หน้าฝนนี้ไม่ต้องกลัวรั่ว! ปกป้องบ้านด้วย Sikalastic®-632 R กันซึมดาดฟ้าคุณภาพสูง แห้งไว
RAINY SEASON ROOFTOP WATERPROOFING

หน้าฝนนี้ไม่ต้องกลัวรั่ว! ปกป้องบ้านด้วย Sikalastic®-632 R กันซึมดาดฟ้าคุณภาพสูง แห้งไว

ฝนมาเมื่อไร ปัญหาดาดฟ้ารั่ว หลังคาซึม ฝ้าเป็นคราบ และผนังชื้นมักกลับมาพร้อมกันเสมอ โดยเฉพาะบ้านที่ดาดฟ้ามีรอยร้าว น้ำขัง หรือเคยซ่อมเฉพาะจุดมาแล้วหลายครั้ง Sikalastic®-632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว แห้งตัวไว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ และเมื่อแห้งแล้วเกิดเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะสำหรับดาดฟ้า หลังคา ระเบียง และงานปรับปรุงหลังคาเดิมก่อนปัญหารั่วซึมจะลุกลามในฤดูฝน

PU กันซึมส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม ทนฝนเร็ว ฟิล์มไร้รอยต่อ
21 กก.ขนาดบรรจุต่อถัง
~1 ชม.ผิวเริ่มแห้งที่ +20°C / RH 50%
2 มม.ประสานรอยแตกตาม ASTM C836
Sikalastic 632 R วัสดุกันซึมดาดฟ้าโพลียูรีเทน

Sikalastic®-632 R

วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ หลังแห้งเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ ใช้ได้ทั้งหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ดาดฟ้า ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม

Quick Answer: หน้าฝนใช้ Sikalastic®-632 R กันซึมดาดฟ้าดีไหม?

คำตอบสั้น

Sikalastic®-632 R เหมาะมากสำหรับงานกันซึมดาดฟ้า หลังคา และระเบียงในช่วงหน้าฝน เพราะเป็นวัสดุกันซึมโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน แห้งและบ่มตัวเร็ว เมื่อแห้งแล้วเกิดเป็นแผ่นฟิล์มไร้รอยต่อ ช่วยลดจุดเสี่ยงที่น้ำจะซึมผ่านรอยต่อ รอยแตกร้าวเล็ก ๆ มุมพื้นชนผนัง และรายละเอียดบนดาดฟ้า เช่น ท่อระบายน้ำหรือรางน้ำ

จุดที่ทำให้ Sikalastic®-632 R เหมาะกับฤดูฝนคือความเร็วในการแห้งตัวและความสามารถต้านทานฝนได้เร็วตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยที่ +20°C และความชื้นสัมพัทธ์ 55% มีระยะต้านทานฝนประมาณ 2 ชั่วโมง และที่ +30°C ความชื้นสัมพัทธ์ 85% ประมาณ 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทากลางฝนหรือทาบนพื้นเปียก เพราะฝนตกหนักและแรงอาจทำให้ชั้นเคลือบที่ยังเป็นของเหลวเสียหายได้

ถ้าต้องการให้กันซึมทนจริง ควรเริ่มจากสำรวจดาดฟ้าให้ครบ ตรวจรอยแตกร้าว จุดน้ำขัง มุมผนัง ท่อระบายน้ำ และสภาพกันซึมเดิม จากนั้นทำความสะอาด เตรียมพื้น ซ่อมจุดเสีย เลือก primer ให้ถูกชนิด และทา Sikalastic®-632 R ตามอัตราการใช้ของระบบ ไม่ควรทาบางเกินไปหรือข้าม primer เพื่อประหยัดเวลา เพราะงานกันซึมที่ล้มเหลวมักเสียหายจากขั้นตอนเตรียมพื้นมากกว่าตัววัสดุ

ทำไมหน้าฝนดาดฟ้าและหลังคาถึงรั่วซ้ำ?

ดาดฟ้าเป็นพื้นที่รับสภาพอากาศหนักที่สุดส่วนหนึ่งของบ้าน ทั้งแดดจัด ความร้อนสะสม ฝนกระแทก ลม ความชื้น และน้ำขัง เมื่อคอนกรีตขยายตัวจากความร้อนและหดตัวเมื่ออุณหภูมิลดลง รอยร้าวเล็ก ๆ จะค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้น น้ำฝนจึงซึมผ่านลงสู่ชั้นคอนกรีตและปรากฏเป็นคราบบนฝ้าเพดาน ผนังบวม สีพอง หรือกลิ่นอับภายในบ้าน

ปัญหาอีกแบบที่พบมากคือ “ซ่อมเฉพาะจุดแต่ไม่ซ่อมทั้งระบบ” เช่น อุดรอยร้าวด้วยปูนทั่วไป ทาสีทับพื้นเก่าที่เสื่อมสภาพ หรือเคลือบกันซึมทับคราบฝุ่นและตะไคร่โดยไม่เตรียมผิว เมื่อฝนตกต่อเนื่อง น้ำจะหาทางซึมผ่านจุดอ่อนใหม่ ทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกว่าซ่อมแล้วรั่วอีก ทั้งที่ต้นเหตุคือชั้นกันซึมไม่ต่อเนื่องหรือยึดเกาะกับพื้นเดิมไม่ดีพอ

รอยร้าวและมุมผนัง

พื้นชนผนังและรอยร้าวกลางดาดฟ้าเป็นทางน้ำซึมยอดนิยม เพราะมีการขยับตัวสะสมจากแดดและฝน

น้ำขังหลังฝนตก

พื้นที่ลาดเอียงไม่ดีทำให้น้ำแช่นาน ชั้นกันซึมจึงรับความชื้นตลอดเวลาและเสื่อมเร็วขึ้น

กันซึมเดิมเสื่อม

สีเก่า ฟิล์มล่อน หรือวัสดุเดิมที่กรอบแตกต้องรื้อ/ซ่อมก่อน ไม่ควรทาทับแล้วหวังให้ยึดแน่นเอง

ดังนั้นการกันซึมหน้าฝนที่ดีไม่ได้หมายถึงเลือกวัสดุที่แห้งไวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบช่วงเวลาทำงานให้เหมาะกับสภาพอากาศ ตรวจพยากรณ์ฝน เตรียมพื้นที่ให้แห้งพอ และวางแผนทาเป็นชั้นต่อเนื่องตามระยะรอเคลือบทับที่ผู้ผลิตกำหนด

รู้จัก Sikalastic®-632 R: กันซึมดาดฟ้า PU ส่วนประกอบเดียว

Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว ใช้ความชื้นในอากาศเป็นตัวทำปฏิกิริยาเพื่อบ่มตัว หลังจากวัสดุแห้งจะเกิดเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ มีคุณสมบัติกันซึมที่ดี เหมาะสำหรับหลังคาแนวราบ หลังคาที่มีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่ต้องการยืดอายุการใช้งาน

ความเป็นส่วนประกอบเดียวช่วยลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตราเมื่อเทียบกับวัสดุหลายส่วนผสม เปิดถังแล้วใช้งานได้ตามขั้นตอน เพียงตรวจเนื้อวัสดุ หากพบการแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสีสม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงฟองอากาศ สินค้ามีสีเทาอ่อน บรรจุ 21 กิโลกรัมต่อถัง อายุผลิตภัณฑ์ 9 เดือนเมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท ไม่เสียหาย และจัดเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง ที่อุณหภูมิ +10°C ถึง +30°C

สำหรับงานบ้าน จุดเด่นคือช่วยทำชั้นกันซึมต่อเนื่องบนพื้นดาดฟ้าและรายละเอียดต่าง ๆ โดยลดรอยต่อของวัสดุ สำหรับงานอาคารหรือผู้รับเหมา จุดเด่นคือมีข้อมูลระบบ อัตราการใช้ สารรองพื้น และระยะรอทาทับชัดเจน ทำให้วางแผนงานได้เป็นขั้นตอน โดยเฉพาะงานที่ต้องแข่งกับฝนและต้องการวัสดุที่แห้งตัวเร็วกว่าแนวทางซ่อมทั่วไป

จุดเด่นของ Sikalastic®-632 R สำหรับกันซึมหน้าฝน

หน้า Sika Thailand ระบุคุณประโยชน์สำคัญของ Sikalastic®-632 R หลายข้อที่ตอบโจทย์ดาดฟ้าและหลังคาเมืองร้อน ได้แก่ ทนต่อรากไม้ แห้งและบ่มตัวเร็ว เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม เป็นชั้นฟิล์มไร้รอยต่อ บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ ยืดขยายตัวได้ที่อุณหภูมิปกติ ใช้ระบบเสริมแรงได้ในหลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน ทนฝนได้เกือบจะทันทีหลังติดตั้งเสร็จ และไอน้ำสามารถซึมผ่านได้เพื่อช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้น

จุดเด่นความหมายกับหน้างานจริงเหมาะกับใคร
แห้งและบ่มตัวเร็วช่วยวางแผนงานในช่วงฝนสลับแดดได้ดีขึ้น ลดเวลาที่ชั้นเคลือบเสี่ยงโดนน้ำก่อนแห้งบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ผู้รับเหมาซ่อมด่วน
ฟิล์มไร้รอยต่อลดจุดต่อซ้อนทับที่มักเป็นทางน้ำซึม เหมาะกับพื้นดาดฟ้าและรายละเอียดจำนวนมากดาดฟ้า ระเบียง หลังคารูปทรงซับซ้อน
พร้อมใช้งานไม่ต้องผสมซีเมนต์หรือน้ำ ลดความเสี่ยงจากการผสมเหลวหรือข้นเกินไปทีมช่างที่ต้องการควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมอ
ไอน้ำซึมผ่านได้ช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้นได้ ลดความเสี่ยงปัญหาความชื้นสะสมเมื่อเลือก primer และระบบถูกต้องดาดฟ้าเก่า พื้นผิวซีเมนต์ที่ต้องปรับปรุง
ใช้ระบบเสริมแรงได้ช่วยรับมือจุดเสี่ยง เช่น มุม ท่อ รางน้ำ ช่องแสง และรอยต่อที่มีการเคลื่อนไหวมากหลังคารายละเอียดเยอะ งานอาคารและโครงการ

คำแนะนำจากประสบการณ์หน้างาน: แม้ผลิตภัณฑ์จะทนฝนเร็ว แต่ช่วงหน้าฝนควรเลือกทำงานในวันที่มีหน้าต่างปลอดฝนมากพอสำหรับการเตรียมผิว ลง primer ทาชั้นแรก และให้ชั้นเคลือบเริ่มแห้งก่อนฝนมาเสมอ

สเปกสำคัญและอัตราการใช้ Sikalastic®-632 R

การเลือกกันซึมดาดฟ้าไม่ควรดูแค่คำว่า “กันน้ำได้” แต่ต้องดูข้อมูลเทคนิคประกอบด้วย เพราะสเปกเหล่านี้ช่วยให้ประเมินได้ว่าวัสดุเหมาะกับสภาพดาดฟ้าจริงหรือไม่ Sikalastic®-632 R มีความหนาแน่นประมาณ 1.40 กก./ลิตร ที่ +23°C ปริมาณของแข็งโดยน้ำหนักประมาณ 90% และปริมาณของแข็งโดยปริมาตรประมาณ 82% ที่ +23°C / RH 50% มีค่า VOC ไม่เกิน 150 กรัม/ลิตรตาม ASTM D2369-98 / USEPA Method 24

รายการข้อมูลจาก Sikaหมายเหตุใช้งาน
ประเภทวัสดุอะโรมาติคโพลียูรีเทนที่ทำปฏิกิริยาด้วยความชื้น องค์ประกอบเดียวพร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม
บรรจุภัณฑ์ / สี21 กิโลกรัมต่อถัง / สีเทาอ่อนเหมาะกับงานดาดฟ้า หลังคา และระเบียง
ค่าความแข็ง Shore Aประมาณ 55 ตาม ASTM C836-03แสดงลักษณะความยืดหยุ่นของฟิล์ม PU
กำลังรับแรงดึงประมาณ 4.0 MPa ตาม ASTM D412ช่วยรองรับการขยับตัวของพื้นผิวได้ดีกว่าวัสดุแข็งเปราะ
ประสานรอยแตก2 มม. ไม่แตกร้าว ตาม ASTM C836รอยร้าวกว้างหรือรอยร้าวขยับมากยังควรซ่อมและเสริมระบบก่อน
ทนรากไม้ผ่านตาม DIN 4062เหมาะกับพื้นที่เสี่ยงรากไม้หรือสวนดาดฟ้าที่ออกแบบระบบถูกต้อง
อุณหภูมิใช้งานของระบบ-20°C ถึง +80°Cเหมาะกับสภาพหลังคาที่เจอร้อนและเย็นสลับกัน

อัตราการใช้ตามระบบหลังคา

Sika ระบุระบบของ Sikalastic®-632 R แยกเป็นระบบกันซึมที่มีชั้นทับหน้าและระบบที่ไม่มีชั้นทับหน้า โดยอัตราการใช้ต่อชั้นแตกต่างตามระบบ ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าขั้นต่ำที่ควรใช้ประกอบการคำนวณเบื้องต้น ไม่ควรนำไปลดปริมาณทาให้บางกว่าระบบจริง

ระบบชั้นที่ 1ชั้นที่ 2เหมาะกับการวางแผน
SikaRoof® MTC-05 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.ระบบมีชั้นทับหน้า
SikaRoof® MTC-08 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.ระบบมีชั้นทับหน้า
SikaRoof® MTC-10 UV AP≥ 1.40 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.ระบบมีชั้นทับหน้าและต้องการฟิล์มสูงขึ้น
SikaRoof® Pro-1 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.ระบบไม่มีชั้นทับหน้า
SikaRoof® Pro-3 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.ระบบไม่มีชั้นทับหน้า

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย: หากใช้ระบบที่รวมสองชั้นประมาณ 2.10 กก./ตร.ม. พื้นที่ 50 ตร.ม. จะใช้วัสดุขั้นต่ำประมาณ 105 กก. หรือราว 5 ถังของขนาด 21 กก. ทั้งนี้ยังไม่รวมความสูญเสียจากพื้นหยาบ มุมผนัง ท่อ รางน้ำ จุดเสริมแรง และวิธีทาจริง จึงควรเผื่อปริมาณและให้ทีมงานช่วยตรวจหน้างานก่อนสั่งซื้อ

พื้นผิวที่ใช้ได้และการเลือก primer ให้ถูกต้อง

หนึ่งในสาเหตุหลักที่งานกันซึมล่อนคือทาบนพื้นผิวที่ไม่เหมาะสมหรือเลือก primer ผิด Sikalastic®-632 R ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ซีเมนต์ อิฐก่อ หิน บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน โลหะ ซีเมนต์ใยหิน กระเบื้องเซรามิกชนิดไม่ขัดเงา และไม้ แต่ต้องเตรียมพื้นผิวและทดสอบความเหมาะสมตาม Method Statement โดยเฉพาะพื้นผิวโลหะและระบบกันซึมเดิม

ประเภทพื้นผิวสารรองพื้นที่ Sika ระบุข้อควรตรวจ
ซีเมนต์Sikalastic® U primerพื้นต้องแข็งแรง แห้ง สะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือผิวร่วน
อิฐก่อและหินSikalastic® U primerซ่อมรอยต่อ รูพรุน และผิวหลุดร่อนก่อนทา
กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาSikalastic® U primerตรวจแผ่นกลวง แผ่นหลุด และคราบเคลือบผิวเดิม
บิทูเมนแบบทาเคลือบ / แผ่นบิทูเมนSikalastic® Metal Primerตรวจสภาพเดิมว่าบวม กรอบ แตก หรือล่อนหรือไม่
โลหะSikalastic® Metal Primerโลหะ เหล็ก สังกะสี ตะกั่ว ทองแดง อะลูมิเนียม ทองเหลือง หรือสแตนเลส ต้องทดสอบแรงดึงก่อนติดตั้ง
SikaRoof® MTC System เดิมSikalastic® U primerควรทดสอบแรงดึงและตรวจสภาพชั้นกันซึมเดิมก่อนเคลือบใหม่

อย่าข้ามขั้นตอนเตรียมพื้น: พื้นที่มีฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเก่าล่อน หรือความชื้นสูงเกินไปจะลดการยึดเกาะ แม้ใช้วัสดุกันซึมดีแค่ไหนก็เสี่ยงบวม ล่อน หรือรั่วซ้ำได้

วิธีใช้ Sikalastic®-632 R ให้กันซึมดาดฟ้าได้ทน

งานกันซึมหน้าฝนต้องทำเป็นระบบ เริ่มจากการสำรวจสภาพดาดฟ้าและกำหนดวิธีแก้ก่อนเปิดถังเสมอ หากมีน้ำขังควรปรับ slope หรือแก้ท่อระบายน้ำ ถ้ามีรอยร้าวกว้างต้องซ่อมให้เหมาะสม หากมีมุมพื้นชนผนังควรทำรายละเอียดมุมและเสริมแรงตามระบบ แล้วจึงลง primer และทา Sikalastic®-632 R ตามอัตราการใช้ที่กำหนด

  1. ตรวจจุดเสี่ยงก่อนเริ่มงาน: สำรวจรอยร้าว น้ำขัง ขอบผนัง ท่อระบายน้ำ รางน้ำ ฐานเสา ช่องแสง และแนวต่อวัสดุเดิม
  2. ทำความสะอาดพื้นผิว: ขจัดฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีล่อน วัสดุเก่าเสื่อมสภาพ และเศษปูนที่ไม่ยึดเกาะให้หมด
  3. ซ่อมพื้นและรายละเอียด: อุดรูพรุน ซ่อมรอยแตกร้าว ทำมุมเชิงผนัง และเตรียมจุดท่อ/รางน้ำก่อนทาเต็มพื้นที่
  4. เลือก primer ให้ถูกพื้นผิว: พื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องไม่ขัดเงาใช้ Sikalastic® U primer ส่วนบิทูเมนและโลหะใช้ Sikalastic® Metal Primer
  5. เตรียมวัสดุ: Sikalastic®-632 R ไม่จำเป็นต้องกวนก่อนใช้งาน แต่ถ้าเนื้อวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสม่ำเสมอเพื่อลดฟองอากาศ
  6. ทาชั้นที่ 1: ใช้แปรงขนหนานุ่ม ลูกกลิ้งทนสารละลาย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศ คุมปริมาณวัสดุตามระบบ ไม่ทาบางเกินไป
  7. เสริมแรงจุดรายละเอียด: มุมผนัง ท่อ รางน้ำ รอยต่อ และหลังคารูปทรงซับซ้อนควรเสริมระบบตาม Method Statement
  8. รอเคลือบทับ: ที่ +10°C/RH 50% รอขั้นต่ำประมาณ 12 ชม., ที่ +20°C/RH 50% ประมาณ 6 ชม., ที่ +30°C/RH 50% ประมาณ 3 ชม.
  9. ทาชั้นที่ 2: ทาให้ทั่วต่อเนื่อง คุมความหนาและตรวจรูเข็ม จุดบาง หรือบริเวณที่วัสดุไม่ต่อเนื่องก่อนส่งมอบ
  10. ทำความสะอาดเครื่องมือ: ใช้ Thinner C ทำความสะอาดทันทีหลังใช้งาน หากวัสดุแข็งติดแล้วต้องขูดออกด้วยวิธีทางกลเท่านั้น

เครื่องมือที่ Sika แนะนำ ได้แก่ แปรงขนหนาและนุ่ม ลูกกลิ้งที่ทนต่อสารละลายและไม่เป็นขนปุย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศแรงดันประมาณ 200-250 บาร์ หัวฉีด 0.38-0.53 มม. มุม 50°-80° การเลือกเครื่องมือควรสอดคล้องกับพื้นที่จริง ถ้าเป็นบ้านพักอาศัยพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แปรงและลูกกลิ้งมักควบคุมรายละเอียดได้ดี แต่หากเป็นดาดฟ้าขนาดใหญ่ การจัดทีมและเครื่องมือให้พอจะช่วยให้ชั้นเคลือบต่อเนื่องกว่า

