วิธีแก้ปัญหาเหล็กเสริมเป็นสนิมในคอนกรีตให้จบถาวร ด้วย SikaTop® Armatec®-110 EpoCem
คอนกรีตแตกร่อน เหล็กเสริมโผล่ และสนิมดันปูนจนหลุด ไม่ควรซ่อมด้วยการฉาบปูนทับอย่างเดียว เพราะต้นตออยู่ที่เหล็กเสริมกำลังกัดกร่อน บทความนี้สรุประบบซ่อมที่ถูกต้องด้วย SikaTop® Armatec®-110 EpoCem วัสดุกันสนิมเหล็กเสริมและ bonding primer สำหรับงานซ่อมคอนกรีตที่ต้องการยึดเกาะดีและลดโอกาสกลับมาเสียซ้ำ
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem
วัสดุเคลือบ 3 ส่วนประกอบ มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ อีพ็อกซี่เรซิน มวลคัดขนาด และสารเติมแต่ง ใช้เป็นทั้งชั้นป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมและ bonding primer ระหว่างคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อมในระบบ Sika MonoTop®
Quick Answer: เหล็กเสริมเป็นสนิมในคอนกรีต แก้ให้จบต้องทำอย่างไร?
ต้องเปิดคอนกรีตที่เสียหายออกจนถึงเนื้อแน่น ทำความสะอาดเหล็กเสริมจนสนิมหลุดออกให้มากที่สุด เคลือบเหล็กด้วย SikaTop® Armatec®-110 EpoCem ตามความหนาและจำนวนชั้นที่กำหนด จากนั้นซ่อมกลับด้วยปูนซ่อมคอนกรีตที่เข้าระบบ เช่นกลุ่ม Sika MonoTop® แล้วบ่มและป้องกันน้ำซึมซ้ำให้ถูกต้อง การฉาบปูนทับรอยแตกโดยไม่จัดการสนิมเป็นเพียงการปิดแผลชั่วคราว และมักกลับมาแตกร่อนอีก
หัวใจของงานนี้คือเข้าใจว่า “สนิมเหล็กเสริม” ไม่ใช่แค่คราบสีน้ำตาล แต่เป็นกระบวนการกัดกร่อนที่ทำให้ปริมาตรของสนิมขยายตัว ดันคอนกรีตหุ้มเหล็กให้แตก ร่อน หรือระเบิดผิวออก เมื่อปล่อยไว้นาน เหล็กเสริมจะสูญเสียหน้าตัดและความสามารถรับแรง งานซ่อมจึงต้องหยุดการกัดกร่อนและคืนระบบยึดเกาะระหว่างเหล็ก คอนกรีตเดิม และปูนซ่อมใหม่ให้แน่นกว่าเดิม
SikaTop Armatec 110 EpoCem ถูกออกแบบมาอยู่ตรงกลางของระบบซ่อมคอนกรีตนี้พอดี เพราะใช้ได้ทั้งเป็นชั้นป้องกันสนิมเหล็กเสริม และเป็นสะพานยึดเกาะบนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ก่อนลงปูนซ่อม ทำให้งานซ่อมไม่ได้พึ่งปูนฉาบชั้นเดียว แต่เป็นระบบที่มีชั้นป้องกัน ช่วงเวลาทำงาน และวัสดุซ่อมต่อเนื่องกันอย่างชัดเจน
ทำไมเหล็กเสริมในคอนกรีตถึงเป็นสนิม ทั้งที่ถูกฝังอยู่ด้านใน?
โดยปกติคอนกรีตมีความเป็นด่างสูง จึงช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปกป้องเหล็กเสริมได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป น้ำ คลอไรด์ คาร์บอนไดออกไซด์ หรือสารเคมีบางชนิดสามารถซึมผ่านรอยร้าว รูพรุน หรือคอนกรีตที่หุ้มเหล็กบางเกินไปเข้าไปถึงเหล็กได้ เมื่อสภาพป้องกันเสียไป เหล็กจะเริ่มเกิดสนิม และสนิมจะขยายตัวจนดันคอนกรีตให้แตกจากภายใน
น้ำเป็นตัวกลางสำคัญของการกัดกร่อน โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำขัง น้ำซึม หรือรอยร้าวเปิดรับฝนเป็นประจำ
อาคารใกล้ทะเล โรงจอดรถ พื้นที่มีเกลือ หรือสารเคมีบางชนิด ทำให้เหล็กเสริมเสี่ยงสนิมเร็วขึ้น
ถ้าระยะ cover บาง ผิวคอนกรีตพรุน หรือมีโพรง น้ำและอากาศจะเข้าถึงเหล็กง่ายกว่าปกติ
สัญญาณที่ควรรีบตรวจ ได้แก่ ผิวคอนกรีตปูดบวม รอยแตกร้าวตามแนวเหล็ก คราบสนิมไหลออกจากรอยแตก เสียงกลวงเมื่อเคาะผิว หรือมีเหล็กเสริมโผล่ให้เห็น หากพบอาการเหล่านี้ การโป๊วผิวหรือฉาบบางทับด้านนอกจะไม่พอ เพราะปัญหาอยู่ลึกถึงเหล็กและเนื้อคอนกรีตบริเวณรอบเหล็ก
จุดสำคัญ: งานซ่อมสนิมเหล็กเสริมต้องเปิดพื้นที่เสียหายออกให้ถึงจุดจริง ไม่ใช่ซ่อมเฉพาะผิวที่เห็น เพราะสนิมมักลามอยู่ใต้คอนกรีตที่ยังดูเหมือนปกติด้านนอก
SikaTop Armatec 110 EpoCem ทำหน้าที่อะไรในระบบซ่อมคอนกรีต?
SikaTop® Armatec®-110 EpoCem เป็นวัสดุเคลือบ 3 ส่วนประกอบชนิด cementitious epoxy resin compensated มี corrosion inhibitor ใช้สำหรับเป็นวัสดุป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริม และใช้เป็น bonding primer บนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์ในงานซ่อมคอนกรีต ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika รุ่นนี้ผ่านข้อกำหนด EN 1504-7 และเหมาะกับการควบคุมบริเวณ anodic areas ตาม Principle 11, Method 11.1 ของ EN 1504-9
มองแบบหน้างาน รุ่นนี้ช่วยแก้ 2 เรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือเคลือบเหล็กเสริมที่ทำความสะอาดแล้ว เพื่อเพิ่มชั้นป้องกันการกัดกร่อนก่อนปิดกลับด้วยปูนซ่อม เรื่องที่สองคือใช้เป็นชั้นประสานระหว่างคอนกรีตเดิมกับปูนซ่อม ช่วยให้ปูนซ่อมเกาะกับพื้นผิวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะงานซ่อมโครงสร้างที่ไม่อยากให้รอยต่อเก่ากับใหม่เป็นจุดอ่อน
| บทบาทในงานซ่อม | ใช้งานกับส่วนไหน | ผลที่ต้องการ | ข้อควรจำ |
|---|---|---|---|
| Reinforcement corrosion protection | เหล็กเสริมที่เปิดผิวและทำความสะอาดแล้ว | ลดความเสี่ยงการกัดกร่อนซ้ำ | ต้องทาอย่างน้อย 2 ชั้น รวมความหนาประมาณ 2 มม. |
| Bonding primer | คอนกรีตเดิมหรือมอร์ตาร์เดิมที่เตรียมผิวแล้ว | เพิ่มการยึดเกาะของปูนซ่อมใหม่ | ต้องทาให้เข้าโพรงและรูพรุนบนพื้นผิว ความหนาขั้นต่ำประมาณ 0.5 มม. |
| ส่วนหนึ่งของระบบ Sika repair | ใช้ร่วมกับปูนซ่อม Sika MonoTop® series | ได้ระบบซ่อมที่วัสดุเข้ากัน | ต้องเลือกปูนซ่อมตามความลึก ตำแหน่ง และภาระใช้งาน |
จุดเด่นที่ Sika ระบุไว้ ได้แก่ มี EpoCem® technology, ยืดเวลาทำงานก่อนลงปูนซ่อม, เข้ากันได้กับปูนซ่อม Sika MonoTop® ส่วนใหญ่, ยึดเกาะได้ดีกับคอนกรีตและเหล็ก, มี corrosion inhibitor, ทนน้ำและคลอไรด์ได้ดี, มี pot life ยาว, ผสมง่าย และสามารถทาด้วยแปรงหรือพ่นด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมได้
สเปกสำคัญและอัตราการใช้งานของ SikaTop Armatec 110 EpoCem
ก่อนสั่งของหรือวางแผนหน้างาน ควรดูสเปกที่เกี่ยวกับจำนวนชุด อัตราใช้ ระยะเวลาทำงาน และช่วงอุณหภูมิให้ครบ เพราะงานซ่อมเหล็กเสริมเป็นสนิมมักมีพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ บางจุดต้องเปิดลึก บางจุดมีเหล็กหลายเส้น และบางจุดต้องใช้เป็น bonding primer บนพื้นผิวคอนกรีตขนาดใหญ่
| รายการ | ข้อมูลผลิตภัณฑ์ | ความหมายกับหน้างาน |
|---|---|---|
| บรรจุภัณฑ์ | 20 กก./ชุด A+B+C: A 1.14 กก. + B 2.86 กก. + C 16 กก. | เป็นชุด 3 ส่วนประกอบ ต้องผสมตามชุด ไม่ควรแบ่งแบบเดาสัดส่วน |
| สีเมื่อผสม | เทาเข้ม | ช่วยให้เห็นพื้นที่ที่ทาเคลือบเหล็กและพื้นผิวได้ชัด |
| ความหนาแน่น | ประมาณ 2.0 กก./ลิตร ที่ 23 °C | ใช้ประเมินปริมาณวัสดุและความหนาฟิล์มได้ |
| อุณหภูมิใช้งาน | อากาศและพื้นผิว +5 °C ถึง +30 °C | งานกลางแจ้งในไทยควรเลี่ยงช่วงพื้นร้อนจัด |
| Pot life | ประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ +20 °C | อากาศร้อนอาจทำให้เวลาทำงานสั้นลง จึงควรวางทีมและพื้นที่ทาให้พร้อม |
| แรงยึดเกาะดึง | ≥ 1.5 N/mm² หรือ MPa หลัง 28 วัน ตาม EN 1542 | สะท้อนบทบาทเป็น bonding primer ในระบบซ่อม |
| การทดสอบการกัดกร่อน | Pass ตาม EN 15183 | เกี่ยวข้องกับงานป้องกันสนิมเหล็กเสริม |
| อายุเก็บ | 12 เดือนจากวันที่ผลิต | ต้องดูวันผลิตและเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท |
อัตราการใช้งานโดยประมาณ
- เคลือบกันสนิมเหล็กเสริม: ประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น ที่ความหนาประมาณ 1 มม. และต้องมีความหนารวมขั้นต่ำ 2 ชั้น ประมาณ 2 มม.
- ใช้เป็น bonding primer บนพื้นผิว: มากกว่า 1.5-2.0 กก./ตร.ม./มม. ขึ้นกับสภาพพื้นผิวและความพรุนของคอนกรีตเดิม
คำแนะนำการคำนวณ: ถ้าเป็นงานซ่อมคาน เสา พื้น หรือผนังที่เหล็กเสริมโผล่ ควรแยกปริมาณเป็น 2 ส่วน คือพื้นที่ผิวเหล็กที่ต้องเคลือบกันสนิม และพื้นที่คอนกรีตที่ต้องทา bonding primer ก่อนลงปูนซ่อม เพื่อไม่ให้ประเมินวัสดุต่ำเกินจริง
ระบบซ่อมเหล็กเสริมเป็นสนิมให้จบถาวร ไม่ใช่แค่ฉาบปิดรอย
คำว่า “จบถาวร” ในงานซ่อมคอนกรีตไม่ได้แปลว่าไม่มีวันต้องบำรุงรักษาอีก แต่หมายถึงซ่อมตรงต้นเหตุครบระบบ ลดโอกาสกลับมาแตกร่อนจากสนิมซ้ำในตำแหน่งเดิม และทำให้โครงสร้างกลับมามีผิวป้องกันที่เหมาะสม งานที่ถูกต้องต้องจัดการตั้งแต่การเปิดคอนกรีตเสียหาย การทำความสะอาดเหล็ก การเคลือบกันสนิม การทำ bonding primer การอุดซ่อม และการป้องกันน้ำหรือคลอไรด์หลังซ่อม
- สำรวจอาการและขอบเขตเสียหาย: เคาะหาโพรง ฟังเสียงกลวง มาร์กขอบเขตคอนกรีตที่หลุดร่อน และตรวจว่ามีรอยร้าวหรือคราบสนิมลามไปถึงไหน
- สกัดคอนกรีตที่ไม่แข็งแรงออก: เปิดจนถึงเนื้อคอนกรีตแน่นและเปิดรอบเหล็กเสริมให้พอทำความสะอาดและเคลือบได้ทั่วถึง
- ทำความสะอาดเหล็กเสริม: ใช้แปรงลวด เครื่องมือกล หรือวิธีที่เหมาะสมกำจัดสนิม คราบปูนหลวม ฝุ่น และสิ่งปนเปื้อน
- ประเมินหน้าตัดเหล็ก: หากเหล็กถูกกัดกร่อนจนหน้าตัดลดลงมาก ต้องให้วิศวกรพิจารณาเสริมเหล็กหรือซ่อมเชิงโครงสร้าง ไม่ควรทาเคลือบแล้วปิดกลับทันที
- เคลือบ SikaTop Armatec 110 บนเหล็ก: ทาชั้นแรกประมาณ 1 มม. แล้วทาชั้นที่สองเมื่อชั้นแรกแข็งพอ ไม่ติดเล็บ ตามช่วงเวลาที่ระบุ
- ทาเป็น bonding primer บนคอนกรีตเดิม: กดวัสดุให้เข้าโพรงและรูพรุน เพื่อให้ปูนซ่อมใหม่ยึดเกาะกับผิวเดิมได้เต็มหน้า
- ลงปูนซ่อมที่เหมาะสม: ใช้ปูนซ่อมคอนกรีตในระบบที่เหมาะกับความลึกและตำแหน่งงาน เช่นแนว Sika MonoTop®-412 series สำหรับงานซ่อมโครงสร้าง
- บ่มและป้องกันผิว: ป้องกันฝน น้ำสกปรก แดดจัด ลมแรง และการกระแทกในช่วงแรก เพื่อให้วัสดุพัฒนากำลังและยึดเกาะได้ดี
หลังซ่อมเสร็จ ควรจัดการต้นเหตุของน้ำซึมด้วย เช่น อุดรอยร้าว ทำระบบกันซึม เคลือบป้องกันผิว หรือแก้ทางน้ำไหล เพราะถ้าปล่อยให้น้ำและคลอไรด์เข้าถึงเหล็กได้เหมือนเดิม งานซ่อมที่ดีแค่ไหนก็อาจถูกบังคับให้ทำงานหนักเกินสภาพออกแบบ
วิธีผสมและวิธีทา SikaTop Armatec 110 EpoCem ให้ถูกต้อง
รุ่นนี้เป็นวัสดุ 3 ส่วนประกอบ จึงต้องผสมตามลำดับและเวลาที่กำหนด จุดที่สำคัญมากคือ ห้ามเติมน้ำ เพราะระบบถูกออกแบบให้ใช้ของเหลวส่วน A และ B ร่วมกับผงส่วน C ในสัดส่วนที่กำหนด การเติมน้ำเพื่อให้ทาลื่นขึ้นอาจทำให้คุณสมบัติการยึดเกาะ ความหนาแน่น และประสิทธิภาพป้องกันการกัดกร่อนลดลง
ลำดับการผสม
- เขย่าส่วนประกอบ A และ B ให้ทั่วก่อนเปิดภาชนะ
- เทส่วนของเหลว A และ B ลงในถังผสมที่สะอาด แล้วผสมประมาณ 30 วินาที
- ค่อย ๆ เติมผงส่วน C ระหว่างที่เครื่องผสมทำงาน
- ผสมส่วน A+B+C รวมกันอย่างน้อย 3 นาที โดยลดการกวนอากาศเข้าเนื้อวัสดุให้มากที่สุด
- พักวัสดุที่ผสมแล้วประมาณ 5-10 นาที จนได้เนื้อที่ทาด้วยแปรงได้และหยดตัวอ่อน ๆ
การทาเป็นชั้นกันสนิมเหล็กเสริม
หลังทำความสะอาดเหล็กเสริมแล้ว ให้ใช้แปรงขนแข็งปานกลางหรือเครื่องพ่นที่เหมาะสม ทาชั้นแรกหนาประมาณ 1 มม. ให้คลุมรอบเหล็ก เมื่อชั้นแรกแข็งพอไม่ติดเล็บ โดยประมาณ 2-3 ชั่วโมงที่ +20 °C จึงทาชั้นที่สอง แล้วค่อยลงปูนซ่อมแบบ wet on dry เพื่อไม่ให้ชั้นป้องกันถูกปาดหลุด
การทาเป็น bonding primer
บนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิมที่เตรียมผิวแล้ว ให้ใช้แปรงหรือพ่นลงบนพื้นผิว กดวัสดุให้เข้าโพรงและรูพรุนทั่วถึง ความหนาขั้นต่ำประมาณ 0.5 มม. จากนั้นลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยต้องป้องกันวัสดุสดจากฝนและสิ่งปนเปื้อนก่อนลงปูนซ่อม
| อุณหภูมิ | เวลารอสูงสุดก่อนลงปูนซ่อม | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| +5 °C | 6 ชั่วโมง | อากาศเย็นทำให้มีเวลาทำงานนานขึ้น |
| +10 °C | 5 ชั่วโมง | ยังต้องป้องกันฝุ่นและน้ำระหว่างรอ |
| +20 °C | 2 ชั่วโมง | เป็นค่าที่มักใช้อ้างอิงกับ pot life และการแข็งตัว |
| +30 °C | 1 ชั่วโมง | ในไทยควรวางแผนทีมให้พร้อม เพราะเวลาทำงานสั้นลงมาก |
เมื่อใช้เสร็จ ควรล้างเครื่องมือด้วยน้ำทันทีขณะวัสดุยังไม่แข็งตัว เพราะวัสดุที่แข็งแล้วต้องกำจัดด้วยวิธีเชิงกลเท่านั้น และควรป้องกันมอร์ตาร์สดจากฝนจนกว่าวัสดุจะเซ็ตตัวเพียงพอ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานซ่อมสนิมเหล็กเสริมกลับมาเสียซ้ำ
หลายหน้างานซ่อมแล้วกลับมาแตกร่อนภายในเวลาไม่นาน ไม่ใช่เพราะปูนซ่อมไม่ดีเสมอไป แต่เกิดจากการข้ามขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะการเปิดคอนกรีตไม่ถึงเนื้อแน่น การปล่อยสนิมหลงเหลือมากเกินไป การไม่เคลือบเหล็กเสริม หรือการลงปูนซ่อมบนพื้นผิวที่มีฝุ่นและความชื้นไม่เหมาะสม
ซ่อนปัญหาไว้ด้านใน สนิมยังขยายตัวและดันปูนใหม่ให้ร่อนอีก
การเคลือบบางเกินหรือไม่คลุมรอบเหล็กทำให้ชั้นป้องกันไม่ต่อเนื่อง
ทำให้ระบบวัสดุผิดสัดส่วน เสี่ยงเสียคุณสมบัติที่ออกแบบไว้
bonding primer อาจเลยช่วงที่เหมาะสม ทำให้การยึดเกาะไม่เต็มประสิทธิภาพ
น้ำยังเข้าทางเดิม ทำให้เหล็กกลับมาอยู่ในสภาพเสี่ยงกัดกร่อน
ถ้าเหล็กสูญเสียหน้าตัดมาก งานนี้ต้องให้วิศวกรช่วยตัดสินใจเรื่องการเสริมกำลัง
งานโครงสร้างต้องระวัง: ถ้าเป็นคาน เสา พื้นรับน้ำหนัก ระเบียง หรือโครงสร้างที่มีรอยแตกร้าวกว้าง เหล็กโผล่จำนวนมาก หรือคอนกรีตหลุดล่อนเป็นพื้นที่ใหญ่ ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนซ่อม เพราะอาจไม่ใช่งานซ่อมผิวทั่วไป
สรุป: แก้เหล็กเสริมเป็นสนิมให้จบ ต้องซ่อมเป็นระบบ
ถ้าคอนกรีตแตกร่อนเพราะเหล็กเสริมเป็นสนิม การซ่อมที่ถูกต้องต้องเริ่มจากเปิดผิวเสียหาย ทำความสะอาดเหล็ก เคลือบป้องกันสนิมด้วยวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับงานนี้ ใช้ bonding primer ให้เหมาะสม แล้วจึงลงปูนซ่อมคอนกรีตที่เข้ากับระบบ SikaTop® Armatec®-110 EpoCem จึงเป็นตัวเลือกสำคัญเพราะทำหน้าที่ได้ทั้งชั้นป้องกันสนิมเหล็กเสริมและชั้นประสานการยึดเกาะก่อนซ่อมกลับ
สิ่งที่ควรจำที่สุดคืออย่ารีบปิดผิวก่อนจัดการต้นเหตุ สนิม น้ำซึม คลอไรด์ และผิวคอนกรีตที่ไม่แข็งแรงต้องถูกแก้พร้อมกัน งานซ่อมจึงจะไม่ใช่แค่ทำให้ดูเรียบในวันส่งงาน แต่ช่วยลดโอกาสเสียซ้ำในระยะยาวได้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก การใช้งาน อัตราการใช้ วิธีผสม และช่วงเวลาทำงานอ้างอิงจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ SikaTop® Armatec®-110 EpoCem® บน Sika Thailand ควรตรวจเอกสารเทคนิคฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
SikaTop Armatec 110 EpoCem ใช้ทำอะไร?
ใช้เป็นวัสดุป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเสริมในงานซ่อมคอนกรีต และใช้เป็น bonding primer บนคอนกรีตหรือมอร์ตาร์เดิมก่อนลงปูนซ่อมใหม่
เหล็กเสริมเป็นสนิม ฉาบปูนทับได้ไหม?
ไม่ควรฉาบทับทันที เพราะสนิมยังอยู่และจะขยายตัวดันคอนกรีตให้แตกร่อนอีก ควรเปิดผิว ทำความสะอาดเหล็ก เคลือบกันสนิม แล้วซ่อมกลับด้วยปูนซ่อมที่เหมาะสม
ต้องทา SikaTop Armatec 110 กี่ชั้นบนเหล็กเสริม?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุให้ใช้เป็นชั้นป้องกันสนิมประมาณ 2 กก./ตร.ม./ชั้น ที่ความหนาประมาณ 1 มม. และต้องมีอย่างน้อย 2 ชั้น รวมความหนาประมาณ 2 มม.
ใช้เป็น bonding primer ต้องหนาเท่าไร?
เมื่อนำไปใช้เป็น bonding primer ต้องทาให้เข้าเนื้อพื้นผิวและรูพรุน โดยมีความหนาขั้นต่ำประมาณ 0.5 มม. และลงปูนซ่อมแบบ wet on wet ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
ผสม SikaTop Armatec 110 ต้องเติมน้ำไหม?
ไม่ต้องเติมน้ำ และไม่ควรเติมน้ำโดยเด็ดขาด ให้ผสมส่วน A และ B ก่อนประมาณ 30 วินาที จากนั้นค่อยเติมผงส่วน C ผสมรวมอย่างน้อย 3 นาที แล้วพัก 5-10 นาทีตามคำแนะนำ
หลังทาแล้วต้องลงปูนซ่อมภายในกี่ชั่วโมง?
เวลารอสูงสุดขึ้นกับอุณหภูมิ โดยประมาณ +5 °C ได้ 6 ชั่วโมง, +10 °C ได้ 5 ชั่วโมง, +20 °C ได้ 2 ชั่วโมง และ +30 °C ได้ 1 ชั่วโมง จึงควรวางแผนงานให้ทันโดยเฉพาะหน้างานอากาศร้อน
ใช้กับปูนซ่อมรุ่นไหนได้บ้าง?
ข้อมูล Sika ระบุว่าเข้ากันได้กับปูนซ่อม Sika MonoTop® ส่วนใหญ่ และอยู่ในระบบซ่อมที่รวมกลุ่ม Sika MonoTop®-352 series, Sika MonoTop®-412 series และ Sika MonoTop®-723 N ทั้งนี้ควรเลือกตามลักษณะงานจริง
ถ้าเหล็กเสริมผุจนเล็กลงมาก ทาเคลือบแล้วพอไหม?
อาจไม่พอ หากเหล็กสูญเสียหน้าตัดมากต้องให้วิศวกรประเมินการเสริมเหล็กหรือวิธีซ่อมโครงสร้าง เพราะวัสดุเคลือบกันสนิมไม่ได้เพิ่มหน้าตัดเหล็กที่เสียไปกลับมา
ซื้อ SikaTop Armatec 110 EpoCem ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า SikaTop Armatec 110 EpoCem ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากหน้างานจริง
