เจาะลึกสเปก LANKO 361 น้ำยาบ่มคอนกรีตสีม่วง ตัวช่วยสำคัญของงานเทพื้น
งานเทพื้นคอนกรีตจะสวยและแข็งแรงได้ ไม่ได้จบแค่เทแล้วปาดเรียบ แต่ต้องควบคุมการสูญเสียน้ำในช่วงแรกให้ดี LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตสีม่วงอ่อน แบบพร้อมใช้งาน สำหรับสร้างฟิล์มบนผิวคอนกรีตสด ช่วยหน่วงการระเหยน้ำ ลดโอกาสแตกร้าวและหดตัว เหมาะกับงานพื้น ลาน ถนน ทางเดิน ระเบียง และพื้นที่คอนกรีตขนาดใหญ่ที่บ่มด้วยน้ำตลอดเวลาได้ยาก
LANKO 361 LANCURE
น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตสีม่วงอ่อน สำหรับเคลือบผิวหน้าคอนกรีตหรือมอร์ตาร์สดให้เกิดฟิล์มต่อเนื่อง ช่วยชะลอการสูญเสียน้ำจากแดด ลม และอากาศร้อน เหมาะกับงานเทพื้นทั่วไป งานถนน สะพาน พื้นทางเดิน พื้นระเบียง พื้นโรงงาน ลานจอดรถ อ่างเก็บน้ำ อุโมงค์ และงานพื้นที่มาก
Quick Answer: LANKO 361 เหมาะกับงานเทพื้นอย่างไร?
LANKO 361 LANCURE เหมาะกับงานเทพื้นคอนกรีตที่ต้องการลดการสูญเสียน้ำเร็วเกินไปหลังแต่งผิว โดยใช้แบบไม่ผสมน้ำ ทาหรือพ่นลงบนผิวคอนกรีตที่เริ่มด้านและไม่มีน้ำขัง ในอัตราประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร น้ำยามีลักษณะเป็นของเหลวสีม่วงอ่อน ความหนาแน่นประมาณ 1.1 และ pH ประมาณ 11.5 เมื่อพ่นเป็นฟิล์มสม่ำเสมอจะช่วยปกป้องผิวคอนกรีตสด ลดปัญหาแตกร้าวและการหดตัวจากแดดหรือลมแรง
สำหรับงานพื้น จุดที่ทำให้ LANKO 361 น่าสนใจคือการใช้งานง่ายและควบคุมพื้นที่ได้เร็วกว่าแนวทางบ่มด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะพื้นที่กว้าง เช่น ลานจอดรถ ถนนภายในโครงการ ลานโหลดสินค้า พื้นโกดัง พื้นโรงงาน หรือทางเดินคอนกรีตที่ช่างไม่สามารถรดน้ำหรือคลุมพลาสติกได้ทั่วถึงทุกช่วงเวลา การมีฟิล์ม curing compound บนผิวช่วยลดความเสี่ยงที่ผิวจะแห้งก่อนคอนกรีตพัฒนากำลังได้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม น้ำยาบ่มคอนกรีตไม่ใช่วัสดุแก้ปัญหาคอนกรีตทุกอย่าง หากส่วนผสมคอนกรีตไม่เหมาะ เทหนาไม่สม่ำเสมอ ปาดผิวตอนน้ำเยิ้มมาก หรือเปิดใช้งานเร็วเกินไป ก็ยังมีโอกาสเกิดรอยร้าวและผิวเสียได้ การใช้ LANKO 361 ให้คุ้มค่าจึงควรมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานเทพื้น ตั้งแต่การวางแผนเท การแต่งผิว การเลือกเวลาพ่น ไปจนถึงการเตรียมผิวก่อนทำงานตกแต่งหรือเคลือบผิวในขั้นถัดไป
ทำไมงานเทพื้นคอนกรีตต้องให้ความสำคัญกับการบ่ม?
คอนกรีตไม่ได้แข็งแรงเพราะน้ำระเหยออกเร็ว แต่แข็งแรงเพราะปฏิกิริยาไฮเดรชันระหว่างปูนซีเมนต์กับน้ำดำเนินไปอย่างเหมาะสม หากผิวพื้นคอนกรีตสูญเสียน้ำเร็วเกินไป โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังเท ผิวด้านบนจะมีโอกาสอ่อนตัว เป็นฝุ่น เกิดรอยแตกร้าวแบบ plastic shrinkage และหดตัวมากกว่าที่ควร ปัญหานี้พบชัดในงานพื้นกว้าง เพราะพื้นที่ผิวสัมผัสแดด ลม และอุณหภูมิสูงพร้อมกันตลอดแนว
งานเทพื้นมีความท้าทายต่างจากงานโครงสร้างแนวตั้ง เพราะผิวด้านบนคือพื้นที่ใช้งานจริงในอนาคต ถ้าบ่มไม่ดี ผลเสียมักปรากฏเป็นรอยร้าวฝอย ผิวลอก ผิวเป็นผง หรือการยึดเกาะของระบบเคลือบผิวลดลง เมื่องานต้องรับรถเข็น รถยนต์ รถยก หรือการขัดถูซ้ำ ๆ ปัญหาผิวที่เริ่มจากการบ่มไม่ดีจะขยายเป็นต้นทุนซ่อมแซมภายหลังได้ง่าย
ฟิล์มของน้ำยาบ่มช่วยชะลอน้ำในคอนกรีตไม่ให้ระเหยออกเร็วเกินไปจากแดดและลม
เมื่อความชื้นคงอยู่ได้ดีขึ้น ผิวคอนกรีตมีโอกาสเกิด hydration ต่อเนื่องและสม่ำเสมอกว่า
เหมาะกับพื้นและลานขนาดใหญ่ที่มักเสี่ยงต่อ cracking และ shrinkage จากสภาพอากาศ
ในหน้างานจริง การบ่มด้วยน้ำหรือการคลุมพลาสติกยังเป็นแนวทางที่ใช้ได้ แต่ต้องอาศัยแรงงานและการดูแลต่อเนื่อง หากพื้นที่กว้างมาก การรดน้ำไม่ทั่วถึงหรือเว้นช่วงนานเกินไปจะทำให้บางโซนสูญเสียน้ำเร็วกว่าอีกโซน LANKO 361 จึงช่วยให้การบ่มมีความสม่ำเสมอขึ้น เพราะสามารถทาหรือพ่นเคลือบผิวได้หลังคอนกรีตเริ่มเซ็ตและผิวเริ่มด้าน
LANKO 361 คืออะไร และทำไมต้องเป็นน้ำยาสีม่วง?
จากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 361 LANCURE คือ น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกต หรือ curing compound สำหรับปกป้องคอนกรีตและมอร์ตาร์สด โดยเมื่อทาหรือพ่นลงบนผิวจะเกิดฟิล์มต่อเนื่อง ฟิล์มนี้ทำหน้าที่หน่วงการระเหยของน้ำในช่วงที่คอนกรีตกำลังพัฒนากำลัง โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน แดดจัด หรือลมแรง ซึ่งเป็นสภาพที่เจอบ่อยในงานเทพื้นกลางแจ้งของไทย
ลักษณะสีม่วงอ่อนมีประโยชน์เชิงหน้างาน เพราะช่วยให้ช่างมองเห็นแนวที่พ่นหรือทาไปแล้วได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสเกิดพื้นที่ขาดฟิล์มและช่วยควบคุมความสม่ำเสมอของการทำงานได้ดีกว่าของเหลวใสสนิท เมื่อใช้กับพื้นขนาดใหญ่ การมองเห็นแนวพ่นสำคัญมาก เพราะจุดที่พ่นบางหรือพ่นขาดอาจกลายเป็นจุดที่น้ำระเหยเร็วและเกิดรอยแตกร้าวก่อนบริเวณอื่น
ใจความจากเอกสาร: LANKO 361 เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ ไม่ต้องเจือจาง สามารถใช้งานโดยการพ่น ทาด้วยลูกกลิ้ง หรือแปรง ต้องทาหรือพ่นลงบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เมื่อผิวเริ่มด้าน และต้องไม่มีน้ำไหลหรือน้ำขังบนพื้นผิวก่อนใช้งาน
เอกสารยังระบุว่าฟิล์มของผลิตภัณฑ์จะค่อย ๆ หายไปตามเวลา จากผลของสภาพอากาศหรือการสึกกร่อน จึงเหมาะกับงานที่ต้องการบ่มผิวในช่วงแรก แต่ถ้าภายหลังต้องทาสี เคลือบ epoxy, PU หรือทำระบบผิวที่ต้องยึดเกาะกับคอนกรีตโดยตรง ต้องวางแผนล้างหรือเตรียมผิวหลังการบ่มให้ถูกต้องก่อนเริ่มงานต่อ
เจาะลึกสเปก LANKO 361 จากเอกสารแนบ
สเปกของน้ำยาบ่มคอนกรีตควรดูทั้งคุณสมบัติทั่วไป วิธีใช้งาน และข้อมูลความปลอดภัยร่วมกัน ไม่ควรดูเพียงว่าเป็น curing compound เท่านั้น เพราะในงานเทพื้นจริง ปัจจัยอย่างอัตราการใช้ สีของน้ำยา pH การระบายอากาศ และการเตรียมผิวก่อน coating ล้วนส่งผลต่อคุณภาพงานและต้นทุนหน้างานโดยตรง
| หัวข้อสเปก | ข้อมูล LANKO 361 | ความหมายสำหรับงานเทพื้น |
|---|---|---|
| ประเภทสินค้า | น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกต | ใช้สร้างฟิล์มช่วยหน่วงการระเหยน้ำจากผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์สด |
| ลักษณะ | น้ำสีม่วงอ่อน / light-violet liquid | ช่วยให้เห็นแนวทาหรือพ่นบนพื้นกว้างได้ง่ายขึ้น ลดจุดขาดฟิล์ม |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 1.1 | เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับตรวจรับสินค้าและอ้างอิงเอกสารเทคนิค |
| pH | ประมาณ 11.5 | มีความเป็นด่าง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสตาและผิวหนังโดยตรง |
| อัตราการใช้ | 1 ลิตรต่อ 5-8 ตร.ม. | ใช้คำนวณปริมาณน้ำยาสำหรับพื้น ลาน และถนนคอนกรีต |
| บรรจุภัณฑ์ | แกลลอน 20 ลิตร และถัง 200 ลิตร | เลือกขนาดตามพื้นที่ หน้างานเล็กใช้แกลลอน งานโครงการใหญ่ใช้ถังจะจัดการง่ายกว่า |
| อายุเก็บรักษา | 12 เดือนในภาชนะที่ยังไม่เปิด | ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดภาชนะให้สนิท และกวนให้เข้ากันก่อนใช้หากเก็บไว้นาน |
| ข้อมูลทดสอบ | Non Volatile Matter 16.55% และรายงาน water retention ตาม ASTM C156/C309 | เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคุณสมบัติฟิล์มและการหน่วงการสูญเสียน้ำ |
ข้อมูล MSDS ในเอกสารแนบระบุเพิ่มเติมว่า LANKO 361 เป็นของเหลวที่ละลายเข้ากับน้ำได้ มีความเป็นด่าง และละอองสเปรย์อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ จึงควรใช้ในพื้นที่ที่ระบายอากาศดี สวมถุงมือ แว่นตา และหลีกเลี่ยงการสูดดมละอองระหว่างพ่น โดยเฉพาะงานพื้นที่กว้างที่ใช้เครื่องพ่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อัตราการใช้ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตร.ม. คำนวณพื้นที่อย่างไร?
เอกสารระบุอัตราการใช้ LANKO 361 ที่ประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร ขึ้นกับสภาพผิว วิธีทา/พ่น และความสม่ำเสมอของฟิล์ม สำหรับงานพื้นเรียบที่ควบคุมการพ่นได้ดี อัตราอาจใกล้ 8 ตร.ม. ต่อลิตร แต่ถ้าผิวหยาบ ลมแรง หรือทีมงานต้องการความมั่นใจเรื่องการคลุมฟิล์ม อาจประเมินที่ 5-6 ตร.ม. ต่อลิตรเพื่อไม่ให้ขาดหน้างาน
| ขนาดบรรจุ | พื้นที่โดยประมาณที่ 5 ตร.ม./ลิตร | พื้นที่โดยประมาณที่ 8 ตร.ม./ลิตร | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|---|
| 20 ลิตร | ประมาณ 100 ตร.ม. | ประมาณ 160 ตร.ม. | บ้านพักอาศัย ลานเล็ก พื้นหน้าร้าน พื้นทางเดิน |
| 200 ลิตร | ประมาณ 1,000 ตร.ม. | ประมาณ 1,600 ตร.ม. | พื้นโรงงาน ลานจอดรถ ถนนภายในโครงการ งานเทต่อเนื่องพื้นที่มาก |
ตัวเลขนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสั่งซื้อ แต่การคำนวณจริงควรเผื่อสูญเสียจากการพ่นซ้อน แนวขอบ พื้นหยาบ ลม และการเทแบ่งโซน เช่น งานพื้น 450 ตร.ม. หากประเมินที่ 6 ตร.ม. ต่อลิตร จะต้องใช้น้ำยาประมาณ 75 ลิตร หรือราว 4 แกลลอน 20 ลิตรเพื่อให้มีสำรองหน้างาน การเผื่อเล็กน้อยมักดีกว่าการพ่นบางเกินไปจนฟิล์มไม่ต่อเนื่อง
ข้อควรจำ: เอกสารระบุชัดว่าควรใช้ให้เป็นชั้นสม่ำเสมอ และไม่ควรใช้มากหรือน้อยเกินไป การพ่นบางเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการกักความชื้นลดลง ส่วนการพ่นหนาเกินจำเป็นอาจเกิดคราบและสิ้นเปลืองโดยไม่ช่วยให้คอนกรีตดีขึ้นตามสัดส่วน
วิธีใช้งาน LANKO 361 บนพื้นคอนกรีตให้ได้ฟิล์มสม่ำเสมอ
จังหวะการใช้งานสำคัญมากในงานเทพื้น หลังเทและแต่งผิวแล้วควรรอให้คอนกรีตเริ่มเซ็ตตัวและผิวเริ่มด้าน จากนั้นจึงทาหรือพ่น LANKO 361 ลงบนผิวทันทีในขณะที่ยังเป็นช่วงบ่มเริ่มต้น ห้ามพ่นบนผิวที่ยังมีน้ำไหล น้ำเยิ้ม หรือน้ำขัง เพราะน้ำที่อยู่บนผิวจะรบกวนการเกิดฟิล์มและทำให้ความสม่ำเสมอลดลง
- เตรียมงานก่อนรถคอนกรีตมาถึง: วางแผนจำนวนคน เครื่องพ่น ลูกกลิ้ง แปรง ถังแบ่งน้ำยา และ PPE ให้พร้อม เพราะเมื่อพื้นเริ่มด้านแล้วต้องทำงานต่อเนื่อง
- กวนก่อนใช้: LANKO 361 เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ หากเก็บไว้นานควรกวนให้เข้ากันก่อนเปิดใช้งาน
- รอผิวเริ่มด้าน: เริ่มทาหรือพ่นเมื่อคอนกรีตเริ่มแข็งตัวและผิวไม่เยิ้ม เพื่อให้ฟิล์มเกาะผิวได้ต่อเนื่อง
- พ่นหรือทาให้เต็มพื้นที่: ใช้อัตราประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตร.ม. เดินแนวพ่นให้ซ้อนกันอย่างพอดี ไม่ทิ้งช่องว่าง และไม่พ่นซ้ำจนหนาเกินไป
- ควบคุมแดด ลม และฝน: หลังพ่นควรป้องกันฝน น้ำขัง ฝุ่น และการเดินเหยียบเร็วเกินไปในช่วงแรก เพื่อให้ชั้นฟิล์มทำหน้าที่บ่มได้เต็มที่
- ตรวจพื้นที่หลังจบงาน: ดูแนวสีม่วงอ่อนว่าคลุมพื้นที่ทั่วหรือไม่ โดยเฉพาะมุม ขอบพื้น รอยต่อโซน และบริเวณที่ลมพัดแรง
สำหรับงานพื้นขนาดใหญ่ควรแบ่งโซนตามลำดับการเท ไม่ควรรอให้เททั้งพื้นที่เสร็จแล้วค่อยเริ่มพ่น เพราะบางโซนอาจสูญเสียน้ำจากผิวไปก่อนแล้ว การจัดทีมให้ตามงานแต่งผิวไปอย่างเป็นระบบจะช่วยให้เวลาระหว่างคอนกรีตเริ่มด้านกับการพ่นน้ำยาใกล้เคียงกันทั้งหน้างาน
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง: ผสมน้ำเพิ่มเอง, พ่นบนผิวที่ยังมีน้ำขัง, พ่นบางจนเห็นพื้นเป็นจุด ๆ, พ่นหนาเกินไปจนเป็นคราบ, ไม่สวมถุงมือและแว่นตา, ใช้งานในพื้นที่อับอากาศ และเปิดให้คนหรือรถเข้าใช้งานเร็วเกินกว่าคอนกรีตและฟิล์มจะพร้อม
ถ้าหลังเทพื้นต้องทาสีหรือเคลือบผิว ต้องจัดการ LANKO 361 อย่างไร?
ประเด็นที่หลายหน้างานมองข้ามคือ curing compound เป็นฟิล์มบนผิวคอนกรีต ฟิล์มนี้ช่วยกักความชื้นในช่วงบ่ม แต่ถ้าจะทำระบบที่ต้องยึดเกาะกับคอนกรีตโดยตรง เช่น สีพื้น epoxy, polyurethane, sealer, hardener บางประเภท หรือวัสดุปิดผิวที่ต้องอาศัยแรงยึดเกาะกับพื้น ต้องตรวจว่าฟิล์มของ LANKO 361 ยังอยู่บนผิวหรือไม่ และต้องเตรียมผิวให้เหมาะกับระบบถัดไป
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่า หากมีการทำ coating บนผิว ควรล้าง LANKO 361 ออกด้วยน้ำหลังจากการบ่มครบอายุที่ต้องการแล้ว และฟิล์มผลิตภัณฑ์จะค่อย ๆ หายไปตามเวลาเนื่องจาก weathering หรือ abrasion หมายความว่าในงานปล่อยผิวใช้งานทั่วไป ฟิล์มอาจค่อย ๆ เสื่อมไปตามสภาพแวดล้อม แต่ในงานเคลือบผิวที่ต้องการการยึดเกาะสูง ไม่ควรรอแบบเดา ควรมีขั้นตอนตรวจและเตรียมผิวก่อนลงระบบจริง
ให้ความสำคัญกับการบ่มช่วงแรก ป้องกันฝน น้ำขัง และการใช้งานเร็วเกินไป
ล้างหรือเตรียมผิวหลังบ่มครบกำหนด และตรวจการยึดเกาะตามระบบเคลือบที่เลือกใช้
ควรแจ้งทีมงานตั้งแต่ต้น เพราะระบบ densifier/sealer อาจต้องการผิวที่ไม่มีฟิล์มคั่น
ถ้าเป็นงานพื้นโรงงานหรือคลังสินค้าที่มีแผนเคลือบผิวในภายหลัง ควรระบุเรื่อง curing compound ใน method statement ตั้งแต่แรก เพื่อให้ผู้รับเหมางานพื้นและทีม coating เข้าใจตรงกัน การบ่มดีเป็นเรื่องสำคัญ แต่การทิ้งฟิล์มโดยไม่เตรียมผิวให้ถูกก่อน coating อาจกลายเป็นปัญหาการหลุดร่อนในอนาคตได้
ข้อควรระวังและความปลอดภัยในการใช้ LANKO 361
ข้อมูลความปลอดภัยใน MSDS ระบุว่า LANKO 361 มีความเป็นด่าง อาจทำให้ระคายเคืองตา ผิวหนัง ทางเดินอาหาร และละอองสเปรย์อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ พื้นที่ที่น้ำยาหกอาจลื่นมาก จึงต้องจัดการความปลอดภัยหน้างานให้ดี โดยเฉพาะเมื่อต้องพ่นบนพื้นกว้างและมีทีมงานหลายชุดทำงานพร้อมกัน
| ความเสี่ยง | คำแนะนำหน้างาน | เหตุผล |
|---|---|---|
| ละอองสเปรย์ | ทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเทดี และหลีกเลี่ยงการสูดดม | MSDS ระบุว่าละอองสเปรย์อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ |
| สัมผัสดวงตา | สวมแว่นตาป้องกันสารเคมี | ผลิตภัณฑ์มี pH สูงและอาจทำให้ระคายเคืองตา |
| สัมผัสผิวหนัง | สวมถุงมือ เสื้อแขนยาว หรือชุดป้องกันตามความเหมาะสม | ลดโอกาสระคายเคืองจากการสัมผัสซ้ำหรือสัมผัสเป็นเวลานาน |
| น้ำยาหก | กันพื้นที่ทันที ดูดซับหรือเก็บกวาด และระวังลื่น | เอกสารระบุว่าของเหลวที่หกอาจทำให้พื้นลื่นมาก |
| การจัดเก็บ | เก็บภาชนะปิดสนิท แยกจากกรด โลหะ reactive และ ammonium salts | MSDS ระบุการเกิดปฏิกิริยากับสารบางชนิดและภาชนะโลหะบางประเภท |
หากเข้าตา ควรล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากอย่างน้อย 15 นาทีและพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้ล้างออกและถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อน หากกลืนกินไม่ควรกระตุ้นให้อาเจียนและควรพบแพทย์ทันที รายละเอียดเหล่านี้ควรตรวจสอบกับ MSDS ล่าสุดของผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มงานจริงทุกครั้ง
สรุป: LANKO 361 เหมาะกับงานเทพื้นที่ต้องการคุมคุณภาพผิวตั้งแต่ช่วงแรก
LANKO 361 เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตสีม่วงชนิดซิลิเกตที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องคอนกรีตและมอร์ตาร์สดจากการสูญเสียน้ำเร็วเกินไป จุดเด่นคือพร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมน้ำ ใช้ได้ด้วยการพ่น ทาด้วยลูกกลิ้ง หรือแปรง อัตราการใช้ประมาณ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตร.ม. และสีม่วงอ่อนช่วยให้ทีมงานควบคุมแนวพ่นบนพื้นกว้างได้ง่ายขึ้น
สำหรับงานเทพื้น สิ่งที่ควรจำคือใช้ในเวลาที่ถูกต้อง: รอผิวคอนกรีตเริ่มด้าน ไม่มีน้ำขัง แล้วทาหรือพ่นให้ฟิล์มสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้มากหรือน้อยเกินไป และหากจะทำ coating หรือระบบผิวต่อ ต้องเตรียมผิวตามระบบหลังบ่มครบกำหนด การวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนเทจนถึงขั้นตอนบ่มจะช่วยลดความเสี่ยงแตกร้าว ผิวเป็นฝุ่น และปัญหางานพื้นในระยะยาวได้มาก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 361 LANCURE, รายงานทดสอบในเอกสารแนบ และ MSDS ของ LANKO 361 ที่ผู้ใช้จัดให้ รวมถึงข้อมูลลักษณะสินค้า อัตราการใช้ วิธีใช้งาน การเก็บรักษา และข้อควรระวังด้านความปลอดภัยจากเอกสารดังกล่าว
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 361 คืออะไร?
LANKO 361 LANCURE เป็นน้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดซิลิเกตหรือ curing compound ใช้เคลือบผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์สดให้เกิดฟิล์ม ช่วยลดการสูญเสียน้ำเร็วเกินไป ลดการแตกร้าวและการหดตัวของผิวคอนกรีต
ทำไม LANKO 361 ถึงเป็นน้ำยาสีม่วง?
เอกสารระบุลักษณะเป็นน้ำสีม่วงอ่อนหรือ light-violet liquid สีนี้ช่วยให้ช่างมองเห็นแนวที่ทาหรือพ่นบนพื้นคอนกรีตได้ง่ายขึ้น จึงช่วยลดโอกาสเกิดจุดขาดฟิล์มในงานพื้นที่กว้าง
LANKO 361 ใช้ได้กี่ตารางเมตรต่อลิตร?
อัตราการใช้โดยประมาณคือ 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร ขึ้นกับสภาพผิว วิธีทาหรือพ่น ความสม่ำเสมอของฟิล์ม และสภาพหน้างาน เช่น แดด ลม หรือพื้นหยาบ
แกลลอน 20 ลิตรของ LANKO 361 ใช้ได้กี่ตารางเมตร?
ถ้าคำนวณจากอัตรา 1 ลิตรต่อ 5-8 ตารางเมตร แกลลอน 20 ลิตรจะใช้ได้ประมาณ 100-160 ตารางเมตร ควรเผื่อปริมาณสำหรับแนวซ้อน ขอบพื้น และการสูญเสียจากการพ่นจริง
LANKO 361 ต้องผสมน้ำก่อนใช้ไหม?
ไม่ต้องผสมน้ำ เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน หากเก็บไว้นานควรกวนให้เข้ากันก่อนใช้ และไม่ควรเจือจางเอง เพราะอาจทำให้ฟิล์มบางลงและประสิทธิภาพการบ่มลดลง
ควรพ่น LANKO 361 ตอนไหนหลังเทพื้น?
ควรพ่นหรือทาเมื่อคอนกรีตเริ่มเซ็ตตัวและผิวเริ่มด้าน โดยต้องไม่มีน้ำไหลหรือน้ำขังบนผิวก่อนใช้งาน เพื่อให้ฟิล์มเกิดได้สม่ำเสมอและช่วยกักความชื้นได้ดี
หลังบ่มด้วย LANKO 361 แล้วทำ epoxy หรือ coating ต่อได้ไหม?
ทำได้แต่ต้องเตรียมผิวให้ถูกต้อง เอกสารระบุว่าหากจะทำ coating ควรล้าง LANKO 361 ออกด้วยน้ำหลังจากบ่มครบอายุที่ต้องการ แล้วตรวจสภาพผิวตามข้อกำหนดของระบบ coating ที่จะใช้
LANKO 361 มีค่า pH เท่าไร?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุ pH ประมาณ 11.5 จึงควรสวมถุงมือ แว่นตา และหลีกเลี่ยงการสัมผัสตาหรือผิวหนังโดยตรง รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูดดมละอองระหว่างพ่น
LANKO 361 เก็บได้นานแค่ไหน?
เอกสารระบุอายุการเก็บรักษา 12 เดือนในภาชนะที่ยังไม่เปิด ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง ภาชนะปิดสนิท และกวนให้เข้ากันก่อนใช้งานหากเก็บไว้เป็นเวลานาน
ซื้อ LANKO 361 ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 361 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ช่วยคำนวณปริมาณตามพื้นที่จริง
