สีทาคอนกรีตกันสารเคมี SikaCor®-950 F ทนกรด-ด่าง ปกป้องพื้นผิวอย่างตรงจุด
SIKACOR 950 F CHEMICAL RESISTANT COATING

สีทาคอนกรีตกันสารเคมี SikaCor®-950 F ทนกรด-ด่าง ปกป้องพื้นผิวอย่างตรงจุด

ในพื้นที่ที่คอนกรีตหรือเหล็กต้องเจอน้ำเสีย ความชื้น น้ำทะเล น้ำมัน เกลือ หรือสารเคมีเจือจาง การใช้สีทั่วไปมักไม่พอ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่สีลอก แต่คือการกัดกร่อนและการเสื่อมสภาพของโครงสร้าง SikaCor®-950 F จึงเป็นวัสดุเคลือบผิวประเภทอีพ็อกซี่สำหรับงานหนักที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องพื้นผิวเหล็กและคอนกรีตในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ

อีพ็อกซี่สำหรับงานหนัก ทนน้ำและสารเคมี ใช้ได้กับคอนกรีตและเหล็ก ฟิล์มแห้ง 150 ไมครอน
A:B 93:7อัตราส่วนผสมโดยน้ำหนัก
0.380 กก.ปริมาณใช้ต่อ ตร.ม. ที่ DFT 150 ไมครอน
~7 วันแห้งตัวสมบูรณ์ที่ +20°C
SikaCor 950 F สีทาคอนกรีตกันสารเคมีสำหรับเหล็กและคอนกรีต

SikaCor®-950 F

วัสดุเคลือบผิวเหล็กและคอนกรีตสำหรับใช้งานหนัก ประเภทอีพ็อกซี่และวัสดุผสมจำพวกแร่ธาตุ เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานต่อน้ำ ความชื้น การขีดข่วน แรงกระแทก และสารเคมีหลายกลุ่มเมื่อใช้งานตามระบบที่ถูกต้อง

Quick Answer: SikaCor®-950 F เหมาะกับใคร?

คำตอบสั้น

SikaCor®-950 F เหมาะกับงานเคลือบผิวคอนกรีตและเหล็กที่ต้องทนความชื้น น้ำ น้ำเสีย น้ำทะเล น้ำมัน เกลือ กรดอนินทรีย์เจือจาง และด่างเจือจาง เช่น บ่อบำบัดน้ำเสีย อ่างเก็บน้ำ งานโครงสร้างใต้น้ำ งานเกษตรกรรม และพื้นที่อุตสาหกรรมเคมีบางประเภท โดยต้องออกแบบระบบเคลือบตามความหนาที่กำหนด และตรวจสอบชนิดสารเคมีจริงก่อนใช้งานในพื้นที่เสี่ยงสูง

ถ้าพื้นคอนกรีตเริ่มผุจากความชื้น เหล็กเริ่มเกิดสนิมจากสภาพแวดล้อม หรือพื้นที่ต้องสัมผัสน้ำเสียและสารเคมีเป็นประจำ การเลือกสีทาคอนกรีตกันสารเคมีควรเริ่มจาก “สภาพแวดล้อมจริง” ไม่ใช่เริ่มจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะสีที่ดูคล้ายกันอาจมีความสามารถในการทนสารเคมี ความหนาฟิล์ม อายุใช้งาน และเงื่อนไขการเตรียมผิวต่างกันมาก

SikaCor®-950 F เป็นตัวเลือกสำหรับงานที่ต้องการชั้นเคลือบแนว protective coating ไม่ใช่สีตกแต่งทั่วไป จุดเด่นคือหลังแห้งและแข็งตัวสมบูรณ์แล้วให้ความแข็งแกร่ง ทนต่อการขีดข่วน แรงกระแทก น้ำ และสารเคมีได้ดี เหมาะกับงานที่พื้นผิวต้องรับภาระมากกว่างานทาสีอาคารปกติ

SikaCor®-950 F คืออะไร และต่างจากสีทาพื้นทั่วไปอย่างไร?

