ข้อควรระวัง Floor Hardener บนพื้นคอนกรีตสดให้งานออกมาเป๊ะ
LANKO 243 FLOOR HARDENER PRECAUTIONS

ข้อควรระวังในการทำพื้น Floor Hardener บนพื้นคอนกรีตสดให้งานออกมาเป๊ะ

พื้น Floor Hardener ที่ดีไม่ได้วัดกันแค่ว่าขัดแล้วเงาหรือสีสวยในวันส่งงาน แต่ต้องดูว่าผิวแน่นไหม โรยถูกจังหวะหรือเปล่า ขัดทันช่วงคอนกรีตเซตตัวไหม บ่มถูกต้องไหม และตัดร่องกันแตกได้สัมพันธ์กับโครงสร้างหรือไม่ บทความนี้สรุปข้อควรระวังสำคัญสำหรับการใช้ LANKO 243 FLOOR HARDENER บนพื้นคอนกรีตสด เพื่อให้งานออกมาเรียบ แน่น สม่ำเสมอ และลดปัญหาลอก ฝุ่น สีด่าง หรือแตกร้าวภายหลัง

โรยบนคอนกรีตสดเท่านั้น อัตราใช้ 3-7 กก./ตร.ม. โรย 2 รอบ กำลังอัด 60 MPa ที่ 28 วัน
25 กก.ขนาดบรรจุต่อถุง
+5 ถึง +35°Cช่วงอุณหภูมิแวดล้อมสำหรับใช้งาน
8 ม.ระยะยาวสุดที่ควรคุมร่องกันแตกโดยประมาณ
LANKO 243 Floor Hardener ฟลอร์ฮาร์ดเดนเนอร์สำหรับพื้นคอนกรีตสด

LANKO 243 FLOOR HARDENER

ฟลอร์ฮาร์ดเดนเนอร์ชนิด dry shake สำหรับโรยบนคอนกรีตสด เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีต ทนต่อการขัดถูและรอยขีดข่วน เหมาะกับที่จอดรถ คลังสินค้า พื้นโรงงาน ห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีตที่ต้องการผิวใช้งานจริง

Quick Answer: ทำพื้น Floor Hardener ให้เป๊ะ ต้องระวังอะไรที่สุด?

คำตอบสั้น

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ ต้องโรย LANKO 243 บนคอนกรีตสดในจังหวะที่เหมาะสม ผิวต้องเริ่มเซตตัวพอให้รับงานขัดได้ แต่ยังมีความชื้นให้ผงวัสดุดูดซับและประสานกับคอนกรีต ห้ามโรยบนพื้นแห้ง ห้ามโรยทับน้ำขัง ห้ามใช้วัสดุน้อยเกินไป และต้องแบ่งโรย 2 รอบให้อัตรารวมอยู่ที่ประมาณ 3-7 กก./ตร.ม. หรือตามข้อกำหนดงาน

งาน Floor Hardener เป็นงานที่ผูกกับเวลาอย่างมาก เพราะคอนกรีตสดไม่ได้รอทีมงาน หากคอนกรีตยังเหลวเกินไป ผงโรยอาจจมลงในผิวและทำให้สีหรือความหนาแน่นไม่สม่ำเสมอ แต่ถ้าปล่อยจนผิวแห้งเกินไป วัสดุจะดูดน้ำจากคอนกรีตไม่พอและเสี่ยงหลุดร่อนในอนาคต ปัญหาที่ตามมามักเป็นผิวฝุ่น สีเป็นปื้น รอยขัดไม่เรียบ หรือผิวหน้าลอกเป็นชั้นเมื่อเจอรถเข็นและการขัดถูจริง

สำหรับ LANKO 243 ข้อมูลจาก Sika ระบุว่าเป็นวัสดุเพิ่มความแข็งแกร่งผิวคอนกรีต มีคุณสมบัติทนการขัดถู ป้องกันน้ำมันและไขมันฝังผิวคอนกรีต และไม่มีส่วนผสมของโลหะ จึงไม่เกิดสนิมจากตัววัสดุเอง แต่คุณสมบัติเหล่านี้จะทำงานได้เต็มที่เมื่อหน้างานควบคุมคอนกรีต การโรย การขัด การบ่ม และร่องกันแตกได้ถูกต้องทั้งระบบ

ทำไมงาน Floor Hardener ถึงต้องระวังมากกว่างานขัดมันทั่วไป?

พื้นขัดมันทั่วไปอาศัยผิวคอนกรีตเดิมเป็นหลัก แต่พื้น Floor Hardener มีวัสดุ dry shake เข้ามาเพิ่มความแข็งแกร่งบนผิวหน้า การได้พื้นดีจึงไม่ได้ขึ้นกับคอนกรีตอย่างเดียว และไม่ได้ขึ้นกับช่างขัดอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการทำให้วัสดุโรยแห้งกลายเป็นชั้นผิวเดียวกับคอนกรีตสดให้ได้แน่นพอ หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งผิด พื้นที่ดูสวยตอนแรกอาจเริ่มเกิดฝุ่นหรือรอยสึกหลังเปิดใช้งานไม่นาน

LANKO 243 ถูกออกแบบสำหรับพื้นที่ใช้งานจริง เช่น ที่จอดรถ คลังสินค้า พื้นในโรงอุตสาหกรรม พื้นห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีต จุดเด่นคือเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้า ทนการขัดถูและรอยขีดข่วน รวมถึงช่วยลดการฝังตัวของน้ำมันและไขมันที่ผิวคอนกรีต แต่การใช้งานในพื้นที่เหล่านี้มักมีรถเข็น รถยก การลากพาเลต การเดินซ้ำ และการทำความสะอาดต่อเนื่อง ถ้าชั้นผิวทำมาไม่แน่นพอ จุดอ่อนจะถูกใช้งานจริงเปิดเผยเร็วมาก

โรยผิดจังหวะ

เป็นสาเหตุหลักของผิวไม่จับตัว ลอกเป็นแผ่น สีด่าง หรือผิวฝุ่นหลังใช้งาน

คุมปริมาณไม่ดี

บางจุดได้วัสดุน้อยเกินไป ทำให้ความแข็งและสีไม่เท่ากับบริเวณอื่น

ไม่บ่มและไม่ตัดร่อง

พื้นอาจแตกร้าว คายน้ำเร็ว และเกิดรอยแตกสุ่มในพื้นที่กว้าง

ดังนั้นคำว่า “ออกมาเป๊ะ” ในงานนี้ไม่ได้หมายถึงเงาอย่างเดียว แต่หมายถึงพื้นต้องมีระบบควบคุมตั้งแต่การเทคอนกรีต การตรวจน้ำบนผิว การแบ่งทีมโรย การขัดขอบมุม การป้องกันแดดลม การบ่ม และการจัดร่องกันแตกให้สัมพันธ์กับแนวโครงสร้างเดิม

ข้อควรระวังเรื่องจังหวะคอนกรีตสด: เร็วไปก็เสีย ช้าไปก็หลุด

Floor Hardener แบบ dry shake ต้องใช้กับคอนกรีตสดที่ยังไม่แห้ง เพราะวัสดุต้องดูดซับน้ำจากคอนกรีตแล้วถูกขัดให้รวมตัวกับผิวหน้า หากพื้นแห้งไปแล้ว การโรยทับจะไม่ทำให้วัสดุประสานเป็นเนื้อเดียวกับคอนกรีต การแก้ด้วยการพรมน้ำบนพื้นแห้งแล้วโรยใหม่ไม่ใช่วิธีที่ควรทำ เพราะชั้นผิวอาจอ่อนและหลุดร่อนเมื่อรับแรงขัดถู

ในทางกลับกัน หากรีบโรยในช่วงที่คอนกรีตยังมีน้ำขังหรือยังรับน้ำหนักเครื่องขัดไม่ได้ วัสดุอาจจม บางจุดเปียกมาก บางจุดแห้งเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ และขัดให้แน่นได้ยาก การตรวจผิวก่อนโรยจึงสำคัญกว่าการดูเวลาเป็นนาทีแบบตายตัว เพราะคอนกรีตแต่ละไซต์เซตตัวไม่เท่ากัน ขึ้นกับอุณหภูมิ ลม แดด ความชื้น slump mix design ความหนา และพื้นฐานการเท

สภาพคอนกรีตสิ่งที่อาจเกิดขึ้นแนวทางควบคุม
ยังเหลวหรือมีน้ำขังวัสดุจม ผิวอ่อน สีด่าง ขัดแล้วเป็นคลื่นรอให้ bleed water หายและผิวเริ่มรับงานได้ก่อนโรย
เริ่มเซตตัวเหมาะสมผงดูดน้ำได้ดี ขัดแน่น และกระจายผิวได้สม่ำเสมอแบ่งทีมโรยและทีมขัดให้ทันช่วงเวลานี้
แห้งหรือแข็งเกินไปวัสดุไม่ประสาน เสี่ยงลอก ฝุ่น และผิวไม่แน่นห้ามฝืนโรย ควรประเมินระบบซ่อมหรือเคลือบผิวอื่นแทน

ข้อควรจำ: อย่าใช้เวลาเป็นตัวตัดสินอย่างเดียว หน้างานกลางแจ้ง ลมแรง หรืออากาศร้อนในไทยอาจทำให้คอนกรีตเสียความชื้นเร็วกว่าแผน ควรมีหัวหน้างานตรวจผิวจริงและสั่งจังหวะโรยเป็นโซน

จุดพลาดตอนโรยและขัดที่ทำให้งานไม่เป๊ะ

เอกสารการใช้งานของ LANKO 243 ระบุให้แบ่งการโรยเป็น 2 รอบ โดยอาจแบ่งวัสดุเท่า ๆ กัน หรือใช้สัดส่วน 60:40 และให้อัตรารวมทั้ง 2 รอบอยู่ที่ 3-7 กก./ตร.ม. หรือตามข้อกำหนดของงาน หลักนี้ช่วยให้ผิวได้รับวัสดุสม่ำเสมอกว่าโรยครั้งเดียวหนา ๆ เพราะรอบแรกช่วยสร้างชั้นรับพื้นฐาน ส่วนรอบสองช่วยเติมความแน่นและความสม่ำเสมอของผิว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเปิดถุงแล้วโรยตามความรู้สึก ไม่มีการแบ่งวัสดุตามพื้นที่จริง ทำให้บางช่วงใช้เกินและบางช่วงใช้ขาด หรือโรยรอบแรกไม่ทั่วแล้วหวังให้รอบสองแก้ทั้งหมด ผลลัพธ์คือสีเป็นปื้น ความแข็งของผิวไม่เท่ากัน และจุดที่ได้วัสดุน้อยจะสึกเร็วกว่าจุดอื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะทางวิ่งรถเข็นหรือโซนรับสินค้า

แบ่งวัสดุตามโซน

คำนวณถุงตามพื้นที่ย่อย เช่น 50 หรือ 100 ตร.ม. เพื่อให้คุมอัตราโรยได้แม่นขึ้น

อย่าโรยเป็นกอง

กองวัสดุหนาเกินไปจะดูดน้ำไม่เท่ากันและทิ้งรอยสีหรือรอยขัดได้ง่าย

เก็บขอบมุมให้แน่น

จุดที่เครื่องเข้าไม่ถึงต้องใช้เกรียงขัดมัน ไม่เช่นนั้นขอบเสาและแนวผนังมักเป็นจุดอ่อน

ทำไมการขัดต้องตามจังหวะ ไม่ใช่ขัดแรงอย่างเดียว?

เครื่องขัดมันช่วยอัดผิวและทำให้วัสดุรวมกับคอนกรีต แต่ถ้าขัดเร็วเกินไป ผิวอาจถูกรบกวนจนเป็นคลื่นหรือเกิดน้ำขึ้นหน้า ถ้าขัดช้าเกินไป ใบขัดอาจดึงผิวเป็นรอยและปิดผิวไม่แน่น ช่างจึงต้องค่อย ๆ ไล่จังหวะจากการขัดรอบแรก หลังผงดูดน้ำแล้ว ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดเมื่อคอนกรีตแข็งตัวมากขึ้น

อย่าฝืนหน้างาน: ถ้าทีมงานน้อย เครื่องขัดไม่พอ หรือพื้นที่เทกว้างเกินกว่าจะทำทัน ควรแบ่งพื้นที่เทใหม่ให้เล็กลง การทำงานไม่ทันช่วงคอนกรีตสดเป็นต้นทุนแฝงที่แพงกว่าการเพิ่มรอยต่อหรือเพิ่มรอบทำงานอย่างมีแผน

สเปกและอัตราการใช้ LANKO 243 ที่ต้องรู้ก่อนเริ่มงาน

การทำ Floor Hardener ให้ได้คุณภาพต้องเริ่มจากการรู้สเปกพื้นฐานของวัสดุ เพื่อคุยกับเจ้าของงาน วิศวกร และทีมหน้างานด้วยตัวเลขเดียวกัน LANKO 243 มีขนาดบรรจุ 25 กก./ถุง อายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนเมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทและไม่เสียหาย เก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง มีค่าความหนาแน่น bulk ประมาณ 1.4-1.6 กก./ลิตร ขนาดอนุภาคสูงสุด 2.5 มม. และค่ากำลังรับแรงอัด 60 MPa ที่ 28 วันตาม ASTM C109

หัวข้อข้อมูลผลิตภัณฑ์ข้อควรระวังหน้างาน
บรรจุภัณฑ์25 กก./ถุงคำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่และอัตราโรย ไม่ควรประเมินด้วยสายตา
อัตราการใช้3-7 กก./ตร.ม.งานหนักควรใช้อัตราสูงขึ้นตามข้อกำหนด ไม่ลดปริมาณเพื่อประหยัดจนผิวอ่อน
วิธีโรยแบ่งโรย 2 รอบ เช่น 50:50 หรือ 60:40แบ่งวัสดุตามโซนก่อนเริ่มงานเพื่อป้องกันโรยไม่เท่ากัน
กำลังรับแรงอัด60 MPa ที่ 28 วันเป็นค่าของวัสดุภายใต้เงื่อนไขทดสอบ คุณภาพพื้นจริงยังขึ้นกับคอนกรีตและการทำงาน
อุณหภูมิแวดล้อม+5°C ถึง +35°Cแดดจัด ลมแรง และอากาศร้อนทำให้เวลาทำงานสั้นลง ควรเพิ่มทีมให้ทัน
การเก็บรักษาเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแดดถุงชื้นหรือจับตัวเป็นก้อนไม่ควรใช้กับงานพื้นสำคัญ

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย หากพื้นโรงงาน 500 ตร.ม. เลือกอัตราใช้ 5 กก./ตร.ม. จะใช้วัสดุประมาณ 2,500 กก. หรือ 100 ถุง ขนาด 25 กก. หากเป็นพื้นที่รถยกวิ่งหนัก อาจต้องพิจารณาอัตราใกล้ 7 กก./ตร.ม. ร่วมกับคุณภาพคอนกรีต ความหนาพื้น joint layout และการบ่ม ส่วนพื้นที่ใช้งานเบากว่าอาจใช้อัตราต่ำกว่าได้ แต่ควรยึดข้อกำหนดโครงการและคำแนะนำทางเทคนิคเป็นหลัก

การบ่มและร่องกันแตก: จุดเล็กที่ทำให้พื้นใช้งานได้นานขึ้น

หลังขัดและเก็บรายละเอียดจนผิวแน่นแล้ว งานยังไม่จบ เพราะคอนกรีตต้องการการบ่มเพื่อควบคุมการคายน้ำและช่วยให้การพัฒนากำลังเป็นไปอย่างเหมาะสม เอกสาร LANKO 243 แนะนำให้บ่มทันทีเมื่อคอนกรีตแห้งและเดินแล้วไม่เป็นรอยเท้า โดยอาจใช้น้ำยาบ่มเช่น LANKO 361 CURE ตามระบบที่เหมาะสม การละเลยการบ่มทำให้ผิวแห้งเร็วเกิน เกิดรอยร้าวเล็ก ผิวฝุ่น หรือสีไม่สม่ำเสมอได้ง่าย

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือร่องกันแตก พื้นที่กว้างควรตัดร่องกันแตกเพื่อลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวกระจายทั่วไป โดยควรพยายามให้พื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม ขนาดยาวมากที่สุดประมาณ 8 เมตร หรือตัดร่องให้ตรงกับแนวเสา แนวรอยต่อโครงสร้าง หรือร่องกันแตกของพื้นเดิม การตัดร่องผิดตำแหน่งหรือช้าเกินไปอาจทำให้คอนกรีตแตกเองในตำแหน่งที่ควบคุมไม่ได้

งานหลังขัดทำเพื่ออะไรถ้าพลาดจะเกิดอะไร
บ่มพื้นลดการคายน้ำเร็วและช่วยให้ผิวพัฒนาคุณภาพผิวร้าว ฝุ่น สีด่าง หรือกำลังผิวต่ำกว่าที่ควร
ตัดร่องกันแตกควบคุมตำแหน่งรอยแตกจากการหดตัวรอยแตกสุ่มกลางแผ่นพื้น แก้ยากและเสียภาพลักษณ์
ป้องกันน้ำและฝุ่นช่วงแรกรักษาผิวที่เพิ่งขัดและบ่มให้ไม่ถูกรบกวนผิวเป็นคราบ รอยเท้า หรือรอยล้อก่อนพื้นพร้อมใช้งาน

คำแนะนำจากประสบการณ์หน้างาน: ควรทำแผน curing และ joint layout ตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต ไม่ใช่ค่อยตัดสินใจหลังขัดเสร็จ เพราะช่วงเวลาหลังขัดมักเร่งรีบและมีความเสี่ยงตกหล่นสูง

เช็กลิสต์ก่อนทำพื้น Floor Hardener ให้หน้างานคุมได้จริง

ก่อนเริ่มงาน ควรประชุมทีมให้เห็นภาพเดียวกันว่าใครรับผิดชอบการเทคอนกรีต ใครเช็กจังหวะผิว ใครโรยรอบแรก ใครขัด ใครเก็บขอบ ใครคุมบ่ม และใครกำหนดแนวตัดร่องกันแตก งานที่เป๊ะมักไม่ได้มาจากช่างเก่งคนเดียว แต่มาจาก workflow ที่ไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาสำคัญหลุดมือ

คอนกรีตพร้อม

mix design เหมาะสม เทได้ระดับ ไม่มีการเติมน้ำหน้าไซต์จนผิวอ่อน และคุม bleed water ได้

วัสดุพร้อม

LANKO 243 เพียงพอตามอัตรา 3-7 กก./ตร.ม. แบ่งถุงตามโซนก่อนเริ่มงาน

ทีมพร้อม

มีคนโรย คนขัด คนเก็บขอบ และคนคุมบ่มเพียงพอกับพื้นที่ ไม่ให้เครื่องมือรอคนหรือคนรอเครื่อง

เครื่องมือพร้อม

เครื่องขัดมัน ใบขัด เกรียงมือ อุปกรณ์เกลี่ย วัสดุบ่ม และเครื่องตัดร่องอยู่หน้างานครบ

อากาศพร้อม

ประเมินแดด ลม ฝน และอุณหภูมิ หากร้อนจัดต้องลดขนาดพื้นที่เทหรือเพิ่มทีม

แผนส่งมอบพร้อม

กำหนดพื้นที่ห้ามเหยียบ ห้ามรถเข้า วิธีป้องกันคราบ และช่วงเวลาที่ให้ทีมอื่นเข้าทำงานต่อ

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

เนื่องจาก LANKO 243 เป็นวัสดุปูนซีเมนต์ผสมเสร็จ ควรให้ทีมงานใส่ถุงมือ แว่นตานิรภัย หน้ากากกันฝุ่น และรองเท้าที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นหรือให้วัสดุสัมผัสผิวหนังและดวงตาเป็นเวลานาน หากทำงานในพื้นที่ปิดควรจัดการระบายอากาศและทำความสะอาดพื้นที่อย่างเป็นระบบ

สรุปจุดห้ามพลาด: ห้ามโรยบนพื้นแห้ง ห้ามโรยทับน้ำขัง ห้ามใช้ถุงชื้นเป็นก้อน ห้ามลดอัตราวัสดุต่ำกว่างานจริงต้องการ ห้ามข้ามการบ่ม และห้ามปล่อยให้ร่องกันแตกเกิดขึ้นเองโดยไม่มีแผนควบคุม

สรุป: พื้น Floor Hardener ที่เป๊ะต้องเริ่มจากระบบ ไม่ใช่แค่ขัดให้เงา

การทำพื้น Floor Hardener บนคอนกรีตสดด้วย LANKO 243 ให้ได้งานคุณภาพ ต้องควบคุมทั้งเวลา วัสดุ ทีมงาน เครื่องมือ และสภาพแวดล้อม จุดเริ่มต้นคือคอนกรีตต้องยังสดและอยู่ในจังหวะเหมาะสมสำหรับการโรย dry shake จากนั้นต้องโรย 2 รอบให้อัตรารวมประมาณ 3-7 กก./ตร.ม. ขัดให้ผิวแน่น เก็บขอบมุม บ่มหลังจบงาน และตัดร่องกันแตกให้ถูกแนว

หากหน้างานต้องรับรถยก รถเข็น หรืองานอุตสาหกรรมหนัก ไม่ควรดูแค่ราคาต่อถุง แต่ควรดูต้นทุนความเสียหายหากพื้นลอก ฝุ่น หรือแตกร้าวหลังเปิดใช้งาน การวางแผนให้ครบตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีตจะช่วยให้พื้นดูดีและใช้งานได้ยาวกว่า รวมถึงช่วยลดงานแก้ไขที่มักแพงและรบกวนการใช้งานจริงมากกว่าที่คิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและวิธีใช้งานอ้างอิงจากหน้า LANKO 243 FLOOR HARDENER บน Sika Thailand และข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ระบุบนหน้าเดียวกัน เช่น อัตราการใช้ 3-7 กก./ตร.ม., การโรย 2 รอบ, กำลังรับแรงอัด 60 MPa ที่ 28 วัน และแนวทางตัดร่องกันแตก

คำถามที่พบบ่อย

Floor Hardener ต้องโรยตอนไหนถึงไม่ลอก?

ควรโรยเมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัวพอประมาณ ผิวไม่มีน้ำขัง แต่ยังมีความชื้นให้ผงวัสดุดูดซับได้ ห้ามรอจนพื้นแห้งแข็งแล้วจึงโรย เพราะวัสดุจะไม่ประสานกับผิวคอนกรีตอย่างเหมาะสม

LANKO 243 ใช้กับพื้นคอนกรีตเก่าที่แห้งแล้วได้ไหม?

ไม่ควรใช้ LANKO 243 เป็นวัสดุ dry shake สำหรับคอนกรีตสด ไม่ใช่ปูนฉาบซ่อมหรือวัสดุทาทับพื้นเก่า หากพื้นแข็งตัวแล้วควรเลือกวัสดุซ่อมพื้นหรือระบบเคลือบพื้นที่เหมาะกับสภาพเดิม

อัตราการใช้ LANKO 243 กี่กิโลกรัมต่อตารางเมตร?

ข้อมูล Sika ระบุอัตราการใช้ประมาณ 3-7 กก./ตร.ม. โดยโรยรวม 2 รอบ อัตราจริงควรเลือกตามประเภทการใช้งาน พื้นที่รับแรง และข้อกำหนดของโครงการ

ทำไมต้องโรย Floor Hardener 2 รอบ?

การโรย 2 รอบช่วยให้กระจายวัสดุสม่ำเสมอและควบคุมผิวได้ดีขึ้น โดยอาจแบ่งเท่า ๆ กันหรือ 60:40 รอบแรกรองพื้นให้ผิวจับตัว ส่วนรอบสองช่วยเติมความแน่นและความสม่ำเสมอของผิว

ถ้ามีน้ำขังบนผิวคอนกรีต โรยได้เลยไหม?

ไม่ควรโรยทับน้ำขัง เพราะจะทำให้วัสดุจม ผิวอ่อน สีด่าง และขัดให้แน่นได้ยาก ควรรอให้ bleed water หายและผิวคอนกรีตอยู่ในจังหวะที่เหมาะสมก่อนเริ่มโรย

หลังทำพื้น Floor Hardener ต้องบ่มไหม?

ควรบ่มทันทีเมื่อคอนกรีตแห้งและเดินแล้วไม่เป็นรอยเท้า การบ่มช่วยลดการคายน้ำเร็ว ลดโอกาสเกิดรอยร้าวและผิวฝุ่น และช่วยให้พื้นพัฒนาคุณภาพได้ดีกว่าไม่บ่ม

พื้น Floor Hardener ยังต้องตัดร่องกันแตกหรือไม่?

ยังควรตัดร่องกันแตก โดยเฉพาะพื้นที่กว้าง ควรจัดพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม ระยะยาวมากที่สุดประมาณ 8 เมตร หรือตัดตามแนวเสา แนวรอยต่อโครงสร้าง หรือร่องกันแตกของพื้นเดิม

ซื้อ LANKO 243 Floor Hardener ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 243 Floor Hardener ของ GY Asia หรือติดต่อทีม GY Asia ผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก สี ราคา และคำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่จริง

Similar Posts