ปูนแห้งไว หดตัว แตกลายงา แก้ได้ด้วยน้ำยาบ่มคอนกรีต ชนิดซิลิเกต LANKO 361
งานคอนกรีตที่เพิ่งเทเสร็จไม่ได้เสียหายเพราะ “ปูนไม่ดี” เสมอไป หลายครั้งเกิดจากน้ำในเนื้อปูนระเหยเร็วเกินไป โดยเฉพาะพื้นที่ร้อน ลมแรง หรือผิวคอนกรีตมีพื้นที่สัมผัสอากาศมาก LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตแบบพร้อมใช้ สร้างฟิล์มบนผิวคอนกรีตสดเพื่อช่วยชะลอการสูญเสียน้ำ ลดโอกาสหดตัว แตกลายงา และช่วยให้กระบวนการไฮเดรชันของปูนเกิดได้สมบูรณ์ขึ้น
LANKO 361 LANCURE
น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกต สำหรับปกป้องผิวคอนกรีตและมอร์ตาร์สดจากการแห้งตัวเร็วเกินไป เหมาะกับงานพื้น ถนน ลานคอนกรีต พื้นโรงงาน ทางเดิน ระเบียง และงานโครงสร้างที่ต้องการลดความเสี่ยงแตกลายงาจากการสูญเสียน้ำเร็ว
Quick Answer: ปูนแห้งไว หดตัว แตกลายงา แก้ด้วย LANKO 361 ได้อย่างไร?
LANKO 361 LANCURE ช่วยแก้ต้นเหตุสำคัญของคอนกรีตแตกลายงาในช่วงแรก คือการสูญเสียน้ำที่ผิวเร็วเกินไป น้ำยาจะก่อตัวเป็นฟิล์มบางต่อเนื่องบนผิวคอนกรีตสด ช่วยชะลอการระเหยของน้ำในสภาพแดดร้อนหรือลมแรง ทำให้ปูนมีเวลาพัฒนากำลังและเกิดปฏิกิริยาไฮเดรชันได้ดีขึ้น จึงช่วยลดโอกาสเกิดการหดตัวและรอยแตกร้าวผิวหน้า
ในงานจริง รอยแตกลายงามักเกิดหลังเทไม่นาน โดยเฉพาะพื้นลานจอดรถ ถนนคอนกรีต พื้นโกดัง ลานโรงงาน หรือพื้นภายนอกที่เจอแดดและลมตลอดวัน ถ้าปล่อยให้ผิวแห้งเร็ว ขณะที่เนื้อคอนกรีตด้านล่างยังมีความชื้นต่างกันมาก ผิวบนจะหดตัวและดึงรั้งจนเกิดรอยแตกเล็ก ๆ เป็นเส้นฝอย หรือที่ช่างเรียกกันว่าแตกลายงา
หลักของการบ่มคอนกรีตคือ “เก็บน้ำไว้ให้ปูนใช้งาน” ไม่ใช่ทำให้ผิวเปียกแบบสุ่ม ๆ เท่านั้น LANKO 361 จึงเหมาะกับหน้างานที่ต้องการวิธีบ่มที่เร็ว ควบคุมพื้นที่ได้ดี และลดการพึ่งพาการรดน้ำซ้ำหลายรอบ โดยยังต้องใช้งานตามอัตราและจังหวะเวลาที่ถูกต้อง
ทำไมคอนกรีตแห้งไวแล้วเกิดรอยหดตัวและแตกลายงา?
คอนกรีตสดต้องใช้น้ำในการทำปฏิกิริยากับปูนซีเมนต์เพื่อพัฒนากำลัง กระบวนการนี้เรียกว่าไฮเดรชัน หากน้ำระเหยออกจากผิวเร็วเกินไป ผิวคอนกรีตจะสูญเสียความชื้นก่อนเวลา ในขณะที่เนื้อด้านล่างยังหดตัวไม่เท่ากัน ความต่างนี้ทำให้เกิดแรงดึงที่ผิว และเมื่อแรงดึงมากกว่าความสามารถรับแรงของคอนกรีตช่วงอายุต้น รอยแตกฝอยก็เริ่มเกิดขึ้น
สภาพที่เร่งให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น ได้แก่ แดดจัด ลมแรง อากาศร้อน พื้นที่กว้าง เทบาง พื้นมีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูง หรือการทำงานบนถนน/ลานที่ไม่มีร่มบัง นอกจากนี้การขัดหน้าเร็วเกินไป การรดน้ำผิดจังหวะ หรือการเปิดให้ผิวโดนลมหลังแต่งหน้าเสร็จโดยไม่มีการบ่ม ก็ทำให้เกิดรอยแตกลายงาได้ง่ายขึ้น
น้ำระเหยออกจากผิวเร็วกว่าเวลาที่ปูนต้องใช้ในการพัฒนากำลังช่วงแรก
ผิวบนสูญเสียน้ำและหดตัวเร็วกว่าส่วนล่าง เกิดแรงดึงในชั้นผิวคอนกรีต
ควบคุมการระเหยน้ำด้วยฟิล์มบ่ม ช่วยลดความเสี่ยงแตกลายงาและผิวเป็นฝุ่น
การใช้ curing compound อย่าง LANKO 361 จึงไม่ใช่ขั้นตอนเสริมที่ทำหรือไม่ทำก็ได้ในทุกงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมคุณภาพคอนกรีตสด โดยเฉพาะงานที่ต้องการผิวแข็งแรง เรียบ สวย และลดงานซ่อมภายหลัง เพราะรอยแตกฝอยจำนวนมากไม่ได้แก้ยากตอนเกิดแล้วเท่านั้น แต่ยังทำให้พื้นดูเก่าไว เป็นทางให้น้ำซึม และเพิ่มโอกาสผิวเสื่อมเมื่อใช้งานระยะยาว
LANKO 361 LANCURE คืออะไร?
LANKO 361 LANCURE คือผลิตภัณฑ์น้ำยาบ่มคอนกรีตและมอร์ตาร์ชนิดซิลิเกต เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็นวัสดุแบบพร้อมใช้งาน ใช้เคลือบผิวหน้าคอนกรีตสดเพื่อสร้างฟิล์มต่อเนื่องบนผิว ฟิล์มนี้ทำหน้าที่ชะลอการระเหยของน้ำ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน แดดจัด หรือลมแรง และช่วยส่งเสริมให้การเกิดปฏิกิริยาในคอนกรีตเป็นไปอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จุดเด่นของ LANKO 361 คือใช้งานง่าย ไม่ต้องผสมน้ำ สามารถลงบนผิวได้ด้วยการพ่น ทาด้วยลูกกลิ้ง หรือใช้แปรง เหมาะกับงานที่พื้นที่กว้างและต้องการความรวดเร็ว เช่น ถนนคอนกรีต ลานจอดรถ ลานโรงงาน พื้นคลังสินค้า พื้นทางเดิน หรือผิวมอร์ตาร์ที่เสี่ยงแห้งเร็วจากสภาพอากาศ
ข้อมูลจากเอกสารแนบ: ผลิตภัณฑ์ระบุคุณลักษณะสำคัญว่า Ready to use, protects mortar and concrete from drying out, reduces cracking and shrinkage และ can be sprayed โดยให้ใช้งานแบบไม่เจือจางบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ทันทีที่ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นด้าน
สิ่งที่ควรเข้าใจคือ LANKO 361 เป็นน้ำยาบ่ม ไม่ใช่น้ำยากันซึมถาวร ไม่ใช่สารเคลือบผิวเพื่อรับสารเคมี และไม่ใช่วัสดุซ่อมรอยแตก หากพื้นเกิดรอยแตกจากโครงสร้าง ดินทรุด เหล็กเสริมไม่พอ หรือ joint ผิดตำแหน่ง ต้องแก้ตามสาเหตุนั้น ๆ แต่ถ้าปัญหาหลักคือผิวแห้งเร็วจากการบ่มไม่พอ LANKO 361 เป็นตัวช่วยที่ตรงโจทย์มาก
สเปกสำคัญและอัตราการใช้ LANKO 361
| รายการ | ข้อมูลจากเอกสาร LANKO 361 | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| ประเภทสินค้า | น้ำยาบ่มคอนกรีต/มอร์ตาร์ ชนิดซิลิเกต | ใช้ควบคุมการสูญเสียน้ำที่ผิวในช่วงคอนกรีตสด |
| ลักษณะ | น้ำสีม่วงอ่อน หรือ light-violet liquid | ช่วยให้สังเกตการลงน้ำยาได้ง่ายขึ้นเมื่อทำงานบนพื้นที่กว้าง |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 1.1 | เป็นข้อมูลสำหรับอ้างอิงคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ |
| pH | ประมาณ 11.5 | เป็นด่าง ควรป้องกันตา ผิวหนัง และหลีกเลี่ยงการสูดดมละอองพ่น |
| อัตราการใช้ | 1 ลิตร/5-8 ตร.ม. | ควรคำนวณจากพื้นที่จริงและควบคุมให้ฟิล์มสม่ำเสมอ |
| บรรจุภัณฑ์ | แกลลอน 20 ลิตร และถัง 200 ลิตร | เลือกตามขนาดพื้นที่และระบบขนส่งหน้างาน |
| อายุการเก็บ | 12 เดือนในภาชนะเดิมที่ยังไม่เปิด | เก็บในที่เย็น แห้ง และปิดภาชนะให้สนิทหลังใช้งาน |
ตัวเลขอัตราการใช้ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตรเป็นค่าประมาณ การใช้จริงขึ้นกับความเรียบของผิว วิธีลงงาน เครื่องพ่น แรงลม และความสม่ำเสมอของช่าง หากลงน้อยเกินไป ฟิล์มอาจไม่ต่อเนื่องและคุมการระเหยได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้าลงมากเกินไปโดยไม่จำเป็น อาจเปลืองวัสดุและอาจกระทบงานผิวต่อเนื่องบางประเภท จึงควรทดสอบหรือกำหนดวิธีลงงานให้ชัดก่อนเริ่มพื้นที่ใหญ่
พื้นที่คอนกรีต 100 ตร.ม. หากใช้อัตรา 1 ลิตร/5-8 ตร.ม. จะต้องใช้ประมาณ 12.5-20 ลิตร ดังนั้นงานลาน 100 ตร.ม. มักอยู่ในช่วงประมาณ 1 แกลลอน 20 ลิตร ทั้งนี้ควรเผื่อสูญเสียจากเครื่องมือและสภาพลมหน้างาน
พื้นที่แบบไหนเหมาะกับน้ำยาบ่มคอนกรีต LANKO 361?
เอกสารระบุว่า LANKO 361 เหมาะกับกรณีที่สภาพอากาศ เช่น แดดและลม เร่งการระเหยของน้ำที่ใช้ในส่วนผสม รวมถึงงานโครงสร้างที่มีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูง และงานที่ต้องการลดการแตกร้าวจากการหดตัว จึงเหมาะกับงานคอนกรีตสดหลากหลายประเภท โดยเฉพาะงานที่เทแล้วเปิดผิวกว้างและควบคุมการบ่มด้วยน้ำได้ยาก
เหมาะกับถนน ทางรถวิ่ง ลานจอดรถ ลานโหลดสินค้า และพื้นที่กลางแจ้งที่โดนแดดลม
ช่วยลดความเสี่ยงผิวแตกลายงาหลังเท ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนใช้งานหรือทำผิวต่อ
เอกสารระบุถึง traffic surfaces, roads, bridges, embankments, canals และ walkways
สำหรับงานพื้นอุตสาหกรรม LANKO 361 จะช่วยในช่วงบ่มคอนกรีต แต่ไม่ได้แทนการออกแบบพื้น เช่น ความหนาคอนกรีต กำลังอัด เหล็กเสริม joint saw cut หรือระบบเคลือบผิว หากพื้นต้องรับรถยก แรงกระแทก น้ำมัน หรือสารเคมี ควรแยกบทบาทให้ชัดว่า LANKO 361 คือขั้นตอนบ่ม ส่วนความทนทานระยะยาวต้องมาจากระบบพื้นทั้งชุด
วิธีใช้ LANKO 361 ให้ลดปูนแตกลายงาได้จริง
จังหวะการลงงานสำคัญมาก เอกสารแนะนำให้ใช้ LANKO 361 แบบไม่เจือจาง และลงบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ทันทีเมื่อผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นด้าน หรือเริ่ม turn matt ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำส่วนเกินบนผิวลดลงแล้ว แต่คอนกรีตยังสดพอให้การบ่มมีผลดี หากลงเร็วเกินไปบนผิวที่ยังมีน้ำเยิ้ม ฟิล์มอาจไม่สม่ำเสมอ หากลงช้าเกินไป ผิวอาจสูญเสียน้ำไปแล้วจนลดประสิทธิภาพการบ่ม
- เตรียมวัสดุ: LANKO 361 พร้อมใช้ ไม่ควรเจือจางด้วยน้ำ หากเก็บไว้นานให้กวนให้เข้ากันก่อนใช้งาน
- เช็กผิวคอนกรีต: รอให้ผิวคอนกรีตเริ่มด้าน ไม่ควรมีน้ำขังหรือน้ำไหลบนผิวก่อนทา/พ่น
- ลงน้ำยาให้สม่ำเสมอ: ใช้เครื่องพ่น ลูกกลิ้ง หรือแปรง โดยควบคุมฟิล์มให้ต่อเนื่อง ไม่บางหรือหนาเกินไป
- คุมอัตราการใช้: ใช้ประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตร.ม. และเผื่อวัสดุสำหรับพื้นที่ขอบ มุม หรือพื้นที่ลมแรง
- ป้องกันผิวช่วงแรก: ระวังฝุ่น ลมแรง ฝน หรือการเดินเหยียบทันทีหลังลงน้ำยา
- ถ้าจะเคลือบผิวต่อ: เอกสารระบุว่าให้ล้าง LANKO 361 ออกจากผิวด้วยน้ำหลังจากแห้ง ก่อนทำระบบเคลือบผิวบน
จุดที่ช่างมักพลาด: การลงน้ำยาบ่มบนผิวที่ยังเปียกน้ำขัง การพ่นในวันที่ลมแรงโดยไม่ควบคุมทิศทางละออง การลงบางเกินไปจนฟิล์มไม่ต่อเนื่อง และการลืมล้างฟิล์มออกก่อนงาน coating หรือวัสดุปิดผิวบางระบบ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
หลังลงงาน ฟิล์มของผลิตภัณฑ์จะค่อย ๆ หายไปตามเวลาเนื่องจากสภาพอากาศและการขัดสี โดยเอกสารระบุประมาณ 7 วัน แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรใช้แทนการตรวจสภาพผิวจริง หากจะลง epoxy, PU coating, sealer หรือวัสดุปิดผิวที่ไวต่อการยึดเกาะ ควรทำความสะอาดและทดสอบการยึดเกาะตามระบบของวัสดุนั้นเสมอ
ข้อควรระวังในการใช้และการเก็บรักษา
จากเอกสารความปลอดภัย LANKO 361 เป็นผลิตภัณฑ์ด่าง มีค่า pH ประมาณ 11.3-12.3 ในข้อมูล MSDS และอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจเมื่อเป็นละอองพ่น และทางเดินอาหารหากกลืนกิน ดังนั้นแม้จะเป็นวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป ก็ยังควรจัดการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม
| ประเด็น | คำแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| การพ่น | ทำงานในที่อากาศถ่ายเทดี และหลีกเลี่ยงการสูดดมละออง | ละอองพ่นอาจระคายเคืองทางเดินหายใจ |
| อุปกรณ์ป้องกัน | สวมถุงมือ แว่นตา และชุดทำงานที่ปกปิดผิว | ลดการสัมผัสสารด่างกับตาและผิวหนัง |
| ภาชนะเก็บ | เก็บในภาชนะพลาสติกหรือเหล็กที่สะอาด ปิดฝาให้สนิท | เอกสาร MSDS แนะนำให้แยกจากกรด โลหะไวต่อปฏิกิริยา และเกลือแอมโมเนียม |
| พื้นหก | รีบกั้นพื้นที่และดูดซับด้วยทรายหรือวัสดุดูดซับ | ของเหลวที่หกอาจลื่นและไม่ควรปล่อยลงทางน้ำโดยตรง |
ไม่ควรทำ: ไม่ควรสูดดมละอองพ่น ไม่ควรให้เข้าตา ไม่ควรทำงานโดยไม่มีถุงมือและแว่นตา และไม่ควรเก็บในภาชนะอลูมิเนียม ทองแดง ทองเหลือง สังกะสี หรือภาชนะชุบกัลวาไนซ์ตามข้อควรระวังในเอกสารความปลอดภัย
สรุป: ถ้าปัญหาคือปูนแห้งไวและแตกลายงา ต้องเริ่มที่การบ่ม
