ตึกสูง รอยต่อขยับตัวบ่อย? แนะนำ Sikaflex 740 ยาแนวพลังยืดหยุ่นสูง
รอยต่อบนตึกสูงไม่ได้อยู่นิ่งตลอดเวลา ผนังภายนอก แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป กรอบหน้าต่าง ประตู และส่วนประกอบอาคารต้องรับแรงจากอุณหภูมิ ความชื้น แรงลม และการเคลื่อนตัวสะสมของวัสดุ Sikaflex®-740 Construction จึงเป็นยาแนวพียูส่วนประกอบเดียวที่น่าสนใจสำหรับงานรอยต่อที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงและทนสภาพอากาศ
Sikaflex®-740 Construction
กาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทน i-Cure® Technology ส่วนประกอบเดียว สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป งานภายในและภายนอก อาคารพักอาศัย ตึกสูง แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ส่วนประกอบอาคาร กรอบหน้าต่าง และประตู
Quick Answer: ตึกสูงรอยต่อขยับตัวบ่อย ควรใช้ Sikaflex 740 ไหม?
ควรพิจารณาอย่างยิ่งในงานรอยต่ออาคารที่มีการเคลื่อนตัว เพราะ Sikaflex 740 Construction เป็นยาแนวพียูส่วนประกอบเดียวชนิดยืดหยุ่น เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็น ASTM C920 Class 35 และรองรับการเคลื่อนตัวได้ ±35% ตาม ASTM C719 จึงเหมาะกับรอยต่อผนังภายนอก รอยต่อพรีคาสท์ รอยต่อคอนกรีต และส่วนประกอบอาคารที่ต้องยืดหดตามสภาพแวดล้อม
ตึกสูงมักมีรอยต่อจำนวนมาก ทั้งแนวแผ่นผนังสำเร็จรูป แนววงกบ แนวคอนกรีตกับโลหะ และรอยต่อระหว่างส่วนประกอบอาคาร หากใช้วัสดุอุดร่องที่แข็งเกินไปหรือออกแบบร่องไม่ถูกต้อง เมื่ออาคารขยับตัวจากแดด ฝน ลม หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนตลอดวัน วัสดุอาจแตกร้าว หลุดล่อน หรือเปิดช่องให้น้ำซึมเข้าระบบผนังได้
Sikaflex 740 ไม่ใช่แค่วัสดุอุดช่องว่างเพื่อความสวยงาม แต่เป็นกาวยาแนวรอยต่อที่ออกแบบมาสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป จุดสำคัญคือการใช้ให้ถูกระบบ: ต้องเตรียมผิวให้สะอาด ใส่โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีน คุมสัดส่วนร่องโดยทั่วไปที่ 2:1 ยิงกาวให้เต็มโดยไม่เกิดฟองอากาศ และปาดกดทันทีเพื่อให้กาวแนบกับขอบรอยต่อ
ทำไมรอยต่อตึกสูงถึงขยับตัวบ่อยกว่างานทั่วไป?
อาคารสูงเป็นระบบที่มีวัสดุหลายชนิดทำงานร่วมกัน เช่น คอนกรีต แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป โลหะ กระจก กรอบหน้าต่าง และชั้นสีหรือปูนฉาบ วัสดุแต่ละชนิดมีการยืดหดตามอุณหภูมิและความชื้นไม่เท่ากัน เมื่อเจอแดดแรงในช่วงกลางวัน ฝนในช่วงเย็น หรือแรงลมที่กระทำต่อผนังภายนอก รอยต่อจึงต้องรับการขยับตัวซ้ำ ๆ ตลอดอายุอาคาร
ปัญหาที่มักเห็นในงานรอยต่ออาคารคือรอยยาแนวแตกร้าวตามแนว ขอบกาวหลุดจากผิวคอนกรีต มีน้ำซึมหลังฝนตก หรือสีทับบนยาแนวแตกเป็นเส้น ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากวัสดุอย่างเดียว แต่อาจมาจากร่องที่ลึกเกินไป กว้างไม่พอกับ movement ไม่มี backer rod ผิวร่องมีฝุ่น ทา primer ผิดวิธี หรือยิงกาวแล้วไม่ได้ปาดกดให้แนบกับขอบร่อง
แดดและฝนทำให้วัสดุยืดหดต่างกัน รอยต่อจึงต้องรับแรงดึงและแรงอัดซ้ำ ๆ
อาคารสูงเจอแรงลมมากกว่างานผนังเตี้ย รอยต่อภายนอกจึงต้องยืดหยุ่นและยึดเกาะดี
คอนกรีต โลหะ กระจก และสีมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน จึงต้องใช้ยาแนวที่รับการเคลื่อนตัวได้
ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “จะอุดร่องด้วยอะไร” แต่คือ “รอยต่อนี้ต้องขยับแค่ไหน และวัสดุยาแนวรับได้หรือไม่” สำหรับงานตึกสูงที่ต้องการลดความเสี่ยงน้ำซึมและหลุดล่อน การเลือกยาแนวยืดหยุ่นสูงพร้อมออกแบบร่องถูกต้องจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก
ทำไม Sikaflex 740 เหมาะกับรอยต่ออาคารที่ขยับตัว?
Sikaflex®-740 Construction เป็นกาวยาแนวรอยต่อส่วนประกอบเดียวชนิดยืดหยุ่น ฐานเคมีโพลียูรีเทน i-Cure® Technology ใช้สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวและรอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป โดยเอกสารระบุขอบเขตการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับอาคารสูงโดยตรง เช่น งานภายในและภายนอก อาคารพักอาศัย ตึกสูง แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ส่วนประกอบอาคาร กรอบหน้าต่าง และประตู
จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับงานรอยต่อขยับตัวคือความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% และ Joint Classification ASTM C920 Class 35 ซึ่งช่วยให้วัสดุทำงานกับรอยต่อที่ยืดและหดได้ดีกว่าวัสดุอุดร่องแบบแข็ง นอกจากนี้เอกสารยังระบุว่าบ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ ยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวที่มีรูพรุน ยึดเกาะดีเยี่ยมกับโลหะส่วนใหญ่ และทนสภาพดินฟ้าอากาศดีมาก
เหมาะกับงานที่ต้องฉาบบางหรือทาสี: เอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังการยาแนวประมาณ 3-5 วัน และไม่ทำให้เกิดคราบบนปูนฉาบและสีทา อย่างไรก็ตาม ต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสี และควรปล่อยให้กาวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับ
ในมุมผู้รับเหมาและทีมซ่อมบำรุงอาคาร Sikaflex 740 ช่วยตอบโจทย์งานที่ต้องใช้วัสดุยิงกาวแนวยาว เพราะมาในรูปแบบหลอดนิ่ม 600 มล. เหมาะกับงานรอยต่อจำนวนมาก เช่น แนวพรีคาสท์ แนวรอบวงกบ หรือแนวผนังภายนอก แต่การได้ผลลัพธ์ดีต้องคุมรายละเอียดตั้งแต่การออกแบบร่องจนถึงการปาดแต่งผิว ไม่ควรยิงทับรอยเก่าที่เสื่อมโดยไม่รื้อและเตรียมผิวใหม่
สเปกสำคัญของ Sikaflex 740 ที่ควรรู้ก่อนใช้บนตึกสูง
| หัวข้อ | ข้อมูลจากเอกสาร | ความหมายกับงานตึกสูง |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | กาวยาแนวรอยต่อโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว i-Cure® Technology | พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมสองส่วน เหมาะกับงานแนวยาวที่ต้องควบคุมจังหวะยิง |
| การเคลื่อนตัว | ±35% ตาม ASTM C719 | เหมาะกับรอยต่อที่ยืดหดจากอุณหภูมิ ความชื้น และแรงลม |
| Joint Classification | ASTM C920 Class 35 | เป็นตัวเลขสำคัญสำหรับงานรอยต่อที่ต้องรับ movement |
| อัตราการบ่ม | ประมาณ 3 มม./24 ชั่วโมง | ร่องลึกต้องให้เวลาบ่มมากขึ้นก่อนรับงานต่อหรือทาสี |
| เวลาแต่งผิว | ประมาณ 30 นาที ที่ 23°C / 50% RH | ต้องยิงและปาดกดเป็นช่วง ไม่ควรยิงทิ้งไว้ยาวเกินไป |
| เวลาแข็งตัว | ประมาณ 60 นาที ที่ 23°C / 50% RH | ค่าจริงเปลี่ยนตามอุณหภูมิ ความชื้น และความลึกของร่อง |
| อุณหภูมิใช้งาน | พื้นผิวและสภาพแวดล้อม +5°C ถึง +40°C | ควรวางแผนงานภายนอกให้เหมาะกับสภาพอากาศจริง |
| บรรจุภัณฑ์ | หลอดนิ่ม 600 มล. | เหมาะกับปืนยิงกาวสำหรับงานต่อเนื่องและรอยต่อยาว |
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้การเลือกวัสดุมีเหตุผลมากขึ้น โดยเฉพาะรอยต่ออาคารที่มักเกิดปัญหาจากการเลือกยาแนวจากความคุ้นเคยหรือราคาเพียงอย่างเดียว หากหน้างานมีการขยับตัวจริง ต้องใช้วัสดุที่มีข้อมูล movement ชัดเจนและติดตั้งตามเงื่อนไขของเอกสารผลิตภัณฑ์