SikaCor®-950 F เป็นวัสดุเคลือบผิวประเภทอีพ็อกซี่ผสมวัสดุจำพวกแร่ธาตุ มีปริมาณสารทำละลายในระดับต่ำ ใช้สำหรับเคลือบป้องกันพื้นผิวเหล็กและคอนกรีตในงานหนัก โดยข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่าเหมาะกับงานเคลือบผิวภายในสำหรับโครงสร้างที่ฝังอยู่ใต้ดินและใต้น้ำ งานก่อสร้างทางวิศวกรรมไฮดรอลิก งานเคลือบถังน้ำ อ่างเก็บน้ำ งานบำบัดน้ำเสีย เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเคมีบางประเภท

ความต่างสำคัญจากสีทั่วไปคือ SikaCor®-950 F ถูกวางเป็นชั้นปกป้องพื้นผิว ไม่ใช่ชั้นสีเพื่อความสวยงามเท่านั้น สีทั่วไปอาจช่วยให้ผิวดูเรียบร้อย แต่เมื่อเจอน้ำเสีย เกลือ ด่าง กรดเจือจาง หรือน้ำมันเป็นเวลานาน มักเกิดการพอง ลอก อ่อนตัว หรือสารเคมีซึมผ่านไปทำลายคอนกรีตและเหล็กด้านล่างได้ง่ายกว่า

ปกป้องโครงสร้าง

ช่วยแยกคอนกรีตหรือเหล็กออกจากน้ำ ความชื้น และสารเคมีที่ทำให้ผิวเสื่อม

เหมาะกับงานหนัก

หลังแข็งตัวสมบูรณ์มีความแข็งแกร่ง ทนการขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี

ต้องทำเป็นระบบ

ผลลัพธ์ขึ้นกับการเตรียมผิว ความหนาฟิล์ม การผสม และช่วงเวลารอระหว่างชั้น

ดังนั้นเมื่อเรียกว่า “สีทาคอนกรีตกันสารเคมี” ควรเข้าใจว่า SikaCor®-950 F เป็นวัสดุเคลือบ protective coating ที่ต้องควบคุมงานหน้างานจริงอย่างจริงจัง ตั้งแต่ความสะอาดพื้นผิว ความชื้นคอนกรีต อุณหภูมิ ไปจนถึงวิธีทาหรือพ่น เพื่อให้ชั้นเคลือบทำงานตามที่ออกแบบไว้

พื้นที่แบบไหนควรเลือกใช้สีทาคอนกรีตกันสารเคมี SikaCor®-950 F?

พื้นที่ที่เหมาะกับ SikaCor®-950 F มักเป็นพื้นที่ที่พื้นผิวต้องเจอสภาพแวดล้อมรุนแรงกว่าปกติ เช่น น้ำขัง ความชื้นต่อเนื่อง น้ำเสีย กลิ่นไอสารเคมี คราบน้ำมัน หรือการกัดกร่อนจากเกลือ ถ้าเลือกสีผิดตั้งแต่แรก ค่าแก้ไขในภายหลังอาจสูงกว่าค่าวัสดุหลายเท่า เพราะต้องขัดลอกสีเดิม ซ่อมคอนกรีตที่เสียหาย และทำระบบเคลือบใหม่ทั้งหมด

ตัวอย่างงานที่มักนำมาพิจารณา ได้แก่ บ่อบำบัดน้ำเสีย รางระบายน้ำในโรงงาน อ่างเก็บน้ำที่ไม่ใช่น้ำดื่ม โครงสร้างคอนกรีตที่สัมผัสความชื้นตลอดเวลา โครงสร้างเหล็กในสภาพแวดล้อมกัดกร่อน งานเกษตรกรรม และพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีสารเคมีเจือจางบางชนิด การใช้งานเหล่านี้ต้องประเมินชนิดของของเหลว อุณหภูมิ ความเข้มข้น และเวลาสัมผัสจริงก่อนสรุประบบ

ลักษณะพื้นที่เหมาะกับ SikaCor®-950 F ไหม?เหตุผลสิ่งที่ต้องเช็กก่อนทำงาน
บ่อบำบัดน้ำเสียเหมาะมากต้องการการทนน้ำเสียและความชื้นต่อเนื่องชนิดน้ำเสีย ความสะอาดผิว และการซ่อมรูพรุน
รางระบายน้ำโรงงานควรพิจารณามีโอกาสเจอน้ำมัน สารซักล้าง เกลือ หรือด่างเจือจางอุณหภูมิและชนิดสารเคมีที่ไหลผ่าน
ถังน้ำหรืออ่างเก็บน้ำใช้ได้บางกรณีเหมาะกับน้ำที่ไม่ใช่น้ำดื่มและต้องตรวจข้อกำหนดสิ่งแวดล้อมห้ามใช้กับพื้นผิวที่ต้องสัมผัสน้ำดื่ม
พื้นโรงงานเคมีต้องตรวจสอบเพิ่มทนสารเคมีหลายกลุ่ม แต่ไม่ใช่ทุกชนิดและทุกความเข้มข้นขอข้อมูลสารเคมีจริงและระยะเวลาสัมผัส
งานตกแต่งทั่วไปอาจเกินความจำเป็นเป็น coating งานหนัก จึงควรใช้เมื่อมีความเสี่ยงจริงเปรียบเทียบกับระบบพื้น/สีที่เหมาะกว่า

จุดที่ต้องย้ำคือ SikaCor®-950 F ไม่เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องสัมผัสน้ำดื่ม และกรณีต้องสัมผัสน้ำทันทีหลังเคลือบถือเป็นกรณีพิเศษที่ต้องได้รับคำปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตัวทำละลายอาจแพร่ไปในน้ำและทำให้เกิดการปนเปื้อนชั่วคราวได้

SikaCor®-950 F ทนสารเคมีอะไรได้บ้าง?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า SikaCor®-950 F ทนต่อน้ำสะอาด น้ำผ่านกระบวนการผลิต น้ำกร่อย น้ำทะเล น้ำเสียจากแหล่งชุมชน สิ่งปฏิกูล กรดอนินทรีย์และด่างเจือจาง เกลือที่มีฤทธิ์เป็นกลาง น้ำมันแร่ น้ำมันเชื้อเพลิง จาระบี และสารซักล้าง เป็นต้น นี่คือเหตุผลที่สินค้ากลุ่มนี้มักถูกพูดถึงในงานบ่อบำบัด รางน้ำ โรงงาน และโครงสร้างที่อยู่ในสภาพแวดล้อมกัดกร่อน

แต่คำว่า “ทนสารเคมี” ไม่ควรแปลว่าใช้ได้กับทุกสาร ทุกความเข้มข้น และทุกอุณหภูมิ เพราะในงานจริงสารเคมีอาจมีความเข้มข้นสูง เปลี่ยน pH รุนแรง มีอุณหภูมิสูง หรือสัมผัสต่อเนื่องนานกว่าที่ระบบถูกออกแบบไว้ Sika ระบุว่ากรณีน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต้องร้องขอและตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนใช้งาน ซึ่งเป็นข้อควรทำอย่างยิ่งก่อนสั่งวัสดุสำหรับโครงการสำคัญ

กลุ่มที่ระบุว่าทนได้

น้ำสะอาด น้ำทะเล น้ำเสียชุมชน กรดอนินทรีย์เจือจาง ด่างเจือจาง เกลือ น้ำมันแร่ น้ำมันเชื้อเพลิง และสารซักล้าง

กลุ่มที่ไม่เหมาะ

ไม่ทนต่อน้ำมันเบนซิน-ไฮโดรคาร์บอน และน้ำมันดิน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

กลุ่มที่ต้องเช็กเพิ่ม

น้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม สารเคมีเข้มข้น ของเหลวร้อน และพื้นที่ที่มีสารผสมหลายชนิด

คำแนะนำหน้างาน: ก่อนใช้ SikaCor®-950 F ในโรงงานที่มีสารเคมีเฉพาะ ควรเตรียมรายการสารเคมี ความเข้มข้น อุณหภูมิ ระยะเวลาสัมผัส และวิธีทำความสะอาดประจำวัน เพื่อให้ทีมขายหรือทีมเทคนิคช่วยตรวจระบบก่อนใช้งานจริง

สเปกสำคัญของ SikaCor®-950 F ที่ควรรู้ก่อนสั่งซื้อ

การเลือกสีทาคอนกรีตกันสารเคมีต้องดูสเปกที่เกี่ยวกับการใช้งานจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะชื่อสินค้า สเปกที่ส่งผลต่อการทำงานโดยตรง ได้แก่ อัตราส่วนผสม อายุหลังผสม ความหนาฟิล์ม อัตราการใช้ อุณหภูมิ ความชื้น และระยะเวลารอระหว่างชั้น เพราะตัวเลขเหล่านี้จะกำหนดจำนวนวัสดุ ทีมช่าง ระยะเวลาปิดพื้นที่ และความเสี่ยงของการหลุดล่อนในอนาคต

หัวข้อข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ความหมายในการใช้งานจริง
ประเภทสินค้าวัสดุเคลือบผิวประเภทอีพ็อกซี่และวัสดุผสมจำพวกแร่ธาตุเหมาะกับงาน protective coating มากกว่าสีตกแต่งทั่วไป
บรรจุภัณฑ์SikaCor®-950 F น้ำหนักสุทธิ 35 กก. และ 15 กก.เลือกขนาดตามพื้นที่และจำนวนชั้นเพื่อลดวัสดุเหลือ
สีสินค้าสีดำ และสีแดงอ่อนเลือกสีตามการตรวจสภาพผิวและระบบงานที่ต้องการ
ความหนาแน่นประมาณ 1.9 กก./ลิตรเกี่ยวข้องกับการคำนวณปริมาณและการควบคุมชั้นฟิล์ม
ปริมาณของแข็งประมาณ 75% โดยปริมาตร และ 88% โดยน้ำหนักช่วยประเมินความหนาฟิล์มหลังแห้งจากฟิล์มเปียก
อัตราส่วนผสมA:B = 93:7 โดยน้ำหนัก หรือ 100:14 โดยปริมาตรต้องชั่งหรือแบ่งผสมให้แม่น ไม่ควรกะด้วยสายตา
อายุหลังผสม1.5 ชั่วโมงที่ +20°C และ 45 นาทีที่ +30°Cอากาศร้อนทำให้เวลาทำงานสั้นลง ต้องวางทีมให้พร้อม
อัตราการใช้0.380 กก./ตร.ม. ที่ฟิล์มแห้ง 150 ไมครอน และฟิล์มเปียก 200 ไมครอนใช้คำนวณเบื้องต้น แต่หน้างานจริงอาจใช้มากขึ้นตามวิธีทาและสภาพผิว
แห้งสัมผัสได้ประมาณ 4 ชั่วโมงที่ +20°Cแตะผิวได้ ไม่ได้แปลว่าพร้อมรับสารเคมีหนัก
แห้งใช้งานได้ประมาณ 12 ชั่วโมงที่ +20°Cต้องแยกจากการแห้งตัวสมบูรณ์และการเปิดใช้งานหนัก
แห้งตัวสมบูรณ์ประมาณ 7 วันที่ +20°C ในบริเวณอากาศถ่ายเทดีควรวางแผนก่อนให้พื้นที่สัมผัสสารเคมีหรือใช้งานเต็มรูปแบบ

สำหรับอุณหภูมิ Sika ระบุว่าอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์และพื้นผิวต้องไม่ต่ำกว่า +10°C ความชื้นสัมพัทธ์สูงสุด 85% และอุณหภูมิพื้นผิวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมาก โดยเฉพาะงานในบ่อ ถัง ห้องปิด หรือพื้นที่ชื้น เพราะถ้าควบคุมสภาพแวดล้อมไม่ดี ชั้นเคลือบใหม่อาจเกิดปัญหาผิวเสีย สีแตกลาย หรือการยึดเกาะระหว่างชั้นไม่สมบูรณ์

วิธีใช้ SikaCor®-950 F ให้ชั้นเคลือบทำงานเต็มประสิทธิภาพ

ระบบเคลือบกันสารเคมีจะดีหรือไม่ดี มักตัดสินกันที่การเตรียมพื้นผิวมากกว่าตัวสีเพียงอย่างเดียว พื้นคอนกรีตต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากเศษขุย ซีเมนต์ ฝุ่นผง ปูนหลุดล่อน และคราบสกปรกอื่น ๆ ความชื้นในคอนกรีตต้องไม่เกิน 8% และหากเป็นพื้นผิวที่อยู่ใต้น้ำ การพ่นทรายหรือเตรียมผิวเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะถือว่าสำคัญมาก พื้นผิวที่แตกเป็นร่อง รูโพรง หรือมีจุดเสียหายควรซ่อมให้เรียบร้อยก่อนเคลือบ

สำหรับพื้นผิวเหล็ก เอกสาร Sika ระบุให้พ่นขัดให้ได้ความสะอาดระดับ Sa 2 1/2 ตามมาตรฐาน ISO 12944-4 ปราศจากคราบสกปรก น้ำมัน และไขมัน โดยมีความลึกผิวเฉลี่ย RZ มากกว่าหรือเท่ากับ 50 ไมครอน การเตรียมเหล็กไม่ถึงระดับที่กำหนดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ coating หลุดเร็วในพื้นที่กัดกร่อน

  1. สำรวจหน้างาน: ระบุว่าพื้นเป็นคอนกรีตหรือเหล็ก มีสารเคมีชนิดใด สัมผัสนานแค่ไหน และต้องเปิดใช้งานเมื่อไร
  2. เตรียมพื้นผิว: ทำความสะอาด ขัด พ่นทราย หรือซ่อมรูพรุนให้เหมาะกับพื้นผิว คอนกรีตต้องควบคุมความชื้นไม่เกิน 8%
  3. ผสมส่วน A และ B: กวนส่วน A ให้ทั่วก่อน ค่อย ๆ เติมส่วน B แล้วปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าให้เข้ากันอย่างน้อย 3 นาที โดยกวาดทั้งด้านข้างและก้นถัง
  4. เทลงถังสะอาดและปั่นซ้ำ: ช่วยลดปัญหาส่วนผสมไม่เข้ากันบริเวณขอบถังเดิม
  5. ทาหรือพ่นตามระบบ: วิธีพ่นไร้อากาศให้ผลดีที่สุดในการคุมความหนาฟิล์ม แต่สามารถใช้แปรงหรือลูกกลิ้งได้ โดยอาจต้องใช้วัสดุมากขึ้นหรือเพิ่มจำนวนชั้น
  6. ควบคุมระยะเวลารอระหว่างชั้น: ที่ +20°C ระยะรอขั้นต่ำ 12 ชั่วโมง และสูงสุด 48 ชั่วโมง สำหรับฟิล์มแห้งไม่เกิน 150 ไมครอน
  7. ปล่อยให้แห้งตัวสมบูรณ์: วางแผนประมาณ 7 วันที่ +20°C และอากาศถ่ายเทดีก่อนใช้งานเต็มเงื่อนไข

ปริมาณการใช้เบื้องต้น: หากต้องการฟิล์มแห้ง 150 ไมครอน จะใช้ SikaCor®-950 F ประมาณ 0.380 กก./ตร.ม. หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 2.63 ตร.ม./กก. อย่างไรก็ตาม พื้นผิวหยาบ รูพรุน วิธีทาด้วยลูกกลิ้งหรือแปรง และการเพิ่มจำนวนชั้นอาจทำให้ใช้วัสดุมากขึ้น ควรเผื่อจากสภาพหน้างานจริงเสมอ

ข้อควรระวัง: ใช้ให้ตรงจุดเพื่อไม่ให้ระบบกันสารเคมีล้มเหลว

ถึง SikaCor®-950 F จะเป็นวัสดุเคลือบงานหนัก แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นกับการเลือกใช้ให้ถูกประเภท สารเคมีบางชนิด เช่น น้ำมันเบนซิน-ไฮโดรคาร์บอน และน้ำมันดิน ไม่ใช่กลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าทนได้ ดังนั้นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะทาง สารละลายแรง หรือสารเคมีเข้มข้นควรตรวจตารางทนสารเคมีและขอคำแนะนำก่อนเสมอ

ห้ามมองข้าม: SikaCor®-950 F ไม่เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องสัมผัสน้ำดื่ม และการให้พื้นผิวสัมผัสน้ำทันทีหลังเคลือบเป็นกรณีพิเศษที่ต้องพิจารณาเรื่องตัวทำละลายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมก่อนใช้งาน

อีกเรื่องที่สำคัญคือการเติม Sika® Thinner S หากจำเป็น Sika ระบุว่าสามารถเติมได้สูงสุด 5% เพื่อปรับความหนืด แต่ในกรณีที่เติม thinner พื้นผิวจะไม่สามารถสัมผัสน้ำได้ทันทีหลังเคลือบเสร็จ ผู้รับเหมาจึงควรตัดสินใจเรื่อง thinner จากวิธีทำงานจริง อุณหภูมิ สภาพผิว และข้อกำหนดการเปิดใช้งาน ไม่ควรเติมเพียงเพื่อให้ทาง่ายขึ้นโดยไม่ดูผลกระทบต่อระบบ

ความเสี่ยงหน้างานผลที่อาจเกิดขึ้นแนวทางป้องกัน
พื้นคอนกรีตชื้นเกิน 8%ฟิล์มพอง หลุด หรือยึดเกาะไม่ดีตรวจความชื้นและรอให้พื้นพร้อมก่อนเคลือบ
ข้ามการซ่อมรูพรุน/ร่องแตกสารเคมีซึมผ่านจุดอ่อนและทำลายผิวด้านล่างซ่อมพื้นผิวให้เรียบร้อยก่อนเริ่มระบบ coating
ผสม A:B ไม่ตรงสัดส่วนแห้งไม่สมบูรณ์หรือคุณสมบัติลดลงชั่งน้ำหนักหรือแบ่งชุดตามสัดส่วนที่ถูกต้อง
รอทับชั้นเกินเวลาสูงสุดชั้นเคลือบใหม่ยึดเกาะกับชั้นเดิมไม่ดีหากเกินเวลาต้องกระตุ้นผิวด้วย sweep blasting และกำจัดฝุ่น
เปิดใช้งานสารเคมีก่อนแห้งตัวสมบูรณ์ชั้นฟิล์มเสียหายก่อนอายุใช้งานจริงวางแผน curing ประมาณ 7 วันที่ +20°C และอากาศถ่ายเทดี

สำหรับงานสำคัญ Sika แนะนำให้ทดสอบที่หน้างานก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าวิธีเคลือบที่เลือกให้ผิวที่ดีและเหมาะกับโครงการจริง คำแนะนำนี้เหมาะมากกับงานบ่อ งานถัง และโรงงานที่ต้องหยุดไลน์ผลิต เพราะการทดสอบล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงงานแก้และทำให้ทีมช่างเห็นพฤติกรรมวัสดุในสภาพหน้างานจริงก่อนลงพื้นที่ใหญ่

สรุป: SikaCor®-950 F คือสีทาคอนกรีตกันสารเคมีสำหรับงานที่ต้องการความมั่นใจ

หากโจทย์ของคุณคือคอนกรีตหรือเหล็กที่ต้องเจอน้ำ ความชื้น น้ำเสีย เกลือ น้ำมัน หรือสารเคมีเจือจาง SikaCor®-950 F เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา เพราะเป็นวัสดุเคลือบอีพ็อกซี่สำหรับงานหนักที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องพื้นผิวโดยตรง ไม่ใช่สีทับหน้าทั่วไป จุดเด่นอยู่ที่ความแข็งแกร่ง ทนการขีดข่วน แรงกระแทก น้ำ และสารเคมีหลายกลุ่มหลังแห้งตัวสมบูรณ์

แต่ความสำเร็จของระบบไม่ได้อยู่ที่การซื้อสีถูกชื่อเท่านั้น ต้องเลือกให้ตรงชนิดสารเคมี เตรียมผิวให้ถูก คุมความชื้น คุมอัตราส่วนผสม คุมความหนาฟิล์ม และวางแผนเวลาแห้งตัวให้พอ หากหน้างานเป็นน้ำเสียโรงงาน สารเคมีเฉพาะ น้ำดื่ม หรือพื้นที่ที่ต้องสัมผัสน้ำทันทีหลังเคลือบ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะกับความเสี่ยงจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสินค้าและสเปกอ้างอิงจากหน้า SikaCor®-950 F บน Sika Thailand และควรตรวจสอบเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงในโครงการสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

SikaCor®-950 F ใช้กับพื้นคอนกรีตได้ไหม?

ใช้ได้กับพื้นผิวคอนกรีตและเหล็ก โดยเหมาะกับงานเคลือบป้องกันพื้นผิวในพื้นที่ที่ต้องเจอน้ำ ความชื้น หรือสารเคมี แต่คอนกรีตต้องแข็งแรง สะอาด และมีความชื้นไม่เกิน 8% ก่อนเคลือบ

SikaCor®-950 F ทนกรด-ด่างได้จริงไหม?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าทนต่อกรดอนินทรีย์และด่างเจือจางได้ รวมถึงน้ำทะเล น้ำเสีย เกลือ น้ำมันแร่ น้ำมันเชื้อเพลิง จาระบี และสารซักล้าง อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจชนิด ความเข้มข้น อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัสจริงก่อนใช้งาน

SikaCor®-950 F ไม่ทนสารอะไร?

ข้อมูลจาก Sika ระบุว่าไม่ทนต่อน้ำมันเบนซิน-ไฮโดรคาร์บอนและน้ำมันดิน หากหน้างานมีสารกลุ่มนี้หรือสารละลายเฉพาะ ควรขอคำแนะนำด้านเทคนิคก่อนเลือกใช้

อัตราส่วนผสม SikaCor®-950 F เท่าไร?

อัตราส่วนส่วนประกอบ A:B คือ 93:7 โดยน้ำหนัก หรือ 100:14 โดยปริมาตร ควรผสมด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าอย่างน้อย 3 นาที และเทลงถังสะอาดเพื่อปั่นซ้ำสั้น ๆ ก่อนใช้งาน

SikaCor®-950 F ใช้ปริมาณเท่าไรต่อ 1 ตารางเมตร?

ที่ฟิล์มแห้ง 150 ไมครอนและฟิล์มเปียก 200 ไมครอน ใช้ประมาณ 0.380 กก./ตร.ม. หรือประมาณ 2.63 ตร.ม./กก. ปริมาณจริงอาจเปลี่ยนตามความหยาบผิว วิธีทา และจำนวนชั้นที่ต้องการ

หลังผสมแล้วใช้งานได้นานเท่าไร?

ระยะเวลาการใช้งานหลังผสมอยู่ที่ประมาณ 1.5 ชั่วโมงที่ +20°C และประมาณ 45 นาทีที่ +30°C อุณหภูมิสูงทำให้เวลาทำงานสั้นลง จึงควรผสมเท่าที่ใช้ทัน

SikaCor®-950 F แห้งนานไหม?

ที่ +20°C แห้งสัมผัสได้ประมาณ 4 ชั่วโมง แห้งสามารถใช้งานได้ประมาณ 12 ชั่วโมง และแห้งตัวสมบูรณ์ประมาณ 7 วันในบริเวณที่อากาศถ่ายเทดี หากอุณหภูมิต่ำกว่าจะใช้เวลานานขึ้น

ใช้ SikaCor®-950 F กับน้ำดื่มได้ไหม?

ไม่เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องสัมผัสน้ำดื่ม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ หากเป็นถังน้ำหรืออ่างเก็บน้ำต้องตรวจประเภทน้ำและข้อกำหนดโครงการก่อนเลือกใช้

ต้องพ่นเท่านั้นหรือใช้ลูกกลิ้งได้?

วิธีพ่นไร้อากาศให้ผลดีที่สุดในการคุมความหนาฟิล์ม แต่สามารถใช้แปรงและลูกกลิ้งได้ โดยอาจต้องใช้วัสดุมากขึ้นหรือเพิ่มจำนวนชั้นเพื่อให้ได้ความหนาตามต้องการ

ซื้อ SikaCor®-950 F ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า SikaCor®-950 F ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ช่วยประเมินปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts