SikaTop® Armatec®-110 EpoCem คืออะไร? สุดยอดน้ำยา 2-in-1 ประสานคอนกรีตและกันสนิม
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem คือวัสดุเคลือบ 3 ส่วนประกอบสำหรับงานซ่อมคอนกรีต ทำหน้าที่ได้ทั้ง น้ำยาประสานคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมใหม่ และ ชั้นเคลือบป้องกันสนิมเหล็กเสริม ในระบบเดียว เหมาะกับงานเสา คาน พื้น ระเบียง ผนังคอนกรีต และโครงสร้างที่ต้องซ่อมแตกร่อนจากเหล็กเสริมเป็นสนิมให้ถูกขั้นตอน
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem
วัสดุเคลือบชนิดซีเมนต์ผสมอีพ็อกซี่เรซิน 3 ส่วนประกอบ มี corrosion inhibitor ใช้เป็น bonding primer บนคอนกรีต/มอร์ตาร์ และใช้เคลือบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมก่อนลงปูนซ่อมคอนกรีต
Quick Answer: SikaTop Armatec 110 EpoCem คืออะไร?
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem คือวัสดุซ่อมคอนกรีตแบบ 3 ส่วนประกอบที่รวมหน้าที่สำคัญ 2 อย่างไว้ในตัวเดียว ได้แก่ เป็นชั้นประสานการยึดเกาะ ระหว่างคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมใหม่ และ เป็นชั้นเคลือบป้องกันสนิมเหล็กเสริม ก่อนซ่อมคอนกรีตกลับ เหมาะกับงานซ่อมคอนกรีตแตกร่อน เหล็กเสริมโผล่ เสา/คาน/พื้นเสียหาย และงานที่ต้องการระบบซ่อมที่ยึดเกาะดี มีข้อมูลทางเทคนิคชัดเจน และเข้ากับปูนซ่อม Sika MonoTop® หลายรุ่น
ในงานซ่อมคอนกรีตที่มีเหล็กเสริมเกี่ยวข้อง ปัญหามักไม่ได้จบที่การ “ฉาบปูนปิด” เพราะคอนกรีตเดิมอาจมีฝุ่น ผิวหลวม รูพรุน หรือรอยต่อที่ทำให้ปูนใหม่ยึดเกาะได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกันเหล็กเสริมที่เริ่มเป็นสนิมก็ยังมีความเสี่ยงกัดกร่อนต่อไป หากไม่ทำความสะอาดและเคลือบป้องกันก่อนปิดงาน สนิมจะขยายตัว ดันปูนซ่อมใหม่ให้แตก ร่อน หรือหลุดซ้ำได้
จุดเด่นของ SikaTop Armatec 110 EpoCem คือทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของระบบซ่อมพอดี: ทาบนเหล็กเพื่อช่วยป้องกันการกัดกร่อน และทาบนผิวคอนกรีตเดิมเพื่อช่วยให้ปูนซ่อมใหม่จับกับพื้นผิวได้ดีขึ้น จึงเป็นวัสดุที่ช่วยยกระดับงานซ่อมจากการปิดผิวเฉพาะหน้า ไปสู่การซ่อมแบบเป็นระบบมากกว่าเดิม
SikaTop Armatec 110 EpoCem คือวัสดุประเภทไหน?
Sika ระบุว่า SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เป็นวัสดุเคลือบ 3 ส่วนประกอบ ชนิด cementitious, epoxy resin compensated coating material มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อีพ็อกซี่เรซิน มวลคัดขนาด และสารเติมแต่ง พร้อมสารยับยั้งการกัดกร่อน ใช้ในงานซ่อมคอนกรีตทั้งในบทบาท bonding primer และ reinforcement corrosion protection
เมื่อผสมส่วน A, B และ C เข้าด้วยกัน จะได้เนื้อวัสดุสีเทาเข้ม ใช้ทาด้วยแปรงขนแข็งปานกลางหรือพ่นด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม จุดสำคัญคือผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ปูนซ่อมที่ใช้ปั้นหรือฉาบเติมเนื้อคอนกรีตโดยตรง แต่เป็นชั้นกลางที่เตรียมระบบให้พร้อมก่อนลงปูนซ่อม เช่นกลุ่ม Sika MonoTop®-352 series, Sika MonoTop®-412 series หรือ Sika MonoTop®-723 N ตามลักษณะงาน
ของเหลวสีขาว น้ำหนัก 1.14 กก. ในชุด 20 กก.
ของเหลวใส น้ำหนัก 2.86 กก. ใช้ผสมร่วมกับส่วน A ก่อนเติมผง
ผงสีเทาเข้ม น้ำหนัก 16 กก. เติมระหว่างผสมให้ได้เนื้อเคลือบ
ผลิตภัณฑ์ผ่านข้อกำหนด EN 1504-7 สำหรับการป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริม และมีข้อมูลการทดสอบหลายรายการ เช่น tensile adhesion strength ไม่น้อยกว่า 1.5 MPa ที่ 28 วัน, corrosion test ผ่านตาม EN 15183 และ shear adhesion strength ผ่านตาม EN 15184 จึงเหมาะกับงานซ่อมที่ต้องการความมั่นใจมากกว่าการใช้ปูนทรายหรือซีเมนต์ผสมน้ำทาแบบทั่วไป
ทำไมถึงเรียกว่า 2-in-1: ประสานคอนกรีตและกันสนิมในตัวเดียว?
ในหน้างานซ่อมคอนกรีตทั่วไป วัสดุที่ใช้กับเหล็กเสริมและวัสดุที่ใช้เป็นชั้นประสานอาจถูกมองแยกกัน แต่ SikaTop Armatec 110 EpoCem ถูกออกแบบให้ทำได้ทั้งสองบทบาท จึงช่วยลดความซับซ้อนของระบบ และทำให้ทีมงานควบคุมขั้นตอนซ่อมได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องเปิดผิวคอนกรีตเพื่อซ่อมเหล็กเสริมและลงปูนซ่อมกลับในพื้นที่เดียวกัน
| บทบาท | ใช้กับส่วนไหน | หน้าที่หลัก | วิธีลงงานโดยย่อ |
|---|---|---|---|
| Rebar corrosion protection | เหล็กเสริมที่ทำความสะอาดแล้ว | ช่วยป้องกันการกัดกร่อน ลดความเสี่ยงสนิมกลับมาดันคอนกรีต | ทาประมาณ 1 มม. ต่อชั้น อย่างน้อย 2 ชั้น |
| Bonding primer | ผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิม | ช่วยให้ปูนซ่อมใหม่ยึดเกาะกับพื้นผิวเดิมได้ดีขึ้น | ทาให้เข้าโพรงและรูพรุน ความหนาขั้นต่ำประมาณ 0.5 มม. |
การเป็น 2-in-1 ไม่ได้หมายความว่าสามารถข้ามการเตรียมผิวได้ ตรงกันข้าม วัสดุนี้จะทำงานได้ดีเมื่อผิวเดิมแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน วัสดุหลุดร่อน และเหล็กเสริมถูกขัดสนิมจนได้ระดับที่เหมาะสม หากผิวเดิมยังหลวม หรือเหล็กยังมีสนิมหนาเกาะอยู่ การทาวัสดุคุณภาพสูงลงไปก็ไม่สามารถแก้ฐานที่ไม่พร้อมได้เต็มประสิทธิภาพ
สเปกสำคัญและอัตราการใช้งาน SikaTop Armatec 110 EpoCem
ข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่า SikaTop Armatec 110 EpoCem มีความหนาแน่นของส่วนผสม A+B+C ประมาณ 2.0 กก./ลิตร ที่ 23 °C อายุการเก็บรักษา 12 เดือนจากวันที่ผลิต เมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย และอยู่ในสภาพแห้ง เย็น ระหว่าง +5 °C ถึง +25 °C
| รายการ | ค่าตามเอกสารผลิตภัณฑ์ | ความหมายในการใช้งาน |
|---|---|---|
| ขนาดบรรจุ | 20 กก./ชุด: A 1.14 กก. + B 2.86 กก. + C 16 กก. | ต้องผสมครบชุดตามสัดส่วน ไม่เติมน้ำ |
| สีหลังผสม | เทาเข้ม | ช่วยแยกชั้นเคลือบจากพื้นผิวเดิมได้ชัด |
| อุณหภูมิใช้งาน | อากาศและพื้นผิว +5 °C ถึง +30 °C | หน้างานร้อนจัดต้องวางแผนเวลาให้ดี |
| Pot life | ประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ +20 °C | ช่วงเวลาที่วัสดุผสมแล้วยังใช้งานได้ |
| แรงยึดเกาะดึง | ≥ 1.5 MPa ที่ 28 วัน ตาม EN 1542 | ช่วยเสริมความมั่นใจเรื่องการยึดเกาะในระบบซ่อม |
| การทนการกัดกร่อน | Corrosion test: Pass ตาม EN 15183 | ใช้เป็นชั้นป้องกันสนิมเหล็กเสริมตามระบบ |
อัตราการใช้โดยประมาณ
- เคลือบกันสนิมเหล็กเสริม: ประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น ที่ความหนาประมาณ 1 มม. และต้องมีอย่างน้อย 2 ชั้น รวมความหนาประมาณ 2 มม.
- ใช้เป็น bonding primer: มากกว่า 1.5-2.0 กก./ตร.ม./มม. ขึ้นกับสภาพพื้นผิว ความหยาบ รูพรุน และการดูดซึมของคอนกรีตเดิม
หมายเหตุเรื่องปริมาณ: อัตราใช้จริงอาจเปลี่ยนตามขนาดเหล็ก จำนวนเหล็กที่โผล่ พื้นที่ผิวรอบเหล็ก ความหยาบของคอนกรีต และวิธีทา หากเป็นงานซ่อมโครงสร้างหลายจุด ควรให้ทีมงานประเมินจากรูปหน้างานหรือปริมาณพื้นที่จริงก่อนสั่งซื้อ
เหมาะกับงานแบบไหน และไม่ควรใช้ในกรณีใด?
SikaTop Armatec 110 EpoCem เหมาะกับงานซ่อมคอนกรีตที่ต้องการควบคุมการยึดเกาะและการป้องกันเหล็กเสริมไปพร้อมกัน เช่น คอนกรีตแตกร่อนจากเหล็กเป็นสนิม เสาและคานที่สกัดเปิดผิวเพื่อซ่อม พื้นหรือระเบียงที่เหล็กเสริมโผล่ งานซ่อมขอบคอนกรีต งานซ่อมผิวที่ต้องลงปูนซ่อมใหม่บนคอนกรีตเดิม และงานที่ต้องการใช้วัสดุในระบบ Sika repair system
ใช้เคลือบเหล็กเสริมหลังทำความสะอาด และใช้เป็นชั้นประสานก่อนปูนซ่อม
ช่วยลดความเสี่ยงสนิมลาม ก่อนซ่อมกลับด้วยปูนซ่อมที่เหมาะกับความลึก
ใช้ร่วมกับปูนซ่อมหลายรุ่นในระบบ Sika เพื่อให้งานต่อเนื่องกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นี้แทนการประเมินโครงสร้าง หากเหล็กเสริมถูกกัดกร่อนจนหน้าตัดลดลงมาก คอนกรีตหลุดร่อนเป็นบริเวณกว้าง มีรอยแตกร้าวเชิงโครงสร้าง หรือเป็นจุดรับน้ำหนักสำคัญ เช่น คานหลัก เสาหลัก พื้นรับรถหนัก ต้องให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน เพราะวัสดุเคลือบกันสนิมช่วยป้องกันและประสานระบบซ่อม แต่ไม่ได้ทำให้เหล็กที่ผุเสียหน้าตัดกลับมารับแรงเท่าเดิม
ข้อจำกัดที่ต้องรู้: เอกสาร Sika ระบุว่าไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกับคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ชนิด fast setting บางประเภท เช่น Sika MonoTop®-211 FG / RFG และควรอ้างอิง Method Statement สำหรับงานซ่อมคอนกรีตด้วยระบบ Sika MonoTop® หรือคำแนะนำตาม EN 1504-10 เรื่องการเตรียมพื้นผิว
วิธีเตรียมผิว ผสม และทาให้ได้ผลตามสเปก
1. เตรียมผิวคอนกรีตเดิม
คอนกรีตต้องสะอาด แข็งแรง ปราศจากฝุ่น วัสดุหลวม คราบน้ำมัน สีเดิม สารปนเปื้อน และสิ่งที่ลดการยึดเกาะ คอนกรีตที่หลุดร่อน อ่อนแอ เสียหาย หรือเสื่อมสภาพต้องถูกสกัดออกด้วยวิธีที่เหมาะสม หากจะลงปูนซ่อมต่อ ควรทำให้พื้นผิวชุ่มน้ำล่วงหน้าและอยู่ในสภาพสีเข้มด้าน ไม่มีน้ำขังเป็นเงาในรูพรุนหรือหลุมผิว
2. เตรียมเหล็กเสริม
สนิม สเกล คราบปูน ฝุ่น คอนกรีตหลวม และวัสดุที่ลดการยึดเกาะหรือนำไปสู่การกัดกร่อนต้องถูกกำจัดออก เอกสารระบุให้ทำความสะอาดเหล็กเสริมถึงระดับ SA 2 ตาม ISO 8501-1 โดยใช้ abrasive blast cleaning หรือ high pressure water-blasting ตามความเหมาะสมของหน้างาน
3. ผสมวัสดุ
- ใช้สว่านกวนรอบต่ำ น้อยกว่า 250 rpm เพื่อลดการกวนอากาศเข้าเนื้อวัสดุ
- เขย่าส่วน A และ B ให้ทั่วก่อนเปิดภาชนะ
- เทส่วน A และ B ลงในถังผสมที่สะอาด แล้วผสมประมาณ 30 วินาที
- ค่อย ๆ เติมผงส่วน C ระหว่างที่เครื่องผสมทำงาน
- ผสมรวมอย่างน้อย 3 นาที แล้วพัก 5-10 นาที จนเนื้อวัสดุทาได้และหยดตัวเล็กน้อย
ห้ามเติมน้ำ: สัดส่วน A+B+C ถูกออกแบบมาแล้ว การเติมน้ำเพื่อให้ทาลื่นขึ้นอาจทำให้ความหนาแน่น การยึดเกาะ และประสิทธิภาพกันสนิมลดลง
4. ทาเป็นชั้นกันสนิมเหล็กเสริม
ใช้แปรงขนแข็งปานกลางหรือเครื่องพ่นที่เหมาะสม ทาชั้นแรกหนาประมาณ 1 มม. บนเหล็กที่ทำความสะอาดแล้วให้ทั่วถึงรอบเหล็ก เมื่อชั้นแรกแข็งพอไม่ติดเล็บ โดยประมาณ 2-3 ชั่วโมงที่ +20 °C จึงทาชั้นที่สอง หลังจากนั้นลงปูนซ่อมแบบ wet on dry เพื่อไม่ให้ชั้นป้องกันถูกปาดออก
5. ทาเป็น bonding primer
ทาบนผิวคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ที่เตรียมแล้ว โดยกดวัสดุให้เข้าไปในรูพรุนและโพรงผิวให้ทั่ว ความหนาขั้นต่ำประมาณ 0.5 มม. จากนั้นลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในช่วงเวลาที่กำหนด และต้องป้องกันวัสดุสดจากฝน ฝุ่น และสิ่งปนเปื้อนจนกว่าจะลงปูนซ่อมต่อ
| อุณหภูมิ | เวลารอสูงสุดก่อนลงปูนซ่อม | ข้อควรวางแผน |
|---|---|---|
| +5 °C | 6 ชั่วโมง | อากาศเย็นมีเวลาทำงานนานกว่า แต่การเซ็ตตัวช้าลง |
| +10 °C | 5 ชั่วโมง | ควบคุมฝุ่นและน้ำระหว่างรอ |
| +20 °C | 2 ชั่วโมง | เป็นค่ากลางที่ใช้เทียบ pot life และเวลาทำงาน |
| +30 °C | 1 ชั่วโมง | หน้างานไทยควรเตรียมทีมและปูนซ่อมให้พร้อมก่อนทา |
ข้อควรระวังที่ช่างและผู้รับเหมาควรรู้
แม้ SikaTop Armatec 110 EpoCem จะเป็นวัสดุที่ช่วยให้งานซ่อมคอนกรีตเป็นระบบขึ้น แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นกับการเตรียมผิว ความหนาที่ทา เวลาในการลงปูนซ่อม และสภาพอากาศหน้างานเป็นอย่างมาก เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุให้หลีกเลี่ยงการใช้งานกลางแดดจัด ลมแรง หรือฝน และให้ทาเฉพาะบนพื้นผิวที่เตรียมแล้วและแข็งแรงเท่านั้น
ชั้นเคลือบจะยึดกับสนิมหรือผิวหลวมแทนเหล็กจริง เสี่ยงหลุดร่อนภายหลัง
ความหนาไม่พออาจทำให้ชั้นป้องกันไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะรอบเหล็กเสริม
ทำให้ระบบวัสดุผิดสัดส่วนและเสียคุณสมบัติที่ออกแบบไว้
ถ้าเลยเวลารอสูงสุด การยึดเกาะในบทบาท bonding primer อาจลดลง
วัสดุสดต้องได้รับการป้องกันจากฝนและสิ่งปนเปื้อนจนกว่าจะพร้อมรับชั้นถัดไป
ถ้าน้ำหรือคลอไรด์เข้าทางเดิม งานซ่อมอาจกลับมาเสียเร็วกว่าที่ควร
หลังใช้งานควรล้างเครื่องมือและอุปกรณ์ด้วยน้ำทันทีขณะวัสดุยังไม่แข็งตัว เพราะวัสดุที่แข็งแล้วต้องกำจัดด้วยวิธีเชิงกลเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ใช้งานควรอ่านเอกสารความปลอดภัยฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริง โดยเฉพาะการสวมถุงมือ แว่นตา และการจัดการสารเคมีในพื้นที่อับอากาศหรือพื้นที่ที่มีคนทำงานร่วมกัน
สรุป: งานซ่อมคอนกรีตที่มีเหล็กเสริม ควรเริ่มจากระบบที่ถูกต้อง
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์งานซ่อมคอนกรีตยุคใหม่ เพราะทำหน้าที่ได้ทั้งเป็นชั้นประสานคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมใหม่ และเป็นชั้นเคลือบป้องกันสนิมเหล็กเสริมในตัวเดียว จุดเด่นคือเป็นระบบ 3 ส่วนประกอบ มี EpoCem® Technology มี corrosion inhibitor ใช้งานได้กับปูนซ่อม Sika MonoTop® หลายรุ่น และมีสเปกอ้างอิงชัดเจนทั้งด้านการยึดเกาะ การทนการกัดกร่อน และช่วงเวลาทำงาน
ถ้าหน้างานมีคอนกรีตแตกร่อน เหล็กเสริมโผล่ หรือกำลังจะซ่อมเสา คาน พื้น และผนังคอนกรีตที่ต้องการความแน่นของระบบ อย่ามองแค่ปูนซ่อมชั้นสุดท้าย แต่ควรให้ความสำคัญกับชั้นประสานและชั้นป้องกันเหล็กตั้งแต่แรก เพราะจุดเล็ก ๆ ตรงนี้มักเป็นตัวกำหนดว่างานซ่อมจะอยู่ได้นาน หรือกลับมาแตกร่อนซ้ำในเวลาไม่นาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก อัตราการใช้ วิธีผสม วิธีทา และข้อควรระวังอ้างอิงจาก Product Data Sheet ฉบับ November 2023, Version 03.03 และหน้า SikaTop® Armatec®-110 EpoCem® บน Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินหน้างานจริงก่อนใช้งานทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
SikaTop Armatec 110 EpoCem ใช้ทำอะไร?
ใช้เป็นวัสดุ 2-in-1 สำหรับงานซ่อมคอนกรีต คือใช้เป็น bonding primer บนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิม และใช้เคลือบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมก่อนลงปูนซ่อมใหม่
เป็นปูนซ่อมคอนกรีตโดยตรงหรือไม่?
ไม่ใช่ปูนซ่อมสำหรับเติมเนื้อคอนกรีตโดยตรง แต่เป็นชั้นประสานและชั้นป้องกันเหล็กเสริมก่อนลงปูนซ่อม เช่นกลุ่ม Sika MonoTop® ที่เหมาะกับลักษณะงาน
ต้องทากี่ชั้นเมื่อนำไปกันสนิมเหล็กเสริม?
เอกสารระบุให้ทาประมาณ 1 มม. ต่อชั้น และมีอย่างน้อย 2 ชั้น รวมความหนาประมาณ 2 มม. โดยอัตราใช้ประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น
ใช้เป็น bonding primer ต้องลงปูนซ่อมตอนไหน?
ควรลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในเวลารอสูงสุดตามอุณหภูมิ เช่น +20 °C ประมาณ 2 ชั่วโมง และ +30 °C ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควรเตรียมทีมและวัสดุชั้นถัดไปให้พร้อมก่อนทา
ผสมแล้วต้องเติมน้ำหรือไม่?
ไม่ต้องเติมน้ำ และไม่ควรเติมน้ำ ให้ผสมส่วน A และ B ก่อนประมาณ 30 วินาที แล้วค่อยเติมผงส่วน C ผสมรวมอย่างน้อย 3 นาที จากนั้นพัก 5-10 นาทีจนได้เนื้อที่ทาได้
ใช้กลางแดดหรือฝนได้ไหม?
ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานกลางแดดจัด ลมแรง หรือฝน วัสดุสดต้องได้รับการป้องกันจากฝนและสิ่งปนเปื้อนจนกว่าจะลงปูนซ่อมหรือเซ็ตตัวเพียงพอ
ถ้าเหล็กเสริมผุมาก ทาแล้วจบไหม?
ไม่ควรสรุปว่าจบ หากเหล็กเสริมสูญเสียหน้าตัดมากหรือเป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก ต้องให้วิศวกรประเมินการเสริมกำลังหรือวิธีซ่อม เพราะวัสดุเคลือบไม่ได้คืนหน้าตัดเหล็กที่หายไป
ใช้กับปูนซ่อม Sika รุ่นใดได้บ้าง?
Sika ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบซ่อมที่เกี่ยวข้องกับ Sika MonoTop®-352 series, Sika MonoTop®-412 series และ Sika MonoTop®-723 N รวมถึงเข้ากันได้กับปูนซ่อม Sika MonoTop® ส่วนใหญ่ แต่ควรเลือกตามความลึก ตำแหน่ง และลักษณะงานจริง
ซื้อ SikaTop Armatec 110 EpoCem ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า SikaTop Armatec 110 EpoCem ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากหน้างานจริง
