GY Asia ขายส่งราคาโรงงานจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง Sika · Lanko

หน้าแรก / เทคนิคงานก่อสร้าง / น้ำยาและสารผสมเพิ่ม / น้ำยาบ่มคอนกรีต LANKO 361 LANCURE: วิธีใช้ อัตราใช้ และเทคนิคบ่มหน้าร้อน พื้นที่ใหญ่

น้ำยาและสารผสมเพิ่ม

น้ำยาบ่มคอนกรีต LANKO 361 LANCURE: วิธีใช้ อัตราใช้ และเทคนิคบ่มหน้าร้อน พื้นที่ใหญ่

LANKO 361 LANCURE GUIDE

LANKO 361 LANCURE คือ น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตสำหรับคอนกรีตและมอร์ตาร์สด ใช้สร้างฟิล์มต่อเนื่องบนผิวหน้าเพื่อลดการระเหยของน้ำ ช่วยให้การเกิดปฏิกิริยาของปูนซีเมนต์สมบูรณ์ขึ้น ลดโอกาสแตกร้าวและหดตัว โดยเป็นวัสดุพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ เหมาะกับงานพื้นคอนกรีต ถนน ลานจอดรถ พื้นโรงงาน ทางเดิน ระเบียง อ่างเก็บน้ำ อุโมงค์ และพื้นที่ที่ได้รับแดดหรือลมแรง

พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ 1 ลิตร / 5-6 ตร.ม. พ่น ทา หรือกลิ้งได้ ฟิล์มสลายตัวราว 7 วัน
20 ลิตรขนาดแกลลอนตามเอกสาร
200 ลิตรขนาดถังสำหรับงานพื้นที่มาก
12 เดือนอายุเก็บรักษาในภาชนะเดิมที่ยังไม่เปิด
LANKO 361 LANCURE น้ำยาบ่มคอนกรีตพร้อมใช้

LANKO 361 LANCURE

น้ำยาบ่มคอนกรีตพร้อมใช้สำหรับปกป้องคอนกรีตสดและปูนทรายจากการแห้งตัวเร็วเกินไป ใช้งานได้โดยการพ่น ทา หรือกลิ้ง เหมาะกับงานที่ต้องคุมคุณภาพผิว ลดรอยแตกร้าวจากการสูญเสียน้ำ และทำงานได้สะดวกกว่าการบ่มน้ำในบางพื้นที่

Quick Answer: LANKO 361 LANCURE ใช้อย่างไรให้ถูก?

คำตอบสั้น

LANKO 361 LANCURE ใช้แบบพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ ก่อนใช้งานให้คนหรือเขย่าให้เข้ากัน แล้วพ่น ทา หรือกลิ้งลงบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์สดทันทีเมื่อผิวเริ่มแข็งตัวและเริ่มด้าน ไม่ควรทาบนผิวที่ยังมีน้ำเยิ้มหรือน้ำขัง อัตราการใช้ตามเอกสารคือประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-6 ตารางเมตร โดยต้องลงให้เป็นฟิล์มสม่ำเสมอ ไม่บางหรือหนาเกินไป

หัวใจของน้ำยาบ่มคอนกรีตไม่ใช่การทำให้คอนกรีตแข็งทันที แต่คือการช่วยรักษาน้ำในคอนกรีตช่วงต้นอายุ เมื่อผิวหน้าคอนกรีตเสียความชื้นเร็วเกินไป โดยเฉพาะในพื้นที่แดดจัด ลมแรง หรือมีอุณหภูมิสูง การบ่มไม่พอจะทำให้ผิวคอนกรีตแห้งก่อนเนื้อใน เกิดการหดตัวไม่สมดุล มีโอกาสเกิดรอยแตกร้าว ผิวเป็นฝุ่น หรือกำลังผิวหน้าไม่ดีเท่าที่ควร

LANKO 361 ทำหน้าที่สร้างฟิล์มต่อเนื่องบนผิวคอนกรีตสด ชะลอการระเหยของน้ำ และช่วยให้กระบวนการ hydration ของปูนซีเมนต์เกิดได้สมบูรณ์ขึ้น แม้เป็นวัสดุใช้งานง่าย แต่ต้องเลือกจังหวะลงให้ถูก เพราะถ้าลงเร็วเกินไปบนผิวที่ยังมีน้ำเยิ้ม ฟิล์มอาจไม่สม่ำเสมอ แต่ถ้าลงช้าเกินไป คอนกรีตอาจสูญเสียน้ำไปแล้วจนเสียประโยชน์หลักของการบ่มช่วงแรก

LANKO 361 LANCURE คืออะไร และช่วยคอนกรีตอย่างไร?

จากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกต ลักษณะเป็นของเหลวสีม่วงอ่อน ใช้เคลือบบนผิวหน้าคอนกรีตสดหรือมอร์ตาร์สดเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำเร็วเกินไปในสภาพอากาศร้อน แดดจัด หรือลมแรง เมื่อทาหรือพ่นลงบนพื้นผิว วัสดุจะก่อตัวเป็นแผ่นฟิล์มต่อเนื่องบนผิว ช่วยรักษาความชื้นที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของซีเมนต์

ในงานคอนกรีตทั่วไป การบ่มคือขั้นตอนที่ช่างบางทีมมองข้ามเพราะพื้นดูแข็งแล้ว แต่ในความจริง ช่วงหลังเทคอนกรีตใหม่ ๆ เป็นช่วงที่น้ำในคอนกรีตมีผลต่อกำลังและความทนทานระยะยาวมาก หากพื้นแห้งเร็วจากแดดหรือลม น้ำที่ควรอยู่ในเนื้อคอนกรีตเพื่อทำปฏิกิริยาอาจระเหยออกเร็วเกินไป ทำให้ผิวหน้าเกิด micro cracks หรือรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ที่ต่อมาอาจขยายเป็นปัญหาด้านความสวยงามและการใช้งาน

ช่วยรักษาน้ำ

ฟิล์มบนผิวช่วยชะลอการระเหยของน้ำจากคอนกรีตและมอร์ตาร์สด

ลดแตกร้าว

ช่วยลดปัญหาการแตกร้าวและการหดตัวจากผิวแห้งเร็วเกินไป

ทำงานเร็ว

เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ ใช้กับเครื่องพ่น ลูกกลิ้ง หรือแปรงได้

ข้อดีอีกอย่างคือเหมาะกับพื้นที่กว้างหรือหน้างานที่การบ่มน้ำทำได้ยาก เช่น ถนน ลานจอดรถ พื้นโรงงาน พื้นโกดัง ทางเดิน ระเบียง หรือพื้นที่กลางแจ้ง เพราะการคลุมกระสอบเปียกหรือฉีดน้ำซ้ำอาจใช้แรงงานมากและควบคุมความสม่ำเสมอได้ยากกว่า แต่ต้องเข้าใจว่า LANKO 361 เป็นวัสดุบ่มผิว ไม่ใช่วัสดุเคลือบกันซึมถาวร ไม่ใช่น้ำยาเพิ่มกำลังคอนกรีตโดยตรง และไม่ควรใช้แทนการออกแบบส่วนผสมคอนกรีตที่ถูกต้อง

LANKO 361 เหมาะกับงานแบบไหน?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุการใช้งานสำหรับงานบ่มคอนกรีตทั่วไป และงานที่อยู่ในสภาพอากาศร้อน แดดจัด หรือลมแรง รวมถึงโครงสร้างขนาดใหญ่หรือพื้นที่ผิวมาก เช่น พื้น ถนน และพื้นที่ใช้งานจราจร นอกจากนี้ยังเหมาะกับงานที่ต้องการลดการแตกร้าวและการหดตัวในช่วงต้นอายุของคอนกรีตหรือมอร์ตาร์

ประเภทงานเหมาะกับ LANKO 361 ไหม?เหตุผลสิ่งที่ต้องเช็กก่อนใช้
พื้นคอนกรีตทั่วไปเหมาะช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิวหลังเทคอนกรีตจังหวะผิวเริ่มด้านและไม่มีน้ำขัง
ถนน ลานจอดรถ ลานคอนกรีตเหมาะมากพื้นที่กว้าง บ่มน้ำยาก และโดนแดดลมได้ง่ายวางแผนทีมพ่นให้ทันหลังผิวเริ่มเซ็ตตัว
พื้นโรงงานหรือโกดังเหมาะช่วยควบคุมคุณภาพผิวคอนกรีตช่วงต้นอายุแผนการขัด เคลือบ หรือทำผิวตามหลัง
ทางเดิน ระเบียง พื้นภายนอกเหมาะช่วยลดผิวแห้งเร็วในพื้นที่เปิดโล่งฝน น้ำขัง และระยะเวลาป้องกันผิว
อ่างเก็บน้ำ อุโมงค์ แกลเลอรี ห้องใต้ดินพิจารณาตามระบบใช้เพื่อบ่มผิวได้ แต่สภาพแวดล้อมและระบบกันน้ำต้องแยกพิจารณาข้อกำหนดโครงการและการเคลือบทับภายหลัง
งานที่จะทาสีหรือเคลือบผิวทันทีต้องวางแผนเพิ่มฟิล์มบ่มอาจรบกวนการยึดเกาะของวัสดุเคลือบต้องล้างออกหลังบ่มครบและตรวจผิวก่อนเคลือบ

ถ้าหน้างานเป็นพื้นคอนกรีตเปิดโล่ง การใช้ LANKO 361 ช่วยลดภาระการเฝ้าฉีดน้ำและลดความเสี่ยงที่ผิวแห้งไม่สม่ำเสมอ แต่หากเป็นงานพื้นโชว์ผิว พื้นขัดมัน พื้นลง floor hardener หรือพื้นที่จะเคลือบ epoxy/PU ต่อ ควรแจ้งทีมเทคนิคตั้งแต่ต้น เพราะลำดับงานและการเตรียมผิวหลังบ่มมีผลต่อผิวจบอย่างมาก

