หมดปัญหาผนังเป็นคลื่น! วิธีฉาบปรับแต่งผิวคอนกรีตด้วย LANKO 732
LANKO 732 FACADE REPAIR FOR WAVY WALL

หมดปัญหาผนังเป็นคลื่น! แนะนำวิธีฉาบปรับแต่งผิวคอนกรีตด้วย LANKO 732

ผนังเป็นคลื่น ผิวคอนกรีตเป็นรูพรุน หรือผนังปูนฉาบเก่าแตกร่อนเล็กน้อย ทำให้งานสีออกมาไม่เรียบและเห็นรอยซ่อมชัดเกินไป LANKO® 732 Facade Repair คือปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับงานฉาบซ่อมแซมทั่วไป ใช้ปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี ให้ผิวเรียบ ยึดเกาะดี และทาสีทับได้หลังทำงานเสร็จประมาณ 24 ชั่วโมง

ฉาบได้ 1-25 มม./ชั้น ทาสีทับได้หลัง 24 ชม. ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ เหมาะกับผนังและผิวคอนกรีต
5.0-5.5 ลิตรน้ำต่อถุง 25 กก.
2 กก.ปริมาณใช้ต่อ ตร.ม./1 มม.
≥20 MPaกำลังอัดที่ 28 วัน
LANKO 732 Facade Repair ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับฉาบปรับแต่งผิวคอนกรีต

LANKO® 732 Facade Repair

ปูนทรายผสมเสร็จผสมไฟเบอร์ สำหรับงานฉาบซ่อมผิวคอนกรีต รอยหลุดล่อน รูพรุน รอยแตกร้าวขนาดเล็ก และงานปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี เหมาะกับงานที่ต้องการผิวเรียบและควบคุมความหนาเฉพาะจุด

Quick Answer: ผนังเป็นคลื่นใช้ LANKO 732 แก้ได้ไหม?

คำตอบสั้น

ถ้าผนังเป็นคลื่นจากผิวคอนกรีตหรือปูนฉาบไม่เรียบ มีรอยหลุดล่อน รูพรุน รอยแตกร้าวขนาดเล็ก หรือมีรอยซ่อมที่ต้องการเก็บผิวก่อนทาสี LANKO® 732 Facade Repair เป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก เพราะฉาบปรับแต่งผิวได้ตั้งแต่ 1-25 มม. ต่อชั้น ยึดเกาะดี ให้ผิวเรียบ และสามารถทาสีทับได้หลังจากทำงานเสร็จประมาณ 24 ชั่วโมง

แต่ถ้าผนัง “เป็นคลื่น” เพราะโครงสร้างเอียง ระนาบผนังผิดมาก หรือมีโพรงลึกและคอนกรีตเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ต้องตรวจหน้างานก่อนเสมอ LANKO 732 เหมาะกับงานซ่อมผิวและปรับสภาพผิว ไม่ใช่วัสดุสำหรับแก้ปัญหาโครงสร้างหลัก หรือใช้แทนปูนซ่อมโครงสร้างความหนาสูงในทุกกรณี

แนวทางที่ถูกต้องคือแยกปัญหาให้ออกก่อนว่าเป็นคลื่นระดับผิว หรือเป็นความเสียหายของตัวผนัง ถ้าเป็นระดับผิว การสกัดส่วนหลวม เตรียมพื้นให้สะอาด ผสม LANKO 732 ตามอัตราน้ำ และฉาบกดชั้นแรกให้แน่น จะช่วยให้ผิวผนังเรียบขึ้นพร้อมรับงานสีได้อย่างเป็นระบบ

ผนังเป็นคลื่นเกิดจากอะไร และทำไมทาสีอย่างเดียวไม่พอ?

ผนังเป็นคลื่นมักเห็นชัดเมื่อแสงเฉียงกระทบผิว โดยเฉพาะผนังภายนอกอาคาร โถงสูง ผนังหน้าร้าน ผนังรั้ว หรือผนังคอนกรีตหล่อในที่ที่ต้องการงานสีเรียบสะอาด ปัญหานี้อาจเกิดจากการฉาบเดิมไม่ได้ระนาบ การเก็บผิวคอนกรีตไม่สม่ำเสมอ แบบหล่อทิ้งรอย ผิวปูนมีรูพรุน หรือมีการซ่อมหลายครั้งจนเกิดระดับผิวต่างกัน

หลายหน้างานพยายามแก้ด้วยการทาสีรองพื้นและสีทับหน้าหลายเที่ยว แต่สีไม่ได้มีหน้าที่ถมผิวหนา ๆ หากผิวเดิมเป็นคลื่น สีจะยิ่งทำให้เงาและรอยคลื่นเห็นชัดขึ้น โดยเฉพาะสีชนิดกึ่งเงาหรือผนังที่โดนแสงด้านข้าง การแก้ที่ต้นเหตุจึงต้องใช้วัสดุฉาบซ่อมที่เหมาะกับผิวคอนกรีตและปูนฉาบก่อนเข้าสู่ระบบสี

ผิวคอนกรีตรูพรุน

มักเกิดจากฟองอากาศ รอยแบบ หรือเนื้อคอนกรีตไม่แน่น ต้องอุดและปรับผิวก่อนทาสี

ผนังปูนฉาบหลุดร่อน

ส่วนที่หลวมต้องสกัดออกก่อน แล้วฉาบซ่อมด้วยวัสดุที่ยึดเกาะกับพื้นเดิมได้ดี

รอยซ่อมต่างระดับ

ถ้าซ่อมเป็นจุด ๆ แล้วไม่เกลี่ยระดับ ผิวหลังทาสีจะเห็นเป็นปื้นและเป็นคลื่นชัดเจน

การใช้ LANKO 732 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการ “ปรับแต่งผิว” มากกว่าการโป๊วบางเฉพาะรอย เพราะสามารถทำความหนาได้ตั้งแต่ระดับบางจนถึง 25 มม. ในแต่ละชั้น ช่วยเติมพื้นที่เว้า รอยบิ่น และรอยกะเทาะระดับผิวได้ดีกว่าวัสดุโป๊วสีทั่วไป

ทำไม LANKO 732 เหมาะกับงานฉาบปรับแต่งผิวคอนกรีต?

ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่า LANKO 732 Facade Repair เป็นปูนทรายผสมเสร็จ ใช้สำหรับงานซ่อมแซมรอยแตกขนาดเล็กบนพื้นผิวคอนกรีต และใช้ในงานซ่อมแซมผิวคอนกรีต เช่น การหลุดล่อน รูพรุน รอยแตกร้าว รวมถึงงานปรับสภาพผิวคอนกรีตในแนวตั้งก่อนทาสี และงานซ่อมแซมผนังปูนฉาบ

จุดที่ทำให้เหมาะกับโจทย์ผนังเป็นคลื่นคือเป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ ให้ผิวที่เรียบ ใช้งานง่าย และมีการยึดเกาะดีเยี่ยม เมื่อเตรียมพื้นผิวถูกต้อง วัสดุจะช่วยให้ช่างกดฉาบและเก็บผิวได้เป็นระนาบมากขึ้น เหมาะกับการแก้งานผนังก่อนลงสีรองพื้นและสีทับหน้า

เก็บผิวเรียบ

เหมาะกับผนังที่ต้องการความเรียบร้อยก่อนทาสี ลดโอกาสเห็นรอยซ่อมเป็นปื้น

ฉาบได้หลายระดับ

ความหนา 1-25 มม./ชั้น ช่วยแก้ทั้งรอยตื้นและจุดเว้าระดับปานกลาง

ทำงานต่อได้เร็ว

ทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมง เมื่อสภาพผิวและความชื้นเหมาะสมกับระบบสี

สำหรับเจ้าของบ้านหรือผู้รับเหมาที่ต้องการแก้ผนังภายนอกก่อนส่งงาน จุดสำคัญคือ LANKO 732 ไม่ได้ทำหน้าที่แทนสีรองพื้นหรือสีทับหน้า แต่เป็นชั้นซ่อมผิวที่ทำให้ระบบสีทำงานได้ดีขึ้น เพราะผิวที่เรียบ แข็งแรง และไม่มีฝุ่นหลุดร่อนจะช่วยลดปัญหาสีโป่ง ลอก หรือเห็นเงาคลื่นหลังจบงาน

สเปกสำคัญของ LANKO 732 ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

รายการข้อมูลสินค้าความหมายกับงานผนังเป็นคลื่น
ประเภทวัสดุปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ / ปูนทรายผสมเสร็จเหมาะกับงานฉาบซ่อมผิวทั่วไป ไม่ต้องผสมทรายเพิ่มเอง
การใช้งานหลักซ่อมผิวคอนกรีต รูพรุน หลุดล่อน รอยแตกร้าวขนาดเล็ก และผนังปูนฉาบตรงกับงานปรับสภาพผิวก่อนทาสีและงานเก็บผิวผนัง
ความหนาต่อชั้น1-25 มม.ใช้ได้ทั้งเก็บผิวบางและเติมรอยเว้าระดับปานกลาง
อัตราส่วนผสมน้ำ 5.0-5.5 ลิตร ต่อถุง 25 กก.ต้องตวงน้ำให้ถูก เพื่อคุมกำลังและลดการแตกร้าว
ปริมาณการใช้ประมาณ 2 กก./ตร.ม./1 มม.ช่วยคำนวณจำนวนถุงตามพื้นที่และความหนาเฉลี่ย
กำลังอัด≥10 MPa ที่ 1 วัน, ≥15 MPa ที่ 7 วัน, ≥20 MPa ที่ 28 วันเพียงพอสำหรับงานซ่อมผิวตามขอบเขตสินค้าเมื่อใช้งานถูกวิธี
กำลังดัด≥2 MPa ที่ 1 วัน, ≥3 MPa ที่ 7 วัน, ≥5 MPa ที่ 28 วันช่วยรองรับงานผิวที่ต้องการความแน่นและลดความเปราะ
อุณหภูมิใช้งาน10-35°Cหลีกเลี่ยงงานกลางแดดจัด ลมแรง หรือผิวร้อนเกินไป
ทาสีทับได้หลังจาก 24 ชั่วโมงที่ทำงานเสร็จช่วยวางแผนงานซ่อมและงานสีให้ต่อเนื่องขึ้น

อ้างอิงข้อมูล: สเปกในบทความนี้อ้างอิงจากหน้า LANKO® 732 Facade Repair ของ Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง โดยเฉพาะงานโครงการที่มีเงื่อนไขความชื้น สีทับหน้า หรือการรับประกันระบบ

ก่อนฉาบต้องเช็กอะไรบ้าง? แยกผิวเสียกับผนังเสียให้ออก

ก่อนเริ่มฉาบ LANKO 732 ควรตรวจผนังด้วยสายตาและการเคาะฟังเสียง ถ้าพบเสียงโปร่ง ปูนฉาบหลุดล่อน หรือมีฝุ่นร่วน ต้องสกัดส่วนที่ไม่แข็งแรงออกก่อน เพราะการฉาบทับบนผิวที่ไม่ยึดเกาะจะทำให้ชั้นซ่อมหลุดตามผิวเดิม แม้ว่าวัสดุซ่อมจะมีการยึดเกาะดีก็ตาม

สำหรับผนังเป็นคลื่น ควรใช้ไม้บรรทัดยาว อลูมิเนียม หรือ straight edge ทาบผิวเพื่อดูจุดสูงต่ำจริง แล้วทำเครื่องหมายเฉพาะบริเวณที่ต้องเติม ไม่ควรฉาบหนาทั้งผนังโดยไม่จำเป็น เพราะจะเพิ่มต้นทุนและเพิ่มความเสี่ยงการแห้งไม่สม่ำเสมอในบางจุด

สิ่งที่พบวิธีประเมินแนวทางแก้ก่อนฉาบ
ฝุ่นปูนหรือผิวร่วนใช้มือลูบแล้วมีฝุ่นติดมือมากขัด/สกัดจนถึงผิวแข็งแรง ทำความสะอาดก่อนฉาบ
เสียงโปร่งเคาะแล้วเสียงกลวงเป็นบริเวณสกัดส่วนหลุดร่อนออก ไม่ฉาบทับผิวที่ไม่แน่น
คราบน้ำมันหรือสีเก่าเห็นผิวมัน สีลอก หรือมีชั้นเคลือบเดิมขจัดคราบและชั้นที่ขวางการยึดเกาะออก
รอยแตกร้าวขยับตัวรอยแตกต่อเนื่องหรือแตกลึกตรวจสาเหตุเพิ่มเติม อาจต้องใช้ระบบซ่อมรอยร้าวเฉพาะทาง
คลื่นผิวตื้นถึงปานกลางมีแอ่งเว้าแต่พื้นผิวยังแข็งแรงเหมาะกับการฉาบปรับแต่งด้วย LANKO 732 ตามความหนาที่กำหนด

หลังทำความสะอาดแล้ว พื้นผิวควรแข็งแรง สะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือวัสดุหลุดร่อน หากพื้นผิวดูดซึมน้ำมาก สามารถพรมน้ำให้ชื้นแบบอิ่มตัวผิวแห้ง ไม่มีน้ำขัง เพื่อช่วยลดการดึงน้ำจากปูนซ่อมเร็วเกินไป ทั้งนี้ต้องปรับตามสภาพหน้างานและคำแนะนำของผู้ผลิต

วิธีฉาบปรับแต่งผิวคอนกรีตด้วย LANKO 732

การฉาบให้เรียบไม่ได้เริ่มที่เกรียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่การตวงน้ำ การผสม และการกดวัสดุชั้นแรกให้แนบกับพื้นผิว หากทำครบขั้นตอน งานซ่อมจะมีโอกาสเรียบ แน่น และพร้อมรับสีมากกว่าเดิม

  1. เตรียมพื้นที่และกำหนดระดับ: ใช้ straight edge ตรวจจุดสูงต่ำ ทำเครื่องหมายบริเวณที่ต้องเติม และสกัดส่วนหลวมออกให้หมด
  2. ทำความสะอาดพื้นผิว: ขจัดฝุ่น เศษปูน คราบน้ำมัน สีเดิม หรือวัสดุที่ลดการยึดเกาะ พื้นผิวต้องแข็งแรงก่อนฉาบ
  3. ตวงน้ำสะอาด: ใช้น้ำ 5.0-5.5 ลิตรต่อ LANKO 732 ขนาด 25 กก. หรือประมาณ 20-22% ของน้ำหนักปูน
  4. ผสมด้วยเครื่องผสม: ใช้สว่านไฟฟ้าหรือเครื่องผสมปูนความเร็วประมาณ 500 รอบต่อนาที ปั่นต่อเนื่องราว 3 นาทีจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
  5. พักส่วนผสม: พักไว้ 1-3 นาที แล้วกวนซ้ำเบา ๆ เพื่อให้เนื้อปูนพร้อมใช้งาน ห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จ
  6. กดชั้นแรกให้แน่น: ใช้เกรียงกด LANKO 732 ลงบนพื้นผิวในชั้นแรก เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ ก่อนเติมเนื้อปูนส่วนที่เหลือตามระดับที่ต้องการ
  7. เติมและปาดระดับ: ฉาบได้ถึง 25 มม. ในครั้งเดียว หากต้องการความหนามากขึ้นให้ทำซ้ำตามขั้นตอนและรอให้ผิวหมาดก่อนแต่งเรียบ
  8. เก็บผิว: ใช้เกรียงแต่งผิวให้เรียบตามระดับที่ต้องการ โดยทำในช่วงที่วัสดุยังหมาด ไม่ปล่อยให้แห้งเกินจนเก็บผิวยาก
  9. บ่มผิว: ควรบ่มทันทีเมื่อวัสดุเริ่มแห้งแต่ยังมีความชื้น โดย Sika แนะนำการบ่มด้วยน้ำยาบ่ม LANKO 361 CURE
  10. รอก่อนทาสี: รออย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำงานเสร็จ และตรวจว่าผิวแห้งเหมาะกับระบบสีที่จะใช้จริง

เคล็ดลับหน้างาน: หากเป็นผนังที่รับแสงเฉียง เช่น หน้าร้านหรือโถงทางเดิน ควรตรวจผิวหลังฉาบด้วยแสงเฉียงก่อนทาสีจริง เพราะผนังที่ดูเรียบตอนกลางวันอาจเห็นคลื่นชัดเมื่อเปิดไฟหรือเมื่อแดดส่องด้านข้าง

คำนวณปริมาณ LANKO 732 สำหรับงานผนังเป็นคลื่น

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณการใช้ประมาณ 2 กก./ตร.ม./1 มม. ดังนั้นวิธีคิดเบื้องต้นคือ พื้นที่ตารางเมตร x ความหนาเฉลี่ยมิลลิเมตร x 2 กก. แล้วหารด้วยขนาดบรรจุ เช่น ถุง 25 กก. หรือกระป๋อง 5 กก. ตามที่ใช้จริง

สูตรคำนวณง่าย

พื้นที่ 10 ตร.ม. ต้องฉาบเฉลี่ย 3 มม. จะใช้ประมาณ 10 x 3 x 2 = 60 กก. หรือประมาณ 3 ถุงขนาด 25 กก. เมื่อรวมเผื่อสูญเสียหน้างานเล็กน้อย

สำหรับผนังเป็นคลื่นจริง ความหนามักไม่เท่ากันทั้งผืน บางจุดอาจ 1-2 มม. แต่บางจุดอาจลึก 8-12 มม. การประเมินด้วยค่าเฉลี่ยจึงสำคัญมาก หากต้องการคุมงบ ควรแบ่งพื้นที่เป็นโซน เช่น โซนคลื่นตื้น โซนรอยซ่อมลึก และโซนเก็บผิวบาง แล้วคำนวณแยกเพื่อไม่ให้สั่งสินค้าน้อยหรือมากเกินไป

พื้นที่ความหนาเฉลี่ยปริมาณโดยประมาณหมายเหตุ
5 ตร.ม.2 มม.20 กก.เหมาะกับงานเก็บผิวบาง ใช้กระป๋อง 5 กก. หลายชุดหรือถุง 25 กก.
10 ตร.ม.3 มม.60 กก.ควรเตรียมประมาณ 3 ถุง 25 กก. เผื่อสูญเสีย
20 ตร.ม.5 มม.200 กก.ประมาณ 8 ถุง 25 กก. ก่อนบวกเผื่อหน้างาน
30 ตร.ม.8 มม.480 กก.ควรตรวจระดับจริง เพราะเป็นงานที่ใช้วัสดุค่อนข้างมาก

ข้อควรระวังเพื่อให้งานฉาบเรียบและไม่แตกร้าว

งานซ่อมผิวผนังมักเสียหายจากรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น เติมน้ำเกินเพราะอยากให้ฉาบลื่น ฉาบทับฝุ่น ไม่สกัดปูนหลวม หรือปล่อยผิวให้โดนแดดและลมแรงหลังฉาบใหม่ ๆ ข้อผิดพลาดเหล่านี้ทำให้ผิวแตกร้าว ยึดเกาะลดลง หรือสีทับหน้ามีปัญหาในภายหลัง

อย่าเติมน้ำเพิ่มหลังผสม

เอกสาร Sika ระบุชัดว่าหลังผสมเสร็จแล้วห้ามเติมน้ำเพิ่ม เพราะจะกระทบกำลังและผิวงาน

อย่าฉาบทับผิวหลวม

ผิวเดิมที่ไม่แข็งแรงจะหลุดพร้อมชั้นซ่อม ทำให้ต้องซ่อมซ้ำ

อย่าข้ามการบ่ม

ควรบ่มเมื่อวัสดุเริ่มแห้งแต่ยังมีความชื้น เพื่อช่วยให้ปูนพัฒนากำลังได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ควรทำงานในช่วงอุณหภูมิแวดล้อมประมาณ 10-35°C ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ หลีกเลี่ยงพื้นผิวร้อน แดดจัด ฝน หรือบริเวณที่มีลมแรงมาก เพราะสภาพเหล่านี้ทำให้ผิวแห้งเร็วเกินไปและเสี่ยงแตกร้าว หากเป็นผนังภายนอกอาคารสูง ควรวางแผนบังแดดและกันฝนในช่วงแรกหลังฉาบ

สำคัญ: LANKO 732 เหมาะกับงานซ่อมผิวและปรับแต่งผิวคอนกรีต/ปูนฉาบ หากพบเหล็กเสริมเป็นสนิม คอนกรีตกะเทาะลึก เสา-คานเสียหาย หรือรอยร้าวที่ยังเคลื่อนไหว ควรประเมินด้วยระบบซ่อมโครงสร้างและวัสดุเฉพาะทางก่อนเลือกใช้

สรุป: อยากให้ผนังเรียบก่อนทาสี เริ่มจากวัสดุซ่อมผิวที่ถูกงาน

ผนังเป็นคลื่นไม่ได้แก้ได้ด้วยสีเสมอไป ถ้าผิวคอนกรีตหรือปูนฉาบมีรูพรุน รอยเว้า รอยกะเทาะ หรือระดับผิวไม่สม่ำเสมอ ควรปรับแต่งผิวก่อนทาสีด้วยวัสดุซ่อมที่ออกแบบมาสำหรับงานผนังและผิวคอนกรีตโดยตรง LANKO 732 Facade Repair จึงเป็นคำตอบที่เหมาะสำหรับงานซ่อมผิวทั่วไปที่ต้องการความเรียบ ยึดเกาะดี และทำงานต่อได้เร็ว

หัวใจของงานที่ออกมาดีคือเตรียมพื้นให้แข็งแรง ผสมตามอัตราน้ำ 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. ฉาบภายในความหนาที่เหมาะสม 1-25 มม. ต่อชั้น บ่มผิวให้ถูกต้อง และรออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทาสีทับ เมื่อทำครบตามระบบ ผนังที่เคยเป็นคลื่นจะเรียบขึ้นและพร้อมรับงานสีได้สวยกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและขั้นตอนการใช้งานอ้างอิงจากหน้า LANKO® 732 Facade Repair บน Sika Thailand

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 732 ใช้แก้ผนังเป็นคลื่นได้ไหม?

ใช้ได้ในกรณีที่เป็นคลื่นระดับผิว เช่น ผิวคอนกรีตไม่เรียบ รูพรุน รอยกะเทาะ หรือปูนฉาบเก่าที่ต้องเก็บผิวก่อนทาสี แต่ถ้าเป็นปัญหาโครงสร้างหรือผนังเอียงมากควรตรวจหน้างานก่อน

LANKO 732 ฉาบได้หนากี่มิลลิเมตร?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถทำความหนาในแต่ละชั้นได้ตั้งแต่ 1 มม. ถึง 25 มม. และสามารถทำซ้ำเพื่อให้ได้ความหนาตามต้องการตามขั้นตอนที่เหมาะสม

LANKO 732 ผสมน้ำเท่าไรต่อถุง?

ใช้ LANKO 732 ขนาด 25 กก. ต่อน้ำสะอาด 5.0-5.5 ลิตร หรือประมาณ 20-22% ของน้ำหนักปูน ควรตวงน้ำให้แม่นและห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จ

ฉาบ LANKO 732 แล้วทาสีทับได้เมื่อไหร่?

สามารถทาสีทับได้หลังจากทำงานเสร็จประมาณ 24 ชั่วโมง แต่ต้องตรวจให้ผิวแห้งและเหมาะกับระบบสีที่จะใช้จริง โดยเฉพาะงานภายนอกหรือพื้นที่ความชื้นสูง

LANKO 732 ใช้กับผนังภายนอกได้หรือไม่?

ใช้ได้ เหมาะกับงานปรับสภาพผิวคอนกรีตในแนวตั้งก่อนทาสี และงานซ่อมแซมผนังปูนฉาบ โดยต้องเตรียมผิวให้สะอาด แข็งแรง และบ่มผิวตามคำแนะนำ

ต้องใช้ LANKO 361 CURE บ่มทุกครั้งไหม?

Sika แนะนำว่าควรบ่มพื้นผิวทันทีเมื่อวัสดุเริ่มแห้งแต่ยังมีความชื้นอยู่ โดยใช้น้ำยาบ่ม LANKO 361 CURE เพื่อช่วยให้วัสดุพัฒนากำลังและลดความเสี่ยงผิวแห้งเร็วเกินไป

LANKO 732 ใช้ซ่อมรอยแตกร้าวใหญ่ได้ไหม?

เหมาะกับรอยแตกร้าวขนาดเล็กและงานซ่อมผิวทั่วไป หากเป็นรอยร้าวใหญ่ ร้าวลึก หรือรอยร้าวที่ยังขยับตัว ควรใช้ระบบซ่อมรอยร้าวเฉพาะทางหรือให้ทีมเทคนิคช่วยประเมินก่อน

ซื้อ LANKO 732 และปรึกษาวิธีใช้ได้ที่ไหน?

ติดต่อ GY Asia ผ่าน LINE หรือโทร 089-222-8893 เพื่อเช็กสินค้า ขอคำแนะนำการคำนวณปริมาณ และส่งรูปหน้างานให้ช่วยประเมินวิธีเตรียมผิวก่อนฉาบได้

Similar Posts