ข้อดีของการใช้ SikaCor®-950 F วัสดุเคลือบผิวอีพ็อกซี่ตัวทำละลายต่ำสำหรับงานหนัก
ถ้าหน้างานต้องเคลือบผิวเหล็กหรือคอนกรีตที่ต้องเจอน้ำ ความชื้น น้ำเสีย น้ำทะเล แรงขีดข่วน หรือสารเคมีเจือจาง การเลือกสีทาทั่วไปมักไม่พอ SikaCor®-950 F เป็นวัสดุเคลือบผิวอีพ็อกซี่ผสมแร่ธาตุสำหรับงานหนัก มีปริมาณสารทำละลายต่ำ และให้ชั้นฟิล์มที่แข็งแรงหลังแห้งตัวสมบูรณ์ เหมาะกับงานที่ต้องการปกป้องพื้นผิวมากกว่าการตกแต่งสี
SikaCor®-950 F
วัสดุเคลือบผิวเหล็กและคอนกรีตสำหรับใช้งานหนัก ประเภทอีพ็อกซี่และวัสดุผสมจำพวกแร่ธาตุ เหมาะกับงานบ่อบำบัดน้ำเสีย อ่างเก็บน้ำ งานโครงสร้างใต้น้ำ ใต้ดิน และพื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทานต่อน้ำ ความชื้น แรงกระแทก และสารเคมีบางกลุ่ม
Quick Answer: ข้อดีของ SikaCor®-950 F คืออะไร?
SikaCor®-950 F เด่นตรงที่เป็นวัสดุเคลือบผิวอีพ็อกซี่สำหรับงานหนัก ใช้ได้กับทั้งเหล็กและคอนกรีต ให้ชั้นฟิล์มแข็งแรง ทนการขีดข่วน แรงกระแทก น้ำ และสารเคมีได้ดีหลังแห้งตัวสมบูรณ์ เหมาะกับบ่อบำบัดน้ำเสีย อ่างเก็บน้ำ โครงสร้างใต้ดิน ใต้น้ำ และพื้นที่คอนกรีตที่สัมผัสความชื้นต่อเนื่อง โดยหน้า Sika Thailand ระบุว่าเป็นสูตรที่มีปริมาณสารทำละลายในระดับต่ำ ไม่ใช่สีตกแต่งทั่วไป
ข้อดีของการใช้ SikaCor®-950 F ไม่ได้อยู่ที่คำว่า “อีพ็อกซี่” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบให้เป็นชั้นเคลือบปกป้องพื้นผิวในสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนง่าย เช่น น้ำเสีย น้ำกร่อย น้ำทะเล เกลือ น้ำมันแร่ จาระบี สารซักล้าง กรดอนินทรีย์เจือจาง และด่างเจือจาง เมื่อเลือกใช้ถูกระบบจะช่วยลดความเสี่ยงผิวคอนกรีตเสื่อม เหล็กเป็นสนิม หรือชั้นเคลือบหลุดเร็วจากการใช้งานหนัก
สำหรับเจ้าของโรงงาน ผู้รับเหมา และฝ่ายซ่อมบำรุง สินค้านี้เหมาะเมื่อโจทย์คือความทนทานและการป้องกันระยะยาว มากกว่าการทาเพื่อให้สีสวยชั่วคราว แต่ต้องจำไว้ว่า coating ที่ดีต้องมาพร้อมการเตรียมผิวที่ถูกต้อง การผสม A:B ตรงสัดส่วน การคุมความหนาฟิล์ม และการรอให้แห้งตัวพอ ก่อนเปิดใช้งานเต็มเงื่อนไข
ข้อดีหลักของ SikaCor®-950 F ที่ทำให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรม
SikaCor®-950 F ถูกวางตำแหน่งเป็นวัสดุเคลือบผิวเหล็กและคอนกรีตสำหรับใช้งานหนัก จึงเหมาะกับงานที่พื้นผิวต้องรับความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ความชื้น แรงเสียดสี หรือสารเคมี หากใช้สีทั่วไปในพื้นที่แบบนี้ มักเกิดปัญหาสีลอก ผิวพอง เกิดสนิมใต้ฟิล์ม หรือคอนกรีตผุจากการซึมผ่านของน้ำและสารเคมี
หลังแห้งและแข็งตัวสมบูรณ์ ชั้นฟิล์มมีความแข็งแกร่ง ทนการขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี
เหมาะกับคอนกรีตที่ต้องสัมผัสความชื้นต่อเนื่อง รวมถึงงานโครงสร้างใต้ดินและใต้น้ำตามเงื่อนไขระบบ
รองรับน้ำสะอาด น้ำเสียชุมชน น้ำทะเล เกลือ น้ำมันแร่ จาระบี สารซักล้าง กรดและด่างเจือจาง
อีกข้อดีคือใช้ได้กับทั้งพื้นผิวเหล็กและคอนกรีต จึงช่วยให้การออกแบบระบบเคลือบในงานโครงสร้างผสมง่ายขึ้น เช่น บ่อคอนกรีตที่มีชิ้นส่วนเหล็ก ถังหรืออ่างเก็บน้ำที่มีส่วนประกอบหลายชนิด และงานวิศวกรรมไฮดรอลิกที่ต้องควบคุมการกัดกร่อนของหลายพื้นผิวพร้อมกัน
ในงานซ่อมบำรุงโรงงาน SikaCor®-950 F ยังช่วยให้ทีมงานวางแผนได้ชัด เพราะมีข้อมูลสเปกที่ใช้คำนวณจริง เช่น อัตราส่วนผสม 93:7 โดยน้ำหนัก ระยะเวลาการใช้งานหลังผสม 1.5 ชั่วโมงที่ +20°C หรือ 45 นาทีที่ +30°C ปริมาณใช้ 0.380 กก./ตร.ม. ที่ฟิล์มแห้ง 150 ไมครอน และการแห้งตัวสมบูรณ์ประมาณ 7 วันที่ +20°C ในที่อากาศถ่ายเทดี
สูตรตัวทำละลายต่ำดีอย่างไร และควรเข้าใจอย่างไร?
หัวข้อ “ปราศจากตัวทำละลาย” เป็นคำที่หลายคนใช้ค้นหาเมื่ออยากได้สีอีพ็อกซี่ที่กลิ่นน้อยและเหมาะกับงานพื้นที่ปิด แต่สำหรับ SikaCor®-950 F ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่าเป็นวัสดุเคลือบอีพ็อกซี่และแร่ธาตุที่มีปริมาณสารทำละลายในระดับต่ำ และผ่านการรับรองตาม Protective Coatings Directive of German Paint Industry Association (VdL-RL 04) ดังนั้นในการใช้งานจริงควรเรียกอย่างแม่นยำว่า อีพ็อกซี่ตัวทำละลายต่ำ
ข้อดีของสูตรตัวทำละลายต่ำคือช่วยลดภาระด้านกลิ่นและสารระเหยเมื่อเทียบกับระบบที่มีตัวทำละลายสูง เหมาะกับงานภายใน บ่อ ถัง หรือพื้นที่ที่ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการระบายอากาศที่ดี ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และปฏิบัติตามเอกสารความปลอดภัยเสมอ เพราะผลิตภัณฑ์เป็นระบบอีพ็อกซี่สองส่วนประกอบ ไม่ใช่วัสดุที่ใช้งานได้โดยไม่มีข้อควบคุม
ข้อควรสื่อสารกับลูกค้า: หากต้องการใช้คำ SEO ว่า “สูตรปราศจากตัวทำละลาย” ควรอธิบายในบทความว่าเอกสาร Sika ระบุเป็นสูตรตัวทำละลายต่ำ เพื่อให้เนื้อหาขายสินค้าได้แต่ยังตรงกับข้อมูลทางเทคนิค ไม่สร้างความเข้าใจผิดในงานโครงการ
อีกประเด็นคือ Sika ระบุว่าหากจำเป็นสามารถเติม Sika® Thinner S ได้สูงสุด 5% เพื่อปรับความหนืด แต่เมื่อเติม thinner แล้วพื้นผิวจะไม่สามารถสัมผัสน้ำได้ทันทีหลังเคลือบเสร็จ ดังนั้นข้อดีด้านตัวทำละลายต่ำจะได้ผลดีที่สุดเมื่อวางแผนวิธีเคลือบและสภาพหน้างานให้เหมาะ โดยไม่เติมทินเนอร์เกินความจำเป็น
SikaCor®-950 F เหมาะกับงานแบบไหน?
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ SikaCor®-950 F ใช้เป็นวัสดุเคลือบและปกป้องพื้นผิวประเภทคอนกรีตและเหล็ก สำหรับงานเคลือบผิวภายในของโครงสร้างที่ฝังอยู่ใต้ดินและใต้น้ำ งานก่อสร้างทางวิศวกรรมไฮดรอลิก งานเคลือบถังน้ำและอ่างเก็บน้ำ เช่น งานบำบัดน้ำเสีย เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเคมีบางประเภท รวมถึงบริเวณที่คอนกรีตต้องสัมผัสความชื้นตลอดเวลา
| ประเภทหน้างาน | ข้อดีที่ได้จาก SikaCor®-950 F | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
| บ่อบำบัดน้ำเสีย | ทนน้ำเสียชุมชน ความชื้น และสารปนเปื้อนหลายกลุ่ม | น้ำเสียอุตสาหกรรมต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน |
| อ่างเก็บน้ำที่ไม่ใช่น้ำดื่ม | ช่วยปกป้องผิวคอนกรีตจากความชื้นต่อเนื่อง | ไม่เหมาะกับพื้นผิวที่สัมผัสน้ำดื่ม |
| โครงสร้างเหล็กในพื้นที่ชื้น | ช่วยลดความเสี่ยงการกัดกร่อนเมื่อเตรียมผิวตามมาตรฐาน | พ่นขัดเหล็กระดับ Sa 2 1/2 และคุม RZ อย่างน้อย 50 ไมครอน |
| งานเกษตรกรรมและโรงงานเคมีบางประเภท | รองรับสารเคมีเจือจางหลายกลุ่ม | ต้องรู้ชนิดสารเคมี ความเข้มข้น อุณหภูมิ และเวลาสัมผัสจริง |
| พื้นผิวที่โดนน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย | เหมาะกับงานที่ต้องทนเกลือและความชื้น | ตรวจระบบเคลือบ ความหนาฟิล์ม และสภาพผิวเดิม |
ถ้าหน้างานเป็นพื้นที่แห้งทั่วไปที่ต้องการแค่สีสวยหรือป้องกันฝุ่น อาจไม่จำเป็นต้องใช้ coating งานหนักระดับนี้ แต่ถ้าพื้นผิวต้องเจอสภาพกัดกร่อนต่อเนื่อง SikaCor®-950 F มีข้อดีด้านความทนทานและขอบเขตการใช้งานที่ชัดเจนกว่า จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการลดรอบซ่อมและลดความเสี่ยงเสียหายของพื้นผิวหลัก
สเปกสำคัญที่ควรรู้ก่อนสั่งใช้
การเลือก SikaCor®-950 F ให้คุ้มค่า ควรดูสเปกที่กระทบต่อการทำงานจริง ไม่ใช่ดูเพียงชื่อสินค้า เพราะอีพ็อกซี่สองส่วนประกอบต้องคุมอัตราผสม เวลาทำงาน ความหนาฟิล์ม และระยะเวลารอเคลือบทับอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะงานบ่อ งานถัง และงานโรงงานที่แก้ไขภายหลังมีต้นทุนสูง
| รายการ | ข้อมูลอ้างอิง | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | อีพ็อกซี่และวัสดุผสมจำพวกแร่ธาตุ ตัวทำละลายต่ำ | เหมาะกับงานเคลือบปกป้อง ไม่ใช่สีตกแต่งทั่วไป |
| บรรจุภัณฑ์ | น้ำหนักสุทธิ 35 กก. และ 15 กก. | เลือกขนาดให้สัมพันธ์กับพื้นที่และเวลาใช้งานหลังผสม |
| สี | สีดำ และสีแดงอ่อน | เลือกตามระบบเคลือบหรือการตรวจแยกชั้นสี |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 2 ปีนับจากวันที่ผลิต เมื่อจัดเก็บถูกต้อง | เช็กวันผลิต ถังต้องปิดสนิทและไม่เสียหาย |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 1.9 กก./ลิตร | ช่วยประเมินปริมาณวัสดุและความหนาฟิล์ม |
| ปริมาณของแข็ง | ประมาณ 75% โดยปริมาตร และ 88% โดยน้ำหนัก | มีผลต่อฟิล์มแห้งหลังวัสดุบ่มตัว |
| อัตราผสม A:B | 93:7 โดยน้ำหนัก หรือ 100:14 โดยปริมาตร | ต้องชั่งหรือแบ่งชุดให้แม่น ห้ามกะด้วยสายตา |
| ปริมาณใช้ | 0.380 กก./ตร.ม. ที่ DFT 150 ไมครอน | พื้นที่จริงอาจใช้มากขึ้นตามความหยาบผิวและวิธีทา |
ด้านระยะเวลาใช้งานหลังผสม ที่ +20°C จะอยู่ประมาณ 1.5 ชั่วโมง และที่ +30°C ประมาณ 45 นาที สภาพอากาศร้อนแบบหน้างานไทยจึงทำให้ pot life สั้นลงชัดเจน ควรแบ่งผสมเป็นชุดที่ทีมงานใช้ทันและเตรียมเครื่องมือก่อนเปิดถังเสมอ
วิธีใช้และการเตรียมพื้นผิวให้ได้ข้อดีเต็มระบบ
ข้อดีของ SikaCor®-950 F จะเกิดขึ้นจริงเมื่อเตรียมผิวถูกต้อง สำหรับคอนกรีต พื้นผิวต้องแข็งแรง ยึดเกาะได้ สะอาด ปราศจากเศษขุย ซีเมนต์ ฝุ่นผง ปูนหลุดล่อน และคราบสกปรกอื่น ๆ ความชื้นในคอนกรีตต้องไม่เกิน 8% หากมีร่องแตก รูโพรง หรือผิวเสียหาย ควรซ่อมให้เรียบร้อยก่อนเคลือบ
สำหรับเหล็ก ต้องพ่นขัดให้ได้ความสะอาดระดับ Sa 2 1/2 ตามมาตรฐาน ISO 12944-4 พื้นผิวต้องไม่มีคราบสกปรก น้ำมัน และไขมัน โดยความลึกเฉลี่ย RZ ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ไมครอน จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าผิวเหล็กยังมีสนิมหรือ profile ไม่พอ ชั้นเคลือบที่ดีแค่ไหนก็ยึดเกาะได้ไม่เต็มที่
- สำรวจพื้นที่: ระบุพื้นผิวว่าเป็นเหล็กหรือคอนกรีต มีน้ำหรือสารเคมีอะไร และต้องเปิดใช้งานเมื่อไร
- เตรียมผิว: ทำความสะอาด ขัด พ่นทราย หรือซ่อมพื้นผิวให้พร้อม คอนกรีตต้องควบคุมความชื้นไม่เกิน 8%
- ผสมส่วน A และ B: กวนส่วน A ให้ทั่ว ค่อย ๆ เติมส่วน B แล้วปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าอย่างน้อย 3 นาที ให้กวาดทั้งด้านข้างและก้นถัง
- ย้ายถังและปั่นซ้ำ: เทวัสดุที่ผสมแล้วลงถังสะอาด แล้วปั่นซ้ำสั้น ๆ เพื่อลดโอกาสส่วนผสมไม่เข้ากันบริเวณขอบถัง
- เลือกวิธีเคลือบ: ใช้แปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่นไร้อากาศ โดยการพ่นไร้อากาศให้ผลดีที่สุดในการคุมความหนาฟิล์ม
- คุมเวลารอทับชั้น: ที่ +20°C ระยะรอขั้นต่ำประมาณ 12 ชั่วโมง และสูงสุด 48 ชั่วโมง สำหรับฟิล์มแห้งไม่เกิน 150 ไมครอน
- รอแห้งตัวสมบูรณ์: ที่ +20°C และอากาศถ่ายเทดี ใช้เวลาประมาณ 7 วันก่อนใช้งานเต็มเงื่อนไข
เครื่องพ่นไร้อากาศ: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุแรงดันขั้นต่ำ 180 บาร์ หัวพ่นอย่างน้อย 0.38 มม. หรือ 0.015 นิ้ว มุมพ่นประมาณ 50 องศา ท่อพ่นต่ำสุด 10 มม. และอุณหภูมิวัสดุต่ำสุด +15°C ส่วนเครื่องมือควรทำความสะอาดด้วย SikaCor® Cleaner
ข้อควรระวังก่อนเลือกใช้ SikaCor®-950 F
แม้ SikaCor®-950 F จะทนน้ำและสารเคมีได้ดี แต่ไม่ใช่วัสดุที่ใช้ได้กับทุกสารเคมีโดยไม่ตรวจสอบ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าทนต่อน้ำสะอาด น้ำผ่านกระบวนการผลิต น้ำกร่อย น้ำทะเล น้ำเสียชุมชน สิ่งปฏิกูล กรดอนินทรีย์และด่างเจือจาง เกลือที่มีฤทธิ์เป็นกลาง น้ำมันแร่ น้ำมันเชื้อเพลิง จาระบี และสารซักล้าง แต่กรณีน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต้องร้องขอและตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน
ข้อจำกัดสำคัญ: SikaCor®-950 F ไม่ทนต่อน้ำมันเบนซิน-ไฮโดรคาร์บอนและน้ำมันดิน และไม่เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องสัมผัสน้ำดื่ม หากโครงการเกี่ยวข้องกับน้ำดื่มหรือสารเคมีเฉพาะ ควรขอคำแนะนำทางเทคนิคก่อนใช้งาน
อีกเรื่องคือการสัมผัสน้ำทันทีหลังเคลือบ Sika ระบุว่าสามารถสัมผัสน้ำได้ทันทีที่เคลือบเสร็จในกรณีพิเศษ แต่ต้องพิจารณาเรื่องตัวทำละลายที่อาจแพร่ลงน้ำและอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนชั่วคราว จึงควรปรึกษาหน่วยงานรัฐด้านสิ่งแวดล้อมหรือผู้เกี่ยวข้องก่อนใช้งานลักษณะนี้
| ความเสี่ยง | ผลที่อาจเกิดขึ้น | แนวทางป้องกัน |
|---|---|---|
| คอนกรีตชื้นเกิน 8% | ฟิล์มพองหรือยึดเกาะไม่ดี | ตรวจความชื้นก่อนเคลือบและรอให้พื้นพร้อม |
| ผสม A:B ผิดสัดส่วน | แห้งไม่สมบูรณ์หรือคุณสมบัติลดลง | ชั่งน้ำหนักหรือวัดปริมาตรให้ตรงสเปก |
| รอทับชั้นเกินเวลาสูงสุด | การยึดเกาะระหว่างชั้นลดลง | ต้องกระตุ้นพื้นผิวด้วย sweep blasting และกำจัดฝุ่นก่อนทับชั้น |
| เปิดใช้งานก่อนแห้งตัวสมบูรณ์ | ฟิล์มเสียหายก่อนถึงสมรรถนะเต็ม | วางแผนรอประมาณ 7 วันที่ +20°C และอากาศถ่ายเทดี |
สรุป: ข้อดีของ SikaCor®-950 F คือความมั่นใจในงานเคลือบผิวที่ใช้งานหนัก
หากต้องการวัสดุเคลือบผิวอีพ็อกซี่สำหรับเหล็กและคอนกรีตที่ต้องเจอน้ำ ความชื้น น้ำเสีย น้ำทะเล แรงกระแทก และสารเคมีบางกลุ่ม SikaCor®-950 F เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา เพราะมีจุดเด่นด้านความแข็งแรง ทนการขีดข่วน ทนน้ำ และทนสารเคมีหลังแห้งตัวสมบูรณ์ พร้อมสเปกการใช้งานที่ชัดเจนสำหรับการคำนวณและควบคุมคุณภาพหน้างาน
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้เกิดจากการเลือกสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องเริ่มจากการประเมินชนิดสารเคมี เตรียมผิวเหล็กหรือคอนกรีตให้ถูกต้อง ผสม A:B ตามสัดส่วน คุมความหนาฟิล์ม และรอให้แห้งตัวสมบูรณ์ก่อนใช้งานจริง เมื่อทำครบระบบ SikaCor®-950 F จะช่วยยืดอายุพื้นผิวและลดความเสี่ยงงานซ่อมซ้ำในพื้นที่อุตสาหกรรมได้อย่างมีเหตุผล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสินค้าและสเปกอ้างอิงจากหน้า SikaCor®-950 F บน Sika Thailand และควรตรวจสอบเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงในโครงการสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
SikaCor®-950 F เป็นสีอีพ็อกซี่ปราศจากตัวทำละลายไหม?
หน้า Sika Thailand ระบุว่า SikaCor®-950 F เป็นวัสดุเคลือบอีพ็อกซี่ที่มีปริมาณสารทำละลายในระดับต่ำ ดังนั้นควรสื่อสารว่าเป็นสูตรตัวทำละลายต่ำ และใช้งานตามข้อกำหนดความปลอดภัยเสมอ
ข้อดีหลักของ SikaCor®-950 F คืออะไร?
ข้อดีหลักคือใช้ได้กับเหล็กและคอนกรีตงานหนัก ให้ชั้นฟิล์มแข็งแรง ทนการขีดข่วน แรงกระแทก น้ำ ความชื้น และสารเคมีหลายกลุ่มหลังแห้งตัวสมบูรณ์
SikaCor®-950 F เหมาะกับบ่อบำบัดน้ำเสียไหม?
เหมาะกับงานบำบัดน้ำเสียและอ่างเก็บน้ำที่ไม่ใช่น้ำดื่ม โดยเฉพาะน้ำเสียชุมชนและพื้นที่คอนกรีตที่สัมผัสความชื้นต่อเนื่อง แต่ถ้าเป็นน้ำเสียอุตสาหกรรมควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน
SikaCor®-950 F ใช้กับพื้นคอนกรีตได้ไหม?
ใช้ได้กับคอนกรีตและเหล็ก แต่คอนกรีตต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน วัสดุหลุดล่อน และมีความชื้นไม่เกิน 8% ก่อนเคลือบ
อัตราส่วนผสม SikaCor®-950 F เท่าไร?
อัตราส่วนส่วนประกอบ A:B คือ 93:7 โดยน้ำหนัก หรือ 100:14 โดยปริมาตร ควรผสมด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าอย่างน้อย 3 นาที แล้วเทลงถังสะอาดเพื่อปั่นซ้ำสั้น ๆ ก่อนใช้งาน
SikaCor®-950 F ใช้ปริมาณเท่าไรต่อ 1 ตารางเมตร?
ที่ฟิล์มแห้ง 150 ไมครอนและฟิล์มเปียก 200 ไมครอน ใช้ประมาณ 0.380 กก./ตร.ม. หรือประมาณ 2.63 ตร.ม./กก. ปริมาณจริงอาจเพิ่มขึ้นตามความหยาบผิว วิธีเคลือบ และจำนวนชั้น
หลังผสมแล้วใช้งานได้นานเท่าไร?
ระยะเวลาการใช้งานหลังผสมอยู่ที่ประมาณ 1.5 ชั่วโมงที่ +20°C และประมาณ 45 นาทีที่ +30°C อุณหภูมิสูงทำให้เวลาทำงานสั้นลง จึงควรแบ่งผสมเท่าที่ใช้ทัน
SikaCor®-950 F แห้งนานไหม?
ที่ +20°C แห้งสัมผัสได้ประมาณ 4 ชั่วโมง แห้งสามารถใช้งานได้ประมาณ 12 ชั่วโมง และแห้งตัวสมบูรณ์ประมาณ 7 วันในบริเวณที่อากาศถ่ายเทดี หากอุณหภูมิต่ำกว่าจะใช้เวลานานขึ้น
SikaCor®-950 F ไม่เหมาะกับอะไร?
ไม่เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องสัมผัสน้ำดื่ม และไม่ทนต่อน้ำมันเบนซิน-ไฮโดรคาร์บอนและน้ำมันดิน หากมีสารเคมีเฉพาะหรือเข้มข้นควรขอคำแนะนำก่อนใช้งาน
ซื้อ SikaCor®-950 F ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า SikaCor®-950 F ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ช่วยประเมินปริมาณจากพื้นที่จริง
