วิธีทาซีเมนต์กันซึมดาดฟ้า LANKO 226 Flex ด้วยตัวเอง ฉบับจับมือทำ
DIY ROOF WATERPROOFING WITH LANKO 226 FLEX

วิธีทาซีเมนต์กันซึมดาดฟ้า LANKO 226 Flex ด้วยตัวเอง ฉบับจับมือทำ

คู่มือสำหรับเจ้าของบ้านและช่างที่ต้องการทำกันซึมพื้นที่ดาดฟ้า ระเบียง หรือชานพักก่อนปูกระเบื้องด้วย LANKO® 226 Flex แบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เช็กพื้นเดิม เตรียมผิว ผสมวัสดุ ทาชั้นแรก เสริมตาข่าย ทาชั้นสอง ไปจนถึงการรอก่อนปูกระเบื้องและข้อควรระวังสำคัญ

กันซึมยืดหยุ่น 2 ส่วนผสม ทา 2 ชั้น ความหนารวมราว 2 มม. ปริมาณใช้ 3-4 กก./ตร.ม. ปูกระเบื้องทับได้ 3-7 วัน
40 นาทีเวลาใช้งานหลังผสมที่ 25°C
1.5 บาร์ทนแรงดันน้ำตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
23 กก.ชุดใหญ่ A+B สำหรับงานพื้นที่มาก
LANKO 226 Flex ซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่น 2 ส่วนผสม สำหรับงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง

LANKO® 226 Flex

ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น 2 ส่วนผสม สำหรับพื้นผิวคอนกรีตและผนังก่ออิฐฉาบปูน ใช้กับห้องน้ำ ห้องครัว แทงค์น้ำ บ่อเก็บน้ำ ระเบียง และชานพักก่อนปูกระเบื้อง เหมาะกับงานที่ต้องการฟิล์มกันซึมยืดหยุ่นและยึดเกาะดี

Quick Answer: ทา LANKO 226 Flex กันซึมดาดฟ้าด้วยตัวเองต้องทำอย่างไร?

คำตอบสั้น

ถ้าพื้นดาดฟ้าเป็นคอนกรีตที่แข็งแรง มีความลาดเอียงระบายน้ำดี และต้องการทำระบบกันซึมก่อนปูกระเบื้อง ให้ทำความสะอาดพื้น ซ่อมรอยแตกร้าว ทำพื้นให้ชื้นแต่ไม่มีน้ำขัง ผสม Part B กับ Part A ด้วยสว่านรอบต่ำ 300-500 รอบ/นาที ทาชั้นแรก 1.5-2 กก./ตร.ม. เสริมตาข่ายบริเวณรอยต่อหรือจุดเสี่ยง รอชั้นแรกแห้ง 2-6 ชั่วโมง แล้วทาชั้นสองอีก 1.5-2 กก./ตร.ม. ให้ความหนารวมประมาณ 2 มม. จากนั้นรอ 3-7 วันก่อนปูกระเบื้องทับ

หัวใจของงานนี้ไม่ใช่การทาให้หนาเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ระบบทั้งหมดต่อเนื่อง ไม่มีรูพรุน ไม่มีฝุ่นคั่นกลาง ไม่มีน้ำขังใต้ฟิล์ม และไม่มีจุดรอยต่อที่ถูกละเลย โดยเฉพาะดาดฟ้าบ้านที่มักมีปัญหาบริเวณมุมผนัง ท่อระบายน้ำ ขอบประตู รอยต่อพื้นกับผนัง และรอยแตกร้าวเดิม ถ้าข้ามรายละเอียดเหล่านี้ ต่อให้ใช้วัสดุดี น้ำก็ยังอาจหาทางซึมผ่านจุดอ่อนเดิมได้

บทความนี้จึงเขียนแบบจับมือทำสำหรับคนที่อยากทำเอง แต่ยังยึดข้อมูลจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ของ Sika เป็นหลัก เพื่อให้ใช้งานตรงกับขอบเขตของ LANKO 226 Flex และไม่ตีความเกินสเปกสินค้า

ก่อนเริ่มต้องรู้: LANKO 226 Flex กับดาดฟ้าใช้ได้ในเงื่อนไขไหน?

