Sikaflex 740 คู่มือเลือกใช้งานกาวพียูยาแนวคอนกรีตสำเร็จรูปให้ได้มาตรฐาน
SIKAFLEX 740 CONSTRUCTION

Sikaflex 740 คู่มือเลือกใช้งานกาวพียูยาแนวคอนกรีตสำเร็จรูปให้ได้มาตรฐาน

งานรอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูปหรือพรีคาสท์ต้องรับการยืดหดจากแดด ฝน ความชื้น และการเคลื่อนตัวของอาคาร การเลือก Sikaflex®-740 Construction ให้ได้มาตรฐานจึงต้องดูมากกว่าชื่อกาวพียู ต้องตรวจ movement, ขนาดร่อง, backer rod, primer, วิธียิงกาว และข้อจำกัดตามเอกสารผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มงานจริง

กาวพียูยาแนวส่วนประกอบเดียว ASTM C920 Class 35 เคลื่อนตัวได้ ±35% เหมาะกับรอยต่อพรีคาสท์
2:1สัดส่วนกว้างต่อลึกโดยทั่วไป
~3 มม.อัตราการบ่มตัวต่อ 24 ชั่วโมง
600 มล.หลอดนิ่มสำหรับงานรอยต่อแนวยาว
Sikaflex 740 Construction กาวพียูยาแนวคอนกรีตสำเร็จรูป

Sikaflex®-740 Construction

กาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทน i-Cure® Technology สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ส่วนประกอบอาคาร กรอบหน้าต่างและประตู ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกตามเงื่อนไขเอกสารผลิตภัณฑ์

Quick Answer: เลือก Sikaflex 740 สำหรับคอนกรีตสำเร็จรูปอย่างไร?

คำตอบสั้น

เลือกใช้ Sikaflex 740 Construction เมื่องานเป็นรอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูป รอยต่อคอนกรีตทั่วไป หรือรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและต้องการยาแนวโพลียูรีเทนยืดหยุ่น โดยเอกสารระบุความสามารถในการเคลื่อนตัว ±35% ตาม ASTM C719 และ Joint Classification ASTM C920 Class 35 แต่ต้องออกแบบรอยต่อให้ถูกสัดส่วน ใช้โฟมเสริมร่อง คุมความลึก ทา primer ตามคำแนะนำ ยิงกาวให้เต็ม และปาดกดทันที

คำว่า “ได้มาตรฐาน” ในงานยาแนวพรีคาสท์ไม่ได้หมายถึงการเลือกสินค้ายี่ห้อดีแล้วจบ เพราะรอยต่อทำงานเป็นระบบ ถ้าร่องแคบเกินไป กาวจะยืดหดไม่พอ ถ้าร่องลึกเกินไป กาวอาจบ่มตัวช้าและใช้วัสดุมากเกินจำเป็น ถ้าไม่ใส่ backer rod กาวอาจยึดติดก้นร่องจนรับการเคลื่อนตัวผิดรูป และถ้าพื้นผิวมีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือวัสดุเก่าหลุดร่อน การยึดเกาะที่ขอบร่องก็จะลดลงทันที

ดังนั้นคู่มือเลือกใช้งานนี้จึงเน้น 4 เรื่องหลัก ได้แก่ เลือกกาวที่มีข้อมูล movement ชัดเจน ออกแบบขนาดรอยต่อให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนตัว เตรียมผิวและติดตั้งตามขั้นตอน และตรวจข้อจำกัดจากเอกสารก่อนใช้งาน เช่น หินธรรมชาติ บิทูมินัส ยาง EPDM สระว่ายน้ำ พื้นที่น้ำขัง หรือพื้นที่มีแรงดันน้ำ

มาตรฐานการเลือกกาวพียูยาแนวสำหรับคอนกรีตสำเร็จรูป

รอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูปเป็นจุดอ่อนสำคัญของเปลือกอาคาร หากเลือกวัสดุผิดหรือยิงกาวผิดวิธี ปัญหาที่เจอบ่อยคือแนวยาแนวฉีก หลุดขอบ แตกร้าวตามแนวรอยต่อ น้ำซึมเข้าผนัง สีบวม และต้องกลับมาซ่อมซ้ำ การเลือกกาวพียูยาแนวจึงควรเริ่มจากโจทย์หน้างาน ไม่ใช่เริ่มจากขนาดหลอดหรือราคาต่อหลอดเพียงอย่างเดียว

ดูการเคลื่อนตัว

รอยต่อพรีคาสท์ต้องรับการยืดหด จึงควรเลือกวัสดุที่มีข้อมูล movement ชัด เช่น ±35% และ Class 35 ตามเอกสาร

ดูพื้นผิวใช้งาน

Sikaflex 740 ใช้กับรอยต่อคอนกรีตทั่วไป แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ส่วนประกอบอาคาร กรอบหน้าต่าง และประตู

ดูระบบติดตั้ง

ต้องมี backer rod, primer ตามคำแนะนำ, การยิงกาวเต็มร่อง และการปาดกดทันที เพื่อให้กาวแนบผิวรอยต่อ

Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวยาแนวรอยต่อส่วนประกอบเดียว ชนิดยืดหยุ่น ฐานเคมีโพลียูรีเทน i-Cure® Technology ใช้กับงานภายในและภายนอก เหมาะกับรอยต่อที่ต้องฉาบบางหรือทาสีทับหลังยาแนวตามเงื่อนไขเอกสาร โดยเอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังยาแนวประมาณ 3-5 วัน แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสีก่อนเสมอ

ถ้างานต้องการความเรียบร้อยของผนังภายนอก เช่น อาคารพักอาศัย ตึกสูง แผ่นพรีคาสท์ หรือส่วนประกอบอาคารที่มีรอยต่อยาว การเลือกกาวที่ยิงง่าย ปาดแต่งได้ และมีข้อมูลปริมาณใช้งานต่อหลอดจะช่วยให้วางแผนทั้งต้นทุนและระยะเวลาทำงานได้แม่นขึ้น แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนฐานของร่องที่ถูกออกแบบและเตรียมผิวดีพอ

ทำไมรอยต่อพรีคาสท์ต้องใช้ยาแนวที่ยืดหยุ่นได้จริง?

แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปไม่ได้อยู่นิ่งตลอดเวลา รอยต่อระหว่างแผ่นต้องรับผลจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ความชื้น แรงลม การทรุดตัวเล็กน้อย และการเคลื่อนตัวของวัสดุสองฝั่งที่อาจไม่เท่ากัน ถ้าใช้วัสดุอุดร่องที่แข็งหรือเปราะ รอยต่อจะไม่มีพื้นที่ให้ขยับ เมื่ออาคารทำงานซ้ำ ๆ ตามสภาพอากาศ แนวยาแนวจึงแตกร้าวหรือแยกออกจากขอบคอนกรีตได้ง่าย

กาวพียูยาแนวที่เหมาะกับพรีคาสท์ต้องทำหน้าที่ทั้งปิดช่องว่างและรับการเคลื่อนตัว จุดเด่นของ Sikaflex 740 จากเอกสารคือบ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ ยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวที่มีรูพรุน ยึดเกาะดีเยี่ยมกับโลหะส่วนใหญ่ และทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศดีมาก คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้งานรอยต่อภายนอกมีพื้นฐานที่ดีขึ้นเมื่อทำตามขั้นตอนติดตั้งครบถ้วน

ประเด็นสำคัญ: Movement Class 35 ไม่ได้แปลว่ายิงกาวในร่องแบบใดก็ได้แล้วจะรับ movement ได้เต็มประสิทธิภาพ ตัวเลขนี้ต้องมาพร้อมร่องที่ถูกสัดส่วน ความลึกที่คุมด้วยโฟมเสริมร่อง และการยึดเกาะสองด้านที่ขอบร่อง ไม่ใช่ยึดติดก้นร่องจนกาวเคลื่อนตัวผิดรูป

อีกจุดที่ต้องคิดตั้งแต่ต้นคือพื้นที่หลังยาแนวจะฉาบบางหรือทาสีทับหรือไม่ เอกสารของ Sikaflex 740 ระบุว่าเหมาะกับรอยต่อที่ต้องฉาบบางและทาสี แต่ต้องปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับ สีที่ไม่มีความยืดหยุ่นอาจแตกเมื่อรอยต่อเคลื่อนตัว ส่วนสีที่มีพลาสติไซเซอร์อาจทำให้ผิวสีไม่แห้งและเหนียวเหนอะหนะ จึงควรทดสอบระบบสีร่วมกับกาวก่อนทำพื้นที่จริง

สเปก Sikaflex 740 ที่ควรรู้ก่อนสั่งใช้งาน

ก่อนสั่งวัสดุสำหรับงานพรีคาสท์ ควรให้ทีมหน้างานและผู้ควบคุมงานเข้าใจสเปกพื้นฐานร่วมกัน เพราะตัวเลขเหล่านี้มีผลต่อการออกแบบร่อง การจัดทีมติดตั้ง และการวางแผนเปิดงานหลังยิงกาว

หัวข้อข้อมูลจากเอกสารความหมายต่อหน้างาน
ชนิดวัสดุกาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว i-Cure® Technologyพร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมสองส่วน แต่ต้องยิงและปาดแต่งตามเวลาที่กำหนด
การเคลื่อนตัว±35% ตาม ASTM C719เหมาะกับรอยต่อที่มี movement เมื่อออกแบบร่องถูกต้อง
Joint ClassificationASTM C920 Class 35เป็นข้อมูลสำคัญในการเทียบกับความต้องการของงานรอยต่อ
อัตราการบ่มประมาณ 3 มม./24 ชั่วโมงร่องลึกมากจะใช้เวลาบ่มนานขึ้น จึงต้องคุมความลึกด้วย backer rod
เวลาแต่งผิวประมาณ 30 นาที ที่ 23°C / 50% RHต้องแบ่งช่วงยิงกาวให้ปาดกดทัน ไม่ควรยิงทิ้งไว้ยาวเกินไป
เวลาแข็งตัวประมาณ 60 นาที ที่ 23°C / 50% RHค่าจริงขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น ความลึก และสภาพแวดล้อม
การทาสีทับทาสีทับหลังยาแนวประมาณ 3-5 วันต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสีและปล่อยให้กาวบ่มเพียงพอ
อายุผลิตภัณฑ์12 เดือนนับจากวันที่ผลิตควรตรวจวันผลิต สภาพหลอด และการจัดเก็บก่อนใช้งาน

ข้อมูลการจัดเก็บในเอกสารระบุให้เก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในบริเวณแห้งที่อุณหภูมิ 5°C ถึง 25°C การเก็บวัสดุไว้กลางแดดหรือในพื้นที่ร้อนจัดก่อนใช้งานอาจทำให้คุณภาพและการทำงานของกาวเปลี่ยนไป จึงควรวางแผนรับของและเก็บของให้เหมาะกับกำหนดงาน

ออกแบบรอยต่อให้ถูก: กว้าง ลึก และใส่โฟมเสริมร่องอย่างไร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ให้แนวทางอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกโดยทั่วไปที่ 2:1 และให้ใช้โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกของกาว รวมถึงช่วยไม่ให้กาวยึดติดก้นร่อง การคุมรูปทรงนี้สำคัญมาก เพราะกาวยาแนวควรยึดเกาะกับขอบร่องสองด้านเพื่อยืดหดตาม movement ไม่ใช่ยึดติดสามด้านจนถูกดึงฉีกเมื่อรอยต่อขยับ

ระยะรอยต่อความกว้างขั้นต่ำความลึกขั้นต่ำข้อสังเกต
4 เมตร15 มม.10 มม.ตัวอย่างจากเอกสารสำหรับใช้ประเมินรอยต่อเบื้องต้น
10 เมตร30 มม.15 มม.ระยะยาวขึ้นต้องเพิ่มความกว้างรอยต่อเพื่อรองรับการเคลื่อนตัว

ในงานจริง ร่องพรีคาสท์มักไม่ได้เท่ากันตลอดแนว บางช่วงบิ่น บางช่วงมีวัสดุเก่า บางช่วงลึกกว่าที่แบบกำหนด ก่อนสั่งของจึงควรวัดร่องหลายจุด แยกตามขนาดจริง และกำหนดวิธีเตรียมร่องให้ชัด หากมีวัสดุยาแนวเดิมที่เสื่อมสภาพ ต้องเอาออกให้หมดก่อนทำใหม่ เพื่อให้ Sikaflex 740 ยึดเกาะกับผิวคอนกรีตที่แข็งแรงและสะอาด

ร่องลึกเกินไป

ใช้กาวมาก บ่มตัวนาน และอาจทำให้รูปทรงยาแนวไม่เหมาะกับการยืดหด

ไม่ใส่ backer rod

เสี่ยงกาวยึดติดก้นร่อง รับ movement ผิดรูป และสิ้นเปลืองวัสดุโดยไม่จำเป็น

คุมร่องสม่ำเสมอ

ช่วยให้คำนวณหลอดแม่น ยิงกาวเต็มแนว และปาดผิวได้เรียบร้อยกว่า

คำนวณปริมาณ Sikaflex 740: หลอดนิ่ม 600 มล. ใช้ได้กี่เมตร?

ปริมาณการใช้ขึ้นกับความกว้างและความลึกของรอยต่อโดยตรง ยิ่งร่องใหญ่ ปริมาณต่อเมตรยิ่งสูง ตารางต่อไปนี้เป็นค่าประมาณจากเอกสารสำหรับหลอดนิ่ม 600 มล. ใช้เพื่อวางแผนเบื้องต้นก่อนสั่งสินค้า หน้างานจริงควรเผื่อวัสดุสำหรับเศษปลายหลอด การปาดแต่ง มุมรอยต่อ และความคลาดเคลื่อนของร่อง

ขนาดรอยต่อปริมาณโดยประมาณต่อหลอด 600 มล.แนวทางใช้งาน
10 x 10 มม.ประมาณ 6 เมตรร่องเล็กที่คุมความลึกแล้ว ใช้วัสดุน้อยกว่า
15 x 10 มม.ประมาณ 4 เมตรขนาดพบได้ในงานรอยต่อทั่วไปบางประเภท
20 x 10 มม.ประมาณ 3 เมตรต้องยิงให้เต็มและปาดกดให้แนบขอบร่อง
25 x 12 มม.ประมาณ 2 เมตรควรตรวจ backer rod ให้คุมความลึกสม่ำเสมอ
30 x 15 มม.ประมาณ 1.3 เมตรร่องกว้าง ใช้วัสดุมากและต้องวางแผนจำนวนหลอดให้ดี

ตัวอย่างการคำนวณ: ถ้าร่อง 15 x 10 มม. มีความยาวรวม 120 เมตร และหลอดหนึ่งใช้ได้ประมาณ 4 เมตร จะต้องใช้ประมาณ 30 หลอดก่อนเผื่อสูญเสีย หากร่องไม่สม่ำเสมอ มีมุมเยอะ หรือทีมงานต้องปาดแต่งมาก ควรเผื่อเพิ่มตามสภาพหน้างาน การแยกวัดแต่ละขนาดร่องจะให้ผลแม่นกว่าการเอาความยาวทั้งหมดมาหารด้วยค่าเฉลี่ยเดียว

วิธีใช้งาน Sikaflex 740 ให้รอยต่อได้มาตรฐาน

ขั้นตอนติดตั้งมีผลต่ออายุการใช้งานไม่แพ้ตัววัสดุ โดยเฉพาะงานภายนอกที่ต้องเจอแดด ฝน และการเคลื่อนตัวสะสม ควรจัดทีมให้พร้อมก่อนเริ่มยิงกาว เพราะเอกสารระบุระยะเวลาแต่งผิวประมาณ 30 นาทีที่ 23°C / 50% RH หากยิงกาวยาวเกินไปก่อนปาด ผิวอาจเริ่มเซ็ตและเก็บงานได้ยาก

  1. ตรวจรอยต่อและพื้นผิว: ขอบร่องต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน เศษปูน วัสดุหลุดร่อน และสิ่งที่ลดการยึดเกาะ
  2. เอาวัสดุเดิมที่เสื่อมออก: งานซ่อมรอยต่อเก่าต้องเอากาวเดิมที่แตกร้าว หลุด หรือเสื่อมสภาพออกให้หมดก่อนทำใหม่
  3. คุมขนาดร่อง: ออกแบบความกว้างและความลึกตาม movement และใช้สัดส่วน 2:1 เป็นแนวทางทั่วไป
  4. ใส่โฟมเสริมร่อง: ใช้โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกของกาวและป้องกันการยึดติดก้นร่อง
  5. ทา primer ตามคำแนะนำ: ทาบนผิวรอยต่อตามเอกสารการเตรียมพื้นผิว และไม่ทามากเกินไปจนเกิดเป็นแผ่นฟิล์ม
  6. ยิงกาวให้เต็มแนว: ตัดจุกปลายหลอด ใส่หลอดนิ่มในปืนยิงกาว แล้วยิงต่อเนื่องให้เต็มร่องโดยระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศหรือโพรงว่าง
  7. ปาดและกดทันที: ปาดกาวให้แนบขอบร่องเพื่อการยึดเกาะที่ดี ใช้ Sika® Tooling Agent N หรือน้ำได้ แต่ไม่แนะนำผลิตภัณฑ์เก็บงานที่มีตัวทำละลาย
  8. ทำความสะอาดเครื่องมือ: ทำความสะอาดทันทีด้วย Sika® Remover-208 วัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องเอาออกด้วยเครื่องมือทางกล ส่วนการทำความสะอาดผิวใช้ Sika® Cleaning Wipes-100

ข้อจำกัดที่ต้องระวัง: ห้ามใช้บนหินธรรมชาติ พื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลาย ห้ามใช้ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ รวมถึงบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา

ความปลอดภัยจาก SDS

SDS ระบุการจำแนกเป็นของเหลวไวไฟประเภทย่อย 4 มีคำสัญญาณ “ระวัง” และข้อความ H227 ของเหลวติดไฟได้ จึงควรเก็บให้ห่างจากความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ และพื้นผิวร้อน ห้ามสูบบุหรี่ขณะใช้งาน สวมถุงมือป้องกัน และใช้อุปกรณ์ป้องกันตา/หน้าเมื่อมีความเสี่ยง หากสัมผัสผิวหนังหรือเข้าตาควรล้างด้วยน้ำตามคำแนะนำในเอกสารความปลอดภัย

สรุป: เลือก Sikaflex 740 ให้ถูกมาตรฐาน ต้องเริ่มจากร่องที่ถูกต้อง

Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวพียูยาแนวที่เหมาะกับงานรอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูปและรอยต่อคอนกรีตทั่วไปที่มีการเคลื่อนตัว จุดเด่นจากเอกสารคือ ASTM C920 Class 35, เคลื่อนตัวได้ ±35%, บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ, ยึดเกาะกับพื้นผิวมีรูพรุนและโลหะส่วนใหญ่ได้ดี รวมถึงรองรับงานฉาบบางหรือทาสีทับตามเงื่อนไขที่กำหนด

แต่ความสำเร็จของงานไม่ได้อยู่ที่วัสดุเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจขนาดรอยต่อ ออกแบบสัดส่วนกว้างต่อลึกโดยทั่วไปที่ 2:1 ใส่โฟมเสริมร่อง ทา primer ตามคำแนะนำ ยิงกาวให้เต็ม ปาดกดทันที และตรวจข้อจำกัดของพื้นผิวก่อนใช้งานเสมอ เมื่อควบคุมครบทั้งการเลือกวัสดุและวิธีติดตั้ง รอยต่อพรีคาสท์จะมีพื้นฐานที่ดีสำหรับลดปัญหาน้ำซึม หลุดล่อน และ crack ซ้ำในระยะยาว

แหล่งข้อมูลที่ใช้: เนื้อหานี้อ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ Sikaflex®-740 Construction เดือนสิงหาคม 2565 Version 02.01 และเอกสารข้อมูลความปลอดภัย GHS SDS_T_Sikaflex -740 Construction ที่ผู้ใช้แนบมาเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

Sikaflex 740 ใช้กับคอนกรีตสำเร็จรูปได้ไหม?

ใช้ได้ตามขอบเขตเอกสารสำหรับแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป รอยต่อคอนกรีตทั่วไป และส่วนประกอบอาคาร โดยต้องออกแบบร่อง เตรียมผิว ใส่โฟมเสริมร่อง ทา primer ตามคำแนะนำ และยิงกาวให้ถูกวิธี

Sikaflex 740 รองรับการเคลื่อนตัวเท่าไร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% ตาม ASTM C719 และ Joint Classification ตาม ASTM C920 Class 35 ทั้งนี้ต้องออกแบบขนาดรอยต่อให้สัมพันธ์กับ movement จริงของหน้างาน

รอยต่อพรีคาสท์ควรกว้างและลึกเท่าไร?

โดยทั่วไปให้ใช้อัตราส่วนความกว้างต่อความลึก 2:1 และใช้ backer rod เพื่อควบคุมความลึก ตัวอย่างในเอกสารระบุระยะรอยต่อ 4 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 15 มม. ความลึกขั้นต่ำ 10 มม. และระยะ 10 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 30 มม. ความลึกขั้นต่ำ 15 มม.

ทำไมต้องใส่ backer rod ก่อนยิงกาว?

Backer rod หรือโฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนช่วยคุมความลึกของกาว ลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น และช่วยไม่ให้กาวยึดติดก้นร่อง ทำให้ยาแนวรับการยืดหดจากขอบร่องสองด้านได้เหมาะสมกว่า

Sikaflex 740 หลอด 600 มล. ใช้ได้กี่เมตร?

ขึ้นกับขนาดรอยต่อ เช่น 10 x 10 มม. ได้ประมาณ 6 เมตร, 15 x 10 มม. ได้ประมาณ 4 เมตร, 20 x 10 มม. ได้ประมาณ 3 เมตร, 25 x 12 มม. ได้ประมาณ 2 เมตร และ 30 x 15 มม. ได้ประมาณ 1.3 เมตร โดยเป็นค่าประมาณจากเอกสาร

หลังยิง Sikaflex 740 แล้วทาสีทับได้เมื่อไหร่?

เอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังยาแนวประมาณ 3-5 วัน แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสี และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับ

Sikaflex 740 ใช้กับพื้นที่น้ำขังหรือสระว่ายน้ำได้ไหม?

ไม่ควรใช้ เอกสารระบุห้ามใช้ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ รวมถึงบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา

Sikaflex 740 ใช้บนหินธรรมชาติได้ไหม?

ไม่ได้ เอกสารระบุห้ามใช้บนหินธรรมชาติ รวมถึงพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่

ควรเก็บ Sikaflex 740 อย่างไร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต และควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในบริเวณแห้งที่อุณหภูมิ 5°C ถึง 25°C

ซื้อ Sikaflex 740 ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikaflex 740 Construction ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนหลอดจากรอยต่อจริง

Similar Posts