รีวิวบิทูเมนกันซึม Sika Igolflex 130 ตัวช่วยเซฟโครงสร้างบ้านในระยะยาว
Sika® Igolflex®-130 คือกันซึมบิทูเมนดัดแปลงโพลิเมอร์สูตรน้ำแบบทาเย็น เหมาะกับบ้านและอาคารที่ต้องการลดความเสี่ยงน้ำซึมจากผนังใต้ดิน ระเบียง ดาดฟ้า ผนังกันความชื้น รางน้ำ หรือหลังคาบิทูเมนเก่า จุดเด่นอยู่ที่ใช้งานง่าย ยืดหยุ่นสูง และช่วยสร้างชั้นป้องกันน้ำก่อนปัญหาความชื้นลุกลามไปทำร้ายคอนกรีต เหล็กเสริม สี ผนัง และงานตกแต่งภายใน
Sika® Igolflex®-130
วัสดุกันซึมชนิดทาแบบบิทูเมนดัดแปลงโพลิเมอร์สูตรน้ำ หลังแห้งเป็นฟิล์มสีดำ มีความยืดหยุ่น เหมาะกับงานกันซึมคอนกรีต ปูนก่อ ผนังใต้ดิน ระเบียง ดาดฟ้าที่มีชั้นป้องกัน งานผนังกันความชื้น และซ่อมบำรุงหลังคาบิทูเมนเก่า
Quick Answer: Sika Igolflex 130 เหมาะกับบ้านแบบไหน?
Sika Igolflex 130 เหมาะกับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาที่ต้องการกันซึมแบบทาเย็น ใช้งานง่าย และต้องการฟิล์มบิทูเมนยืดหยุ่นสำหรับพื้นที่ไม่เปิดผิวรับแดดโดยตรง เช่น ผนังใต้ดิน พื้นหรือผนังกันความชื้น ระเบียง ดาดฟ้าที่มีชั้นป้องกันทับ รางน้ำ flashing และงานซ่อมหลังคาบิทูเมนเก่า จุดที่ต้องจำคือสินค้านี้เป็นชั้นกันน้ำ ไม่ใช่ผิวจบสำหรับโดน UV ระยะยาวหรือรับการเดินใช้งานโดยตรง
ถ้าบ้านเริ่มมีคราบชื้น ผนังพอง สีลอก น้ำซึมจากมุมระเบียง หรือผนังใต้ดินมีกลิ่นอับ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการทาสีทับอาจดูดีขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้หยุดน้ำจากต้นทาง บิทูเมนกันซึมอย่าง Igolflex 130 จึงน่าสนใจเพราะทำหน้าที่เป็นเยื่อกันน้ำต่อเนื่องบนพื้นผิวที่เตรียมดี ช่วยลดการแทรกซึมของน้ำก่อนความชื้นไปกระทบเหล็กเสริม ปูนฉาบ สี วัสดุปูพื้น และเฟอร์นิเจอร์ด้านใน
อย่างไรก็ตาม บทรีวิวนี้ไม่ได้ชี้ว่า Igolflex 130 คือคำตอบของทุกปัญหาน้ำรั่ว หากเป็นหลังคาเปิดโล่งโดนแดดจัดทุกวัน พื้นที่มีน้ำขังถาวร หรือพื้นต้องเดินใช้งานหนัก ควรออกแบบเป็นระบบเพิ่มเติม เช่น ทำ slope แก้น้ำขัง เสริมตาข่ายบริเวณรอยต่อ และมีชั้นป้องกันผิวหลังทา เพราะกันซึมที่ดีไม่ใช่แค่เลือกสินค้าให้ถูก แต่ต้องติดตั้งให้ถูกบริบทของบ้านด้วย
ทำไมบิทูเมนกันซึมถึงสำคัญกับโครงสร้างบ้านระยะยาว?
ปัญหาน้ำซึมในบ้านมักเริ่มจากจุดเล็กมาก เช่น รอยต่อพื้นกับผนัง มุมระเบียง รอยแตกร้าวเส้นผม บัวผนังใต้ดิน รูพรุนของคอนกรีต หรือรางน้ำที่มีน้ำขังนาน เมื่อปล่อยไว้นาน ความชื้นจะค่อย ๆ เคลื่อนผ่านวัสดุก่อสร้าง ทำให้สีพอง ปูนฉาบร่อน เกิดเชื้อรา มีกลิ่นอับ และในกรณีรุนแรงอาจกระทบเหล็กเสริมในคอนกรีตได้ เพราะน้ำและความชื้นเป็นตัวเร่งการกัดกร่อนเมื่อมีออกซิเจนและสารปนเปื้อนร่วมด้วย
กันซึมบิทูเมนมีจุดแข็งที่เหมาะกับงานปกป้องโครงสร้างหลายประเภท เพราะฟิล์มที่ได้มีลักษณะยืดหยุ่นและต่อเนื่องมากกว่าวัสดุเคลือบแข็งบางชนิด เมื่อโครงสร้างเกิดการขยายตัวหดตัวตามอุณหภูมิ ฟิล์มที่ยืดหยุ่นจะช่วยรับการเคลื่อนไหวระดับปกติได้ดีกว่า แต่เงื่อนไขสำคัญคือพื้นผิวต้องแน่น สะอาด ไม่มีฝุ่น ไม่มีน้ำขัง และต้องทาให้ได้ปริมาณกับจำนวนชั้นตามระบบ ไม่ใช่ปาดบาง ๆ เพื่อให้ดูดำแล้วจบงาน
ช่วยลดความชื้นสะสมที่ทำให้สีลอก ปูนร่อน และเกิดกลิ่นอับในห้อง
เมื่อแก้ต้นทางน้ำซึมได้ดี งานซ่อมสีและปูนภายในจะอยู่ได้นานขึ้น
มุม รอยต่อ รางน้ำ และ flashing คือจุดที่ควรเสริมระบบกันซึมอย่างจริงจัง
สำหรับเจ้าของบ้าน ประโยชน์ที่เห็นชัดคือการลดค่าใช้จ่ายซ่อมซ้ำในอนาคต งานกันซึมที่ทำถูกตั้งแต่แรกอาจดูเป็นต้นทุนเพิ่มในวันที่บ้านยังไม่รั่ว แต่เมื่อเทียบกับการรื้อฝ้า ซ่อมปูน ฉาบใหม่ ทาสีใหม่ แก้เชื้อรา หรือซ่อมเหล็กเสริมที่เสียหาย ค่าใช้จ่ายส่วนกันซึมมักเล็กกว่ามาก และยังช่วยให้บ้านน่าอยู่กว่าในระยะยาว
สเปก Sika Igolflex 130 ที่ควรรู้ก่อนซื้อ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Sika ระบุว่า Sika Igolflex 130 เป็นวัสดุกันซึมสูตรน้ำที่ผลิตจากบิทูเมนดัดแปลงโพลิเมอร์ เช่น SBS และ APP ใช้งานแบบส่วนประกอบเดียว ทาเย็น ไม่ต้องใช้ไฟ หลังแห้งเป็นสีดำ มีคุณสมบัติยืดหยุ่น ทนต่อการเคลื่อนไหวจากอุณหภูมิปกติ และยึดเกาะกับพื้นผิวก่อสร้างหลายชนิด เช่น คอนกรีต ไม้ และ asbestos board แม้บนพื้นผิวชื้นในเงื่อนไขที่เหมาะสม
| หัวข้อ | ข้อมูลสำคัญ | ความหมายในการใช้งานจริง |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | Water-based polymer modified bitumen waterproof coating | บิทูเมนกันซึมสูตรน้ำ กลิ่นไม่แรงเท่าระบบ solvent และใช้งานแบบทาเย็น |
| ลักษณะสี | ของเหลวสีน้ำตาลเข้ม หลังแห้งเป็นสีดำ | เป็นชั้นกันน้ำ ไม่ใช่สีตกแต่งผิวสำเร็จ |
| ขนาดบรรจุ | 20 กก./ถัง | เหมาะกับงานซ่อมและงานพื้นที่ปานกลางถึงใหญ่ |
| การยืดตัวก่อนขาด | >600% | ช่วยรับการเคลื่อนไหวทั่วไปของพื้นผิวได้ดีเมื่อทาถูกระบบ |
| อัตรา primer | ประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. | ผสมน้ำสะอาด 20-30% โดยน้ำหนักเพื่อช่วยรองพื้น |
| อัตรา coating | ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น | ควรทาอย่างน้อย 2 ชั้น หรือมากกว่าตามความหนาที่ต้องการ |
| เวลารอทาทับ | ประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ +30°C / 50% r.h. | เวลาจริงขึ้นกับอากาศ ความชื้น ความหนา และการระบายอากาศ |
รีวิวจากสเปก: จุดเด่นของ Igolflex 130 ไม่ใช่แค่คำว่า “กันซึม” แต่คือการรวมความใช้งานง่ายของระบบทาเย็นกับความยืดหยุ่นของบิทูเมน เหมาะกับงานป้องกันน้ำในจุดที่ต้องการฟิล์มต่อเนื่องและไม่อยากใช้ระบบพ่นร้อนหรือระบบหลายส่วนประกอบที่ควบคุมยากกว่า
Igolflex 130 ช่วยเซฟโครงสร้างบ้านในระยะยาวอย่างไร?
การเซฟโครงสร้างไม่ได้หมายความว่าวัสดุกันซึมไปเพิ่มกำลังอัดให้คอนกรีตโดยตรง แต่หมายถึงการลดปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างเสื่อมก่อนเวลา น้ำเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่พาสิ่งสกปรก เกลือ ความชื้น และสารเคมีเข้าสู่ผิวคอนกรีต เมื่อคอนกรีตดูดซึมน้ำซ้ำ ๆ โดยเฉพาะบริเวณรอยแตกร้าวหรือผิวที่มีรูพรุน ความชื้นสะสมอาจทำให้เหล็กเสริมเริ่มเป็นสนิม เกิดแรงดันภายใน ทำให้คอนกรีตแตกร่อนหรือเกิด spalling ในระยะยาว
Igolflex 130 ช่วยในฐานะชั้นกันน้ำที่ปิดผิวด้านนอกก่อนน้ำเข้าถึงวัสดุโครงสร้าง เหมาะมากกับจุดที่ถูกน้ำหรือความชื้นรบกวนเป็นประจำแต่ไม่ได้เปิดรับการเหยียบใช้งานโดยตรง เช่น ผนังใต้ดินก่อนถมดิน ผนังกันความชื้นด้านนอกของอาคาร ฐานรากบางประเภท รางน้ำ หรือพื้นที่ดาดฟ้าและระเบียงที่มีชั้นป้องกันหลังทา เมื่อระบบทำถูกต้อง น้ำจะมีโอกาสซึมเข้าโครงสร้างน้อยลง และวัสดุตกแต่งฝั่งในบ้านก็เสียหายช้าลง
จุดที่เจ้าของบ้านมักมองข้ามคือ “รอยต่อ” เพราะพื้นที่เรียบอาจดูไม่มีปัญหา แต่รอยต่อพื้นกับผนัง รอยมุม parapet wall รูท่อ drain และรอยต่อวัสดุต่างชนิดคือจุดที่น้ำเริ่มเข้าได้ง่าย เอกสารผลิตภัณฑ์แนะนำให้ทำมุมโค้งบริเวณรากกำแพง parapet wall ด้วยรัศมีไม่น้อยกว่า 50 มม. และในจุดเสี่ยง เช่น รางน้ำหรือ drainage channels สามารถเสริมด้วยตาข่ายไฟเบอร์กลาสตามระบบ เพื่อให้ฟิล์มไม่บางหรือฉีกง่ายที่มุม
มุมมองแบบช่าง: กันซึมที่ดีไม่ได้วัดจากการทาหนาจนดำอย่างเดียว แต่วัดจากการเตรียมผิว การเก็บรอยต่อ การทาจำนวนชั้นครบ และการป้องกันฟิล์มหลังทา ถ้าข้ามรายละเอียดเหล่านี้ วัสดุดีแค่ไหนก็อาจรั่วซ้ำได้
งานที่เหมาะกับ Sika Igolflex 130
จากขอบเขตการใช้งานในเอกสาร Sika Igolflex 130 ถูกออกแบบสำหรับ none-exposed applications หรือการใช้งานที่ไม่ปล่อยผิวเปิดรับสภาพอากาศโดยตรงในระยะยาว ตัวอย่างเช่น งาน below grade waterproofing ของพื้นผิวคอนกรีตและ masonry, flat roof และ balconies ที่มีชั้นป้องกัน, basement, wall damp proofing รวมถึง maintenance ของ old bitumen roofs, asbestos tile roofs, gutters และ flashing ของโครงสร้างต่าง ๆ
| ตำแหน่งใช้งาน | เหมาะแค่ไหน? | เหตุผล | สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม |
|---|---|---|---|
| ผนังใต้ดินก่อนถมดิน | เหมาะมาก | เป็นงานไม่เปิดผิวและต้องการชั้นกันน้ำด้านนอก | ซ่อมรูพรุน เก็บรอยต่อ และมีแผ่น/ชั้นป้องกันก่อนถม |
| ผนังกันความชื้น | เหมาะ | ช่วยลดความชื้นซึมผ่านผนังเมื่อแก้ทิศทางน้ำถูกต้อง | ตรวจผิวปูนร่วน คราบเกลือ และสาเหตุน้ำด้านหลัง |
| ระเบียงและดาดฟ้า | เหมาะเมื่อมีระบบป้องกัน | ใช้เป็นชั้นกันซึมได้ แต่ไม่ควรปล่อยโดน UV ยาว ๆ | แก้ slope น้ำขัง และทำชั้นป้องกันผิวหลังทา |
| รางน้ำและ flashing | เหมาะกับการซ่อมบำรุง | เป็นจุดน้ำไหลรวม ต้องการฟิล์มยืดหยุ่นและต่อเนื่อง | เสริมตาข่ายบริเวณรอยต่อหรือจุดเคลื่อนไหว |
| หลังคาบิทูเมนเก่า | ใช้ได้เมื่อชั้นเดิมยังแน่น | เอกสารระบุการ maintenance old bitumen roofs | ตัดซ่อมจุดพอง แตก หลุด หรือมีน้ำใต้ชั้นเดิมก่อน |
| พื้นเดินใช้งานประจำ | ไม่ควรใช้เป็นผิวจบ | ไม่ใช่ traffic bearing surface | ต้องมีชั้นป้องกันหรือเลือกระบบพื้นที่รับการสัญจรได้ |
ถ้าสรุปเป็นภาษาง่าย Igolflex 130 เหมาะกับงานที่ต้องการ “กันน้ำก่อนปิดทับ” มากกว่างานที่ต้องการ “ทาแล้วโชว์ผิว” เพราะฟิล์มบิทูเมนสีดำมีหน้าที่ป้องกันน้ำ ไม่ใช่ชั้นตกแต่งรับแดด รับฝน รับการเหยียบ หรือรับการลากของโดยตรง การเลือกตำแหน่งใช้งานให้ถูกจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของอายุการใช้งาน
วิธีใช้ Sika Igolflex 130 ให้กันซึมได้คุ้มค่า
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมพื้นผิว พื้นต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน จาระบี สีเดิมที่หลุดร่อน curing compound และวัสดุปนเปื้อนที่ขวางการยึดเกาะ หากมีโพรง รูพรุน รอยแตกร้าว หรือมุมฉากที่รับน้ำโดยตรง ควรซ่อมและทำรายละเอียดก่อนทากันซึม โดยเฉพาะมุมพื้นกับผนังที่ควรทำเป็นมุมโค้งเพื่อลดความเค้นและช่วยให้ฟิล์มต่อเนื่อง
- สำรวจจุดรั่วและทิศทางน้ำ: ดูว่าปัญหามาจากน้ำฝน น้ำขัง ความชื้นดิน หรือรอยต่อโครงสร้าง
- เตรียมผิวให้แน่นสะอาด: ขัด ล้าง หรือสกัดผิวหลุดร่อนออกจนถึงวัสดุที่แข็งแรง
- ซ่อมรอยแตกร้าวและมุม: อุดรูพรุน เก็บรอยต่อ และทำมุมโค้งบริเวณผนังกับพื้นหรือ parapet wall
- ทา primer: ผสม Igolflex 130 กับน้ำสะอาดประมาณ 20-30% โดยน้ำหนัก แล้วทาในอัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม.
- ทาชั้นกันซึม: ทา coating ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น อย่างน้อย 2 ชั้น โดยรอให้ชั้นก่อนหน้าแห้งพอก่อนทาชั้นถัดไป
- เสริมจุดเสี่ยง: ใช้ตาข่ายไฟเบอร์กลาสในมุม รอยต่อ รางน้ำ หรือจุดที่มีการเคลื่อนไหวตามความเหมาะสม
- ป้องกันผิวหลังทา: ทำชั้นป้องกัน เช่น ปูนทราย แผ่น protection board หรือระบบปิดทับตามตำแหน่งใช้งาน
| รายการ | อัตราโดยประมาณ | ตัวอย่างคำนวณง่าย |
|---|---|---|
| Primer | 0.3 กก./ตร.ม. | พื้นที่ 20 ตร.ม. ใช้ประมาณ 6 กก. ก่อนเผื่อสูญเสีย |
| Coating 1 ชั้น | 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น | พื้นที่ 20 ตร.ม. ใช้ประมาณ 14 กก./ชั้น |
| Coating 2 ชั้น | 1.4 กก./ตร.ม. รวม 2 ชั้น | พื้นที่ 20 ตร.ม. ใช้ประมาณ 28 กก. รวม 2 ชั้น |
| รวม primer + 2 ชั้น | ประมาณ 1.7 กก./ตร.ม. | พื้นที่ 20 ตร.ม. ใช้ประมาณ 34 กก. หรือราว 2 ถัง 20 กก. เมื่อรวมเผื่อหน้างาน |
ตัวเลขข้างต้นเป็นการคำนวณเบื้องต้นจากอัตราใช้ในเอกสารเทคนิค ปริมาณจริงอาจเปลี่ยนตามความหยาบ ความพรุน ความโค้งมุม จำนวนจุด detailing และความสูญเสียจากเครื่องมือ หากพื้นที่มีผิวขรุขระหรือมีรอยต่อจำนวนมาก ควรเผื่อปริมาณมากกว่าพื้นเรียบทั่วไป และควรถ่ายรูปหน้างานให้ทีมขายช่วยประเมินก่อนสั่งซื้อ
ข้อควรระวังของ Sika Igolflex 130
ข้อจำกัดสำคัญที่สุดของ Igolflex 130 คือไม่ควรปล่อยเป็นผิวเปิดรับ UV ระยะยาว เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าหากใช้บนพื้นผิวเปิด เช่น roof slab ต้องป้องกันหลังทาให้เร็วที่สุดเท่าที่เหมาะสม เช่น ทาสีสะท้อนแสงหรือทำ screed ป้องกัน นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้เป็น traffic bearing surface หรือผิวรับการสัญจรโดยตรง หากพื้นที่ต้องเดินใช้งาน วางของ หรือลากอุปกรณ์ ควรมีชั้นป้องกันด้านบนที่ออกแบบมารับแรงสึกหรอ
ห้ามมองข้าม: ไม่ควรทาบนพื้นมีน้ำขัง ไม่ควรทาทับฝุ่นหรือคราบน้ำมัน ไม่ควรเจือจางด้วย solvent และไม่ควรเปิดผิวให้โดนแดดจัดนานโดยไม่มีชั้นป้องกัน เพราะทั้งหมดนี้ลดอายุการใช้งานของระบบกันซึมอย่างชัดเจน
อีกเรื่องที่ควรระวังคือปัญหาน้ำขังถาวรบนดาดฟ้าหรือระเบียง กันซึมช่วยป้องกันน้ำซึมได้ แต่ไม่ควรถูกใช้แทนการแก้ slope และ drainage หากพื้นมีแอ่งน้ำ น้ำจะกดทับฟิล์มนานขึ้น เกิดคราบ ตะไคร่ ความร้อนสะสม และทำให้อายุระบบสั้นลง การรีวิวผลิตภัณฑ์อย่างตรงไปตรงมาจึงต้องบอกว่า Igolflex 130 ดีเมื่อใช้ถูกระบบ แต่ไม่ใช่ทางลัดสำหรับหน้างานที่ยังไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของน้ำ
สำหรับงานซ่อมบ้านจริง แนะนำให้เริ่มจากพื้นที่ตัวอย่างเล็ก ๆ ก่อนเสมอ โดยเฉพาะพื้นผิวเก่า หลังคาบิทูเมนเดิม ไม้ หรือผนังที่มีความชื้นด้านหลัง เพราะวัสดุเดิมอาจหลุดร่อนโดยที่มองด้วยตาไม่เห็น การทดสอบการยึดเกาะและการแห้งจริงช่วยลดความเสี่ยงก่อนลงงานทั้งพื้นที่
สรุปรีวิว: Igolflex 130 คุ้มเมื่อใช้เป็นระบบกันซึมที่มีชั้นป้องกันครบ
ถ้ามองในฐานะบิทูเมนกันซึมสำหรับบ้าน Sika Igolflex 130 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับงานที่ต้องการชั้นกันน้ำยืดหยุ่น ใช้งานง่าย และไม่ต้องใช้ไฟหรือระบบผสมซับซ้อน เหมาะกับผนังใต้ดิน ผนังกันความชื้น ระเบียง ดาดฟ้าที่มีชั้นป้องกัน รางน้ำ flashing และงานซ่อมหลังคาบิทูเมนเก่า โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการลดโอกาสน้ำซึมซ้ำก่อนความเสียหายลามเข้าสู่ผนัง โครงสร้าง และงานตกแต่งภายใน
แต่ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นเมื่อใช้งานตามข้อกำหนดจริง: เตรียมผิวให้ดี ทา primer และ coating ตามอัตรา ทาอย่างน้อย 2 ชั้น เสริมจุดเสี่ยง และป้องกันผิวหลังทา หากใช้ผิดตำแหน่ง เช่น ปล่อยโดน UV นาน ใช้เป็นพื้นเดินโดยตรง หรือทาบนพื้นน้ำขังโดยไม่แก้ slope ผลลัพธ์อาจไม่ตรงกับที่คาดหวัง ดังนั้นก่อนซื้อควรประเมินหน้างานร่วมกับทีมขายหรือช่างที่เข้าใจระบบกันซึม เพื่อให้ Igolflex 130 ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเซฟบ้านในระยะยาวได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
Sika Igolflex 130 คืออะไร?
Sika Igolflex 130 คือวัสดุกันซึมบิทูเมนดัดแปลงโพลิเมอร์สูตรน้ำ แบบส่วนประกอบเดียว ใช้งานโดยการทาเย็น หลังแห้งเป็นฟิล์มสีดำยืดหยุ่น เหมาะกับงานกันซึมที่ไม่เปิดผิวรับ UV ระยะยาวโดยตรง
Sika Igolflex 130 ใช้กับดาดฟ้าได้ไหม?
ใช้ได้ในฐานะชั้นกันซึม แต่ควรมีชั้นป้องกันหลังทา เช่น สีสะท้อนแสง ปูนทรายป้องกัน หรือระบบปิดทับตามความเหมาะสม ไม่ควรปล่อยฟิล์มบิทูเมนโดนแดดและฝนโดยตรงเป็นเวลานาน
ใช้กับผนังใต้ดินได้หรือไม่?
เหมาะกับงาน below grade waterproofing ของพื้นผิวคอนกรีตและ masonry แต่ต้องเตรียมผิวให้แน่น สะอาด ซ่อมรูพรุนและรอยต่อให้ดี และควรมีชั้นป้องกันฟิล์มก่อนถมดินกลับ
Sika Igolflex 130 ต้องทากี่ชั้น?
โดยทั่วไปควรทาอย่างน้อย 2 ชั้น หรือมากกว่านั้นเพื่อให้ได้ความหนาตามต้องการ เอกสารระบุอัตรา coating ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น และ primer ประมาณ 0.3 กก./ตร.ม.
ต้องผสมน้ำหรือไม่?
สำหรับ primer ให้ผสม Igolflex 130 กับน้ำสะอาดประมาณ 20-30% โดยน้ำหนัก ส่วนชั้น coating ใช้ตามระบบที่กำหนดและไม่ควรเจือจางด้วย solvent
รอทาชั้นถัดไปนานเท่าไร?
เอกสารระบุเวลารอทาทับประมาณ 3 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ +30°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% แต่เวลาจริงขึ้นกับอากาศ ความชื้น ความหนาฟิล์ม และการระบายอากาศของหน้างาน
ใช้เป็นพื้นเดินได้ไหม?
ไม่ควรใช้เป็น traffic bearing surface โดยตรง หากพื้นที่ต้องเดินใช้งานประจำ วางของ หรือลากของ ควรมีชั้นป้องกันผิวหรือเลือกระบบพื้นที่ออกแบบมารับแรงสัญจรโดยเฉพาะ
ใช้ทาทับหลังคาบิทูเมนเก่าได้ไหม?
ใช้ในงาน maintenance ของหลังคาบิทูเมนเก่าได้เมื่อชั้นเดิมยังยึดเกาะดี ไม่พอง ไม่กรอบแตก ไม่หลุดร่อน และไม่มีน้ำแทรกใต้ชั้นเดิม จุดเสียหายควรซ่อมก่อนทาทับทั้งระบบ
ซื้อ Sika Igolflex 130 ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้า Sika Igolflex 130 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมช่วยคำนวณจำนวนถังจากพื้นที่จริง
