ประหยัดเวลาทำกันซึมด้วย Sikalastic®-632 R ไม่ต้องผสม แห้งไว ทำงานต่อได้ทันที
SIKALASTIC 632 R FAST WATERPROOFING

ประหยัดเวลาทำกันซึม ด้วย Sikalastic®-632 R ไม่ต้องผสม แห้งไว ทำงานต่อได้ทันที

งานกันซึมหลังคา ดาดฟ้า และระเบียงมักเสียเวลาตรงการผสมวัสดุ รอแห้ง รอฝนหยุด และแก้งานเมื่อทาช้าเกินสภาพอากาศ Sikalastic®-632 R ช่วยลดจุดหน่วงเหล่านี้ด้วยระบบกันซึมโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม แห้งและบ่มตัวเร็ว และสร้างฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อที่เหมาะกับงานซ่อมรั่วและงานปรับปรุงหลังคาเดิม

พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมเพิ่ม ทนฝนเร็ว 1-2 ชม. เคลือบทับเร็ว 3-12 ชม. ฟิล์ม PU ไร้รอยต่อ 21 กก./ถัง
1 ชม.ทนฝนที่ +30°C / 85% RH
3 ชม.รอเคลือบทับขั้นต่ำที่ +30°C / 50% RH
2 มม.ประสานรอยแตกตามข้อมูลทดสอบ
Sikalastic 632 R วัสดุกันซึมโพลียูรีเทนพร้อมใช้ไม่ต้องผสม

Sikalastic®-632 R

วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว สีเทาอ่อน บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ ใช้ได้กับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก งานปรับปรุงหลังคาเดิม และพื้นที่ที่ต้องการชั้นกันซึมต่อเนื่องก่อนติดตั้งกระเบื้อง

Quick Answer: ทำไม Sikalastic®-632 R ช่วยประหยัดเวลาทำกันซึม?

คำตอบสั้น

Sikalastic®-632 R ประหยัดเวลาหน้างานเพราะเป็นกันซึม PU ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมเพิ่ม จึงลดเวลาชั่งตวง ลดความเสี่ยงผสมผิด และเริ่มทาได้เร็วกว่า ระบบยังแห้งและบ่มตัวเร็ว โดยข้อมูล Sika ระบุว่าทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C / 85% RH และรอเคลือบทับขั้นต่ำประมาณ 3 ชั่วโมงที่ +30°C / 50% RH จึงเหมาะกับงานที่ต้องการปิดรั่ว ทำกันซึมต่อเนื่อง และลดเวลารอระหว่างชั้น

สำหรับงานดาดฟ้าและหลังคาในไทย ปัญหาที่เจอบ่อยไม่ใช่แค่ “วัสดุกันซึมดีไหม” แต่คือ “มีเวลาทำงานพอไหมก่อนฝนมา” เพราะงานกันซึมต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่ทำความสะอาด ซ่อมรอยร้าว ทารองพื้น ทาชั้นแรก รอแห้ง ทาชั้นต่อไป และตรวจเก็บรายละเอียด หากเลือกวัสดุที่ต้องผสมหลายส่วนหรือแห้งช้า โอกาสที่งานจะสะดุดเพราะฝน ความชื้น หรือเวลาส่งมอบจะสูงขึ้นทันที

Sikalastic®-632 R แก้โจทย์นี้ด้วยการเป็นวัสดุพร้อมใช้และบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ หลังแห้งแล้วเกิดเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ มีความยืดหยุ่น และช่วยรับรายละเอียดของหลังคาที่ซับซ้อน เช่น ท่อระบายน้ำ รางน้ำ ช่องแสง มุมพื้นชนผนัง และพื้นที่รูปทรงไม่สม่ำเสมอได้ดี เมื่อจัดทีมและลำดับงานให้ถูกต้อง จึงช่วยให้หน้างานเดินเร็วขึ้นโดยไม่ลดคุณภาพของระบบกันซึม

ประหยัดเวลาหน้างานได้จริงตรงไหน?

คำว่า “ประหยัดเวลา” ในงานกันซึมไม่ได้หมายถึงทาให้เร็วที่สุดอย่างเดียว แต่หมายถึงลดเวลาที่สูญเสียจากขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดโอกาสทำผิดแล้วต้องรื้อแก้ และลดเวลารอระหว่างชั้นให้สอดคล้องกับสภาพอากาศจริง Sikalastic®-632 R มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์นี้หลายด้าน เพราะเป็นส่วนประกอบเดียว ชนิดทาเคลือบ เปิดถังแล้วใช้งานได้ ไม่ต้องผสมเพิ่มเหมือนวัสดุสองส่วนที่ต้องคุมสัดส่วนและ pot life อย่างเข้มงวด

ไม่ต้องเสียเวลาผสม

ลดขั้นตอนชั่งตวง ลดความผิดพลาดจากการผสมผิดอัตรา และช่วยให้ทีมเริ่มทาได้เร็วขึ้นหลังเตรียมผิวเสร็จ

แห้งและบ่มตัวเร็ว

ข้อมูล Sika ระบุว่าผิวเริ่มแห้งตัวหลังเคลือบประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +20°C / 50% RH จึงช่วยวางแผนทาชั้นถัดไปได้ง่าย

ทนฝนได้เร็ว

ที่ +30°C / 85% RH ทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วยลดความเสี่ยงงานเสียเมื่ออากาศเปลี่ยนเร็ว แต่ยังควรหลีกเลี่ยงฝนหนัก

อีกประเด็นที่สำคัญคือ Sikalastic®-632 R เป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เมื่อทาถูกความหนาและเก็บรายละเอียดดี จะลดจุดอ่อนจากรอยต่อแผ่นหรือแนวประกบที่มักเป็นต้นเหตุของการรั่วซ้ำในงานหลังคาเก่า งานจึงไม่ใช่แค่เร็วขึ้นตอนติดตั้ง แต่ยังช่วยลดโอกาสกลับไปแก้จุดรั่วในภายหลังด้วย

จุดเด่นของ Sikalastic®-632 R สำหรับงานกันซึมหลังคาและดาดฟ้า

จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika Thailand, Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวและแห้งตัวด้วยความชื้นในอากาศ หลังแห้งแล้วเป็นแผ่นฟิล์มไร้รอยต่อ มีคุณสมบัติกันซึม เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน และระเบียง จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับงานซ่อมรั่วและงานปรับปรุงหลังคาเดิมมีดังนี้

พร้อมใช้งาน

ไม่ต้องผสมเพิ่ม เหมาะกับทีมที่ต้องการลดขั้นตอนและควบคุมคุณภาพหน้างานให้ง่ายขึ้น

ทนฝนได้เกือบทันที

เหมาะกับงานภายนอกที่มีความเสี่ยงจากสภาพอากาศ แต่ควรเลือกวันทำงานที่ไม่มีฝนหนัก

ไอน้ำซึมผ่านได้

ช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้นได้ ลดความเสี่ยงสะสมความชื้นใต้ชั้นกันซึมเมื่อเตรียมผิวถูกต้อง

ทนต่อรากไม้

เป็นประโยชน์กับงานดาดฟ้าหรือพื้นที่ที่อาจเกี่ยวข้องกับสวนหลังคาเมื่อติดตั้งตามระบบที่เหมาะสม

ยืดหยุ่นในสภาพร้อนปกติ

รองรับการขยับตัวของพื้นผิวภายนอกได้ดีกว่าวัสดุแข็งเปราะทั่วไป

เสริมแรงได้

หลังคาที่มีรายละเอียดและรูปทรงซับซ้อนสามารถใช้ระบบเสริมแรงตามคำแนะนำของ Sika

เหมาะกับโจทย์เร่งงาน: จุดแข็งของรุ่นนี้คือการลดเวลาระหว่างขั้นตอน โดยเฉพาะงานที่ต้องการปิดพื้นที่ให้เร็ว ทาชั้นต่อไปเร็ว และลดความเสี่ยงจากฝนระหว่างวัน

เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikalastic®-632 R ถูกออกแบบสำหรับงานกันซึมหลังคาและพื้นที่ภายนอกหลายรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการชั้นกันซึมต่อเนื่องและต้องทำงานบนรายละเอียดซับซ้อน หากเป็นดาดฟ้าเก่าที่มีรอยร้าว น้ำซึมตามมุม หรือหลังคาที่มีท่อและรางน้ำจำนวนมาก วัสดุชนิดทาเคลือบจะช่วยเข้าถึงรายละเอียดได้ง่ายกว่าระบบแผ่นในหลายกรณี

พื้นที่ใช้งานเหตุผลที่เหมาะสิ่งที่ควรเช็กก่อนทา
หลังคาแนวราบสร้างฟิล์มกันซึมต่อเนื่องเต็มพื้นที่ ลดรอยต่อความลาดเอียง น้ำขัง รอยร้าว และจุดระบายน้ำ
หลังคามีความชันใช้ทาเคลือบบนพื้นผิวที่ต้องการกันซึมโดยไม่เพิ่มน้ำหนักมากความปลอดภัยในการทำงานและการยึดเกาะของพื้นผิว
ระเบียงภายนอกเหมาะเป็นชั้นกันซึมก่อนงานกระเบื้องหรือระบบผิวบนมุมพื้นชนผนัง สโลป และรอยต่อประตู
ปรับปรุงหลังคาเดิมใช้ยืดอายุหลังคาที่มีปัญหารั่วซึมเมื่อพื้นเดิมยังแข็งแรงชั้นกันซึมเดิมต้องไม่ล่อน ไม่บวม และต้องทดสอบการยึดเกาะเมื่อจำเป็น
หลังคารายละเอียดซับซ้อนเข้าทำงานรอบท่อ รางน้ำ ช่องรับแสง และรูปทรงซับซ้อนได้ดีอาจต้องเสริมแรงเฉพาะจุดตาม Method Statement

พื้นผิวที่ Sika ระบุว่าเหมาะสม ได้แก่ ซีเมนต์ อิฐก่อ หิน บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน โลหะ ซีเมนต์ใยหิน กระเบื้องเซรามิกแบบไม่ขัดเงา และไม้ อย่างไรก็ตามคำว่า “ใช้ได้” ไม่ได้แปลว่าทาได้ทันทีทุกสภาพ พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง แข็งแรง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน ชั้นล่อน หรือความชื้นสะสม และต้องเลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิวแต่ละประเภท

สเปกสำคัญและเวลาแห้งที่ช่วยวางแผนงาน

งานที่ต้องการความเร็วควรเริ่มจากตัวเลขที่ชัดเจน เพราะถ้ารู้เวลาแห้ง เวลาเคลือบทับ และอุณหภูมิที่เหมาะสม ทีมงานจะจัดลำดับงานได้แม่นกว่าเดิม ตารางด้านล่างสรุปข้อมูลสำคัญจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ Sika Thailand เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเบื้องต้น

หัวข้อข้อมูลโดยประมาณผลต่อหน้างาน
ส่วนประกอบหลักอะโรมาติคโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว ทำปฏิกิริยาด้วยความชื้นพร้อมใช้และไม่ต้องผสมเพิ่ม
ขนาดบรรจุ21 กิโลกรัม/ถังคำนวณปริมาณจากระบบและพื้นที่จริง
สีสีเทาอ่อนเหมาะกับงานหลังคาและดาดฟ้าทั่วไป
ความหนาแน่นประมาณ 1.40 กก./ลิตร ที่ +23°Cใช้ประเมินปริมาณและการกระจายตัวของวัสดุ
ค่ากำลังรับแรงดึงประมาณ 4.0 MPaสะท้อนความแข็งแรงของฟิล์มกันซึม
ประสานรอยแตก2 มม. ไม่แตกร้าวตามข้อมูลทดสอบช่วยรับรอยร้าวเล็กเมื่อออกแบบระบบถูกต้อง
อุณหภูมิใช้งาน-20°C ถึง +80°Cเหมาะกับสภาพภายนอกที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
อายุผลิตภัณฑ์9 เดือนเมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทและถูกวิธีควรเช็กวันผลิตและสภาพถังก่อนใช้งาน

เวลาแห้งและเวลาเคลือบทับ

เงื่อนไขเวลาหรือช่วงเวลาความหมายสำหรับงานจริง
ผิวเริ่มแห้งตัวประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +20°C / 50% RHช่วยวางแผนการเดินงานและการป้องกันฝุ่นบนผิว
รอเคลือบทับที่ +10°C / 50% RHขั้นต่ำประมาณ 12 ชั่วโมงอากาศเย็นทำให้ต้องรอนานขึ้น
รอเคลือบทับที่ +20°C / 50% RHขั้นต่ำประมาณ 6 ชั่วโมงเหมาะกับการแบ่งงานเป็นช่วงเช้าและช่วงบ่ายในบางหน้างาน
รอเคลือบทับที่ +30°C / 50% RHขั้นต่ำประมาณ 3 ชั่วโมงอากาศร้อนช่วยให้เคลือบทับเร็ว แต่ต้องระวังพื้นร้อนและฟองอากาศ
ทนฝนที่ +20°C / 55% RHประมาณ 2 ชั่วโมงลดความเสี่ยงเมื่อฝนมาเร็วกว่าคาด
ทนฝนที่ +30°C / 85% RHประมาณ 1 ชั่วโมงเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น แต่ฝนหนักยังอาจทำลายผิวที่ยังไม่แข็งตัว

หมายเหตุสำคัญ: เวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณและเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิ ความชื้น ความหนาฟิล์ม ลม และสภาพพื้นผิวจริง หากทิ้งงานเกิน 2 วันก่อนเคลือบทับ ควรทำความสะอาดผิวและใช้ Sika® Reactivation Primer ตามคำแนะนำของ Sika

ระบบงานและอัตราการใช้ Sikalastic®-632 R

Sika แบ่งระบบของ Sikalastic®-632 R เป็นระบบกันซึมที่มีชั้นทับหน้าและระบบที่ไม่มีชั้นทับหน้า โดยแต่ละระบบมีอัตราการใช้ต่อชั้นต่างกัน การเลือกใช้จึงไม่ควรดูแค่พื้นที่กี่ตารางเมตร แต่ต้องดูว่าหน้างานต้องการระบบใด มี traffic แค่ไหน จะมีวัสดุปิดทับหรือไม่ และต้องเสริมแรงเฉพาะจุดหรือทั้งระบบหรือเปล่า

ระบบชั้นที่ 1ชั้นที่ 2รวมขั้นต่ำโดยประมาณ
SikaRoof® MTC-05 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.≥ 1.75 กก./ตร.ม.
SikaRoof® MTC-08 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.10 กก./ตร.ม.
SikaRoof® MTC-10 UV AP≥ 1.40 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.45 กก./ตร.ม.
SikaRoof® Pro-1 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.≥ 1.75 กก./ตร.ม.
SikaRoof® Pro-3 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.10 กก./ตร.ม.

ตัวอย่างการคำนวณแบบเร็ว: หากดาดฟ้าขนาด 50 ตารางเมตร เลือกระบบที่ใช้อัตรารวมขั้นต่ำ 2.10 กก./ตร.ม. จะใช้วัสดุขั้นต่ำประมาณ 105 กก. หรือประมาณ 5 ถังของขนาด 21 กก. ก่อนเผื่อการสูญเสีย ผิวหยาบ มุมพื้นชนผนัง ท่อ รางน้ำ และงานเสริมแรง ดังนั้นควรเผื่อวัสดุและให้ทีมขายช่วยคำนวณจากรูปหน้างานจริงเสมอ

สูตรจำง่าย: พื้นที่ (ตร.ม.) x อัตราการใช้รวม (กก./ตร.ม.) = ปริมาณขั้นต่ำโดยประมาณ จากนั้นเผื่อจุดรายละเอียดและความสูญเสียตามสภาพพื้นจริง

วิธีใช้ให้แห้งไวและทำงานต่อได้ทันที

แม้ Sikalastic®-632 R จะพร้อมใช้และไม่ต้องผสมเพิ่ม แต่การทำงานให้เร็วและไม่ต้องแก้ซ้ำต้องเริ่มจากการเตรียมผิวที่ถูกต้อง พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง แข็งแรง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน วัสดุหลุดร่อน หรือชั้นเคลือบเดิมที่ยึดเกาะไม่ดี จากนั้นเลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว เช่น พื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาใช้ Sikalastic® U primer ส่วนบิทูเมนและโลหะใช้ Sikalastic® Metal Primer ตามข้อมูล Sika

1
สำรวจพื้นที่

หาจุดรั่ว น้ำขัง รอยร้าว มุมพื้นชนผนัง ท่อ และรางน้ำก่อนเริ่มงาน

2
เตรียมผิว

ขจัดฝุ่น คราบมัน ชั้นล่อน และซ่อมผิวให้แข็งแรงก่อนทา primer

3
ทา primer

เลือก primer ตามพื้นผิวและรอให้พร้อมสำหรับทาชั้นกันซึม

4
เปิดถังใช้งาน

ไม่ต้องผสมเพิ่ม หากวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสีสม่ำเสมอ

5
ทาชั้นที่ 1

ใช้แปรง ลูกกลิ้ง หรือพ่น คุมอัตราการใช้ตามระบบที่เลือก

6
รอเคลือบทับ

รอประมาณ 3-12 ชั่วโมงตามอุณหภูมิและความชื้น

7
ทาชั้นที่ 2

ทาให้ต่อเนื่องเต็มพื้นที่ โดยเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงเป็นพิเศษ

8
ตรวจงาน

เช็กฟอง รูเข็ม จุดบาง ขอบมุม รอยต่อ และจุดระบายน้ำก่อนส่งงาน

เครื่องมือที่ใช้ได้

อุปกรณ์ที่ Sika แนะนำ ได้แก่ แปรงขนหนาและนุ่ม ลูกกลิ้งที่ทนต่อสารละลายและไม่เป็นขนปุย รวมถึงเครื่องพ่นไร้อากาศแรงดันประมาณ 200-250 บาร์ หัวฉีดขนาด 0.38-0.53 มม. มุม 50-80 องศา การเลือกเครื่องมือควรดูขนาดพื้นที่ รายละเอียดหน้างาน และความชำนาญของทีมช่าง

อย่ากวนแรงเกินไป: ถ้าพบว่าวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนเข้ากัน การกวนแรงอาจกักฟองอากาศ ทำให้เกิดรูเข็มหรือผิวไม่สวยหลังแห้ง

ข้อควรระวังเมื่อต้องการทำงานเร็ว

วัสดุแห้งไวช่วยให้หน้างานเร็วขึ้น แต่ความเร็วไม่ควรแลกกับการข้ามขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะงานดาดฟ้าเก่าที่มีความชื้นสะสม น้ำขัง หรือชั้นเคลือบเดิมหลายชั้น หากรีบทาทับโดยไม่แก้ต้นเหตุ ฟิล์มกันซึมอาจบวม ล่อน หรือรั่วซ้ำได้ในอนาคต

พื้นต้องไม่เปียกหรือชื้นสะสม

ความชื้นใต้พื้นอาจดันฟิล์มจนบวมและลดการยึดเกาะ

อย่าข้าม primer

primer ช่วยการยึดเกาะและลดความเสี่ยงฟองอากาศ โดยเฉพาะพื้นซีเมนต์และผิวพรุน

ฝนหนักยังเสี่ยง

แม้ทนฝนได้เร็ว แต่ฝนตกหนักและแรงอาจกระทบผิวที่ยังไม่แข็งตัวเต็มที่

อย่าทาบางเพื่อประหยัด

ความหนาฟิล์มมีผลต่อกันซึม อายุการใช้งาน และความสามารถประสานรอยร้าว

ระวังจุดน้ำค้าง

พื้นผิวควรสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดการควบแน่นและฟิล์มบวม

ทำความสะอาดเครื่องมือทันที

หลังใช้งานให้ล้างด้วย Thinner C ทันที หากแข็งตัวแล้วต้องขูดออกด้วยวิธีทางกล

สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำขังเป็นประจำ ควรแก้ slope หรือระบบระบายน้ำก่อนทำกันซึม เพราะวัสดุกันซึมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อชดเชยปัญหาน้ำขังถาวรทั้งหมด หากเป็นงานหลังคาใหญ่หรือมีรายละเอียดซับซ้อน เช่น ช่องแสงจำนวนมาก ท่อทะลุพื้น หรือรางน้ำหลายจุด ควรทำพื้นที่ทดลองและให้ทีมเทคนิคช่วยประเมินระบบเสริมแรงก่อนเริ่มงานเต็มพื้นที่

สรุป: ถ้าโจทย์คือเร็ว ง่าย และลดความเสี่ยงฝน Sikalastic®-632 R คือรุ่นที่ควรดู

Sikalastic®-632 R เหมาะกับงานที่ต้องการประหยัดเวลาทำกันซึม เพราะเป็นวัสดุ PU ส่วนประกอบเดียว เปิดถังแล้วใช้งานได้ ไม่ต้องผสมเพิ่ม ช่วยลดความเสี่ยงจากการผสมผิดและลดเวลาหน้างาน เมื่อติดตั้งถูกระบบจะเกิดฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ แห้งและบ่มตัวเร็ว ทนฝนได้เร็ว และเคลือบทับได้ภายในช่วงเวลาที่ชัดเจนตามอุณหภูมิ

