รู้จัก LANKO 228 Superflex: ซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสม คืออะไร และเหมาะกับงานแบบไหน?
LANKO® 228 Superflex เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูงแบบ 2 ส่วนผสม สำหรับปกป้องพื้นผิวคอนกรีตและผนังฉาบจากการรั่วซึม เหมาะกับงานห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก และงานกันซึมก่อนปูกระเบื้องที่ต้องการชั้นฟิล์มทนแรงดันน้ำและรองรับรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ดีกว่างานกันซึมแบบปูนทั่วไป
LANKO® 228 Superflex
ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม ประกอบด้วยส่วน A เป็นผงซีเมนต์สีเทา และส่วน B เป็นเรซิ่นของเหลวสีขาว ใช้ทาหรือฉาบเพื่อสร้างชั้นกันซึมบนคอนกรีตและผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป
Quick Answer: LANKO 228 Superflex เหมาะกับงานอะไร?
LANKO® 228 Superflex เหมาะกับงานกันซึมพื้นและผนังคอนกรีต งานห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก และงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความยืดหยุ่นเพื่อรองรับรอยแตกร้าวเล็ก ๆ และต้องการวัสดุที่ทนแรงดันน้ำได้ดี แต่ไม่ควรใช้แทนระบบกันซึมดาดฟ้าหรือหลังคาที่ต้องรับแดด ฝน และน้ำขังโดยตรงเป็นเวลานาน
จุดที่ทำให้ LANKO 228 แตกต่างจากปูนกันซึมทั่วไปคือการเป็นระบบ 2 ส่วนผสม เมื่อผงซีเมนต์ผสมกับเรซิ่นตามสัดส่วนของชุดสินค้า จะได้มอร์ตาร์กันซึมที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าเนื้อปูนซีเมนต์ธรรมดา ช่วยสร้างชั้นฟิล์มที่ป้องกันน้ำซึมผ่านพื้นผิว และลดความเสี่ยงรั่วซึมตามรอยแตกร้าวขนาดเล็กที่เกิดจากการหดตัวหรือการขยับตัวเล็กน้อยของพื้นผิว
ถ้าโจทย์คือห้องน้ำในบ้าน คอนโด อาคารสูง ห้องครัวเปียก ระเบียงก่อนปูกระเบื้อง หรือผนังฉาบที่ต้องการชั้นกันซึมก่อนปิดผิว LANKO 228 เป็นตัวเลือกที่ตรงงานมาก แต่ถ้าโจทย์คือดาดฟ้า หลังคา พื้นที่น้ำร้อนเกิน 40°C หรือพื้นที่สัญจรหนักโดยปล่อยผิวเปลือย ควรประเมินระบบกันซึมและวัสดุปิดทับเพิ่มเติมก่อนใช้งาน
LANKO 228 Superflex คืออะไร?
LANKO® 228 Superflex เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม ผลิตภัณฑ์หนึ่งชุดมีส่วนประกอบ A เป็นผงซีเมนต์สีเทา ขนาด 23 กก. และส่วนประกอบ B เป็นเรซิ่นของเหลวสีขาว ขนาด 10 กก. รวมเป็นชุด 33 กก. หลังผสมแล้วจะได้วัสดุสำหรับทาหรือฉาบลงบนพื้นผิวเพื่อสร้างชั้นป้องกันน้ำซึมผ่าน
คำว่า “2 ส่วนผสม” สำคัญมาก เพราะหมายความว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ออกแบบให้เติมน้ำเองเหมือนปูนผงทั่วไป แต่ต้องใช้ของเหลวเรซิ่น Part B ที่มากับชุดสินค้าในการผสมกับผงซีเมนต์ Part A เท่านั้น เรซิ่นนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการยึดเกาะ ทำให้เหมาะกับงานกันซึมบริเวณที่พื้นผิวอาจมีการขยับตัวเล็กน้อย เช่น มุมพื้นกับผนัง รอยต่อ พื้นห้องน้ำ หรือพื้นระเบียงก่อนปูกระเบื้อง
ข้อมูลจาก Sika ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง ป้องกันและต้านทานแรงดันน้ำ ทนต่อรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ถึง 0.75 มม. ทนรังสียูวี และอ้างอิงตาม European Standard EN14891 ซึ่งเป็นกลุ่มมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับวัสดุกันซึมชนิดใช้ร่วมกับงานปูกระเบื้อง
ผงซีเมนต์สีเทา ประกอบด้วยซีเมนต์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม ขนาด 23 กก.
ของเหลวเรซิ่นสีขาว ขนาด 10 กก. ใช้เป็นส่วนผสมหลัก ไม่ใช้น้ำแทน
ได้มอร์ตาร์กันซึมสำหรับทาหรือฉาบ อายุใช้งานหลังผสมประมาณ 30 นาทีที่ 25°C
LANKO 228 Superflex เหมาะกับงานแบบไหน?
งานที่เหมาะกับ LANKO 228 คือพื้นที่ที่ต้องการชั้นกันซึมแบบยืดหยุ่นก่อนปิดผิว หรือพื้นที่สัญจรต่ำที่สามารถปล่อยเปลือยได้ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือห้องน้ำ ห้องครัว พื้นระเบียง ชานพัก และผนังหรือพื้นคอนกรีตที่ต้องการป้องกันน้ำซึมผ่านก่อนทำขั้นตอนตกแต่งต่อไป
สำหรับห้องน้ำและห้องครัว จุดเสี่ยงมักอยู่ที่มุมพื้นชนผนัง ท่อระบายน้ำ รอยต่อผนัง และพื้นที่เปียกซ้ำ ๆ การใช้ซีเมนต์กันซึมแบบยืดหยุ่นช่วยให้เกิดชั้นป้องกันน้ำใต้กระเบื้อง ลดโอกาสที่น้ำจะซึมลงพื้นโครงสร้างหรือซึมไปยังห้องข้างเคียง โดยเฉพาะอาคารสูงที่ปัญหารั่วซึมหนึ่งจุดอาจกระทบหลายชั้น
| ประเภทงาน | เหมาะสมหรือไม่ | เหตุผล | สิ่งที่ต้องเช็กก่อนทำ |
|---|---|---|---|
| ห้องน้ำและห้องครัว | เหมาะมาก | เป็นพื้นที่เปียกที่ต้องการชั้นกันซึมก่อนปูกระเบื้อง | มุมพื้น-ผนัง ท่อระบายน้ำ รอยแตกร้าว และความสะอาดพื้นผิว |
| ระเบียงหรือชานพักก่อนปูกระเบื้อง | เหมาะ | ใช้เป็นชั้นกันซึมก่อนปิดทับด้วยกระเบื้อง | ความลาดเอียง ทางระบายน้ำ และการป้องกันน้ำขัง |
| ผนังคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐฉาบปูน | เหมาะ | พื้นผิวที่เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้งานได้ | ผิวต้องแข็งแรง ไม่ร่อน ไม่เปื้อนน้ำมันหรือฝุ่น |
| พื้นที่สัญจรต่ำแบบปล่อยเปลือย | ใช้ได้ตามเงื่อนไข | ปล่อยเปลือยได้เฉพาะพื้นที่สัญจรต่ำและไม่ใช่งานดาดฟ้าหรือหลังคา | ความเสี่ยงขีดข่วน การถลอก และการโดนน้ำซ้ำ |
| ดาดฟ้าและหลังคา | ไม่แนะนำ | เอกสารระบุข้อยกเว้นสำหรับดาดฟ้าและหลังคา | ควรใช้ระบบกันซึมหลังคาที่ออกแบบเฉพาะ |
ถ้าต้องใช้กับพื้นที่ภายนอก ควรทำงานในร่มเงาหรือช่วงที่อุณหภูมิเย็นกว่า เพราะวัสดุต้องไม่แห้งเร็วเกินไป แดดจัด ลมแรง และสภาพอากาศแห้งมากอาจทำให้ผิวสูญเสียน้ำเร็ว ส่งผลต่อความสมบูรณ์ของชั้นกันซึมและการยึดเกาะระหว่างชั้นได้
สเปกสำคัญของ LANKO 228 Superflex ที่ควรรู้ก่อนซื้อ
การเลือกซีเมนต์กันซึมไม่ควรดูแค่ชื่อรุ่นหรือราคาต่อชุด แต่ต้องดูสเปกที่สัมพันธ์กับหน้างานจริง เช่น อัตราการใช้ ความหนาหลังแห้ง อายุใช้งานหลังผสม อุณหภูมิทำงาน และเวลารอก่อนปูกระเบื้อง เพราะตัวเลขเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อจำนวนชุดที่ต้องซื้อ จำนวนคนทำงาน และแผนส่งมอบงาน
| หัวข้อ | ข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| บรรจุภัณฑ์ | ชุด 33 กก. ประกอบด้วย Part A 23 กก. และ Part B 10 กก. | ควรผสมเป็นชุดหรือแบ่งอย่างแม่นยำตามอัตราส่วนเดิม |
| ความหนาแน่น | Fresh mortar ประมาณ 1.6-1.7 กก./ลิตร และ dry density ประมาณ 1.2-1.4 กก./ลิตร | ใช้ประกอบการประเมินปริมาณและน้ำหนักระบบ |
| แรงยึดเกาะ | ≥ 0.5 MPa ที่ 28 วัน เมื่อยึดเกาะกับคอนกรีต | พื้นผิวเดิมต้องแข็งแรงพอ ไม่ใช่ผิวร่วนหรือหลุดล่อน |
