GY Asia ขายส่งราคาโรงงานจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง Sika · Lanko

หน้าแรก / เทคนิคงานก่อสร้าง / กาวยาแนวรอยต่อ / Sikaflex PRO-3 คืออะไร? ยาแนว PU สำหรับพื้นโรงงาน คลีนรูม โรงงานอาหาร และปั๊มน้ำมัน

กาวยาแนวรอยต่อ

Sikaflex PRO-3 คืออะไร? ยาแนว PU สำหรับพื้นโรงงาน คลีนรูม โรงงานอาหาร และปั๊มน้ำมัน

PU SEALANT FOR FLOOR JOINTS

ถ้าหน้างานเป็นรอยต่อพื้นโรงงาน โกดัง ลานจอดรถ พื้นจราจร หรือพื้นที่ที่มีน้ำ สารเคมี และแรงกระแทก คำถามว่า ยาแนว PU ยี่ห้อไหนดี ไม่ควรตอบจากราคาอย่างเดียว แต่ต้องดูความยืดหยุ่น การยึดเกาะ ความทนทาน และข้อมูลเทคนิคที่ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Sikaflex® PRO-3 ถูกเลือกใช้ในงานพื้นจริงจำนวนมาก

กาวยาแนว PU 1 ส่วน รองรับการเคลื่อนตัว ±35% ทนแรงทางกลและสารเคมี บรรจุ 600 มล.
±35%รองรับการเคลื่อนตัวตาม ASTM C 719
3.5 มม.อัตราบ่มโดยประมาณต่อ 24 ชม.
-40 ถึง +70°Cช่วงอุณหภูมิการใช้งานหลังบ่ม
Sikaflex PRO-3 กาวยาแนว PU สำหรับงานพื้น

Sikaflex® PRO-3

กาวยาแนวชนิดโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว สำหรับรอยต่อพื้นและงานวิศวกรรมโยธา ใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เหมาะกับพื้นอาคาร พื้นจราจร ลานจอดรถ โกดัง พื้นบริเวณผลิต โรงบำบัดน้ำเสีย อุโมงค์ ห้องปลอดเชื้อ และอุตสาหกรรมอาหารเมื่อออกแบบระบบรอยต่อถูกต้อง

Quick Answer: Sikaflex PRO-3 เหมาะกับงานแบบไหน?

คำตอบสั้น

ถ้างานเป็นรอยต่อพื้นอุตสาหกรรม โกดัง ลานจอดรถ พื้นจราจร หรือพื้นที่ที่ต้องการความทนทานมากกว่างานยาแนวทั่วไป Sikaflex® PRO-3 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าใช้มาก เพราะเป็นกาวยาแนว PU ส่วนประกอบเดียว ใช้งานพร้อมยิง มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการเคลื่อนตัวได้ถึง ±35% ตาม ASTM C 719 ทนแรงทางกล ทนสารเคมี และบ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ

เหตุผลที่ช่างจำนวนมากเลือก Sikaflex PRO-3 ไม่ใช่เพราะชื่อแบรนด์อย่างเดียว แต่เพราะเอกสารเทคนิคให้ข้อมูลครบ ตั้งแต่ชนิดเคมี ความหนาแน่น ความแข็ง Shore A อัตราบ่ม เวลาแต่งผิว การเตรียมพื้นผิว primer ที่ควรใช้ ไปจนถึงข้อจำกัด เช่น ไม่เหมาะกับสระว่ายน้ำ และไม่ควรใช้บนพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ หรือวัสดุที่มีน้ำมัน/พลาสติไซเซอร์/ตัวทำละลายที่อาจกระทบกาวยาแนว

ถ้าพูดแบบภาษาหน้างาน: งานรอยต่อพื้นไม่ได้ต้องการแค่กาวที่ “ยิงติด” แต่ต้องการกาวที่รับการขยายตัว-หดตัวของพื้นได้ ยึดเกาะกับขอบรอยต่อได้ดี ไม่ยุบตัวง่าย และคงประสิทธิภาพเมื่อเจอสภาพใช้งานหนัก Sikaflex PRO-3 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความมั่นใจมากกว่างานอุดรอยต่อทั่วไป

ทำไมงานพื้นควรใช้ยาแนว PU ไม่ใช่ยาแนวทั่วไป?

รอยต่อพื้นคอนกรีตเป็นจุดที่ต้องรับการเคลื่อนตัวตลอดเวลา ทั้งจากอุณหภูมิ การหดตัวของคอนกรีต แรงสั่นสะเทือน รถเข็น รถโฟล์คลิฟท์ การล้างพื้น และแรงกระแทกจากการใช้งาน หากใช้วัสดุที่แข็งเกินไป รอยต่ออาจแตกข้างหรือหลุดจากขอบร่อง หากใช้วัสดุนิ่มและไม่ทนพอ ผิวกาวจะเสียรูป ฉีกขาด หรือเป็นร่องสะสมสิ่งสกปรกได้ง่าย

ยาแนว PU หรือ polyurethane sealant จึงเหมาะกับงานรอยต่อพื้นมากกว่าวัสดุอุดทั่วไป เพราะให้สมดุลระหว่างความยืดหยุ่นและความแข็งแรง สามารถรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อ พร้อมยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีเมื่อเตรียมผิวถูกต้อง จุดนี้สำคัญมากในงานโรงงานอาหาร ห้องปลอดเชื้อ โรงบำบัดน้ำเสีย อุโมงค์ พื้นโกดัง และลานจอดรถ ซึ่งรอยต่อไม่ได้มีหน้าที่แค่ปิดช่องว่าง แต่มีผลต่อความปลอดภัย ความสะอาด และอายุการใช้งานของพื้นทั้งระบบ

ยืดหยุ่นรับการขยับ

เหมาะกับรอยต่อที่ขยายและหดตัว ไม่ทำให้ขอบคอนกรีตแตกง่ายเมื่อออกแบบร่องถูกต้อง

ทนสภาพใช้งานหนัก

ตอบโจทย์พื้นจราจร โกดัง พื้นผลิต และพื้นที่ที่มีแรงกดหรือแรงเสียดสีมากกว่างานบ้านทั่วไป

ดูแลความสะอาดง่าย

รอยต่อที่เต็มร่องและเก็บผิวดีช่วยลดช่องสะสมฝุ่น น้ำ และคราบสกปรกในพื้นที่ใช้งานจริง

ทำไม Sikaflex PRO-3 ถึงครองใจช่างไทย?

จุดเด่นแรกคือ ความชัดเจนของสเปก Sikaflex PRO-3 ระบุว่าเป็นกาวยาแนวโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว ใช้เทคโนโลยี i-Cure® มีคุณสมบัติยืดหยุ่น เหมาะกับรอยต่อหลายประเภทในงานพื้นและงานโยธา มีคุณสมบัติกันน้ำซึม ทนแรงทางกล ทนสารเคมี และยังคงความยืดหยุ่นในช่วงอุณหภูมิต่างกันได้ดี

จุดเด่นที่สองคือ เหมาะกับงานที่ช่างเจอบ่อย ไม่ว่าจะเป็นพื้นอาคาร พื้นทางเดิน พื้นจราจร ลานจอดรถ พื้นโกดังสินค้า พื้นบริเวณผลิต ห้องปลอดเชื้อ โรงบำบัดน้ำเสีย และอุโมงค์ งานเหล่านี้มักมีโจทย์ร่วมกันคือรอยต่อต้องรับการขยับ รับการทำความสะอาด และต้องไม่พังง่ายเมื่อใช้งานจริง

จุดเด่นที่สามคือ ความน่าเชื่อถือด้านมาตรฐาน เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุการรับรองหลายรายการ เช่น EN 15651-4 สำหรับกาวยาแนวรอยต่อพื้น, EN 14188-2 สำหรับกาวยาแนวรอยต่อชนิดเย็น, ISO 11600 F-class 25 HM, ASTM C920 Class 35 รวมถึงรายงานความต้านทานสารเคมีและการทดสอบด้านน้ำ/น้ำเค็ม ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้รับเหมาและวิศวกรคุยกันได้บนตัวเลข ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

มุมมองจากหน้างาน: ช่างไทยมักชอบสินค้าที่ “รู้วิธีใช้แล้วจบงานได้มั่นใจ” Sikaflex PRO-3 ตอบโจทย์นี้เพราะเป็นหลอดนิ่ม 600 มล. พร้อมยิง ไม่ต้องผสมสองส่วน และมีแนวทางเตรียมผิวชัดเจนทั้งพื้นผิวมีรูพรุนและไม่มีรูพรุน

สเปกสำคัญของ Sikaflex PRO-3 ที่ควรรู้ก่อนซื้อ

หัวข้อข้อมูลโดยสรุปความหมายต่อหน้างาน
ชนิดผลิตภัณฑ์กาวยาแนวโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้งาน ลดความเสี่ยงผสมผิดอัตราส่วน
บรรจุภัณฑ์หลอดนิ่ม 600 มล. 20 หลอด/กล่องเหมาะกับงานยิงรอยต่อจำนวนมาก คุมปริมาณง่าย
สีสีเทาเข้ากับพื้นคอนกรีตและพื้นอุตสาหกรรมส่วนใหญ่
ความหนาแน่นประมาณ 1.35 กก./ลิตรใช้ประเมินน้ำหนักวัสดุและลักษณะเนื้อกาว
Shore Aประมาณ 37 ที่อายุ 28 วันสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นและความทนต่อการใช้งานพื้น
อัตราการหดตัวกลับประมาณ 90%ช่วยให้รอยต่อคืนตัวเมื่อมีการเคลื่อนตัว
การยืดตัวจนขาดประมาณ 600%รองรับการยืดตัวสูงกว่างานยาแนวทั่วไป
รองรับการเคลื่อนตัว±25% ตาม ISO 9047 และ ±35% ตาม ASTM C 719เหมาะกับรอยต่อที่มีการขยายและหดตัวชัดเจน
อุณหภูมิการใช้งาน-40°C ถึง +70°Cรับสภาพแวดล้อมได้กว้างหลังวัสดุบ่มตัว
อัตราการบ่มประมาณ 3.5 มม./24 ชม. ที่ +23°C และ RH 50%ต้องวางแผนเปิดใช้งานตามความลึกจริงของรอยต่อ
เวลาแข็งตัว/แต่งผิวเวลาแข็งตัวประมาณ 60 นาที และเวลาแต่งผิวประมาณ 50 นาทีต้องยิงและปาดแต่งผิวในช่วงเวลาที่เหมาะสม

