วิธีแก้ปัญหาดาดฟ้ารั่วซึมช่วงหน้าฝนด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus
หน้าฝนเป็นช่วงที่ปัญหาดาดฟ้ารั่ว หลังคารั่ว น้ำซึมเข้าฝ้า และคราบชื้นบนผนังแสดงอาการชัดที่สุด ถ้าปล่อยไว้นาน น้ำอาจซึมลงคอนกรีต ทำให้สีลอก เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม และต้องซ่อมซ้ำหลายรอบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และออกแบบมาเพื่อช่วยยืดอายุหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีปัญหารั่วซึม
Sikalastic®-501 Roofseal Plus
วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว เหมาะสำหรับหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม ดาดฟ้า และพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น มุม ขอบ รอยต่อ ท่อทะลุพื้น และจุดที่เสี่ยงรั่วซึมซ้ำในช่วงฝนตกหนัก
Quick Answer: ดาดฟ้ารั่วช่วงหน้าฝนใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ไหม?
ใช้ได้ สำหรับงานกันซึมหลังคา ดาดฟ้า และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อและยืดหยุ่น แต่ต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แห้ง แข็งแรง ไม่มี rising moisture และไม่มีน้ำขังต่อเนื่อง เพราะเอกสาร Sika ระบุชัดว่า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ไม่เหมาะกับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา
ถ้าดาดฟ้ารั่วเฉพาะจุด เช่น รอยแตกร้าว มุมผนัง ขอบท่อ รางน้ำ หรือรอยต่อพื้น-ผนัง ควรแก้รายละเอียดเหล่านี้ก่อน แล้วจึงเคลือบพื้นที่หลักตามระบบ เพราะในหน้างานจริง จุดรั่วมักไม่ได้เกิดจากพื้นเรียบกลางดาดฟ้าอย่างเดียว แต่มักเกิดจากรอยต่อและจุดเปลี่ยนระดับที่รับการขยับตัวซ้ำ ๆ เมื่อโดนแดดจัดสลับฝนตกหนัก
สำหรับหน้าฝน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกวัสดุคือการวางแผนเวลา ควรเลือกช่วงที่พื้นผิวแห้งพอ มีอุณหภูมิและความชื้นอยู่ในช่วงที่ผลิตภัณฑ์กำหนด และมีเวลารอเคลือบทับตามตารางก่อนฝนรอบถัดไป หากทำงานเร่งเกินไปบนพื้นชื้นหรือทาทับก่อนวัสดุแห้งไม่ติดมือ โอกาสบวมพอง ล่อน หรือรั่วซ้ำจะสูงขึ้น
ทำไมดาดฟ้าถึงรั่วซึมชัดเจนในช่วงหน้าฝน?
ดาดฟ้าคอนกรีตมักถูกแดด ฝน ความร้อน และการขยายตัวหดตัวของโครงสร้างทุกวัน เมื่อผ่านไปหลายปี ผิวคอนกรีตอาจเกิดรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ชั้นกันซึมเดิมอาจเสื่อม กาวหรือวัสดุอุดรอยต่อแข็งกรอบ และบริเวณขอบมุมอาจแยกตัวโดยไม่สังเกตเห็นในฤดูแล้ง พอเข้าสู่หน้าฝน น้ำจะขังหรือไหลผ่านจุดอ่อนเหล่านี้เป็นเวลานาน ทำให้รอยรั่วเดิมขยายอาการและแสดงผลเป็นคราบน้ำบนฝ้า เพดาน หรือผนังด้านล่าง
อีกสาเหตุที่พบมากคือดาดฟ้ามีความลาดเอียงไม่พอ ทำให้เกิดแอ่งน้ำขังหลังฝนตก แม้วัสดุกันซึมหลายชนิดจะรับน้ำฝนได้ แต่ถ้าน้ำแช่ขังต่อเนื่องทุกวัน ชั้นเคลือบจะรับภาระสูงกว่าปกติ ดังนั้นก่อนทากันซึมควรตรวจทิศทางระบายน้ำ รางน้ำ จุดอุดตัน และสภาพปูนปรับระดับ หากมีจุดแอ่งลึกควรแก้ด้วยงานปรับ slope หรือซ่อมพื้นก่อน
น้ำฝนซึมผ่านรอยแตกเล็ก ๆ ได้ โดยเฉพาะรอยแตกที่ต่อเนื่องลงสู่โครงสร้าง
เป็นจุดเปลี่ยนทิศทางที่มีการขยับตัว จึงควรเสริมระบบให้แน่นกว่าพื้นเรียบ
วัสดุเดิมอาจกรอบ ล่อน พอง หรือมีรอยต่อเปิด ทำให้ฝนซึมผ่านได้ง่าย
เช็กก่อนซ่อม: อย่าดูเฉพาะตำแหน่งน้ำหยดด้านล่าง เพราะน้ำอาจวิ่งใต้ชั้นปูนหรือใต้กระเบื้องจากจุดรั่วที่อยู่ห่างออกไป ควรตรวจจากด้านบนทั้งระบบ โดยดูรอยแตก มุม ขอบ ท่อ รางน้ำ และจุดน้ำขังร่วมกัน
รู้จัก Sikalastic®-501 Roofseal Plus สำหรับงานกันซึมดาดฟ้า
Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน จุดเด่นคือมีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อรังสียูวี เป็นวัสดุกันซึมชนิดไร้รอยต่อ และช่วยเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขังเมื่อใช้ตามระบบที่เหมาะสม จึงเหมาะกับงานหลังคาใหม่และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม
เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika ระบุการใช้งานหลักไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่ งานกันซึมหลังคาโครงสร้างใหม่และงานปรับปรุงหลังคา การติดตั้งบนหลังคาที่มีรายละเอียดมากหรือรูปทรงซับซ้อน และงานปรับปรุงกันซึมเพื่อยืดอายุหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม ซึ่งตรงกับโจทย์ดาดฟ้ารั่วช่วงหน้าฝน เพราะดาดฟ้าจำนวนมากมีทั้งพื้นเรียบ มุมผนัง ท่อ drain รอยต่อ และพื้นที่ที่เคยซ่อมหลายครั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
สำหรับเจ้าของบ้าน จุดเด่นคือระบบทาเคลือบช่วยทำงานกับพื้นที่ซับซ้อนได้ดีกว่าแผ่นกันซึมบางประเภท เพราะไม่มีรอยต่อของแผ่นเป็นจุดอ่อนหลัก สำหรับผู้รับเหมา จุดเด่นคือเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบเดียว ไม่ต้องผสมสองส่วน ลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตรา และทำความสะอาดเครื่องมือด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังใช้งานได้ก่อนวัสดุแข็งตัว
อ้างอิงข้อมูล: ข้อมูลสเปก วิธีใช้ และข้อจำกัดในบทความนี้อ้างอิงจากหน้า Sika Thailand ของ Sikalastic®-501 Roofseal Plus และเอกสาร Product Data Sheet / Safety Data Sheet ที่เผยแพร่บนหน้า Sika ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง
จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับการแก้หลังคารั่วและดาดฟ้ารั่ว
เปิดถัง กวนให้เข้ากัน แล้วใช้งานได้ตามระบบ ไม่ต้องผสมเรซินหลายส่วน ลดความผิดพลาดหน้างาน
เหมาะกับบ้าน อาคาร และพื้นที่ที่ต้องลดความเสี่ยงจากงานร้อนหรือการใช้ไฟบนหลังคา
ช่วยลดจุดอ่อนจากรอยต่อของวัสดุ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีมุมและรายละเอียดจำนวนมาก
เหมาะกับพื้นที่เปิดโล่งที่รับแดดโดยตรง เช่น ดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีต
รองรับการขยับตัวของพื้นผิวและรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ได้ดีกว่าวัสดุแข็งเปราะ
ใช้กับพื้นผิวพรุนและไม่พรุนได้เมื่อเตรียมผิวและทารองพื้นตามคำแนะนำ
ข้อดีอีกอย่างที่เหมาะกับงานรีโนเวตคือสามารถทาทับได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกของเก่าออกในทุกกรณี แต่ประโยคนี้ต้องเข้าใจอย่างถูกต้อง: ถ้าชั้นเดิมยังยึดเกาะดี ไม่มีส่วนล่อน พอง แตก หรือมีคราบที่ลดการยึดเกาะ อาจเตรียมผิวแล้วทาระบบใหม่ได้ แต่ถ้าชั้นเดิมเสียหาย ต้องซ่อม ลอกเฉพาะส่วนที่ไม่แข็งแรง หรือเตรียมพื้นใหม่ก่อนเสมอ การทาทับบนวัสดุเก่าที่หลุดล่อนอยู่แล้วจะทำให้ชั้นใหม่หลุดตามไปด้วย
สเปกสำคัญและอัตราการใช้งานของ Sikalastic®-501 Roofseal Plus
การแก้ดาดฟ้ารั่วให้จบไม่ควรดูแค่ราคาต่อถัง แต่ต้องดูระบบ ความหนา และปริมาณการใช้ต่อตารางเมตร เพราะถ้าทาบางเกินไป แม้วัสดุจะเป็นรุ่นที่ถูกต้อง ก็อาจไม่ได้ฟิล์มกันซึมตามที่ระบบออกแบบไว้ ตารางต่อไปนี้สรุปค่าที่ควรใช้คุยกับทีมช่างก่อนเริ่มงาน
| หัวข้อ | ข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ |
|---|---|
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดส่วนประกอบเดียว |
| การใช้งานหลัก | หลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคา และงานยืดอายุหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม |
| บรรจุภัณฑ์ | 4 กิโลกรัม/ถัง และ 20 กิโลกรัม/ถัง |
| สี | สีเทา สีขาว และสีเขียว |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 12 เดือน เมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย และจัดเก็บถูกวิธี |
| การเก็บรักษา | เก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง อุณหภูมิ +5°C ถึง +30°C |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 1.30 กก./ลิตร ที่ +25°C |
| ค่ากำลังรับแรงดึง | > 1.5 นิวตัน/มม.² |
| อัตราการยืดตัวจนขาด | 350% |
| แรงยึดเกาะกับคอนกรีต | > 0.5 นิวตัน/มม.² |
| อุณหภูมิการใช้งานหลังติดตั้ง | -10°C ถึง +80°C |
ระบบกันซึมหลังคาทั่วไป
| รายการ | ข้อมูลระบบ |
|---|---|
| จำนวนชั้น | เคลือบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น |
| ปริมาณการใช้รวม | ≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. |
| ความหนารวม | ≥ 0.5-0.8 มม. |
| ชั้นแรก | ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. |
| ชั้นบนสุด | ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น จำนวน 2 ชั้นหรือมากกว่า ตามระบบและสภาพหน้างาน |
ระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece
| รายการ | ข้อมูลระบบ |
|---|---|
| โครงสร้างระบบ | ทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus 1 ชั้น วาง Sikalastic® Fleece แล้วเคลือบทับอีก 1-2 ชั้น |
| ปริมาณการใช้รวม | ≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม. |
| ความหนารวม | ≥ 0.9-1.1 มม. |
| เบสโคท | 0.7-1.0 กก./ตร.ม. |
| ทาทับขณะ Fleece ยังเปียก | 0.3-0.5 กก./ตร.ม. |
| ท็อปโคท | 0.6-0.7 กก./ตร.ม./ชั้น จำนวน 1 ชั้นหรือมากกว่า |
ข้อจำกัดเรื่องความหนาต่อชั้น: เอกสาร Sika ระบุว่าไม่ควรใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./ชั้น หากไม่ได้เสริมความแข็งแรง การพยายามทาหนาในครั้งเดียวเพื่อให้เสร็จเร็วอาจทำให้แห้งไม่สม่ำเสมอและเกิดปัญหาผิวงานได้
พื้นผิวที่เหมาะสมและการทารองพื้นก่อนแก้ดาดฟ้ารั่ว
พื้นผิวเป็นหัวใจของงานกันซึม ถ้าพื้นไม่แข็งแรง ชั้นเคลือบที่ดีแค่ไหนก็ยึดกับชั้นผิวที่หลุดล่อนอยู่ไม่ได้ สำหรับ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าพื้นผิวคอนกรีตต้องแน่นทึบ แข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี และเศษวัสดุอื่น ๆ โดยอาจต้องเจียรผิวหรือเตรียมผิวด้วยวิธีทางกลก่อนทารองพื้น ขึ้นกับสภาพหน้างาน
| พื้นผิว | การทารองพื้น | ปริมาณการใช้โดยประมาณ |
|---|---|---|
| ซีเมนต์ / คอนกรีต | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. |
| อิฐและหิน | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. |
| กระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ | Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% | ~0.3 กก./ตร.ม. |
สำหรับพื้นผิวอื่น ๆ ควรทดสอบการยึดเกาะในบริเวณใช้งานจริงก่อน เพราะหลังคาหรือดาดฟ้าเก่าอาจมีวัสดุหลายชนิดปะปนกัน เช่น ปูนซ่อมเดิม สีเก่า กระเบื้องเก่า แผ่นเมทัลชีท รอยต่อยาแนว หรือคราบตะไคร่น้ำ การทดสอบพื้นที่เล็ก ๆ ช่วยลดความเสี่ยงก่อนลงทุนทำทั้งผืน
ความชื้นผิวควรไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นสะสมขึ้นจากด้านล่าง
อุณหภูมิพื้นผิวควรสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดการควบแน่น
กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี เศษปูน สีล่อน และตะไคร่ก่อนเริ่มทาระบบ
วิธีใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus แก้ดาดฟ้ารั่วแบบเป็นขั้นตอน
การติดตั้งที่ดีควรเริ่มจากการสำรวจทั้งระบบ ไม่ใช่เปิดถังแล้วทาทันที โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่มีเวลาทำงานจำกัด ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะเริ่มจากจุดรายละเอียดก่อน เช่น ขอบมุม รอยต่อ ท่อทะลุพื้น รางน้ำ และจุดที่เคยรั่วซ้ำ จากนั้นจึงทาพื้นที่แนวราบเพื่อให้ระบบต่อเนื่องกันทั้งผืน
- สำรวจและซ่อมพื้นเดิม: ตรวจรอยแตก แอ่งน้ำ จุดล่อน และชั้นกันซึมเดิม หากมีส่วนหลุดร่อนให้ซ่อมหรือกำจัดก่อน
- ทำความสะอาดพื้นผิว: พื้นคอนกรีตต้องแข็งแรง แห้ง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน และเศษวัสดุที่ลดการยึดเกาะ
- กวนวัสดุก่อนใช้: กวน Sikalastic®-501 Roofseal Plus ประมาณ 1 นาที ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดฟองอากาศ
- ทารองพื้น: ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% บนพื้นผิวที่ระบุ โดยใช้อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม.
- ทาชั้นแรก: สำหรับระบบทั่วไป ทาชั้นแรกประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. ให้สม่ำเสมอด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสม
- รอเคลือบทับ: ปล่อยให้แห้งตามตารางเวลา โดยขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น และระบบที่เสริมแรงหรือไม่เสริมแรง
- ทาชั้นถัดไป: ทาชั้นบนสุดอีก 2 ชั้นหรือมากกว่าในระบบทั่วไป หรือทำระบบเสริม Fleece ตามขั้นตอนสำหรับจุดเสี่ยง
- เก็บรายละเอียดและตรวจผิว: ตรวจความต่อเนื่องของฟิล์ม มุม ขอบ ท่อ รอยต่อ และพื้นที่ที่อาจทาบางเกินไปก่อนส่งงาน
ระยะเวลารอเคลือบทับ
| สภาพแวดล้อม | ระบบเสริมความแข็งแรง | ระบบไม่เสริมความแข็งแรง |
|---|---|---|
| +20°C / RH 50% | 24 ชั่วโมง | 6 ชั่วโมง |
| +30°C / RH 50% | 12 ชั่วโมง | 4 ชั่วโมง |
เวลาข้างต้นเป็นค่าประมาณจากเอกสารผลิตภัณฑ์และอาจเปลี่ยนตามอุณหภูมิ ความชื้น ลม ความหนาที่ทา และสภาพพื้นผิวจริง ในช่วงหน้าฝนจึงควรดูพยากรณ์อากาศและเผื่อเวลาให้วัสดุแห้งพอก่อนฝนตก หากฝนมาเร็ว ควรป้องกันพื้นที่ที่ยังไม่แห้งและหลีกเลี่ยงการเดินหรือวางของบนชั้นเคลือบใหม่
ระบบเสริม Fleece ควรใช้ตรงไหน?
Sikalastic® Fleece เหมาะกับบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ มีรอยแตกร้าว รอยต่อ ตะเข็บ หรือรายละเอียดมาก เช่น มุมพื้นชนผนัง ท่อระบายน้ำ ฐานเสา ขอบ parapet และจุดที่เคยรั่วซ้ำ โดยปู Fleece ให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม. เพื่อให้ชั้นเสริมต่อเนื่อง
คำแนะนำหน้างาน: ถ้าพื้นดาดฟ้ามีทั้งพื้นเรียบและรอยแตกจำนวนมาก อาจใช้ระบบทั่วไปกับพื้นที่หลัก และเสริม Fleece เฉพาะจุดเสี่ยงตามเอกสาร แต่ถ้าพื้นมีรอยต่อเยอะหรือขยับตัวมาก ควรให้ทีมช่างประเมินว่าควรเสริมทั้งผืนหรือไม่
ข้อควรระวังเมื่อติดตั้งช่วงหน้าฝน
Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุที่เหมาะกับงานกันซึมหลังคา แต่ไม่ได้แปลว่าสามารถทาบนพื้นเปียกหรือพื้นที่มีน้ำขังตลอดเวลาได้ เอกสาร Sika ระบุช่วงอุณหภูมิแวดล้อมสำหรับงานติดตั้งที่ +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์อากาศสูงสุด 80% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C พร้อมเงื่อนไขว่าพื้นผิวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C
ห้ามใช้ผิดเงื่อนไข: ห้ามเคลือบบนพื้นผิวที่มี rising moisture, ไม่เหมาะกับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา, ไม่ควรทาบนหลังคาที่มีน้ำขังเป็นระยะเวลานาน และไม่แนะนำกับพื้นที่ที่มีการสัญจรด้วยทางเท้าโดยตรง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรคลุมด้วยวัสดุที่เหมาะสม เช่น กระเบื้อง แผ่นหิน หรือแผ่นไม้
อีกประเด็นที่ควรระวังคือการทาบนฉนวนหรือการปูวัสดุซีเมนต์ทับโดยตรง เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าห้ามทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ลงบนแผ่นฉนวนโดยตรง และห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยซีเมนต์ เช่น กระเบื้องหรือปูน บนผิวที่เคลือบโดยตรง ควรใช้ทรายควอตซ์ชนิดแห้งเป็นตัวกั้นสิ่งที่มีฤทธิ์เป็นด่างตามคำแนะนำของระบบ
พื้นชื้นหรือมีไอน้ำดันขึ้นอาจทำให้ชั้นกันซึมบวมพองและยึดเกาะไม่ดี
การเร่งงานด้วยการทาหนาเกินระบบอาจทำให้แห้งช้าและเกิดปัญหาฟิล์ม
ถ้าปล่อยให้มีน้ำขังยาวนาน แม้วัสดุดี งานก็ยังเสี่ยงเสียหายในระยะยาว
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยจาก SDS
เอกสารข้อมูลความปลอดภัยระบุว่าผลิตภัณฑ์อาจเป็นอันตรายต่อเด็กที่ได้รับการเลี้ยงด้วยน้ำนมมารดา และเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำพร้อมผลกระทบระยะยาว ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงการหายใจเอาฝุ่นหรือหมอกเข้าสู่ร่างกาย หลีกเลี่ยงการสัมผัสระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะดูแลบุตร ล้างผิวหลังสัมผัส และไม่กิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างใช้งาน
ควรสวมถุงมือ แว่นตานิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันตามความเสี่ยงของหน้างาน หากการระบายอากาศไม่เพียงพอควรใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่เหมาะสม ห้ามปล่อยวัสดุไหลลงท่อระบายน้ำ แหล่งน้ำ หรือดิน และควรกำจัดภาชนะหรือวัสดุเหลือใช้ตามข้อกำหนดท้องถิ่น
คำนวณปริมาณคร่าว ๆ ก่อนสั่งซื้อ
การคำนวณปริมาณใช้จริงควรเผื่อความพรุนของพื้นผิว ความหยาบ รายละเอียดมุม ท่อ รางน้ำ และการสูญเสียระหว่างทำงาน ตัวอย่างเช่น พื้นที่ดาดฟ้า 50 ตร.ม. หากใช้ระบบทั่วไปที่ปริมาณรวม 1.4-2.1 กก./ตร.ม. จะใช้วัสดุประมาณ 70-105 กก. ก่อนเผื่อสูญเสีย หรือประมาณ 4-6 ถังขนาด 20 กก. ขึ้นกับระบบและสภาพพื้นจริง
ถ้าเป็นระบบเสริมความแข็งแรงที่ปริมาณรวม 2.1-2.8 กก./ตร.ม. พื้นที่ 50 ตร.ม. จะใช้ประมาณ 105-140 กก. ก่อนเผื่อสูญเสีย หรือประมาณ 6-7 ถังขนาด 20 กก. ดังนั้นก่อนสั่งซื้อควรวัดพื้นที่จริง แยกพื้นที่ที่ต้องเสริม Fleece และส่งรูปหน้างานให้ทีม GY Asia ช่วยประเมิน เพื่อให้ได้จำนวนถังใกล้เคียงกับงานจริงที่สุด
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณจากอัตราทฤษฎีในเอกสาร ไม่รวมการสูญเสียจากความพรุน ความหยาบ การซ่อมรอยแตก การเสริมมุม และทักษะการติดตั้งของทีมช่าง
สรุป: แก้ดาดฟ้ารั่วหน้าฝนให้จบ ต้องทำเป็นระบบ
ถ้าดาดฟ้ารั่วในช่วงหน้าฝน Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานกันซึมหลังคาและดาดฟ้า เพราะเป็น PU สูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ใช้งานง่าย ทน UV ยืดหยุ่น และสร้างฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม และพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม งานกันซึมที่ดีไม่ได้จบที่การเลือกถังสินค้า แต่ต้องเริ่มจากการตรวจสาเหตุรั่ว เตรียมพื้นผิวให้ถูกต้อง เลือกระบบทั่วไปหรือระบบเสริม Fleece ให้เหมาะกับสภาพดาดฟ้า ทาตามอัตราการใช้และระยะเวลารอเคลือบทับ และหลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่ Sika ระบุว่าไม่เหมาะสม เช่น พื้นมีความชื้นสะสม น้ำขังยาวนาน หรือพื้นที่ที่ต้องเดินใช้งานโดยไม่มีวัสดุป้องกันทับหน้า
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus บน Sika Thailand รวมถึงเอกสาร Product Data Sheet และ Safety Data Sheet ที่เผยแพร่บนหน้าผลิตภัณฑ์
คำถามที่พบบ่อย
Sikalastic®-501 Roofseal Plus คืออะไร?
Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ชนิดส่วนประกอบเดียว มีความยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และเมื่อทาตามระบบจะเกิดชั้นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า และงานปรับปรุงหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม
ใช้แก้ดาดฟ้ารั่วช่วงหน้าฝนได้ไหม?
ใช้ได้เมื่อพื้นผิวแห้ง แข็งแรง สะอาด และไม่มีความชื้นสะสมจากด้านล่าง ควรวางแผนทำงานในช่วงที่ฝนเว้นระยะพอให้วัสดุแห้งและรอเคลือบทับตามตาราง ไม่ควรทาบนพื้นเปียกหรือบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา
ต้องทากี่ชั้น?
ระบบกันซึมหลังคาทั่วไปใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น โดยมีปริมาณการใช้รวมประมาณ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ส่วนระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece ใช้ปริมาณรวมประมาณ 2.1-2.8 กก./ตร.ม.
หนึ่งถังมีขนาดเท่าไร?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุบรรจุภัณฑ์ 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง จำนวนที่ต้องใช้ขึ้นกับพื้นที่จริง ระบบที่เลือก จำนวนชั้น สภาพพื้นผิว และรายละเอียดเสริมแรงบริเวณมุม ท่อ รางน้ำ หรือรอยแตก
ต้องผสมอะไรก่อนไหม?
เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบเดียว ก่อนใช้งานให้กวนประมาณ 1 นาทีจนเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดฟองอากาศ สำหรับงานรองพื้นบนซีเมนต์ อิฐ หิน หรือกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ เอกสารระบุให้ใช้ผลิตภัณฑ์เจือจางน้ำ 10%
พื้นซีเมนต์ต้องทารองพื้นหรือไม่?
ควรทารองพื้นตามเอกสาร โดยใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% ในอัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. บนพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ ทั้งนี้พื้นต้องสะอาด แห้ง และแข็งแรงก่อนเสมอ
ใช้กับกระเบื้องดาดฟ้าเดิมได้ไหม?
เอกสารระบุพื้นผิวกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบเป็นพื้นผิวที่ใช้รองพื้นด้วยผลิตภัณฑ์เจือจางน้ำได้ แต่หน้างานจริงต้องตรวจว่ากระเบื้องเดิมแน่น ไม่มีแผ่นกลวง หลุดร่อน คราบน้ำยาเคลือบ หรือคราบสกปรกที่ทำให้การยึดเกาะลดลง
ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขัง ใช้ได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้กับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลาหรือขังเป็นระยะเวลานานตามข้อจำกัดในเอกสาร Sika ควรแก้ระบบระบายน้ำ ปรับ slope หรือซ่อมแอ่งน้ำก่อน เพื่อให้ชั้นกันซึมทำงานในสภาพที่เหมาะสม
ต้องเสริม Sikalastic® Fleece ตรงไหน?
ควรเสริมบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ รอยแตกร้าว รอยต่อ ตะเข็บ มุมพื้นชนผนัง ท่อทะลุพื้น รางน้ำ และจุดที่มีรายละเอียดซับซ้อน โดยปูให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.
ใช้กับพื้นที่ที่มีคนเดินบ่อยได้ไหม?
เอกสารระบุว่าไม่แนะนำให้ใช้กับพื้นผิวที่มีการสัญจรด้วยทางเท้าโดยตรง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรคลุมด้วยวัสดุที่เหมาะสม เช่น กระเบื้อง แผ่นหิน หรือแผ่นไม้ เพื่อปกป้องชั้นกันซึม
ทำความสะอาดเครื่องมืออย่างไร?
ทำความสะอาดแปรง ลูกกลิ้ง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังใช้งาน หากวัสดุแข็งติดเครื่องมือแล้วต้องกำจัดด้วยวิธีทางกลเท่านั้น
ซื้อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง
