ทำไมต้องโพลียูรีเทนกันซึม? เจาะลึก Sikalastic®-632 R สำหรับหลังคาและดาดฟ้า
POLYURETHANE WATERPROOFING GUIDE

ทำไมต้องโพลียูรีเทนกันซึม? เจาะลึกข้อดีของ Sikalastic®-632 R สำหรับงานหลังคาและดาดฟ้า

หลังคาและดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่วัสดุกันซึมต้องรับทั้งแดดจัด ฝนหนัก น้ำขังชั่วคราว รอยต่อ มุมผนัง ท่อระบายน้ำ และการขยับตัวจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนตลอดวัน วัสดุประเภท โพลียูรีเทนกันซึม จึงถูกเลือกมากขึ้น เพราะเมื่อทาแล้วเกิดเป็นฟิล์มยืดหยุ่นต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะ Sikalastic®-632 R ที่เป็น PU ส่วนประกอบเดียว แห้งไว ทนฝนเร็ว และเหมาะกับงานหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง รวมถึงงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม

PU ส่วนประกอบเดียว ฟิล์มไร้รอยต่อ ทนฝนเร็ว 1-2 ชั่วโมง ประสานรอยแตก 2 มม.
21 กก.ขนาดบรรจุต่อถัง
~4.0 MPaค่ากำลังรับแรงดึงโดยประมาณ
-20 ถึง +80°Cช่วงอุณหภูมิการใช้งาน
Sikalastic 632 R โพลียูรีเทนกันซึมสำหรับหลังคาและดาดฟ้า

Sikalastic®-632 R

วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน บ่มตัวและแห้งตัวด้วยความชื้นในอากาศ หลังแห้งเกิดเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ดาดฟ้า ระเบียงภายนอก งานหลังคาใหม่ และงานปรับปรุงหลังคาเดิม

Quick Answer: ทำไมงานหลังคาและดาดฟ้าควรเลือกโพลียูรีเทนกันซึม?

คำตอบสั้น

โพลียูรีเทนกันซึมเหมาะกับงานหลังคาและดาดฟ้าเพราะสร้างฟิล์มยืดหยุ่นแบบไร้รอยต่อ จึงลดจุดเสี่ยงรั่วซึมจากรอยต่อเดิม รองรับการขยับตัวของพื้นผิวจากแดดร้อนและฝนสลับได้ดีกว่าวัสดุแข็งเปราะหลายประเภท สำหรับ Sikalastic®-632 R จุดเด่นคือเป็น PU ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม แห้งและบ่มตัวเร็ว ทนฝนได้เร็ว ใช้ได้กับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่ต้องการยืดอายุการใช้งาน

งานกันซึมที่ดีไม่ใช่แค่ทาแล้วน้ำไม่ผ่านในวันแรก แต่ต้องอยู่กับสภาพแวดล้อมจริงได้นานพอ หลังคาและดาดฟ้าต้องรับอุณหภูมิผิวที่เปลี่ยนเร็วมากในแต่ละวัน เมื่อพื้นคอนกรีตหรือวัสดุมุงหลังคาขยายและหดตัว ชั้นกันซึมที่แข็งหรือเปราะเกินไปจะเริ่มแตกร้าวตามรอยเดิมได้ง่าย วัสดุ PU จึงมีบทบาทสำคัญเพราะฟิล์มมีความยืดหยุ่นและต่อเนื่อง ช่วยรับการเคลื่อนตัวเล็ก ๆ ของพื้นผิวได้ดีกว่าแนวทางที่พึ่งความแข็งเพียงอย่างเดียว

Sikalastic®-632 R ถูกออกแบบให้ใช้เป็นระบบกันซึมหลังคาแบบทาเคลือบ เมื่อวัสดุบ่มตัวจะเกิดฟิล์มต่อเนื่องบนพื้นผิว ลดปัญหาจุดต่อแผ่น จุดซ้อนทับ หรือรอยต่อที่อาจเป็นทางน้ำซึม จุดนี้สำคัญมากกับดาดฟ้าที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น ท่อระบายน้ำ รางน้ำ ช่องแสง ฐานแทงก์น้ำ ขอบผนัง และมุมพื้นชนผนัง เพราะรอยรั่วจริงมักเกิดจากรายละเอียดเหล่านี้มากกว่ากลางพื้นเรียบ

ทำไมต้องโพลียูรีเทนกันซึม แทนการเลือกกันซึมทั่วไป?

คำว่า “กันซึม” มีหลายประเภท ตั้งแต่อะคริลิก ซีเมนต์กันซึม บิทูเมน เมมเบรนแผ่น ไปจนถึงโพลียูรีเทน แต่ละระบบเหมาะกับโจทย์ต่างกัน หากเป็นพื้นที่ภายในหรือจุดที่ไม่มีการขยับตัวมาก วัสดุบางกลุ่มอาจเพียงพอ แต่เมื่อเป็นหลังคาและดาดฟ้าที่เจอแดดฝนโดยตรง ความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องของฟิล์มจะมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะพื้นที่เหล่านี้ไม่เคยนิ่งจริง

โพลียูรีเทนกันซึมมีข้อดีตรงที่สามารถสร้างชั้นเคลือบที่รับการขยายตัวและหดตัวของพื้นผิวได้ดี โดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยแตกร้าวขนาดเล็กหรือรอยต่อเดิม หากติดตั้งครบระบบ ชั้นฟิล์มจะทำหน้าที่เหมือนผิวกันน้ำที่ยืดตามพื้นได้ ไม่ใช่แค่เคลือบแข็งอยู่ด้านบน เมื่อพื้นมีการขยับตัวจากความร้อนหรือแรงใช้งานเล็กน้อย ฟิล์มที่ยืดหยุ่นจะช่วยลดโอกาสแตกร้าวเปิดทางน้ำซึม

อีกเหตุผลหนึ่งคือเรื่องรายละเอียดหน้างาน หลังคาและดาดฟ้ามักไม่ได้เป็นพื้นสี่เหลี่ยมโล่ง ๆ แต่มีท่อ รางน้ำ ผนัง parapet รอยต่อวัสดุ และงานซ่อมเดิมปะปนอยู่ การใช้วัสดุชนิดทาเคลือบช่วยให้ช่างไล่เก็บรายละเอียดได้ต่อเนื่องกว่า โดยใช้แปรงหรือลูกกลิ้งเข้ามุมได้ง่าย และสามารถเสริมระบบในบริเวณซับซ้อนตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ยืดหยุ่นกว่า

เหมาะกับพื้นที่ที่มีการขยับตัวจากแดด ฝน และการเปลี่ยนอุณหภูมิซ้ำ ๆ

ไร้รอยต่อ

เมื่อทาเต็มระบบจะเกิดฟิล์มต่อเนื่อง ลดจุดอ่อนจากรอยซ้อนหรือแนวต่อแผ่น

เก็บรายละเอียดได้ดี

เหมาะกับมุมผนัง ท่อ รางน้ำ ช่องแสง และหลังคาที่มีรูปทรงซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม PU กันซึมไม่ใช่การแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยวัสดุถังเดียว ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขังถาวร พื้นร่วน ความชื้นดันขึ้นจากใต้พื้น หรือระบบระบายน้ำผิด การทาวัสดุดีแค่ไหนก็เสี่ยงเสียหายเร็วขึ้น การเลือกโพลียูรีเทนจึงควรมาคู่กับการเตรียมพื้นผิว แก้ต้นเหตุ และคุมอัตราใช้ตามระบบเสมอ

ข้อดีของ Sikalastic®-632 R ที่ตอบโจทย์งานจริง

Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว ใช้งานง่ายเพราะไม่ต้องผสมส่วน A กับส่วน B และไม่ต้องเติมน้ำหรือวัสดุอื่น เมื่อเปิดถังสามารถใช้งานได้ตามขั้นตอน หากพบการแยกตัวของเนื้อวัสดุให้กวนช้า ๆ จนสีสม่ำเสมอเพื่อลดการกักฟองอากาศ เหมาะกับหน้างานที่ต้องการลดความผิดพลาดจากการผสมและควบคุมคุณภาพได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นที่สำคัญมากสำหรับสภาพอากาศไทยคือแห้งและบ่มตัวเร็ว รวมถึงมีข้อมูลการต้านทานฝนที่ชัดเจนจากเอกสาร Sika โดยที่ +20°C ความชื้นสัมพัทธ์ 55% ระบุการต้านทานฝนประมาณ 2 ชั่วโมง และที่ +30°C ความชื้นสัมพัทธ์ 85% ระบุประมาณ 1 ชั่วโมง ตัวเลขนี้ช่วยให้ผู้รับเหมาวางแผนงานได้ดีขึ้นในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว แต่ยังต้องหลีกเลี่ยงฝนหนักและแรงขณะฟิล์มยังไม่แห้ง เพราะอาจกระทบผิวที่ยังเป็นของเหลวได้

ด้านคุณสมบัติหลังบ่มตัว Sikalastic®-632 R มีค่าความแข็ง Shore A ประมาณ 55 กำลังรับแรงดึงประมาณ 4.0 MPa ความสามารถในการประสานรอยแตก 2 มม. โดยไม่แตกร้าว และผ่านการทดสอบความต้านทานต่อการเจาะของรากตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ จึงเหมาะกับพื้นที่หลังคาหรือดาดฟ้าที่ต้องรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและต้องการชั้นกันซึมที่ยืดหยุ่นต่อเนื่อง

ข้อดีความหมายในงานหลังคา/ดาดฟ้าสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยง
ส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมสองส่วนลดโอกาสผสมผิดอัตราและลดเวลาหน้างาน
แห้งและบ่มตัวเร็ววางแผนเคลือบทับและรับมือฝนได้ง่ายขึ้นลดความเสียหายจากฝนหลังติดตั้งในช่วงต้น
ฟิล์มไร้รอยต่อทาต่อเนื่องบนพื้นและรายละเอียดซับซ้อนได้ลดจุดรั่วจากรอยต่อหรือแนวซ้อน
ไอน้ำซึมผ่านได้ช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้นได้ตามคุณสมบัติระบบลดความเสี่ยงจากความชื้นสะสมเมื่อใช้ถูกเงื่อนไข
ใช้ระบบเสริมแรงได้เหมาะกับหลังคาที่มีรายละเอียดและรูปทรงซับซ้อนเพิ่มความมั่นใจบริเวณมุม ท่อ รางน้ำ และรอยต่อ

Sikalastic®-632 R เหมาะกับงานหลังคาและดาดฟ้าอย่างไร?

Sika ระบุการใช้งานของ Sikalastic®-632 R สำหรับหลังคาแนวราบ หลังคาที่มีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา โครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม และใช้เป็นชั้นกันซึมก่อนติดตั้งกระเบื้องบริเวณระเบียงหรือชานระเบียง จึงตอบโจทย์ได้ทั้งงานบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ตึกแถว โฮมออฟฟิศ ไปจนถึงงานซ่อมหลังคาเดิมที่มีจุดรั่วซึมซ้ำ

ในงานดาดฟ้า จุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือการขังน้ำและรอยต่อพื้นชนผนัง ถ้าน้ำขังเพราะ slope ไม่ดี วัสดุกันซึมจะถูกแช่และรับภาระมากกว่าที่ควร แม้ Sikalastic®-632 R จะเหมาะกับงานหลังคาและดาดฟ้า แต่การแก้ระดับหรือปรับทางระบายน้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของงานกันซึมที่ดี ไม่ควรใช้วัสดุเคลือบเพื่อกลบปัญหาการระบายน้ำโดยไม่แก้ต้นเหตุ

สำหรับหลังคาที่มีรายละเอียดมาก เช่น มีท่อระบายน้ำ ช่องรับแสง รางน้ำ ฐานเครื่องปรับอากาศ หรือรูปทรงซับซ้อน จุดเด่นของวัสดุทาเคลือบคือสามารถไล่ฟิล์มให้ต่อเนื่องไปตามรูปร่างพื้นผิวได้ และในกรณีที่มีรายละเอียดซับซ้อนมาก Sika ระบุว่าสามารถใช้ระบบเสริมแรงได้ การเสริมแรงบริเวณจุดเสี่ยงช่วยลดโอกาสฟิล์มฉีกหรือเปิดตามมุมและรอยต่อในระยะยาว

ดาดฟ้าคอนกรีต

เหมาะเมื่อตรวจพื้น ซ่อมรอยร้าว แก้น้ำขัง และใช้ primer ตามระบบก่อนทา

หลังคารูปทรงซับซ้อน

ใช้แปรงหรือลูกกลิ้งเก็บมุม ท่อ รางน้ำ ช่องแสง และจุดเจาะทะลุได้ต่อเนื่อง

ระเบียงภายนอก

ใช้เป็นชั้นกันซึมก่อนงานปิดทับได้ เมื่อตรวจรายละเอียดระบบผิวจบให้ครบ

สเปกสำคัญและอัตราการใช้งานของ Sikalastic®-632 R

การเลือกวัสดุกันซึมควรดูตัวเลขร่วมกับระบบ ไม่ใช่ดูชื่อประเภทสินค้าอย่างเดียว Sikalastic®-632 R มีขนาดบรรจุ 21 กิโลกรัมต่อถัง สีเทาอ่อน ส่วนประกอบหลักเป็นอะโรมาติคโพลียูรีเทนองค์ประกอบเดียวที่ทำปฏิกิริยาด้วยความชื้น ความหนาแน่นประมาณ 1.40 กก./ลิตร ปริมาณของแข็งโดยน้ำหนักประมาณ 90% และโดยปริมาตรประมาณ 82% ที่ +23°C / RH 50% รวมถึงค่า VOC ไม่เกิน 150 กรัม/ลิตรตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

รายการข้อมูลโดยประมาณประโยชน์ในการเลือกใช้
ประเภทวัสดุโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียว บ่มด้วยความชื้นพร้อมใช้งาน ลดความยุ่งยากจากการผสม
ขนาดบรรจุ21 กิโลกรัม/ถังคำนวณจำนวนถังจากระบบและพื้นที่จริงได้
ความแข็ง Shore Aประมาณ 55เป็นฟิล์มยืดหยุ่น ไม่ใช่วัสดุแข็งเปราะ
กำลังรับแรงดึงประมาณ 4.0 MPaช่วยให้รับแรงดึงของชั้นฟิล์มได้ดีเมื่อใช้ถูกระบบ
ประสานรอยแตก2 มม. ไม่แตกร้าวช่วยรับรอยร้าวเล็กในระบบกันซึม
อุณหภูมิการใช้งาน-20°C ถึง +80°Cเหมาะกับพื้นที่ภายนอกที่อุณหภูมิเปลี่ยนสูง

ด้านระบบ Sika แยกเป็นระบบกันซึมที่มีชั้นทับหน้าและระบบที่ไม่มีชั้นทับหน้า เช่น SikaRoof® MTC-05 UV AP, MTC-08 UV AP, MTC-10 UV AP, SikaRoof® Pro-1 AP และ Pro-3 AP โดยอัตราการใช้ Sikalastic®-632 R แตกต่างกันตามระบบ จึงควรเลือกจากลักษณะงานจริง ไม่ใช่เลือกอัตราที่ใช้วัสดุน้อยที่สุดเพียงอย่างเดียว

ระบบชั้นที่ 1ชั้นที่ 2รวมขั้นต่ำโดยประมาณ
SikaRoof® MTC-05 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.≥ 1.75 กก./ตร.ม.
SikaRoof® MTC-08 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.10 กก./ตร.ม.
SikaRoof® MTC-10 UV AP≥ 1.40 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.45 กก./ตร.ม.
SikaRoof® Pro-1 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.≥ 1.75 กก./ตร.ม.
SikaRoof® Pro-3 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.10 กก./ตร.ม.

ตัวอย่างการคำนวณ: หากดาดฟ้ามีพื้นที่ 50 ตร.ม. และเลือกใช้ระบบที่รวมขั้นต่ำ 2.10 กก./ตร.ม. ปริมาณวัสดุขั้นต่ำคือ 105 กก. เมื่อนำไปหารด้วย 21 กก./ถัง จะได้ 5 ถังพอดี แต่หน้างานจริงควรเผื่อวัสดุสำหรับพื้นหยาบ มุม ท่อ รางน้ำ จุดเสริมแรง และการสูญเสียจากอุปกรณ์ เพราะถ้าปริมาณไม่พอ ช่างอาจทาบางจนระบบกันซึมทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

พื้นผิวที่ใช้ได้และ primer ที่ควรเลือกให้ถูก

Sikalastic®-632 R ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ซีเมนต์ อิฐก่อ หิน บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน โลหะ ซีเมนต์ใยหิน กระเบื้องเซรามิกชนิดไม่ขัดเงา และไม้ แต่สิ่งที่ทำให้ระบบกันซึมทนจริงไม่ใช่แค่การเลือกวัสดุเคลือบด้านบน พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเดิมที่ล่อน หรือวัสดุเดิมที่ยึดเกาะไม่ดี

ข้อมูล Sika ระบุ primer ตามประเภทพื้นผิว เช่น ซีเมนต์ อิฐก่อ หิน กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา และพื้นผิวเดิมในระบบ SikaRoof® MTC ให้ใช้ Sikalastic® U primer ส่วนบิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน และโลหะให้ใช้ Sikalastic® Metal Primer โดยโลหะและพื้นผิว SikaRoof® MTC เดิมควรมีการทดสอบแรงดึงบนพื้นผิวก่อนติดตั้ง

พื้นผิวสารรองพื้นที่ระบุเช็กก่อนทำงาน
ซีเมนต์Sikalastic® U primerความชื้น ฝุ่น ผิวร่วน รูพรุน รอยแตกร้าว และน้ำขัง
อิฐก่อและหินSikalastic® U primerคราบเกลือ ความแน่นของผิว และส่วนที่หลุดร่อน
กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาSikalastic® U primerกระเบื้องต้องไม่กลวง ไม่ล่อน และพื้นผิวไม่ลื่นเกินไป
บิทูเมนแบบทาเคลือบ/แผ่นบิทูเมนSikalastic® Metal Primerตรวจบวมพอง รอยแยก คราบน้ำมัน และความเสื่อมของวัสดุเดิม
โลหะSikalastic® Metal Primerขัดสนิม ทำความสะอาดคราบไขมัน และทดสอบแรงดึงเมื่อจำเป็น

อย่าข้าม primer เพื่อประหยัด: Primer ไม่ใช่แค่ชั้นรองสี แต่เป็นส่วนสำคัญของระบบยึดเกาะ ช่วยลดความเสี่ยงฟิล์มล่อน บวม หรือเกิดรูเข็มบนพื้นผิวที่ดูดซึมสูง หากไม่แน่ใจชนิดพื้นผิวควรให้ทีมเทคนิคประเมินก่อนเริ่มงาน

วิธีใช้ Sikalastic®-632 R ให้ได้ฟิล์มกันซึมที่ทนทาน

การติดตั้ง PU กันซึมให้ทนต้องเริ่มจากการสำรวจพื้นที่จริงก่อนเสมอ ระบุจุดรั่วเดิม รอยร้าว น้ำขัง รางน้ำ ท่อระบายน้ำ ช่องแสง มุมพื้นชนผนัง และวัสดุกันซึมเดิมที่เคยทาไว้ จากนั้นจึงวางระบบเตรียมผิว primer และชั้นเคลือบให้เหมาะกับสภาพงาน ไม่ควรเริ่มทาเพียงเพราะพื้นดูแห้งจากสายตา เพราะความชื้นสะสมและผิวร่วนเป็นสาเหตุหลักของการล่อนในงานดาดฟ้า

  1. สำรวจหน้างาน: ตรวจรอยร้าว จุดน้ำขัง รางน้ำ ท่อ ช่องแสง และพื้นที่ที่เคยรั่วซึมซ้ำ
  2. แก้ต้นเหตุ: ปรับ slope จุดระบายน้ำ ซ่อมพื้นร่วน และอุดรอยแตกร้าวที่กว้างก่อนทำกันซึม
  3. ทำความสะอาดพื้นผิว: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเดิมที่ล่อน และวัสดุเดิมที่ยึดเกาะไม่ดี
  4. เลือก primer: ใช้ Sikalastic® U primer หรือ Sikalastic® Metal Primer ให้ตรงชนิดพื้นผิว
  5. เตรียมวัสดุ: Sikalastic®-632 R พร้อมใช้ หากเนื้อวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสีสม่ำเสมอ ไม่เติมน้ำหรือสารทำละลายเอง
  6. ทาชั้นแรก: ใช้แปรง ลูกกลิ้งที่ทนสารละลายและไม่เป็นขนปุย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสม
  7. เสริมจุดเสี่ยง: มุมพื้นชนผนัง ท่อ รางน้ำ รอยต่อ และช่องแสงควรพิจารณาระบบเสริมแรงตาม Method Statement
  8. รอเคลือบทับ: ที่ +10°C/RH 50% รอขั้นต่ำประมาณ 12 ชม., ที่ +20°C/RH 50% ประมาณ 6 ชม., ที่ +30°C/RH 50% ประมาณ 3 ชม.
  9. ทาชั้นสองและตรวจงาน: ทาให้ต่อเนื่อง คุมอัตราใช้ ไม่ปล่อยรูเข็มหรือจุดขาดฟิล์ม โดยเฉพาะตามรายละเอียดขอบและมุม

สำหรับงานที่ใช้เครื่องพ่นไร้อากาศ ข้อมูล Sika ระบุแรงดันประมาณ 200-250 บาร์ หัวฉีด 0.38-0.53 มม. และมุม 50-80 องศา ส่วนงานบ้าน ดาดฟ้าตึกแถว หรือพื้นที่รายละเอียดเยอะ มักใช้แปรงกับลูกกลิ้งเพื่อควบคุมมุม ท่อ และรางน้ำได้ง่ายกว่า หลังใช้งานควรทำความสะอาดเครื่องมือด้วย Thinner C ทันที หากวัสดุแข็งติดอุปกรณ์แล้วต้องกำจัดด้วยวิธีทางกล

แผนงานที่ดีช่วยประหยัดกว่า: เลือกช่วงฝนเสี่ยงต่ำ แบ่งพื้นที่ให้สอดคล้องกับเวลารอเคลือบทับ เตรียมวัสดุให้พอ และจัดทีมให้ทำงานต่อเนื่อง หากทิ้งช่วงเกิน 2 วันก่อนเคลือบทับใหม่ ข้อมูล Sika ระบุว่าต้องทำความสะอาดผิวหน้าและทา Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่

ข้อควรระวังก่อนใช้โพลียูรีเทนกันซึมบนดาดฟ้า

แม้ Sikalastic®-632 R จะเป็นวัสดุ PU ที่แห้งไวและเหมาะกับหลังคา แต่การใช้งานต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ถูกต้อง ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุอุณหภูมิแวดล้อมต่ำสุด +10°C ถึงสูงสุด +40°C ความชื้นสัมพัทธ์ 5% ถึง 85% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C อีกจุดสำคัญคือพื้นผิวและชั้นกันซึมที่ยังไม่แข็งตัวต้องมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่นหรือการบวมพองหลังแห้ง

ข้อควรระวังที่มักเจอในดาดฟ้าเก่าคือความชื้นจากใต้พื้นหรือ rising moisture ถ้าความชื้นดันขึ้นต่อเนื่อง ฟิล์มกันซึมด้านบนอาจบวม ล่อน หรือเกิดปัญหาระยะยาวได้ จึงควรตรวจพื้นก่อนทา โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยรั่วซึมสะสม น้ำขังนาน หรือมีวัสดุเคลือบเดิมหลายชั้น การขูดส่วนที่หลุดร่อนและทำความสะอาดให้ถึงผิวที่แข็งแรงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม

ฝนหนักยังต้องระวัง: แม้ข้อมูลแห้งตัวจะระบุการต้านทานฝนประมาณ 1-2 ชั่วโมงตามสภาพอากาศ แต่กรณีฝนตกหนักและแรงอาจทำให้พื้นผิวที่ยังไม่แห้งเกิดความเสียหายทางกายภาพได้ ควรวางแผนทำงานในช่วงที่มีโอกาสฝนน้อยและเตรียมวิธีป้องกันพื้นที่ในช่วงแรก

ด้านความปลอดภัย ผู้ใช้งานควรยึดเอกสาร SDS ล่าสุด สวมถุงมือ แว่นตา หรืออุปกรณ์ป้องกันตามความเหมาะสม ทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงประกายไฟ ความร้อน และการสูบบุหรี่ใกล้พื้นที่ทำงาน รวมถึงป้องกันไม่ให้วัสดุไหลลงท่อระบายน้ำหรือสิ่งแวดล้อม การทำงานกันซึมที่ดีจึงต้องดูทั้งคุณภาพฟิล์ม ความปลอดภัย และการจัดการพื้นที่หลังงานเสร็จ

ไม่ทาบนผิวเปียกหรือร่วน

ความชื้นและผิวไม่แข็งแรงทำให้ฟิล์มล่อนหรือบวมได้ง่าย

ไม่ลดอัตราใช้

ทาบางเกินระบบทำให้ฟิล์มไม่ต่อเนื่องและรับรอยแตกร้าวได้ไม่เต็มที่

ไม่ละเลยน้ำขัง

ดาดฟ้าที่น้ำขังควรแก้ slope หรือระบบระบายน้ำก่อนทำกันซึม

สรุป: โพลียูรีเทนกันซึมคือคำตอบเมื่อหลังคาและดาดฟ้าต้องการฟิล์มยืดหยุ่นไร้รอยต่อ

ถ้าโจทย์คือหลังคา ดาดฟ้า หรือระเบียงภายนอกที่ต้องรับแดด ฝน รอยต่อ และการขยับตัวของพื้นผิว โพลียูรีเทนกันซึมเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา เพราะให้ฟิล์มยืดหยุ่นต่อเนื่องและเก็บรายละเอียดหน้างานได้ดี สำหรับ Sikalastic®-632 R จุดเด่นคือเป็นวัสดุ PU ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้ แห้งและบ่มตัวเร็ว ทนฝนเร็ว ใช้กับพื้นผิวได้หลากหลาย และมีระบบอัตราการใช้ที่นำไปคำนวณหน้างานได้ชัดเจน

การเลือก Sikalastic®-632 R ให้คุ้มค่าที่สุดต้องทำเป็นระบบ เริ่มจากตรวจพื้นผิว แก้รอยร้าวและน้ำขัง เลือก primer ให้ตรงพื้น คุมอัตราการใช้ต่อชั้น และเสริมรายละเอียดจุดเสี่ยง หากทำครบตั้งแต่ครั้งแรก โอกาสรั่วซ้ำจะลดลง และต้นทุนรวมของงานกันซึมหลังคาหรือดาดฟ้าจะควบคุมได้ดีกว่าการเลือกวัสดุจากราคาต่อถังเพียงอย่างเดียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและการใช้งานในบทความนี้อ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-632 R บน Sika Thailand และเอกสารผลิตภัณฑ์ Sikalastic®-632 R ที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

โพลียูรีเทนกันซึมคืออะไร?

โพลียูรีเทนกันซึมคือวัสดุเคลือบผิวที่เมื่อบ่มตัวแล้วเกิดเป็นฟิล์มยืดหยุ่น ช่วยกันน้ำและรองรับการขยับตัวของพื้นผิวได้ดี เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และพื้นที่ภายนอกที่ต้องเจอแดดฝนโดยตรง

Sikalastic®-632 R เป็นโพลียูรีเทนกันซึมหรือไม่?

ใช่ Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวและแห้งตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วเกิดเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ

Sikalastic®-632 R เหมาะกับดาดฟ้าหรือหลังคาแบบไหน?

เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา งานหลังคาใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม และงานหลังคาที่มีรายละเอียดมาก เช่น ท่อระบายน้ำ รางน้ำ ช่องรับแสง หรือรูปทรงซับซ้อน

Sikalastic®-632 R ทนฝนได้เร็วแค่ไหน?

ข้อมูล Sika ระบุการต้านทานฝนประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 55% และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 85% แต่ถ้าฝนตกหนักและแรงในช่วงที่ฟิล์มยังไม่แห้ง อาจทำให้ผิวเคลือบเสียหายได้ จึงควรวางแผนช่วงทำงานให้เหมาะสม

Sikalastic®-632 R ต้องผสมอะไรเพิ่มไหม?

ไม่ต้องผสมน้ำหรือผสมส่วน B เพราะเป็นวัสดุส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้งาน หากพบว่าเนื้อวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสม่ำเสมอ และไม่ควรเติมสารทำละลายหรือวัสดุอื่นเอง

พื้นซีเมนต์ต้องใช้ primer อะไรกับ Sikalastic®-632 R?

ข้อมูล Sika ระบุพื้นซีเมนต์ อิฐก่อ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาใช้ Sikalastic® U primer ส่วนบิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน และโลหะใช้ Sikalastic® Metal Primer ตามชนิดพื้นผิว

หนึ่งถัง 21 กก. ทาได้กี่ตารางเมตร?

ขึ้นกับระบบที่เลือก เช่น ระบบที่รวมขั้นต่ำ 1.75 กก./ตร.ม. จะได้ประมาณ 12 ตร.ม. ต่อถัง ส่วนระบบที่รวมขั้นต่ำ 2.10 กก./ตร.ม. จะได้ประมาณ 10 ตร.ม. ต่อถัง ทั้งนี้ควรเผื่อวัสดุสำหรับพื้นหยาบ จุดเสริมแรง และรายละเอียดหน้างาน

Sikalastic®-632 R ใช้กับดาดฟ้าที่น้ำขังได้ไหม?

ควรแก้จุดน้ำขังและระบบระบายน้ำก่อนทำกันซึม เพราะน้ำขังถาวรทำให้ระบบกันซึมรับภาระสูงและเสี่ยงเสื่อมเร็ว การติดตั้งที่ดีควรเริ่มจาก slope และท่อระบายน้ำที่ทำงานได้จริง

ควรรอเคลือบทับชั้นที่สองนานแค่ไหน?

ข้อมูล Sika ระบุเวลารอเคลือบทับขั้นต่ำประมาณ 12 ชั่วโมงที่ +10°C/RH 50%, 6 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 50% และ 3 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 50% โดยเวลาอาจเปลี่ยนตามอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพหน้างาน

ซื้อ Sikalastic®-632 R ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sikalastic®-632 R ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts