วิธีบ่มคอนกรีตให้ได้มาตรฐาน งานโครงสร้างแข็งแรงทนทานด้วย LANKO 361
คอนกรีตที่เทเสร็จใหม่ยังไม่ใช่คอนกรีตที่แข็งแรงสมบูรณ์ทันที จุดชี้ขาดอยู่ที่การบ่มให้ความชื้นเพียงพอในช่วงแรก LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตแบบพร้อมใช้งาน ช่วยสร้างฟิล์มบนผิวคอนกรีตสด ลดการระเหยน้ำเร็วเกินไป ลดโอกาสแตกร้าวและหดตัว เหมาะกับงานโครงสร้าง ถนน พื้น และพื้นที่คอนกรีตขนาดใหญ่ที่ต้องการควบคุมคุณภาพงานให้สม่ำเสมอ
LANKO 361 LANCURE
น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกต สำหรับเคลือบผิวหน้าคอนกรีตหรือมอร์ตาร์สดให้เกิดฟิล์มต่อเนื่อง ช่วยหน่วงการสูญเสียน้ำจากแสงแดด ลม และสภาพอากาศร้อน เหมาะกับงานบ่มคอนกรีตทั่วไป งานถนน สะพาน พื้นทางเดิน พื้นระเบียง อุโมงค์ แกลเลอรี อ่างเก็บน้ำ และงานพื้นที่มาก
Quick Answer: บ่มคอนกรีตด้วย LANKO 361 ต้องทำอย่างไร?
หลังเทคอนกรีตและแต่งผิวจนผิวเริ่มด้าน ให้ใช้ LANKO 361 LANCURE แบบไม่ผสมน้ำ ทาหรือพ่นลงบนผิวคอนกรีตสดให้เป็นฟิล์มสม่ำเสมอ อัตราการใช้โดยประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร โดยต้องหลีกเลี่ยงผิวที่ยังมีน้ำขัง หลีกเลี่ยงการใช้น้อยหรือมากเกินไป และทำงานในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี โดยสวมถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันดวงตาระหว่างทำงาน
หัวใจของการบ่มคอนกรีตคือการรักษาน้ำที่จำเป็นต่อปฏิกิริยาไฮเดรชันของปูนซีเมนต์ หากน้ำระเหยออกจากผิวเร็วเกินไป โดยเฉพาะในวันที่แดดแรง ลมจัด หรือพื้นมีพื้นที่ผิวมาก คอนกรีตอาจเกิดรอยแตกร้าวแบบพลาสติก หดตัวเร็ว ผิวเป็นฝุ่น หรือกำลังผิวไม่ดีเท่าที่ควร น้ำยาบ่มคอนกรีตจึงทำหน้าที่เป็นชั้นฟิล์มช่วยชะลอการสูญเสียน้ำในช่วงที่คอนกรีตกำลังพัฒนากำลัง
เมื่อใช้ LANKO 361 อย่างถูกวิธี งานบ่มจะควบคุมได้ง่ายกว่าการรดน้ำซ้ำในบางหน้างาน โดยเฉพาะพื้นถนน ลานคอนกรีต พื้นโรงงาน ลานจอดรถ งานสะพาน และโครงการที่พื้นที่กว้างจนดูแลความชื้นตลอดเวลาได้ยาก อย่างไรก็ตาม การใช้ curing compound ไม่ได้แทนการควบคุมคุณภาพคอนกรีตทั้งหมด ต้องเริ่มจากส่วนผสมคอนกรีตที่เหมาะสม การเทและแต่งผิวถูกต้อง รวมถึงการป้องกันแดด ลม และฝนในช่วงแรกด้วย
ทำไมการบ่มคอนกรีตถึงสำคัญกับงานโครงสร้าง?
คอนกรีตแข็งแรงได้เพราะปฏิกิริยาระหว่างปูนซีเมนต์กับน้ำ ไม่ใช่เพราะน้ำแห้งออกเร็ว ยิ่งคอนกรีตสูญเสียน้ำที่ผิวเร็วเกินไป ปฏิกิริยาการก่อตัวบริเวณผิวก็ยิ่งไม่สมบูรณ์ ทำให้ผิวคอนกรีตอ่อน ฝุ่นง่าย แตกร้าว และหดตัวมากกว่าที่ควร ปัญหานี้พบได้บ่อยในงานพื้นกลางแจ้ง งานถนน งานลาน และงานที่พื้นที่ผิวกว้าง เพราะมีทั้งแดด ลม และอุณหภูมิสูงเร่งการระเหยพร้อมกัน
การบ่มคอนกรีตให้ได้มาตรฐานจึงไม่ใช่ขั้นตอนเสริมที่ทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่เป็นงานควบคุมคุณภาพที่ส่งผลต่อความทนทานของพื้นและโครงสร้างโดยตรง หากละเลยช่วงนี้ แม้คอนกรีตจะมีกำลังอัดตามแบบในห้องทดลอง แต่ผิวหน้างานจริงอาจไม่แข็งแรงพอสำหรับการใช้งาน เช่น รับรถเข็น เครื่องจักร การขัดผิว หรือการเคลือบผิวในขั้นตอนต่อไป
ฟิล์มบนผิวช่วยหน่วงการระเหยของน้ำจากคอนกรีตสด โดยเฉพาะสภาพแดดและลม
เมื่อผิวมีความชื้นพอ ปฏิกิริยาของปูนซีเมนต์เกิดได้สมบูรณ์ขึ้น
ลดความเสี่ยงแตกร้าวและหดตัวจากการแห้งตัวเร็วเกินไปในช่วงแรก
สำหรับงานโครงสร้างที่ต้องการอายุใช้งานยาว เช่น ถนน สะพาน ลานอุตสาหกรรม และพื้นคอนกรีตขนาดใหญ่ การบ่มให้ถูกต้องช่วยลดค่าซ่อมในอนาคตได้มาก เพราะรอยร้าวเล็กบนผิวอาจเปิดทางให้น้ำ คลอไรด์ หรือสารเคมีซึมเข้าไปทำลายเนื้อคอนกรีตและเหล็กเสริมต่อได้ในระยะยาว
LANKO 361 คืออะไร และทำงานอย่างไร?
LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตในกลุ่ม curing compound ใช้สำหรับปกป้องผิวคอนกรีตและมอร์ตาร์สดจากการแห้งตัวเร็วเกินไป เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าเมื่อนำไปใช้กับผิวคอนกรีต จะเกิดฟิล์มต่อเนื่องบนผิวหน้าช่วยชะลอการระเหยของน้ำในสภาพอากาศร้อนหรือมีลมแรง และช่วยส่งเสริมการเกิดปฏิกิริยาของ binder ที่ผิวหน้าให้เป็นไปอย่างเหมาะสม
จุดเด่นของ LANKO 361 คือเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ สามารถใช้งานได้ด้วยการพ่น ทาด้วยลูกกลิ้ง หรือใช้แปรง ขึ้นกับลักษณะพื้นที่และเครื่องมือของหน้างาน เมื่องานมีพื้นที่มาก การพ่นจะช่วยให้ทำงานเร็วและคุมฟิล์มได้ต่อเนื่อง แต่ต้องทำในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกและผู้ปฏิบัติงานต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันตามเอกสารความปลอดภัย
| คุณสมบัติจากเอกสาร | รายละเอียด LANKO 361 | ความหมายในการใช้งาน |
|---|---|---|
| ประเภทสินค้า | น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกต / curing compound | ใช้เคลือบผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์สดเพื่อช่วยบ่ม |
| ลักษณะ | ของเหลวสีม่วงอ่อน หรือ light-violet liquid | เห็นแนวการทา/พ่นได้ง่ายกว่าน้ำใสทั่วไป |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 1.1 | ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการคำนวณและตรวจรับสินค้า |
| pH | ประมาณ 11.5 | เป็นด่าง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสตาและผิวหนังโดยตรง |
| การใช้งาน | พร้อมใช้ ไม่ต้องเจือจาง | ห้ามเติมน้ำเพื่อหวังประหยัดหรือให้พ่นง่ายขึ้น เพราะอาจทำให้ฟิล์มไม่สม่ำเสมอ |
เอกสารยังระบุว่าเมื่อเวลาผ่านไป ฟิล์มของผลิตภัณฑ์จะค่อย ๆ หายไปจากสภาพอากาศหรือการขัดถู แต่ถ้าพื้นผิวจะมีการตกแต่งหรือเคลือบทับ เช่น ทาสี เคลือบผิว หรือทำระบบพื้นอื่น ควรล้างทำความสะอาด LANKO 361 ออกด้วยน้ำหลังจากการบ่มครบอายุที่ต้องการแล้ว เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับงานชั้นต่อไป
สเปก อัตราการใช้ และบรรจุภัณฑ์ LANKO 361
การคำนวณน้ำยาบ่มคอนกรีตควรเริ่มจากพื้นที่จริง หน้างานที่ผิวหยาบ ลมแรง หรือพ่นไม่สม่ำเสมออาจใช้ปริมาณมากกว่าที่คาด ดังนั้นตัวเลขในเอกสารควรใช้เป็นค่าอ้างอิงเบื้องต้น แล้วเผื่อสำหรับการทับซ้อนแนวพ่น ขอบมุม พื้นที่สูญเสีย และการทดลองหน้างานจริง
| รายการ | ข้อมูลจากเอกสาร LANKO 361 | คำแนะนำหน้างาน |
|---|---|---|
| อัตราการใช้ | 1 ลิตร ต่อ 5-8 ตารางเมตร | ใช้เป็นค่าเฉลี่ยเบื้องต้น ควรคุมให้ได้ฟิล์มสม่ำเสมอ ไม่บางหรือหนาเกินไป |
| แกลลอน 20 ลิตร | ครอบคลุมประมาณ 100-160 ตารางเมตร | เหมาะกับงานซ่อม งานพื้นย่อย หรือพื้นที่ไม่ใหญ่มาก |
| ถัง 200 ลิตร | ครอบคลุมประมาณ 1,000-1,600 ตารางเมตร | เหมาะกับงานถนน ลาน โรงงาน หรือโครงการพื้นที่มาก |
| อายุการเก็บรักษา | 12 เดือนในภาชนะที่ยังไม่เปิด | เก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดฝาให้สนิทหลังใช้งาน |
| การเก็บรักษา | เอกสารอังกฤษระบุเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ยังไม่เปิด ในที่แห้งและ frost-free | หลีกเลี่ยงความร้อนจัด แสงแดดตรง และภาชนะโลหะบางชนิดตาม MSDS |
ตัวอย่างคำนวณ: ถ้าพื้นลานคอนกรีต 500 ตารางเมตร และใช้อัตราเฉลี่ย 1 ลิตรต่อ 6 ตารางเมตร จะใช้ LANKO 361 ประมาณ 83.3 ลิตร ควรเผื่อสูญเสียและแนวซ้อนทับตามสภาพหน้างานจริง ดังนั้นอาจวางแผนประมาณ 90-100 ลิตร หรือให้ทีมขายช่วยคำนวณร่วมกับรูปหน้างาน
สำหรับงานที่ต้องส่งมอบคุณภาพสม่ำเสมอ ไม่ควรคำนวณจากพื้นที่อย่างเดียวแล้วลดปริมาณเพื่อประหยัด เพราะการใช้บางเกินไปอาจทำให้ฟิล์มไม่ต่อเนื่องและลดประสิทธิภาพการบ่ม ส่วนการใช้หนาเกินไปอาจเกิดคราบหรือส่งผลต่อการทำงานชั้นต่อไป โดยเฉพาะงานที่จะเคลือบหรือทาสีหลังบ่ม
LANKO 361 เหมาะกับงานแบบไหน?
จากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 361 เหมาะกับงานบ่มคอนกรีตทั่วไป และเหมาะเป็นพิเศษกับสภาพอากาศที่แสงแดด ลม หรือความร้อนเร่งให้คอนกรีตสูญเสียน้ำเร็ว เช่น พื้นภายนอก ลานกว้าง ถนน หรือโครงสร้างที่มีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูง งานลักษณะนี้ดูเหมือนคอนกรีตเซ็ตตัวเร็ว แต่ความจริงอาจเป็นการแห้งผิวเร็วเกินไปจนความชื้นไม่เพียงพอต่อการบ่ม
ใช้ได้กับ traffic surfaces เช่น ถนน motorway สะพาน คันทาง คลอง และ runway ตามกลุ่มงานในเอกสาร
เหมาะกับทางเดินคอนกรีต ระเบียง พื้น และลานที่ต้องการลดการแตกร้าวจากการแห้งเร็ว
ใช้กับอ่างเก็บน้ำ อุโมงค์ แกลเลอรี และ vaults เมื่อหน้างานต้องควบคุมการบ่มของผิวคอนกรีต
งานที่มีพื้นที่มาก เช่น โรงงาน ลานโหลดสินค้า ลานจอดรถ หรือโครงการสาธารณูปโภค มักมีความเสี่ยงที่ทีมงานจะบ่มด้วยน้ำได้ไม่ทั่วถึงตลอดเวลา LANKO 361 จึงช่วยให้การบ่มเป็นระบบมากขึ้น เพราะทำครั้งเดียวให้เกิดชั้นฟิล์มบนผิว แต่ยังต้องควบคุมช่วงเวลาทำงานให้ถูก คือรอให้ผิวคอนกรีตเริ่มด้านแล้วจึงทาหรือพ่น ไม่ใช่พ่นลงบนผิวที่มีน้ำขังหรือยังเยิ้มอยู่
ในทางกลับกัน หากพื้นต้องทำ coating, สี, epoxy, PU หรือวัสดุปิดผิวชนิดอื่นหลังจากนั้น ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่าจะล้างหรือเตรียมผิวอย่างไรหลังบ่มครบกำหนด เพราะฟิล์ม curing compound อาจเป็นชั้นคั่นระหว่างพื้นคอนกรีตกับระบบเคลือบผิวได้ถ้าไม่จัดการให้ถูกต้อง
วิธีบ่มคอนกรีตด้วย LANKO 361 ให้ได้มาตรฐาน
ขั้นตอนการใช้ LANKO 361 ควรทำตามหลักง่าย ๆ คือพื้นต้องพร้อม น้ำยาไม่ต้องเจือจาง ฟิล์มต้องสม่ำเสมอ และต้องป้องกันปัจจัยที่ทำให้ผิวเสียในช่วงแรก เอกสารระบุว่าสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมน้ำ หากเก็บไว้นานควรกวนให้เข้ากันก่อนใช้งาน จากนั้นทาหรือพ่นลงบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เมื่อผิวเริ่มเซ็ตและเริ่มด้าน
- วางแผนก่อนเท: ตรวจพื้นที่ อุณหภูมิ ลม แดด และจำนวนคนทำงาน เตรียมเครื่องพ่น ลูกกลิ้ง แปรง ถัง และ PPE ให้พร้อมก่อนคอนกรีตถึงเวลาแต่งผิวเสร็จ
- รอจังหวะผิวเริ่มด้าน: หลังคอนกรีตเริ่มแข็งตัวและแต่งผิวแล้ว ให้เริ่มใช้น้ำยาเมื่อผิวไม่เยิ้มและเริ่มด้าน ห้ามพ่นบนผิวที่ยังมีน้ำไหลหรือน้ำขัง
- ใช้แบบไม่ผสมน้ำ: LANKO 361 เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ ไม่ควรเจือจาง เพราะจะทำให้ชั้นฟิล์มบางลงและประสิทธิภาพการกักความชื้นลดลง
- ทาหรือพ่นให้สม่ำเสมอ: ใช้อัตรา 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร พ่นหรือทาให้คลุมเต็มพื้นที่โดยไม่ให้เกิดจุดขาดฟิล์ม จุดหนา หรือแนวซ้อนทับมากเกินจำเป็น
- ดูแลหลังใช้งาน: ป้องกันฝน น้ำขัง ฝุ่น และการเหยียบย่ำเร็วเกินไปในช่วงแรก เพื่อให้ฟิล์มทำหน้าที่บ่มได้เต็มที่
