เจาะลึกสเปค SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เหมาะกับงานซ่อมแซมประเภทไหนบ้าง?
เมื่องานซ่อมคอนกรีตมีทั้งผิวคอนกรีตเดิม เหล็กเสริม และปูนซ่อมใหม่ วัสดุชั้นกลางคือจุดที่ตัดสินว่างานจะยึดเกาะดีและลดโอกาสสนิมกลับมาดันผิวได้แค่ไหน SikaTop® Armatec®-110 EpoCem จึงถูกใช้เป็นทั้ง bonding primer และชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริม สำหรับงานซ่อมที่ต้องการสเปคชัดเจนและควบคุมคุณภาพหน้างานได้จริง
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem
วัสดุเคลือบ 3 ส่วนประกอบ ชนิดซีเมนต์ผสมอีพ็อกซี่เรซิน มีสารยับยั้งการกัดกร่อน ใช้เป็นชั้นประสานคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิมกับปูนซ่อมใหม่ และใช้เคลือบป้องกันสนิมเหล็กเสริมในระบบซ่อมคอนกรีต
Quick Answer: SikaTop Armatec 110 EpoCem เหมาะกับงานซ่อมแบบไหน?
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เหมาะกับงานซ่อมคอนกรีตที่ต้องการควบคุมการยึดเกาะและป้องกันสนิมเหล็กเสริม เช่น งานซ่อมคอนกรีตแตกร่อนจากเหล็กเป็นสนิม งานเสา คาน พื้น ระเบียง ผนัง ลานจอดรถ โครงสร้างที่สัมผัสน้ำหรือคลอไรด์ และงานซ่อมที่ต้องลงปูนซ่อม Sika MonoTop® ต่อเป็นระบบ สินค้านี้ไม่ใช่ปูนซ่อมเติมเนื้อโดยตรง แต่เป็นชั้นกลางที่ช่วยให้คอนกรีตเดิม เหล็กเสริม และปูนซ่อมใหม่ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
ถ้าหน้างานเป็นเพียงรอยร้าวผิวบาง ๆ ไม่มีเหล็กเสริมโผล่ ไม่มีคอนกรีตร่อน และไม่ได้ต้องการลงปูนซ่อมโครงสร้าง อาจไม่จำเป็นต้องใช้ SikaTop Armatec 110 EpoCem ทุกกรณี แต่ถ้าเห็นสนิม เหล็กเสริมเริ่มเปิดผิว หรือมีพื้นที่สกัดคอนกรีตเดิมออกเพื่อซ่อมด้วยมอร์ตาร์ใหม่ วัสดุประเภท bonding primer และ reinforcement corrosion protection จะมีบทบาทมากทันที
จุดที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจคือสเปคมีกรอบชัดเจน: เป็นวัสดุ 3 ส่วนประกอบ A+B+C ชุด 20 กก., มี EpoCem® technology, มี corrosion inhibitor, ผ่านข้อกำหนด EN 1504-7, ให้แรงยึดเกาะดึงไม่น้อยกว่า 1.5 MPa ที่ 28 วัน และมี pot life ประมาณ 3 ชั่วโมงที่ +20 °C จึงเหมาะกับงานที่ต้องมี method statement และวางแผนลำดับการซ่อมอย่างเป็นระบบ
บทบาทของ SikaTop Armatec 110 EpoCem ในระบบซ่อมคอนกรีต
ในงานซ่อมคอนกรีตที่เสียหายจริง ชั้นวัสดุไม่ได้มีแค่คอนกรีตเดิมกับปูนฉาบใหม่เท่านั้น แต่มีรอยต่อหลายจุดที่ต้องจัดการให้ถูกต้อง เริ่มจากคอนกรีตเดิมต้องถูกสกัดจนถึงเนื้อที่แข็งแรง เหล็กเสริมต้องถูกทำความสะอาดจนผิวพร้อมรับชั้นเคลือบ จากนั้นจึงทาวัสดุประสานหรือกันสนิมก่อนลงปูนซ่อมที่เหมาะกับความลึกและตำแหน่งงาน
SikaTop Armatec 110 EpoCem อยู่ตรงกลางของระบบนี้พอดี เมื่อใช้กับเหล็กเสริม จะทำหน้าที่เป็นชั้นเคลือบลดโอกาสการกัดกร่อนซ้ำ เมื่อใช้กับคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิม จะทำหน้าที่เป็น bonding primer ช่วยให้ปูนซ่อมใหม่เกาะกับพื้นผิวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะงานที่พื้นผิวเดิมมีรูพรุน รายละเอียดมุมเยอะ หรือเป็นงานซ่อมที่ต้องการความมั่นใจมากกว่างานฉาบทั่วไป
ทาบนเหล็กที่ทำความสะอาดแล้ว ช่วยลดการกัดกร่อนก่อนปิดด้วยปูนซ่อม
ทาบนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิมที่เตรียมผิวแล้ว เพื่อช่วยให้ปูนซ่อมใหม่จับผิวได้ดี
ใช้ร่วมกับกลุ่ม Sika MonoTop® เช่น 352 series, 412 series และ 723 N ตามลักษณะงาน
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ SikaTop Armatec 110 EpoCem ไม่ได้แทนการออกแบบงานซ่อมทั้งหมด หากคอนกรีตแตกเชิงโครงสร้าง เหล็กเสริมสูญเสียหน้าตัดมาก หรือโครงสร้างรับน้ำหนักมีความเสี่ยง ต้องให้วิศวกรประเมินก่อนเสมอ วัสดุนี้ช่วยทำให้ระบบซ่อมสมบูรณ์ขึ้น แต่ไม่ได้คืนกำลังให้เหล็กที่ผุจนเสียหน้าตัดไปแล้ว
เหมาะกับงานซ่อมแซมประเภทไหนบ้าง?
การเลือกใช้ SikaTop Armatec 110 EpoCem ควรเริ่มจากคำถามว่า “หน้างานมีรอยต่อคอนกรีตเก่า-ใหม่หรือมีเหล็กเสริมที่ต้องป้องกันหรือไม่” ถ้าคำตอบคือใช่ สินค้ารุ่นนี้มักเข้ากับงานซ่อมได้ดี โดยเฉพาะงานที่ต้องเปิดผิวคอนกรีตเดิมแล้วลงมอร์ตาร์ซ่อมใหม่เป็นชั้นถัดไป
| ประเภทงานซ่อม | ความเหมาะสม | เหตุผลที่ควรใช้ | ข้อควรเช็กก่อนทำงาน |
|---|---|---|---|
| ซ่อมคอนกรีตแตกร่อนจากเหล็กเป็นสนิม | เหมาะมาก | ใช้เคลือบเหล็กเสริมหลังขัดสนิม และใช้เป็น primer ก่อนลงปูนซ่อม | ต้องสกัดคอนกรีตหลวมออกและตรวจหน้าตัดเหล็ก |
| ซ่อมเสา คาน และพื้นคอนกรีต | เหมาะ | ช่วยจัดการรอยต่อระหว่างคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมใหม่ในงานรับแรง | ถ้าเป็นโครงสร้างหลักให้วิศวกรอนุมัติวิธีซ่อม |
| ซ่อมระเบียง ผนังภายนอก และชายคา | เหมาะ | พื้นที่เหล่านี้เจอน้ำและคาร์บอเนชันได้ง่าย เหล็กเสริมจึงควรป้องกันก่อนปิดผิว | ต้องแก้ต้นเหตุน้ำซึมและป้องกันฝนระหว่างทำงาน |
| ซ่อมลานจอดรถ ทางลาด และพื้นที่มีแรงสั่นสะเทือน | เหมาะเมื่อออกแบบระบบครบ | สินค้าได้รับการทดสอบสำหรับงาน dynamic loading ร่วมกับมอร์ตาร์ซ่อมที่กำหนด | ต้องเลือกปูนซ่อมและระบบผิวบนให้รับ traffic ได้ |
| ซ่อมโครงสร้างใกล้ทะเลหรือพื้นที่คลอไรด์สูง | ควรพิจารณา | มีความต้านทานน้ำและการซึมผ่านคลอไรด์ดี ช่วยลดความเสี่ยงสนิมกลับมา | ต้องประเมินคลอไรด์สะสม ความลึกคอนกรีตหุ้มเหล็ก และระบบป้องกันผิว |
| งานอุดรูพรุน ฉาบแต่งผิวเล็กน้อย | อาจไม่จำเป็น | ถ้าไม่มีเหล็กเสริมและไม่มีการลงปูนซ่อมโครงสร้าง อาจใช้วัสดุซ่อมผิวที่ตรงโจทย์กว่า | ดูความลึก ความเสียหาย และวัสดุปิดผิวที่ต้องการ |
กล่าวอีกแบบคือ SikaTop Armatec 110 EpoCem เหมาะกับ “งานซ่อมที่มีระบบ” ไม่ใช่งานแต่งผิวเฉพาะหน้า หากหน้างานต้องขัดเหล็ก ทาเคลือบ ลง bonding primer และตามด้วยปูนซ่อม จึงเป็นพื้นที่ที่สินค้ารุ่นนี้แสดงประโยชน์ได้ชัดที่สุด
สเปคสำคัญและอัตราการใช้ที่ต้องรู้ก่อนสั่งงาน
ข้อมูลจาก Product Data Sheet ฉบับ November 2023 Version 03.03 และหน้า Sika Thailand ระบุว่า SikaTop Armatec 110 EpoCem เป็นวัสดุประกอบด้วย Portland cement, epoxy resin, selected aggregates และ additives เมื่อผสมแล้วเป็นสีเทาเข้ม ความหนาแน่นของ A+B+C ประมาณ 2.0 กก./ลิตร ที่ 23 °C อายุการเก็บ 12 เดือนเมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ในที่แห้งเย็น อุณหภูมิ +5 °C ถึง +25 °C
| หัวข้อสเปค | ข้อมูลสำคัญ | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| บรรจุภัณฑ์ | ชุด 20 กก. ประกอบด้วย A 1.14 กก. + B 2.86 กก. + C 16 กก. | ควรผสมเป็นชุดตามสัดส่วน ไม่แบ่งแบบเดาสัดส่วน |
| มาตรฐาน | ผ่านข้อกำหนด EN 1504-7 | ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในงานซ่อมคอนกรีตที่ต้องการเอกสาร |
| แรงยึดเกาะดึง | ≥ 1.5 N/mm² หรือ MPa ที่ 28 วัน ตาม EN 1542 | เหมาะกับงานที่ต้องการชั้นประสานระหว่างวัสดุเก่ากับใหม่ |
| การทดสอบ corrosion | Pass ตาม EN 15183 | สนับสนุนการใช้งานเป็นชั้นป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริม |
| อุณหภูมิใช้งาน | อากาศและพื้นผิว +5 °C ถึง +30 °C | หน้างานไทยที่ร้อนจัดต้องคุมเวลาและหลีกเลี่ยงแดดแรง |
| Pot life | ประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ +20 °C | วางแผนคนผสม คนทา และคนลงปูนซ่อมให้ต่อเนื่อง |
อัตราการใช้โดยประมาณ
เมื่อใช้เป็นชั้นเคลือบป้องกันสนิมเหล็กเสริม เอกสารระบุอัตราใช้ประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น ที่ความหนาประมาณ 1 มม. และต้องมีความหนารวมขั้นต่ำ 2 ชั้น หรือประมาณ 2 มม. ส่วนเมื่อใช้เป็น bonding primer บนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ อัตราใช้อยู่ที่มากกว่า 1.5-2.0 กก./ตร.ม./มม. ขึ้นกับสภาพพื้นผิวจริง
อย่าคำนวณจากพื้นที่กว้างอย่างเดียว: งานเหล็กเสริมมีพื้นที่ผิวรอบเหล็ก มุมอับ และรายละเอียดมากกว่างานทาพื้นเรียบ ส่วนคอนกรีตที่พรุนหรือสกัดหยาบมากจะใช้วัสดุมากขึ้น ควรเผื่อจากสภาพหน้างานจริงเสมอ
แนวทางเลือกใช้ตามสภาพหน้างานจริง
ก่อนเลือกใช้ควรแยกหน้างานออกเป็น 3 กลุ่ม: งานที่ควรใช้, งานที่ควรใช้ร่วมกับการออกแบบระบบเพิ่มเติม และงานที่อาจไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อให้ผู้รับเหมาไม่ใช้วัสดุมากเกินความจำเป็น และไม่ลดขั้นตอนในงานที่ต้องการความทนทานสูง
คอนกรีตร่อน เหล็กโผล่ เหล็กเริ่มเป็นสนิม ต้องลงปูนซ่อมใหม่บนคอนกรีตเดิม
ลานจอดรถ โรงงาน พื้นรับรถเข็น พื้นเจอสารเคมี หรือโครงสร้างริมทะเล
เหล็กผุจนหน้าตัดหาย เสาหรือคานแตกร้าวหนัก ต้องให้วิศวกรประเมินก่อน
ถ้าหน้างานเป็นเสาหรือคานที่มีเหล็กเสริมโผล่ ขั้นตอนที่เหมาะสมมักเริ่มจากสกัดคอนกรีตหลวมออก ทำความสะอาดเหล็ก ทา SikaTop Armatec 110 EpoCem เป็นชั้นป้องกันสนิม 2 ชั้น แล้วลงปูนซ่อมแบบ wet on dry ตามกรอบเวลา ส่วนพื้นที่ผิวคอนกรีตรอบ ๆ ที่จะรับปูนซ่อมควรทาเป็น bonding primer และลงปูนซ่อมแบบ wet on wet เพื่อให้การยึดเกาะเกิดขึ้นในช่วงที่วัสดุยังสด
สำหรับงานใกล้น้ำหรือใกล้ทะเล ควรมองไกลกว่าชั้นซ่อมเฉพาะจุด เพราะคลอไรด์และความชื้นอาจยังเคลื่อนผ่านคอนกรีตส่วนอื่นได้ การทา SikaTop Armatec 110 EpoCem บริเวณเหล็กที่เปิดซ่อมเป็นเพียงหนึ่งขั้นตอน ควรพิจารณาระบบป้องกันผิวคอนกรีต การระบายน้ำ และการปิดรอยร้าวร่วมด้วย
วิธีเตรียมผิว ผสม และทาให้ได้ผลตามสเปค
1. เตรียมผิวคอนกรีต
คอนกรีตต้องสะอาด แข็งแรง ปราศจากฝุ่น วัสดุหลวม คราบน้ำมัน สีเดิม หรือสิ่งปนเปื้อนที่ลดการยึดเกาะ คอนกรีตที่หลุดร่อน อ่อนแอ เสียหาย หรือเสื่อมสภาพต้องถูกสกัดออกด้วยวิธีที่เหมาะสม ก่อนลงปูนซ่อมควรทำให้พื้นผิวชุ่มน้ำและอยู่ในสภาพสีเข้มด้าน ไม่มีน้ำขังเป็นเงาในรูพรุนหรือหลุมผิว
2. เตรียมเหล็กเสริม
สนิม สเกล คราบปูน ฝุ่น คอนกรีตหลวม และวัสดุที่ทำให้การยึดเกาะลดลงต้องถูกกำจัดออก เอกสารระบุให้ทำความสะอาดเหล็กเสริมถึงระดับ SA 2 ตาม ISO 8501-1 โดยใช้ abrasive blast cleaning หรือ high pressure water-blasting ตามความเหมาะสม หากขัดสนิมไม่ถึงผิวเหล็กจริง ชั้นเคลือบจะยึดกับสนิมหลวมแทนที่จะยึดกับเหล็ก
3. ผสมวัสดุ A+B+C
- ใช้สว่านกวนรอบต่ำ น้อยกว่า 250 rpm เพื่อลดการดึงอากาศเข้าเนื้อวัสดุ
- เขย่าส่วน A และส่วน B ให้ทั่วก่อนเปิดภาชนะ
- เทส่วน A และ B ลงในถังผสมที่สะอาด แล้วผสมประมาณ 30 วินาที
- ค่อย ๆ เติมผงส่วน C ระหว่างที่เครื่องผสมทำงาน
- ผสมรวมอย่างน้อย 3 นาที แล้วพักวัสดุ 5-10 นาที จนได้เนื้อที่ทาได้และหยดตัวเล็กน้อย
ห้ามเติมน้ำ: สัดส่วนของระบบ A+B+C ถูกออกแบบไว้แล้ว การเติมน้ำเพื่อให้ทาลื่นขึ้นอาจลดความหนาแน่น แรงยึดเกาะ และประสิทธิภาพการป้องกันสนิม
4. ทาเป็นชั้นเคลือบกันสนิมเหล็กเสริม
ใช้แปรงขนแข็งปานกลางหรือเครื่องพ่นที่เหมาะสม ทาชั้นแรกหนาประมาณ 1 มม. ให้คลุมเหล็กที่ทำความสะอาดแล้วโดยรอบ เมื่อชั้นแรกแข็งพอไม่ติดเล็บ โดยประมาณ 2-3 ชั่วโมงที่ +20 °C จึงทาชั้นที่สอง หลังจากนั้นลงปูนซ่อมแบบ wet on dry เพื่อไม่ให้ชั้นเคลือบถูกปาดออกระหว่างฉาบหรือปั้นปูนซ่อม
5. ทาเป็น bonding primer
ทาบนพื้นผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ที่เตรียมแล้ว โดยกดวัสดุให้เข้าไปในรูพรุนและโพรงผิวให้ทั่ว ความหนาขั้นต่ำประมาณ 0.5 มม. จากนั้นลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในช่วงเวลาที่กำหนด และป้องกันวัสดุสดจากฝน ฝุ่น และสิ่งปนเปื้อนจนกว่าจะลงปูนซ่อมต่อ
| อุณหภูมิ | เวลารอสูงสุดก่อนลงปูนซ่อม | แนวทางวางแผน |
|---|---|---|
| +5 °C | 6 ชั่วโมง | อากาศเย็นมีเวลารอนานกว่า แต่การเซ็ตตัวช้าลง |
| +10 °C | 5 ชั่วโมง | ควบคุมฝุ่นและน้ำระหว่างรอให้ดี |
| +20 °C | 2 ชั่วโมง | ใช้เป็นค่ากลางสำหรับวางแผนทีมผสมและทีมฉาบ |
| +30 °C | 1 ชั่วโมง | หน้างานไทยควรเตรียมปูนซ่อมให้พร้อมก่อนเริ่มทา primer |
ข้อควรระวังที่ควรแจ้งทีมช่างก่อนเริ่มงาน
สเปคของ SikaTop Armatec 110 EpoCem จะเกิดผลจริงเมื่อทำงานตามขั้นตอนเท่านั้น ปัญหาที่ทำให้งานซ่อมล้มเหลวมักมาจากการเตรียมผิวไม่พอ ทาทับสนิมหลวม เติมน้ำในวัสดุ ทาบางเกินไป หรือปล่อยให้ฝนและฝุ่นปนเปื้อนก่อนลงปูนซ่อม ดังนั้นควรทำ method statement สั้น ๆ ให้ทีมช่างเข้าใจลำดับงานก่อนเริ่มจริง
ต้องขัดหรือพ่นทำความสะอาดให้ถึงผิวเหล็กที่มั่นคงก่อน
การเติมน้ำทำให้สัดส่วนระบบผิดและลดคุณสมบัติที่ออกแบบไว้
เมื่อใช้เป็น primer ต้องลงปูนซ่อมภายในเวลารอสูงสุดตามอุณหภูมิ
สภาพอากาศรุนแรงทำให้เวลาทำงานและคุณภาพผิวเปลี่ยนได้
ทำความสะอาดด้วยน้ำขณะวัสดุยังสด วัสดุแข็งแล้วต้องกำจัดเชิงกล
เตรียมถุงมือ แว่นตา และการระบายอากาศให้เหมาะกับพื้นที่ทำงาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปค อัตราการใช้ วิธีผสม วิธีทา เวลาเปิดทับ และข้อควรระวังอ้างอิงจาก Product Data Sheet ฉบับ November 2023 Version 03.03 และหน้า SikaTop® Armatec®-110 EpoCem® บน Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินหน้างานจริงก่อนใช้งานทุกครั้ง
สรุป: เลือกใช้ให้ถูกจุด งานซ่อมคอนกรีตจะมั่นใจกว่าเดิม
ถ้าหน้างานมีคอนกรีตแตกร่อน เหล็กเสริมโผล่ เหล็กเริ่มเป็นสนิม หรือมีการลงปูนซ่อมใหม่บนผิวคอนกรีตเดิม SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เป็นวัสดุที่ควรอยู่ในรายการพิจารณา เพราะช่วยทำหน้าที่สำคัญสองด้านพร้อมกัน คือเป็นชั้นประสานการยึดเกาะและเป็นชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริม สเปคของสินค้า เช่น EN 1504-7, แรงยึดเกาะ ≥1.5 MPa, อัตราใช้สำหรับเหล็กประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น และ pot life ประมาณ 3 ชั่วโมง ช่วยให้วางแผนงานซ่อมได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม งานซ่อมที่ดีไม่ได้จบที่การเลือกสินค้าเพียงตัวเดียว ต้องสกัดคอนกรีตเสียหายออกให้ถึงเนื้อแข็งแรง ทำความสะอาดเหล็กให้ถูกระดับ ผสมตามสัดส่วน ไม่เติมน้ำ ทาให้ได้ความหนา และลงปูนซ่อมภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อลำดับเหล่านี้ถูกต้อง SikaTop Armatec 110 EpoCem จะช่วยให้ระบบซ่อมคอนกรีตมีโอกาสทนทานและลดความเสี่ยงซ่อมซ้ำได้ดีกว่างานปิดผิวแบบรีบจบ
คำถามที่พบบ่อย
SikaTop Armatec 110 EpoCem เหมาะกับงานซ่อมอะไรที่สุด?