| การซึมผ่านของน้ำ | ไม่มีน้ำซึมผ่านที่แรงดันน้ำ 1.5 บาร์ | เหมาะกับงานป้องกันน้ำซึมผ่านในพื้นที่เปียก |
| ปริมาณการใช้ | 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับการทำงาน 2 ชั้น ที่ความหนา 2 มม. | ใช้คำนวณจำนวนชุดตามพื้นที่จริงและความหนาที่ต้องการ |
| อุณหภูมิแวดล้อม | +10°C ถึง +35°C | หลีกเลี่ยงทำงานในสภาพร้อนจัดหรือเย็นเกินช่วงที่กำหนด |
| อายุใช้งานหลังผสม | ประมาณ 30 นาที ที่ 25°C | ต้องผสมเท่าที่ใช้ทันและจัดทีมงานให้พร้อมก่อนเริ่ม |
ตัวอย่างการคำนวณคร่าว ๆ: ถ้าพื้นห้องน้ำ 20 ตร.ม. ทำ 2 ชั้นตามอัตรา 3-4 กก./ตร.ม. จะใช้วัสดุรวมประมาณ 60-80 กก. หรือประมาณ 2-3 ชุด ขึ้นอยู่กับความเรียบของพื้นผิว ความหนาที่ควบคุมได้ และการสูญเสียระหว่างทำงาน
อัตราส่วนผสมและวิธีผสม LANKO 228 Superflex
หัวใจของงาน LANKO 228 คือการผสม Part A และ Part B ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้สว่านปั่นรอบต่ำประมาณ 300-500 รอบต่อนาที ไม่ควรผสมด้วยมือในงานที่ต้องการคุณภาพสม่ำเสมอ เพราะอาจเกิดเม็ดผงที่ยังไม่แตกตัวหรือส่วนผสมไม่เนียน ทำให้ทายากและส่งผลต่อประสิทธิภาพของฟิล์มกันซึม
- เตรียมภาชนะผสมที่สะอาด: เลือกถังที่มีขนาดพอเหมาะและไม่มีคราบปูนเก่าหรือสารปนเปื้อน
- เทเรซิ่น Part B ประมาณ 3/4 ส่วนก่อน: เพื่อให้ผงซีเมนต์กระจายตัวได้ดีและลดการจับตัวเป็นก้อน
- ค่อย ๆ เติมผงซีเมนต์ Part A ระหว่างปั่น: ปั่นต่อเนื่องด้วยรอบต่ำจนส่วนผสมเริ่มสม่ำเสมอ
- เติมเรซิ่น Part B ที่เหลือ: จากนั้นปั่นผสมอีกประมาณ 3 นาทีเพื่อให้เนื้อวัสดุเข้ากันดี
- พักส่วนผสม 2 นาที: แล้วนำไปใช้งานภายในอายุใช้งานหลังผสมประมาณ 30 นาทีที่ 25°C
ห้ามผสมซีเมนต์ น้ำ หรือสารผสมเพิ่มอื่นเอง เพราะผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาเป็นชุด A+B แล้ว การปรับสูตรเองอาจทำให้ความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และความสามารถกันซึมลดลง
ในงานจริงควรวางแผนพื้นที่ที่จะทาในแต่ละรอบให้พอดีกับเวลาทำงาน หากผสมแล้วปล่อยไว้นานเกินไปหรือวัสดุเริ่มเซ็ตตัว ไม่ควรเติมของเหลวเพิ่มเพื่อให้กลับมาเหลวอีกครั้ง เพราะจะทำให้คุณสมบัติของชั้นกันซึมไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น
วิธีใช้งาน LANKO 228 Superflex ให้ได้ชั้นกันซึมสม่ำเสมอ
ก่อนทาหรือฉาบ LANKO 228 พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และปราศจากคราบน้ำมัน ฝุ่น สีหลุดล่อน เศษปูน หรือสิ่งที่ขัดขวางการยึดเกาะ หากมีรูพรุน รอยต่อ ฟองอากาศ หรือบริเวณเสียหาย ควรซ่อมแซมก่อนเริ่มทำงาน หากพื้นผิวเรียบมาก ควรทำให้มีความหยาบเพื่อช่วยการยึดเกาะ และพรมน้ำให้พื้นผิวชื้นก่อนทำงานตามคำแนะนำในเอกสารผลิตภัณฑ์
- ตรวจและซ่อมพื้นผิว: ซ่อมรอยแตกร้าว รูพรุน และรอยต่อที่เป็นจุดเสี่ยงก่อนทากันซึม
- ทำความสะอาด: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน เศษปูน และวัสดุหลุดร่อนให้หมด
- ทำให้พื้นผิวชื้น: พรมน้ำให้ชื้นแบบไม่มีน้ำขัง เพื่อช่วยให้วัสดุทำงานกับพื้นผิวได้เหมาะสม
- ทาหรือฉาบชั้นแรก: ใช้แปรงหรือเกรียงฉาบ ปริมาณการใช้ประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม.
- รอชั้นแรกแห้ง: ทาหรือฉาบชั้นที่ 2 หลังชั้นแรกแห้งตัวประมาณ 2-6 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพอากาศ
- ควบคุมความหนา: ควรฉาบรวมประมาณ 2 มม. และไม่ควรต่ำกว่า 1.5 มม. หลังแห้ง
- รอก่อนปิดทับ: สามารถปูกระเบื้องทับได้ภายใน 3-7 วัน หลังจากทาชั้นสุดท้ายแล้ว ตามสภาพหน้างาน
บริเวณที่มีโอกาสเกิดรอยแตกร้าว เช่น มุมพื้นกับผนัง รอยต่อโครงสร้าง หรือพื้นผิวที่มีการขยับตัวเล็กน้อย ควรพิจารณาใช้แผ่นใยเสริมความแข็งแรง LANKO GLASS FIBER MESH ร่วมกับการทาชั้นที่ 1 เพื่อช่วยกระจายแรงและเพิ่มความต่อเนื่องของชั้นกันซึม
สำหรับพื้นที่สัญจรสูง: ไม่ควรปล่อยผิวกันซึมรับการเสียดสีโดยตรง ควรมีวัสดุปิดทับ เช่น กระเบื้อง หรือระบบป้องกันผิวที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการถลอกและรอยขีดข่วน
ข้อควรระวังและข้อจำกัดในการใช้งาน
แม้ LANKO 228 จะเป็นซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่นสูง แต่การใช้งานให้ได้ผลต้องเคารพข้อจำกัดของวัสดุ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมระหว่างทำงาน ความหนาของชั้นกันซึม การแห้งตัวระหว่างชั้น และการเลือกพื้นที่ใช้งาน หากละเลยรายละเอียดเหล่านี้ อาจเกิดปัญหาผิวร้าว หลุดร่อน น้ำซึม หรือชั้นกันซึมเสียหายก่อนเวลา
- ต้องทาอย่างน้อย 2 ชั้น และควบคุมความหนาหลังแห้งอย่างน้อย 1.5 มม.
- ไม่ควรให้วัสดุแห้งเร็วเกินไป โดยเฉพาะงานกลางแดดจัด สภาพอากาศแห้งจัด หรือลมแรง
- ในพื้นที่ภายนอก หากทำได้ควรทำงานในร่มเงาหรือช่วงอุณหภูมิเย็น
- ห้ามพรมน้ำระหว่างชั้น ควรให้พื้นผิวของชั้นก่อนหน้าแห้งตามเงื่อนไขก่อนทำชั้นถัดไป
- ห้ามใช้สารเคมีในการทำความสะอาดผิวกันซึม
- ถังเก็บน้ำควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดก่อนกักเก็บน้ำ
- ห้ามปล่อยผิวกันซึมสัมผัสน้ำที่มีอุณหภูมิมากกว่า 40°C
- ห้ามใช้เป็นงานดาดฟ้าหรือหลังคาแบบปล่อยเปลือยตามข้อยกเว้นของผลิตภัณฑ์
อีกจุดที่ควรให้ความสำคัญคือพื้นผิวต้องได้ระนาบเดียวกันพอสมควร เพราะความเรียบของพื้นช่วยให้ควบคุมความหนาชั้นกันซึมได้สม่ำเสมอ หากพื้นเป็นแอ่ง มีสันสูงต่ำ หรือมีมุมที่เก็บงานยาก ชั้นกันซึมบางจุดอาจบางเกินไปและกลายเป็นจุดเสี่ยงรั่วซึมในอนาคต
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้อิงข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 228 SUPERFLEX มกราคม 2021 และหน้า LANKO® 228 Superflex บนเว็บไซต์ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง
สรุป: LANKO 228 Superflex เหมาะเมื่ออยากได้กันซึมยืดหยุ่นก่อนปิดผิว
LANKO 228 Superflex เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานกันซึมที่ต้องการความยืดหยุ่นและการป้องกันน้ำซึมผ่านมากกว่าการใช้ปูนกันซึมแบบพื้นฐาน โดยเฉพาะงานห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก และงานก่อนปูกระเบื้อง จุดเด่นคือเป็นระบบ 2 ส่วนผสม มีเรซิ่นช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทนรอยแตกร้าวเล็กได้ถึง 0.75 มม. และมีข้อมูลการใช้งานที่ชัดเจนทั้งอัตราการใช้ อายุหลังผสม และช่วงเวลาปูกระเบื้องทับ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของงานกันซึมไม่ได้ขึ้นกับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเตรียมพื้นผิว การควบคุมความหนา การทำงานอย่างน้อย 2 ชั้น การเสริมแรงในจุดเสี่ยง และการเลือกวัสดุปิดทับให้เหมาะกับการใช้งานจริง หากไม่แน่ใจว่าหน้างานควรใช้กี่ชุด ต้องเสริมตาข่ายหรือไม่ หรือสามารถปล่อยเปลือยได้แค่ไหน ควรส่งรูปและรายละเอียดพื้นที่ให้ทีมงานช่วยประเมินก่อนเริ่มงาน
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 228 Superflex คืออะไร?
LANKO 228 Superflex คือซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม ประกอบด้วยผงซีเมนต์ Part A และเรซิ่นของเหลว Part B ใช้ทาหรือฉาบเพื่อป้องกันน้ำซึมผ่านพื้นผิวคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป
LANKO 228 ใช้กับห้องน้ำได้ไหม?
ใช้ได้ และเป็นหนึ่งในงานหลักที่เหมาะสม โดยเฉพาะงานกันซึมก่อนปูกระเบื้องในห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่เปียกในอาคารสูง ควรเก็บรายละเอียดมุมพื้น-ผนังและท่อระบายน้ำให้ดีเป็นพิเศษ
LANKO 228 ใช้ดาดฟ้าหรือหลังคาได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ใช้เป็นระบบกันซึมดาดฟ้าหรือหลังคาแบบปล่อยเปลือย เพราะเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุข้อยกเว้นสำหรับดาดฟ้าและหลังคา ควรใช้ระบบกันซึมหลังคาที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแดด ฝน และน้ำขัง
หนึ่งชุดมีกี่กิโลกรัม?
หนึ่งชุดมีน้ำหนักรวม 33 กก. ประกอบด้วย Part A ผงซีเมนต์ 23 กก. และ Part B เรซิ่นของเหลว 10 กก.
อัตราการใช้ LANKO 228 เท่าไร?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับการทำงาน 2 ชั้น ที่ความหนาประมาณ 2 มม. โดยชั้นแรกและชั้นที่สองใช้ประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. ต่อชั้น
หลังผสมแล้วใช้งานได้นานแค่ไหน?
อายุใช้งานหลังผสมประมาณ 30 นาที ที่อุณหภูมิ 25°C หากอากาศร้อนจัดอาจทำงานได้สั้นลง จึงควรผสมเท่าที่ใช้ทันและจัดทีมงานให้พร้อมก่อนเริ่ม
ต้องทากี่ชั้น?
ควรทาอย่างน้อย 2 ชั้น และควบคุมความหนาหลังแห้งอย่างน้อย 1.5 มม. โดยความหนารวมที่แนะนำสำหรับงานทั่วไปอยู่ประมาณ 2 มม.
ปูกระเบื้องทับได้เมื่อไหร่?
สามารถปูกระเบื้องทับได้ภายในประมาณ 3-7 วัน หลังจากทา LANKO 228 ชั้นสุดท้ายแล้ว ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพอากาศ ความชื้น ความหนา และสภาพหน้างานจริง
ต้องใช้ตาข่ายเสริมแรงไหม?
ถ้าพื้นผิวมีโอกาสเกิดรอยแตกร้าวหรือเป็นบริเวณจุดเสี่ยง เช่น มุมพื้น-ผนัง รอยต่อ หรือพื้นผิวที่ขยับตัว ควรใช้ LANKO GLASS FIBER MESH ร่วมกับชั้นแรกเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรง
ซื้อ LANKO 228 Superflex ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 228 Superflex ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนชุดจากพื้นที่จริง