สเปกสำคัญและอัตราการใช้ LANKO 361

ข้อมูลต่อไปนี้สรุปจากเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ LANKO 361 LANCURE เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนงานจริง ทั้งด้านปริมาณ การจัดซื้อ การเก็บรักษา และการเตรียมเครื่องมือหน้างาน

หัวข้อข้อมูลจากเอกสารคำแนะนำหน้างาน
ลักษณะผลิตภัณฑ์ของเหลวสีม่วงอ่อน / light-violet liquidสีช่วยให้เห็นแนวการลงงานได้ดีขึ้น แต่ควรควบคุมความสม่ำเสมอด้วยอัตราการใช้
ความหนาแน่นประมาณ 1.1ใช้ประกอบการคำนวณน้ำหนักและการจัดเก็บ
pHประมาณ 11.5เป็นด่าง ควรสวมถุงมือ แว่นตา และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง
อัตราการใช้1 ลิตรต่อ 5-6 ตารางเมตรพื้นที่หยาบ ดูดซึมมาก หรือลมแรง อาจใช้ใกล้ค่าด้าน 5 ตร.ม./ลิตร
บรรจุภัณฑ์แกลลอน 20 ลิตร และถัง 200 ลิตรเลือกขนาดตามพื้นที่จริงและแผนการเทคอนกรีตแต่ละช่วง
อายุการเก็บรักษา12 เดือนในภาชนะเดิมที่ยังไม่เปิดเก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดฝาให้สนิทหลังใช้งาน
การสลายของฟิล์มฟิล์มจะสลายตัวไปเองโดยใช้เวลาประมาณ 7 วันหากต้องเคลือบหรือทำผิวต่อ ควรล้างทำความสะอาดหลังบ่มครบ

ตัวอย่างคำนวณ: ถ้าพื้นที่ 500 ตร.ม. และใช้อัตราเฉลี่ย 1 ลิตรต่อ 6 ตร.ม. จะใช้ประมาณ 84 ลิตร หรือประมาณ 5 แกลลอนขนาด 20 ลิตร เผื่อเศษหน้างานและการซ้ำตามสภาพพื้น การคำนวณจริงควรดูความหยาบของผิว ลม แดด และวิธีพ่นร่วมด้วย

เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตยังมีผลทดสอบด้าน water retention ตามวิธี ASTM C156 และ ASTM C309 ในหลายหน้า เช่น ตัวอย่างหนึ่งระบุอัตราการสูญเสียน้ำหลัง 72 ชั่วโมงประมาณ 0.32-0.54 kg/m² แล้วแต่เงื่อนไขตัวอย่างและวิธีทดสอบ ข้อมูลเหล่านี้ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบความเข้าใจ ไม่ควรใช้แทนการทดสอบหรือการรับรองเฉพาะโครงการ เพราะผลหน้างานจริงขึ้นกับส่วนผสมคอนกรีต อุณหภูมิ ความชื้น ลม การเตรียมผิว และความสม่ำเสมอในการลงน้ำยา

วิธีใช้งาน LANKO 361 แบบสเตปบายสเตป

การใช้งาน LANKO 361 ให้ได้ผลดีควรเตรียมงานตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต ไม่ใช่รอให้เทเสร็จแล้วค่อยหาเครื่องมือ เพราะจังหวะการลงน้ำยาบ่มมีหน้าต่างเวลาที่สำคัญมาก โดยเฉพาะพื้นที่ใหญ่หรือพื้นที่กลางแจ้งที่ผิวคอนกรีตแห้งเร็ว

Step 1: วางแผนพื้นที่และปริมาณก่อนเท

เริ่มจากคำนวณพื้นที่เทคอนกรีตทั้งหมด แยกเป็นช่วงงานตามเวลาที่ทีมจะพ่นหรือทาได้ทัน จากนั้นคำนวณปริมาณ LANKO 361 ด้วยอัตรา 1 ลิตรต่อ 5-6 ตร.ม. ถ้าหน้างานเป็นพื้นกลางแจ้ง ลมแรง หรือผิวหยาบ ควรเผื่อปริมาณมากกว่าค่ากลาง เพื่อป้องกันการลงบางเกินไปจนฟิล์มไม่ต่อเนื่อง

Step 2: เตรียมเครื่องมือให้พร้อม

เครื่องมือที่ใช้ได้ ได้แก่ เครื่องพ่น ลูกกลิ้ง หรือแปรง สำหรับพื้นที่กว้างควรใช้เครื่องพ่นเพื่อให้ลงงานได้เร็วและสม่ำเสมอ ส่วนพื้นที่เล็ก ขอบมุม หรือจุดเก็บรายละเอียดสามารถใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงได้ ควรตรวจหัวพ่นก่อนเริ่มงานจริง และควรมีภาชนะตวงหรือวิธีควบคุมปริมาณเพื่อไม่ให้ใช้มากหรือน้อยเกินไป

