทดลองพื้นที่จริงก่อนคำนวณยอดสั่งซื้อ

ตัวเลขในตารางเป็นข้อมูลทางทฤษฎี และเอกสารระบุว่าไม่รวมวัสดุเพิ่มเติมจากความพรุนของพื้นผิว โปรไฟล์พื้นผิว ระดับความผันแปร การสูญเสีย หรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ดังนั้นงานจริงควรทดลองกับพื้นที่ทดสอบเพื่อคำนวณปริมาณที่แน่นอน โดยเฉพาะรอยต่อคอนกรีตเก่า ร่องที่ขอบบิ่น หรือรอยต่อที่ความลึกไม่เท่ากันตลอดแนว

วิธีใช้งาน Sikaflex 740 ทีละขั้นตอน

Sikaflex 740 เป็นวัสดุส่วนผสมเดียวพร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมสารเพิ่ม แต่ความพร้อมของหน้างานสำคัญมาก อุณหภูมิผลิตภัณฑ์ อุณหภูมิแวดล้อม และอุณหภูมิพื้นผิวควรอยู่ระหว่าง +5°C ถึง +40°C และอุณหภูมิพื้นผิวต้องสูงกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้างอย่างน้อย +3°C เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องความชื้นควบแน่นบนผิวรอยต่อ

  1. ตรวจและเตรียมรอยต่อ: รอยต่อต้องสะอาด แข็งแรง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน วัสดุหลุดร่อน หรือสิ่งที่ลดการยึดเกาะ ก่อนเริ่มควรตรวจความกว้างและความลึกตามตารางออกแบบ
  2. ติดเทปกาวสองข้างรอยต่อ: เทปช่วยให้ขอบงานเรียบร้อยและควบคุมแนวปาดแต่งผิวได้ง่ายขึ้น โดยต้องลอกเทปออกขณะที่กาวยังไม่แห้งหลังยาแนวเสร็จ
  3. ใส่โฟมเสริมร่อง: หลังเตรียมพื้นผิวแล้ว ใส่โฟมปรับระดับประเภทโพลีเอทีลีนเข้าไปในร่องเพื่อให้เหลือความลึกที่ต้องการ
  4. ทาน้ำยารองพื้นตามคำแนะนำ: ทาน้ำยารองพื้นบนผิวรอยต่อตามที่แนะนำในส่วนการเตรียมพื้นผิว และไม่ทามากเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผ่นฟิล์มบนผิวรอยต่อ
  5. เตรียมหลอดและปืนยิงกาว: ตัดจุกปลายหลอด บรรจุหลอดกาวลงในกระบอกปืน แล้วเตรียมจังหวะยิงให้ต่อเนื่องตลอดแนว
  6. ยิงกาวให้เต็มร่อง: ยิงกาวเข้าไปในแนวรอยต่อให้เต็มร่องอย่างสม่ำเสมอ ระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศหรือโพรงว่างใต้ผิวกาว
  7. ปาดและกดทันที: หลังยิงกาวเสร็จ ให้ปาดและกดกาวตามร่องให้แน่น เพื่อการยึดเกาะที่ดีและผิวหน้าที่เรียบสวย สามารถใช้ Sika® Tooling Agent N หรือใช้น้ำได้ แต่ไม่แนะนำผลิตภัณฑ์เก็บงานที่มีตัวทำละลาย
  8. ทำความสะอาดเครื่องมือ: ทำความสะอาดเครื่องมือทันทีหลังใช้งานด้วย Sika® Remover-208 วัสดุที่แข็งตัวแล้วเอาออกได้ด้วยเครื่องมือทางกลเท่านั้น และสำหรับการทำความสะอาดผิวใช้ Sika® Cleaning Wipes-100

เวลาในการทำงาน: เอกสารระบุอัตราการบ่มประมาณ 3 มม./24 ชั่วโมง เวลาในการแข็งตัวประมาณ 60 นาที และระยะเวลาแต่งผิวประมาณ 30 นาที ที่ 23°C / 50% RH ค่าจริงในหน้างานอาจต่างจากนี้ตามอุณหภูมิ ความชื้น ความลึก และสภาพแวดล้อม

ในงานยาวหลายสิบเมตร ควรแบ่งทีมให้ชัดเจนระหว่างคนยิงกาว คนปาดกด และคนลอกเทป เพราะระยะเวลาแต่งผิวมีจำกัด หากยิงทิ้งไว้ยาวเกินไปก่อนปาด ผิวกาวอาจเริ่มเซ็ตและเก็บงานได้ยาก การทำงานต่อเนื่องเป็นจังหวะจึงช่วยให้แนวรอยต่อเรียบและสม่ำเสมอกว่า

การฉาบบางและทาสีทับ: ทำได้ แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้

หนึ่งในจุดเด่นของ Sikaflex 740 คือเหมาะกับรอยต่อที่ต้องฉาบบางและทาสี โดยเอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังการยาแนวประมาณ 3-5 วัน และไม่ทำให้เกิดคราบบนปูนฉาบและสีทา อย่างไรก็ตาม เอกสารยังเตือนว่าควรนำสีมาทดสอบความเข้ากันได้ของผลิตภัณฑ์ก่อน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับ

สีที่ไม่มีความยืดหยุ่นอาจทำให้สีที่ทาทับบนยาแนวรอยต่อแตกได้ เพราะกาวยังต้องเคลื่อนตัวตามรอยต่อ ส่วนสีที่มีพลาสติไซเซอร์เป็นส่วนผสมอาจทำให้ผิวสีไม่แห้งและเหนียวเหนอะหนะ ดังนั้นการเลือกสีจึงควรดูทั้งความเข้ากันได้และการเคลื่อนตัวของรอยต่อ ไม่ใช่ดูเพียงเฉดสีหรือความสวยงามหลังทาเสร็จ

ปล่อยให้บ่มพอ

ทาสีหลังยาแนวประมาณ 3-5 วันตามเอกสาร และพิจารณาความลึกของรอยต่อร่วมด้วย

ทดสอบสีก่อน

ทดสอบความเข้ากันได้ของสีและกาวก่อนทำพื้นที่จริง โดยเฉพาะงานภายนอกหรือพื้นที่เห็นชัด

เลือกสีที่เหมาะกับรอยต่อ

สีแข็งและไม่ยืดหยุ่นอาจแตกร้าวเมื่อรอยต่อเคลื่อนตัว จึงต้องเลือกตามสภาพงาน

เอกสารยังระบุว่าสีของยาแนวอาจเปลี่ยนแปลงจากการสัมผัสสารเคมี อุณหภูมิสูง หรือรังสียูวี โดยเฉพาะสีขาว การเปลี่ยนสีอาจลดความสวยงาม แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือความทนทานของผลิตภัณฑ์ หากพื้นที่นั้นต้องการความสวยงามสูง ควรวางแผนสีและตัวอย่างงานก่อนเริ่มยิงกาวจริง

ข้อควรระวังและความปลอดภัยจากเอกสาร TDS/SDS

แม้ Sikaflex 740 จะใช้งานได้กว้าง แต่เอกสารระบุข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้ ห้ามใช้บนหินธรรมชาติ ห้ามใช้บนพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่ เพราะอาจส่งผลให้วัสดุยาแนวเสียหาย ห้ามใช้ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ และห้ามใช้ในงานยาแนวรอยต่อบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา

ความปลอดภัย: SDS ระบุการจำแนกเป็นของเหลวไวไฟประเภทย่อย 4 มีคำสัญญาณ “ระวัง” และข้อความ H227 ของเหลวติดไฟได้ จึงควรเก็บให้ห่างจากความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ และพื้นผิวร้อน ห้ามสูบบุหรี่ขณะใช้งาน สวมถุงมือป้องกันและอุปกรณ์ป้องกันตา/หน้าเมื่อมีความเสี่ยง

ด้านการจัดเก็บ เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต และควรจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในบริเวณแห้งที่อุณหภูมิระหว่าง 5°C และ 25°C ส่วน SDS ระบุให้เก็บในภาชนะเดิม ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ดูฉลากคำเตือน และเก็บรักษาตามข้อบังคับท้องถิ่น

หากสัมผัสผิวหนังให้ถอดเสื้อผ้าและรองเท้าที่ปนเปื้อนทันที แล้วล้างออกด้วยสบู่และน้ำปริมาณมาก หากเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำ ถอดคอนแทคเลนส์ และเปิดตากว้างขณะล้าง หากหายใจเข้าไปให้ย้ายไปยังที่มีอากาศบริสุทธิ์ และหากกลืนกินให้บ้วนปาก ดื่มน้ำตามมาก ห้ามให้นมหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามให้สิ่งใดทางปากแก่ผู้ที่ไม่ได้สติ

สำหรับการกำจัด SDS ระบุให้กำจัดสิ่งที่บรรจุหรือภาชนะในโรงกำจัดของเสียที่ได้รับการรับรอง ภาชนะใช้หมดแล้วไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ และห้ามเผาหรือใช้เครื่องตัดโลหะด้วยแก๊สในการตัดถังเปล่า ขณะเดียวกันเอกสารขนส่งระบุว่า UNRTDG, IATA-DGR และ IMDG ไม่จัดเป็นสินค้าอันตรายสำหรับการขนส่งตามข้อมูลในเอกสาร

สรุป: Sikaflex 740 จะทนได้นาน เมื่อร่องถูกออกแบบและติดตั้งถูกวิธี

ถ้าต้องการยาแนวรอยต่อคอนกรีตให้ทนทานยาวนาน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ยิงกาวให้เต็มร่อง แต่ต้องเริ่มจากการออกแบบรอยต่อให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง ใช้อัตราส่วนความกว้างต่อความลึกที่เหมาะสม ใส่โฟมเสริมร่องให้ควบคุมความลึกได้ ทาน้ำยารองพื้นตามคำแนะนำ ยิงกาวให้แน่นโดยไม่เกิดฟองอากาศ และปาดกดทันทีเพื่อให้กาวแนบกับผิวรอยต่ออย่างเต็มที่

Sikaflex®-740 Construction มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่น การทนสภาพอากาศ การยึดเกาะกับพื้นผิวที่มีรูพรุนและโลหะส่วนใหญ่ รวมถึงการรองรับงานฉาบและทาสีทับ แต่ทุกงานควรตรวจข้อจำกัด เช่น หินธรรมชาติ ยาง บิทูมินัส สระว่ายน้ำ พื้นที่น้ำขัง หรือพื้นที่มีแรงดันน้ำก่อนใช้งานเสมอ เมื่องานออกแบบและติดตั้งถูกต้อง รอยต่อคอนกรีตจึงมีพื้นฐานที่ดีสำหรับอายุการใช้งานยาวนาน

แหล่งข้อมูลที่ใช้: เนื้อหานี้อ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ Sikaflex®-740 Construction เดือนสิงหาคม 2565 Version 02.01 และเอกสารข้อมูลความปลอดภัย GHS SDS_T_Sikaflex -740 Construction

ทำไมงานยิงกาวผนังภายนอกถึงหลุดล่อน?

อาการหลุดล่อนของยาแนวผนังภายนอกมักเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมได้ตั้งแต่ก่อนยิงกาว เช่น รอยต่อไม่ได้ออกแบบให้กว้างพอกับการเคลื่อนตัว ร่องลึกเกินไปจนกาวทำงานผิดรูป ไม่มีโฟมเสริมร่องเพื่อคุมความลึก ผิวรอยต่อมีฝุ่นหรือคราบที่ลดการยึดเกาะ ทา primer มากเกินไปจนเป็นฟิล์ม หรือยิงกาวแล้วไม่ได้ปาดกดให้แน่นกับขอบรอยต่อ

Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวยาแนวรอยต่อส่วนประกอบเดียวชนิดยืดหยุ่น ฐานเคมีเป็นโพลียูรีเทน i-Cure® Technology ใช้สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไปที่ต้องฉาบบางหรือทาสีทับหลังยาแนว โดยเอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังการยาแนวประมาณ 3-5 วันโดยไม่ทำให้เกิดคราบบนปูนฉาบและสีทา

ผิวต้องยึดเกาะได้

ผลิตภัณฑ์ยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวที่มีรูพรุนและโลหะส่วนใหญ่ แต่ผิวต้องพร้อมก่อนยิงกาว

ร่องต้องขยับได้

รองรับการเคลื่อนตัว ±35% เมื่อขนาดรอยต่อและรูปทรงกาวถูกออกแบบตามหลักที่เอกสารกำหนด

งานภายนอกต้องทนแดดฝน

เอกสารระบุว่าทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดีมาก และใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก

คุณสมบัติทางเทคนิคสำคัญประกอบด้วยความหนาแน่น 1.45 กก./ลิตร ค่าความแข็ง Shore A ประมาณ 30 หลัง 28 วัน ค่ากำลังรับแรงดึงประมาณ 1 MPa ค่าการยืดตัว ณ จุดขาดประมาณ 800% อัตราการหดตัวกลับประมาณ 80% และอุณหภูมิการใช้งานหลังบ่มตัวอยู่ในช่วงประมาณ -40°C ถึง +70°C ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาเพื่อรับการยืดหยุ่นของรอยต่อ ไม่ใช่วัสดุอุดแข็งแบบปูนทั่วไป

วิธีดู Sikaflex 740 ของแท้และพร้อมใช้งานก่อนยิงกาว

การดูของแท้ควรเริ่มจากสิ่งที่ตรวจได้จริงในมือ ไม่ใช่ดูจากรูปสินค้าอย่างเดียว เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าสินค้าควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในบริเวณแห้ง อุณหภูมิระหว่าง 5°C ถึง 25°C และมีอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต ดังนั้นก่อนรับหรือก่อนใช้งานควรตรวจ 5 จุดต่อไปนี้

จุดที่ต้องตรวจควรเป็นอย่างไรทำไมสำคัญ
ชื่อสินค้าSikaflex®-740 Construction บนฉลากอ่านได้ชัดลดความเสี่ยงหยิบผิดรุ่น เพราะงานยาแนวแต่ละชนิดมีขอบเขตใช้งานต่างกัน
บรรจุภัณฑ์หลอดนิ่มอยู่ในสภาพดี ปิดสนิท ไม่ฉีก ไม่บวม ไม่รั่วบรรจุภัณฑ์เสียหายอาจทำให้วัสดุโดนอากาศหรือความชื้นก่อนใช้งาน
วันผลิตและอายุสินค้าอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิตวัสดุเก่าหรือหมดอายุอาจยิงยากและให้ผลงานไม่สม่ำเสมอ
สภาพการเก็บควรเก็บแห้งที่ 5°C ถึง 25°C ในบรรจุภัณฑ์เดิมความร้อนและความชื้นเป็นปัจจัยที่อาจกระทบสภาพผลิตภัณฑ์
เอกสารและคำเตือนมีข้อมูลฉลาก/คำเตือนให้ตรวจได้ เช่น ข้อมูลความปลอดภัยจาก SDSช่วยให้ทีมงานรู้วิธีใช้และจัดการความปลอดภัยก่อนเปิดหลอด

ข้อแนะนำก่อนรับของ: ถ้าบรรจุภัณฑ์เสียหาย ฉลากอ่านไม่ชัด ไม่มีข้อมูลวันผลิต หรือสภาพสินค้าดูผิดปกติ ควรถ่ายรูปและสอบถามผู้ขายก่อนนำไปใช้งานจริง โดยเฉพาะงานภายนอกที่ซ่อมซ้ำยาก

การดูของแท้ยังรวมถึงการดูความสอดคล้องของสเปกกับเอกสาร เช่น Sikaflex 740 เป็นกาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว i-Cure® Technology ใช้สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว มี Joint Classification ตาม ASTM C920 Class 35 และรองรับการเคลื่อนตัว ±35% ตาม ASTM C719 หากข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งขายขัดกับเอกสารหรือไม่สามารถตอบรายละเอียดพื้นฐานเหล่านี้ได้ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก

เทคนิคการยิง Sikaflex 740 ให้เนียน เรียบ และยึดเกาะดี

งานยิงกาวให้เนียนไม่ได้เริ่มตอนปาดผิว แต่เริ่มตั้งแต่การเตรียมร่อง ถ้าร่องมีฝุ่น ความลึกไม่เท่ากัน ไม่มีโฟมเสริมร่อง หรือยิงกาวมีช่องอากาศ ผิวด้านบนอาจดูเรียบในวันแรก แต่ภายหลังอาจยุบ หลุดขอบ หรือเกิดแนวไม่สม่ำเสมอได้ เทคนิคที่ถูกต้องจึงต้องคุมทั้งรูปทรงร่อง ความสะอาด การยิง และจังหวะปาดกด

  1. วัดร่องก่อนเริ่ม: ตรวจความกว้าง ความลึก และความยาว แยกร่องแต่ละขนาดเพื่อคำนวณกาวและเลือกขนาด backer rod ให้เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดขอบร่อง: ขอบร่องต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน เศษปูน สีเดิม วัสดุหลุดร่อน และสิ่งที่ลดการยึดเกาะ
  3. คุมสัดส่วนร่อง: โดยทั่วไปควรรักษาอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกประมาณ 2:1 เพื่อให้กาวทำงานถูกทรง
  4. ใส่โฟมเสริมร่อง: ใช้โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกและช่วยป้องกันการยึดติดสามด้านที่ทำให้กาวเคลื่อนตัวผิดรูป
  5. ทา primer ตามคำแนะนำ: ทาน้ำยารองพื้นบนผิวรอยต่อตามเอกสารการเตรียมพื้นผิว และไม่ทามากเกินไปจนเกิดเป็นแผ่นฟิล์ม
  6. ติดเทปขอบแนวรอยต่อ: ใช้เทปช่วยกำหนดเส้นขอบให้คม โดยเฉพาะงานผนังภายนอกที่ต้องการผิวเรียบร้อยก่อนทาสีทับ
  7. ยิงกาวต่อเนื่อง: ตัดจุกปลายหลอด ใส่หลอดนิ่มลงปืนยิงกาว แล้วยิงให้เต็มแนวอย่างสม่ำเสมอ ระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศหรือโพรงว่างใต้ผิวกาว
  8. ปาดกดทันที: ปาดและกดกาวให้แนบกับขอบร่องเพื่อการยึดเกาะที่ดี ใช้ Sika® Tooling Agent N หรือน้ำได้ แต่ไม่แนะนำผลิตภัณฑ์เก็บงานที่มีตัวทำละลาย
  9. ลอกเทปในจังหวะที่เหมาะสม: ลอกเทปก่อนผิวเริ่มแข็งมากเกินไป เพื่อให้ขอบรอยต่อคมและไม่ดึงผิวกาวเสียรูป
  10. ทำความสะอาดเครื่องมือทันที: ใช้ Sika® Remover-208 ทำความสะอาดเครื่องมือก่อนวัสดุแข็งตัว ส่วนวัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องเอาออกด้วยเครื่องมือทางกล

จุดที่ทำให้ผิวไม่เนียน: ยิงกาวเร็วเกินจนมีโพรงอากาศ, ปาดช้าเกินเวลาแต่งผิว, ร่องลึกไม่เท่ากัน, ไม่มี backer rod, ใช้ผลิตภัณฑ์เก็บงานที่มีตัวทำละลาย หรือทา primer มากจนเป็นฟิล์มบนผิวรอยต่อ

เอกสารระบุเวลาแต่งผิวประมาณ 30 นาที และเวลาแข็งตัวประมาณ 60 นาที ที่ 23°C / 50% RH ดังนั้นงานแนวยาวควรแบ่งทีมเป็นคนยิงกาว คนปาดกด และคนลอกเทป การทำงานแบบไล่แนวสั้น ๆ แต่ต่อเนื่องจะควบคุมผิวได้ดีกว่ายิงทิ้งไว้ยาวแล้วค่อยกลับมาปาด เพราะเมื่อผิวเริ่มเซ็ต การปาดให้เรียบเนียนจะยากขึ้นและอาจเกิดรอยลากบนผิวกาว

ทาสีทับอย่างไรให้ไม่เสียผิวกาว

Sikaflex 740 เหมาะกับรอยต่อที่ต้องฉาบบางและทาสี โดยเอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังยาแนวประมาณ 3-5 วัน และไม่ทำให้เกิดคราบบนปูนฉาบและสีทา อย่างไรก็ตามต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสีก่อนเสมอ และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับ สีที่ไม่มีความยืดหยุ่นอาจแตกเมื่อรอยต่อเคลื่อนตัว ส่วนสีที่มีพลาสติไซเซอร์อาจทำให้ผิวสีไม่แห้งและเหนียวเหนอะหนะ

คำถามที่พบบ่อย

Sikaflex 740 ใช้กับรอยต่อคอนกรีตแบบไหน?

ใช้กับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป รอยต่อที่ต้องฉาบและทาสีทับ งานภายในและภายนอก แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ส่วนประกอบอาคาร รวมถึงกรอบหน้าต่างและประตู ตามขอบเขตที่ระบุในเอกสารผลิตภัณฑ์

Sikaflex 740 รองรับการเคลื่อนตัวได้เท่าไร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% ตาม ASTM C719 และ Joint Classification ตาม ASTM C920 Class 35 โดยต้องออกแบบขนาดรอยต่อให้ถูกต้องก่อนใช้งาน

รอยต่อควรกว้างและลึกเท่าไร?

โดยทั่วไปต้องรักษาอัตราส่วนความกว้างต่อความลึก 2:1 และเอกสารให้ตารางตัวอย่าง เช่น ระยะรอยต่อ 4 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 15 มม. ความลึกขั้นต่ำ 10 มม. ส่วนระยะ 10 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 30 มม. ความลึกขั้นต่ำ 15 มม.

หลอดนิ่ม 600 มล. ใช้ได้กี่เมตร?

ขึ้นกับขนาดรอยต่อ เช่น 10×10 มม. ได้ประมาณ 6 เมตร, 15×10 มม. ได้ประมาณ 4 เมตร, 20×10 มม. ได้ประมาณ 3 เมตร, 25×12 มม. ได้ประมาณ 2 เมตร และ 30×15 มม. ได้ประมาณ 1.3 เมตร โดยเป็นค่าทฤษฎีและควรทดลองกับพื้นที่จริง

หลังยิง Sikaflex 740 แล้วทาสีทับได้เมื่อไหร่?

เอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังการยาแนวประมาณ 3-5 วัน แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสี และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

Sikaflex 740 ใช้ในสระว่ายน้ำได้ไหม?

ไม่ควรใช้ เอกสารระบุห้ามใช้ Sikaflex®-740 Construction ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ รวมถึงบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา

Sikaflex 740 ใช้บนหินธรรมชาติได้ไหม?

ไม่ได้ เอกสารระบุห้ามใช้บนหินธรรมชาติ และยังห้ามใช้บนพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่

เก็บรักษา Sikaflex 740 อย่างไร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุให้เก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในบริเวณแห้งที่อุณหภูมิ 5°C ถึง 25°C อายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต ส่วน SDS แนะนำให้เก็บในที่อากาศถ่ายเทได้ดีและดูฉลากคำเตือน

ยิง Sikaflex 740 ผนังภายนอกแล้วหลุดล่อนเกิดจากอะไรได้บ้าง?

สาเหตุที่ควรระวังคือรอยต่อไม่ได้ออกแบบให้กว้างพอกับการเคลื่อนตัว ร่องลึกหรือผิดสัดส่วน ไม่มีโฟมเสริมร่อง ผิวรอยต่อไม่พร้อม ทา primer มากเกินไปจนเป็นฟิล์ม ยิงกาวมีฟองอากาศ หรือไม่ได้ปาดกดให้กาวแนบกับขอบรอยต่อทันที

ต้องใส่โฟมเสริมร่องก่อนยิง Sikaflex 740 ไหม?

ควรใส่โฟมเสริมร่องประเภทโพลีเอทีลีนตามเอกสาร เพื่อให้เหลือความลึกที่ต้องการและช่วยคุมรูปทรงของกาวยาแนว หากไม่คุมความลึก กาวอาจทำงานผิดรูปและเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดล่อนได้

ทา primer อย่างไรไม่ให้เป็นปัญหาการยึดเกาะ?

เอกสารระบุให้ทาน้ำยารองพื้นบนผิวรอยต่อตามคำแนะนำในส่วนการเตรียมพื้นผิว และไม่ทามากเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นแผ่นฟิล์มบนผิวรอยต่อ

หลังยิงกาวต้องปาดกดเร็วแค่ไหน?

เอกสารระบุระยะเวลาแต่งผิวประมาณ 30 นาทีที่ 23°C / 50% RH และแนะนำให้ปาดและกดกาวทันทีที่ยิงเสร็จ เพื่อการยึดเกาะที่ดีและผิวหน้าที่เรียบสวย

ดู Sikaflex 740 ของแท้อย่างไร?

ตรวจชื่อสินค้า Sikaflex®-740 Construction บนฉลาก บรรจุภัณฑ์เดิมต้องปิดสนิท ไม่เสียหาย ไม่รั่ว ไม่บวม มีข้อมูลวันผลิตหรือฉลากให้อ่านได้ และยังอยู่ในอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต

เทคนิคยิง Sikaflex 740 ให้เนียนคืออะไร?

เตรียมขอบร่องให้สะอาด ใส่โฟมเสริมร่องเพื่อคุมความลึก ทา primer ตามคำแนะนำ ติดเทปขอบ ยิงกาวต่อเนื่องให้เต็มร่อง ปาดกดทันทีให้แนบขอบร่อง แล้วลอกเทปก่อนผิวเริ่มแข็งมากเกินไป

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

ปรึกษาหน้างานกับเรา

ส่งรูปหน้างานและขนาดพื้นที่ ช่วยเลือกสินค้าและคำนวณปริมาณให้ฟรี

โทร ทัก LINE