เจาะลึกคุณสมบัติ LANKO 228 Superflex: ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นที่ช่วยปิดรอยแตกร้าวได้มิดชิด
รอยแตกร้าวเล็กบนพื้นคอนกรีต ผนังฉาบ มุมห้องน้ำ หรือระเบียง อาจดูไม่รุนแรงในวันแรก แต่เมื่อมีน้ำซึมผ่านซ้ำ ๆ ปัญหาจะลามเป็นคราบชื้น กลิ่นอับ สีพอง กระเบื้องหลุด หรือฝ้าชั้นล่างเสียหายได้ LANKO® 228 Superflex จึงถูกออกแบบมาเป็นซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสมชนิดยืดหยุ่นสูง เพื่อสร้างชั้นฟิล์มกันน้ำที่ยึดเกาะกับพื้นผิวซีเมนต์และช่วยรองรับรอยแตกร้าวเล็กได้ดีกว่าปูนกันซึมชนิดแข็งทั่วไป
LANKO® 228 Superflex
ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูงแบบ 2 ส่วนผสม ประกอบด้วยผงซีเมนต์ Part A และเรซิ่น Part B ใช้ทาหรือฉาบบนคอนกรีตและผนังฉาบ เพื่อป้องกันน้ำซึมผ่านและช่วยปิดรอยแตกร้าวเล็กในระบบกันซึมก่อนปูกระเบื้องหรือปิดผิว
Quick Answer: LANKO 228 Superflex ปิดรอยแตกร้าวได้อย่างไร?
LANKO® 228 Superflex ช่วยปิดรอยแตกร้าวเล็กได้ด้วยระบบซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสมที่มีเรซิ่นเพิ่มความยืดหยุ่น เมื่อทาอย่างน้อย 2 ชั้นจนได้ความหนารวมประมาณ 2 มม. ฟิล์มกันซึมจะยึดเกาะกับพื้นผิวและช่วยรองรับรอยแตกร้าวเล็กได้ถึงประมาณ 0.75 มม. เหมาะกับงานห้องน้ำ ระเบียง ชานพัก ห้องครัว พื้นและผนังคอนกรีต รวมถึงงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง
จุดสำคัญคือคำว่า “รอยแตกร้าวเล็ก” เพราะ LANKO 228 Superflex ไม่ใช่วัสดุซ่อมโครงสร้าง ไม่ใช่ปูนอุดน้ำพุ่ง และไม่ใช่วัสดุที่ควรใช้เพื่อปล่อยผิวรับแดดฝนบนดาดฟ้าแบบเปิดโล่งโดยไม่มีระบบป้องกันเพิ่มเติม หากรอยร้าวกว้าง ลึก มีการขยับตัวต่อเนื่อง หรือเกิดจากปัญหาโครงสร้าง ต้องซ่อมรอยร้าวและแก้ต้นเหตุก่อน แล้วจึงใช้ LANKO 228 เป็นชั้นกันซึมทับเพื่อสร้างความต่อเนื่องของผิว
สำหรับหน้างานบ้านและอาคารทั่วไป คุณค่าของวัสดุรุ่นนี้อยู่ที่การผสมข้อดีของงานซีเมนต์กับความยืดหยุ่นของโพลิเมอร์ จึงทาบนพื้นผิวปูนได้ดี ปูกระเบื้องทับได้เมื่อบ่มครบ และช่วยลดความเสี่ยงน้ำซึมผ่านรอยเส้นผมที่มักเกิดตามมุมพื้น-ผนัง รอบท่อ drain รอยต่อปูนฉาบ หรือพื้นผิวที่มีการหดตัวเล็กน้อยหลังใช้งานไปสักระยะ
ทำไมรอยแตกร้าวเล็กถึงกลายเป็นปัญหารั่วซึมใหญ่?