หน้า Sika Thailand ระบุการใช้งานของ LANKO® 226 Flex ไว้ชัดว่าเป็นซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่น 2 ส่วนผสม ใช้กับห้องน้ำ ห้องครัว แทงค์น้ำ บ่อเก็บน้ำ และใช้สำหรับงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง เช่น ระเบียงและชานพัก โดยมีข้อความกำกับว่า ยกเว้นดาดฟ้า สำหรับขอบเขตงานก่อนปูกระเบื้อง ดังนั้นถ้าจะพูดถึง “กันซึมดาดฟ้า” ด้วยสินค้ารุ่นนี้ ต้องแยกเงื่อนไขให้รอบคอบ

ข้อสรุปที่ควรยึด: LANKO 226 Flex ไม่ควรถูกใช้เป็นชั้นกันซึมเปิดโล่งบนดาดฟ้าที่รับแดด ฝน น้ำขัง และการสัญจรโดยตรงแบบไม่มีวัสดุปิดทับ หากเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งควรปรึกษาทีมเทคนิคเพื่อเลือกระบบกันซึมหลังคาหรือดาดฟ้าโดยเฉพาะ

กรณีที่บทความนี้นำเสนอคือพื้นที่ดาดฟ้า/ระเบียงลักษณะใกล้เคียงชานพักที่มีแผนปูกระเบื้องหรือมีวัสดุปิดทับด้านบน มีความลาดเอียงระบายน้ำดี ไม่มีน้ำขังถาวร และสามารถควบคุมรายละเอียดงานตามระบบได้ ถ้าพื้นเป็นดาดฟ้าเก่าที่แตกร้าวมาก โครงสร้างขยับตัว มีแอ่งน้ำลึก หรือไม่มีแผนปิดทับ ควรหยุดประเมินก่อน ไม่ควรซื้อวัสดุมาแล้วทาทับทันที

เหมาะกว่า

ระเบียง ชานพัก หรือดาดฟ้าที่จะปูกระเบื้องทับ มีพื้นคอนกรีตแข็งแรงและมี slope ระบายน้ำ

ต้องประเมิน

ดาดฟ้าเก่ามีรอยร้าวหลายจุด เคยซ่อมหลายรอบ หรือมีน้ำขังหลังฝนตกนาน

ไม่ควรใช้เดี่ยว

ผิวเปิดโล่งรับแดดฝนโดยตรง ไม่มีวัสดุปิดทับ หรือเป็นพื้นสัญจรสูงที่เสี่ยงถลอก

อุปกรณ์และวัสดุที่ต้องเตรียมก่อนทากันซึม

งานกันซึมที่ทำเองมักพลาดเพราะเริ่มผสมวัสดุแล้วค่อยหาอุปกรณ์ทีละชิ้น ทำให้วัสดุเริ่มหนืดก่อนทาเสร็จ เพราะ LANKO 226 Flex มีระยะเวลาการใช้งานหลังผสมประมาณ 40 นาทีที่ 25°C จึงควรเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเปิดถุงและแกลลอน

หมวดสิ่งที่ควรเตรียมใช้ทำอะไร
วัสดุหลักLANKO 226 Flex ชุด 23 กก. หรือ 4.5 กก.วัสดุกันซึม 2 ส่วนผสม ประกอบด้วยผงซีเมนต์และเรซิ่นของเหลว
เสริมแรงLANKO GLASS FIBER MESH หรือใยเสริมแรงที่เหมาะกับระบบเสริมบริเวณรอยต่อ มุมพื้น-ผนัง ท่อ และพื้นที่มีโอกาสแตกร้าว
เครื่องผสมสว่านปั่นรอบต่ำ ใบกวน ภาชนะผสมปั่นให้เนื้อวัสดุสม่ำเสมอที่ประมาณ 300-500 รอบ/นาที
เครื่องมือทาแปรงขนแข็ง ลูกกลิ้ง หรือเกรียงฉาบทาหรือฉาบให้ได้ปริมาณต่อชั้นตามกำหนด
เตรียมผิวแปรงลวด เครื่องขัด เกรียงโป๊ว เครื่องดูดฝุ่น ผ้าชุบน้ำกำจัดฝุ่น คราบปูนหลุดร่อน และสิ่งสกปรกที่ขวางการยึดเกาะ
ความปลอดภัยถุงมือ แว่นตา หน้ากาก รองเท้าเซฟตี้ลดการสัมผัสฝุ่นซีเมนต์และป้องกันวัสดุกระเด็นเข้าตา

ถ้าพื้นมีรอยแตกร้าว ควรเตรียมวัสดุซ่อมรอยร้าวหรือมอร์ตาร์ซ่อมแซมให้เหมาะกับสภาพรอยก่อนงานกันซึม อย่าใช้ LANKO 226 Flex เป็นวัสดุอุดร่องลึกหรือซ่อมพื้นผิวที่หลุดร่อนมาก เพราะหน้าที่หลักของสินค้าคือสร้างชั้นกันซึม ไม่ใช่ซ่อมโครงสร้างหรือถมปรับระดับหนา

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจพื้นดาดฟ้าก่อนซื้อวัสดุ

ก่อนคำนวณจำนวนชุด ให้เดินตรวจพื้นที่จริงตอนพื้นแห้งและหลังฝนตกหรือหลังราดน้ำทดสอบ จุดที่ต้องดูคือความลาดเอียง ทิศทางน้ำไหล แอ่งน้ำขัง รอยแตกร้าว คราบตะไคร่ คราบน้ำมัน สีเดิมหรือกันซึมเดิมที่ลอก และจุดทะลุพื้น เช่น ท่อระบายน้ำ ท่อแอร์ เสาเหล็ก หรือฐานแท็งก์น้ำ

  1. เช็กน้ำขัง: ราดน้ำแล้วดูว่าน้ำไหลเข้าท่อหรือค้างเป็นแอ่ง ถ้ามีน้ำขังลึกควรแก้ slope ก่อน
  2. เช็กรอยร้าว: แยกรอยร้าวเส้นผมกับรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัว ถ้ารอยกว้างหรือยาวต่อเนื่องควรซ่อมก่อน
  3. เช็กผิวเดิม: ลองขูดผิว ถ้าปูนร่วน สีลอก หรือกันซึมเดิมล่อน ต้องขัดออกจนถึงผิวแข็งแรง
  4. เช็กมุมและท่อ: มุมพื้น-ผนังและรอบท่อคือจุดรั่วซึมยอดนิยม ควรวางแผนเสริมตาข่ายตั้งแต่แรก
  5. เช็กแผนปิดทับ: ถ้าจะปูกระเบื้องทับ ให้เตรียมระบบกาวซีเมนต์และยาแนวที่เหมาะกับงานภายนอก

คำแนะนำ: ถ้าพื้นดาดฟ้ามีปัญหาน้ำขังมาก การทากันซึมอย่างเดียวไม่แก้สาเหตุหลัก เพราะน้ำที่ค้างนานจะเพิ่มแรงกดดันต่อระบบและเพิ่มโอกาสเกิดคราบ รอยร่อน หรือรั่วซ้ำในอนาคต

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนทา

การเตรียมพื้นผิวเป็นส่วนที่ใช้เวลามากที่สุด แต่เป็นส่วนที่ทำให้กันซึมอยู่ทนที่สุด พื้นต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเดิม วัสดุหลุดร่อน และสารเคลือบที่ขวางการยึดเกาะ ถ้ามีชั้นกันซึมเก่าที่พอง ล่อน หรือเปื่อย ต้องลอกออกก่อน เพราะถ้าทาทับบนชั้นที่ไม่มั่นคง ระบบใหม่จะยึดติดกับชั้นเก่าที่พร้อมหลุด ไม่ได้ยึดกับคอนกรีตจริง

วิธีเตรียมพื้นแบบทำเอง

  1. เก็บของและกวาดพื้นที่: ย้ายกระถาง ฐานวางของ และเศษวัสดุออกจากพื้นที่ทา
  2. ขัดคราบและผิวหลุดร่อน: ใช้แปรงลวด เครื่องขัด หรือเกรียงขูดจนเหลือผิวที่แน่น
  3. ซ่อมร่องและรูพรุน: อุดโพรง รอยบิ่น และรอยแตกร้าวตามวิธีที่เหมาะกับสภาพรอย
  4. ทำมุมฉากให้นุ่มขึ้น: มุมพื้นกับผนังควรทำบัวโค้งหรือซ่อมมุมให้ต่อเนื่อง เพื่อลดจุดหักของฟิล์มกันซึม
  5. ล้างและรอผิวหมาด: ทำความสะอาดฝุ่นออกให้หมด แล้วพรมน้ำให้พื้นชื้นแบบอิ่มตัวแต่ไม่มีน้ำขัง

คำว่า “พื้นชื้นแต่ไม่มีน้ำขัง” สำคัญมาก เพราะพื้นแห้งจัดจะดูดน้ำจากวัสดุเร็วเกินไป ทำให้ทำงานยากและอาจกระทบการยึดเกาะ ส่วนพื้นที่มีน้ำขังจะเจือจางเนื้อวัสดุและทำให้ฟิล์มไม่สม่ำเสมอ ก่อนทาจึงควรใช้ฟองน้ำหรือผ้าเก็บน้ำแอ่งเล็ก ๆ ออกให้หมด

ขั้นตอนที่ 3: วิธีผสม LANKO 226 Flex ให้เนื้อเนียน ไม่เป็นก้อน

LANKO 226 Flex เป็นวัสดุ 2 ส่วนผสม ส่วนประกอบ A เป็นผงซีเมนต์สีเทา ส่วนประกอบ B เป็นของเหลวเรซิ่นสีขาว ขนาดบรรจุมีชุด 23 กก. โดย Part A 18 กก. และ Part B 5 กก. รวมถึงชุด 4.5 กก. โดย Part A 3.5 กก. และ Part B 1 กก. หลักการสำคัญคือใช้ส่วนผสมตามชุด ไม่เติมน้ำ ปูนซีเมนต์ ทราย หรือสารอื่นเพิ่มเอง

  1. เขย่าหรือคน Part B: ให้เรซิ่นสม่ำเสมอก่อนเทลงภาชนะ
  2. เท Part B ประมาณ 3/4 ส่วน: เทของเหลวลงถังผสมที่สะอาดและมีขนาดพอ
  3. ค่อย ๆ เติม Part A ระหว่างปั่น: ใช้สว่านรอบต่ำ 300-500 รอบ/นาที ปั่นไปพร้อมเติมผงเพื่อเลี่ยงก้อนแห้ง
  4. เติม Part B ที่เหลือ: ปั่นต่ออีกประมาณ 3 นาทีจนเนื้อสม่ำเสมอ
  5. พักส่วนผสม 2 นาที: ให้เนื้อวัสดุปรับตัว แล้วคนเบา ๆ ก่อนใช้งาน
  6. ใช้ให้หมดในเวลาทำงาน: ปูนที่ผสมแล้วควรใช้ภายในประมาณ 40 นาทีที่ 25°C

ห้ามทำ: ห้ามเติมน้ำเพื่อให้ทาลื่นขึ้น ห้ามเติมปูนหรือทรายเพื่อเพิ่มปริมาณ และห้ามนำวัสดุที่เริ่มแข็งตัวแล้วมาปั่นใช้อีก เพราะจะทำให้คุณสมบัติกันซึมและการยึดเกาะลดลง

ขั้นตอนที่ 4: วิธีทา LANKO 226 Flex บนพื้นดาดฟ้า/ระเบียงแบบจับมือทำ

เมื่อผสมเสร็จ ให้เริ่มจากจุดรายละเอียดก่อน เช่น มุมพื้น-ผนัง รอบท่อ รอยต่อ และรอยซ่อม จากนั้นค่อยทาพื้นที่กว้าง วิธีนี้ช่วยให้จุดเสี่ยงได้รับวัสดุเต็มและไม่ถูกลืมตอนเร่งงานช่วงท้าย