แต่หัวใจของงานเร็วที่ได้คุณภาพยังอยู่ที่การเตรียมผิว เลือก primer คุมอัตราการใช้ และไม่รีบข้ามขั้นตอนจุดเสี่ยง เช่น รอยต่อ มุมพื้นชนผนัง ท่อ รางน้ำ และจุดน้ำขัง หากต้องการให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินจำนวนถังและระบบที่เหมาะกับพื้นที่จริง สามารถส่งรูปหน้างาน พื้นที่ตารางเมตร และสภาพพื้นผิวทาง LINE เพื่อคำนวณเบื้องต้นก่อนสั่งซื้อได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลคุณสมบัติ การใช้งาน อัตราการใช้ เวลาแห้ง และข้อแนะนำอ้างอิงจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ Sikalastic®-632 R บน Sika Thailand

คำถามที่พบบ่อย

Sikalastic®-632 R ต้องผสมก่อนใช้ไหม?

ไม่ต้องผสมเพิ่ม เพราะเป็นวัสดุกันซึมโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน หากพบว่าเนื้อวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสีสม่ำเสมอก่อนทา และควรหลีกเลี่ยงการกวนแรงเพื่อลดฟองอากาศ

Sikalastic®-632 R แห้งเร็วแค่ไหน?

ข้อมูล Sika ระบุว่าผิวเริ่มแห้งตัวประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +20°C / 50% RH และทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C / 85% RH หรือประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C / 55% RH ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพอากาศและความหนาฟิล์มจริง

ทาชั้นต่อไปได้เมื่อไหร่?

ระยะรอเคลือบทับขั้นต่ำโดยประมาณคือ 12 ชั่วโมงที่ +10°C / 50% RH, 6 ชั่วโมงที่ +20°C / 50% RH และ 3 ชั่วโมงที่ +30°C / 50% RH หากทิ้งไว้นานเกิน 2 วัน ควรทำความสะอาดผิวและใช้ Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่

ใช้กับดาดฟ้าเก่าที่รั่วได้ไหม?

ใช้ได้ในงานปรับปรุงหลังคาและดาดฟ้าเดิมที่มีปัญหารั่วซึม แต่พื้นเดิมต้องแข็งแรง แห้ง สะอาด และชั้นเคลือบเดิมต้องไม่ล่อนหรือบวม หากมีน้ำขังหรือรอยร้าวมากควรซ่อมและแก้สโลปก่อน

ต้องใช้ primer หรือไม่?

ควรใช้ primer ตามประเภทพื้นผิว เช่น พื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาใช้ Sikalastic® U primer ส่วนบิทูเมนและโลหะใช้ Sikalastic® Metal Primer ตามข้อมูล Sika การเลือก primer ถูกต้องช่วยลดปัญหาหลุดล่อนและฟองอากาศ

หนึ่งถัง 21 กก. ทาได้กี่ตารางเมตร?

ขึ้นกับระบบที่เลือกและอัตราการใช้รวม เช่น ระบบที่ใช้อัตรารวมขั้นต่ำ 2.10 กก./ตร.ม. ถัง 21 กก. จะครอบคลุมประมาณ 10 ตร.ม. ก่อนเผื่อสูญเสีย จุดรายละเอียด และสภาพพื้นจริง ควรให้ทีมขายช่วยคำนวณจากหน้างาน

ใช้ก่อนปูกระเบื้องระเบียงได้ไหม?

ใช้เป็นกันซึมก่อนติดตั้งกระเบื้องบริเวณระเบียงและชานระเบียงได้ตามขอบเขตการใช้งานของสินค้า แต่ต้องออกแบบระบบชั้นทับหน้า กาวปูกระเบื้อง และรายละเอียดมุม/รอยต่อให้ถูกต้อง

ซื้อ Sikalastic®-632 R ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikalastic®-632 R ของ GY Asia หรือติดต่อทาง LINE เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมช่วยคำนวณจำนวนถังตามพื้นที่จริง

Similar Posts