รอยร้าวเส้นผมหรือ hairline crack มักถูกมองข้าม เพราะในสภาพแห้งอาจเห็นเป็นเพียงเส้นบาง ๆ บนผิวปูน แต่เมื่อพื้นที่นั้นสัมผัสน้ำซ้ำ ๆ น้ำจะไหลเข้าสู่ช่องว่างเล็กที่สุดได้เสมอ โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำ ระเบียง ผนังนอกอาคาร และพื้นก่อนปูกระเบื้องที่มีน้ำขังเป็นช่วง ๆ เมื่อมีน้ำสะสม ความชื้นจะค่อย ๆ เคลื่อนผ่านคอนกรีตหรือปูนฉาบไปยังอีกด้านหนึ่ง
ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่คราบน้ำ หากน้ำซึมลงไปในชั้นปูนกาวหรือใต้กระเบื้อง จะทำให้เกิดโพรง กลิ่นอับ เชื้อรา สีพอง ปูนร่อน หรือเกิดคราบเกลือบนผิวผนังได้ ในอาคารหลายชั้น รอยรั่วเล็กจากห้องน้ำชั้นบนอาจไปแสดงอาการที่ฝ้าหรือผนังชั้นล่าง ทำให้หาจุดรั่วจริงยากและเสียค่าซ่อมมากกว่าการป้องกันตั้งแต่ก่อนปิดผิว
รอยเล็กมากก็เป็นทางน้ำได้ หากไม่มีชั้นกันซึมที่ต่อเนื่องและมีความหนาพอ
มุมฉากและรอยต่อท่อมักขยับหรือแตกร้าวง่ายกว่าพื้นที่เรียบกลางแผ่น
ถ้าวัสดุไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอ ฟิล์มอาจร้าวตามพื้นเดิมเมื่อมีการขยับตัวเล็กน้อย
นี่คือเหตุผลที่งานกันซึมบริเวณเปียกควรเลือกวัสดุที่ไม่ใช่แค่ “กันน้ำ” แต่ต้องมีความสามารถในการยึดเกาะและรองรับการเคลื่อนไหวเล็กน้อยของพื้นผิวด้วย LANKO 228 Superflex จึงเหมาะกับโจทย์ที่ต้องการทั้งชั้นกันซึมแบบซีเมนต์และความยืดหยุ่นเพื่อช่วยปิดรอยแตกร้าวขนาดเล็ก
เจาะลึกคุณสมบัติเด่นของ LANKO 228 Superflex
LANKO 228 Superflex เป็นระบบ 2 ส่วนผสม โดย Part A เป็นผงซีเมนต์สีเทา และ Part B เป็นเรซิ่นของเหลวสีขาว เมื่อนำมาผสมตามชุดสินค้าจะได้มอร์ตาร์กันซึมที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าซีเมนต์กันซึมทั่วไป ตัวเรซิ่นช่วยให้ฟิล์มที่แห้งแล้วมีความเหนียว ยึดเกาะกับผิวปูนได้ดี และลดความเปราะที่มักเกิดในวัสดุซีเมนต์ล้วน
คุณสมบัติที่น่าสนใจที่สุดสำหรับงานปิดรอยร้าวคือความสามารถในการเชื่อมข้ามรอยแตกร้าวเล็ก เมื่อพื้นผิวมี micro crack หรือรอยเส้นผมที่ไม่ได้เป็นรอยร้าวโครงสร้าง ชั้นฟิล์มกันซึมของ LANKO 228 สามารถช่วยปิดและป้องกันน้ำซึมผ่านได้ หากเตรียมพื้นผิวถูกต้อง ทาครบจำนวนชั้น และควบคุมความหนาตามที่แนะนำ
| คุณสมบัติ | ความหมายต่อหน้างาน | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| ยืดหยุ่นสูง | ฟิล์มกันซึมไม่แข็งเปราะเหมือนปูนทั่วไป | ช่วยรองรับการขยับตัวเล็กของพื้นผิว |
| 2 ส่วนผสม A+B | ไม่ใช่ปูนผงผสมน้ำ แต่ใช้เรซิ่นที่ออกแบบมาคู่กัน | ได้การยึดเกาะและความยืดหยุ่นที่สม่ำเสมอ |
| ปิดรอยร้าวเล็ก | รองรับรอยแตกร้าวเล็กได้ถึงประมาณ 0.75 มม. | ลดโอกาสน้ำซึมผ่าน hairline crack |
| ทนแรงดันน้ำ | เหมาะกับงานกันซึมที่มีแรงดันน้ำตามขอบเขตผลิตภัณฑ์ | ต้องทำความหนาและจำนวนชั้นให้ครบ |
| ใช้ร่วมกับกระเบื้องได้ | เมื่อบ่มครบ สามารถปูกระเบื้องหรือปิดผิวทับได้ | เหมาะกับห้องน้ำ ระเบียง และพื้นที่เปียกในอาคาร |
การทำงานจริงจึงควรมอง LANKO 228 เป็น “ชั้นกันซึมยืดหยุ่น” ไม่ใช่สีทาผิวบาง ๆ ถ้าทาบางเกินไป ฟิล์มจะไม่ต่อเนื่องและอาจไม่สามารถรับแรงดันน้ำหรือปิดรอยร้าวได้เต็มประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน หากทาตามอัตราที่กำหนดและเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงครบ จะช่วยให้ระบบกันซึมมีความมั่นใจมากขึ้นก่อนปูกระเบื้องหรือปิดผิวขั้นสุดท้าย
การปิดรอยแตกร้าวให้มิดชิด: ต้องเข้าใจขอบเขตของวัสดุ
คำว่า crack bridging หรือการเชื่อมข้ามรอยแตกร้าว หมายถึงความสามารถของฟิล์มกันซึมในการคงความต่อเนื่องเหนือรอยแตกขนาดเล็ก เมื่อรอยนั้นเปิดหรือขยับเล็กน้อย วัสดุที่ยืดหยุ่นจะช่วยลดโอกาสฟิล์มฉีกหรือแตกตามพื้นผิวเดิม ซึ่งต่างจากปูนฉาบหรือซีเมนต์กันซึมชนิดแข็งที่อาจร้าวซ้ำตามรอยเดิมได้ง่ายกว่า
อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้มีขีดจำกัด LANKO 228 เหมาะกับรอยแตกร้าวเล็กประมาณ 0.75 มม. ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ หากรอยแตกกว้างกว่านั้น มีน้ำไหลออกมา มีการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง หรือเป็นรอยต่อโครงสร้าง ควรซ่อมด้วยวัสดุเฉพาะก่อน เช่น ปูนซ่อมรอยแตกร้าว วัสดุอุดรอยต่อ หรือระบบ joint treatment ที่เหมาะสม แล้วจึงทา LANKO 228 คลุมเป็นชั้นกันซึมต่อเนื่อง
รอยเส้นผม รอยหดตัวเล็ก มุมพื้น-ผนังที่เตรียมพื้นดี และผิวก่อนปูกระเบื้อง
รอยร้าวกว้าง รูโพรง ขอบปูนหลุด รอบท่อที่ไม่แน่น หรือพื้นมีแอ่งน้ำขัง
รอยรั่วน้ำพุ่ง รอยโครงสร้างเคลื่อนไหว ดาดฟ้าเปิดโล่ง หรือพื้นที่รับน้ำร้อนเกินข้อจำกัด
สำหรับจุดเสี่ยง เช่น มุมพื้นกับผนัง รอยต่อพื้นคอนกรีต รอบท่อ floor drain หรือบริเวณที่เคยแตกร้าวซ้ำ ควรใช้ตาข่ายเสริมแรง LANKO GLASS FIBER MESH ร่วมกับชั้นแรก เพื่อช่วยกระจายแรงและเพิ่มความต่อเนื่องของฟิล์มกันซึม การเสริมตาข่ายไม่ใช่เพราะวัสดุอ่อน แต่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้ระบบในจุดที่มีโอกาสเคลื่อนตัวมากกว่าพื้นที่เรียบทั่วไป
สเปกสำคัญที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
การเลือกซีเมนต์กันซึมไม่ควรดูจากชื่อรุ่นอย่างเดียว แต่ควรดูตัวเลขที่สัมพันธ์กับหน้างานจริง เช่น ขนาดบรรจุ อัตราการใช้ อายุใช้งานหลังผสม ความหนาที่ต้องทำ และระยะเวลาก่อนปูกระเบื้อง เพราะตัวเลขเหล่านี้มีผลต่อทั้งงบประมาณ จำนวนชุดที่ต้องสั่ง และแผนงานของช่าง
| รายการ | ข้อมูลสำคัญ | ข้อสังเกตสำหรับหน้างาน |
|---|---|---|
| ประเภทสินค้า | ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม | ใช้ Part A + Part B ตามชุดสินค้า ไม่ควรเติมน้ำหรือสารอื่นเอง |
| ขนาดบรรจุ | รวม 33 กก. ต่อชุด: Part A 23 กก. และ Part B 10 กก. | เหมาะกับการคำนวณพื้นที่ตามอัตราใช้ 3-4 กก./ตร.ม. |
| อัตราการใช้ | ประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ที่ความหนาประมาณ 2 มม. | พื้นหยาบ มุมเยอะ หรือรอยต่อมาก อาจใช้มากกว่าค่าเฉลี่ย |
| การทาต่อชั้น | ประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. ต่อชั้น | ควรทาอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อให้ฟิล์มต่อเนื่อง |
| ความหนาหลังแห้ง | ควรไม่น้อยกว่า 1.5 มม. และงานทั่วไปแนะนำรวมประมาณ 2 มม. | ความหนาไม่ถึงอาจทำให้ประสิทธิภาพกันซึมลดลง |
| อายุหลังผสม | ประมาณ 30 นาที ที่ 25°C | อากาศร้อนทำให้ทำงานได้สั้นลง ควรผสมเท่าที่ใช้ทัน |
| ทาชั้นถัดไป | โดยทั่วไปหลังชั้นแรกแห้งประมาณ 2-6 ชั่วโมง | ขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศ |
| ปูกระเบื้องทับ | ประมาณ 3-7 วัน หลังชั้นสุดท้าย | ควรเช็กความแห้งและสภาพหน้างานก่อนปิดผิว |
คำนวณคร่าว ๆ: พื้นที่ 10 ตร.ม. ใช้อัตรา 3-4 กก./ตร.ม. จะใช้ประมาณ 30-40 กก. สำหรับ 2 ชั้น หรือประมาณ 1-2 ชุด ขึ้นกับผิวจริงและการเผื่อมุม/รอยต่อ หากรวมผนังยกสูงหรือพื้นผิวหยาบควรเผื่อวัสดุเพิ่ม
พื้นที่ใช้งานที่เหมาะกับ LANKO 228 Superflex
LANKO 228 เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการชั้นกันซึมบนคอนกรีตหรือปูนฉาบ และต้องการความยืดหยุ่นเพื่อรับรอยแตกร้าวเล็ก พื้นที่ใช้งานยอดนิยมคือห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก พื้นก่อนปูกระเบื้อง ผนังคอนกรีต ผนังก่ออิฐฉาบปูน และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำซึมผ่านผิวปูน
ในงานห้องน้ำ จุดที่ควรเน้นเป็นพิเศษคือมุมพื้น-ผนัง รอบท่อ floor drain ขอบท่อประปา และบริเวณธรณีประตู เพราะน้ำมักสะสมหรือไหลผ่านจุดเหล่านี้มากกว่าพื้นที่อื่น ในงานระเบียง ต้องดู slope ระบายน้ำและป้องกันน้ำขัง เพราะแม้วัสดุกันซึมจะช่วยป้องกันน้ำซึม แต่การออกแบบระบายน้ำที่ไม่ดีจะเพิ่มภาระให้ระบบกันซึมโดยไม่จำเป็น
| พื้นที่ | ความเหมาะสม | คำแนะนำเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| ห้องน้ำก่อนปูกระเบื้อง | เหมาะมาก | เก็บมุมพื้น-ผนัง รอบท่อ และ floor drain ให้ละเอียด |
| ระเบียงและชานพัก | เหมาะเมื่อมี slope ดี | หลีกเลี่ยงน้ำขังและควรปิดผิวด้วยวัสดุเหมาะสม |
| ผนังปูนหรือผนังคอนกรีต | เหมาะ | พื้นผิวต้องสะอาด แข็งแรง และไม่มีสีหรือคราบที่ขวางการยึดเกาะ |
| บ่อหรือพื้นที่กักน้ำ | พิจารณารายละเอียด | ต้องบ่มและทำความสะอาดตามข้อกำหนดก่อนใช้งาน |
| ดาดฟ้า/หลังคาเปิดโล่ง | ไม่ใช่งานหลัก | ควรใช้ระบบกันซึมหลังคาที่ออกแบบสำหรับ UV ฝน และน้ำขังโดยตรง |
หากเป้าหมายคือการแก้ปัญหาคราบน้ำซึมในบ้าน ควรเริ่มจากหาต้นทางน้ำก่อนเสมอ ไม่ใช่ทากันซึมเฉพาะจุดที่เห็นคราบ เพราะคราบน้ำที่ผนังหรือฝ้าอาจมาจากจุดรั่วไกลกว่าที่คิด การใช้ LANKO 228 ให้ได้ผลจึงควรทำเป็นพื้นที่ต่อเนื่องและเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงครบ ไม่ใช่ทาเฉพาะเส้นรอยร้าวเพียงบางส่วน
วิธีใช้และอัตราส่วนผสม LANKO 228 Superflex
การใช้งาน LANKO 228 ให้ได้ฟิล์มกันซึมที่ต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว พื้นต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่า ปูนหลุดร่อน และวัสดุที่ขัดขวางการยึดเกาะ หากมีโพรง รูพรุน หรือรอยร้าวกว้าง ต้องซ่อมก่อนเริ่มงาน จากนั้นพรมน้ำให้พื้นผิวชื้นแบบไม่มีน้ำขัง เพื่อช่วยให้วัสดุทำงานกับพื้นผิวซีเมนต์ได้เหมาะสม
- ตรวจสภาพพื้น: ซ่อมรูพรุน รอยร้าวกว้าง ปูนร่อน และจุดรั่วซึมที่เป็นปัญหาโครงสร้างก่อน
- ทำความสะอาด: ขัด ล้าง หรือเป่าฝุ่นให้หมด พื้นต้องไม่มีคราบน้ำมัน สีเดิม หรือเศษปูนหลุดร่อน
- เตรียมจุดเสี่ยง: ทำ fillet ที่มุมพื้น-ผนัง และเก็บรอบท่อ drain ให้แน่นก่อนทากันซึม
- ผสม Part A+B: เทเรซิ่น Part B ประมาณ 3/4 ส่วนลงถังสะอาด ค่อย ๆ เติมผง Part A ระหว่างปั่นด้วยรอบต่ำ 300-500 รอบต่อนาที
- ปั่นให้เนียน: เติม Part B ที่เหลือและปั่นต่อประมาณ 3 นาที จากนั้นพักส่วนผสมประมาณ 2 นาที
- ทาชั้นแรก: ใช้แปรงหรือเกรียงทาประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. เน้นมุม รอยต่อ และพื้นที่เสี่ยงรั่ว
- เสริมตาข่ายในจุดเสี่ยง: วาง LANKO GLASS FIBER MESH บนชั้นแรกในบริเวณรอยต่อหรือรอยร้าวเล็กที่ต้องการเสริมแรง
- ทาชั้นที่สอง: หลังชั้นแรกแห้งประมาณ 2-6 ชั่วโมง ให้ทาชั้นที่สองในทิศทางไขว้กันเพื่อปิดรูพรุนและเพิ่มความหนารวม
- บ่มและป้องกันผิว: ป้องกันแดดจัด ลมแรง ฝน ฝุ่น และการเหยียบย่ำในช่วงแรก รอก่อนปูกระเบื้องประมาณ 3-7 วันตามสภาพหน้างาน
ห้ามเติมน้ำ ปูนซีเมนต์ หรือสารผสมเพิ่มเอง เพราะผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบให้ใช้ Part A และ Part B เป็นชุดเดียวกัน การปรับสูตรเองอาจทำให้ความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และความสามารถป้องกันน้ำซึมลดลง
งานที่ดีควรวางแผนพื้นที่ต่อรอบผสมให้เหมาะกับ pot life ประมาณ 30 นาที หากวัสดุเริ่มหนืดหรือเซ็ตตัว ไม่ควรเติมของเหลวเพิ่มเพื่อทำให้เหลวอีกครั้ง เพราะจะทำให้คุณสมบัติของฟิล์มกันซึมเปลี่ยนไปและเพิ่มความเสี่ยงรั่วซึมในระยะยาว
ข้อควรระวัง: ใช้ให้ถูกงานจึงจะปิดรอยร้าวได้จริง
แม้ LANKO 228 Superflex จะช่วยปิดรอยแตกร้าวเล็กและกันซึมได้ดี แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับระบบงานทั้งหมด หากพื้นสกปรก ทาบางเกินไป ข้ามการซ่อมรอยร้าวใหญ่ หรือเปิดใช้งานเร็วเกินไป ปัญหารั่วซึมอาจกลับมาได้ การทำกันซึมจึงต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ พอ ๆ กับการเลือกวัสดุ
- ต้องทาอย่างน้อย 2 ชั้น และควบคุมความหนาหลังแห้งไม่น้อยกว่า 1.5 มม.
- ไม่ควรใช้กับรอยร้าวโครงสร้างหรือรอยรั่วน้ำพุ่งโดยไม่ซ่อมต้นเหตุก่อน
- ไม่ควรปล่อยผิวกันซึมรับการเสียดสีหรือการสัญจรหนักโดยไม่มีวัสดุปิดทับ
- ไม่ควรทำงานกลางแดดจัด ลมแรง หรือสภาพที่ทำให้วัสดุแห้งเร็วเกินไป
- ไม่ควรพรมน้ำระหว่างชั้น ให้รอชั้นก่อนหน้าแห้งตามเงื่อนไขก่อนทำชั้นถัดไป
- ห้ามใช้สารเคมีทำความสะอาดผิวกันซึม และไม่ควรปล่อยสัมผัสน้ำร้อนเกิน 40°C
- สำหรับดาดฟ้าหรือหลังคาเปิดโล่ง ควรเลือกหรือออกแบบระบบกันซึมหลังคาโดยเฉพาะ
จุดที่ช่างมักพลาด: ทากันซึมบนพื้นมีฝุ่น, ไม่ทำมุม fillet, รอบท่อไม่แน่น, ทาชั้นเดียวแล้วปูกระเบื้อง, หรือทดสอบน้ำก่อนระบบบ่มพร้อมใช้งาน ความผิดพลาดเหล่านี้ทำให้วัสดุคุณภาพดีทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
หากไม่แน่ใจว่ารอยร้าวหน้างานเป็นรอยเส้นผม รอยหดตัว หรือรอยโครงสร้าง ควรส่งรูปและขนาดรอยให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู เพราะการใช้วัสดุผิดประเภทกับรอยร้าวที่ยังเคลื่อนไหวอาจทำให้ฟิล์มกันซึมฉีกซ้ำได้ในอนาคต
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้อิงข้อมูลจากหน้า LANKO® 228 Superflex บนเว็บไซต์ Sika Thailand และข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ระบุคุณสมบัติ อัตราการใช้ วิธีผสม วิธีใช้งาน และข้อจำกัดของสินค้า ควรตรวจเอกสารเทคนิคล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง
สรุป: LANKO 228 Superflex เหมาะเมื่อโจทย์คือกันซึมและรอยแตกร้าวเล็ก
LANKO 228 Superflex เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูงที่เหมาะกับงานป้องกันน้ำซึมผ่านพื้นผิวซีเมนต์ โดยเฉพาะพื้นที่เปียกอย่างห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก ผนังปูน และงานก่อนปูกระเบื้อง จุดเด่นอยู่ที่ระบบ 2 ส่วนผสม A+B ที่ให้ฟิล์มกันซึมยืดหยุ่น ยึดเกาะพื้นผิวปูน และช่วยปิดรอยแตกร้าวเล็กได้ถึงประมาณ 0.75 มม. เมื่อทำงานครบระบบ
ถ้าต้องการให้ปิดรอยร้าวได้มิดชิดจริง ต้องเริ่มจากการซ่อมพื้นผิว เตรียมมุมและรอยต่อให้ดี ผสมให้ถูก ทาอย่างน้อย 2 ชั้น ควบคุมความหนา และเลือกวัสดุปิดทับให้เหมาะกับการใช้งานจริง วัสดุที่ดีช่วยได้มาก แต่ระบบงานที่ถูกต้องคือสิ่งที่ทำให้กันซึมอยู่ได้นานและลดโอกาสต้องกลับมาซ่อมซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 228 Superflex คืออะไร?
LANKO 228 Superflex คือซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม ประกอบด้วยผงซีเมนต์ Part A และเรซิ่น Part B ใช้ทาหรือฉาบเพื่อป้องกันน้ำซึมผ่านพื้นผิวคอนกรีตและปูนฉาบ
LANKO 228 Superflex ปิดรอยแตกร้าวได้กี่มิลลิเมตร?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถช่วยรองรับรอยแตกร้าวเล็กได้ถึงประมาณ 0.75 มม. แต่รอยร้าวกว้าง รอยร้าวโครงสร้าง หรือรอยที่ยังเคลื่อนไหวต้องซ่อมด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน
ใช้ LANKO 228 กับห้องน้ำได้ไหม?
ใช้ได้ และเป็นงานที่เหมาะมาก โดยเฉพาะงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง ควรเก็บรายละเอียดมุมพื้น-ผนัง รอบท่อ และ floor drain ให้ครบเพื่อป้องกันน้ำซึมในระยะยาว
หนึ่งชุด LANKO 228 Superflex มีกี่กิโลกรัม?
หนึ่งชุดมีน้ำหนักรวม 33 กก. ประกอบด้วย Part A ผงซีเมนต์ 23 กก. และ Part B เรซิ่นของเหลว 10 กก.
อัตราการใช้ LANKO 228 เท่าไร?
โดยทั่วไปใช้อัตราประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับการทา 2 ชั้น ที่ความหนารวมประมาณ 2 มม. พื้นผิวหยาบหรือมีมุมและรอยต่อมากอาจใช้เพิ่มขึ้น
ผสมแล้วใช้งานได้นานแค่ไหน?
อายุใช้งานหลังผสมประมาณ 30 นาที ที่อุณหภูมิ 25°C หากอากาศร้อนจัดวัสดุอาจหนืดเร็วขึ้น ควรผสมเท่าที่ใช้ทันและไม่เติมน้ำหรือสารอื่นเพิ่ม
ต้องทากี่ชั้นถึงกันซึมได้ดี?
ควรทาอย่างน้อย 2 ชั้น โดยชั้นละประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. และควบคุมความหนาหลังแห้งไม่น้อยกว่า 1.5 มม. เพื่อให้ฟิล์มต่อเนื่องและลดจุดอ่อนจากรอยแปรงหรือรูพรุน
ปูกระเบื้องทับได้เมื่อไหร่?
โดยทั่วไปสามารถปูกระเบื้องทับได้ประมาณ 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย ขึ้นกับความชื้น อุณหภูมิ ความหนา และสภาพหน้างาน ควรตรวจความพร้อมก่อนปิดผิวจริง
ต้องใช้ตาข่ายเสริมแรงไหม?
พื้นที่เรียบทั่วไปอาจไม่จำเป็นทุกจุด แต่บริเวณมุม รอยต่อ รอบท่อ หรือรอยแตกร้าวเล็กที่เป็นจุดเสี่ยง ควรพิจารณาใช้ LANKO GLASS FIBER MESH ร่วมกับชั้นแรกเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของระบบ
ใช้ LANKO 228 กับดาดฟ้าหรือหลังคาได้ไหม?
ไม่ควรใช้เป็นระบบกันซึมหลังคาหรือดาดฟ้าแบบปล่อยเปลือยโดยไม่มีระบบที่ออกแบบเฉพาะ เพราะพื้นที่เปิดโล่งต้องรับ UV ฝน น้ำขัง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูง ควรเลือกกันซึมหลังคาโดยเฉพาะ
ซื้อ LANKO 228 Superflex ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 228 Superflex ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง
