รีวิว Sikaflex 740 กาวพียูยาแนวโครงสร้าง ยืดหยุ่นสูง ทนแดดทนฝนจริงไหม?
SIKAFLEX 740 CONSTRUCTION REVIEW

รีวิว Sikaflex 740 กาวพียูยาแนวโครงสร้าง ยืดหยุ่นสูง ทนแดดทนฝนจริงไหม?

Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป จุดเด่นจากเอกสารคือยืดหยุ่นสูง รองรับการเคลื่อนตัวได้ ±35% ทนสภาพอากาศดีมาก และเหมาะกับงานภายใน-ภายนอกเมื่อออกแบบร่องและติดตั้งถูกวิธี

Movement Class 35 เคลื่อนตัวได้ ±35% ทนสภาพอากาศดีมาก ทาสีทับหลัง 3-5 วัน
2:1สัดส่วนความกว้างต่อความลึกโดยทั่วไป
~3 มม.อัตราการบ่มตัวต่อ 24 ชั่วโมง
600 มล.หลอดนิ่มสำหรับงานรอยต่อแนวยาว
Sikaflex 740 Construction กาวพียูยาแนวโครงสร้างคอนกรีต

Sikaflex®-740 Construction

กาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทน i-Cure® Technology สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ผนังภายนอก ส่วนประกอบอาคาร รวมถึงกรอบหน้าต่างและประตู เหมาะกับงานที่ต้องการยาแนวยืดหยุ่นและรองรับการฉาบบางหรือทาสีทับตามเงื่อนไขเอกสารผลิตภัณฑ์

Quick Answer: Sikaflex 740 ทนแดดทนฝนจริงไหม?

คำตอบสั้น

ทนสภาพอากาศได้ดีมากตามเอกสารผลิตภัณฑ์ จึงเหมาะกับงานยาแนวรอยต่อภายนอก เช่น รอยต่อคอนกรีต รอยต่อพรีคาสท์ และผนังอาคารที่ต้องเจอแดด ฝน และการยืดหดของวัสดุ แต่ต้องเข้าใจว่า “ทนฝน” ไม่ได้แปลว่าใช้ได้กับทุกพื้นที่น้ำขัง เอกสารระบุข้อจำกัดชัดเจนว่าไม่ควรใช้ในสระว่ายน้ำ รอบสระว่ายน้ำ บริเวณที่มีแรงดันน้ำ หรือบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา

ถ้ารีวิวแบบตรงไปตรงมา Sikaflex 740 เป็นกาวพียูยาแนวที่เด่นเรื่องความยืดหยุ่นและงานรอยต่อภายนอกมากกว่างานอุดช่องแบบแข็งทั่วไป เพราะเอกสารระบุความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% ตาม ASTM C719 และ Joint Classification ตาม ASTM C920 Class 35 ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญสำหรับรอยต่อที่ต้องยืดหดตามอาคาร ไม่ใช่เพียงปิดช่องว่างให้ดูเรียบร้อยชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จริงขึ้นกับหน้างานอย่างมาก หากร่องไม่ได้ออกแบบความกว้าง-ความลึกให้ถูกต้อง ไม่มีโฟมเสริมร่อง ผิวมีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือยิงกาวแล้วไม่ได้ปาดกดให้แนบขอบร่อง ความทนแดดทนฝนของตัววัสดุอาจไม่ช่วยให้งานอยู่ทนได้เต็มที่ ดังนั้นคำตอบที่แม่นคือ Sikaflex 740 ทนสภาพอากาศได้ดีมากเมื่อใช้ในขอบเขตที่เอกสารกำหนดและติดตั้งถูกระบบ

รีวิวภาพรวม: Sikaflex 740 เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวยาแนวรอยต่อส่วนประกอบเดียว ชนิดยืดหยุ่น ฐานเคมีโพลียูรีเทน i-Cure® Technology ใช้สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป โดยกลุ่มงานที่พบได้บ่อยคือรอยต่อแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป รอยต่อผนังภายนอก รอยต่อส่วนประกอบอาคาร งานกรอบหน้าต่างและประตู รวมถึงงานอาคารพักอาศัยและตึกสูงที่ต้องการรอยต่อปิดสนิทและยังเคลื่อนตัวได้

