รอยร้าวบนดาดฟ้าอันตรายกว่าที่คิด! จัดการด่วนด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus
CRACKED ROOFTOP WATERPROOFING

รอยร้าวบนดาดฟ้าอันตรายกว่าที่คิด! จัดการด่วนด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus

รอยร้าวบนดาดฟ้าอาจเริ่มจากเส้นเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เมื่อเจอฝน แดด ความร้อน และน้ำขังซ้ำ ๆ รอยเล็กนั้นอาจกลายเป็นทางน้ำซึมลงฝ้า ผนัง และโครงสร้างด้านล่างได้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และทำงานเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับการปกป้องดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีตทั้งงานใหม่และงานปรับปรุง

PU สูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ ทน UV และน้ำแช่ขัง เสริม Fleece ที่รอยร้าวได้
2-3 ชั้นระบบกันซึมหลังคาทั่วไป
1.4-2.1กก./ตร.ม. ปริมาณใช้รวมโดยประมาณ
0.9-1.1มม. ความหนาระบบเสริมแรง
Sikalastic 501 Roofseal Plus วัสดุกันซึมดาดฟ้าและหลังคา

Sikalastic®-501 Roofseal Plus

วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ พร้อมใช้งาน ยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และช่วยเพิ่มความทนทานต่อน้ำแช่ขัง เหมาะกับหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม และพื้นที่ดาดฟ้าที่มีรายละเอียดซับซ้อน

Quick Answer: ดาดฟ้ามีรอยร้าวควรทำอย่างไร?

คำตอบสั้น

ถ้าดาดฟ้ามีรอยร้าว อย่าเพิ่งทาน้ำยากันซึมทับทันทีแบบไม่ตรวจสาเหตุ ควรทำความสะอาด ตรวจว่ารอยร้าวยังขยับตัวหรือไม่ มีน้ำขังหรือความชื้นดันขึ้นจากด้านล่างหรือเปล่า จากนั้นซ่อมรอยแตกร้าวเฉพาะจุดและทำระบบกันซึมทั้งพื้นที่ด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus โดยใช้ระบบทั่วไป 2-3 ชั้น หรือเสริม Sikalastic® Fleece บริเวณรอยร้าว รอยต่อ มุม และจุดที่มีการเคลื่อนตัวสูง

รอยร้าวบนดาดฟ้าไม่ใช่แค่ปัญหาความสวยงาม เพราะดาดฟ้าเป็นพื้นที่รับฝนโดยตรง น้ำที่ซึมผ่านรอยแตกสามารถเดินทางไปตามโพรงคอนกรีต ช่องว่างใต้กระเบื้อง รอยต่อผนัง หรือแนวท่อได้ เมื่อปล่อยไว้นาน อาการที่เห็นในบ้านอาจกลายเป็นฝ้าบวม สีลอก คราบเชื้อรา กลิ่นอับ หรือไฟฟ้าบางจุดมีความชื้นสะสม

แนวทางที่ถูกต้องจึงต้องคิดเป็นระบบ: แก้รอยร้าว แก้จุดน้ำขัง เตรียมผิวให้แข็งแรง ทารองพื้นให้เหมาะสม แล้วเคลือบกันซึมตามอัตราที่กำหนด ไม่ใช่เลือกทาเฉพาะเส้นร้าวเพียงบางจุด เพราะน้ำมักหาทางซึมจากบริเวณอ่อนแออื่น ๆ ได้เสมอ

รอยร้าวบนดาดฟ้าอันตรายกว่าที่คิดอย่างไร?

ดาดฟ้าคอนกรีตต้องเจอกับการขยายตัวและหดตัวทุกวัน กลางวันร้อนจัด กลางคืนเย็นลง ฝนตกแล้วพื้นเปียก จากนั้นแดดออกจนผิวแห้งเร็ว วัฏจักรแบบนี้ทำให้รอยร้าวเล็กมีโอกาสเปิดกว้างขึ้น หากพื้นมีน้ำขังตรงรอยแตก น้ำจะซึมลงไปซ้ำ ๆ และค่อย ๆ สร้างความเสียหายจากด้านในที่มองไม่เห็น

น้ำซึมลงฝ้า

เริ่มจากคราบเหลืองหรือฝ้าบวม ถ้าปล่อยไว้อาจลามเป็นเชื้อราและกลิ่นอับภายในห้อง

เหล็กเสริมเสี่ยงสนิม

น้ำและออกซิเจนที่เข้าทางรอยแตกอาจทำให้เหล็กเสริมเกิดสนิม คอนกรีตปูด และผิวแตกร่อน

ค่าซ่อมบานปลาย

จากรอยร้าวเล็กอาจกลายเป็นงานซ่อมฝ้า ทาสี ซ่อมโครงสร้าง และทำกันซึมใหม่ทั้งระบบ

ปัญหาที่น่ากังวลคือเจ้าของบ้านมักเห็นอาการช้า เพราะน้ำซึมอาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะปรากฏบนฝ้า เมื่อเห็นคราบด้านใน แปลว่าน้ำผ่านชั้นดาดฟ้าเข้าไปแล้ว การจัดการตั้งแต่ช่วงเห็นรอยร้าวบนผิวจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าแก้หลังน้ำหยดลงห้อง

สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม: รอยร้าวยาวต่อเนื่อง, รอยร้าวตามมุมพื้นต่อผนัง, แอ่งน้ำขังหลังฝนหยุด, สีหรือกันซึมเดิมพองล่อน, คราบขาวบนผิวคอนกรีต และฝ้าด้านล่างเริ่มมีคราบชื้น

เช็กรอยร้าวก่อนซ่อม: แบบไหนทากันซึมได้ แบบไหนต้องซ่อมก่อน?

ก่อนเปิดถังกันซึม ควรเริ่มจากการเดินสำรวจทั้งดาดฟ้า ไม่ใช่ดูแค่จุดที่มีน้ำหยด เพราะตำแหน่งที่น้ำออกในบ้านอาจไม่ตรงกับตำแหน่งที่น้ำเข้าบนดาดฟ้า ให้สังเกตรอยร้าว แนวต่อพื้นกับผนัง ฐานเสา ช่องท่อ รูระบายน้ำ ขอบประตู และพื้นที่ที่มีน้ำขังเป็นพิเศษ

ลักษณะรอยร้าว/อาการระดับความเสี่ยงแนวทางจัดการเหตุผล
รอยแตกลายงาขนาดเล็กบนผิวปานกลางทำความสะอาด ตรวจผิว และเคลือบระบบกันซึมเต็มพื้นที่น้ำอาจซึมผ่านผิวพรุนหรือรอยแตกเล็กเมื่อมีน้ำขังนาน
รอยร้าวตามมุมพื้นต่อผนังสูงเสริม Fleece หรือรายละเอียดระบบที่จุดมุมก่อนเคลือบพื้นหลักเป็นจุดเคลื่อนตัวและรับน้ำไหลผ่านบ่อย
รอยร้าวยาวต่อเนื่องหรือเปิดกว้างสูงซ่อมรอยแตกร้าวก่อน แล้วทำระบบกันซึมเสริมแรงกันซึมชนิดเคลือบไม่ควรรับภาระรอยร้าวโครงสร้างโดยลำพัง
พื้นมีน้ำขังประจำปานกลางถึงสูงปรับทางระบายน้ำหรือแก้ slope ร่วมกับระบบกันซึมน้ำขังทำให้ชั้นกันซึมรับภาระหนักและตรวจความเสียหายยาก
กันซึมเดิมพอง ล่อน หรือหลุดเป็นแผ่นสูงขูด/เจียรส่วนที่ไม่ยึดเกาะออกก่อน ไม่ควรทาทับผิวล่อนวัสดุใหม่จะยึดกับชั้นเดิมที่อ่อนแอและหลุดตามกันได้

ถ้ารอยร้าวเป็นรอยที่ยังขยับตัว เช่น รอยต่อโครงสร้าง รอยแตกลึก หรือมีน้ำซึมย้อนจากด้านล่าง ควรให้ช่างหรือทีมเทคนิคประเมินก่อน เพราะระบบกันซึมบนผิวช่วยป้องกันน้ำจากด้านบน แต่ไม่ใช่วิธีแก้ความชื้นดันขึ้นหรือปัญหาโครงสร้างทุกประเภท

ทำไม Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับงานดาดฟ้าที่มีรอยร้าว?

Sika ระบุว่า Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาแบบส่วนประกอบเดียว ประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ มีความยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขัง จุดเด่นเหล่านี้เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องเจอแดด ฝน และการเคลื่อนตัวเล็ก ๆ ของพื้นผิวอยู่เสมอ

ความเป็นฟิล์มไร้รอยต่อสำคัญมากกับงานดาดฟ้า เพราะจุดรั่วจำนวนมากเกิดจากรอยต่อแผ่น รอยต่อวัสดุ หรือแนวซ้อนทับที่เสื่อมสภาพ เมื่อเคลือบต่อเนื่องทั้งพื้นที่และเก็บรายละเอียดมุม/รอยต่อถูกต้อง ระบบจะช่วยลดทางน้ำซึมได้ดีกว่าการอุดเฉพาะเส้นร้าวแบบเป็นจุด ๆ

พร้อมใช้งาน

เป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว เปิดถัง กวนให้เข้ากัน และใช้งานตามระบบได้ ลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตรา

ยืดหยุ่นและทน UV

เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้งที่เจอความร้อนและรังสียูวีโดยตรง เช่น ดาดฟ้า หลังคาคอนกรีต และกันสาด

ทาทับงานเดิมได้ในบางกรณี

เอกสารระบุว่าสามารถทาทับได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกของเก่าออก แต่ผิวเดิมต้องยึดเกาะดี สะอาด และผ่านการตรวจสภาพก่อน

อีกข้อที่เหมาะกับงานบ้านและอาคารคือผลิตภัณฑ์มีการปล่อยสารระเหยในปริมาณต่ำ ยึดเกาะได้ดีบนพื้นผิวที่เป็นรูพรุนและไม่เป็นรูพรุน และไอน้ำสามารถซึมผ่านได้ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพทั้งหมดขึ้นกับการเตรียมผิวและการคุมอัตราทาจริง หากพื้นมีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือความชื้นสูงเกินกำหนด ชั้นกันซึมอาจไม่ยึดเกาะตามที่ควร

ระบบทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus และอัตราการใช้ที่ควรรู้

การกันซึมดาดฟ้าที่ดีต้องมีความหนาและจำนวนชั้นเพียงพอ เอกสาร Sika ระบุระบบกันซึมหลังคาทั่วไปให้เคลือบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น ปริมาณการใช้รวมไม่น้อยกว่า 1.4-2.1 กก./ตร.ม. และความหนาโดยรวมไม่น้อยกว่า 0.5-0.8 มม. เหมาะกับพื้นที่ทั่วไปที่เตรียมผิวดีและไม่มีจุดเคลื่อนตัวรุนแรง

ระบบโครงสร้างการทาปริมาณการใช้รวมความหนาโดยรวมเหมาะกับจุดใด
ระบบกันซึมหลังคาทั่วไปเคลือบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม.≥ 0.5-0.8 มม.พื้นดาดฟ้าทั่วไปที่ผิวแข็งแรงและเตรียมถูกต้อง
ระบบเสริมความแข็งแรงเบสโคท 1 ชั้น + Sikalastic® Fleece + เคลือบทับ 1-2 ชั้น≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม.≥ 0.9-1.1 มม.รอยร้าว รอยต่อ ตะเข็บ มุม และพื้นผิวที่มีการเคลื่อนตัวสูง

สำหรับพื้นซีเมนต์ คอนกรีต อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ เอกสารระบุการทารองพื้นด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. ค่านี้เป็นค่าตามทฤษฎีและอาจเปลี่ยนตามความพรุนของพื้น สภาพผิว ความผันแปรของชั้น และการสูญเสียหน้างาน

ข้อจำกัดต่อชั้น: เอกสาร Sika ระบุว่าไม่ควรใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./การเคลือบ 1 ชั้น หากไม่ได้เสริมความแข็งแรง การทาหนาเกินไปในครั้งเดียวอาจทำให้แห้งไม่สม่ำเสมอ ฟิล์มอ่อน หรือเกิดปัญหาภายหลัง

วิธีใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus จัดการรอยร้าวดาดฟ้าแบบเป็นขั้นตอน

ขั้นตอนที่ถูกต้องช่วยให้วัสดุทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะงานดาดฟ้าที่มีรอยร้าว เพราะจุดเสียหายมักเกิดร่วมกับฝุ่น ผิวร่วน ความชื้น น้ำขัง หรือกันซึมเดิมเสื่อมสภาพ หากข้ามขั้นตอนเตรียมผิว ต่อให้ใช้วัสดุดี ชั้นกันซึมก็อาจยึดกับผิวที่พร้อมหลุดอยู่แล้ว

  1. สำรวจและทำเครื่องหมายจุดเสี่ยง: มาร์กรอยร้าว มุมพื้นต่อผนัง รอบท่อ รูระบายน้ำ ขอบประตู และบริเวณที่น้ำขังหลังฝนตก
  2. ทำความสะอาดพื้นผิว: พื้นคอนกรีตต้องแน่นทึบ แข็งแรง สะอาด แห้ง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี และเศษวัสดุอื่น ๆ ส่วนผิวหลุดล่อนควรกำจัดด้วยวิธีทางกล เช่น ขัดหรือเจียรตามสภาพ
  3. ซ่อมรอยร้าวที่จำเป็น: รอยแตกกว้าง รอยลึก หรือรอยที่มีการเคลื่อนตัวควรซ่อมด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะสมก่อน แล้วค่อยทำระบบกันซึมทับ
  4. ทารองพื้น: บนพื้นซีเมนต์หรือคอนกรีตใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. และรอให้แห้งไม่ติดมือก่อนเคลือบชั้นถัดไป
  5. เก็บรายละเอียดรอยร้าวและมุม: บริเวณที่มีรอยแตกร้าว รอยต่อ ตะเข็บ หรือมุมที่เคลื่อนตัวสูง ควรทำระบบเสริมด้วย Sikalastic® Fleece โดยปูให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.
  6. เคลือบพื้นหลัก: ระบบทั่วไปให้ทาชั้นแรกประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. รอแห้งตามช่วงเวลาที่กำหนด แล้วทาชั้นบนสุด 2 ชั้นหรือมากกว่าในอัตราประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น
  7. คุมเวลารอเคลือบทับ: ที่อุณหภูมิ +20°C ความชื้นสัมพัทธ์ 50% ระบบไม่เสริมแรงรอประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนระบบเสริมแรงรอประมาณ 24 ชั่วโมง ที่ +30°C ความชื้นสัมพัทธ์ 50% ระบบไม่เสริมแรงรอประมาณ 4 ชั่วโมง และระบบเสริมแรงรอประมาณ 12 ชั่วโมง

เครื่องมือที่เหมาะสม ได้แก่ แปรงขนหนาและนุ่ม ลูกกลิ้งที่ทนต่อสารละลายและไม่เป็นขนปุย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศ ก่อนใช้งานควรกวนวัสดุประมาณ 1 นาทีให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดการกระจายตัวของฟองอากาศ และควรทำความสะอาดเครื่องมือด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังใช้งาน

ข้อควรระวังก่อนทากันซึมดาดฟ้า

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับงานกันซึมหลังคา แต่ต้องใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม เอกสารระบุอุณหภูมิแวดล้อมสำหรับการใช้งานตั้งแต่ +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์อากาศสูงสุด 80% อุณหภูมิพื้นผิวตั้งแต่ +5°C ถึง +60°C และพื้นผิวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่นบนผิว

ความชื้นของพื้นผิวควรไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นขึ้นสะสมจากด้านล่างเมื่อทดสอบด้วยแผ่นพลาสติกตามมาตรฐาน ASTM หากพื้นยังชื้นหรือมีความชื้นดันขึ้น การทากันซึมบนผิวอาจเกิดพอง หลุดร่อน หรือแห้งผิดปกติได้

อย่าทำแบบนี้: ทาบนพื้นเปียก, ทาทับกันซึมเดิมที่ล่อน, ทาหนาครั้งเดียวเกินอัตรา, ไม่รอให้ชั้นก่อนหน้าแห้ง, ไม่เสริมจุดรอยร้าว/มุม, หรือทำงานก่อนฝนตกไม่นาน เพราะทั้งหมดนี้เพิ่มโอกาสให้งานกันซึมเสียก่อนเวลา

อีกประเด็นที่ควรระวังคือไม่ควรปล่อยให้ชั้นกันซึมรับปัญหาน้ำขังแทนการออกแบบทางระบายน้ำทั้งหมด แม้ผลิตภัณฑ์จะเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อน้ำแช่ขัง แต่ถ้าดาดฟ้ามีแอ่งลึกหรือน้ำขังถาวร ควรแก้ slope หรือเพิ่มทางระบายก่อน เพื่อให้น้ำออกจากพื้นที่เร็วขึ้นและยืดอายุระบบกันซึมในระยะยาว

สรุป: เห็นรอยร้าวบนดาดฟ้า รีบจัดการก่อนน้ำซึมลาม

รอยร้าวบนดาดฟ้าเป็นสัญญาณเตือนที่ควรจัดการเร็ว เพราะเป็นทางให้น้ำซึมเข้าสู่โครงสร้าง ฝ้า ผนัง และงานระบบภายในอาคารได้ หากปล่อยไว้จนเห็นคราบน้ำด้านล่าง มักหมายความว่าน้ำเดินทางผ่านชั้นดาดฟ้าไปแล้วบางส่วน การซ่อมตั้งแต่เริ่มเห็นรอยร้าวจึงช่วยลดค่าซ่อมซ้ำและลดความเสี่ยงความเสียหายระยะยาว

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีต เพราะเป็น PU สูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ยืดหยุ่นสูง ทน UV เป็นฟิล์มไร้รอยต่อ และสามารถใช้ระบบเสริม Sikalastic® Fleece ในบริเวณรอยร้าว รอยต่อ และมุมที่มีการเคลื่อนตัวสูงได้ เมื่อเตรียมผิวถูกต้อง คุมอัตราการใช้ และรอแห้งตามระบบ จะช่วยให้การป้องกันน้ำซึมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก วิธีใช้ อัตราการใช้ และเงื่อนไขหน้างานอ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริง

คำถามที่พบบ่อย

รอยร้าวบนดาดฟ้าเล็กมาก ต้องรีบซ่อมไหม?

ควรรีบตรวจและจัดการตั้งแต่ยังเล็ก เพราะรอยร้าวบนดาดฟ้าเป็นทางให้น้ำซึมได้ โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำขังหรือรับแดดฝนซ้ำ ๆ หากปล่อยไว้ อาจลามเป็นคราบฝ้า สีลอก เชื้อรา หรือความเสียหายโครงสร้างได้

Sikalastic®-501 Roofseal Plus ปิดรอยร้าวได้เลยหรือไม่?

เหมาะกับการทำระบบกันซึมบนดาดฟ้าที่มีรอยร้าวเล็กและจุดเสี่ยงเมื่อเตรียมผิวและเสริมระบบถูกต้อง แต่รอยร้าวกว้าง ลึก หรือยังขยับตัวมากควรซ่อมรอยแตกก่อน แล้วจึงทำระบบกันซึมทับทั้งพื้นที่

ต้องใช้ Sikalastic® Fleece ตรงไหนบ้าง?

ควรใช้ในจุดที่มีการเคลื่อนตัวสูงหรือเสี่ยงรั่ว เช่น รอยร้าว รอยต่อ ตะเข็บ มุมพื้นต่อผนัง รอบท่อ และพื้นผิวที่ไม่เรียบ โดยปูให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศ และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.

ระบบทั่วไปต้องทากี่ชั้นและใช้ปริมาณเท่าไร?

ระบบกันซึมหลังคาทั่วไปใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น ปริมาณการใช้รวมไม่น้อยกว่า 1.4-2.1 กก./ตร.ม. และความหนาโดยรวมไม่น้อยกว่า 0.5-0.8 มม. ทั้งนี้ปริมาณจริงขึ้นกับสภาพผิวและการสูญเสียหน้างาน

พื้นคอนกรีตต้องทารองพื้นก่อนหรือไม่?

ควรทารองพื้นตามคำแนะนำ โดยพื้นซีเมนต์ คอนกรีต อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. พื้นต้องสะอาด แห้ง แข็งแรง และไม่มีสิ่งปนเปื้อนก่อนทา

ทากันซึมบนดาดฟ้าที่มีน้ำขังได้ไหม?

ควรแก้ปัญหาน้ำขังหรือปรับทางระบายน้ำก่อน แม้ผลิตภัณฑ์จะเพิ่มความทนทานต่อน้ำแช่ขัง แต่การปล่อยให้น้ำขังถาวรทำให้ระบบกันซึมรับภาระสูงและเสื่อมเร็วขึ้นได้

รอกี่ชั่วโมงก่อนทาชั้นถัดไป?

ที่อุณหภูมิ +20°C ความชื้นสัมพัทธ์ 50% ระบบไม่เสริมแรงรอประมาณ 6 ชั่วโมง และระบบเสริมแรงรอประมาณ 24 ชั่วโมง ที่ +30°C ความชื้นสัมพัทธ์ 50% ระบบไม่เสริมแรงรอประมาณ 4 ชั่วโมง และระบบเสริมแรงรอประมาณ 12 ชั่วโมง เวลาจริงขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นหน้างาน

Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีสีและขนาดบรรจุอะไร?

ข้อมูล Sika ระบุสีเทา สีขาว และสีเขียว ขนาดบรรจุ 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง ควรตรวจสต็อก สี และรุ่นบรรจุภัณฑ์กับผู้จำหน่ายก่อนสั่งซื้อ

ซื้อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา สีสินค้า และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts