ทำไมช่างใหญ่เลือกใช้ LANKO 224 ซีเมนต์กันซึมชนิดแข็งตัวเร็วในงานโครงสร้างใต้ดิน
งานโครงสร้างใต้ดินอย่างชั้นใต้ดิน ช่องลิฟต์ ลานจอดรถใต้ดิน บ่อพัก และท่อระบายน้ำมีฝาปิด มักเจอแรงดันน้ำจากด้านหลังคอนกรีต เมื่อมีน้ำซึมออกจากรอยแตกหรือรูโพรง วัสดุซ่อมทั่วไปมักถูกน้ำดันก่อนเซ็ตตัว LANKO® 224 Rapid Plug จึงเป็นตัวเลือกที่ช่างใหญ่หยิบใช้บ่อย เพราะเป็นซีเมนต์กันซึมชนิดแข็งตัวเร็วสำหรับอุดหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุด ผสมง่าย ใช้งานเร็ว และออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำที่กำลังไหลซึมจริง
LANKO® 224 Rapid Plug
ซีเมนต์กันซึมผสมสำเร็จชนิดแห้งตัวเร็ว สำหรับอุดหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุดบนพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ เหมาะกับถังน้ำ สระว่ายน้ำ และงานโครงสร้างใต้ดิน เช่น ลานจอดรถใต้ดิน ช่องลิฟต์ ช่องที่จอดรถ ท่อระบายน้ำมีฝาปิด และช่องตรวจเช็คระบบระบายน้ำใต้ดิน
Quick Answer: ทำไมช่างใหญ่เลือก LANKO 224 ในงานโครงสร้างใต้ดิน?
เพราะงานใต้ดินมักมีน้ำดันจากด้านหลังคอนกรีต วัสดุที่ใช้ต้องหยุดน้ำได้เร็ว ยึดเกาะคอนกรีตดี และแข็งตัวก่อนถูกแรงดันน้ำดันหลุด LANKO® 224 Rapid Plug เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดแข็งตัวเร็ว มีระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 40-80 วินาที ผสมกับน้ำสะอาดในอัตรา 1 กก. ต่อน้ำ 0.2 ลิตร ใช้ปั้นอุดร่องตัว V เพื่อหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุดก่อนทำระบบกันซึมถาวรต่อไป
สำหรับช่างที่ต้องรับผิดชอบงานจริง ความสำคัญไม่ได้อยู่แค่ว่า “ปูนแข็งเร็ว” แต่อยู่ที่การคุมสถานการณ์หน้างานให้ทัน น้ำที่ซึมในชั้นใต้ดินอาจเริ่มจากรูเล็ก แต่ถ้าแรงดันหลังผนังสูง น้ำจะพยายามหาทางออกใหม่ตลอดเวลา วัสดุที่ใช้จึงต้องทำงานเป็นก้อนแน่น อัดเข้าร่องได้ และเริ่มให้กำลังอย่างรวดเร็วพอที่จะล็อกตัวกับคอนกรีต
อีกเหตุผลคือ LANKO 224 ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษ ช่างสามารถแบ่งผสมทีละน้อย ปั้นเป็นก้อน แล้วกดอุดตรงจุดรั่วได้ทันที แต่ต้องเข้าใจขอบเขตให้ถูก: วัสดุนี้คือ ปูนอุดน้ำรั่วเฉพาะจุด ไม่ใช่วัสดุทากันซึมทั้งผืน หลังหยุดน้ำแล้วควรตรวจสาเหตุและเลือกวัสดุกันซึมชั้นต่อไปให้เหมาะกับพื้นที่
ปัญหาน้ำรั่วในโครงสร้างใต้ดินยากกว่างานกันซึมทั่วไปอย่างไร?
งานโครงสร้างใต้ดินต่างจากงานผนังหรือพื้นทั่วไป เพราะน้ำมักไม่ได้มาจากด้านที่เรามองเห็น แต่มาจากแรงดันน้ำในดิน น้ำใต้ดิน น้ำฝนสะสมหลังผนัง หรือระบบระบายน้ำที่ทำงานไม่ดี เมื่อคอนกรีตมีรอยแตก รูพรุน รอยต่อ construction joint หรือโพรงจากงานซ่อมเก่า น้ำจะเดินทางผ่านจุดอ่อนเหล่านั้นแล้วออกมาเป็นน้ำซึม น้ำหยด หรือบางกรณีเป็นน้ำพุ่ง
ปูนซีเมนต์ทั่วไปหรือมอร์ตาร์ซ่อมธรรมดามักไม่เหมาะกับสถานการณ์นี้ เพราะต้องใช้เวลาพัฒนากำลังนานกว่า หากน้ำกำลังไหลอยู่ วัสดุจะถูกชะ ถูกดัน หรือสูญเสียการยึดเกาะก่อนแข็งตัว ผลที่เห็นคือปะแล้วหลุด ปะแล้วน้ำออกข้าง ๆ หรือปะหลายครั้งแต่ไม่จบ ช่างใหญ่จึงมักแยกงานเป็นสองขั้น: ขั้นแรกหยุดน้ำเฉพาะจุดด้วยวัสดุแข็งตัวเร็ว จากนั้นจึงซ่อมพื้นผิวและทำระบบกันซึมเป็นพื้นที่
น้ำไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ดันออกจากรอยรั่วตลอดเวลา วัสดุต้องแข็งตัวเร็วพอที่จะต้านช่วงแรก
จุดที่เห็นบนผิวอาจเป็นปลายทางของน้ำ ต้องเปิดร่องและอุดให้มีพื้นที่ล็อกตัว
ช่องลิฟต์ บ่อพัก และท่อระบายน้ำมีพื้นที่แคบ การใช้วัสดุที่ผสมง่ายช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น
ในงานจริง จุดรั่วใต้ดินมักเกิดพร้อมกันหลายตำแหน่ง เช่น มุมพื้นชนผนัง รอยต่อผนังคอนกรีต รู tie rod เดิม แนวท่อทะลุผนัง หรือโพรงตามแนวซ่อมเก่า หากไม่วางลำดับการอุด น้ำอาจย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ช่างจึงต้องเริ่มจากจุดที่น้ำรั่วน้อย แล้วค่อยไล่เข้าหาจุดหลักที่น้ำรั่วมากกว่า ตามแนวทางการใช้งานของผลิตภัณฑ์
ทำไมช่างใหญ่ถึงไว้ใจ LANKO 224 Rapid Plug?
Sika ระบุว่า LANKO 224 Rapid Plug เป็นซีเมนต์กันซึมผสมสำเร็จชนิดแห้งตัวเร็ว เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้เป็นระยะเวลานาน จุดเด่นสำคัญคือใช้งานง่ายโดยผสมกับน้ำสะอาด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษ แข็งเร็ว ให้กำลังรวดเร็ว ทนทาน ยึดเกาะดีบนพื้นผิวคอนกรีต หยุดการรั่วไหลของน้ำและต้านทานไฮดรอลิก ไม่แตกร่อน ไม่หดตัว และไม่ก่อให้เกิดสนิมเหล็ก
เมื่อแปลเป็นภาษาหน้างาน จุดเด่นเหล่านี้ตอบโจทย์ช่างใหญ่ใน 4 เรื่องหลัก คือ เร็ว พอสำหรับน้ำที่กำลังไหล, แน่น พอสำหรับการอุดร่อง, ง่าย พอสำหรับทำงานในพื้นที่จำกัด และ เป็นระบบ พอที่จะใช้เป็นขั้นตอนแรกก่อนซ่อมกันซึมถาวร ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบปะผิวผ่าน ๆ
แข็งตัว 40-80 วินาที ทำให้ช่างวางแผนผสมทีละก้อนและกดอุดทันทีได้ชัดเจน
เหมาะกับพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นวัสดุหลักของชั้นใต้ดินและบ่อพัก
เมื่อสกัดร่องตัว V และกดอุดถูกวิธี วัสดุจะมีพื้นที่ล็อกตัวกับโครงสร้างมากขึ้น
ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ผสมกับน้ำสะอาดและปั้นเป็นก้อนเพื่ออุดจุดรั่วได้ทันที
มีบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ 1 กก., 5 กก. ถึง 25 กก. เลือกตามปริมาณจุดรั่วและขนาดทีมงาน
เมื่อหยุดน้ำแล้วสามารถซ่อมผิวและทำระบบกันซึมทับตามสภาพพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
สเปกสำคัญและอัตราส่วนผสม LANKO 224 ที่ต้องจำ
งานอุดน้ำรั่วใต้ดินไม่ควรใช้การกะด้วยสายตา โดยเฉพาะวัสดุแข็งตัวเร็ว เพราะน้ำมากเกินไปทำให้เนื้ออ่อน ควบคุมรูปร่างยาก และอาจต้านแรงดันน้ำได้ไม่ดี ส่วนผสมน้ำน้อยเกินไปอาจทำให้ปั้นยากหรืออัดเข้าโพรงไม่เต็ม ค่ากลางที่ควรยึดคืออัตราส่วนจากเอกสารผลิตภัณฑ์
| รายการ | ข้อมูล LANKO 224 Rapid Plug | ความหมายสำหรับงานใต้ดิน |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | ซีเมนต์กันซึมผสมสำเร็จชนิดแห้งตัวเร็ว | ใช้หยุดน้ำรั่วเฉพาะจุด ไม่ใช่วัสดุทากันซึมทั้งพื้นที่ |
| ลักษณะสินค้า | ผงซีเมนต์สีเทา | ต้องเก็บให้แห้งและปิดภาชนะให้สนิทหลังเปิดใช้ |
| อัตราส่วนผสม | LANKO 224 : น้ำ = 1 กก. : 0.2 ลิตร โดยน้ำหนัก | ผสมให้ได้เนื้อข้นพอปั้นเป็นก้อน อย่าเติมน้ำจนเหลว |
| ระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ | 40-80 วินาที | ต้องผสมทีละน้อยและใช้งานทันทีหลังผสม |
| ความหนาแน่น | 1.99 กก./ลิตร | ใช้ประกอบการประเมินปริมาณวัสดุสำหรับงานซ่อมจุดรั่ว |
| บรรจุภัณฑ์ | 1 กก./กระป๋อง, 5 กก./กระป๋อง, 25 กก./ถัง | เลือกขนาดตามจำนวนจุดรั่วและลักษณะงานซ่อม |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 6 เดือนนับจากวันที่ผลิต เมื่อเก็บถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย | ตรวจสภาพผงก่อนใช้งาน หากจับตัวเป็นก้อนอาจเสี่ยงต่อคุณภาพงาน |
| การเก็บรักษา | จัดเก็บในบริเวณที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง | หน้างานใต้ดินชื้นง่าย ควรยกสินค้าให้พ้นพื้นและปิดฝาทันทีหลังตักใช้ |
ข้อควรจำ: อย่าผสมครั้งละมาก ๆ เพราะวัสดุแข็งตัวเร็วมาก ควรเตรียมร่อง เตรียมน้ำ เตรียมถุงมือ และกำหนดจุดอุดให้พร้อมก่อนเริ่มผสมทุกครั้ง
พื้นที่ใช้งานในโครงสร้างใต้ดินที่ LANKO 224 เหมาะเป็นพิเศษ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการใช้งานกับถังน้ำ สระว่ายน้ำ งานโครงสร้างใต้ดิน และพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ สำหรับบทความนี้เราจะโฟกัสงานใต้ดิน ซึ่งเป็นงานที่ช่างใหญ่เจอบ่อยและมีความเสี่ยงสูงกว่างานซ่อมรอยรั่วบนพื้นผิวทั่วไป เพราะน้ำอาจมาพร้อมแรงดันและพื้นที่ทำงานมักจำกัด
| พื้นที่ | อาการที่พบบ่อย | แนวทางใช้ LANKO 224 | ข้อควรดูต่อหลังหยุดน้ำ |
|---|---|---|---|
| ลานจอดรถใต้ดิน | น้ำซึมตามผนัง พื้น รอยต่อ หรือรู tie rod | อุดจุดน้ำซึมด้วยร่องตัว V แล้วกดวัสดุให้แน่น | ตรวจระบบระบายน้ำ แรงดันหลังผนัง และชั้นกันซึมเดิม |
| ช่องลิฟต์ | น้ำขังที่พื้น pit หรือน้ำซึมตามมุมผนัง | ไล่อุดจากจุดรั่วน้อยเข้าหาจุดรั่วหลัก | ประเมินระบบกันซึมรอบมุมพื้นชนผนังและรอยต่อคอนกรีต |
| บ่อพัก/ช่องตรวจเช็คระบบระบายน้ำใต้ดิน | น้ำซึมจากรอยต่อวงบ่อหรือโพรงตามผนัง | ใช้เป็นวัสดุอุดฉุกเฉินก่อนซ่อมผิวและกันซึมเพิ่ม | ตรวจการทรุดตัวของบ่อและทิศทางน้ำในระบบ |
| ท่อระบายน้ำมีฝาปิด | น้ำรั่วตามแนวต่อคอนกรีตหรือรอบท่อทะลุผนัง | สกัดร่องให้วัสดุล็อกตัวรอบแนวรั่ว | อาจต้องใช้วัสดุยาแนวหรือระบบกันซึมรอบ penetration เพิ่ม |
| ถังน้ำใต้ดินหรือบ่อเก็บน้ำ | น้ำรั่วจากรูโพรงหรือรอยแตกร้าวเฉพาะจุด | อุดหยุดน้ำก่อนทำระบบกันซึมที่เหมาะกับน้ำขัง | ตรวจความปลอดภัยและเลือกวัสดุเคลือบที่เหมาะกับการใช้งานจริง |
ช่างใหญ่จะไม่มอง LANKO 224 เป็นคำตอบเดียวของทั้งระบบ แต่จะมองเป็นเครื่องมือสำคัญใน “ขั้นหยุดน้ำ” เพื่อให้พื้นที่แห้งพอสำหรับงานถัดไป เมื่อไม่มีน้ำดันออกบนผิวแล้ว งานซ่อมคอนกรีต งานทากันซึม หรือการเคลือบผิวจะควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้นมาก
วิธีใช้งาน LANKO 224 ให้หยุดน้ำรั่วใต้ดินได้แน่นขึ้น
หัวใจของการใช้ LANKO 224 ไม่ใช่แค่การผสมให้แข็งเร็ว แต่คือการเตรียมร่องให้ถูกและกดอุดให้แน่น ถ้าอุดบนผิวเรียบโดยไม่สกัดเปิดร่อง วัสดุจะเป็นเพียงก้อนปะบนผิวหน้าและอาจถูกแรงดันน้ำดันหลุดได้ง่ายกว่า การสกัดเป็นรูปตัว V ช่วยให้วัสดุมีพื้นที่ล็อกตัวและรับแรงได้ดีขึ้น
แยกจุดน้ำรั่วน้อยและจุดรั่วมากก่อนเริ่มงาน หากมีหลายจุดให้เริ่มจากบริเวณที่น้ำรั่วน้อยก่อน แล้วค่อยไล่เข้าหาบริเวณส่วนกลางที่มีน้ำรั่วซึมมากกว่า
เอาเศษปูนหลวม ฝุ่น ผิวร่อน และชิ้นส่วนที่ไม่แข็งแรงออกให้หมด ร่องต้องเปิดพอให้วัสดุอัดเข้าไปได้ ไม่ใช่ป้ายปิดบนผิวหน้าอย่างเดียว
ใช้อัตราส่วน LANKO 224 Rapid Plug 1 กก. ต่อน้ำ 0.2 ลิตร ผสมเฉพาะปริมาณที่ใช้ทันในแต่ละครั้ง ให้ได้เนื้อข้นพอปั้นเป็นก้อนได้
นำวัสดุที่ผสมแล้วปั้นเป็นก้อนกลม อัดลงในร่องตัว V ให้แน่น กดให้เต็มโพรงและสัมผัสพื้นผิวคอนกรีตรอบด้านมากที่สุด
กดวัสดุไว้กับที่จนเริ่มแข็งตัว ไม่รีบปล่อยมือหรือแต่งผิวเร็วเกินไป หลังน้ำหยุดแล้วจึงปรับผิวให้เรียบร้อยตามต้องการ
กรณีแรงดันน้ำสูง: หากน้ำแรงจนกดวัสดุไม่อยู่ แนวทางผลิตภัณฑ์แนะนำให้ใช้ไม้อุดรอยรั่วก่อนเพื่อลดแรงดันน้ำ จากนั้นจึงอุดซ่อมด้วย LANKO 224 Rapid Plug อีกชั้นหนึ่ง
หลังอุดแล้วควรสังเกตว่ามีน้ำซึมรอบข้างหรือไม่ หากน้ำยังออกตามขอบ แสดงว่าร่องอาจไม่ลึกพอ วัสดุไม่เต็มโพรง หรือแรงดันน้ำยังหาทางออกใหม่ การแก้ไขคือเปิดร่องให้เหมาะสมขึ้นและไล่อุดตามทิศทางน้ำ ไม่ควรทากันซึมทับทันทีบนผิวที่ยังมีน้ำดันออกมา
หยุดน้ำด้วย LANKO 224 แล้วต้องทำอะไรต่อ?
นี่คือจุดที่ช่างใหญ่ต่างจากการซ่อมแบบรีบจบ: การอุดด้วย LANKO 224 ทำให้น้ำหยุดที่จุดนั้น แต่ไม่ได้แปลว่าระบบกันซึมของโครงสร้างทั้งหมดกลับมาสมบูรณ์แล้ว หากต้นเหตุคือแรงดันน้ำใต้ดิน น้ำอาจเปลี่ยนเส้นทางไปออกจุดอื่นได้ การทำงานที่ดีจึงต้องใช้ LANKO 224 เป็นขั้นแรก แล้วตามด้วยการวิเคราะห์ระบบกันซึมและระบบระบายน้ำของพื้นที่
หลังหยุดน้ำแล้วควรแต่งผิวและซ่อมพื้นที่หลุดร่อน เพื่อให้ชั้นกันซึมต่อไปยึดเกาะได้ดี
เลือกวัสดุกันซึมที่เหมาะกับแทงค์น้ำ บ่อพัก หรือผนังใต้ดิน ไม่ใช้ LANKO 224 ทาแทนทั้งผืน
ถ้าน้ำหลังผนังสะสมมาก การอุดเฉพาะจุดอาจไม่พอ ต้องดู drainage และสาเหตุแรงดันน้ำร่วมด้วย
สำหรับงานโครงการ เช่น อาคารที่มีชั้นใต้ดินหรือช่องลิฟต์หลายจุด ควรถ่ายรูปจุดรั่วก่อนซ่อม บันทึกตำแหน่ง วิธีอุด และวัสดุที่ใช้ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ หากมีน้ำกลับมาซึมในอนาคต ทีมงานจะรู้ว่าตำแหน่งใดเคยซ่อมแล้ว และควรวิเคราะห์ระบบระบายน้ำหรือแรงดันน้ำในบริเวณใดต่อ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้อ้างอิงข้อมูลผลิตภัณฑ์จากหน้า LANKO® 224 Rapid Plug บนเว็บไซต์ Sika Thailand และสรุปเป็นแนวทางใช้งานเชิงหน้างานสำหรับโครงสร้างใต้ดิน ควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้อุดรั่วใต้ดินไม่อยู่
แม้ LANKO 224 จะเป็นวัสดุแข็งตัวเร็ว แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับวิธีทำงานอย่างมาก ความผิดพลาดเล็ก ๆ อาจทำให้วัสดุไม่ล็อกตัวกับร่อง หรือสูญเสียคุณสมบัติในช่วงที่ต้องรับแรงดันน้ำมากที่สุด
วัสดุที่เหลวจะปั้นยาก อัดเข้าโพรงไม่แน่น และมีโอกาสถูกน้ำดันออกมากขึ้น
วัสดุแข็งตัว 40-80 วินาที ควรผสมทีละน้อย ไม่ผสมรอไว้เป็นก้อนใหญ่
การปะบนผิวเรียบทำให้วัสดุไม่มีพื้นที่ล็อกตัวกับโครงสร้างและหลุดง่ายกว่า
ต้องกดวัสดุไว้สักครู่จนเริ่มแข็ง ไม่รีบปล่อยหรือแต่งผิวเร็วเกินไป
ควรสวมถุงมือขณะปั้นและกดอุด เพราะเป็นวัสดุปูนซีเมนต์ที่มีความเป็นด่าง
ถ้าแรงดันน้ำยังอยู่ น้ำอาจย้ายไปออกจุดใหม่ ต้องตรวจระบบกันซึมและระบายน้ำร่วมด้วย
คำแนะนำสำหรับงานสำคัญ: หากเป็นชั้นใต้ดินขนาดใหญ่ ช่องลิฟต์ที่มีน้ำขัง หรือบ่อพักที่น้ำดันแรง ควรให้ทีมช่างที่มีประสบการณ์หรือทีมเทคนิคช่วยประเมิน เพราะการอุดรั่วเป็นเพียงหนึ่งขั้นตอนของระบบกันซึมทั้งโครงสร้าง
สรุป: LANKO 224 คือวัสดุหยุดน้ำที่ช่างใหญ่ใช้เพื่อคุมสถานการณ์ก่อนทำระบบถาวร
เหตุผลที่ช่างใหญ่เลือกใช้ LANKO 224 Rapid Plug ในงานโครงสร้างใต้ดิน คือสเปกและวิธีใช้งานตอบโจทย์สถานการณ์ที่น้ำกำลังรั่วจริง วัสดุแข็งตัวเร็วภายใน 40-80 วินาที ผสมกับน้ำสะอาดในอัตรา 1 กก. ต่อน้ำ 0.2 ลิตร ยึดเกาะกับพื้นผิวคอนกรีตได้ดี และเหมาะกับการอุดลงในร่องตัว V เพื่อหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุดก่อนทำงานต่อ
อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่ถูกต้องคือ LANKO 224 ไม่ใช่วัสดุกันซึมทาทั้งพื้นที่ แต่เป็นเครื่องมือสำหรับหยุดน้ำเฉพาะจุดในจังหวะที่วัสดุทั่วไปเอาไม่อยู่ เมื่อหยุดน้ำได้แล้ว งานที่ดีต้องตามด้วยการซ่อมผิว ตรวจแรงดันน้ำ ตรวจระบบระบายน้ำ และเลือกวัสดุกันซึมถาวรให้เหมาะกับถังน้ำ สระว่ายน้ำ ชั้นใต้ดิน ช่องลิฟต์ หรือบ่อพักแต่ละประเภท
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 224 ใช้กับงานใต้ดินได้ไหม?
ใช้ได้ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุงานโครงสร้างใต้ดิน เช่น ลานจอดรถใต้ดิน ช่องลิฟต์ ช่องที่จอดรถ ท่อระบายน้ำมีฝาปิด และช่องตรวจเช็คระบบระบายน้ำใต้ดิน รวมถึงพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์
LANKO 224 แข็งตัวเร็วแค่ไหน?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุระยะเวลาแข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 40-80 วินาที จึงควรผสมทีละน้อยและใช้งานทันทีหลังผสม
อัตราส่วนผสม LANKO 224 คือเท่าไร?
อัตราส่วนผสมคือ LANKO 224 Rapid Plug 1 กก. ต่อน้ำสะอาด 0.2 ลิตร โดยน้ำหนัก ควรผสมให้ได้เนื้อข้นพอปั้นเป็นก้อน อย่าผสมเหลวเกินไป
ทำไมต้องสกัดร่องเป็นรูปตัว V?
ร่องตัว V ช่วยให้วัสดุมีพื้นที่ล็อกตัวกับคอนกรีตและอัดเข้าโพรงได้แน่นกว่า การปะบนผิวเรียบอย่างเดียวมีโอกาสถูกแรงดันน้ำดันหลุดได้ง่ายกว่า
ถ้าน้ำแรงมาก LANKO 224 เอาอยู่ไหม?
ถ้าแรงดันน้ำสูงจนกดวัสดุไม่อยู่ แนวทางผลิตภัณฑ์แนะนำให้ใช้ไม้อุดรอยรั่วก่อนเพื่อลดแรงดันน้ำ จากนั้นจึงอุดซ่อมด้วย LANKO 224 Rapid Plug
LANKO 224 ใช้ทากันซึมทั้งผนังใต้ดินได้ไหม?
ไม่ควรใช้แทนวัสดุทากันซึมทั้งพื้นที่ เพราะ LANKO 224 เป็นวัสดุอุดหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุด หลังหยุดน้ำควรทำระบบกันซึมถาวรที่เหมาะกับพื้นที่ต่อไป
LANKO 224 มีขนาดบรรจุอะไรบ้าง?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุบรรจุภัณฑ์ 1 กก./กระป๋อง, 5 กก./กระป๋อง และ 25 กก./ถัง เลือกตามปริมาณงานและจำนวนจุดรั่ว
ซื้อ LANKO 224 Rapid Plug ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 224 Rapid Plug ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำแนะนำตามหน้างานจริง