ข้อควรระวังเมื่อต้องกันซึมดาดฟ้าในช่วงหน้าฝน

Sikalastic®-632 R แห้งตัวเร็ว โดยผิวเริ่มแห้งหลังเคลือบประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +20°C / RH 50% และมีข้อมูลต้านทานฝนเร็ว แต่การทำงานหน้าฝนยังต้องระวังมากเป็นพิเศษ ควรทำงานในช่วงอุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์ 5% ถึง 85% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ รวมถึงต้องระวังจุดน้ำค้าง โดยพื้นผิวและชั้นกันซึมที่ยังไม่แข็งตัวควรมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C

เรื่องฝนสำคัญมาก: แม้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการต้านทานฝนประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 55% และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 85% แต่ถ้าฝนตกหนักและแรงขณะชั้นเคลือบยังไม่แห้ง อาจทำให้พื้นผิวและชั้นเคลือบที่ยังเป็นของเหลวเสียหายได้ ควรเช็กพยากรณ์อากาศและป้องกันพื้นที่ในช่วงแรกเสมอ

อีกเรื่องที่ต้องวางแผนคือระยะเวลาระหว่างชั้น หากติดตั้งไปเกิน 2 วันแล้วต้องทำความสะอาดผิวหน้าและทารองพื้นด้วย Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่ ดังนั้นพื้นที่ใหญ่ควรแบ่งโซนงานให้ชัด ทาชั้นถัดไปภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม และไม่ปล่อยให้พื้นผิวปนเปื้อนฝุ่นหรือคราบระหว่างรอทาทับ

ไม่ทาบนพื้นเปียกหรือสกปรก

ความชื้น ฝุ่น คราบน้ำมัน และตะไคร่ทำให้การยึดเกาะลดลงและเสี่ยงบวมพอง

ไม่เติมตัวทำละลายเอง

การเจือจางเองอาจทำให้ความหนาฟิล์มและคุณสมบัติกันซึมไม่เป็นไปตามระบบ

ไม่ละเลยจุดรายละเอียด

มุม ท่อ รางน้ำ และรอยต่อมักเป็นจุดรั่วซ้ำ ถ้าไม่เสริมระบบให้ดีตั้งแต่แรก

หลังงานเสร็จ เจ้าของบ้านควรหลีกเลี่ยงการลากของหนัก วางของมีคม หรือใช้งานหนักบนชั้นกันซึมใหม่ในช่วงแรก เพราะข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าความเหนียวและการติดเท้าของ Sikalastic®-632 R ที่แห้งตัวแล้วจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์หลังติดตั้ง การดูแลช่วงแรกจึงช่วยให้ฟิล์มกันซึมเข้าที่และลดความเสี่ยงเสียหายจากการใช้งานก่อนเวลา

สรุป: ปกป้องบ้านก่อนฝนหนักด้วยระบบกันซึมที่ถูกต้อง

ถ้าบ้านของคุณเริ่มมีคราบน้ำบนฝ้า ผนังชื้น สีพอง หรือเห็นรอยร้าวบนดาดฟ้า อย่ารอให้ฝนหนักจนปัญหาลุกลาม เพราะน้ำที่ซึมเข้าสู่โครงสร้างอาจทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิม คอนกรีตเสื่อม และต้องเสียค่าซ่อมหลายจุดพร้อมกัน Sikalastic®-632 R เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานกันซึมดาดฟ้าและหลังคาช่วงหน้าฝน เพราะเป็น PU กันซึมส่วนประกอบเดียว แห้งไว ทนฝนเร็ว เป็นฟิล์มไร้รอยต่อ และใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลายเมื่อเตรียมผิวและใช้ primer ถูกต้อง

หัวใจของงานกันซึมที่ทนคือระบบครบ ไม่ใช่ทาให้จบเร็วที่สุด ควรตรวจพื้นที่จริง วางแผนช่วงปลอดฝน ซ่อมรอยร้าว แก้น้ำขัง เลือก primer และคุมอัตราการใช้ตามระบบ หากไม่แน่ใจเรื่องปริมาณหรือสภาพพื้นเดิม สามารถส่งรูปหน้างานให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินก่อนสั่งซื้อ เพื่อให้ได้ทั้งวัสดุ ปริมาณ และแนวทางติดตั้งที่เหมาะกับบ้านหรืออาคารของคุณ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก ประโยชน์ พื้นผิว primer ระยะรอทาทับ ระยะต้านทานฝน และขั้นตอนใช้งานในบทความนี้อ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-632 R บน Sika Thailand และเอกสาร Product Data Sheet / Safety Data Sheet ที่เผยแพร่ในหน้านั้น ควรตรวจเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดและประเมินสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Sikalastic®-632 R คืออะไร?

Sikalastic®-632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับดาดฟ้า หลังคา และระเบียง

ใช้ Sikalastic®-632 R กันซึมดาดฟ้าหน้าฝนได้ไหม?

ใช้ได้เมื่อเตรียมพื้นผิวถูกต้องและวางแผนช่วงปลอดฝนให้เหมาะสม ผลิตภัณฑ์แห้งตัวเร็วและมีข้อมูลต้านทานฝนเร็ว แต่ไม่ควรทาบนพื้นเปียกหรือทาขณะฝนกำลังจะตกหนัก

Sikalastic®-632 R ต้องผสมอะไรก่อนไหม?

ไม่ต้องผสมเพิ่ม เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน หากพบว่าเนื้อวัสดุแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนเนื้อและสีสม่ำเสมอ เพื่อลดการกักฟองอากาศก่อนทา

Sikalastic®-632 R หนึ่งถังบรรจุกี่กิโลกรัม?

ข้อมูล Sika Thailand ระบุบรรจุภัณฑ์ 21 กิโลกรัมต่อถัง จำนวนถังที่ใช้ขึ้นกับพื้นที่ ระบบ จำนวนชั้น ความหยาบของพื้น และรายละเอียด เช่น มุมผนัง ท่อ และรางน้ำ

ทาแล้วโดนฝนได้เมื่อไหร่?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการต้านทานฝนประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C/RH 55% และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C/RH 85% แต่ฝนตกหนักและแรงอาจทำให้ชั้นเคลือบที่ยังไม่แห้งเสียหาย จึงควรเลือกช่วงทำงานที่ปลอดฝน

ต้องทากี่ชั้นถึงจะกันซึมดี?

โดยทั่วไป Sika ระบุอัตราการใช้เป็นระบบชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 เช่น 1.05 + 0.70 กก./ตร.ม. หรือ 1.05 + 1.05 กก./ตร.ม. ขึ้นกับระบบที่เลือก ควรยึดเอกสารระบบและไม่ทาบางกว่าที่กำหนด

พื้นซีเมนต์ต้องลง primer ไหม?

ควรลง Sikalastic® U primer สำหรับพื้นซีเมนต์ตามข้อมูล Sika เพื่อช่วยการยึดเกาะ ลดความเสี่ยงชั้นเคลือบบวมพองหรือล่อน โดยพื้นต้องสะอาด แข็งแรง และไม่มีคราบปนเปื้อน

ใช้ทาทับกระเบื้องดาดฟ้าเดิมได้ไหม?

ใช้กับกระเบื้องเซรามิกชนิดไม่ขัดเงาได้ตามข้อมูลพื้นผิวที่เหมาะสม แต่ต้องตรวจแผ่นกลวง แผ่นหลุด คราบเคลือบ และเลือก primer/การเตรียมผิวให้ถูกต้องก่อนทา

รอยแตกร้าวต้องซ่อมก่อนทา Sikalastic®-632 R ไหม?

ควรซ่อมก่อน โดยเฉพาะรอยร้าวกว้าง รอยร้าวที่ยังขยับ มุมพื้นชนผนัง และจุดท่อระบายน้ำ เพราะการทาทับโดยไม่จัดการจุดรายละเอียดอาจทำให้รั่วซ้ำได้

ซื้อ Sikalastic®-632 R ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikalastic®-632 R ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts