5 เหตุผลที่พื้นคลังสินค้ายุคใหม่ต้องเคลือบแข็งด้วย LANKO 243 Floor Hardener
WAREHOUSE FLOOR HARDENER

5 เหตุผลที่พื้นคลังสินค้ายุคใหม่ ต้องเคลือบแข็งด้วย LANKO 243 Floor Hardener

พื้นคลังสินค้ายุคใหม่ไม่ได้รับแค่การเดินทั่วไป แต่ต้องรองรับโฟล์คลิฟต์ รถลาก พาเลต จุดกลับรถ และการเคลื่อนย้ายสินค้าซ้ำทุกวัน หากผิวคอนกรีตอ่อน เป็นฝุ่น หรือสึกเร็ว ต้นทุนที่ตามมามักสูงกว่าค่าวัสดุที่ประหยัดไปตั้งแต่แรก LANKO 243 Floor Hardener จึงเป็นวัสดุเสริมผิวคอนกรีตสดที่ควรวางไว้ในสเปกงานพื้น Warehouse ตั้งแต่ขั้นออกแบบ

พื้นคลังสินค้า ทนขัดถูและรอยขีดข่วน ใช้ 3-7 กก./ตร.ม. ไม่มีส่วนผสมโลหะ
60 MPaกำลังรับแรงอัด 28 วัน
1 gTaber abrasion ที่ 28 วัน
25 กก.ขนาดบรรจุต่อถุง
LANKO 243 Floor Hardener ผงโรยพื้นคอนกรีตสำหรับพื้นคลังสินค้า

LANKO® 243 Floor Hardener

ปูนขัดพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีตใหม่ ใช้โรยบนคอนกรีตสดแล้วขัดให้แน่น เหมาะกับพื้นคลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม ลานจอดรถ พื้นห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีตที่ต้องการผิวทนต่อการขัดถู

Quick Answer: ทำไมพื้นคลังสินค้าควรใช้ LANKO 243?

คำตอบสั้น

LANKO 243 Floor Hardener เหมาะกับพื้นคลังสินค้าเพราะเป็นผงโรยพื้นคอนกรีตสดที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้า ทนการขัดถูและรอยขีดข่วน ลดปัญหาฝุ่นคอนกรีต ป้องกันคราบน้ำมันและไขมันฝังผิวได้ดีขึ้น และไม่มีส่วนผสมของโลหะจึงไม่เกิดสนิมบนผิวหน้า ใช้อัตรา 3-7 กก./ตร.ม. ตามความหนักของงาน

คลังสินค้าที่ดีต้องคิดเรื่องพื้นตั้งแต่ก่อนเปิดใช้งาน เพราะหลังจากมีชั้นวางสินค้า เครื่องจักร เส้นทางโฟล์คลิฟต์ และงานจัดส่งเข้ามาแล้ว การปิดพื้นที่เพื่อซ่อมพื้นจะกระทบงานทันที พื้นที่เป็นฝุ่นอาจทำให้สินค้าสกปรก เครื่องจักรดูดฝุ่นเข้าระบบ และทีมทำความสะอาดต้องทำงานมากขึ้น ส่วนผิวที่สึกหรือเป็นหลุมจะเพิ่มแรงกระแทกต่อรถเข็นและโฟล์คลิฟต์ในระยะยาว

ดังนั้นการเคลือบแข็งด้วย Floor Hardener ไม่ใช่แค่ทำให้พื้นดูสวยหรือขัดมันขึ้น แต่เป็นการเพิ่มคุณภาพของผิวหน้าคอนกรีตตั้งแต่ช่วงเทใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รถวิ่งซ้ำ จุดกลับรถ จุดโหลดสินค้า และทางเดินหลักที่ต้องรับแรงเสียดสีทุกวัน

พื้นคลังสินค้ายุคใหม่ไม่ใช่แค่พื้นคอนกรีตเรียบ

คลังสินค้ายุคใหม่ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งระบบรับเข้า จัดเก็บ หยิบสินค้า แพ็ก ส่งออก และบริหารสต็อกแบบเรียลไทม์ พื้นจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพการทำงาน หากพื้นมีฝุ่น สึก เป็นรอยล้อ หรือซ่อมบ่อย ระบบที่อยู่บนพื้นทั้งหมดก็เสียจังหวะตามไปด้วย ตั้งแต่ล้อโฟล์คลิฟต์ ระบบชั้นวางสินค้า ความสะอาดของกล่องสินค้า ไปจนถึงความปลอดภัยของพนักงาน

ปัญหาหลายอย่างเกิดจากการมองพื้นคอนกรีตเป็นเพียงโครงสร้างรับน้ำหนัก แต่ในพื้นที่ Warehouse สิ่งที่เสียหายเร็วที่สุดมักเป็นผิวหน้า เพราะผิวต้องเจอแรงขัดถู แรงบิดตอนเลี้ยว แรงเบรก แรงลากพาเลต และคราบน้ำมันจากเครื่องจักร การใช้คอนกรีตที่มีกำลังรับแรงดีจึงยังไม่พอ หากผิวหน้าไม่ได้ถูกออกแบบให้รับสภาพใช้งานจริง

LANKO 243 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์นี้โดยตรง เพราะเป็นวัสดุโรยพื้นคอนกรีตสด ช่วยให้ผิวหน้าคอนกรีตใหม่แน่นและแข็งแกร่งขึ้นเมื่อขัดอย่างถูกวิธี เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานของผิวมากกว่าพื้นขัดมันธรรมดา เช่น คลังสินค้า พื้นโรงงาน พื้นห้าง ลานจอดรถ และลานคอนกรีต

5 เหตุผลที่พื้นคลังสินค้ายุคใหม่ต้องเคลือบแข็งด้วย LANKO 243

1. ลดฝุ่นจากผิวคอนกรีต

ผิวคอนกรีตที่อ่อนหรือบ่มไม่ดีจะเกิดฝุ่นง่าย เมื่อใช้ LANKO 243 แล้วขัดให้แน่น ผิวหน้าจะทนขึ้นและช่วยลดฝุ่นจากการสึกของพื้นได้ดีขึ้น

2. ทนแรงขัดถูจากล้อรถ

ทางวิ่งโฟล์คลิฟต์ รถลาก และจุดกลับรถเจอแรงเสียดสีซ้ำทุกวัน LANKO 243 มีค่าทดสอบ Taber abrasion 1 กรัมที่ 28 วัน จึงเหมาะกับพื้นที่ใช้งานหนัก

3. รับงานพื้นคลังได้หลายโซน

ใช้ได้กับคลังสินค้า พื้นโรงอุตสาหกรรม ลานจอดรถ พื้นห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีต จึงเหมาะกับโครงการที่มีหลายพื้นที่ใช้งานในระบบเดียว

4. ลดคราบน้ำมันและไขมันฝังผิว

ผิวที่แน่นขึ้นช่วยลดการฝังตัวของคราบน้ำมัน ไขมัน และคราบสกปรกบางประเภท ทำให้ดูแลรักษาง่ายกว่าพื้นคอนกรีตผิวอ่อน

5. ไม่มีส่วนผสมของโลหะ

สูตรไม่มีส่วนผสมโลหะ จึงไม่เกิดสนิมจากตัววัสดุบนผิวหน้า เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการภาพลักษณ์สะอาดและลดปัญหารอยสนิมบนพื้น

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

เมื่อใช้ถูกจังหวะ โรยสม่ำเสมอ ขัดแน่น และบ่มดี พื้นจะพร้อมรับการใช้งานระยะยาวได้มั่นใจกว่าพื้นขัดมันทั่วไป

เหตุผลทั้ง 5 ข้อนี้เชื่อมกันทั้งหมด ถ้าพื้นไม่เป็นฝุ่น สึกช้าลง และทำความสะอาดง่ายขึ้น งานคลังสินค้าจะเดินได้ต่อเนื่องกว่าเดิม การลด downtime จากการซ่อมพื้นมีมูลค่าสูงมากในธุรกิจที่ต้องส่งสินค้าให้ตรงเวลา เพราะการปิดทางวิ่งหรือย้ายโซนเก็บของแม้เพียงบางส่วนก็อาจกระทบงานทั้งระบบ

อีกประเด็นที่ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการมักให้ความสำคัญคือการตรวจรับงาน พื้น Warehouse ที่ดีควรมีผิวแน่น สม่ำเสมอ ไม่มีจุดผงกอง ไม่เกิดฝุ่นง่าย และมีแนวร่องกันแตกที่วางแผนถูกต้อง การใช้ LANKO 243 จึงต้องมาคู่กับทีมขัดมันที่เข้าใจจังหวะคอนกรีต ไม่ใช่แค่ซื้อวัสดุแล้วโรยโดยไม่มีการควบคุมงาน

สเปกสำคัญของ LANKO 243 ที่ควรรู้ก่อนทำ BOQ

ข้อมูลต่อไปนี้อ้างอิงจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 243 Floor Hardener ของ Sika Thailand เพื่อใช้ประกอบการเลือกวัสดุ คำนวณปริมาณ และสื่อสารกับทีมหน้างานให้เข้าใจตรงกัน

รายการข้อมูลของ LANKO 243ความหมายต่อพื้นคลังสินค้า
ประเภทสินค้าผงปูนผสมเสร็จสำหรับโรยบนคอนกรีตสดใช้กับพื้นคอนกรีตใหม่ ไม่ใช่วัสดุทาทับพื้นเก่าโดยตรง
การใช้งานหลักที่จอดรถ คลังสินค้า พื้นโรงอุตสาหกรรม พื้นห้างสรรพสินค้า ลานคอนกรีตครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องรับการสัญจรและแรงขัดถูต่อเนื่อง
กำลังรับแรงอัด60 MPa ที่ 28 วัน ตาม ASTM C109ช่วยยกระดับความแข็งแรงของผิวหน้าในงานพื้นใช้งานหนัก
ความต้านทานขัดถู1 กรัม ที่ 28 วัน ตาม Taber abrasion H22 disk-500g-200 rpmเหมาะกับทางวิ่งรถเข็น โฟล์คลิฟต์ และจุดที่มีการเสียดสีซ้ำ
อัตราการใช้3-7 กก./ตร.ม. โรยรวม 2 รอบเลือกอัตราตามความหนักของแต่ละโซน เช่น งานเบา งานกลาง งานหนัก
ขนาดบรรจุ25 กก./ถุงคำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่และอัตราการใช้ได้ง่าย
สีเทา เทาอ่อน เขียวอ่อน เขียวเข้มเลือกให้เข้ากับภาพรวมคลังหรือใช้แบ่งโซนพื้นที่ได้
อุณหภูมิใช้งาน+5°C ถึง +35°Cควรวางแผนทำงานตามสภาพอากาศและจังหวะการเซตตัวของคอนกรีต
การเก็บรักษาเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแดดโดยตรง อายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนเมื่อเก็บถูกวิธีช่วยลดความเสี่ยงวัสดุจับตัวเป็นก้อนหรือคุณภาพลดก่อนใช้งาน

จุดจำง่าย: LANKO 243 เป็นวัสดุเสริมผิว ไม่ใช่ตัวแทนการออกแบบโครงสร้างพื้นทั้งหมด พื้นยังต้องมีกำลังคอนกรีต ความหนา เหล็กเสริม ฐานรองรับ และรอยต่อที่เหมาะกับน้ำหนักใช้งานจริง

อัตราการใช้ LANKO 243 สำหรับพื้นคลังสินค้าควรเลือกเท่าไร?

อัตราการใช้ตามเอกสารอยู่ที่ 3-7 กก./ตร.ม. โดยโรย 2 รอบ แต่ในงานคลังสินค้าไม่ควรเลือกจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว เพราะพื้นที่แต่ละโซนรับแรงไม่เท่ากัน ทางเดินคนกับทางวิ่งโฟล์คลิฟต์หลักมีพฤติกรรมการใช้งานต่างกันมาก การแบ่งโซนจะช่วยให้คุมต้นทุนและเพิ่มความทนเฉพาะจุดที่เสียหายง่ายได้ดีกว่า

โซนพื้นคลังสินค้าลักษณะการใช้งานแนวทางเลือกอัตราหมายเหตุ
พื้นที่เดินหรือใช้งานเบาคนเดิน รถเข็นเบา หรือพื้นที่สำรอง3-5 กก./ตร.ม.เหมาะกับโซนที่แรงขัดถูไม่สูงมาก
ทางเดินหลักในคลังรถเข็นและพาเลตผ่านประจำ5 กก./ตร.ม. โดยประมาณควรดูความถี่การใช้งานจริงร่วมด้วย
ทางวิ่งโฟล์คลิฟต์ล้อรถวิ่งซ้ำและรับแรงกดเฉพาะจุด5-7 กก./ตร.ม.ควรเน้นการโรยสม่ำเสมอและขัดแน่น
จุดกลับรถ / จุดเลี้ยวแรงเฉือนและแรงบิดจากล้อสูงด้านบนของช่วง 5-7 กก./ตร.ม.เป็นโซนที่พื้นเสียเร็ว มักต้องระวังเป็นพิเศษ
ลานโหลดสินค้าแรงกระแทก น้ำหนักซ้ำ และการลากพาเลต5-7 กก./ตร.ม.ต้องดูรอยต่อ ระบายน้ำ และการบ่มร่วมกัน

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย: หากพื้นคลังสินค้า 1,000 ตร.ม. ใช้อัตรา 5 กก./ตร.ม. จะต้องใช้วัสดุประมาณ 5,000 กก. หรือ 200 ถุงขนาด 25 กก. แต่ถ้ามีโซนโฟล์คลิฟต์หนัก 300 ตร.ม. ที่ต้องใช้อัตรา 7 กก./ตร.ม. และพื้นที่ที่เหลือใช้ 5 กก./ตร.ม. จำนวนถุงจะเปลี่ยนไปทันที ดังนั้นก่อนสั่งซื้อควรแยกโซนและเผื่อสูญเสียตามลักษณะงานจริง

วิธีใช้ LANKO 243 ให้พื้นคลังสินค้าแข็งแรงและผิวสม่ำเสมอ

งาน Floor Hardener สำเร็จหรือไม่ขึ้นกับจังหวะเวลาเป็นอย่างมาก เพราะต้องทำบนคอนกรีตสดที่เริ่มเซตตัวพอเหมาะ หากโรยเร็วเกินไปผิวอาจจมและควบคุมระดับยาก หากโรยช้าเกินไปวัสดุจะดูดซับน้ำไม่พอและยึดกับผิวหน้าได้ไม่ดี ทีมงานจึงต้องเตรียมคน เครื่องขัด ปริมาณวัสดุ และแผนแบ่งพื้นที่ให้พร้อมก่อนเริ่มเทคอนกรีต

  1. วางแผนพื้นที่และปริมาณวัสดุ: แบ่งโซนตามระดับการใช้งาน เช่น ทางวิ่ง รถยก จุดโหลด และพื้นที่ใช้งานเบา แล้วคำนวณจากอัตรา 3-7 กก./ตร.ม.
  2. เทคอนกรีตและปรับระดับ: คอนกรีตต้องได้ระดับและมีคุณภาพตามแบบ พื้นที่คลังควรตรวจ slope จุดระบายน้ำ และแนวรอยต่อก่อนโรยวัสดุ
  3. โรยรอบแรก: เมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัว ให้โรย LANKO 243 ลงบนผิวที่ยังเปียกอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจใช้ประมาณ 50-60% ของปริมาณรวม หรือแบ่งตามแผนงาน
  4. รอให้วัสดุดูดซับน้ำ: ทิ้งไว้สักครู่จนผงวัสดุดูดซับน้ำจากคอนกรีต แล้วเริ่มขัดด้วยเครื่องขัดมัน บริเวณที่เครื่องเข้าไม่ถึงให้ใช้เกรียงขัดมัน
  5. โรยรอบที่สอง: โรยวัสดุส่วนที่เหลือให้ทั่วพื้นที่เดิม ทำงานเช่นเดียวกับรอบแรก เพื่อให้ผิวหน้าได้รับวัสดุครบตามอัตราที่กำหนด
  6. ขัดเก็บรายละเอียด: ทิ้งไว้จนคอนกรีตเริ่มแข็งตัวมากขึ้น แล้วขัดและเก็บขอบมุม รอยเครื่อง และจุดต่อให้ผิวแน่น เรียบ และสม่ำเสมอทั่วกัน
  7. ตัดร่องกันแตก: พื้นที่กว้างควรตัดร่องกันแตก โดยพยายามให้พื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีความยาวมากที่สุดไม่เกิน 8 เมตร หรือตัดตามแนวเสาและแนวรอยต่อโครงสร้าง
  8. บ่มพื้นทันทีเมื่อเหมาะสม: เมื่อคอนกรีตแห้งจนเดินแล้วไม่มีรอยเท้า ควรบ่มทันที แนะนำใช้น้ำยาบ่มที่เหมาะสม เช่น LANKO 361 CURE เพื่อช่วยให้พื้นพัฒนาคุณภาพได้ดี

เคล็ดลับหน้างาน: พื้นคลังสินค้าขนาดใหญ่ควรมีทีมโรย ทีมขัด และทีมเก็บขอบแยกกันชัดเจน เพราะถ้าทำงานไม่ทันจังหวะคอนกรีตเซตตัว ผิวจะด่าง เป็นคลื่น หรือได้อัตราวัสดุไม่สม่ำเสมอ

ข้อควรระวังก่อนเลือก LANKO 243 ในงานพื้น Warehouse

ห้ามเข้าใจผิดว่าใช้ทาทับพื้นเก่าได้: LANKO 243 เป็นผงโรยสำหรับคอนกรีตสด ไม่ใช่สีเคลือบพื้น ไม่ใช่ปูนฉาบบาง และไม่ใช่วัสดุซ่อมพื้นเก่าที่แห้งแข็งแล้ว หากพื้นเดิมเสียหาย ต้องเลือกวิธีซ่อมหรือทำ topping ใหม่ก่อน

  • ควรทำงานในช่วงอุณหภูมิแวดล้อม +5°C ถึง +35°C ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ต้องเก็บวัสดุในที่แห้ง ไม่โดนแดดโดยตรง และใช้ถุงที่ยังปิดสนิท ไม่ชื้น ไม่จับตัวเป็นก้อน
  • พื้นที่มีน้ำมัน สารเคมี หรือการล้างพื้นรุนแรง ควรพิจารณาระบบเคลือบผิวหรือ sealer เพิ่มตามประเภทสารที่ใช้งาน
  • พื้นคลังสินค้าที่รับรถโฟล์คลิฟต์หนักต้องออกแบบแผ่นพื้น ฐานรองรับ รอยต่อ และความหนาคอนกรีตร่วมกัน ไม่ควรหวังให้ Floor Hardener แก้ปัญหาโครงสร้าง
  • ควรสวมถุงมือ แว่นตานิรภัย และหน้ากากกันฝุ่นระหว่างใช้งาน เพราะเป็นวัสดุผงซีเมนต์ที่อาจระคายเคืองผิวและระบบทางเดินหายใจ

หากเป็นโครงการที่มีพื้นที่หลายพันตารางเมตร ควรทำ mock-up หรือพื้นที่ตัวอย่างก่อนเริ่มงานจริง เพื่อเช็กสีผิว ความสม่ำเสมอ จังหวะการโรย การขัด และขั้นตอนบ่มให้ตรงกับสภาพคอนกรีตและสภาพอากาศของหน้างานนั้น ๆ

สรุป: LANKO 243 คือการลงทุนกับผิวพื้นคลังสินค้าตั้งแต่วันแรก

พื้นคลังสินค้ายุคใหม่ต้องทำงานหนักและทำงานต่อเนื่อง การเลือกใช้ LANKO 243 Floor Hardener จึงไม่ใช่แค่เพิ่มรายการวัสดุใน BOQ แต่เป็นการลดความเสี่ยงเรื่องฝุ่น ผิวสึก คราบฝังผิว และการซ่อมพื้นหลังเปิดใช้งาน โดยเฉพาะโซนที่รถโฟล์คลิฟต์วิ่งซ้ำ จุดกลับรถ และลานโหลดสินค้า

หัวใจสำคัญคือใช้ให้ถูกระบบ: โรยบนคอนกรีตสดในจังหวะที่เหมาะสม แบ่งโรย 2 รอบให้อัตรารวม 3-7 กก./ตร.ม. ขัดให้แน่น ตัดร่องกันแตกตามแบบ และบ่มพื้นทันทีเมื่อเหมาะสม หากควบคุมครบตั้งแต่ต้น พื้นจะพร้อมรับงานคลังสินค้าได้มั่นใจกว่าพื้นขัดมันทั่วไปอย่างชัดเจน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและวิธีใช้หลักอ้างอิงจากหน้า LANKO® 243 Floor Hardener บน Sika Thailand และควรตรวจสอบเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 243 Floor Hardener คืออะไร?

LANKO 243 คือผงปูนผสมเสร็จสำหรับโรยบนคอนกรีตสดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีต ช่วยให้พื้นทนการขัดถูและรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น เหมาะกับพื้นคลังสินค้า โรงงาน ลานจอดรถ และลานคอนกรีต

พื้นคลังสินค้าควรใช้ LANKO 243 กี่กิโลกรัมต่อตารางเมตร?

อัตราการใช้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 3-7 กก./ตร.ม. โดยโรย 2 รอบ สำหรับคลังสินค้าทั่วไปมักพิจารณาตามความหนักของโซน เช่น พื้นใช้งานเบา 3-5 กก./ตร.ม. และทางวิ่งโฟล์คลิฟต์หรือจุดโหลดสินค้า 5-7 กก./ตร.ม.

LANKO 243 ใช้กับพื้นคอนกรีตเก่าได้ไหม?

ไม่ควรโรยทับพื้นคอนกรีตเก่าที่แห้งแข็งแล้วโดยตรง เพราะ LANKO 243 เป็นวัสดุสำหรับโรยบนคอนกรีตสด หากเป็นพื้นเก่าควรประเมินการซ่อม การทำ topping ใหม่ หรือระบบเคลือบพื้นที่เหมาะสมก่อน

LANKO 243 ช่วยลดฝุ่นพื้นคลังสินค้าได้จริงไหม?

ช่วยลดปัญหาฝุ่นจากผิวคอนกรีตได้เมื่อใช้งานถูกวิธี เพราะวัสดุช่วยให้ผิวหน้าคอนกรีตแน่นและทนต่อการสึกมากขึ้น แต่ต้องโรยในจังหวะที่คอนกรีตยังสด ขัดให้แน่น และบ่มพื้นอย่างเหมาะสม

LANKO 243 มีสีอะไรบ้าง?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุสีเทา สีเทาอ่อน สีเขียวอ่อน และสีเขียวเข้ม การเลือกสีควรดูจากภาพรวมของโครงการ แสงในคลังสินค้า และความต้องการแยกโซนพื้นที่ใช้งาน

LANKO 243 ทนน้ำมันและไขมันได้แค่ไหน?

คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ระบุว่าช่วยป้องกันน้ำมันและไขมันฝังที่ผิวหน้าคอนกรีตได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่มีสารเคมี น้ำมัน หรือการล้างพื้นรุนแรง ควรพิจารณาระบบ sealer หรือ coating เพิ่มตามประเภทการใช้งานจริง

ต้องตัดร่องกันแตกหลังทำพื้น LANKO 243 หรือไม่?

พื้นที่กว้างควรตัดร่องกันแตกเพื่อหลีกเลี่ยงรอยแตกร้าวกระจาย โดยควรวางแนวร่องเป็นรูปสี่เหลี่ยม ความยาวมากที่สุดไม่เกิน 8 เมตร หรือตัดให้ตรงกับแนวเสาและแนวรอยต่อโครงสร้างตามคำแนะนำผลิตภัณฑ์

ซื้อ LANKO 243 Floor Hardener ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 243 Floor Hardener 25 กก. ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่จริง

Similar Posts