จบปัญหาน้ำรั่วดาดฟ้า-ห้องน้ำ ด้วย LANKO 226 Flex ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น
ถ้าห้องน้ำซึมลงฝ้า ระเบียงมีน้ำย้อนเข้าผนัง หรือพื้นที่ปูนก่อนปูกระเบื้องเสี่ยงรั่วซ้ำ LANKO® 226 Flex คือซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสมที่ให้ฟิล์มยืดหยุ่น ยึดเกาะดี และรองรับรอยแตกร้าวขนาดเล็ก เหมาะกับงานกันซึมบนคอนกรีตและผนังก่ออิฐฉาบปูนที่ต้องการความมั่นใจมากกว่าปูนกันซึมทั่วไป
LANKO® 226 Flex
ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น 2 ส่วนผสม สำหรับงานปกป้องและป้องกันการรั่วซึมบนพื้นผิวซีเมนต์ คอนกรีต และผนังก่ออิฐฉาบปูน เหมาะกับห้องน้ำ ห้องครัว แทงค์น้ำ บ่อเก็บน้ำ ระเบียง ชานพัก และงานกันซึมก่อนปูกระเบื้องตามขอบเขตการใช้งานของผลิตภัณฑ์
Quick Answer: LANKO 226 Flex เหมาะแก้น้ำรั่วแบบไหน?
LANKO® 226 Flex เหมาะกับงานกันซึมห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก แทงค์น้ำ บ่อเก็บน้ำ และพื้นผิวคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐฉาบปูนที่ต้องการกันน้ำก่อนปูกระเบื้อง จุดเด่นคือเป็นซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสม มีความยืดหยุ่น ทนรอยแตกร้าวขนาดเล็ก มีแรงยึดเกาะดี และทนแรงดันน้ำได้ 1.5 บาร์ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
สำหรับเจ้าของบ้าน ปัญหาน้ำรั่วมักเริ่มจากอาการเล็ก ๆ เช่น ฝ้าเพดานเป็นคราบเหลือง สีผนังพอง ยาแนวห้องน้ำดำเร็ว พื้นระเบียงชื้น หรือห้องด้านล่างมีกลิ่นอับหลังฝนตก ถ้าปล่อยไว้นาน น้ำจะค่อย ๆ เข้าไปทำลายชั้นปูน เหล็กเสริม และวัสดุตกแต่งจนค่าซ่อมบานปลาย การทำระบบกันซึมใหม่จึงไม่ใช่แค่ทาวัสดุกันน้ำ แต่ต้องเตรียมพื้นผิว อุดรอยร้าว ทำมุมต่อผนัง-พื้น และเลือกวัสดุที่เข้ากับพื้นที่ใช้งานจริง
บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่สเปก วิธีผสม วิธีทา อัตราการใช้ ระยะรอก่อนปูกระเบื้อง ไปจนถึงข้อควรระวังเรื่องดาดฟ้า เพื่อให้เลือกใช้ LANKO 226 Flex ได้ตรงงานและลดความเสี่ยงรั่วซ้ำหลังซ่อม
ปัญหาน้ำรั่วดาดฟ้า-ห้องน้ำ ทำไมซ่อมแล้วมักกลับมารั่วอีก?
งานกันซึมเสียหายไม่ได้เกิดจาก “น้ำแรง” อย่างเดียว แต่เกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ หลายจุดรวมกัน พื้นห้องน้ำมีรอยร้าวตรงมุมผนัง ท่อ floor drain ไม่แน่น ระดับพื้นไม่ลาดไปทางรูระบายน้ำ ผิวปูนเดิมเป็นฝุ่น หรือช่างทากันซึมบางเกินไป ทั้งหมดนี้ทำให้น้ำหาทางซึมผ่านชั้นปูนได้ แม้ด้านบนจะดูเรียบร้อยหลังปูกระเบื้องแล้วก็ตาม
ในห้องน้ำ น้ำจะขังซ้ำ ๆ ทุกวันจากการอาบน้ำและล้างพื้น ส่วนระเบียงหรือชานพักจะเจอสลับทั้งแดด ฝน และการยืดหดตัวของโครงสร้าง ถ้าวัสดุกันซึมแข็งเกินไป เมื่อพื้นผิวเกิดรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ชั้นกันซึมอาจฉีกตามได้ง่าย วัสดุชนิดยืดหยุ่นอย่าง LANKO 226 Flex จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องรองรับการเคลื่อนตัวเล็กน้อยมากกว่างานกันซึมซีเมนต์แบบแข็งทั่วไป
มักเกิดจากรอยต่อพื้น-ผนัง ท่อระบายน้ำ หรือชั้นกันซึมใต้กระเบื้องไม่ต่อเนื่อง
น้ำฝนขัง รอยแตกร้าว และระดับระบายน้ำไม่ดี ทำให้น้ำซึมเข้าปูนซ้ำ ๆ
พื้นที่เปิดโล่งต้องรับแดดฝนหนัก ควรประเมินระบบกันซึมหลังคาที่เหมาะกับงานภายนอกโดยเฉพาะ
หัวใจของงานซ่อมคืออย่ามองเฉพาะจุดที่เห็นน้ำหยด เพราะตำแหน่งน้ำซึมจริงอาจอยู่ห่างจากจุดที่น้ำออกหลายเมตร ควรตรวจแนวรอยร้าว มุมผนัง ท่อระบายน้ำ รอยต่อวัสดุ และความลาดเอียงก่อนลงมือทา เพื่อให้ระบบกันซึมใหม่แก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ปิดผิวชั่วคราว
LANKO 226 Flex คืออะไร และต่างจากปูนกันซึมทั่วไปอย่างไร?
LANKO® 226 Flex เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นแบบ 2 ส่วนผสม ประกอบด้วย Part A เป็นผงซีเมนต์สีเทาที่มีซีเมนต์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม กับ Part B เป็นของเหลวสีขาวประเภทเรซิ่น เมื่อนำมาผสมเข้าด้วยกันจะได้มอร์ตาร์กันซึมที่ทาหรือฉาบได้ด้วยแปรงและเกรียง มีคุณสมบัติยืดหยุ่นและยึดเกาะกับพื้นผิวซีเมนต์ได้ดี
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจคือไม่ได้เป็นแค่ “ปูนทากันน้ำ” แต่เป็นระบบ 2 ส่วนผสมที่มีส่วนเรซิ่นช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการเกาะผิว จึงเหมาะกับพื้นที่เปียกที่มีโอกาสเกิดรอยร้าวขนาดเล็ก เช่น ห้องน้ำ ระเบียง ชานพัก หรือบ่อเก็บน้ำ อีกทั้งข้อมูล Sika ระบุว่าผ่านการรับรองว่าปลอดภัยเมื่อสัมผัสกับน้ำดื่ม และปลอดภัยไร้สารพิษเมื่อใช้งานตามคำแนะนำ
จุดสำคัญ: LANKO 226 Flex ต้องใช้เป็น 2 ชั้น โดยปริมาณรวมประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. ที่ความหนาประมาณ 2 มม. ไม่ควรทาบางเกินไป เพราะฟิล์มกันซึมที่บางไม่พออาจปิดรูพรุนและรอยแตกร้าวได้ไม่ต่อเนื่อง
เมื่อเทียบกับการพึ่งยาแนวหรือซิลิโคนอย่างเดียว LANKO 226 Flex ทำหน้าที่เป็นชั้นกันซึมใต้ผิวปิดทับได้ดีกว่า เพราะครอบคลุมพื้นที่ต่อเนื่องทั้งพื้นและผนังส่วนล่าง โดยเฉพาะงานห้องน้ำควรทาขึ้นผนังตามระดับที่ออกแบบไว้ และให้ความสำคัญกับมุมฉากหรือรอยต่อที่เป็นจุดเสี่ยงอันดับต้น ๆ ของน้ำรั่ว
พื้นที่ที่เหมาะกับ LANKO 226 Flex
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Sika พื้นที่ใช้งานหลักของ LANKO 226 Flex ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว แทงค์น้ำ บ่อเก็บน้ำ และงานกันซึมก่อนการปูกระเบื้อง เช่น ระเบียงและชานพัก โดยใช้บนพื้นผิวคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป จุดนี้ทำให้สินค้ารุ่นนี้เหมาะกับทั้งงานบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และงานโครงการที่ต้องการระบบกันซึมก่อนงานตกแต่ง
| พื้นที่ใช้งาน | เหมาะสมหรือไม่ | คำแนะนำ | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| ห้องน้ำ | เหมาะมาก | ทาพื้นและยกขอบขึ้นผนัง ทำมุมต่อพื้น-ผนังให้ต่อเนื่องก่อนปูกระเบื้อง | ท่อ floor drain, มุมห้อง, รอยต่อผนังเบา |
| ห้องครัว | เหมาะ | ใช้กับพื้นที่เปียกหรือพื้นที่ล้างทำความสะอาดบ่อย | คราบน้ำมันต้องล้างออกก่อนทา |
| ระเบียง / ชานพัก | เหมาะเมื่องานเป็นระบบก่อนปูกระเบื้อง | ทำความลาดเอียงและปิดทับด้วยวัสดุที่เหมาะสม | น้ำขังและขอบประตู |
| แทงค์น้ำ / บ่อเก็บน้ำ | เหมาะ | รอให้แห้ง 7 วันก่อนใส่น้ำ และควรล้างทำความสะอาดก่อนใช้งาน | รอยแตกร้าวโครงสร้างและแรงดันน้ำ |
| ดาดฟ้าเปิดโล่ง | ต้องประเมินระบบ | หน้า Sika ระบุงานก่อนปูกระเบื้อง เช่น ระเบียง/ชานพัก โดยยกเว้นดาดฟ้า | แดด ฝน น้ำขัง และการเคลื่อนตัวมากกว่าพื้นที่ทั่วไป |
ถ้าหน้างานเป็นห้องน้ำหรือระเบียงก่อนปูกระเบื้อง LANKO 226 Flex เป็นตัวเลือกที่ตรงโจทย์มาก แต่ถ้าเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งรับแดดฝนตลอดปี ควรให้ทีมเทคนิคช่วยดูว่าควรใช้ระบบกันซึมหลังคาแบบอะคริลิก PU หรือเมมเบรนรุ่นอื่นแทนหรือใช้ร่วมกับวัสดุปิดทับอย่างไร เพื่อไม่ให้เลือกวัสดุผิดหน้าที่
สเปกสำคัญ อัตราการใช้ และข้อมูลเทคนิคที่ควรรู้
| รายการ | ข้อมูลของ LANKO 226 Flex |
|---|---|
| ประเภทสินค้า | ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น 2 ส่วนผสม |
| บรรจุภัณฑ์ | ชุด 23 กก. (Part A 18 กก. + Part B 5 กก.) และชุด 4.5 กก. (Part A 3.5 กก. + Part B 1 กก.) |
| ลักษณะสินค้า | Part A ผงซีเมนต์สีเทา, Part B ของเหลวสีขาว |
| ความหนาแน่น | Fresh Mortar ประมาณ 1.8-1.9 กก./ลิตร, Dry Density ประมาณ 1.3-1.5 กก./ลิตร |
| ขนาดอนุภาคสูงสุด | 0.04-0.5 มม. |