Step 3: คนหรือเขย่าให้เข้ากัน

LANKO 361 เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ แต่ถ้าเก็บไว้นาน เอกสารแนะนำให้คนให้เข้ากันก่อนใช้งาน ห้ามเติมน้ำเพื่อให้พ่นง่ายขึ้น เพราะการเจือจางจะทำให้ปริมาณสารทำฟิล์มลดลง ฟิล์มอาจไม่ต่อเนื่อง และประสิทธิภาพการรักษาความชื้นลดลง

Step 4: รอจังหวะผิวคอนกรีตเริ่มด้าน

ให้เริ่มลง LANKO 361 เมื่อคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เริ่มแข็งตัวและผิวเริ่มด้าน โดยผิวต้องไม่มีน้ำขัง ไม่มีน้ำเยิ้ม และไม่ไหลตามผิว หากลงเร็วเกินไป น้ำยาจะผสมกับน้ำบนผิวจนฟิล์มไม่สม่ำเสมอ หากลงช้าเกินไป ผิวคอนกรีตอาจสูญเสียน้ำจากแดดหรือลมไปแล้ว ซึ่งลดประโยชน์ของการบ่มในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด

Step 5: พ่น ทา หรือกลิ้งให้สม่ำเสมอ

ลง LANKO 361 ให้คลุมผิวทั้งหมดเป็นชั้นฟิล์มต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ไม่ขาดช่วง และไม่หนาเป็นแอ่ง พื้นที่กว้างควรเดินแนวพ่นอย่างมีระบบ เช่น แบ่งเป็นเลน หรือทำเครื่องหมายพื้นที่ เพื่อไม่ให้พ่นซ้ำมากเกินไปในบางจุดและขาดในบางจุด จุดขอบ เสา มุม หรือรอยต่อควรเก็บงานให้ครบ เพราะบริเวณเหล่านี้มักเป็นจุดที่แห้งเร็วและเกิดรอยแตกร้าวได้ง่าย

Step 6: ป้องกันผิวช่วงแรกหลังลงน้ำยา

หลังลงน้ำยาแล้วควรป้องกันฝน น้ำกระแทก ฝุ่นหนัก การเดินเหยียบ และการลากอุปกรณ์บนผิวในช่วงที่ฟิล์มยังไม่เสถียร หากเป็นพื้นที่กลางแจ้งควรดูพยากรณ์ฝนและจัดลำดับเทคอนกรีตให้สอดคล้องกับเวลาบ่ม เพราะฝนที่มาเร็วเกินไปอาจทำให้ฟิล์มเสียหรือเกิดรอยบนผิว

Step 7: ตรวจความต่อเนื่องของฟิล์ม

หลังลงงานให้ตรวจด้วยสายตาว่าผิวมีความสม่ำเสมอ ไม่มีบริเวณแห้งเป็นหย่อม ไม่มีจุดน้ำยาขัง และไม่มีรอยพ่นขาดเป็นเส้น พื้นที่ที่ดูบางผิดปกติควรแก้ทันทีตามสภาพผิวและคำแนะนำทางเทคนิค โดยยังต้องระวังไม่ให้เกินอัตราการใช้จนเกิดฟิล์มหนาเกินไป

จำง่าย: ไม่ผสมน้ำ, คนให้เข้ากัน, ลงตอนผิวเริ่มด้าน, ห้ามลงบนผิวน้ำขัง, ลงให้เป็นฟิล์มสม่ำเสมอ และป้องกันผิวหลังลงงานช่วงแรก

ถ้าจะทำผิวตกแต่ง ทาสี หรือเคลือบทับ ต้องทำอย่างไร?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุชัดว่า สำหรับพื้นผิวที่มีงานตกแต่ง เช่น การทาสี หลังจากบ่มจนครบอายุที่ต้องการแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำก่อนทำงานต่อ เพราะฟิล์มของน้ำยาบ่มอาจเป็นชั้นกั้นระหว่างผิวคอนกรีตกับวัสดุที่จะยึดเกาะตามหลัง เช่น สี เคลือบใส epoxy polyurethane กาวปูกระเบื้อง หรือระบบพื้นอื่น ๆ

โดยทั่วไปฟิล์มของ LANKO 361 จะสลายตัวไปเองตามเวลา สภาพอากาศ หรือการสึกกร่อน โดยใช้เวลาประมาณ 7 วันตามเอกสาร แต่ในงานที่ต้องการการยึดเกาะสูง ไม่ควรสรุปว่าเมื่อครบ 7 วันแล้วสามารถเคลือบทับได้ทันทีทุกกรณี ควรล้าง ทำความสะอาด ตรวจคราบ ตรวจความชื้น และทำ test patch หรือทดสอบการยึดเกาะตามข้อกำหนดของระบบเคลือบผิวที่ใช้จริง

พื้นทาสี

ล้างฟิล์มบ่มออกหลังบ่มครบ แล้วตรวจผิวก่อนทาสีรองพื้น

พื้น epoxy/PU

ต้องประเมินความชื้น ผิวฟิล์ม และการยึดเกาะตามระบบของวัสดุเคลือบ

พื้นขัดหรือโชว์ผิว

ควรวางแผนลำดับงานตั้งแต่ก่อนเท เพื่อไม่ให้ฟิล์มกระทบผิวจบ

ถ้าหน้างานต้องการทั้งการบ่มที่ดีและการเคลือบผิวคุณภาพสูง ควรแจ้งทีมขายหรือทีมเทคนิคตั้งแต่ต้นว่า “หลังบ่มจะทำอะไรต่อ” เพราะคำตอบเรื่องจังหวะล้างผิว การเตรียมผิว และระยะเวลารอก่อนเคลือบจะต่างกันตามระบบผิวจบ ไม่ควรดูเพียงว่าน้ำยาบ่มแห้งแล้วหรือเดินได้แล้วเท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงเมื่อใช้น้ำยาบ่มคอนกรีต

แม้ LANKO 361 จะเป็นวัสดุพร้อมใช้ แต่ปัญหาหน้างานมักเกิดจากการเลือกจังหวะผิด การลงไม่สม่ำเสมอ หรือการลืมคิดถึงงานผิวต่อเนื่องหลังการบ่ม ข้อผิดพลาดเหล่านี้ลดประสิทธิภาพของน้ำยาบ่มและอาจทำให้พื้นเสียคุณภาพตั้งแต่ช่วงต้นอายุ

ข้อผิดพลาดผลที่อาจเกิดขึ้นวิธีป้องกัน
เติมน้ำผสม LANKO 361ฟิล์มบาง ประสิทธิภาพลดลงใช้แบบพร้อมใช้เท่านั้น คนให้เข้ากันก่อนใช้งาน
ลงบนผิวที่ยังมีน้ำขังฟิล์มไม่ต่อเนื่องหรือหลุดลอยรอผิวเริ่มด้านและไม่มีน้ำเยิ้มก่อนลงงาน
ลงช้าเกินไปผิวสูญเสียน้ำไปก่อน เกิดรอยแตกร้าวง่ายเตรียมทีมและเครื่องมือก่อนเทคอนกรีต
พ่นไม่สม่ำเสมอเกิดจุดแห้งเป็นหย่อมและสีผิวไม่สม่ำเสมอแบ่งแนวพ่นและควบคุมอัตรา 1 ลิตรต่อ 5-6 ตร.ม.
ไม่ล้างฟิล์มก่อนเคลือบทับสีหรือ coating ยึดเกาะไม่ดีล้างทำความสะอาดหลังบ่มครบและทดสอบผิวก่อนทำงานต่อ
ไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันระคายเคืองตา ผิวหนัง หรือทางเดินหายใจจากละอองพ่นสวมถุงมือ แว่นตา และทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเท

ข้อควรระวังจากเอกสาร: ไม่ควรสูดดมละอองพ่น ควรทำงานในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก สวมถุงมือและแว่นตา ระวังการสัมผัสผิวหนังและดวงตา และควรลงผลิตภัณฑ์ในชั้นฟิล์มที่สม่ำเสมอ ไม่มากหรือน้อยเกินไป

ทำไมการเทปูนหน้าร้อนถึงเสี่ยงร้าวมากกว่าปกติ?

คอนกรีตต้องใช้น้ำเพื่อให้ซีเมนต์ทำปฏิกิริยาและพัฒนากำลัง กระบวนการนี้ไม่ได้จบในชั่วโมงแรกหลังเท แต่ดำเนินต่อเนื่องในช่วงหลายวันแรก หากน้ำบริเวณผิวหน้าระเหยเร็วเกินไปจากแดด ลม หรืออุณหภูมิสูง ผิวคอนกรีตจะขาดความชื้นก่อนเวลาและหดตัวเร็วกว่าส่วนล่าง ผลที่พบได้บ่อยคือรอยร้าวเส้นเล็ก รอยร้าวแบบแผนที่ ผิวเป็นฝุ่น สีไม่สม่ำเสมอ และความทนทานลดลง

ปัญหานี้มักเกิดชัดในพื้นคอนกรีตที่มีพื้นที่เปิดโล่ง เช่น ลานโหลดสินค้า ลานจอดรถ พื้นถนน ทางลาด สะพาน พื้นโรงงาน และพื้นชั้นดาดฟ้าที่โดนแดดตลอดวัน ยิ่งพื้นที่กว้าง ยิ่งมีโอกาสที่ทีมงานจะบ่มด้วยน้ำไม่ทั่วถึงหรือไม่ต่อเนื่องพอ น้ำยาบ่มคอนกรีตจึงเข้ามาช่วยปิดผิวให้คอนกรีตรักษาความชื้นภายในได้ดีขึ้น

แดดจัด

ทำให้อุณหภูมิผิวสูง น้ำระเหยเร็ว และผิวคอนกรีตแห้งก่อนเนื้อใน

ลมแรง

เร่งการดึงน้ำออกจากผิวหน้า แม้แดดไม่แรงก็ทำให้เกิด plastic shrinkage crack ได้

บ่มไม่ต่อเนื่อง

รดน้ำครั้งเดียวไม่พอ หากผิวแห้งสลับเปียกบ่อย คุณภาพผิวจะไม่สม่ำเสมอ

สิ่งที่ต้องจำคือคอนกรีตไม่ได้แตกร้าวเพราะ “ปูนแห้งช้า” แต่แตกร้าวบ่อยเพราะ “ผิวแห้งเร็วเกินไป” การบ่มที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การทำให้พื้นแห้งไว แต่คือการรักษาความชื้นให้เหมาะสมจนคอนกรีตพัฒนากำลังได้เต็มที่

เทคนิคบ่มคอนกรีตพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ผิวออกมาเนียน

การบ่มพื้นที่ใหญ่ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนรถคอนกรีตมาถึงไซต์ ทีมงานควรกำหนดเส้นทางเท ลำดับการจบผิว จุดพักเครื่องพ่น และคนรับผิดชอบงานบ่มแต่ละโซน เพราะถ้ารอให้เทเสร็จทั้งแปลงแล้วค่อยเริ่มบ่ม พื้นที่ต้นแปลงอาจเสียความชื้นไปแล้ว โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือพื้นที่เปิดโล่งที่ลมแรง

  1. แบ่งพื้นที่เป็นโซน: วางแผนให้ทีมบ่มตามหลังทีมขัดหรือปาดในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ปล่อยให้ผิวแห้งขาวก่อนเริ่มพ่น
  2. ดูจังหวะผิวเริ่มด้าน: LANKO 361 ควรพ่นหรือทาทันทีเมื่อคอนกรีตเริ่มแข็งตัวหรือผิวเริ่มด้าน แต่ยังไม่ควรมีน้ำเยิ้มอยู่บนผิว
  3. ควบคุมฟิล์มให้สม่ำเสมอ: พ่นเป็นชั้นบางสม่ำเสมอ ไม่เว้นช่อง ไม่ซ้ำจนหนาเป็นแอ่ง และไม่ให้ละอองฟุ้งสูญเสียมากเกินไป
  4. กันลมและแดดเท่าที่ทำได้: ถ้าไซต์เปิดโล่งมากควรเลือกหัวพ่นและแรงดันให้เหมาะ ปรับทิศทางเดินงานตามลม และเตรียมน้ำยาสำรองให้พอ
  5. เช็กขอบ joint และขอบแบบ: พื้นที่ริมแบบ ขอบรอยตัด และมุมเสามักขาดฟิล์มง่าย ต้องเดินตรวจซ้ำหลังพ่น
  6. ปิดกั้นการสัญจรช่วงแรก: หลังพ่นควรป้องกันไม่ให้คน รถเข็น ฝุ่น หรือน้ำไปรบกวนฟิล์มบ่มจนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมตามหน้างาน

งานจะออกมาเนียนเมื่อการบ่มไม่สะดุดและไม่ล่าช้า คำว่าเนียนในที่นี้รวมทั้งผิวที่สีใกล้เคียงกัน ไม่มีจุดด่างจากการสูญเสียน้ำต่างกันมาก ไม่มีรอยแตกลายงาเป็นกลุ่ม และไม่มีผิวร่วนจากการแห้งเร็วเกินไป หากเป็นพื้นที่หลายพันตารางเมตร ควรทดลองพ่นในพื้นที่นำร่องก่อนเพื่อดูอัตราการใช้จริง ความสม่ำเสมอของหัวพ่น และความเร็วที่ทีมทำงานได้จริง

ทำไมคอนกรีตต้องบ่มหลังเท?

คอนกรีตแข็งตัวได้จากปฏิกิริยาระหว่างซีเมนต์กับน้ำ ไม่ใช่แค่การ “แห้ง” เหมือนสีหรือกาว ดังนั้นน้ำในคอนกรีตจึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนากำลัง หากน้ำระเหยออกเร็วเกินไป ปฏิกิริยาจะไม่สมบูรณ์ ผิวคอนกรีตอาจอ่อน เป็นฝุ่น แตกร้าวง่าย หรือมีความทนทานต่ำกว่าที่ควร ทั้งที่ใช้คอนกรีตกำลังอัดดีและเทด้วยความหนาที่ถูกต้องแล้วก็ตาม

ในงานบ้าน ปัญหานี้มักเกิดกับพื้นโรงจอดรถ ลานหน้าบ้าน ทางเดินรอบบ้าน พื้นซักล้าง ดาดฟ้า หรือพื้นคอนกรีตขัดมัน เพราะพื้นที่เหล่านี้มีผิวสัมผัสอากาศมาก และมักโดนแดดหรือลมโดยตรง เมื่อผิวบนสูญเสียน้ำเร็ว ส่วนล่างยังมีความชื้นมากกว่า คอนกรีตจึงหดตัวไม่เท่ากัน ทำให้เกิดรอยแตกลายงา รอยร้าวสุ่ม หรือผิวร่อนเป็นฝุ่นในภายหลัง

ลดการสูญเสียน้ำ

ช่วยชะลอการระเหยของน้ำจากผิวคอนกรีตสด ทำให้ช่วงบ่มมีความชื้นเหมาะสมกว่าเดิม

ช่วยพัฒนากำลัง

เมื่อคอนกรีตไม่แห้งเร็วเกินไป ปฏิกิริยาของซีเมนต์กับน้ำมีโอกาสเกิดได้ต่อเนื่องขึ้น

ลดรอยแตกร้าว

ลดความเสี่ยงการหดตัวและแตกลายงาจากผิวแห้งเร็ว โดยเฉพาะงานกลางแจ้ง

การบ่มแบบเดิมอาจใช้การรดน้ำ คลุมกระสอบเปียก คลุมพลาสติก หรือขังน้ำ ซึ่งยังใช้ได้ในหลายกรณี แต่มีข้อจำกัดเรื่องแรงงาน เวลา และความต่อเนื่อง ถ้าช่างรดน้ำไม่สม่ำเสมอ หรือปล่อยให้ผิวแห้งสลับเปียก คอนกรีตก็ยังเสี่ยงแตกร้าว น้ำยาบ่มคอนกรีตจึงเป็นตัวช่วยที่เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่กว้างหรือหน้างานที่ไม่สะดวกรดน้ำบ่อย

งานบ้านแบบไหนควรใช้ LANKO 361?

งานบ้านที่ควรใช้ LANKO 361 คือคอนกรีตหรือปูนทรายที่มีพื้นที่ผิวเปิดและมีโอกาสแห้งเร็ว โดยเฉพาะงานเทกลางแจ้งที่โดนแดด ลม หรือความร้อนโดยตรง หากเป็นพื้นเล็กมากและสามารถคลุมพลาสติกหรือรดน้ำได้ต่อเนื่อง อาจใช้วิธีบ่มแบบเดิมได้ แต่ถ้าพื้นกว้างหรือเจ้าของบ้านต้องการลดการพึ่งพาแรงงาน น้ำยาบ่มคอนกรีตจะช่วยให้ขั้นตอนบ่มมีความแน่นอนขึ้น

พื้นโรงจอดรถ

มักเป็นพื้นที่รับน้ำหนักและโดนแดดช่วงก่อสร้าง การบ่มช่วยลดรอยแตกลายงาและผิวเป็นฝุ่น

ลานหน้าบ้าน

พื้นที่กว้างและโดนลมง่าย หากผิวแห้งเร็วอาจเกิดรอยแตกร้าวสุ่มทั่วลาน

ดาดฟ้าและพื้นซักล้าง

แม้จะมีระบบกันซึมภายหลัง แต่พื้นคอนกรีตที่บ่มดีช่วยลดปัญหาพื้นแตกร้าวตั้งแต่ต้น

ถนนหรือทางเดิน

เหมาะกับงานยาวหรือพื้นที่มากที่การรดน้ำให้ทั่วตลอดเวลาทำได้ยาก

งานปูนทราย

ใช้กับมอร์ตาร์หรือปูนทรายสดที่ต้องการลดการแห้งเร็ว โดยลงตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

งานที่มีผิวเคลือบทับ

ใช้ได้ แต่ต้องล้างน้ำยาออกหลังแห้งหากจะทาสี เคลือบผิว หรือทำงานตกแต่งต่อ

สำหรับคนทำบ้าน สิ่งสำคัญคืออย่ารอให้พื้นแตกร้าวแล้วค่อยหาวิธีซ่อม เพราะรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตบางชนิดแก้ให้หายสนิทได้ยาก การวางแผนบ่มตั้งแต่ก่อนเทจึงคุ้มกว่า เริ่มจากกำหนดเวลาทำงาน หลีกเลี่ยงแดดจัดถ้าเป็นไปได้ เตรียมเครื่องพ่นหรือลูกกลิ้ง เตรียมน้ำยาให้พอ และกำชับช่างว่าต้องลงเมื่อผิวเริ่มด้านตามคำแนะนำ ไม่ปล่อยให้พื้นแห้งไปเองก่อน

สรุป: LANKO 361 เหมาะกับงานที่ต้องการบ่มคอนกรีตให้คุมคุณภาพง่ายขึ้น

LANKO 361 LANCURE เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานคอนกรีตสดและมอร์ตาร์สดที่ต้องลดการสูญเสียน้ำช่วงต้นอายุ โดยเฉพาะพื้นที่กว้าง พื้นที่กลางแจ้ง หรือพื้นที่ที่แดดและลมทำให้ผิวแห้งเร็ว จุดเด่นคือพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ ใช้งานได้ด้วยการพ่น ทา หรือกลิ้ง และมีอัตราการใช้ที่วางแผนง่ายประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-6 ตร.ม.

หากใช้ถูกจังหวะ ลงบนผิวที่เริ่มด้าน ไม่มีน้ำขัง และทำให้ฟิล์มสม่ำเสมอ น้ำยาบ่มจะช่วยลดโอกาสแตกร้าวและการหดตัวจากการแห้งเร็วเกินไปได้ดีขึ้น แต่ถ้าพื้นต้องทาสี เคลือบ epoxy หรือทำระบบผิวต่อ ต้องวางแผนล้างฟิล์มและเตรียมผิวหลังบ่มให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ฟิล์มบ่มกลายเป็นปัญหาการยึดเกาะของวัสดุชั้นถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลในบทความนี้สรุปจากเอกสารของผู้ผลิต ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลผลิตภัณฑ์ LANKO 361 LANCURE, คำแนะนำการใช้งาน, MSDS, project references และเอกสารผลทดสอบที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 361 LANCURE ต้องผสมน้ำก่อนใช้ไหม?

ไม่ต้องผสมน้ำ เอกสารระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ และไม่ควรเจือจาง ก่อนใช้งานให้คนหรือเขย่าให้เข้ากัน โดยเฉพาะกรณีเก็บไว้นาน

ควรลง LANKO 361 ตอนไหนหลังเทคอนกรีต?

ควรลงทันทีเมื่อผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เริ่มแข็งตัวและเริ่มด้าน โดยผิวต้องไม่มีน้ำขังหรือน้ำเยิ้ม หากลงเร็วหรือช้าเกินไป ฟิล์มอาจไม่สม่ำเสมอหรือเสียประสิทธิภาพการบ่ม

LANKO 361 ใช้ได้กี่ตารางเมตรต่อลิตร?

อัตราการใช้ตามเอกสารคือประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-6 ตารางเมตร ทั้งนี้ขึ้นกับความหยาบของผิว สภาพอากาศ วิธีพ่นหรือทา และความสม่ำเสมอที่ต้องการ

ใช้พ่นได้ไหม หรือจำเป็นต้องทาด้วยแปรง?

ใช้ได้ทั้งการพ่น ทา หรือกลิ้ง สำหรับพื้นที่กว้างมักใช้การพ่นเพื่อความเร็วและความสม่ำเสมอ ส่วนพื้นที่เล็ก ขอบมุม หรือจุดเก็บงานสามารถใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงได้

หลังบ่มด้วย LANKO 361 แล้วทาสีหรือเคลือบ epoxy ได้เลยไหม?

ไม่ควรทำทันทีโดยไม่เตรียมผิว เอกสารระบุว่าหากจะทำงานตกแต่งหรือทาสี หลังบ่มครบอายุที่ต้องการแล้วให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำก่อน และควรตรวจความชื้น/การยึดเกาะตามระบบเคลือบผิวที่จะใช้จริง

ฟิล์มของ LANKO 361 อยู่บนผิวนานแค่ไหน?

เอกสารระบุว่าฟิล์มของผลิตภัณฑ์จะสลายตัวไปเองโดยใช้เวลาประมาณ 7 วัน โดยอาจขึ้นกับสภาพอากาศและการสึกกร่อนของผิว

LANKO 361 เก็บรักษาได้นานเท่าไร?

อายุการเก็บรักษาตามเอกสารคือ 12 เดือนในภาชนะเดิมที่ยังไม่เปิด ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดฝาให้สนิท และหลีกเลี่ยงภาชนะหรือสภาพเก็บที่ไม่เหมาะสม

LANKO 361 ปลอดภัยในการใช้งานไหม?

ควรใช้งานตามข้อควรระวัง เพราะผลิตภัณฑ์มีความเป็นด่างและอาจระคายเคืองตา ผิวหนัง หรือทางเดินหายใจจากละอองพ่น ควรสวมถุงมือ แว่นตา และทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเทสะดวก

LANKO 361 ใช้ทำอะไร?

LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตสำหรับเคลือบผิวคอนกรีตสดหรือมอร์ตาร์สด เพื่อลดการระเหยน้ำเร็วเกินไป ลดการแตกร้าวและการหดตัว โดยเหมาะกับงานกลางแจ้งหรือพื้นที่กว้างที่ควบคุมการบ่มด้วยน้ำได้ยาก

LANKO 361 ใช้กับงานพื้นโรงงานได้ไหม?

ใช้ได้กับงานพื้นคอนกรีตทั่วไปและพื้นที่กว้าง เช่น พื้นโรงงาน ลานคอนกรีต ถนน และทางเดิน แต่ถ้าจะเคลือบ epoxy, PU หรือสีพื้นภายหลัง ต้องเตรียมผิวและล้างฟิล์มตามคำแนะนำก่อนทำระบบถัดไป

ซื้อ LANKO 361 ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 361 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

ปรึกษาหน้างานกับเรา

ส่งรูปหน้างานและขนาดพื้นที่ ช่วยเลือกสินค้าและคำนวณปริมาณให้ฟรี

โทร ทัก LINE