เหมาะกับงานซ่อมคอนกรีตที่มีเหล็กเสริมโผล่หรือเสี่ยงสนิม และงานที่ต้องลงปูนซ่อมใหม่บนคอนกรีตเดิม เช่น เสา คาน พื้น ระเบียง ผนัง ลานจอดรถ และโครงสร้างที่ต้องการระบบ bonding primer กับชั้นป้องกันสนิมเหล็กเสริม
เป็นปูนซ่อมคอนกรีตโดยตรงหรือไม่?
ไม่ใช่ปูนซ่อมสำหรับเติมเนื้อคอนกรีตโดยตรง แต่เป็นวัสดุชั้นกลาง ใช้เป็น bonding primer และชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริม ก่อนลงปูนซ่อม เช่นกลุ่ม Sika MonoTop® ที่เหมาะกับลักษณะงาน
ต้องทากี่ชั้นเมื่อนำไปกันสนิมเหล็กเสริม?
เอกสารระบุให้ทาประมาณ 1 มม. ต่อชั้น และรวมขั้นต่ำ 2 ชั้น หรือประมาณ 2 มม. โดยอัตราใช้ประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น ขึ้นกับพื้นที่ผิวเหล็กและรายละเอียดหน้างาน
ใช้เป็น bonding primer ต้องลงปูนซ่อมเมื่อไร?
ควรลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในเวลารอสูงสุดตามอุณหภูมิ เช่น +20 °C ประมาณ 2 ชั่วโมง และ +30 °C ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควรเตรียมปูนซ่อมและทีมงานให้พร้อมก่อนเริ่มทา
ผสมแล้วต้องเติมน้ำไหม?
ไม่ต้องเติมน้ำ และไม่ควรเติมน้ำ ให้ผสมส่วน A และ B ก่อนประมาณ 30 วินาที จากนั้นค่อยเติมผงส่วน C ผสมรวมอย่างน้อย 3 นาที แล้วพัก 5-10 นาทีจนได้เนื้อที่ทาได้
ใช้กับงานริมทะเลหรือพื้นที่คลอไรด์สูงได้ไหม?
ใช้พิจารณาได้ เพราะสินค้ามีความต้านทานน้ำและการซึมผ่านคลอไรด์ดี แต่ควรออกแบบระบบซ่อมและระบบป้องกันผิวร่วมกัน รวมถึงประเมินคลอไรด์สะสมและสภาพเหล็กเสริมก่อนซ่อม
ถ้าเหล็กเสริมผุมาก ทาแล้วจบไหม?
ไม่ควรสรุปว่าจบ หากเหล็กเสริมสูญเสียหน้าตัดมากหรือเป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก ต้องให้วิศวกรประเมินการเสริมกำลังหรือเปลี่ยนเหล็ก เพราะวัสดุเคลือบช่วยป้องกันและประสานระบบซ่อม แต่ไม่ได้คืนหน้าตัดเหล็กที่หายไป
ใช้กลางแดดหรือฝนได้ไหม?
ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานกลางแดดจัด ลมแรง หรือฝน วัสดุสดต้องได้รับการป้องกันจากฝนและสิ่งปนเปื้อนจนกว่าจะลงปูนซ่อมหรือเซ็ตตัวเพียงพอ
ซื้อ SikaTop Armatec 110 EpoCem ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า SikaTop Armatec 110 EpoCem ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากหน้างานจริง