- เตรียมผิวก่อนงานต่อ: หากต้องทาสีหรือเคลือบผิว ควรล้าง LANKO 361 ออกด้วยน้ำหลังการบ่มครบอายุที่ต้องการ และตรวจสภาพผิวก่อนลงระบบถัดไป
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง: ใช้น้ำยาเจือจาง, พ่นตอนผิวยังมีน้ำขัง, ทาบางจนฟิล์มไม่ต่อเนื่อง, ทาหนาเกินไปจนเกิดคราบ, ทำงานพ่นในพื้นที่อับอากาศ, ไม่สวมถุงมือและแว่นตา, และลืมล้างฟิล์มออกก่อนทำระบบเคลือบผิวที่ต้องยึดเกาะกับคอนกรีตโดยตรง
หากเป็นงานถนนหรือลานขนาดใหญ่ ควรแบ่งพื้นที่เป็นโซนและควบคุมระยะเวลาระหว่างการแต่งผิวกับการพ่นน้ำยาให้สม่ำเสมอทั้งโครงการ ไม่ควรปล่อยบางโซนทิ้งไว้นานในแดดหรือลมแรงแล้วจึงค่อยพ่น เพราะผิวอาจสูญเสียน้ำไปก่อน ฟิล์มที่พ่นภายหลังจะไม่สามารถย้อนเวลาให้การบ่มช่วงแรกสมบูรณ์ได้เต็มที่
ข้อควรระวังและความปลอดภัยในการใช้ LANKO 361
ข้อมูลความปลอดภัยของ LANKO 361 ระบุว่าเป็นของเหลวที่มีความเป็นด่าง และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา ผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และละอองสเปรย์อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ ดังนั้นการใช้ในหน้างานควรให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การระบายอากาศ และการจัดการกรณีหกหรือรั่วไหล เพราะพื้นผิวที่มีน้ำยาหกอาจลื่นมาก
| หัวข้อ | คำแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| การสูดดม | ไม่ควรสูดดมละอองสเปรย์ | เอกสารระบุว่าละอองสเปรย์อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ |
| การพ่น | ทำในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก | ลดความเข้มข้นของละอองและกลิ่นในพื้นที่ทำงาน |
| PPE | สวมถุงมือ แว่นตา และเสื้อผ้าป้องกันตามความเหมาะสม | ลดโอกาสสัมผัสผิวหนังและดวงตาโดยตรง |
| การจัดเก็บ | เก็บในภาชนะปิดสนิท แยกจากกรด โลหะ reactive และ ammonium salts | MSDS ระบุการเกิดปฏิกิริยากับสารบางชนิดและภาชนะโลหะบางประเภท |
| กรณีหก | กันพื้นที่ ดูดซับ/เก็บกวาด และป้องกันไม่ให้ไหลลงท่อหรือลำน้ำ | สารมี pH สูงและพื้นหกอาจลื่น |
กรณีเข้าตา ควรล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากอย่างน้อย 15 นาทีและพบแพทย์ กรณีสัมผัสผิวหนังให้ล้างออกและถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อน หากกลืนกินห้ามกระตุ้นให้อาเจียนและควรพบแพทย์ทันที รายละเอียดเหล่านี้ควรใช้ควบคู่กับ MSDS ล่าสุดของผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มงานจริงเสมอ
สรุป: คอนกรีตแข็งแรงเริ่มจากการบ่มที่ถูกเวลาและถูกวิธี
LANKO 361 เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับงานบ่มคอนกรีตที่ต้องการลดการสูญเสียน้ำเร็วเกินไป โดยเฉพาะงานพื้นที่กว้าง งานกลางแจ้ง และงานที่มีแดดหรือลมเร่งการแห้งของผิว จุดที่ควรจำคือใช้งานแบบไม่ผสมน้ำ ทาหรือพ่นเมื่อผิวคอนกรีตเริ่มด้าน ใช้อัตราประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร และควบคุมให้ฟิล์มสม่ำเสมอทั่วพื้นที่