คำว่า “กาวพียูยาแนวโครงสร้าง” ในบริบทนี้ควรเข้าใจว่าเป็นวัสดุยาแนวสำหรับรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป ไม่ใช่กาวยึดโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนักแทนระบบวิศวกรรม จุดแข็งของผลิตภัณฑ์คือการปิดรอยต่อและรองรับการเคลื่อนตัวของร่อง ไม่ใช่การรับแรงยึดหลักของโครงสร้างอาคาร ดังนั้นการเลือกใช้ต้องเริ่มจากการออกแบบรอยต่อและประเภทงานให้ตรงกับขอบเขตในเอกสาร

จุดเด่น

ยืดหยุ่นสูง ทนสภาพอากาศดีมาก บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ และใช้กับงานภายใน-ภายนอกได้

เหมาะกับ

รอยต่อคอนกรีต รอยต่อพรีคาสท์ ผนังภายนอก ส่วนประกอบอาคาร กรอบหน้าต่าง และประตู

ต้องระวัง

ไม่เหมาะกับสระว่ายน้ำ พื้นที่น้ำขังตลอดเวลา แรงดันน้ำ หินธรรมชาติ บิทูมินัส และยางบางประเภท

เมื่อมองจากการใช้งานจริง Sikaflex 740 เหมาะกับผู้รับเหมาหรือช่างที่ต้องการวัสดุยาแนวสำหรับร่องที่ขยับตัวได้ ไม่ใช่งานอุดโป๊วแข็งที่เมื่อแดดร้อน ฝนตก หรือผนังยืดหดแล้วแตกร้าวง่าย หากเป็นผนังภายนอกหรือรอยต่อพรีคาสท์ที่มี movement อยู่ตลอด การเลือกวัสดุที่ยืดหยุ่นและออกแบบร่องตามหลักจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ทนแดดทนฝนจริงไหม? อ่านจากสเปกให้ถูก

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่า Sikaflex 740 มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศดีมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่สินค้ารุ่นนี้ถูกนำไปใช้กับงานภายนอก เช่น ผนังคอนกรีต รอยต่อพรีคาสท์ และส่วนประกอบอาคารที่ต้องเจอแดด ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเป็นประจำ จุดนี้ทำให้ Sikaflex 740 ต่างจากวัสดุอุดร่องบางชนิดที่อาจแข็งตัว แตกร้าว หรือยึดเกาะลดลงเมื่อเจอสภาพภายนอกต่อเนื่อง

แต่การบอกว่า “ทนฝน” ต้องแยกให้ออกระหว่างฝนกระทบผิวตามปกติกับการแช่น้ำหรือแรงดันน้ำ เอกสารระบุข้อจำกัดว่าไม่ควรใช้ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ รวมถึงบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา ดังนั้นถ้าเป็นผนังภายนอกที่โดนฝนแล้วระบายน้ำได้ตามปกติ เป็นงานคนละประเภทกับร่องพื้นหรือร่องบ่อที่มีน้ำขังยาวนาน

อีกประเด็นที่ควรรู้คือเอกสารระบุว่าสีของยาแนวอาจเปลี่ยนแปลงจากการสัมผัสสารเคมี อุณหภูมิสูง หรือรังสียูวี โดยเฉพาะสีขาว การเปลี่ยนสีอาจกระทบความสวยงาม แต่ไม่กระทบประสิทธิภาพหรือความทนทานของผลิตภัณฑ์ตามข้อมูลเอกสาร ถ้างานเน้นความสวยงาม เช่น ผนังหน้าอาคารหรือร่องที่มองเห็นชัด ควรวางแผนการทาสีทับและทดสอบระบบสีก่อนทำจริง

สรุปแบบใช้งานจริง: Sikaflex 740 เหมาะกับงานภายนอกที่โดนแดดฝนและต้องการยาแนวยืดหยุ่น แต่ไม่ควรนำไปใช้แทนวัสดุกันซึมสำหรับพื้นที่แช่น้ำ แรงดันน้ำ หรือร่องที่มีน้ำขังตลอดเวลา เพราะเป็นข้อจำกัดที่เอกสารระบุไว้ชัดเจน

ความยืดหยุ่นสูงสำคัญอย่างไรกับรอยต่อโครงสร้าง?

รอยต่อคอนกรีตและรอยต่อพรีคาสท์ไม่ได้อยู่นิ่งตลอดเวลา แผ่นคอนกรีตอาจยืดหดจากอุณหภูมิ ความชื้น แรงลม หรือการเคลื่อนตัวเล็ก ๆ ของอาคาร ถ้าใช้วัสดุอุดร่องที่แข็งเกินไป เมื่อรอยต่อขยับ วัสดุอาจแตกร้าว หลุดจากขอบร่อง หรือกลายเป็นทางให้น้ำซึมได้ การเลือกยาแนวที่รับ movement ได้จึงเป็นหัวใจของงานรอยต่อภายนอก

Sikaflex 740 ระบุความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% ตาม ASTM C719 และจัดอยู่ใน ASTM C920 Class 35 ตัวเลขนี้บอกว่าวัสดุออกแบบมาเพื่อรองรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อได้สูงกว่างานอุดช่องทั่วไป อย่างไรก็ตาม ตัวเลข movement จะมีความหมายก็ต่อเมื่อขนาดร่องถูกต้อง กาวยึดติดเฉพาะด้านข้างของร่อง และมีโฟมเสริมร่องคุมความลึกเพื่อไม่ให้กาวติดก้นร่องจนเคลื่อนตัวผิดรูป

ในงานจริง รอยต่อที่ดีควรยึดติดกับผนังร่องสองด้าน ไม่ใช่ยึดสามด้าน เพราะการยึดติดก้นร่องทำให้กาวถูกดึงรั้งและเสียรูปได้ง่าย การใช้ backer rod หรือโฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนจึงไม่ได้เป็นแค่วัสดุประหยัดกาว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ทำให้กาวพียูทำงานตามที่ออกแบบไว้

สเปกสำคัญของ Sikaflex 740 จากเอกสารแนบ

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นจุดที่ควรดูเมื่อจะเลือก Sikaflex 740 สำหรับงานยาแนวรอยต่อ เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งความเหมาะสม วิธีทำงาน และการประเมินหน้างานก่อนสั่งซื้อ

หัวข้อข้อมูลจากเอกสารความหมายต่อหน้างาน
ประเภทวัสดุกาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว i-Cure® Technologyใช้งานสะดวก ไม่ต้องผสมสองส่วน เหมาะกับงานยิงกาวต่อเนื่อง
การเคลื่อนตัว±35% ตาม ASTM C719เหมาะกับรอยต่อที่มีการยืดหดหรือขยับตัว
Joint ClassificationASTM C920 Class 35เป็นเกณฑ์สำคัญของงานยาแนวรอยต่อที่ต้องรับ movement
อัตราการบ่มประมาณ 3 มม./24 ชั่วโมงร่องลึกมากจะใช้เวลาบ่มนานขึ้น ควรวางแผนก่อนทาสีหรือเปิดงาน
เวลาแต่งผิวประมาณ 30 นาที ที่ 23°C / 50% RHต้องยิงกาวและปาดกดให้ทัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน
เวลาแข็งตัวประมาณ 60 นาที ที่ 23°C / 50% RHช่วยวางจังหวะทำงาน แต่ค่าจริงขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้น
ทาสีทับประมาณ 3-5 วันหลังยาแนวต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสีและรอให้กาวแห้งแข็งตัวพอ
บรรจุภัณฑ์หลอดนิ่ม 600 มล.เหมาะกับงานแนวยาวและคำนวณปริมาณตามขนาดร่องได้ง่าย
อายุผลิตภัณฑ์12 เดือนนับจากวันที่ผลิตควรตรวจวันผลิตและสภาพบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้งาน
การจัดเก็บเก็บในที่แห้ง อุณหภูมิ 5°C ถึง 25°C บรรจุภัณฑ์ปิดสนิท ไม่เสียหายการเก็บผิดเงื่อนไขอาจทำให้คุณภาพลดลงก่อนใช้งาน

ข้อดีอีกอย่างที่เอกสารระบุคือการยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวที่มีรูพรุนและยึดเกาะดีเยี่ยมกับโลหะส่วนใหญ่ จึงช่วยให้ใช้งานได้หลากหลายในงานอาคาร แต่ยังควรตรวจชนิดพื้นผิวจริงและ primer ตามคำแนะนำ โดยเฉพาะงานซ่อมที่พื้นผิวเดิมอาจมีคราบ น้ำมัน สีเก่า หรือวัสดุเสื่อมสภาพติดอยู่

ออกแบบรอยต่อและคำนวณปริมาณให้ไม่พลาด

รอยต่อที่ถูกต้องคือจุดเริ่มต้นของงานยาแนวที่ทน เอกสารระบุแนวทางทั่วไปเรื่องอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกที่ 2:1 และมีตัวอย่างความกว้าง-ความลึกขั้นต่ำตามระยะรอยต่อ เช่น ระยะรอยต่อ 4 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 15 มม. ความลึกขั้นต่ำ 10 มม. ส่วนระยะ 10 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 30 มม. ความลึกขั้นต่ำ 15 มม. ข้อมูลนี้ช่วยให้ไม่ยิงกาวแบบเดาสัดส่วนจากหน้างานอย่างเดียว

สำหรับปริมาณการใช้งาน หลอดนิ่ม 600 มล. จะใช้ได้กี่เมตรขึ้นกับขนาดร่องโดยตรง ร่องกว้างและลึกจะใช้วัสดุมากขึ้น ควรแยกความยาวตามขนาดร่องจริง ไม่ควรนับรวมทั้งอาคารแล้วหารด้วยตัวเลขเดียว เพราะรอยต่อพรีคาสท์หรือผนังภายนอกมักมีขนาดไม่สม่ำเสมอในแต่ละช่วง

ขนาดรอยต่อปริมาณโดยประมาณต่อหลอด 600 มล.คำแนะนำ
10 x 10 มม.ประมาณ 6 เมตรเหมาะกับร่องเล็กที่ควบคุมความลึกได้ดี
15 x 10 มม.ประมาณ 4 เมตรพบได้ในงานรอยต่อทั่วไปบางประเภท
20 x 10 มม.ประมาณ 3 เมตรต้องยิงให้เต็มร่องและปาดกดให้แน่น
25 x 12 มม.ประมาณ 2 เมตรควรคุม backer rod ให้ได้ระดับสม่ำเสมอ
30 x 15 มม.ประมาณ 1.3 เมตรใช้กาวมาก เหมาะกับร่องกว้างที่ออกแบบตาม movement

ตัวอย่างเช่น ร่อง 20 x 10 มม. ยาว 90 เมตร ถ้าใช้ได้ประมาณ 3 เมตรต่อหลอด จะต้องใช้ประมาณ 30 หลอดก่อนเผื่อสูญเสีย งานจริงควรเผื่อวัสดุสำหรับเศษปลายหลอด การปาดแต่ง ความคลาดเคลื่อนของร่อง และมุมหรือจุดต่อที่ใช้กาวมากกว่าปกติ การเผื่ออย่างมีเหตุผลช่วยลดปัญหาวัสดุหมดกลางงานและทำให้แนวยาแนวต่อเนื่องสวยกว่า

วิธีใช้ Sikaflex 740 ให้ได้งานยาแนวที่ทนแดดทนฝน

การติดตั้งคือส่วนที่ทำให้สเปกในเอกสารเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะงานภายนอกที่ต้องเจอแดด ฝน และการเคลื่อนตัวสะสม หากข้ามขั้นตอนเตรียมผิวหรือยิงกาวผิดจังหวะ ต่อให้วัสดุดี งานก็อาจหลุดล่อนหรือรั่วซึมก่อนเวลาได้

  1. ตรวจสภาพร่อง: ขอบร่องต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น เศษปูน คราบน้ำมัน สีเก่า วัสดุหลุดร่อน และสิ่งที่ลดการยึดเกาะ
  2. กำหนดขนาดร่อง: คุมสัดส่วนความกว้างต่อความลึกโดยทั่วไปที่ 2:1 และเลือกขนาดร่องให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนตัวของงานจริง
  3. ใส่โฟมเสริมร่อง: ใช้โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อคุมความลึกของกาว และช่วยป้องกันการยึดติดก้นร่อง
  4. ทา primer ตามคำแนะนำ: ใช้น้ำยารองพื้นบนผิวรอยต่อตามเอกสารการเตรียมพื้นผิว และไม่ทามากเกินไปจนเกิดเป็นแผ่นฟิล์ม
  5. ยิงกาวต่อเนื่อง: ตัดจุกปลายหลอด บรรจุหลอดนิ่มลงปืนยิงกาว แล้วยิงให้เต็มร่องอย่างสม่ำเสมอ ระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศหรือโพรงว่าง
  6. ปาดกดทันที: ปาดและกดกาวให้แนบกับขอบร่องเพื่อการยึดเกาะที่ดีและผิวหน้าที่เรียบร้อย สามารถใช้ Sika® Tooling Agent N หรือน้ำได้ แต่ไม่แนะนำผลิตภัณฑ์เก็บงานที่มีตัวทำละลาย
  7. ทำความสะอาดเครื่องมือ: ทำความสะอาดทันทีด้วย Sika® Remover-208 วัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องเอาออกด้วยเครื่องมือทางกล ส่วนการทำความสะอาดผิวใช้ Sika® Cleaning Wipes-100

ข้อจำกัดสำคัญ: ห้ามใช้บนหินธรรมชาติ พื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่ ห้ามใช้ในสระว่ายน้ำ รอบสระว่ายน้ำ และบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา

การทาสีทับและงานฉาบบาง

Sikaflex 740 เหมาะกับรอยต่อที่ต้องฉาบบางและทาสี โดยเอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังการยาแนวประมาณ 3-5 วัน และไม่ทำให้เกิดคราบบนปูนฉาบและสีทา อย่างไรก็ตามต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสี และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับ สีที่ไม่มีความยืดหยุ่นอาจแตกเมื่อรอยต่อเคลื่อนตัว ส่วนสีที่มีพลาสติไซเซอร์อาจทำให้ผิวสีไม่แห้งและเหนียวเหนอะหนะ

ความปลอดภัยและการเก็บรักษา

SDS ระบุการจำแนกเป็นของเหลวไวไฟประเภทย่อย 4 มีคำสัญญาณ “ระวัง” และข้อความ H227 ของเหลวติดไฟได้ จึงควรเก็บให้ห่างจากความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ และพื้นผิวร้อน ห้ามสูบบุหรี่ขณะใช้งาน และควรสวมถุงมือป้องกัน รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันตาและใบหน้าเมื่อมีความเสี่ยง ส่วนการจัดเก็บควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในบริเวณแห้งที่อุณหภูมิ 5°C ถึง 25°C

สรุปรีวิว: Sikaflex 740 คุ้มไหมสำหรับงานภายนอก?

ถ้าโจทย์คือกาวพียูยาแนวสำหรับรอยต่อคอนกรีต รอยต่อพรีคาสท์ หรือผนังภายนอกที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนสภาพอากาศ Sikaflex 740 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากจากข้อมูลเอกสาร เพราะมี Movement Class 35 รองรับการเคลื่อนตัว ±35% บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ ยึดเกาะกับพื้นผิวมีรูพรุนและโลหะส่วนใหญ่ได้ดี และทนสภาพดินฟ้าอากาศดีมาก

แต่ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นเมื่อใช้งานถูกประเภท ไม่ใช้กับพื้นที่น้ำขัง แรงดันน้ำ สระว่ายน้ำ หินธรรมชาติ หรือวัสดุต้องห้ามตามเอกสาร และต้องคุมร่องให้ถูกต้องตั้งแต่สัดส่วน 2:1 การใส่โฟมเสริมร่อง การทา primer การยิงกาวเต็มร่อง และการปาดกดทันที ถ้างานติดตั้งดี Sikaflex 740 จึงเป็นยาแนวพียูที่ตอบคำถามเรื่องยืดหยุ่นสูงและทนแดดทนฝนได้อย่างมีเหตุผล ไม่ใช่แค่คำโฆษณา

แหล่งข้อมูลที่ใช้: เนื้อหานี้อ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ Sikaflex®-740 Construction เดือนสิงหาคม 2565 Version 02.01 และเอกสารข้อมูลความปลอดภัย GHS SDS_T_Sikaflex -740 Construction ที่ผู้ใช้แนบมาเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

Sikaflex 740 ทนแดดทนฝนจริงไหม?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศดีมาก จึงเหมาะกับงานภายนอกที่โดนแดดฝนตามปกติ แต่ไม่ควรใช้กับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา แรงดันน้ำ สระว่ายน้ำ หรือรอบสระว่ายน้ำ

Sikaflex 740 เป็นกาวพียูยาแนวโครงสร้างใช่ไหม?

เป็นกาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป แต่ไม่ใช่กาวยึดโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนักแทนระบบวิศวกรรม

Sikaflex 740 ยืดหยุ่นได้มากแค่ไหน?

เอกสารระบุความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% ตาม ASTM C719 และ Joint Classification ตาม ASTM C920 Class 35 โดยต้องออกแบบรอยต่อให้ถูกต้องเพื่อให้วัสดุทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

รอยต่อควรกว้างและลึกเท่าไร?

โดยทั่วไปควรรักษาอัตราส่วนความกว้างต่อความลึก 2:1 และใช้โฟมเสริมร่องเพื่อคุมความลึก ตัวอย่างในเอกสารระบุระยะรอยต่อ 4 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 15 มม. ความลึกขั้นต่ำ 10 มม. และระยะ 10 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 30 มม. ความลึกขั้นต่ำ 15 มม.

Sikaflex 740 หลอด 600 มล. ใช้ได้กี่เมตร?

ขึ้นกับขนาดรอยต่อ เช่น 10 x 10 มม. ได้ประมาณ 6 เมตร, 15 x 10 มม. ได้ประมาณ 4 เมตร, 20 x 10 มม. ได้ประมาณ 3 เมตร, 25 x 12 มม. ได้ประมาณ 2 เมตร และ 30 x 15 มม. ได้ประมาณ 1.3 เมตร โดยเป็นค่าประมาณจากเอกสาร

หลังยิง Sikaflex 740 แล้วทาสีทับได้เมื่อไหร่?

เอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังยาแนวประมาณ 3-5 วัน แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสี และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับ

Sikaflex 740 ใช้กับหินธรรมชาติได้ไหม?

ไม่ได้ เอกสารระบุห้ามใช้บนหินธรรมชาติ รวมถึงพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่

ต้องใส่โฟมเสริมร่องก่อนยิงกาวไหม?

ควรใส่โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกของกาวและช่วยให้กาวไม่ยึดติดก้นร่อง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของงานรอยต่อที่ต้องรับการเคลื่อนตัว

ซื้อ Sikaflex 740 ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikaflex 740 Construction ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนหลอดจากรอยต่อจริง

Similar Posts