5 เหตุผลที่ควรเลือกใช้ Sika FastFix®-430 Road TH สำหรับงานซ่อมผิวจราจรคอนกรีต
SIKA FASTFIX ROAD REPAIR

5 เหตุผลที่ควรเลือกใช้ Sika FastFix®-430 Road TH สำหรับงานซ่อมผิวจราจรคอนกรีต

งานซ่อมผิวจราจรคอนกรีตไม่ใช่แค่งานอุดหลุมให้เต็ม แต่เป็นงานที่ต้องแข็งแรงเร็ว รับแรงล้อซ้ำได้ ลดการหดตัว และเปิดพื้นที่ให้รถกลับมาใช้งานได้ในกรอบเวลาจำกัด Sika FastFix®-430 Road TH จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้รับเหมา โรงงาน โครงการ และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องซ่อมถนนคอนกรีต หลุมฝาท่อ ทางเดินรถยก หรือพื้นอุตสาหกรรมแบบเร่งด่วน

ปูนนอนชริงค์ผสมไฟเบอร์ เปิดใช้งานได้เร็ว >250 KSC ที่ 3 ชม. ใช้เป็นไมโครคอนกรีตได้
25 กก.ขนาดบรรจุต่อถุง
10-15 นาทีเวลาใช้งานหลังผสมโดยประมาณ
15-30 นาทีระยะเวลาเริ่มต้นแข็งตัว
Sika FastFix 430 Road TH ปูนซ่อมผิวจราจรคอนกรีต

Sika FastFix®-430 Road TH

ปูนส่วนผสมเดียวชนิดนอนชริงค์ผสมเส้นใยไฟเบอร์ สำหรับงานซ่อมถนนแบบเร่งด่วน งานหลุมฝาท่อ พื้นอุตสาหกรรม ทางเดินคอนกรีต งานเทฐาน และงานฝังวัสดุปิดรอยต่อขยายของถนน ใช้งานง่ายโดยผสมน้ำสะอาดที่หน้างาน และปรับเป็นไมโครคอนกรีตได้เมื่อเป็นงานหนา

Quick Answer: ทำไม FastFix 430 เหมาะกับงานซ่อมผิวจราจรคอนกรีต?

คำตอบสั้น

Sika FastFix®-430 Road TH เหมาะกับงานซ่อมผิวจราจรคอนกรีตเพราะเป็นปูนนอนชริงค์ผสมไฟเบอร์ เซ็ตตัวไว รับกำลังอัดสูงตั้งแต่ช่วงต้น และใช้ได้ทั้งรูปแบบมอร์ตาร์กับไมโครคอนกรีต ข้อมูลจาก Sika ระบุว่าสามารถรับกำลังอัดได้มากกว่า 250 KSC หลังการทำงาน 3 ชั่วโมง และมากกว่า 300 KSC หลังการทำงาน 4 ชั่วโมง จึงช่วยลดเวลาปิดถนนหรือปิดพื้นที่ทำงานเมื่อใช้งานตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

โจทย์ของผิวจราจรต่างจากพื้นคอนกรีตทั่วไป เพราะจุดซ่อมต้องเจอแรงล้อ แรงกระแทก แรงสั่นสะเทือน น้ำฝน ฝุ่น และการใช้งานซ้ำในตำแหน่งเดิม หากใช้วัสดุที่พัฒนากำลังช้า หดตัวมาก หรือยึดเกาะกับฐานเดิมไม่ดี งานซ่อมอาจเกิดรอยแตกตามขอบ หลุดร่อน หรือยุบตัวจนต้องซ่อมซ้ำเร็วกว่าแผน

FastFix 430 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วพร้อมความแน่นอน เช่น ซ่อมหลุมฝาท่อบนถนน ซ่อมผิวคอนกรีตในโรงงาน ซ่อมทางเดินรถยก ซ่อมพื้นทางลาด และงานเทฐานบริเวณถนนที่ต้องคืนพื้นที่ให้ใช้งานเร็ว อย่างไรก็ตาม การเปิดใช้งานจริงยังต้องดูความลึกของจุดซ่อม ปริมาณน้ำที่ผสม การบ่ม อุณหภูมิ และประเภทน้ำหนักจราจรร่วมด้วยเสมอ

Sika FastFix®-430 Road TH คือสินค้าแบบไหน?

Sika FastFix®-430 Road TH เป็นปูนส่วนผสมเดียว พร้อมใช้งานโดยผสมกับน้ำสะอาดที่หน้างาน มีส่วนผสมของซีเมนต์ชนิดพิเศษ มวลรวมคละขนาด เส้นใยไฟเบอร์ และสารเติมแต่งที่ช่วยควบคุมการเซ็ตตัว เพิ่มความแข็งแรง ลดการหดตัว และช่วยให้มวลรวมไม่แยกชั้นง่าย โครงสร้างของวัสดุจึงเหมาะกับงานซ่อมที่ต้องการความสม่ำเสมอมากกว่าการผสมปูนทรายเองหลายส่วนประกอบ

สำหรับงานซ่อมผิวจราจรคอนกรีต จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่คำว่า “แห้งเร็ว” เพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบให้รับกำลังช่วงต้นได้ดีและทำงานในพื้นที่จริงได้ง่าย หากทีมงานเตรียมผิว ตวงน้ำ ผสม เท กระทุ้ง และบ่มถูกต้อง วัสดุจะช่วยให้จุดซ่อมกลับมามีรูปทรงแน่น เติมเต็มโพรง ลดการหดตัว และพร้อมรับการใช้งานตามกรอบเวลาที่เหมาะสม

ซ่อมหลุมฝาท่อ

ใช้ปิดหลุมฝาท่อ ฝาปิดหลุม และอุปกรณ์สาธารณะที่ติดตั้งบนถนน

ซ่อมพื้นโรงงาน

เหมาะกับพื้นอุตสาหกรรม ทางเดินคอนกรีต และพื้นที่ที่ต้องลดเวลาหยุดงาน

งานเทฐานถนน

ใช้เทฐานทางเดิน พื้นผิวถนน หรือเทฝังวัสดุปิดรอยต่อขยายของถนน

5 เหตุผลที่ควรเลือกใช้ Sika FastFix®-430 Road TH

1. เซ็ตตัวไว ช่วยลดเวลาปิดผิวจราจร

งานถนนและพื้นคอนกรีตที่มีรถผ่านตลอดเวลาเสียค่าโอกาสสูงทุกชั่วโมงที่ต้องปิดพื้นที่ FastFix 430 มีเวลาใช้งานหลังผสมประมาณ 10-15 นาที ระยะเวลาเริ่มต้นแข็งตัวประมาณ 15-30 นาที และแข็งตัวสมบูรณ์ประมาณ 25-35 นาที จึงเหมาะกับงานที่ต้องเตรียมทีมให้พร้อม ผสมแล้วเททันที และวางแผนเปิดพื้นที่ได้รวดเร็วกว่าปูนซ่อมทั่วไปที่ต้องรอกำลังนาน

2. รับกำลังอัดสูงตั้งแต่ช่วงต้น

ผิวจราจรคอนกรีตต้องรับแรงซ้ำจากล้อรถ ไม่ใช่แค่รับน้ำหนักนิ่ง ข้อมูล Sika ระบุว่าวัสดุสามารถรับกำลังอัดมากกว่า 250 KSC หลังการทำงาน 3 ชั่วโมง และมากกว่า 300 KSC หลังการทำงาน 4 ชั่วโมง โดยตารางมอร์ตาร์ยังแสดงค่ากำลังอัดมากกว่า 25 MPa ที่ 3 ชั่วโมงเมื่อใช้น้ำ 3.3 ลิตรต่อถุง และมากกว่า 50 MPa ที่ 28 วัน เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงตั้งแต่ช่วงต้นและยังพัฒนากำลังต่อเนื่อง

3. เป็นปูนนอนชริงค์ผสมไฟเบอร์ ลดปัญหาหดตัวและร้าวขอบซ่อม

งานซ่อมผิวจราจรมักเสียหายจากขอบงานซ่อมแตก รอยต่อเปิด หรือวัสดุยุบตัวหลังใช้งาน สินค้านี้เป็นปูนนอนชริงค์ผสมเส้นใยไฟเบอร์ ช่วยลดการหดตัวและเพิ่มความเหนียวของเนื้อวัสดุเมื่อเทลงช่องซ่อม หากฐานคอนกรีตเดิมแข็งแรงและเตรียมผิวถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสเกิดช่องว่างและลดความเสี่ยงหลุดร่อนรอบบริเวณซ่อม

4. ปรับได้ทั้งงานมอร์ตาร์และไมโครคอนกรีต

ความลึกของหลุมซ่อมแต่ละจุดไม่เท่ากัน งานบางอาจใช้เป็นมอร์ตาร์โดยผสมน้ำ 3.3-4.0 ลิตรต่อถุง 25 กก. แต่งานที่มีความหนามากกว่า 30 มม. ควรใช้เป็นไมโครคอนกรีต โดยผสมหินเกล็ด 3/8 นิ้วที่ล้างสะอาด 10-20 ลิตรต่อถุง เพื่อให้เหมาะกับปริมาตรงานเทหนา ลดความเสี่ยงด้านความร้อนสะสม และช่วยเติมเต็มพื้นที่ซ่อมได้ดีขึ้นเมื่อกระทุ้งอย่างถูกวิธี

5. ควบคุมคุณภาพหน้างานง่ายกว่าการผสมปูนเอง

ปัญหาของการผสมปูนทรายหรือปูนซ่อมเองที่หน้างานคือสัดส่วนมักไม่คงที่ ทั้งชนิดทราย ปริมาณน้ำ การคละขนาดมวลรวม และสารเติมแต่ง FastFix 430 เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนผสมเดียวที่ออกแบบมาแล้ว ผู้ใช้งานจึงควบคุมคุณภาพหลักด้วยการตวงน้ำให้ถูก ผสมตามเวลา ใช้เครื่องผสมรอบเหมาะสม และไม่เติมน้ำเพิ่มหลังผสม ช่วยลดความแปรปรวนในงานซ่อมหลายจุดหรือหลายทีมงาน

สเปกสำคัญที่ควรรู้ก่อนสั่งใช้

รายการข้อมูลผลิตภัณฑ์ความหมายต่อหน้างานซ่อมผิวจราจร
บรรจุภัณฑ์25 กิโลกรัม / ถุงคำนวณจำนวนถุงจากปริมาตรซ่อมจริงและเผื่อการสูญเสีย
ลักษณะสินค้าผงซีเมนต์สีเทาผสมน้ำที่หน้างาน ใช้เครื่องผสมให้เข้ากันก่อนเท
อายุผลิตภัณฑ์6 เดือนเมื่อจัดเก็บถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทควรตรวจวันผลิตและสภาพถุงก่อนใช้งานจริง
การเก็บรักษาเก็บในบริเวณแห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรงลดความเสี่ยงปูนจับตัวเป็นก้อนหรือเสื่อมคุณภาพ
ขนาดอนุภาคสูงสุด4 มม.เหมาะกับงานซ่อมที่ต้องการเนื้อวัสดุแน่นและแต่งผิวได้
ความหนาแน่น1.4-1.5 กก./ลิตรช่วยประเมินน้ำหนักวัสดุและการขนย้ายในไซต์งาน
เวลาใช้งานหลังผสม10-15 นาทีต้องเตรียมพื้นที่และทีมงานให้พร้อมก่อนผสม
เริ่มต้นแข็งตัว15-30 นาทีช่วยให้งานซ่อมเร่งด่วนวางแผนเปิดพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
แข็งตัวสมบูรณ์25-35 นาทียังต้องประเมินน้ำหนักจริงก่อนเปิดจราจรหนัก
อายุทดสอบกำลังอัดที่น้ำ 3.3 ลิตรกำลังอัดที่น้ำ 4.0 ลิตร
3 ชั่วโมง>25 MPa>15 MPa
4 ชั่วโมง>30 MPa>20 MPa
1 วัน>40 MPa>30 MPa
28 วัน>50 MPa>40 MPa

ตัวเลขกำลังอัดแสดงให้เห็นชัดว่าอัตราน้ำมีผลต่อกำลังช่วงต้น น้ำที่น้อยกว่าจะให้กำลังสูงกว่าแต่เนื้อวัสดุข้นขึ้นและต้องทำงานเร็วขึ้น ส่วนน้ำที่มากขึ้นช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นบางกรณี แต่กำลังช่วงต้นลดลง จึงไม่ควรเติมน้ำเกินสเปกเพื่อให้เทลื่น เพราะอาจทำให้จุดซ่อมรับแรงจราจรได้น้อยกว่าที่คาดไว้

อัตราส่วนผสมและการคำนวณปริมาณ

ก่อนผสมควรแยกให้ชัดว่าหน้างานจะใช้ Sika FastFix®-430 Road TH เป็นมอร์ตาร์หรือไมโครคอนกรีต เพราะอัตราน้ำและการทำงานต่างกัน งานซ่อมผิวบางหรือหลุมซ่อมทั่วไปมักเริ่มจากมอร์ตาร์ ส่วนงานหนามากกว่า 30 มม. ควรพิจารณาเติมหินเกล็ด 3/8 นิ้วที่ล้างสะอาดตามคำแนะนำ

รูปแบบใช้งานSika FastFix®-430 Road THหินเกล็ด 3/8 นิ้วน้ำสะอาด
มอร์ตาร์1 ถุง 25 กก.-3.3-4.0 ลิตร
ไมโครคอนกรีต1 ถุง 25 กก.10 ลิตร หรือประมาณ 12.5 กก.3.5-4.5 ลิตร
ไมโครคอนกรีต1 ถุง 25 กก.20 ลิตร หรือประมาณ 25 กก.5.5-6.5 ลิตร

สำหรับการประมาณปริมาณ เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่า 1 ลิตรของมอร์ตาร์ใช้ Sika FastFix®-430 Road TH ประมาณ 2 กิโลกรัม และงาน 1 ลูกบาศก์เมตรใช้ผลิตภัณฑ์ 25 กก. ประมาณ 75 ถุง พร้อมน้ำประมาณ 280 ลิตร แต่หน้างานจริงควรวัดความกว้าง ความยาว ความลึกเฉลี่ย และเผื่อวัสดุจากความขรุขระของขอบหลุม การกระทุ้ง การแต่งผิว และการสูญเสียระหว่างผสม

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรแจ้งก่อนสั่ง: จำนวนหลุมซ่อม ขนาดกว้าง x ยาว x ลึกเฉลี่ย ภาพหน้างาน ประเภทการรับน้ำหนัก เช่น รถยนต์ รถบรรทุก รถยก และเวลาที่ต้องการเปิดใช้งาน จะช่วยให้ทีม GY Asia แนะนำจำนวนถุงและรูปแบบผสมได้แม่นขึ้น

วิธีใช้ Sika FastFix®-430 Road TH ให้ได้งานซ่อมที่ทน

หัวใจของงานซ่อมผิวจราจรคอนกรีตคือการเตรียมพื้นผิวและจังหวะทำงาน เพราะวัสดุเซ็ตตัวไว หากเริ่มผสมก่อนเตรียมพื้นที่เสร็จ จะเสี่ยงต่อการเทไม่ทันหรือแต่งผิวไม่เรียบร้อย ควรเตรียมแบบกั้น เครื่องผสม น้ำสะอาด หินเกล็ด เครื่องมือกระทุ้ง เกรียง และทีมงานให้พร้อมก่อนเปิดถุง

  1. สกัดส่วนเสียหายออก: เอาคอนกรีตที่ร่วน หลุดล่อน หรือแตกร้าวไม่มั่นคงออกจนถึงฐานที่แข็งแรง
  2. ทำความสะอาด: พื้นผิวต้องปราศจากฝุ่น ดิน โคลน คราบน้ำมัน น้ำขัง สีเก่า หรือวัสดุที่ขวางการยึดเกาะ
  3. บ่มผิวให้อิ่มน้ำ: สำหรับงานซ่อมพื้นอุตสาหกรรม ทางเดิน และถนนคอนกรีต ให้บ่มผิวและแบบให้อิ่มน้ำ แล้วซับไม่ให้มีน้ำขัง
  4. ผสมตามอัตราส่วน: ใช้เครื่องผสมรอบประมาณ 500 รอบ/นาที ผสมประมาณ 3 นาทีจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และพักส่วนผสม 1-3 นาที
  5. เทและกระทุ้ง: เทวัสดุลงในพื้นที่ซ่อมจนเต็ม ใช้การกระทุ้งช่วยเติมเต็มช่องว่าง โดยเฉพาะงานไมโครคอนกรีต
  6. แต่งผิวและบ่ม: แต่งผิวหน้าให้เรียบด้วยเกรียงฉาบ และรักษาพื้นผิวให้ชุ่มชื้นหากโดนแดดจัดหรือลมแรง

ข้อห้ามสำคัญ: หลังจากผสมแล้วห้ามเติมน้ำเพิ่ม เพราะจะกระทบต่อกำลังและความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุ และควรล้างเครื่องมือด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังใช้งาน เพราะเมื่อวัสดุแข็งตัวแล้วจะทำความสะอาดได้ยาก

ข้อควรระวังสำหรับงานซ่อมผิวจราจรจริง

แม้ FastFix 430 จะถูกออกแบบสำหรับงานเร่งด่วน แต่คำว่าเปิดใช้งานเร็วไม่ได้แปลว่าเปิดรับรถหนักได้ทุกกรณีทันทีหลังแต่งผิวเสร็จ งานถนนจริงต้องดูความหนาจุดซ่อม สภาพอากาศ ปริมาณน้ำที่ผสม การบ่ม และประเภทจราจร หากเป็นรถบรรทุก รถยก หรือพื้นที่มีแรงกระแทกซ้ำ ควรประเมินเวลารอกำลังให้เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการเปิดหนักเร็วเกินไป

น้ำเกินสเปก

ทำให้กำลังอัดลดลง เสี่ยงแยกชั้น และอาจทำให้ผิวอ่อนกว่าที่ต้องการ

พื้นเดิมไม่สะอาด

ฝุ่น คราบน้ำมัน หรือคอนกรีตร่วนทำให้ยึดเกาะไม่เต็มที่และหลุดร่อนง่าย

ขาดการบ่ม

แดดจัดและลมแรงทำให้ผิวแห้งเร็ว ควรรักษาความชุ่มชื้นตามความเหมาะสม

ถ้างานอยู่กลางแจ้ง ควรวางแผนทำงานช่วงอุณหภูมิเหมาะสม หลีกเลี่ยงแดดแรงจัด ฝน หรือน้ำขังบริเวณขอบงานซ่อม เพราะน้ำและการกัดเซาะอาจลดอายุการใช้งานของจุดซ่อมได้ ในพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีน้ำมันหรือสารเคมี ควรทำความสะอาดเชิงลึกและประเมินว่าหลังซ่อมต้องมีระบบเคลือบผิวหรือการป้องกันเพิ่มเติมหรือไม่

สรุป: เลือก FastFix 430 เมื่อโจทย์คือซ่อมเร็ว แข็งแรง และคุมคุณภาพได้

Sika FastFix®-430 Road TH เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์งานซ่อมผิวจราจรคอนกรีตที่ต้องการความเร็วและความแข็งแรงพร้อมกัน จุดเด่นทั้ง 5 ข้อ ได้แก่ เซ็ตตัวไว รับกำลังอัดสูงตั้งแต่ช่วงต้น ลดการหดตัวด้วยระบบนอนชริงค์ผสมไฟเบอร์ ใช้ได้ทั้งมอร์ตาร์และไมโครคอนกรีต และควบคุมคุณภาพหน้างานง่ายกว่าการผสมปูนเอง

หากต้องซ่อมถนนคอนกรีต หลุมฝาท่อ ทางเดินรถยก พื้นโรงงาน หรือพื้นทางลาดที่ต้องคืนพื้นที่เร็ว FastFix 430 เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา แต่เพื่อให้ได้ผลจริงตามสเปก ควรตวงน้ำให้ถูก เตรียมผิวให้สะอาด ผสมให้ทันเวลา กระทุ้งให้เต็มช่องว่าง และบ่มผิวหลังเทตามสภาพหน้างาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสินค้า สเปกกำลังอัด อัตราส่วนผสม การใช้งาน และข้อควรระวัง อ้างอิงจากหน้า Sika FastFix®-430 Road TH บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Sika FastFix®-430 Road TH ใช้ซ่อมอะไรได้บ้าง?

ใช้สำหรับซ่อมผิวจราจรคอนกรีต งานปิดหลุมฝาท่อระบายน้ำ ฝาปิดหลุม อุปกรณ์สาธารณะที่ติดตั้งบนถนน งานซ่อมพื้นอุตสาหกรรม ทางเดินคอนกรีต ถนน งานเทฐานทางเดิน พื้นผิวถนน และงานเทฝังวัสดุปิดรอยต่อขยายของถนน

FastFix 430 เปิดใช้งานเร็วแค่ไหน?

ข้อมูล Sika ระบุว่าสินค้าสามารถรับกำลังอัดมากกว่า 250 KSC หลังการทำงาน 3 ชั่วโมง และมากกว่า 300 KSC หลังการทำงาน 4 ชั่วโมง แต่เวลาการเปิดใช้งานจริงต้องประเมินน้ำหนักจราจร ความหนา อัตราน้ำ และสภาพหน้างานร่วมด้วย

ผสมน้ำเท่าไรต่อถุง 25 กก.?

กรณีใช้เป็นมอร์ตาร์ ใช้น้ำประมาณ 3.3-4.0 ลิตรต่อถุง 25 กก. หากใช้เป็นไมโครคอนกรีตผสมหินเกล็ด 3/8 นิ้ว 10 ลิตร ใช้น้ำประมาณ 3.5-4.5 ลิตร และถ้าผสมหินเกล็ด 20 ลิตร ใช้น้ำประมาณ 5.5-6.5 ลิตร

งานซ่อมหนามากกว่า 30 มม. ควรใช้แบบไหน?

งานที่มีความหนามากกว่า 30 มม. ควรใช้เป็นไมโครคอนกรีต โดยผสมหินเกล็ด 3/8 นิ้วที่ล้างสะอาด 10-20 ลิตรต่อ Sika FastFix®-430 Road TH 25 กก. 1 ถุง และใช้การกระทุ้งเพื่อให้วัสดุเติมเต็มช่องว่าง

หลังผสมแล้วเติมน้ำเพิ่มได้ไหม?

ไม่ควรเติมน้ำเพิ่มหลังจากผสมแล้ว โดยเฉพาะเมื่อวัสดุเริ่มก่อตัว เพราะจะทำให้กำลังลดลง เสี่ยงต่อการแยกชั้น และทำให้ผิวซ่อมอ่อนกว่าที่ออกแบบไว้

ต้องบ่มหลังเทหรือไม่?

ควรบ่มและรักษาพื้นผิวให้ชุ่มชื้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่โดนแดดจัดหรือลมแรง เพื่อป้องกันการแห้งเร็วเกินไปและช่วยให้วัสดุพัฒนากำลังได้เหมาะสม

FastFix 430 ต่างจากปูนซ่อมทั่วไปอย่างไร?

FastFix 430 เป็นปูนนอนชริงค์ผสมเส้นใยไฟเบอร์และสารเติมแต่งสำหรับควบคุมการเซ็ตตัว เพิ่มความแข็งแรง ลดการหดตัว และให้กำลังช่วงต้นสูง จึงเหมาะกับงานซ่อมเร่งด่วนมากกว่าปูนซ่อมทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อเปิดใช้งานเร็ว

ซื้อ Sika FastFix®-430 Road TH ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sika FastFix®-430 Road TH ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ช่วยคำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่จริง

Similar Posts