ผนังปูนไม่เรียบ มีรูพรุนเพียบ ซ่อมยังไงก่อนทาสีใหม่? ทาสีทับได้ภายใน 24 ชม.
ผนังที่มีรูพรุน รอยโพรง ผิวหลุดล่อน หรือรอยแตกร้าวเล็ก ไม่ควรทาสีทับทันที เพราะสีใหม่จะโชว์ผิวเสียเร็ว หลุดล่อนง่าย และแก้งานซ้ำแพงกว่าเดิม แนวทางที่ถูกต้องคือซ่อมผิวก่อนด้วย LANKO® 732 Facade Repair ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับงานฉาบซ่อมผนังและผิวคอนกรีตแนวตั้ง ให้ผิวเรียบขึ้นและสามารถทาสีทับได้หลังทำงานเสร็จ 24 ชั่วโมง
LANKO® 732 Facade Repair
ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ สำหรับงานฉาบซ่อมแซมทั่วไป ใช้ซ่อมผิวคอนกรีตหลุดล่อน รูพรุน รอยแตกร้าว และปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี เหมาะกับงานซ่อมผนังบ้าน อาคารพาณิชย์ คอนโด โกดัง และงานรีโนเวตที่ต้องการเก็บผิวให้เรียบก่อนลงระบบสีใหม่
Quick Answer: ผนังปูนไม่เรียบ รูพรุนเยอะ ควรซ่อมยังไงก่อนทาสี?
ให้ขูดผิวที่หลุดล่อนออก ทำความสะอาดฝุ่นและคราบสกปรก ซ่อมรูพรุน รอยโพรง รอยแตกเล็ก และผิวไม่เรียบด้วย LANKO® 732 Facade Repair โดยผสมกับน้ำสะอาดตามอัตรา 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. ฉาบกดชั้นแรกให้แน่นเพื่อช่วยการยึดเกาะ แล้วฉาบเติมให้ได้ระดับที่ต้องการ ความหนาที่ใช้งานได้อยู่ที่ 1-25 มม. ต่อชั้น หลังแต่งผิวและบ่มอย่างเหมาะสม สามารถทาสีทับได้หลังทำงานเสร็จ 24 ชั่วโมง
หัวใจของงานซ่อมก่อนทาสีคืออย่ารีบเอาสีไปกลบปัญหา เพราะสีไม่ได้มีหน้าที่ถมรูพรุนหรือซ่อมปูนที่หลุดล่อน หากผนังมีรูพรุนจำนวนมาก สีจะไหลลงรู ทำให้กินสีมาก ผิวเป็นด่าง เป็นเงาไม่เท่ากัน หรือเห็นรอยจ้ำหลังแห้ง ส่วนผนังที่มีปูนร่วนอยู่ใต้สี แม้ทาสีใหม่สวยในวันแรก ก็มีโอกาสพอง ลอก และหลุดเป็นแผ่นเมื่อเจอแดด ฝน หรือความชื้นสะสม
LANKO 732 เหมาะกับงานนี้เพราะเป็นปูนซ่อมผิวสำหรับ facade และผิวคอนกรีตแนวตั้งโดยตรง ไม่ใช่ปูนฉาบทั่วไปที่นำมาป้ายแก้เฉพาะหน้า จุดเด่นคือทำงานแนวตั้งได้ดี ให้ผิวเรียบ ใช้งานง่าย และมีข้อมูลการทาสีทับหลัง 24 ชั่วโมง ช่วยให้วางแผนงานรีโนเวตหรือส่งมอบงานสีได้เร็วขึ้น
ผนังแบบไหนไม่ควรทาสีทับทันที?
ผนังปูนที่ดูไม่เรียบมีหลายระดับ ตั้งแต่ผิวเป็นเม็ดทรายเล็กน้อยไปจนถึงมีโพรงลึกจากงานฉาบเดิมไม่แน่น ปูนหลุดล่อน หรือคอนกรีตมีรูพรุนจากการเทและถอดแบบ ถ้าเป็นแค่รอยขัดสีเดิม อาจใช้ระบบรองพื้นและสีทับหน้าแก้ได้ แต่ถ้าเป็นความเสียหายของชั้นปูนหรือผิวคอนกรีต ต้องซ่อมวัสดุฐานก่อนเสมอ
มักเกิดจากผิวคอนกรีตหรือปูนฉาบเดิมไม่แน่น สีทับหน้าไม่สามารถถมรูได้สวยและคงทนพอ
หากเคาะแล้วเสียงกลวงหรือขูดแล้วปูนร่วน ต้องรื้อส่วนเสียออกก่อนฉาบซ่อม ไม่ควรโป๊วทับทั้งที่ฐานไม่แข็งแรง
รอยแตกตื้นและนิ่งสามารถซ่อมผิวได้ แต่รอยแตกที่ยังขยับหรือมีน้ำซึมควรหาสาเหตุและเลือกวัสดุเฉพาะระบบ
ในงานทาสีใหม่ ช่างมักเจอผนังที่มีสีเก่าปิดทับหลายชั้น พอขัดหรือฉีดล้างแล้วจึงเห็นรูพรุนเต็มพื้นที่ จุดนี้ควรประเมินเป็นตารางเมตรและความลึกเฉลี่ย เพราะปริมาณวัสดุที่ใช้จะขึ้นกับความหนาซ่อมจริง ไม่ใช่ดูจากพื้นที่กว้างอย่างเดียว หากรูพรุนลึกหลายมิลลิเมตรทั่วผนัง การใช้วัสดุโป๊วบางอาจไม่พอและเสี่ยงแตกร่อนภายหลัง
เช็กก่อนเริ่มงาน: ถ้าผนังมีน้ำซึมจากด้านหลัง รอยร้าวขยายตัว หรือมีเหล็กเป็นสนิมจนคอนกรีตปริแตก งานนี้ไม่ใช่แค่ซ่อมผิวก่อนทาสี ควรแก้แหล่งความชื้นหรือปัญหาโครงสร้างก่อน แล้วค่อยเข้าสู่ขั้นตอนฉาบซ่อมและทาสี
ทำไม LANKO 732 ถึงเหมาะกับงานซ่อมผนังก่อนทาสี?
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika Thailand, LANKO® 732 Facade Repair เป็นปูนทรายผสมเสร็จชนิดผสมไฟเบอร์ ใช้สำหรับซ่อมรอยแตกขนาดเล็กบนพื้นผิวคอนกรีต งานซ่อมผิวคอนกรีตที่หลุดล่อน รูพรุน และรอยแตกร้าว รวมถึงงานปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี นี่คือโจทย์เดียวกับปัญหาผนังปูนไม่เรียบที่มักเจอก่อนงานสีใหม่พอดี
จุดที่ทำให้ LANKO 732 ต่างจากการใช้ปูนฉาบทั่วไปคือขอบเขตการใช้งานชัดเจนและเหมาะกับงานซ่อมเฉพาะจุดถึงงานเก็บผิวเป็นบริเวณกว้าง วัสดุให้ผิวเรียบ ยึดเกาะดี ทำงานง่าย และสามารถทำความหนาได้ตั้งแต่ 1 มม. ถึง 25 มม. ในแต่ละชั้น จึงใช้ได้ทั้งรูพรุนตื้น รอยบิ่นตามขอบมุม และผิวผนังที่ต้องปาดปรับให้เรียบก่อนลงรองพื้นสี
อีกข้อที่สำคัญมากสำหรับงานรีโนเวตคือสามารถทาสีทับได้หลังจาก 24 ชั่วโมงที่ทำงานเสร็จ เมื่อหน้างานอยู่ในสภาพเหมาะสมและพื้นผิวแห้งพร้อมตามระบบสีที่เลือกใช้ ทำให้ลดเวลารอเมื่อเทียบกับการซ่อมด้วยปูนทั่วไปที่มักต้องรอความชื้นนานกว่าและควบคุมผิวได้ยากกว่า
เหมาะกับ: ผนังคอนกรีตแนวตั้ง ผนังปูนฉาบที่มีรูพรุน ผิวถอดแบบไม่เรียบ รอยแตกเล็กที่ไม่ขยับ ผิวหลุดล่อนตื้น และงานเก็บขอบมุมก่อนทาสีใหม่
สเปกสำคัญของ LANKO 732 ที่ควรรู้ก่อนสั่งของ
การเลือกวัสดุซ่อมผนังไม่ควรดูแค่ว่าป้ายได้หรือไม่ แต่ต้องดูความหนาที่ทำได้ อัตราส่วนผสม กำลังอัด ปริมาณการใช้ และอุณหภูมิหน้างาน เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อทั้งความคงทนและการคำนวณจำนวนถุง หากผสมเหลวเกินเพื่อให้ปาดง่าย อาจทำให้กำลังและการยึดเกาะลดลง ผิวหดตัว และเกิดรอยแตกร้าวเล็กหลังแห้ง
| หัวข้อ | ข้อมูล LANKO 732 | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| ประเภทสินค้า | ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ / ปูนทรายผสมเสร็จ | เหมาะกับงานฉาบซ่อมผิว ไม่ต้องผสมทรายหรือปูนเพิ่มเอง |
| ความหนาต่อชั้น | 1-25 มม. | ใช้ได้ตั้งแต่เก็บรูพรุนตื้นจนถึงซ่อมรอยบิ่นที่ลึกขึ้นในชั้นเดียว |
| อัตราส่วนน้ำ | 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. | ควรตวงน้ำทุกครั้ง ห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จ |
| ปริมาณการใช้ | ประมาณ 2 กก./ตร.ม./1 มม. | คำนวณจากพื้นที่คูณความหนาเฉลี่ย เช่น ผนัง 10 ตร.ม. หนาเฉลี่ย 2 มม. ใช้ราว 40 กก. |
| อุณหภูมิใช้งาน | 10-35 องศาเซลเซียส | หลีกเลี่ยงผนังร้อนจัด แดดแรง ลมแรง หรือฝนกระทบช่วงวัสดุยังสด |
| กำลังรับแรงอัด | 1 วัน ≥10 MPa, 7 วัน ≥15 MPa, 28 วัน ≥20 MPa | เพียงพอสำหรับงานซ่อมผิวทั่วไปเมื่อเตรียมพื้นผิวและบ่มถูกต้อง |
| ขนาดบรรจุ | 5 กก. / กระป๋อง และ 25 กก. / ถุง | เลือกขนาดตามพื้นที่ซ่อม งานจุดเล็กใช้กระป๋อง งานผนังกว้างใช้ถุงประหยัดกว่า |
ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย: ถ้าผนังมีพื้นที่ซ่อม 20 ตารางเมตร และต้องฉาบเฉลี่ย 1.5 มม. ปริมาณโดยประมาณคือ 20 x 1.5 x 2 = 60 กก. หรือประมาณ 3 ถุงขนาด 25 กก. เผื่อสูญเสียและพื้นที่รูพรุนลึกเพิ่มเติมเล็กน้อย การคำนวณจริงควรวัดหน้างานเพราะผนังเก่าอาจมีแอ่งลึกเฉพาะจุดที่กินวัสดุมากกว่าที่เห็นจากภาพถ่าย
วิธีซ่อมผนังปูนไม่เรียบ มีรูพรุน ก่อนทาสีใหม่
งานซ่อมผนังก่อนทาสีควรทำเป็นลำดับ ไม่ใช่เห็นรูแล้วป้ายทันที เพราะถ้าฐานยังมีฝุ่น สีเก่าลอก หรือคราบน้ำมัน วัสดุซ่อมจะยึดกับฝุ่นแทนที่จะยึดกับผนังจริง ผลลัพธ์คือปูนซ่อมอาจหลุดเป็นแผ่นพร้อมสีใหม่ในอนาคต
- สำรวจและขูดส่วนเสียออก: ใช้เกรียงหรือแปรงลวดขูดปูนร่วน สีพอง สีลอก และวัสดุหลวมออกให้ถึงชั้นที่แข็งแรง เคาะฟังเสียงกลวงบริเวณที่สงสัย
- ทำความสะอาดผิว: กวาด ฝุ่น เป่า หรือเช็ดผิวให้สะอาด ไม่มีคราบน้ำมัน คราบตะไคร่ คราบเกลือ หรือฝุ่นปูนที่ทำให้ยึดเกาะลดลง
- พรมน้ำหรือจัดสภาพผิวตามเหมาะสม: ผิวปูนที่แห้งจัดอาจดูดน้ำจากวัสดุซ่อมเร็วเกินไป ควรทำให้ผิวอยู่ในสภาพพร้อมรับวัสดุ แต่ไม่ให้มีน้ำขังหรือเปียกเยิ้ม
- ผสม LANKO 732: เทน้ำสะอาด 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. แล้วปั่นด้วยเครื่องผสมความเร็วประมาณ 500 รอบต่อนาทีอย่างน้อย 3 นาที พักส่วนผสม 1-3 นาที และห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จ
- ฉาบกดชั้นแรก: ใช้เกรียงกดวัสดุลงในรูพรุนหรือรอยโพรงให้แน่น เพื่อให้วัสดุแนบกับพื้นผิวและลดช่องว่างใต้ชั้นซ่อม
- ฉาบเติมและแต่งระดับ: เติมวัสดุให้ได้ความหนาที่ต้องการ สูงสุด 25 มม. ในครั้งเดียว หากเป็นขอบมุมให้ใช้เกรียงสองด้านช่วยประคองไม่ให้วัสดุปริ้นออก
- รอหมาดแล้วแต่งผิว: เมื่อวัสดุเริ่มอยู่ตัว ให้แต่งผิวด้วยเกรียงหรือฟองน้ำตามผิวที่ต้องการ อย่าปาดซ้ำตอนวัสดุเริ่มเซ็ตตัวมากเกินไป
- บ่มและป้องกันผิว: หลังแต่งผิวควรป้องกันการแห้งเร็วเกินไป และสามารถใช้น้ำยาบ่ม LANKO 361 CURE ตามคำแนะนำผลิตภัณฑ์เมื่อวัสดุเริ่มแห้งแต่ยังมีความชื้นอยู่
ห้ามทำ: ห้ามเติมน้ำเพิ่มเพื่อคืนสภาพปูนที่เริ่มเซ็ตตัว ห้ามฉาบบนผิวที่มีฝุ่นหรือสีลอก ห้ามทาสีทับขณะผิวยังชื้นเกินข้อกำหนดของสี และห้ามใช้ซ่อมรอยร้าวที่ยังขยับโดยไม่แก้ระบบรอยต่อหรือสาเหตุการแตกร้าวก่อน
ทาสีทับได้ภายใน 24 ชม. ต้องเช็กอะไรบ้าง?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า LANKO 732 สามารถทาสีทับได้หลังจาก 24 ชั่วโมงที่ทำงานเสร็จ จุดนี้ช่วยให้หน้างานเดินเร็ว แต่คำว่า 24 ชั่วโมงไม่ได้แปลว่าทุกสภาพหน้างานพร้อมทาสีเสมอไป เพราะอุณหภูมิ ความชื้น ความหนาที่ฉาบ แสงแดด การระบายอากาศ และชนิดสีที่ใช้ล้วนมีผลต่อการแห้งของผิว
ก่อนทาสี ควรตรวจอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ ผิวแข็งและไม่หลุดร่อนเมื่อขูดเบา ๆ, ไม่มีคราบฝุ่นปูนหรือคราบบ่มที่ขวางการยึดเกาะ, พื้นผิวไม่มีความชื้นผิดปกติ และผิวเรียบพอสำหรับระดับงานสีที่ต้องการ หากต้องการผิวเนียนมากสำหรับสีภายในหรือผนังโชว์แสง ควรขัดเก็บเบา ๆ และอาจใช้วัสดุเก็บผิวบางหรือรองพื้นตามระบบสีเพิ่มเติม
ผิวแข็ง แห้ง สะอาด ไม่เป็นฝุ่น ไม่มีก้อนปูนหลวม และผ่านเวลารอตามระบบสี
ฉาบหนา อากาศชื้น ฝนตก ผนังไม่ถ่ายเท หรือผิวยังเย็นชื้นเมื่อสัมผัส
มีน้ำซึม สีเก่ารอบข้างลอกต่อ รอยร้าวยังขยับ หรือปูนซ่อมหลุดเมื่อเคาะ/ขูด
สำหรับงานภายนอก ควรเลือกช่วงเวลาที่ไม่โดนแดดจัดหรือฝนกระทบโดยตรง การทาสีบนผนังที่ร้อนมากอาจทำให้สีแห้งเร็วเกินและเกิดรอยต่อ ส่วนการทาสีช่วงความชื้นสูงอาจทำให้การยึดเกาะและการฟอร์มฟิล์มสีไม่สมบูรณ์ หากเป็นงานที่ต้องรับประกันระยะยาว ควรทำตามคู่มือของระบบสีควบคู่กับคู่มือวัสดุซ่อม
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ซ่อมผนังก่อนทาสีแล้วพังเร็ว
หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่วัสดุ แต่เกิดจากลำดับงานและการเตรียมผิวผิด โดยเฉพาะงานซ่อมบ้านที่ต้องรีบปิดงาน ถ้าข้ามขั้นตอนสำคัญ งานสีใหม่อาจสวยเพียงไม่กี่เดือนก่อนเริ่มเห็นรอยเดิมกลับมา
| ข้อผิดพลาด | ผลที่ตามมา | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ทาสีทับรูพรุนทันที | กินสีมาก ผิวด่าง เห็นรูหลังสีแห้ง | ฉาบซ่อมรูพรุนด้วย LANKO 732 ก่อน แล้วค่อยรองพื้น/ทาสี |
| ไม่ขูดสีเก่าที่ลอก | ชั้นซ่อมยึดกับสีเก่าที่ไม่แข็งแรงและหลุดพร้อมกัน | ขูดถึงพื้นผิวที่แน่น ทำความสะอาดให้หมดฝุ่น |
| ผสมน้ำเกินสเปก | ผิวอ่อน หดตัว แตกร้าว หรือยึดเกาะลดลง | ตวงน้ำ 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. และใช้เครื่องผสม |
| เติมน้ำหลังปูนเริ่มเซ็ต | โครงสร้างเนื้อปูนเสีย กำลังลด ผิวหลุดง่าย | ผสมเท่าที่ใช้ทัน และทิ้งส่วนที่หมดเวลาทำงาน |
| ไม่แก้ความชื้นต้นเหตุ | สีพอง ลอก เกลือขึ้น หรือเกิดคราบซ้ำ | แก้น้ำซึม รอยร้าว หรือระบบกันซึมก่อนซ่อมผิว |
ถ้าเป็นผนังภายนอกเก่า ควรเผื่อเวลาตรวจหลังล้างผิว เพราะบางจุดจะเห็นปูนร่วนหรือรอยแตกร้าวชัดขึ้นเมื่อผิวแห้ง การรีบทาซ่อมทันทีหลังล้างอาจทำให้ความชื้นถูกกักอยู่ใต้ชั้นปูนและสีใหม่ ส่งผลให้เกิดพองหรือลอกในอนาคต
สรุป: ผนังจะทาสีใหม่ให้สวย ต้องซ่อมฐานให้ดีก่อน
ผนังปูนไม่เรียบ มีรูพรุน หรือผิวหลุดล่อน ไม่ควรแก้ด้วยการทาสีหนา ๆ เพราะสีทำหน้าที่ปกป้องและตกแต่ง ไม่ได้ซ่อมความเสียหายของปูนฐาน แนวทางที่ถูกต้องคือขูดส่วนเสีย ทำความสะอาด ซ่อมผิวด้วยวัสดุที่เหมาะกับงานแนวตั้งอย่าง LANKO® 732 Facade Repair แล้วจึงเข้าสู่ระบบรองพื้นและทาสีทับหน้า
LANKO 732 เหมาะกับงานซ่อมผนังก่อนทาสีเพราะใช้ซ่อมรูพรุน รอยแตกร้าวเล็ก ผิวคอนกรีตหลุดล่อน และผนังปูนฉาบได้ ทำความหนาได้ 1-25 มม. ต่อชั้น ผสมง่ายด้วยน้ำสะอาด 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. และสามารถทาสีทับได้หลังทำงานเสร็จ 24 ชั่วโมงเมื่อสภาพหน้างานพร้อม จึงตอบโจทย์ทั้งงานบ้าน งานอาคาร และงานรีโนเวตที่ต้องการผิวเรียบและปิดงานเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก การใช้งาน อัตราส่วนผสม และการทาสีทับหลัง 24 ชั่วโมงอ้างอิงจากหน้า LANKO® 732 Facade Repair บนเว็บไซต์ Sika Thailand
คำถามที่พบบ่อย
ผนังปูนมีรูพรุนเยอะ ทาสีทับเลยได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะสีไม่ใช่วัสดุถมรูพรุน หากทาทับทันทีอาจกินสีมาก ผิวด่าง และเห็นรูหลังสีแห้ง ควรฉาบซ่อมรูพรุนด้วยวัสดุซ่อมผิว เช่น LANKO 732 ก่อน แล้วจึงทำระบบสีตามปกติ
LANKO 732 ใช้ซ่อมอะไรได้บ้าง?
ใช้ซ่อมผิวคอนกรีตที่หลุดล่อน รูพรุน รอยแตกร้าวขนาดเล็ก งานปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี และงานซ่อมแซมผนังปูนฉาบ
LANKO 732 ฉาบได้หนาเท่าไร?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถทำความหนาในแต่ละชั้นได้ตั้งแต่ 1 มม. ถึง 25 มม. หากมีจุดลึกหรือเสียหายมาก ควรประเมินว่าต้องซ่อมเป็นชั้นหรือใช้ระบบซ่อมอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ผสม LANKO 732 ใช้น้ำเท่าไร?
ใช้ LANKO 732 1 ถุง 25 กก. ต่อน้ำสะอาด 5.0-5.5 ลิตร หรือประมาณ 20-22% ต่อน้ำหนักปูน ควรผสมด้วยเครื่องผสมและห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จ
หลังฉาบ LANKO 732 ทาสีได้เมื่อไหร่?
สามารถทาสีทับได้หลังจาก 24 ชั่วโมงที่ทำงานเสร็จ แต่ควรเช็กว่าผิวแห้ง แข็ง สะอาด และเหมาะกับระบบสีที่จะใช้ โดยเฉพาะงานภายนอกหรือพื้นที่ความชื้นสูง
ใช้ LANKO 732 แทนสกิมโค้ทได้ไหม?
LANKO 732 เป็นปูนซ่อมผิวสำหรับรูพรุน รอยโพรง รอยแตกเล็ก และผิวหลุดล่อน ส่วนสกิมโค้ทเน้นเก็บผิวบางให้เนียนละเอียด ในหลายหน้างานอาจใช้ LANKO 732 ซ่อมฐานก่อน แล้วตามด้วยสกิมโค้ทหรือระบบสีตามความเรียบที่ต้องการ
ถ้าผนังมีน้ำซึม ต้องใช้ LANKO 732 เลยไหม?
ควรแก้ต้นเหตุของน้ำซึมหรือรอยรั่วก่อน เพราะถ้าความชื้นยังดันจากด้านหลัง วัสดุซ่อมและสีใหม่อาจพองหรือลอกได้ LANKO 732 เหมาะกับงานซ่อมผิว ไม่ใช่วัสดุหยุดน้ำรั่วหรือระบบกันซึมหลัก
ซื้อ LANKO 732 ได้ที่ไหน?
สามารถติดต่อ GY Asia เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนที่เหมาะกับพื้นที่หน้างาน ผ่าน LINE หรือโทร 089-222-8893 พร้อมส่งรูปผนังให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นได้