รอยแตกลายงาบนคอนกรีตสดเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ง่ายกว่าซ่อมภายหลังมาก หากหน้างานเป็นพื้นกว้าง เจอแดด ลม หรือมีโอกาสสูญเสียน้ำเร็ว การใช้ LANKO 361 LANCURE ช่วยให้การบ่มเป็นระบบขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ สร้างฟิล์มชะลอการระเหยน้ำ ลดความเสี่ยงการหดตัวและแตกร้าว และเหมาะกับงานคอนกรีตสดหลายประเภทตั้งแต่งานพื้นทั่วไปจนถึงงานถนนและลานอุตสาหกรรม
หัวใจคือใช้ให้ถูกจังหวะและถูกอัตรา: ไม่ผสมน้ำ กวนให้เข้ากัน ลงบนผิวที่เริ่มด้าน ไม่มีน้ำขัง และคุมปริมาณประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร หากมีงาน coating หรือวัสดุปิดผิวต่อ ต้องวางแผนล้างหรือเตรียมผิวตามระบบก่อนเสมอ เมื่อทำครบตามนี้ LANKO 361 จะเป็นตัวช่วยที่ตรงจุดสำหรับงานที่ต้องการลดปัญหาปูนแห้งไว หดตัว และแตกลายงาตั้งแต่วันแรกของการเทคอนกรีต
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยอ้างอิงจากเอกสารแนบ LK 361.pdf ซึ่งระบุรายละเอียด LANKO 361 LANCURE, อัตราการใช้, วิธีทำงาน, ข้อควรระวัง, MSDS และเอกสารทดสอบ water retention ตาม ASTM C156
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 361 คืออะไร?
LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตและมอร์ตาร์ชนิดซิลิเกต ใช้สร้างฟิล์มบนผิวคอนกรีตสดเพื่อชะลอการระเหยน้ำ ลดการหดตัวและลดโอกาสแตกลายงา
LANKO 361 ต้องผสมน้ำก่อนใช้ไหม?
ไม่ต้องผสมน้ำ เอกสารระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้และไม่ควรเจือจาง หากเก็บไว้นานควรกวนให้เข้ากันก่อนใช้งาน
อัตราการใช้ LANKO 361 เท่าไร?
อัตราการใช้โดยประมาณคือ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร ขึ้นกับสภาพผิว วิธีลงงาน และความสม่ำเสมอของฟิล์มที่ต้องการ
ควรทา LANKO 361 ตอนไหนหลังเทคอนกรีต?
ควรลงบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ทันทีเมื่อผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นด้าน หรือเริ่มไม่มีน้ำเยิ้มบนผิว โดยต้องไม่มีน้ำขังหรือน้ำไหลบนผิวขณะทาหรือพ่น
LANKO 361 ใช้วิธีพ่นได้ไหม?
ใช้พ่นได้ และยังสามารถใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงได้ด้วย หากเป็นงานพ่นควรทำในพื้นที่อากาศถ่ายเทดี หลีกเลี่ยงการสูดดมละออง และสวมอุปกรณ์ป้องกัน
ถ้าจะทำ coating ทับ ต้องทำอย่างไร?
เอกสารระบุว่าหากจะลงวัสดุเคลือบทับบนผิว ควรล้าง LANKO 361 ออกจากผิวด้วยน้ำหลังจากแห้ง และควรตรวจการยึดเกาะตามระบบ coating ที่จะใช้จริง
ฟิล์มของ LANKO 361 อยู่ได้นานแค่ไหน?
เอกสารระบุว่าฟิล์มจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองจากสภาพอากาศหรือการขัดสี โดยใช้เวลาประมาณ 7 วัน ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพหน้างานจริง
ซื้อ LANKO 361 ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 361 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กราคา สต็อก และคำนวณปริมาณตามพื้นที่ใช้งานจริง