การบ่มที่ดีช่วยให้คอนกรีตพัฒนากำลังได้เหมาะสม ลดรอยแตกร้าวและการหดตัว แต่ต้องใช้ร่วมกับงานคอนกรีตที่ถูกต้องตั้งแต่การออกแบบส่วนผสม การเท การแต่งผิว และการป้องกันสภาพแวดล้อมในช่วงแรก หากไม่แน่ใจเรื่องปริมาณ วิธีพ่น หรือการเตรียมผิวก่อน coating ทีม GY Asia สามารถช่วยประเมินจากพื้นที่และรูปหน้างานจริงได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์และ MSDS ของ LANKO 361 LANCURE ที่ผู้ใช้แนบมา รวมถึงข้อมูลอัตราการใช้ คุณสมบัติ วิธีใช้งาน การเก็บรักษา และข้อควรระวังด้านความปลอดภัยจากเอกสารดังกล่าว
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 361 คืออะไร?
LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตหรือ curing compound ใช้เคลือบผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์สดให้เกิดฟิล์ม ช่วยลดการสูญเสียน้ำเร็วเกินไป ลดแตกร้าวและการหดตัวของผิวคอนกรีต
LANKO 361 ต้องผสมน้ำก่อนใช้ไหม?
ไม่ต้องผสมน้ำ เอกสารระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้และไม่ควรเจือจาง หากเก็บไว้นานควรกวนให้เข้ากันก่อนใช้งาน
ควรใช้ LANKO 361 ตอนไหนหลังเทคอนกรีต?
ควรใช้เมื่อคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เริ่มเซ็ตตัวและผิวเริ่มด้าน โดยต้องไม่พ่นหรือทาลงบนผิวที่ยังมีน้ำไหลหรือน้ำขัง
LANKO 361 ใช้ได้กี่ตารางเมตรต่อลิตร?
อัตราการใช้ในเอกสารระบุประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร ขึ้นกับความหยาบของผิว วิธีทา/พ่น สภาพอากาศ และความสม่ำเสมอในการทำงาน
LANKO 361 ใช้กับงานอะไรได้บ้าง?
ใช้กับงานบ่มคอนกรีตทั่วไป งานถนน สะพาน คันทาง คลอง runway ทางเดินคอนกรีต ระเบียง พื้น อ่างเก็บน้ำ อุโมงค์ แกลเลอรี และงานพื้นที่มากที่เสี่ยงสูญเสียน้ำเร็วจากแดดหรือลม
ถ้าจะทาสีหรือเคลือบผิวหลังบ่ม ต้องทำอย่างไร?
เอกสารระบุว่าถ้าจะมีงาน coating หรือการตกแต่งผิว ควรล้าง LANKO 361 ออกด้วยน้ำหลังจากบ่มครบอายุที่ต้องการแล้ว จากนั้นตรวจและเตรียมผิวให้เหมาะกับระบบเคลือบที่จะใช้
LANKO 361 มีข้อควรระวังด้านความปลอดภัยอะไรบ้าง?
ไม่ควรสูดดมละอองสเปรย์ ควรพ่นในพื้นที่อากาศถ่ายเท สวมถุงมือและแว่นตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาและผิวหนังโดยตรง และระวังพื้นที่หกเพราะอาจลื่นมาก
LANKO 361 เก็บได้นานแค่ไหน?
เอกสารไทยระบุอายุการเก็บรักษา 12 เดือนในภาชนะที่ยังไม่เปิด ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดฝาให้สนิท และหลีกเลี่ยงสภาพจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม
ซื้อ LANKO 361 ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 361 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณตามพื้นที่จริง