สเปกเหล่านี้ช่วยให้เลือกสินค้าได้แม่นขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องส่งมอบให้เจ้าของโครงการ วิศวกร หรือฝ่ายซ่อมบำรุง เพราะสามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือก Sikaflex PRO-3 แทนยาแนวทั่วไป เช่น ต้องการรองรับการเคลื่อนตัว ต้องการรอยต่อที่ทนแรง ต้องการวัสดุที่มีข้อมูลสารเคมีและมาตรฐานรองรับ หรือหน้างานมีเงื่อนไขเรื่องการปล่อยสารระเหยต่ำ

Sikaflex PRO-3 เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikaflex PRO-3 ถูกออกแบบมาสำหรับรอยต่อในแนวตั้งและแนวนอน ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เมื่อออกแบบร่องและเตรียมผิวถูกต้อง งานที่เหมาะมากคือพื้นที่ที่มีการสัญจรหรือรับแรงมากกว่าพื้นบ้านทั่วไป เช่น พื้นทางเดิน พื้นจราจร ลานจอดรถ พื้นโกดังสินค้า และพื้นบริเวณส่วนผลิต

ประเภทงานเหมาะไหมเหตุผลสิ่งที่ต้องเช็ก
พื้นโกดังและคลังสินค้าเหมาะมากต้องรับรถเข็น แรงกด และการทำความสะอาดเป็นประจำความกว้าง-ลึกร่องและ backing rod
ลานจอดรถและพื้นจราจรเหมาะต้องการยาแนวที่ยืดหยุ่นและทนแรงทางกลการออกแบบรอยต่อและช่วงเวลาบ่มก่อนเปิดใช้
โรงงานอาหาร/ห้องปลอดเชื้อเหมาะเมื่อทำระบบถูกต้องต้องการรอยต่อที่เต็มร่อง ทำความสะอาดง่าย และปล่อยสารระเหยต่ำมาตรฐานพื้นที่จริงและระบบทำความสะอาด
โรงบำบัดน้ำเสียควรประเมินระบบผลิตภัณฑ์ถูกระบุในกลุ่มงานที่ใช้งานได้ แต่สภาพสารเคมีต้องดูเฉพาะกรณีชนิดน้ำเสีย สารเคมี และระยะสัมผัส
อุโมงค์และงานโยธาเหมาะต้องการความยืดหยุ่นและความทนทานระยะยาวการสัมผัสน้ำและข้อกำหนดโครงการ
สระว่ายน้ำไม่แนะนำเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุไม่ให้ใช้ในสระว่ายน้ำและบริเวณรอบสระเลือกวัสดุเฉพาะระบบสระแทน

ออกแบบร่องและคำนวณปริมาณอย่างไรให้ไม่พลาด?

ยาแนว PU จะทำงานได้ดีเมื่อร่องถูกออกแบบให้เหมาะกับการเคลื่อนตัวของพื้น เอกสารของ Sikaflex PRO-3 ระบุว่าความกว้างรอยต่อควรมากกว่า 10 มม. และไม่เกิน 40 มม. โดยอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1:0.8 ทั้งนี้อาจมีข้อยกเว้นตามตารางออกแบบและสภาพหน้างานจริง

ตัวอย่างแนวทางสำหรับรอยต่อภายใน: ระยะรอยต่อ 2-6 เมตรมักใช้ความกว้างขั้นต่ำ 10 มม. และความลึกขั้นต่ำ 10 มม.; ระยะ 8 เมตรใช้กว้างประมาณ 15 มม. ลึก 12 มม.; ระยะ 10 เมตรใช้กว้างประมาณ 18 มม. ลึก 15 มม. ส่วนงานภายนอกที่เจออุณหภูมิและสภาพแวดล้อมหนักกว่า มักต้องเพิ่มขนาด เช่น ระยะ 6 เมตรใช้กว้างประมาณ 20 มม. ลึก 17 มม. และระยะ 10 เมตรใช้กว้างประมาณ 35 มม. ลึก 28 มม.

อย่าประหยัดด้วยการยิงตื้นเกินไป: ถ้าร่องลึกเกินควรใช้วัสดุเสริมร่องประเภทโฟมโพลีเอทีลีน หรือ backing rod เพื่อควบคุมความลึกและช่วยให้กาวทำงานแบบยืดหยุ่นได้ถูกต้อง ไม่ควรปล่อยให้กาวยึดติดสามด้านแบบผิดหลัก เพราะจะลดความสามารถในการเคลื่อนตัวของรอยต่อ

ขนาดรอยต่อความยาวโดยประมาณต่อ 300 มล.ความหมายเมื่อใช้หลอด 600 มล.
กว้าง 10 มม. ลึก 10 มม.ประมาณ 6 เมตรประมาณ 12 เมตรต่อหลอด 600 มล.
กว้าง 15 มม. ลึก 12 มม.ประมาณ 3.3 เมตรประมาณ 6.6 เมตรต่อหลอด 600 มล.
กว้าง 20 มม. ลึก 16 มม.ประมาณ 1.9 เมตรประมาณ 3.8 เมตรต่อหลอด 600 มล.
กว้าง 25 มม. ลึก 20 มม.ประมาณ 1.2 เมตรประมาณ 2.4 เมตรต่อหลอด 600 มล.
กว้าง 30 มม. ลึก 24 มม.ประมาณ 0.8 เมตรประมาณ 1.6 เมตรต่อหลอด 600 มล.

ตารางนี้ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ แต่หน้างานจริงควรเผื่อสูญเสียจากการปาดแต่ง ร่องไม่สม่ำเสมอ และการตัดจุกยิงกาว หากเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ควรวัดร่องจริงหลายจุดก่อนสั่งสินค้า เพื่อไม่ให้ของขาดกลางงานหรือเหลือมากเกินจำเป็น

วิธีใช้ Sikaflex PRO-3 ให้รอยต่อเต็ม สวย และทน

ขั้นตอนสำคัญเริ่มจากการเตรียมพื้นผิว ร่องที่จะยาแนวต้องสะอาด แห้ง แน่น และปราศจากคราบน้ำมัน จาระบี ฝุ่น เศษปูน หรือวัสดุหลุดร่อน หากรอยต่อบิ่นหรือแตกควรซ่อมก่อน ถ้าตัดร่องใหม่ต้องล้างเศษปูนออกและปล่อยให้แห้งก่อนลงน้ำยากระตุ้นผิว primer หรือกาวยาแนว

  1. ทำความสะอาดร่อง: ใช้แปรงลวด เครื่องเจีย พ่นขัด หรือเครื่องมือที่เหมาะสม เอาฝุ่นและเศษหลุดร่อนออกให้หมด
  2. ติดกระดาษกาวสองข้าง: ช่วยให้เส้นยาแนวเรียบร้อยและควบคุมขอบงานง่าย แกะออกขณะที่กาวยังไม่แห้ง
  3. ใส่ backing rod: อัดโฟมเสริมร่องให้ได้ความลึกตามออกแบบ เพื่อควบคุมปริมาณและรูปทรงของกาว
  4. เลือก primer ตามพื้นผิว: พื้นผิวคอนกรีต ปูนฉาบ มอร์ต้า หรืออิฐก่อปูนฉาบ ให้พิจารณา Sika® Primer-3 N หรือ Sika® Primer-210 ตามคำแนะนำ ส่วนโลหะหรือพื้นผิวไม่มีรูพรุนบางชนิดอาจต้องใช้ Sika® Aktivator-205 หรือ primer เฉพาะ
  5. ยิงกาวให้เต็มร่อง: ตัดปลายหลอด บรรจุลงกระบอกปืน ยิงต่อเนื่องให้เต็มร่องสม่ำเสมอ ระวังไม่ให้เกิดโพรงอากาศ
  6. ปาดแต่งทันที: กดกาวให้แนบขอบร่องและแต่งผิวให้เรียบ ใช้น้ำยาที่เข้ากันได้ เช่น Sika® Tooling Agent N หรือใช้น้ำตามคำแนะนำ ไม่ควรใช้น้ำยาที่มีตัวทำละลายเพื่อเก็บงาน

ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามให้ Sikaflex PRO-3 ที่ยังไม่แห้งสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้การบ่มตัวไม่สมบูรณ์ ห้ามใช้บนพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลาย และควรทดสอบก่อนใช้กับหินธรรมชาติ หินเทียม หรือหินสังเคราะห์

หลังใช้งานควรทำความสะอาดเครื่องมือทันทีด้วย Sika® Remover-208 หรือทำความสะอาดผิวด้วย Sika® Cleaning Wipes-100 ตามความเหมาะสม หากกาวแข็งตัวแล้วมักต้องกำจัดด้วยวิธีทางกลเท่านั้น การวางแผนทำความสะอาดตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจึงช่วยประหยัดเวลาได้มาก

ปัญหารอยต่อพื้นในห้องคลีนรูมที่มักถูกมองข้าม

คลีนรูมเป็นพื้นที่ที่ความสะอาดของพื้นสัมพันธ์กับการควบคุมฝุ่นและกระบวนการทำงานโดยตรง โดยเฉพาะโรงงานอาหาร ยา เครื่องสำอาง อิเล็กทรอนิกส์ ห้องแล็บ หรือพื้นที่ผลิตที่ต้องควบคุมอนุภาคในอากาศ พื้นอาจถูกทำความสะอาดด้วยน้ำยาซ้ำ ๆ มีล้อรถเข็นผ่านทุกวัน และมีการเปลี่ยนอุณหภูมิหรือความชื้นตามระบบปรับอากาศ หากรอยต่อไม่ยืดหยุ่นพอ วัสดุจะเริ่มแยกจากขอบหรือฉีกตรงกลาง

รอยต่อที่เสียในคลีนรูมสร้างปัญหา 3 แบบพร้อมกัน: หนึ่งคือกลายเป็นร่องสะสมฝุ่นและความชื้น สองคือทำให้การล้างหรือเช็ดพื้นไม่ต่อเนื่องเพราะผิวไม่เรียบ และสามคือเพิ่มความเสี่ยงต่อการซ่อมระหว่างช่วงผลิต ซึ่งมักแพงกว่าการติดตั้งให้ถูกตั้งแต่แรกมาก เพราะต้องปิดพื้นที่ ควบคุมฝุ่นจากงานเจีย/รื้อ และรอวัสดุบ่มก่อนกลับมาใช้งาน

ฝุ่นและเศษวัสดุ

รอยต่อที่แตกหรือหลุดร่อนอาจสร้างอนุภาคและทำให้ทำความสะอาดได้ไม่หมด

น้ำยาและความชื้น

พื้นที่ล้างบ่อยต้องการยาแนวที่กันน้ำและทนสารเคมีตามเงื่อนไขใช้งานจริง

แรงล้อซ้ำ

รถเข็นและอุปกรณ์ขนถ่ายทำให้ขอบรอยต่อรับแรงกดและแรงเฉือนต่อเนื่อง

ดังนั้นการรีวิววัสดุสำหรับคลีนรูมจึงไม่ควรถามแค่ว่า “อุดร่องได้ไหม” แต่ควรถามว่าอุดแล้วร่องยังรับ movement ได้ไหม ผิวกาวยุบตัวหรือเป็นโพรงไหม ปล่อยสารระเหยต่ำหรือไม่ ทำความสะอาดแล้วทนหรือไม่ และมีข้อมูลทางเทคนิคพอให้ทีม QA/QC ใช้ประกอบการอนุมัติหรือไม่

ปัญหารอยต่อพื้นในโรงงานอาหารที่มักทำให้ซ่อมซ้ำ

พื้นโรงงานอาหารเป็นพื้นที่ที่สภาพใช้งานซับซ้อนกว่าพื้นอาคารทั่วไป เพราะมีทั้งความชื้นจากการล้างพื้น อุณหภูมิเปลี่ยนจากกระบวนการผลิต การใช้น้ำยาทำความสะอาด การสัญจรซ้ำของล้อ และข้อกำหนดด้านสุขอนามัย หากรอยต่อพื้นไม่เรียบร้อยหรือมีช่องว่าง จะกลายเป็นจุดที่ทำความสะอาดยากและตรวจสอบยากในระยะยาว

รอยต่อเปิดและสะสมคราบ

เมื่อยาแนวหลุดจากขอบร่อง น้ำและเศษสิ่งสกปรกอาจค้างอยู่ด้านใน ทำให้การล้างพื้นไม่จบจริง

แรงล้อและแรงกระแทก

พื้นที่ผลิตและโกดังต้องรับรถเข็นหรือแฮนด์พาเลท รอยต่อจึงต้องทนแรงทางกลและไม่ฉีกง่าย

พื้นต้องพร้อมทำความสะอาด

รอยต่อที่เต็มร่องและปาดผิวเรียบช่วยลดขอบสะดุด ลดจุดค้างน้ำ และทำให้ตรวจสอบหน้างานง่ายขึ้น

หลายหน้างานซ่อมรอยต่อซ้ำเพราะมองรอยต่อเป็นแค่งานอุดร่อง แต่ในความจริงรอยต่อเป็นระบบที่ต้องทำงานร่วมกับคอนกรีตเดิม ความกว้างร่อง ความลึกร่อง โฟมเสริมร่อง primer และเวลาบ่ม หากละขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แม้ใช้สินค้าดี รอยต่อก็ยังอาจหลุด ฉีก หรือมีผิวไม่เรียบได้

ทำไมผู้รับเหมาถึงเลือก Sikaflex PRO-3 ในงานพื้นโกดังและคลังสินค้า?

เหตุผลแรกคือผลิตภัณฑ์ถูกระบุการใช้งานกับงานพื้นอย่างตรงตัว เอกสารผลิตภัณฑ์บอกว่า Sikaflex PRO-3 ใช้ยาแนวรอยต่อแนวตั้งและแนวนอน ทั้งภายในและภายนอกอาคาร และยกตัวอย่างพื้นที่ใช้งาน เช่น พื้นอาคาร พื้นสำหรับทางเดินและพื้นจราจร ลานจอดรถ พื้นโกดังสินค้า และพื้นบริเวณส่วนผลิต ซึ่งตรงกับหน้างานที่ผู้รับเหมาพบในโครงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

เหตุผลที่สองคือความยืดหยุ่นและการคืนตัว เอกสารระบุอัตราการยืดตัวจนขาดประมาณ 600% อัตราการหดตัวกลับประมาณ 90% และรองรับการเคลื่อนตัว ±25% ตาม ISO 9047 หรือ ±35% ตาม ASTM C 719 ข้อมูลชุดนี้สำคัญมากกับรอยต่อพื้นคอนกรีต เพราะรอยต่อไม่ได้อยู่นิ่ง แต่ต้องรับการขยายตัว หดตัว และการเคลื่อนตัวซ้ำ ๆ ตลอดอายุการใช้งาน

เหตุผลที่สามคือทนแรงทางกลและสารเคมีได้ดีตามคุณลักษณะผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีรายงานการต้านทานสารเคมีตาม DIN EN 14187 และข้อมูลการต้านทานน้ำกับน้ำเค็มจากการทดสอบประสิทธิภาพ EN 15651-4 สำหรับโกดังที่มีรถเข็น พื้นที่ผลิต หรือพื้นที่ที่อาจเจอน้ำและคราบจากการทำงาน การเลือกยาแนวที่มีข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการซ่อมซ้ำ

เหมาะกับพื้นใช้งานจริง

ระบุการใช้งานกับพื้นโกดัง พื้นจราจร ลานจอดรถ และพื้นที่ผลิต

ยืดหยุ่นและคืนตัว

รองรับการเคลื่อนตัวสูง มี elongation และ elastic recovery ตามเอกสาร

วางแผนงานง่าย

มีตัวเลขการบ่ม เวลาแต่งผิว อุณหภูมิใช้งาน และขนาดรอยต่อชัดเจน

ความปลอดภัยจาก SDS: ใช้งานอย่างไรให้เหมาะกับทีมหน้างาน

เอกสารข้อมูลความปลอดภัยของ Sikaflex PRO-3 ระบุการจำแนก GHS ด้านการทำให้ไวต่อการกระตุ้นอาการแพ้ต่อผิวหนัง ประเภทย่อย 1 พร้อมคำสัญญาณ “ระวัง” และข้อความ H317 ว่าอาจทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนัง จึงควรจัดการเรื่องอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลและสุขอนามัยหน้างานให้ชัดก่อนเริ่มยิงกาว

ป้องกันผิวหนัง

สวมถุงมือป้องกันอันตราย และหลีกเลี่ยงไม่ให้สารเข้าตา โดนผิวหนัง หรือเสื้อผ้า

ควบคุมการหายใจ

หลีกเลี่ยงการสูดดมไอหรือหมอกละออง หากการระบายอากาศไม่เพียงพอให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ

สุขอนามัยหน้างาน

ห้ามรับประทานอาหาร ดื่ม หรือสูบบุหรี่ขณะใช้งาน และล้างมือก่อนพักหรือสิ้นสุดวันทำงาน

หากสัมผัสผิวหนัง SDS ระบุให้ล้างด้วยสบู่และน้ำปริมาณมาก หากเกิดการระคายเคืองหรือผื่นแดงให้รับคำแนะนำจากแพทย์ และซักเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ หากเข้าตาให้ถอดคอนแทคเลนส์ เปิดตาให้กว้างขณะล้าง และพบผู้เชี่ยวชาญหากยังระคายเคือง ส่วนการกำจัดของเสียและภาชนะควรส่งให้บริษัทจัดการของเสียที่มีใบอนุญาต และห้ามทำให้ทางน้ำหรือคูน้ำปนเปื้อนด้วยสารเคมีหรือภาชนะใช้แล้ว

มาตรฐานและรายงานทดสอบที่ช่วยยืนยันงานพื้นปั๊มน้ำมัน

จุดที่ทำให้ Sikaflex PRO-3 น่าใช้กับรอยต่อพื้นปั๊มน้ำมันมากขึ้น คือข้อมูลจากหน้า Sika Thailand ที่ระบุการรับรองและรายงานทดสอบหลายชุด ไม่ใช่เพียงคำอธิบายเชิงการตลาด โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องความต้านทานสารเคมีและความต้านทานต่อน้ำมันดีเซล ซึ่งเกี่ยวข้องกับโจทย์พื้นลานเติมน้ำมันโดยตรง

ข้อมูลจาก Sika Thailandรายละเอียดความหมายกับงานปั๊มน้ำมัน
DIN EN 14187ต้านทานต่อสารเคมี ตามรายงาน SKZ เลขที่ 127980/17-IVช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ประเด็นยาแนวทนสารเคมี ไม่ใช่กล่าวอ้างลอย ๆ
DIBtต้านทานต่อน้ำมันดีเซลและเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น ตามรายงาน SKZ เลขที่ 94931/11-Vเป็นข้อมูลสำคัญเมื่อต้องเลือกยาแนวสำหรับพื้นที่เสี่ยงคราบน้ำมันและเชื้อเพลิง
EN 15651-4กาวยาแนวรอยต่อพื้นอาคารและพื้นทางเดิน หมวด PW EXT-INT CC 25 HMยืนยันว่าเป็นกลุ่มวัสดุยาแนวสำหรับพื้นทั้งภายในและภายนอก
EN 14188-2กาวยาแนวรอยต่อชนิดเย็นสอดคล้องกับงานซ่อมรอยต่อที่ต้องใช้วัสดุยิงยาแนวหน้างาน
ASTM C920 Class 35กาวยาแนวรอยต่อที่มีความยืดหยุ่น Class 35ช่วยอธิบายความสามารถในการรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อพื้น
LEED V4 EQc2 / GEV-Emicode EC1PLUSข้อมูลด้านการปล่อยสารระเหยต่ำเป็นประโยชน์เมื่องานอยู่ใกล้พื้นที่บริการหรืออาคารประกอบภายในสถานี

อ่านให้ถูกเงื่อนไข: รายงานทดสอบช่วยยืนยันศักยภาพของวัสดุ แต่หน้างานจริงยังต้องดูชนิดน้ำมันหรือสารเคมี ระยะเวลาสัมผัส การแช่ขัง การทำความสะอาด และสภาพรอยต่อ หากมีสารเฉพาะหรือข้อกำหนดโครงการ ควรให้ทีมเทคนิคประเมินก่อนเริ่มงาน

น้ำมัน สารเคมี และข้อควรระวังสำหรับพื้นปั๊มน้ำมัน

หน้า Sika Thailand ระบุทั้งรายงานต้านทานสารเคมีตาม DIN EN 14187 และรายงานต้านทานต่อน้ำมันดีเซลกับเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นตามแนวทาง DIBt จึงช่วยให้บทความเรื่องพื้นปั๊มน้ำมันมีหลักฐานทางเทคนิคแน่นขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นปั๊มน้ำมันยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนก่อนติดตั้งและหลังติดตั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงซ่อมคืออย่าให้คราบน้ำมัน จาระบี หรือตัวทำละลายเหลืออยู่บนขอบร่อง เพราะสารเหล่านี้ทำให้กาวยึดเกาะกับคอนกรีตได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้รอยต่อหลุดก่อนอายุใช้งานที่ควรเป็น

คราบน้ำมันในร่อง

ต้องกำจัดออกก่อนยิงกาว เพราะเอกสารกำหนดว่าพื้นผิวต้องปราศจากน้ำมันและจาระบี

น้ำล้างพื้น

พื้นผิวต้องแห้งก่อนใช้งาน และอุณหภูมิพื้นผิวต้องสูงกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้างอย่างน้อย +3°C

สารเคมีใช้งานจริง

ใช้ข้อมูลรายงานทดสอบเป็นกรอบเลือกวัสดุ แต่ควรประเมินชนิดสาร ระยะเวลาสัมผัส และการแช่ขังจริงของโครงการ

ข้อจำกัดจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานปั๊มน้ำมันคือห้ามใช้บนพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่ เพราะอาจทำให้ยาแนวเสียหาย นอกจากนี้ขณะที่วัสดุยังไม่แห้ง ห้ามให้สัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้ปฏิกิริยาการแห้งตัวไม่สมบูรณ์

ห้ามมองข้ามการเตรียมผิว: ในงานพื้นปั๊มน้ำมัน ปัญหาที่เจอบ่อยไม่ใช่แค่วัสดุไม่ทน แต่เป็นการยิงบนร่องที่ยังมีคราบน้ำมัน ฝุ่น ความชื้น หรือขอบคอนกรีตหลวม การใช้ primer ไม่ได้แทนการทำความสะอาดผิว หากพื้นผิวไม่พร้อม ควรแก้ก่อนเริ่มยิงกาวทุกครั้ง

สรุป: ถ้าต้องการยาแนว PU สำหรับงานพื้นจริง Sikaflex PRO-3 คือคำตอบที่ควรอยู่ใน shortlist

คำถามว่า “ยาแนว PU ยี่ห้อไหนดี” ต้องตอบจากประเภทงานเป็นหลัก ถ้าเป็นงานรอยต่อผนังเบา งานอุดช่องทั่วไป หรือพื้นที่ไม่รับแรง อาจมีหลายตัวเลือกที่พอเหมาะ แต่ถ้าเป็นงานพื้นที่มีการเคลื่อนตัว มีแรงจราจร มีน้ำหรือสารเคมี และต้องการข้อมูลเทคนิคชัดเจน Sikaflex PRO-3 เป็นตัวเลือกที่แข็งแรงมากในกลุ่มยาแนว PU สำหรับงานพื้น

จุดที่ทำให้ Sikaflex PRO-3 เด่นคือเป็นกาวยาแนว PU ส่วนประกอบเดียว ใช้งานง่าย รองรับการเคลื่อนตัวสูง มีข้อมูลมาตรฐานรองรับ ทนแรงทางกลและสารเคมีได้ดี ใช้ได้กับพื้นที่อุตสาหกรรมหลายรูปแบบ และมีแนวทางเตรียมผิวชัดเจน จึงเหมาะกับช่าง ผู้รับเหมา และเจ้าของโครงการที่ต้องการลดความเสี่ยงงานรอยต่อเสียหายก่อนเวลา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สรุปจากเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ Sikaflex® PRO-3 ที่แนบมา และหน้าอย่างเป็นทางการของ Sikaflex® PRO-3 บน Sika Thailand ควรตรวจสอบสภาพหน้างานจริงก่อนเลือก primer ขนาดร่อง และกำหนดเวลาเปิดใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย

Sikaflex PRO-3 คืออะไร?

Sikaflex PRO-3 คือกาวยาแนวประเภทโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว สำหรับงานรอยต่อพื้นและงานโยธา ใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความทนทานสูง

ยาแนว PU ยี่ห้อไหนดีสำหรับพื้นโรงงาน?

สำหรับพื้นโรงงาน โกดัง ลานจอดรถ หรือพื้นจราจร ควรเลือกยาแนว PU ที่มีข้อมูลการรองรับการเคลื่อนตัว ความทนแรงทางกล ความทนสารเคมี และวิธีเตรียมผิวชัดเจน ซึ่ง Sikaflex PRO-3 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะกับงานกลุ่มนี้มาก

Sikaflex PRO-3 รองรับการเคลื่อนตัวได้เท่าไร?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุอัตรารองรับการเคลื่อนตัว ±25% ตาม ISO 9047 และ ±35% ตาม ASTM C 719 โดยต้องออกแบบร่อง ความลึก และ backing rod ให้ถูกต้องด้วย

Sikaflex PRO-3 ใช้กับรอยต่อกว้างเท่าไร?

เอกสารแนะนำให้ความกว้างรอยต่อมากกว่า 10 มม. และไม่เกิน 40 มม. โดยอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกโดยทั่วไปประมาณ 1:0.8 ทั้งนี้ต้องออกแบบตามระยะรอยต่อและสภาพหน้างานจริง

หนึ่งหลอด 600 มล. ใช้ได้กี่เมตร?

ขึ้นกับขนาดร่อง เช่น ร่อง 10 x 10 มม. ใช้ได้ประมาณ 12 เมตรต่อหลอด 600 มล.; ร่อง 20 x 16 มม. ใช้ได้ประมาณ 3.8 เมตรต่อหลอด 600 มล. ควรเผื่อสูญเสียจากการปาดแต่งและร่องไม่สม่ำเสมอ

Sikaflex PRO-3 ต้องใช้ primer ไหม?

หลายกรณีควรใช้ primer หรือ activator เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ โดยพื้นผิวคอนกรีต ปูนฉาบ มอร์ต้า หรืออิฐก่อปูนฉาบ มักพิจารณา Sika Primer-3 N หรือ Sika Primer-210 ส่วนพื้นผิวโลหะหรือไม่มีรูพรุนควรเลือกตามคำแนะนำของผู้ผลิต

Sikaflex PRO-3 ทาสีทับได้ไหม?

สามารถทาสีทับด้วยวัสดุเคลือบสีทั่วไปหลายชนิดได้ แต่ควรทดสอบความเข้ากันได้ก่อน และควรรอให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวเหมาะสม สีที่ไม่มีความยืดหยุ่นอาจแตกร้าวบนรอยต่อได้

Sikaflex PRO-3 ใช้กับสระว่ายน้ำได้ไหม?

ไม่แนะนำ เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุห้ามใช้ Sikaflex PRO-3 ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ ควรเลือกวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับระบบสระโดยเฉพาะ

Sikaflex PRO-3 ใช้กับห้องคลีนรูมได้ไหม?

ใช้ได้ในงานรอยต่อพื้นหลายกรณี เพราะหน้า Sika Thailand ระบุการใช้งานกับห้องปลอดเชื้อโดยตรง รวมถึงอุตสาหกรรมอาหาร พื้นทางเดิน พื้นจราจร และพื้นบริเวณส่วนผลิต แต่ต้องใช้งานตามตำแหน่งที่เหมาะสมและตรวจข้อกำหนดคลีนรูมของโรงงานก่อนเสมอ

Sikaflex PRO-3 ปล่อยสารระเหยต่ำจริงไหม?

ข้อมูล Sika ระบุว่าเป็นไปตาม LEED V4 EQc2 สำหรับวัสดุที่ปล่อยสารระเหยต่ำ และ GEV-Emicode EC1PLUS การจำแนกระดับการปล่อยสารระเหย จึงเหมาะกับการพิจารณาในพื้นที่ที่ต้องคุมกลิ่นและสารระเหย แต่ควรวางแผนระบายอากาศและรอการบ่มก่อนเปิดพื้นที่

รอยต่อพื้นคลีนรูมควรกว้างและลึกเท่าไร?

เอกสารระบุว่าความกว้างรอยต่อต้องมากกว่า 10 มม. และไม่เกิน 40 มม. โดยอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกประมาณ 1:0.8 ทั้งนี้ควรออกแบบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและ movement จริงของพื้นก่อนยาแนว

ต้องใส่โฟมเสริมร่องก่อนยิง Sikaflex PRO-3 หรือไม่?

ควรใส่โฟมประเภทโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกของกาวยาแนว ป้องกันการยึดติดสามด้าน และช่วยให้รอยต่อยืดหดได้ถูกต้องตามการออกแบบ

ต้องใช้ primer กับพื้นคอนกรีตในคลีนรูมไหม?

ขึ้นกับพื้นผิวและสภาพหน้างาน สำหรับพื้นผิวมีรูพรุน เช่น คอนกรีต ปูนฉาบ มอร์ต้า และอิฐก่อปูนฉาบ เอกสารแนะนำ Sika® Primer-3 N หรือ Sika® Primer-210 แล้วรออย่างน้อย 30 นาที แต่ไม่เกิน 8 ชั่วโมงก่อนยิงกาว

Sikaflex PRO-3 ทนน้ำยาทำความสะอาดในคลีนรูมได้ไหม?

เอกสารระบุว่าทนสารเคมีได้ดีและมีรายงานทดสอบความต้านทานสารเคมีตาม DIN EN 14187 แต่ควรทดสอบกับน้ำยา ความเข้มข้น อุณหภูมิ และเวลาสัมผัสจริงของโรงงานก่อนใช้งานในพื้นที่สำคัญ

ซื้อ Sikaflex PRO-3 ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikaflex PRO-3 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนหลอดจากขนาดร่องจริง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

ปรึกษาหน้างานกับเรา

ส่งรูปหน้างานและขนาดพื้นที่ ช่วยเลือกสินค้าและคำนวณปริมาณให้ฟรี

อ่านต่อ

    โทร ทัก LINE