ทำความรู้จัก LANKO 732 Facade Repair ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ที่ช่างมืออาชีพเลือกใช้
LANKO 732 FACADE REPAIR

ทำความรู้จัก LANKO 732 Facade Repair ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ที่ช่างมืออาชีพเลือกใช้

งานซ่อมผนังภายนอกและผิวคอนกรีตไม่ได้ต้องการแค่ปูนที่อุดรอยได้ แต่ต้องการวัสดุที่เก็บผิวเรียบ ยึดเกาะดี ทำงานต่อได้ไว และลดความเสี่ยงรอยซ่อมแตกร่อนซ้ำ LANKO® 732 Facade Repair จึงเป็นหนึ่งในปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ที่ช่างมืออาชีพเลือกใช้สำหรับงาน Facade งานผนังปูนฉาบ และงานเตรียมผิวก่อนทาสี

ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ ความหนา 1-25 มม./ชั้น ทาสีทับได้หลัง 24 ชม. ผิวเรียบสำหรับงาน Facade
5.0-5.5 ลิตรน้ำต่อถุง 25 กก.
≥20 MPaกำลังอัด 28 วัน
12 เดือนอายุสินค้าเมื่อเก็บถูกวิธี
LANKO 732 Facade Repair ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์

LANKO® 732 Facade Repair

ปูนซ่อมผิวคอนกรีตและผนังปูนฉาบชนิดผสมไฟเบอร์ สำหรับงานซ่อมแซมทั่วไป งาน Facade และงานก่อนทาสี ใช้งานได้ที่ความหนาประมาณ 1-25 มม. ต่อชั้น ให้ผิวเรียบและสามารถทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมงภายใต้สภาพหน้างานที่เหมาะสม

Quick Answer: LANKO 732 Facade Repair เหมาะกับใคร?

คำตอบสั้น

LANKO 732 Facade Repair เหมาะกับช่าง ผู้รับเหมา และเจ้าของอาคารที่ต้องการซ่อมผิวคอนกรีตหรือผนังปูนฉาบให้เรียบก่อนทาสี โดยเฉพาะงานผนังภายนอก งาน Facade รอยบิ่น รูพรุน ผิวหลุดร่อน และพื้นที่ซ่อมที่ต้องการวัสดุผสมไฟเบอร์ ทำงานง่าย และทาสีทับได้หลังประมาณ 24 ชั่วโมง

จุดที่ทำให้ LANKO 732 แตกต่างจากปูนซ่อมทั่วไปคือการออกแบบมาเพื่อ “งานผิว” มากกว่างานโครงสร้างหนัก กล่าวคือไม่ได้เน้นแค่เติมเนื้อปูนให้เต็มรอยซ่อม แต่เน้นผิวหลังฉาบที่เรียบพอสำหรับงานสี งานซ่อม Facade และงานรีโนเวตอาคารที่ต้องการความเรียบร้อยของรอยต่อระหว่างพื้นผิวเดิมกับพื้นที่ซ่อมใหม่

สำหรับงานหน้างานจริง ความสำเร็จของ LANKO 732 ไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการสกัดส่วนหลวมออกให้หมด การทำความสะอาดพื้นผิว การควบคุมน้ำผสม และการบ่มหรือป้องกันผิวในช่วงแรก หากทำครบตามระบบ จะช่วยให้รอยซ่อมแน่น เรียบ และพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนสีได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

LANKO 732 Facade Repair คืออะไร?

LANKO® 732 Facade Repair เป็นปูนซ่อมสำเร็จรูปสำหรับงานซ่อมผิวคอนกรีตและผนังปูนฉาบ โดยมีไฟเบอร์ผสมอยู่ในเนื้อวัสดุ เพื่อช่วยเสริมความแน่นของชั้นซ่อมและช่วยลดความเสี่ยงของรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ที่มักเกิดกับงานซ่อมบางหรือพื้นที่ผนังที่ต้องเก็บผิวให้เรียบก่อนทำสี

คำว่า Facade Repair สื่อถึงงานซ่อมผิวอาคารหรือผนังภายนอกที่ต้องการความสวยงามและความต่อเนื่องของผิว เมื่อซ่อมเสร็จแล้วรอยซ่อมควรกลมกลืนกับพื้นผิวเดิม ไม่เป็นปื้นหยาบ ไม่บวม และไม่ร่อนง่ายเมื่อทาสีทับ LANKO 732 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการทั้งคุณภาพเชิงช่างและคุณภาพด้านภาพลักษณ์ของอาคาร

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Sika Thailand สินค้านี้ใช้งานได้ที่ความหนาประมาณ 1-25 มม. ต่อชั้น ผสมน้ำสะอาดประมาณ 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. และมีข้อมูลการทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นประโยชน์มากในงานรีโนเวตหรืองานซ่อมอาคารที่ต้องวางแผนต่อเนื่องระหว่างทีมซ่อมผิวและทีมสี

สรุปภาพรวม: LANKO 732 คือปูนซ่อมผิวผสมไฟเบอร์สำหรับงานผนังและ Facade ไม่ใช่ปูนเกร้าท์ ไม่ใช่ปูนปรับระดับพื้น และไม่ใช่ตัวเลือกหลักสำหรับซ่อมโครงสร้างรับแรงหนัก หากรอยซ่อมลึกหรือเกี่ยวข้องกับเหล็กเสริมและกำลังโครงสร้าง ควรประเมินระบบซ่อมที่เหมาะสมก่อน

ทำไมช่างมืออาชีพเลือกใช้ LANKO 732?

ช่างมืออาชีพมักเลือกวัสดุจากความแน่นอนของงาน ไม่ใช่แค่ความง่ายตอนฉาบ เพราะปัญหางานซ่อมผนังที่เจอบ่อยคือรอยซ่อมร่อน สีด่าง ผิวเป็นคลื่น รอยซ่อมเห็นเป็นแผ่น หรือซ่อมแล้วแตกร้าวซ้ำหลังส่งมอบไม่นาน วัสดุซ่อมที่ดีจึงต้องให้ทั้งการยึดเกาะ การเก็บผิว และระยะเวลาทำงานต่อที่คาดการณ์ได้

1. ผสมไฟเบอร์

ไฟเบอร์ช่วยเสริมเนื้อปูน เหมาะกับงานซ่อมผิวบางถึงปานกลางที่ต้องการลดความเสี่ยงแตกร้าวจากการหดตัวหรือการเก็บผิวไม่สม่ำเสมอ

2. ผิวเรียบก่อนทาสี

เน้นงาน Facade และงานผนังที่ต้องการผิวเรียบกว่า repair mortar งานหนัก ช่วยให้ทีมสีทำงานต่อได้ง่ายขึ้น

3. ทาสีทับได้เร็ว

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมง ช่วยลดเวลารอในงานรีโนเวตและงานซ่อมอาคาร

4. ความหนายืดหยุ่น

ทำงานได้ตั้งแต่ 1-25 มม. ต่อชั้น ใช้ได้ทั้งเก็บผิวบาง ซ่อมรอยบิ่น และเติมผิวที่หลุดร่อนระดับปานกลาง

5. ผสมง่าย ใช้งานง่าย

เป็นปูนสำเร็จรูปที่ผสมกับน้ำสะอาดตามสัดส่วน ลดความแปรปรวนจากการผสมทรายและปูนเองที่หน้างาน

6. สเปกชัดเจน

มีข้อมูลน้ำผสม ขนาดบรรจุ ความหนา กำลังอัด กำลังดัด และอายุการเก็บ ช่วยให้วางแผนงานและคุมคุณภาพได้ง่าย

สำหรับผู้รับเหมา ข้อดีอีกอย่างคือการคุมมาตรฐานทีมงานได้ง่ายขึ้น เมื่อต้องซ่อมหลายจุดในอาคารเดียวกัน การใช้วัสดุสำเร็จรูปที่มีอัตราน้ำผสมชัดเจนช่วยลดปัญหาแต่ละชุดผสมเนื้อไม่เท่ากัน ซึ่งส่งผลต่อสีผิว ความแข็งแรง และระยะเวลารอทาสีทับ

สเปกสำคัญของ LANKO 732 Facade Repair

ก่อนเลือกปูนซ่อมผนัง ควรดูสเปกหลักมากกว่าดูชื่อสินค้าอย่างเดียว เพราะงานซ่อมผิวแต่ละประเภทต้องการความหนา ความเรียบ และกำลังของวัสดุไม่เท่ากัน ตารางนี้สรุปข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนสั่งซื้อหรือเริ่มงาน

หัวข้อข้อมูลสินค้าความหมายสำหรับหน้างาน
ประเภทสินค้าปูนซ่อมผิวคอนกรีตและผนังปูนฉาบผสมไฟเบอร์เหมาะกับงานซ่อมผิว ไม่ใช่งานเกร้าท์หรือปรับระดับพื้น
ลักษณะสินค้าผงสีเทาต้องผสมกับน้ำสะอาดตามอัตราส่วนก่อนใช้งาน
ขนาดบรรจุ5 กก. และ 25 กก.เลือกขนาดตามพื้นที่ซ่อม งานเล็กใช้ 5 กก. งานโครงการใช้ 25 กก.
อัตราน้ำผสม5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก.ควรตวงน้ำ ไม่ควรเติมน้ำตามความรู้สึก เพราะกระทบกำลังและผิวงาน
ปริมาณน้ำโดยน้ำหนักประมาณ 20-22%ช่วยคุมความข้นเหลวของเนื้อปูนให้สม่ำเสมอ
ความหนาต่อชั้นประมาณ 1-25 มม.เหมาะทั้งเก็บผิวบางและซ่อมหลุม/รอยกะเทาะระดับปานกลาง
ทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมงช่วยวางแผนงานซ่อมผิวและงานสีต่อเนื่องได้เร็วขึ้น
กำลังอัด 28 วันไม่น้อยกว่า 20 MPaเพียงพอสำหรับงานซ่อมผิวทั่วไปตามขอบเขตสินค้า
กำลังดัด 28 วันไม่น้อยกว่า 5 MPaช่วยรองรับงานผนังและงานผิวที่ต้องการความแน่นของชั้นซ่อม
อายุสินค้า12 เดือนต้องเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม ปิดสนิท แห้ง และไม่โดนความชื้น

ข้อควรอ่านก่อนซื้อ: ตัวเลขสเปกเป็นค่าภายใต้เงื่อนไขการทดสอบและการใช้งานที่เหมาะสม หน้างานจริงอาจได้รับผลจากอุณหภูมิ ความชื้น ความหนา การเตรียมผิว และวิธีบ่ม จึงควรใช้ข้อมูลสเปกร่วมกับการตรวจสภาพหน้างานเสมอ

LANKO 732 เหมาะกับงานแบบไหน?

LANKO 732 เหมาะกับงานซ่อมที่ต้องการคุณภาพผิวมากกว่างานรับแรงหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัด เช่น ผนังหน้าอาคาร ผนังรอบบ้าน ผนังคอนโด อาคารสำนักงาน โรงงาน หรือโครงการรีโนเวตที่ต้องทาสีใหม่หลังซ่อมผิว

ซ่อมผนังภายนอก

ใช้ซ่อมผิวปูนฉาบหรือคอนกรีตที่หลุดร่อน รูพรุน หรือเป็นรอยบิ่นก่อนทาสีอาคาร

ซ่อม Facade

เหมาะกับผิวอาคารที่ต้องการความเรียบร้อยของรอยซ่อมและต้องการลดรอยสะดุดหลังทำสี

ซ่อมผิวคอนกรีต

ใช้กับรอยกะเทาะตื้นถึงปานกลางบนผิวคอนกรีตที่ไม่ได้เป็นความเสียหายเชิงโครงสร้างหนัก

ปรับผิวก่อนทาสี

ช่วยเก็บผิวที่ไม่เรียบก่อนลงระบบสีรองพื้นและสีทับหน้า

ซ่อมขอบมุม

ใช้เก็บขอบผนัง ขอบช่องเปิด หรือมุมคอนกรีตที่บิ่น โดยต้องเตรียมผิวให้แน่นก่อน

งานรีโนเวต

เหมาะกับงานที่ต้องการทำงานต่อเร็ว เพราะสามารถเข้าสู่งานสีได้หลังประมาณ 24 ชั่วโมงเมื่อสภาพผิวพร้อม

กรณีที่รอยซ่อมมีความลึกมากกว่า 25 มม. ต่อชั้น หรือเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง เช่น เสา คาน พื้นรับน้ำหนัก หรือพื้นที่ที่เหล็กเสริมเป็นสนิม ควรแยกเป็นงานซ่อมโครงสร้างและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกว่า เช่น repair mortar กำลังสูง หรือระบบป้องกันสนิมเหล็กเสริมร่วมด้วย

วิธีผสมและวิธีใช้ LANKO 732 ให้ได้งานเรียบ

งานซ่อมผิวที่ดูเรียบและทาสีแล้วไม่เห็นปัญหาเริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว ไม่ใช่เริ่มตอนเก็บเกรียง หากพื้นเดิมยังมีฝุ่น คราบน้ำมัน ปูนร่วน หรือสีเก่าที่ไม่ยึดเกาะ ต่อให้ใช้วัสดุที่ดี รอยซ่อมก็มีโอกาสหลุดร่อนหรือเกิดคราบหลังทาสีได้

  1. สกัดส่วนหลวมออก: เอาปูนร่วน ผิวแตกร่อน สีเก่าที่ลอก และเศษวัสดุที่ไม่ยึดเกาะออกให้หมดจนเจอพื้นผิวที่แข็งแรง
  2. ทำความสะอาดพื้นผิว: ปัดฝุ่น ล้างคราบ และกำจัดคราบน้ำมันหรือสิ่งปนเปื้อน เพราะสิ่งเหล่านี้ขวางการยึดเกาะของปูนซ่อม
  3. เตรียมความชื้นของพื้นผิว: หากพื้นผิวดูดซึมน้ำมาก ควรพรมน้ำให้ชื้นแบบอิ่มตัวผิวแห้ง ไม่มีน้ำขัง เพื่อช่วยลดการดึงน้ำจากเนื้อปูนเร็วเกินไป
  4. ตวงน้ำให้ถูกต้อง: ใช้น้ำสะอาด 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. สำหรับงานเล็กให้แบ่งผสมตามสัดส่วน ไม่ควรเทน้ำกะด้วยสายตา
  5. ผสมให้เนียนสม่ำเสมอ: ค่อย ๆ เติมผงลงในน้ำ ใช้เครื่องผสมรอบต่ำถึงปานกลางจนไม่มีก้อนผงแห้ง แล้วพักสั้น ๆ ก่อนกวนซ้ำ
  6. กดชั้นแรกให้แน่น: ใช้เกรียงกดเนื้อปูนเข้ากับพื้นผิวก่อน เพื่อให้ปูนแนบกับรอยซ่อมและลดโพรงอากาศใต้ชั้นซ่อม
  7. เติมและปาดตามความหนา: ฉาบได้ประมาณ 1-25 มม. ต่อชั้น หากต้องซ่อมลึกกว่านี้ให้ประเมินการแบ่งชั้นหรือเลือกวัสดุซ่อมที่เหมาะกว่า
  8. เก็บผิวก่อนเซตตัว: ใช้เกรียงเหล็ก เกรียงพลาสติก หรือฟองน้ำตามระดับความเรียบที่ต้องการ อย่ารอจนปูนแข็งเกินไปแล้วค่อยฝืนปาด
  9. รอทาสีอย่างเหมาะสม: โดยทั่วไปสามารถทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมง แต่ควรดูความชื้น ความหนา สภาพอากาศ และข้อกำหนดของระบบสีที่จะใช้ด้วย

เทคนิคหน้างาน: หากเป็นผนังภายนอกที่โดนแดด ลม หรือฝน ควรจัดช่วงเวลาทำงานให้เหมาะสม ป้องกันผิวซ่อมจากแสงแดดจัดและลมแรงในช่วงแรก เพราะการสูญเสียน้ำเร็วเกินไปทำให้ผิวแห้งไวแต่พัฒนากำลังได้ไม่สมบูรณ์

ข้อควรระวังในการใช้ LANKO 732

แม้ LANKO 732 จะใช้งานง่าย แต่ยังเป็นวัสดุซีเมนต์ที่ต้องควบคุมเงื่อนไขการใช้งาน หากผิดขั้นตอน ปัญหาที่เกิดขึ้นมักแสดงออกหลังทาสี เช่น ผิวเป็นฝุ่น รอยซ่อมหลุดเป็นแผ่น สีด่าง หรือเกิดรอยร้าวเส้นเล็กตามขอบรอยซ่อม

สิ่งที่ควรระวังผลเสียที่อาจเกิดขึ้นวิธีลดความเสี่ยง
เติมน้ำเกินสเปกกำลังลดลง หดตัวมากขึ้น ผิวอ่อนหรือเป็นฝุ่นตวงน้ำตามอัตรา 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก.
ฉาบบนพื้นผิวมีฝุ่นปูนไม่ยึดเกาะและหลุดร่อนง่ายทำความสะอาดและสกัดส่วนหลวมออกก่อนเสมอ
ใช้กับรอยซ่อมโครงสร้างหนักกำลังและความหนาอาจไม่ตรงโจทย์แยกงานโครงสร้างและเลือก repair mortar ที่เหมาะสม
ทาสีทับทั้งที่ผิวยังชื้นสีพอง สีลอก หรือเกิดคราบด่างตรวจความแห้งและยึดข้อกำหนดของระบบสี
ปล่อยแดดหรือลมแรงทันทีผิวแห้งเร็วเกินไป เกิดรอยร้าวหรือผิวไม่แน่นป้องกันผิวในช่วงแรกและบ่มตามความเหมาะสม

ไม่ควรใช้ผิดประเภท: LANKO 732 ไม่ใช่ปูนกันซึม ไม่ใช่ปูนเกร้าท์ และไม่ใช่ปูนซ่อมโครงสร้างกำลังสูงสำหรับทุกกรณี หากผนังมีน้ำรั่วซึม รอยแตกร้าวจากการทรุดตัว หรือเหล็กเสริมเป็นสนิม ควรแก้สาเหตุหลักก่อนซ่อมผิว

เลือก LANKO 732 อย่างไรให้คุ้มกับงานจริง?

ก่อนสั่งซื้อ ควรวัดพื้นที่ซ่อมและประเมินความลึกเฉลี่ยของรอยซ่อม เพราะงานผนังมักมีความลึกไม่เท่ากัน บางจุดอาจเป็นเพียงรอยผิว บางจุดอาจต้องสกัดจนลึกกว่าที่มองเห็นในตอนแรก การคำนวณปริมาณจากพื้นที่อย่างเดียวจึงอาจคลาดเคลื่อน หากเป็นงานอาคารหลายชั้นหรือ Facade ขนาดใหญ่ ควรเผื่อวัสดุและจัดลำดับซ่อมเป็นโซน

อีกจุดที่ควรดูคือระบบสีที่จะทาทับ หากใช้สีภายนอกคุณภาพสูง แต่พื้นผิวซ่อมยังมีความชื้นหรือมีฝุ่นซีเมนต์ค้างอยู่ สีอาจไม่ยึดเกาะเต็มที่ ดังนั้นหลังซ่อมด้วย LANKO 732 ควรตรวจผิว ขัดแต่งจุดคม ทำความสะอาดฝุ่น และใช้สีรองพื้นที่เหมาะกับปูนใหม่ตามคำแนะนำของผู้ผลิตสี

สำหรับงานที่ต้องการส่งมอบเร็ว LANKO 732 มีข้อได้เปรียบเรื่องทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมง แต่คำว่า 24 ชั่วโมงควรถูกใช้เป็น “กรอบวางแผน” ไม่ใช่ข้ออ้างให้ข้ามการตรวจผิว เพราะสภาพจริงอย่างฝน ความชื้นสูง ผนังหนา หรือพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท อาจทำให้การแห้งช้ากว่าปกติ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สเปกสินค้าและข้อมูลการใช้งานอ้างอิงจากหน้า LANKO® 732 Facade Repair บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสาร PDS/SDS ล่าสุดก่อนใช้งานจริงในโครงการ

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 732 Facade Repair ใช้ทำอะไร?

ใช้สำหรับซ่อมผิวคอนกรีต ผนังปูนฉาบ และงาน Facade ที่ต้องการผิวเรียบก่อนทาสี เช่น รอยบิ่น รูพรุน ผิวหลุดร่อน หรือพื้นที่ผนังที่ต้องปรับสภาพผิวใหม่

LANKO 732 เป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ใช่ไหม?

ใช่ LANKO 732 เป็นปูนซ่อมผิวที่มีไฟเบอร์ผสมในเนื้อวัสดุ ช่วยเสริมชั้นซ่อมและเหมาะกับงานซ่อมผิวบางถึงปานกลางที่ต้องการความเรียบ

LANKO 732 ฉาบได้หนาเท่าไรต่อชั้น?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถทำความหนาได้ประมาณ 1-25 มม. ต่อชั้น หากรอยซ่อมลึกกว่านี้ควรประเมินการแบ่งชั้นหรือเลือกวัสดุซ่อมที่เหมาะกับงานลึกกว่า

LANKO 732 ผสมน้ำกี่ลิตรต่อถุง?

สำหรับถุง 25 กก. ใช้น้ำสะอาดประมาณ 5.0-5.5 ลิตร หรือประมาณ 20-22% ของน้ำหนักปูน ควรตวงน้ำทุกครั้งเพื่อคุมคุณภาพงาน

LANKO 732 ทาสีทับได้เมื่อไหร่?

โดยทั่วไปสามารถทาสีทับได้หลัง 24 ชั่วโมง แต่ต้องตรวจว่าผิวแห้งและพร้อมรับระบบสีจริง โดยเฉพาะงานหนา งานภายนอก หรือช่วงที่ความชื้นสูง

LANKO 732 ใช้แทน LANKO 731 ได้ไหม?

ไม่ควรใช้แทนกันทุกกรณี LANKO 732 เน้นงานซ่อมผิวเรียบและงานก่อนทาสี ส่วน LANKO 731 เหมาะกับงานซ่อมโครงสร้างที่ต้องการความหนาและกำลังอัดสูงกว่า

ใช้ LANKO 732 กับผนังภายนอกได้ไหม?

ใช้ได้ เหมาะกับงานผนังภายนอกและ Facade แต่ต้องเตรียมพื้นผิวให้แข็งแรง สะอาด ไม่มีฝุ่นหรือคราบน้ำมัน และป้องกันฝน แดดจัด หรือลมแรงในช่วงแรกหลังฉาบ

ซื้อ LANKO 732 ได้ที่ไหน?

สามารถติดต่อ GY Asia เพื่อเช็กสินค้า ราคา และคำแนะนำการใช้งาน โดยส่งรูปหน้างานและขนาดพื้นที่ให้ทีมงานช่วยประเมินปริมาณการใช้ได้

Similar Posts