ออกแบบรอยต่อและคำนวณปริมาณ Sikaflex 740
หัวใจของรอยต่อยืดหยุ่นคือยาแนวต้องยึดเกาะด้านข้างของร่อง และมีรูปทรงที่เคลื่อนตัวได้ เอกสารระบุแนวทางทั่วไปให้รักษาสัดส่วนความกว้างต่อความลึกที่ 2:1 และใช้โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึก รวมถึงช่วยไม่ให้กาวยึดติดก้นร่อง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของรอยต่อที่ต้องรับ movement
เอกสารยังให้ตัวอย่างการออกแบบ เช่น ระยะรอยต่อ 4 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 15 มม. และความลึกขั้นต่ำ 10 มม. ส่วนระยะรอยต่อ 10 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 30 มม. และความลึกขั้นต่ำ 15 มม. ในงานตึกสูงจริงควรให้ผู้เกี่ยวข้องประเมินร่วมกับสภาพรอยต่อเดิม ความยาวแนว การรับน้ำฝน และระบบสีหรือผิวจบที่ต้องการ
| ขนาดรอยต่อ | ปริมาณโดยประมาณต่อหลอด 600 มล. | ข้อสังเกตสำหรับหน้างาน |
|---|---|---|
| 10 x 10 มม. | ประมาณ 6 เมตร | เหมาะกับร่องเล็กที่คุมความลึกได้ดี |
| 15 x 10 มม. | ประมาณ 4 เมตร | พบได้บ่อยในรอยต่อทั่วไปบางประเภท |
| 20 x 10 มม. | ประมาณ 3 เมตร | ต้องยิงให้เต็มและปาดกดให้แนบผิว |
| 25 x 12 มม. | ประมาณ 2 เมตร | ควรคุม backer rod ให้สม่ำเสมอทั้งแนว |
| 30 x 15 มม. | ประมาณ 1.3 เมตร | ใช้กาวมาก เหมาะกับร่องกว้างที่ออกแบบตามการเคลื่อนตัว |
ตัวอย่างการคำนวณ: หากร่อง 20 x 10 มม. ยาว 120 เมตร และค่าประมาณคือ 3 เมตรต่อหลอด จะใช้ประมาณ 40 หลอดก่อนเผื่อสูญเสีย ควรเผื่อเพิ่มสำหรับปลายหลอด การปาดแต่ง ร่องที่ไม่สม่ำเสมอ มุมอาคาร และจุดซ่อมเฉพาะที่ เพราะงานผนังอาคารจริงมักใช้วัสดุมากกว่าค่าทฤษฎีเล็กน้อย
วิธีใช้งาน Sikaflex 740 สำหรับรอยต่อตึกสูง
การติดตั้งที่ถูกต้องเป็นตัวกำหนดว่าสเปกยืดหยุ่นสูงจะทำงานได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะงานภายนอกที่ต้องเจอแดด ฝน และการขยับตัวซ้ำ ๆ ควรทำงานเป็นช่วงสั้นพอให้ยิงกาว ปาดกด และลอกเทปได้ทันภายในเวลาแต่งผิว ไม่ควรยิงยาวทั้งแนวแล้วค่อยกลับมาปาดเมื่อผิวเริ่มเซ็ต
- ตรวจรอยต่อเดิม: ขอบร่องต้องแข็งแรง ไม่บิ่นร่วน หากเป็นงานซ่อมต้องเอาวัสดุเดิมที่เสื่อมออกให้หมด
- ทำความสะอาดผิว: กำจัดฝุ่น เศษปูน คราบน้ำมัน สีเก่า วัสดุหลุดร่อน และสิ่งที่ลดการยึดเกาะ
- คุมความกว้างและความลึก: ออกแบบร่องให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนตัว โดยทั่วไปใช้สัดส่วนกว้างต่อลึก 2:1
- ใส่โฟมเสริมร่อง: ใช้โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกและช่วยให้กาวไม่ยึดติดก้นร่อง
- ทา primer ตามคำแนะนำ: ทาน้ำยารองพื้นบนผิวรอยต่อตามเอกสารการเตรียมพื้นผิว และไม่ทามากเกินไปจนเกิดเป็นแผ่นฟิล์ม
- ยิงกาวต่อเนื่อง: ตัดจุกปลายหลอด บรรจุหลอดนิ่มในปืนยิงกาว แล้วยิงให้เต็มร่องอย่างสม่ำเสมอโดยระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศหรือโพรงว่าง
- ปาดกดทันที: ปาดและกดกาวให้แนบกับขอบร่องเพื่อการยึดเกาะที่ดีและผิวหน้าที่เรียบร้อย สามารถใช้ Sika® Tooling Agent N หรือน้ำได้ แต่ไม่แนะนำผลิตภัณฑ์เก็บงานที่มีตัวทำละลาย
- ทำความสะอาดเครื่องมือ: ทำความสะอาดทันทีด้วย Sika® Remover-208 วัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องเอาออกด้วยเครื่องมือทางกล ส่วนการทำความสะอาดผิวใช้ Sika® Cleaning Wipes-100
งานทาสีทับ: เอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังยาแนวประมาณ 3-5 วัน แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสี และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อน สีที่ไม่มีความยืดหยุ่นอาจแตกเมื่อรอยต่อเคลื่อนตัว ส่วนสีที่มีพลาสติไซเซอร์อาจทำให้ผิวสีไม่แห้งและเหนียวเหนอะหนะ
สำหรับงานตึกสูง ควรประสานเรื่องนั่งร้าน กระเช้า หรือระบบโรยตัวให้ทีมติดตั้งสามารถเข้าถึงรอยต่อได้เต็มแนว เพราะงานยาแนวต้องอาศัยแรงปาดกดให้กาวแนบกับขอบร่อง หากเข้าถึงยากจนยิงได้แต่ปาดกดไม่ดี ความเสี่ยงหลุดล่อนตามขอบรอยต่อจะเพิ่มขึ้น แม้วัสดุที่เลือกจะมีสเปกดีเพียงใดก็ตาม
ข้อควรระวังและความปลอดภัยจากเอกสาร TDS/SDS
Sikaflex 740 ใช้งานได้กว้างในงานอาคาร แต่เอกสารระบุข้อจำกัดที่ต้องตรวจให้ชัดก่อนใช้ ห้ามใช้บนหินธรรมชาติ พื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่ เพราะอาจส่งผลต่อวัสดุยาแนวและการยึดเกาะ
พื้นที่ที่ไม่ควรใช้: เอกสารระบุห้ามใช้ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ รวมถึงงานยาแนวรอยต่อบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา ดังนั้นหากรอยต่ออยู่ในพื้นที่น้ำขังถาวรหรือรับแรงดันน้ำ ควรเลือกแนวทางอื่นที่เหมาะกับเงื่อนไขนั้น
ด้านความปลอดภัย SDS ระบุการจำแนกเป็นของเหลวไวไฟประเภทย่อย 4 มีคำสัญญาณ “ระวัง” และข้อความ H227 ของเหลวติดไฟได้ จึงควรเก็บให้ห่างจากความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ และพื้นผิวร้อน ห้ามสูบบุหรี่ขณะใช้งาน และควรสวมถุงมือป้องกัน รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันตาและใบหน้าเมื่อมีความเสี่ยง
ด้านการเก็บรักษา เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต และควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในบริเวณแห้งที่อุณหภูมิ 5°C ถึง 25°C ส่วนวัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องเอาออกด้วยเครื่องมือทางกลและควรกำจัดภาชนะหรือสิ่งบรรจุในสถานที่กำจัดของเสียที่ได้รับการรับรอง
สรุป: รอยต่อตึกสูงต้องการทั้งยาแนวที่ยืดหยุ่นและงานติดตั้งที่ถูกระบบ
ถ้าโจทย์คือรอยต่อตึกสูง ผนังภายนอก หรือแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปที่ขยับตัวบ่อย Sikaflex®-740 Construction เป็นตัวเลือกที่มีเหตุผลจากข้อมูลเอกสาร เพราะเป็นยาแนวโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียวที่รองรับการเคลื่อนตัว ±35%, จัดอยู่ใน ASTM C920 Class 35, ทนสภาพดินฟ้าอากาศดีมาก, บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ และยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวที่มีรูพรุนรวมถึงโลหะส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ทนจริงไม่ได้เกิดจากตัวหลอดกาวเพียงอย่างเดียว ต้องเริ่มจากร่องที่ถูกออกแบบตาม movement ใช้สัดส่วนความกว้างต่อความลึกที่เหมาะสม ใส่โฟมเสริมร่อง ทา primer ตามคำแนะนำ ยิงกาวให้เต็ม ปาดกดทันที และหลีกเลี่ยงพื้นที่ต้องห้ามตามเอกสาร เช่น น้ำขังตลอดเวลา แรงดันน้ำ สระว่ายน้ำ หินธรรมชาติ หรือพื้นผิวที่มีน้ำมันและสารพลาสติไซเซอร์
แหล่งข้อมูลที่ใช้: เนื้อหานี้อ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ Sikaflex®-740 Construction เดือนสิงหาคม 2565 Version 02.01 และเอกสารข้อมูลความปลอดภัย GHS SDS_T_Sikaflex -740 Construction ที่ผู้ใช้แนบมาเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
Sikaflex 740 เหมาะกับรอยต่อตึกสูงแบบไหน?
เหมาะกับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว รอยต่อโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป งานภายในและภายนอก อาคารพักอาศัย ตึกสูง แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ส่วนประกอบอาคาร กรอบหน้าต่าง และประตู ตามขอบเขตที่ระบุในเอกสารผลิตภัณฑ์
Sikaflex 740 รองรับการขยับตัวได้เท่าไร?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุความสามารถในการเคลื่อนที่ ±35% ตาม ASTM C719 และ Joint Classification ตาม ASTM C920 Class 35 โดยต้องออกแบบรอยต่อให้ถูกต้องเพื่อให้วัสดุทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
รอยต่ออาคารควรกว้างและลึกเท่าไร?
โดยทั่วไปควรรักษาอัตราส่วนความกว้างต่อความลึก 2:1 และใช้โฟมเสริมร่องเพื่อควบคุมความลึก ตัวอย่างในเอกสารระบุระยะรอยต่อ 4 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 15 มม. ความลึกขั้นต่ำ 10 มม. และระยะ 10 เมตร ใช้ความกว้างขั้นต่ำ 30 มม. ความลึกขั้นต่ำ 15 มม.
หลอดนิ่ม 600 มล. ใช้ได้กี่เมตร?
ขึ้นกับขนาดรอยต่อ เช่น 10 x 10 มม. ได้ประมาณ 6 เมตร, 15 x 10 มม. ได้ประมาณ 4 เมตร, 20 x 10 มม. ได้ประมาณ 3 เมตร, 25 x 12 มม. ได้ประมาณ 2 เมตร และ 30 x 15 มม. ได้ประมาณ 1.3 เมตร โดยเป็นค่าประมาณจากเอกสารและควรเผื่อสูญเสียหน้างาน
ต้องใส่โฟมเสริมร่องก่อนยิง Sikaflex 740 ไหม?
ควรใส่โฟมเสริมร่องชนิดโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกของกาวและช่วยให้กาวไม่ยึดติดก้นร่อง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของรอยต่อที่ต้องรับการเคลื่อนตัว
หลังยิง Sikaflex 740 แล้วทาสีทับได้เมื่อไหร่?
เอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับหลังการยาแนวประมาณ 3-5 วัน แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ของสี และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสนิทก่อนทาสีทับเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
Sikaflex 740 ใช้กับรอยต่อที่น้ำขังตลอดเวลาได้ไหม?
ไม่ควรใช้ เอกสารระบุห้ามใช้ในงานยาแนวรอยต่อบริเวณที่มีแรงดันน้ำหรือมีน้ำขังตลอดเวลา รวมถึงห้ามใช้ในสระว่ายน้ำและรอบสระว่ายน้ำ
Sikaflex 740 ใช้บนหินธรรมชาติได้ไหม?
ไม่ได้ เอกสารระบุห้ามใช้บนหินธรรมชาติ รวมถึงพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่
ซื้อ Sikaflex 740 ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikaflex 740 Construction ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนหลอดจากรอยต่อจริง