ชั้นแรก: สร้างชั้นยึดเกาะและฝังตาข่าย

  1. ทารายละเอียดก่อน: ใช้แปรงทาวัสดุรอบท่อ มุมพื้น-ผนัง และแนวรอยต่อให้ชุ่มต่อเนื่อง
  2. เสริมตาข่ายในจุดเสี่ยง: วางตาข่ายลงบนชั้นแรกขณะวัสดุยังเปียก แล้วทับให้แนบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น
  3. ทาพื้นที่กว้าง: ใช้แปรง ลูกกลิ้ง หรือเกรียงฉาบให้ได้ปริมาณประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม.
  4. คุมทิศทางการทา: ทาให้ต่อเนื่องเป็นแนวเดียวกัน ไม่เว้นรูเข็มหรือบริเวณที่บางจนเห็นพื้นเดิม

ชั้นสอง: ปิดระบบและเพิ่มความต่อเนื่อง

  1. รอชั้นแรกแห้ง: โดยทั่วไปประมาณ 2-6 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพอากาศ ลม และความชื้น
  2. ทาชั้นสองตัดทิศทาง: ถ้าชั้นแรกทาแนวยาว ให้ชั้นสองทาแนวขวาง เพื่อปิดรูพรุนและลดจุดบาง
  3. ใช้ปริมาณอีก 1.5-2 กก./ตร.ม.: ให้ปริมาณรวม 2 ชั้นประมาณ 3-4 กก./ตร.ม.
  4. คุมความหนารวม: เอกสารแนะนำความหนาประมาณ 2 มม. และไม่ควรต่ำกว่า 1.5 มม.

เทคนิคหน้างาน: แบ่งพื้นที่เป็นช่องเล็ก ๆ เช่น 2-3 ตารางเมตรต่อรอบ จะคุมปริมาณวัสดุได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะคนทำเองที่ยังไม่ชินกับความหนาและจังหวะการทา

คำนวณปริมาณ LANKO 226 Flex ต้องใช้กี่ชุด?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณการใช้ประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ที่ความหนา 2 มม. ดังนั้นการคำนวณเบื้องต้นให้เอาพื้นที่คูณอัตราการใช้ แล้วเผื่อวัสดุสำหรับมุม รอยต่อ ท่อ พื้นหยาบ และการสูญเสียจากภาชนะผสม

พื้นที่งานคำนวณที่ 3 กก./ตร.ม.คำนวณที่ 4 กก./ตร.ม.ประมาณชุด 23 กก.
5 ตร.ม.15 กก.20 กก.ประมาณ 1 ชุด
10 ตร.ม.30 กก.40 กก.ประมาณ 2 ชุด
15 ตร.ม.45 กก.60 กก.ประมาณ 2-3 ชุด
20 ตร.ม.60 กก.80 กก.ประมาณ 3-4 ชุด
30 ตร.ม.90 กก.120 กก.ประมาณ 4-6 ชุด

ตัวเลขนี้เป็นการประเมินเพื่อวางแผนซื้อของ ไม่ใช่ปริมาณตายตัวทุกหน้างาน เพราะพื้นหยาบจะกินวัสดุมากกว่าพื้นเรียบ พื้นมีมุมและท่อจำนวนมากจะใช้วัสดุเพิ่ม และถ้าเสริมตาข่ายเต็มพื้นที่ก็อาจต้องเผื่อมากขึ้น ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถ่ายรูปพื้นที่พร้อมขนาดกว้าง ยาว และรายละเอียดรอยต่อส่งให้ทีม GY Asia ช่วยคำนวณก่อนสั่งซื้อ

หลังทาเสร็จต้องรอกี่วันก่อนปูกระเบื้องหรือใช้งาน?

หลังทาชั้นสุดท้าย ควรป้องกันผิวจากฝน น้ำกระแทก ฝุ่น และการเหยียบย่ำในช่วงแรก เพราะฟิล์มกันซึมยังต้องพัฒนาเนื้อวัสดุให้สมบูรณ์ เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถปูกระเบื้องทับ LANKO 226 Flex ได้ภายใน 3-7 วัน หลังจากทาชั้นสุดท้าย โดยใช้วัสดุปูกระเบื้องที่เหมาะสม เช่น DAVCO SUPER TTB หรือ DAVCO ULTRAFLEX หรือซีเมนต์ตามระบบที่กำหนด

2-6 ชั่วโมง

ช่วงรอโดยประมาณก่อนทาชั้นที่ 2 เมื่อชั้นแรกแห้งตัว ขึ้นกับอากาศและความชื้น

3-7 วัน

ช่วงรอก่อนปูกระเบื้องทับหลังทาชั้นสุดท้าย ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

7 วัน

กรณีบ่อเก็บน้ำหรือแทงค์น้ำ สามารถใส่น้ำได้หลังปล่อยให้แห้งครบตามกำหนด

สำหรับดาดฟ้าหรือระเบียงที่มีการสัญจรสูง ควรมีวัสดุปิดทับเพื่อป้องกันการถลอกและรอยขีดข่วน เพราะฟิล์มกันซึมซีเมนต์ยืดหยุ่นไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นผิวใช้งานรับการขัดถูหนักโดยตรง หากต้องเปิดโล่งเป็นผิวจบ ควรเลือกวัสดุกันซึมหลังคาที่ออกแบบสำหรับ UV และการใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้กันซึมดาดฟ้ารั่วซ้ำ

หลายคนทากันซึมครบ 2 ชั้นแล้วแต่ยังเจอปัญหารั่ว เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนชั้นอย่างเดียว แต่อยู่ที่รายละเอียดก่อนและระหว่างทา จุดต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรเลี่ยงมากที่สุด

ข้อผิดพลาดผลที่ตามมาวิธีแก้ก่อนเริ่มงาน
ทาบนฝุ่นหรือผิวล่อนฟิล์มหลุดร่อนง่ายขัด ล้าง ดูดฝุ่น และลอกชั้นเดิมที่ไม่แน่นออก
เติมน้ำหรือสารอื่นเพิ่มคุณสมบัติกันซึมลดลงใช้ Part A และ Part B ตามชุดเท่านั้น
ไม่เสริมตาข่ายที่มุมและรอยต่อรั่วซ้ำตามจุดเสี่ยงเดิมเสริมตาข่ายในชั้นแรกบริเวณมุม ท่อ และรอยแตกร้าว
ทาบางเกินไปเกิดรูเข็มหรือจุดไม่ต่อเนื่องคุมปริมาณรวม 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น
ปล่อยเป็นผิวใช้งานกลางแจ้งเสี่ยงถลอกและเสื่อมเร็วใช้วัสดุปิดทับ หรือเลือกระบบดาดฟ้าเปิดโล่งที่เหมาะกว่า
ปูกระเบื้องเร็วเกินไปความชื้นค้างและการยึดเกาะมีปัญหารอตามช่วง 3-7 วัน และดูสภาพอากาศจริง

ถ้างานต้องการความมั่นใจสูง เช่น ดาดฟ้าเหนือห้องนอน ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ที่ซ่อมยาก ควรทำ water test ตามความเหมาะสมหลังวัสดุแห้งเพียงพอและก่อนปูกระเบื้อง เพื่อดูว่ามีจุดรั่วซึมที่ต้องแก้ก่อนปิดทับหรือไม่

สรุป: ทำเองได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกขอบเขตสินค้า

LANKO 226 Flex เป็นซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่น 2 ส่วนผสมที่เหมาะกับงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง พื้นผิวคอนกรีต ผนังก่ออิฐฉาบปูน ห้องน้ำ ห้องครัว แทงค์น้ำ บ่อเก็บน้ำ ระเบียง และชานพัก จุดเด่นคือยืดหยุ่น ทนรอยแตกร้าวขนาดเล็ก ยึดเกาะดี ปลอดภัยเมื่อสัมผัสน้ำดื่ม และทนแรงดันน้ำตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

สำหรับโจทย์ดาดฟ้า ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเอกสาร Sika ระบุขอบเขตงานก่อนปูกระเบื้องว่าไม่รวมดาดฟ้า ดังนั้นถ้าเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งหรือไม่มีวัสดุปิดทับ ควรเลือกระบบกันซึมดาดฟ้าโดยเฉพาะ แต่ถ้าเป็นพื้นที่ลักษณะระเบียง/ชานพักที่มีแผนปูกระเบื้องทับและควบคุมรายละเอียดได้ ขั้นตอนสำคัญคือเตรียมผิวให้สะอาด ผสมให้ถูก ทา 2 ชั้นให้ได้ปริมาณรวม 3-4 กก./ตร.ม. เสริมตาข่ายจุดเสี่ยง และรอให้ครบก่อนปิดทับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสินค้า อัตราการใช้ วิธีผสม ระยะเวลารอ และข้อกำหนดการใช้งานอ้างอิงจากหน้า LANKO® 226 Flex บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 226 Flex ใช้กับดาดฟ้าได้ไหม?

หน้า Sika ระบุว่างานกันซึมก่อนปูกระเบื้องใช้กับระเบียงและชานพัก โดยยกเว้นดาดฟ้า ดังนั้นไม่ควรใช้เป็นชั้นกันซึมดาดฟ้าเปิดโล่งโดยตรง หากเป็นพื้นที่ที่จะปูกระเบื้องทับและมีลักษณะใกล้เคียงระเบียง/ชานพัก ควรให้ทีมเทคนิคช่วยประเมินก่อนใช้งาน

ต้องทา LANKO 226 Flex กี่ชั้น?

ควรทา 2 ชั้น โดยแต่ละชั้นใช้ประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. รวม 2 ชั้นประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. ที่ความหนารวมประมาณ 2 มม. และไม่ควรต่ำกว่า 1.5 มม.

ผสม LANKO 226 Flex ต้องเติมน้ำไหม?

ไม่ควรเติมน้ำหรือสารอื่นเพิ่ม ให้ผสม Part A และ Part B ตามชุด โดยเท Part B ประมาณ 3/4 ลงถัง เติม Part A ระหว่างปั่น แล้วเติม Part B ที่เหลือ ปั่นต่อประมาณ 3 นาทีและพัก 2 นาทีก่อนใช้

หลังผสมแล้วใช้งานได้นานเท่าไร?

ปูนที่ผสมแล้วควรใช้งานภายในประมาณ 40 นาทีที่อุณหภูมิ 25°C หากอากาศร้อนอาจทำงานได้สั้นลง จึงควรผสมเท่าที่ทาทันและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนผสม

ทาชั้นแรกแล้วต้องรอกี่ชั่วโมงถึงทาชั้นสอง?

โดยทั่วไปทาชั้นที่ 2 หลังจากชั้นแรกแห้งตัวประมาณ 2-6 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพอากาศ ความชื้น ลม และความหนาที่ทา ควรตรวจให้ชั้นแรกพร้อมก่อนเริ่มชั้นถัดไป

ปูกระเบื้องทับ LANKO 226 Flex ได้เมื่อไหร่?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถปูกระเบื้องทับได้ภายใน 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย โดยใช้กาวซีเมนต์หรือวัสดุปูทับที่เหมาะสมกับระบบและสภาพพื้นที่

ต้องเสริมตาข่ายทุกพื้นที่ไหม?

ไม่จำเป็นทุกกรณี แต่ควรเสริมในพื้นที่ที่อาจเกิดการแตกร้าว จุดรอยต่อ มุมพื้น-ผนัง รอบท่อ และจุดเสี่ยงรั่วซึม ถ้าหน้างานมีการเคลื่อนตัวหรือรอยร้าวมากควรประเมินระบบก่อน

ใช้ LANKO 226 Flex กับแทงค์น้ำหรือบ่อเก็บน้ำได้ไหม?

ใช้ได้ตามขอบเขตผลิตภัณฑ์ และสินค้าได้รับการรับรองว่าปลอดภัยเมื่อสัมผัสน้ำดื่ม โดยกรณีบ่อเก็บน้ำหรือแทงค์น้ำสามารถใส่น้ำได้หลังปล่อยให้แห้ง 7 วัน และควรทำความสะอาดก่อนใช้งาน

ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขังควรทาทับเลยไหม?

ไม่ควรทาทับเพื่อหวังแก้ปัญหาน้ำขัง ควรแก้ความลาดเอียงหรือปรับระบบระบายน้ำก่อน เพราะน้ำขังยาวนานจะเพิ่มภาระต่อระบบกันซึมและเพิ่มความเสี่ยงรั่วซ้ำ

ซื้อ LANKO 226 Flex ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 226 Flex ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนชุดจากพื้นที่จริง

Similar Posts