5 ข้อดีของ SikaTop Armatec 110 EpoCem ที่วิศวกรเลือกใช้ในงานโครงการ
PROJECT CONCRETE REPAIR SYSTEM

5 ข้อดีของ SikaTop® Armatec®-110 EpoCem ที่ทำไมวิศวกรถึงเลือกใช้ในงานโครงการ

ในงานซ่อมคอนกรีตโครงการ สิ่งที่วิศวกรกังวลไม่ใช่แค่ “ปิดผิวให้สวย” แต่ต้องทำให้คอนกรีตเดิม ปูนซ่อมใหม่ และเหล็กเสริมทำงานร่วมกันได้อย่างมั่นใจ SikaTop® Armatec®-110 EpoCem จึงเป็นวัสดุที่ถูกเลือกใช้บ่อย เพราะเป็นทั้ง bonding primer และชั้นเคลือบป้องกันสนิมเหล็กเสริมในระบบเดียว มีข้อมูลสเปกชัดเจน และเหมาะกับงานซ่อมโครงสร้างที่ต้องควบคุมคุณภาพหน้างาน

Bonding Primer + Anti-rust ผ่าน EN 1504-7 EpoCem® Technology เหมาะกับงานโครงการ
20 กก.ชุด A+B+C ต่อเซ็ต
~3 ชม.Pot life ที่ +20 °C
≥1.5 MPaแรงยึดเกาะดึงที่ 28 วัน
SikaTop Armatec 110 EpoCem วัสดุประสานคอนกรีตและเคลือบกันสนิมเหล็กเสริม

SikaTop® Armatec®-110 EpoCem

วัสดุเคลือบ 3 ส่วนประกอบ ชนิดซีเมนต์ผสมอีพ็อกซี่เรซินและสารยับยั้งการกัดกร่อน ใช้เป็นชั้นประสานคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมใหม่ และใช้เคลือบป้องกันสนิมเหล็กเสริมในงานซ่อมคอนกรีต

Quick Answer: ทำไม SikaTop Armatec 110 EpoCem ถึงเหมาะกับงานโครงการ?

คำตอบสั้น

SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เหมาะกับงานโครงการเพราะทำหน้าที่สำคัญได้ 2 อย่างในระบบซ่อมคอนกรีต คือ ช่วยประสานการยึดเกาะ ระหว่างคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมใหม่ และ ช่วยป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริม ก่อนซ่อมปิดผิว ข้อมูลจาก Sika ระบุว่าเป็นวัสดุ 3 ส่วนประกอบที่มี EpoCem® technology มี corrosion inhibitor ให้แรงยึดเกาะกับคอนกรีตและเหล็กดี ผ่าน EN 1504-7 และใช้ร่วมกับปูนซ่อม Sika MonoTop® ได้หลายรุ่น

ในมุมของวิศวกร งานซ่อมคอนกรีตที่ดีต้องควบคุมทั้งต้นเหตุและระบบชั้นวัสดุ หากมีเหล็กเสริมโผล่หรือคอนกรีตแตกร่อนจากสนิม การฉาบปูนซ่อมทับทันทีโดยไม่เตรียมเหล็กและไม่สร้างชั้นประสาน อาจทำให้ปูนซ่อมยึดเกาะไม่เต็มที่ หรือเกิดสนิมดันซ้ำในอนาคต สินค้าที่ทำหน้าที่เป็นชั้นกลางระหว่างโครงสร้างเดิมกับวัสดุซ่อมจึงมีความสำคัญมาก

บทความนี้สรุป 5 ข้อดีที่ทำให้ SikaTop Armatec 110 EpoCem ถูกเลือกในงานโครงการ พร้อมสเปก วิธีผสม วิธีทา อัตราการใช้ และข้อควรระวังที่ควรส่งต่อให้ทีมช่างก่อนเริ่มงานจริง

ทำไมวิศวกรให้ความสำคัญกับชั้นประสานและชั้นกันสนิม?

งานซ่อมคอนกรีตในอาคาร โรงงาน ลานจอดรถ สะพาน ระเบียง หรือโครงสร้างชายทะเล มักมีความเสียหายต่อเนื่องกันหลายชั้น เริ่มจากน้ำ ความชื้น คลอไรด์ หรือคาร์บอนไดออกไซด์ซึมเข้าสู่คอนกรีต ทำให้เหล็กเสริมเริ่มกัดกร่อน เมื่อเหล็กเป็นสนิมจะขยายตัวและดันคอนกรีตให้แตกร่อนออกมา ถ้าซ่อมโดยเน้นเฉพาะการอุดหรือฉาบผิว ปัญหาด้านในอาจยังอยู่และกลับมาทำลายชั้นซ่อมใหม่ได้

วิศวกรจึงต้องเลือกวัสดุที่ช่วยปิดจุดเสี่ยงก่อนลงปูนซ่อมจริง หนึ่งคือพื้นผิวคอนกรีตเดิมต้องมีชั้นประสานที่ช่วยให้ปูนใหม่จับกับผิวเก่าได้ดี สองคือเหล็กเสริมที่ทำความสะอาดแล้วต้องมีชั้นเคลือบที่ช่วยลดโอกาสเกิดการกัดกร่อนซ้ำ สินค้าที่ทำสองบทบาทนี้ได้ในตัวเดียวช่วยลดความซับซ้อนของระบบและทำให้การควบคุมคุณภาพหน้างานง่ายขึ้น

ลดความเสี่ยงหลุดร่อน

ช่วยให้ปูนซ่อมใหม่ยึดกับคอนกรีตเดิมได้เป็นระบบมากขึ้น

ช่วยปกป้องเหล็กเสริม

มี corrosion inhibitor และใช้เป็นชั้นเคลือบเหล็กก่อนซ่อมปิด

ควบคุมงานได้ชัด

มีขั้นตอนผสม ทา เวลาเปิดทับ และอัตราใช้ให้ทีมงานอ้างอิง

5 ข้อดีของ SikaTop Armatec 110 EpoCem ในงานโครงการ

1. วัสดุเดียว ทำได้ทั้ง bonding primer และกันสนิมเหล็กเสริม

ข้อดีแรกคือความเป็นระบบ 2-in-1 SikaTop Armatec 110 EpoCem ใช้ได้ทั้งบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิมเพื่อเป็น bonding primer และใช้ทาบนเหล็กเสริมเพื่อเป็นชั้นป้องกันการกัดกร่อน ในงานโครงการที่ต้องซ่อมหลายจุด การลดจำนวนวัสดุเฉพาะทางที่ต้องจัดการช่วยให้สื่อสารกับทีมช่างง่ายขึ้น ลดโอกาสเลือกวัสดุผิดตำแหน่ง และทำให้เอกสาร method statement กระชับขึ้น

เมื่อใช้เป็น bonding primer ต้องทาให้เข้าไปในรูพรุนของพื้นผิวและลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ส่วนเมื่อนำไปเคลือบเหล็กเสริม ต้องทาประมาณ 1 มม. ต่อชั้น และทำอย่างน้อย 2 ชั้น รวมความหนาประมาณ 2 มม. วิธีคิดแบบนี้เหมาะกับงานโครงการที่ต้องการรายละเอียดชัดเจนตั้งแต่หน้างานจนถึงเอกสารตรวจรับ

2. มี EpoCem® technology และสารยับยั้งการกัดกร่อน

Sika ระบุว่าวัสดุนี้เป็น cementitious, epoxy resin compensated 3-component coating material พร้อม corrosion inhibitor จุดนี้ทำให้สินค้าไม่ได้เป็นเพียงน้ำยาทารองพื้นทั่วไป แต่เป็นชั้นเคลือบที่ออกแบบมาเพื่องานซ่อมคอนกรีตโดยเฉพาะ การมีส่วนผสมของซีเมนต์ อีพ็อกซี่เรซิน มวลคัดขนาด และสารเติมแต่งช่วยให้วัสดุมีความเข้ากันได้กับระบบมอร์ตาร์ซ่อมคอนกรีตและมีแรงยึดเกาะที่ดี

สำหรับงานที่เหล็กเสริมเริ่มเป็นสนิม เช่น เสาโรงงาน คานอาคารเก่า ขอบพื้นระเบียง หรือพื้นลานจอดรถที่มีความชื้น การทำความสะอาดเหล็กแล้วทาวัสดุที่มีสารยับยั้งการกัดกร่อนช่วยให้ระบบซ่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการปิดทับด้วยปูนซ่อมเพียงอย่างเดียว

3. ยึดเกาะดี ใช้กับคอนกรีตและเหล็กได้

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุจุดเด่นเรื่อง excellent adhesion to concrete and steel และค่า tensile adhesion strength ≥ 1.5 N/mm² หรือ MPa หลัง 28 วัน ตาม EN 1542 สำหรับวิศวกร ตัวเลขด้านการยึดเกาะมีความสำคัญ เพราะงานซ่อมคอนกรีตมักล้มเหลวที่รอยต่อระหว่างวัสดุเก่ากับวัสดุใหม่ หากชั้นกลางยึดเกาะไม่ดี ต่อให้ปูนซ่อมมีกำลังสูงก็ยังอาจหลุดร่อนเป็นแผ่นได้

การเลือกใช้วัสดุที่ออกแบบมาให้ยึดเกาะกับทั้งคอนกรีตและเหล็กจึงช่วยปิดช่องว่างของระบบ โดยเฉพาะงานซ่อมที่มีเหล็กเสริมโผล่และต้องซ่อมกลับด้วยมอร์ตาร์โครงสร้าง เช่น กลุ่ม Sika MonoTop®-412 series หรือมอร์ตาร์ซ่อมในระบบที่ผู้ผลิตแนะนำ

4. มีช่วงเวลาทำงานยาว วางแผนหน้างานได้ง่าย

SikaTop Armatec 110 EpoCem มี pot life ประมาณ 3 ชั่วโมงที่ +20 °C ซึ่งเป็นข้อดีในงานที่ต้องใช้ช่างทาหลายพื้นที่หรือพื้นที่มีรายละเอียดมาก เช่น เหล็กเสริมจำนวนมาก มุมเสา ท้องคาน หรือพื้นผิวที่ต้องกดวัสดุให้เข้าโพรงผิว อย่างไรก็ตาม ในอุณหภูมิสูงแบบหน้างานไทย เวลาทำงานจริงอาจสั้นลง ทีมงานจึงควรผสมเท่าที่ใช้ทันและวางลำดับการทากับการลงปูนซ่อมให้ชัด

ข้อมูล waiting time to overcoating ช่วยให้วางแผนได้แม่นขึ้น เช่น เมื่อต้องใช้เป็น bonding primer ที่ +20 °C สามารถลงปูนซ่อมภายในเวลาสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง และที่ +30 °C ประมาณ 1 ชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้หัวหน้างานรู้ว่าควรเตรียมวัสดุชั้นถัดไปก่อนเริ่มทา ไม่ใช่ทารองพื้นเสร็จแล้วค่อยเริ่มผสมปูนซ่อมทีหลัง

5. เข้ากับระบบซ่อม Sika และมีเอกสารอ้างอิงชัดเจน

งานโครงการต้องการความมั่นใจเรื่องระบบวัสดุ เอกสาร Sika ระบุว่า SikaTop Armatec 110 EpoCem เป็นส่วนหนึ่งของระบบซ่อมที่สอดคล้องกับมาตรฐาน EN 1504 และใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ซ่อมคอนกรีตในกลุ่ม Sika ได้ เช่น Sika MonoTop®-352 series, Sika MonoTop®-412 series และ Sika MonoTop®-723 N การเลือกวัสดุที่อยู่ในระบบเดียวกันทำให้การเสนออนุมัติวัสดุ การทำ mock-up และการควบคุมคุณภาพหน้างานง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังมีรายงานทดสอบที่เกี่ยวข้องกับ EN 1504-7 การใช้งานภายใต้ dynamic loading และการทดสอบแรงเฉือนระหว่างคอนกรีตเก่ากับคอนกรีตใหม่ สำหรับงานที่มีที่ปรึกษา เจ้าของโครงการ หรือฝ่ายตรวจรับ การมีข้อมูลอ้างอิงเหล่านี้ช่วยให้การตัดสินใจเลือกวัสดุมีน้ำหนักมากกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

สเปกสำคัญและอัตราการใช้งานที่ควรรู้

หัวข้อข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ความหมายต่อหน้างาน
บรรจุภัณฑ์ชุด 20 กก. ประกอบด้วย A 1.14 กก. + B 2.86 กก. + C 16 กก.เป็นระบบ 3 ส่วนประกอบ ต้องผสมตามชุด ไม่แบ่งสัดส่วนแบบเดาสุ่ม
สีหลังผสมสีเทาเข้มช่วยตรวจสอบการทาให้คลุมเหล็กและผิวคอนกรีตได้ง่าย
ความหนาแน่นประมาณ 2.0 กก./ลิตร ที่ 23 °Cใช้ประกอบการประมาณปริมาณวัสดุและควบคุมชั้นทา
Pot lifeประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ +20 °Cควรวางทีมให้พร้อม โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน
อุณหภูมิใช้งานอากาศและพื้นผิว +5 °C ถึง +30 °Cควรเลี่ยงแดดจัด ลมแรง และฝนระหว่างวัสดุยังสด
แรงยึดเกาะดึง≥ 1.5 N/mm² หลัง 28 วันเหมาะกับงานที่ต้องการชั้นประสานที่ตรวจสอบสเปกได้
อัตราใช้กันสนิมเหล็กประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น ที่ความหนา ~1 มม. รวมขั้นต่ำ 2 ชั้นต้องคำนวณตามพื้นที่ผิวเหล็ก ไม่ใช่พื้นที่พื้นหรือผนังอย่างเดียว
อัตราใช้เป็น bonding primerมากกว่า 1.5-2.0 กก./ตร.ม./มม. ขึ้นกับสภาพพื้นผิวพื้นหยาบ รูพรุน หรือซึมน้ำมากจะใช้วัสดุมากขึ้น

ข้อแนะนำ: ถ้าเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ ควรทำพื้นที่ทดลองเพื่อดูอัตราการใช้จริง เพราะพื้นคอนกรีตที่พรุนมาก เหล็กเสริมหลายชั้น หรือรายละเอียดมุมเยอะ อาจใช้วัสดุมากกว่าค่าประมาณในเอกสาร

วิธีผสมและวิธีใช้งาน SikaTop Armatec 110 EpoCem

การเตรียมผิวคอนกรีตและเหล็กเสริม

คอนกรีตเดิมต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน วัสดุหลวม สีเดิม หรือสิ่งปนเปื้อนที่ลดการยึดเกาะ ส่วนคอนกรีตที่แตกร่อนหรือเสื่อมสภาพต้องสกัดออกจนถึงเนื้อที่มั่นคง หากต้องลงปูนซ่อมต่อ ควรทำให้พื้นผิวอยู่ในสภาพชุ่มน้ำแบบ SSD คือชื้นแต่ไม่มีน้ำขังบนผิว

เหล็กเสริมต้องกำจัดสนิม สเกล คราบปูน และวัสดุหลวมออกให้มากที่สุด เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุการทำความสะอาดเหล็กถึงระดับ SA 2 ตาม ISO 8501-1 ด้วย abrasive blast cleaning หรือ high pressure water-blasting ตามความเหมาะสมของหน้างาน การข้ามขั้นตอนนี้จะทำให้ชั้นเคลือบเกาะบนสนิมหรือผิวหลวมแทนที่จะเกาะบนเหล็กจริง

การผสม

  1. ใช้สว่านกวนรอบต่ำ น้อยกว่า 250 rpm เพื่อลดการดึงอากาศเข้าเนื้อวัสดุ
  2. เขย่าส่วน A และส่วน B ให้ทั่วก่อนเปิดภาชนะ
  3. เทส่วน A และ B ลงในถังผสมที่สะอาด แล้วผสมประมาณ 30 วินาที
  4. ค่อย ๆ เติมผงส่วน C ระหว่างเครื่องผสมทำงาน
  5. ผสมรวมอย่างน้อย 3 นาที แล้วพักวัสดุ 5-10 นาที จนได้เนื้อที่ทาได้และหยดตัวเล็กน้อย

ห้ามเติมน้ำ: ระบบ A+B+C ถูกออกแบบสัดส่วนไว้แล้ว การเติมน้ำเพื่อให้ทาลื่นขึ้นอาจลดแรงยึดเกาะ ความหนาแน่น และประสิทธิภาพการป้องกันสนิม

การทาเป็นชั้นกันสนิมเหล็กเสริม

ใช้แปรงขนแข็งปานกลางหรือเครื่องพ่นที่เหมาะสม ทาชั้นแรกหนาประมาณ 1 มม. ให้คลุมเหล็กที่ทำความสะอาดแล้วโดยรอบ เมื่อชั้นแรกแข็งพอไม่ติดเล็บ โดยประมาณ 2-3 ชั่วโมงที่ +20 °C จึงทาชั้นที่สอง จากนั้นลงปูนซ่อมแบบ wet on dry เพื่อไม่ให้ชั้นป้องกันถูกปาดออกระหว่างปั้นหรือฉาบปูนซ่อม

การทาเป็น bonding primer

ทาบนพื้นผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ที่เตรียมแล้ว โดยกดวัสดุให้เข้าไปในรูพรุนและโพรงผิวให้ทั่ว ความหนาขั้นต่ำประมาณ 0.5 มม. จากนั้นลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในช่วงเวลาที่กำหนด วัสดุที่ทาแล้วต้องได้รับการป้องกันจากฝน ฝุ่น และสิ่งปนเปื้อนจนกว่าจะลงปูนซ่อมหรือเซ็ตตัวเพียงพอ

อุณหภูมิเวลารอสูงสุดก่อนลงปูนซ่อมแนวทางวางแผน
+5 °C6 ชั่วโมงอากาศเย็นมีเวลารอนานขึ้น แต่การเซ็ตตัวช้าลง
+10 °C5 ชั่วโมงควบคุมฝุ่นและน้ำระหว่างรอให้ดี
+20 °C2 ชั่วโมงใช้เป็นค่ากลางสำหรับวาง schedule หน้างาน
+30 °C1 ชั่วโมงหน้างานไทยควรเตรียมปูนซ่อมและทีมงานให้พร้อมก่อนทา

เช็กลิสต์ก่อนเลือกใช้ในงานโครงการ

ก่อนเสนอ SikaTop Armatec 110 EpoCem ใน BOQ หรือ method statement ควรเก็บข้อมูลหน้างานให้ครบ เพื่อให้เลือกปูนซ่อมชั้นถัดไปและคำนวณจำนวนชุดได้ใกล้เคียงจริงมากที่สุด โดยเฉพาะงานซ่อมโครงสร้างที่พื้นที่เสียหายไม่สม่ำเสมอ

พื้นที่เสียหาย

แยกพื้นที่คอนกรีตที่จะทา primer และพื้นที่ผิวเหล็กที่จะเคลือบกันสนิม

สาเหตุความเสียหาย

ตรวจน้ำซึม คลอไรด์ คาร์บอเนชัน หรือแรงกระแทก เพื่อไม่ให้ซ่อมปลายเหตุ

สภาพเหล็กเสริม

ถ้าเหล็กสูญเสียหน้าตัดมาก ต้องให้วิศวกรประเมินก่อนซ่อมปิด

ปูนซ่อมที่ใช้ร่วม

เลือก Sika MonoTop หรือมอร์ตาร์ซ่อมให้เหมาะกับความลึก ตำแหน่ง และแรงที่รับ

เวลาทำงาน

วางลำดับทา primer และลงปูนซ่อมตามอุณหภูมิจริงของหน้างาน

การป้องกันหลังทา

เตรียมอุปกรณ์กันฝน ฝุ่น ลมแรง และการปนเปื้อนก่อนวัสดุพร้อมรับชั้นถัดไป

ข้อควรระวังที่ควรแจ้งทีมช่างก่อนเริ่มงาน

แม้วัสดุจะมีสเปกดี แต่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อหน้างานทำตามขั้นตอน โดยเฉพาะการเตรียมผิวและการควบคุมเวลา ปัญหาที่พบบ่อยในงานซ่อมคอนกรีตคือรีบปิดงานเร็วเกินไป ขัดสนิมไม่ถึงผิวเหล็กจริง ทาวัสดุบางเกินไป หรือปล่อยให้ฝนและฝุ่นปนเปื้อนก่อนลงปูนซ่อม สิ่งเหล่านี้ทำให้ชั้นประสานและชั้นป้องกันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

อย่าทาทับสนิมหลวม

ต้องขัดหรือพ่นทำความสะอาดให้ถึงผิวเหล็กที่มั่นคงก่อน

อย่าเติมน้ำ

การเติมน้ำทำให้สัดส่วนระบบผิดและลดคุณสมบัติที่ออกแบบไว้

อย่าลงปูนซ่อมช้าเกิน

เมื่อใช้เป็น primer ต้องลงปูนซ่อมภายในเวลารอสูงสุดตามอุณหภูมิ

เลี่ยงแดดจัดและฝน

สภาพอากาศรุนแรงทำให้เวลาทำงานและคุณภาพผิวเปลี่ยนได้

ล้างเครื่องมือทันที

ทำความสะอาดด้วยน้ำขณะวัสดุยังสด วัสดุแข็งแล้วต้องกำจัดเชิงกล

อ่าน SDS ก่อนใช้

เตรียมถุงมือ แว่นตา และการระบายอากาศให้เหมาะกับพื้นที่ทำงาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก วิธีผสม อัตราการใช้ เวลาเปิดทับ และข้อควรระวังอ้างอิงจากหน้า SikaTop® Armatec®-110 EpoCem® บน Sika Thailand และเอกสารผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินหน้างานจริงก่อนใช้งานทุกครั้ง

สรุป: เหตุผลที่ SikaTop Armatec 110 EpoCem เป็นตัวเลือกที่คุ้มในงานซ่อมโครงการ

ถ้าต้องสรุปให้สั้น SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เป็นวัสดุที่ช่วยให้การซ่อมคอนกรีตมีระบบมากขึ้น เพราะช่วยจัดการสองจุดเสี่ยงหลักพร้อมกัน คือการยึดเกาะระหว่างคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมใหม่ และการป้องกันเหล็กเสริมจากการกัดกร่อนซ้ำ จุดเด่นด้าน EpoCem® technology, corrosion inhibitor, การผ่าน EN 1504-7, แรงยึดเกาะที่ตรวจสอบได้ และการใช้งานร่วมกับระบบ Sika MonoTop® ทำให้สินค้าเหมาะกับงานที่ต้องการคุณภาพและเอกสารอ้างอิงชัดเจน

สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ การเลือกใช้วัสดุนี้ไม่ได้หมายความว่าจะข้ามขั้นตอนการเตรียมผิวหรือการประเมินโครงสร้างได้ ตรงกันข้าม ยิ่งเป็นงานโครงการยิ่งต้องทำความสะอาดเหล็กและคอนกรีตให้ถูกต้อง ผสมตามสัดส่วน ไม่เติมน้ำ ทาให้ได้ความหนา และลงปูนซ่อมภายในเวลาที่เหมาะสม เมื่องานหน้าชั้นกลางทำได้ดี ปูนซ่อมชั้นต่อไปจึงมีโอกาสทำงานได้เต็มระบบและลดความเสี่ยงซ่อมซ้ำในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย

SikaTop Armatec 110 EpoCem ใช้ทำอะไร?

ใช้เป็นวัสดุสำหรับงานซ่อมคอนกรีต ทำหน้าที่ได้ทั้งเป็น bonding primer บนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิม และเป็นชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมก่อนลงปูนซ่อมใหม่

ทำไมวิศวกรถึงเลือกใช้ในงานโครงการ?

เพราะมีข้อมูลสเปกชัดเจน ใช้ได้สองบทบาทในระบบเดียว มี EpoCem® technology และ corrosion inhibitor ผ่าน EN 1504-7 ให้แรงยึดเกาะดี และใช้ร่วมกับระบบซ่อม Sika MonoTop® ได้หลายรุ่น จึงเหมาะกับงานที่ต้องการเอกสารและการควบคุมคุณภาพ

ต้องทากี่ชั้นเมื่อนำไปเคลือบกันสนิมเหล็กเสริม?

เอกสารระบุให้ทาประมาณ 1 มม. ต่อชั้น และรวมขั้นต่ำ 2 ชั้น หรือประมาณ 2 มม. โดยอัตราใช้ประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น ทั้งนี้ขึ้นกับพื้นที่ผิวเหล็กและรายละเอียดหน้างาน

ใช้เป็น bonding primer ต้องลงปูนซ่อมเมื่อไร?

ควรลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในเวลารอสูงสุดตามอุณหภูมิ เช่น +20 °C ประมาณ 2 ชั่วโมง และ +30 °C ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควรเตรียมปูนซ่อมและทีมงานให้พร้อมก่อนทา

ผสมแล้วต้องเติมน้ำไหม?

ไม่ต้องเติมน้ำ และไม่ควรเติมน้ำ ให้ผสมส่วน A และ B ก่อนประมาณ 30 วินาที จากนั้นค่อยเติมผงส่วน C ผสมรวมอย่างน้อย 3 นาที แล้วพัก 5-10 นาทีจนได้เนื้อที่ทาได้

ใช้กับปูนซ่อม Sika รุ่นใดได้บ้าง?

Sika ระบุว่าสินค้านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบซ่อมที่เกี่ยวข้องกับ Sika MonoTop®-352 series, Sika MonoTop®-412 series และ Sika MonoTop®-723 N รวมถึงเข้ากันได้กับปูนซ่อม Sika MonoTop® ส่วนใหญ่ แต่ควรเลือกตามความลึก ตำแหน่ง และลักษณะงานจริง

ถ้าเหล็กเสริมผุมาก ทา SikaTop Armatec แล้วจบไหม?

ไม่ควรสรุปว่าจบ หากเหล็กเสริมสูญเสียหน้าตัดมากหรือเป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก ต้องให้วิศวกรประเมินการเสริมกำลังหรือเปลี่ยนเหล็ก เพราะวัสดุเคลือบช่วยป้องกันและประสานระบบซ่อม แต่ไม่ได้คืนหน้าตัดเหล็กที่หายไป

ซื้อ SikaTop Armatec 110 EpoCem ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า SikaTop Armatec 110 EpoCem ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากหน้างานจริง

Similar Posts