| แรงยึดเกาะกับคอนกรีต | ≥ 1 MPa ที่ 28 วัน |
| การซึมผ่านของน้ำภายใต้ความดัน | ไม่มีน้ำซึมผ่านที่แรงดันน้ำ 1.5 บาร์ |
| อุณหภูมิแวดล้อม | +10°C ถึง +35°C |
| Pot Life | ประมาณ 40 นาที ที่อุณหภูมิ 25°C |
| ปริมาณการใช้ | 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ที่ความหนา 2 มม. |
| ระยะรอทาชั้นสอง | หลังชั้นแรกแห้งตัวประมาณ 2-6 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพอากาศ |
| ระยะรอปูกระเบื้อง | ภายใน 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 12 เดือนนับจากวันที่ผลิต เมื่อจัดเก็บถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย |
การคำนวณปริมาณควรคิดจากพื้นที่จริงและรายละเอียดหน้างาน ไม่ใช่ดูเฉพาะตารางเมตร เพราะมุมผนัง พื้นต่างระดับ รอยต่อท่อ หรือพื้นหยาบมากจะกินวัสดุมากขึ้น ตัวเลข 3-4 กก./ตร.ม. เป็นแนวทางสำหรับงาน 2 ชั้นที่ความหนารวมประมาณ 2 มม. ถ้าต้องเสริมตาข่ายหรือแก้ผิวหยาบ ควรเผื่อวัสดุเพิ่มให้พอจบงานต่อเนื่อง
ขั้นตอนใช้งาน LANKO 226 Flex ให้กันซึมได้เต็มประสิทธิภาพ
งานกันซึมที่ดีเริ่มจากพื้นผิวที่ดี พื้นต้องแข็งแรง สะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่า ปูนร่อน หรือสิ่งปนเปื้อนที่ทำให้การยึดเกาะลดลง หากมีรอยร้าวโครงสร้างหรือโพรงลึก ต้องซ่อมก่อน ไม่ควรหวังให้ชั้นกันซึมบาง ๆ รับหน้าที่แทนการซ่อมโครงสร้างทั้งหมด
- ตรวจและเตรียมพื้นผิว: ขูดคราบหลุดร่อน ล้างฝุ่นและคราบมัน อุดรูพรุนหรือรอยแตกที่มีนัยสำคัญ แล้วทำความลาดเอียงให้ระบายน้ำได้ดี
- ทำพื้นให้ชื้นพอดี: ก่อนทาควรพรมน้ำให้พื้นชื้นแต่ไม่มีน้ำขัง เพื่อช่วยลดการดูดน้ำจากมอร์ตาร์กันซึม
- ผสม 2 ส่วนให้เข้ากัน: เท Part B ประมาณ 3/4 ลงภาชนะ จากนั้นเติม Part A ระหว่างปั่นด้วยสว่านรอบต่ำ 300-500 รอบต่อนาที เติม Part B ที่เหลือและปั่นต่อ 3 นาที
- พักส่วนผสม: หลังปั่นผสมให้พักไว้ประมาณ 2 นาที เพื่อให้ส่วนผสมเข้าที่ก่อนใช้งาน
- ทาชั้นแรก: ใช้แปรงทาหรือเกรียงฉาบ ปริมาณประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. เน้นมุมพื้น-ผนัง รอบท่อ และรอยต่อเป็นพิเศษ
- เสริมตาข่ายในจุดเสี่ยง: พื้นผิวที่อาจเกิดรอยแตกร้าวควรเสริม LANKO GLASS FIBER MESH ในชั้นแรก เพื่อช่วยกระจายแรงและลดโอกาสฟิล์มฉีก
- ทาชั้นสอง: รอชั้นแรกแห้งประมาณ 2-6 ชั่วโมง แล้วทาชั้นสองในทิศทางตัดกับชั้นแรก ให้ความหนารวมประมาณ 2 มม. และไม่ต่ำกว่า 1.5 มม.
- รอก่อนปิดทับ: ปูกระเบื้องทับได้ภายใน 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย ส่วนบ่อเก็บน้ำหรือแทงค์น้ำควรรอให้แห้ง 7 วันก่อนใส่น้ำ
ข้อควรระวังสำคัญ: วัสดุที่ผสมแล้วควรใช้งานภายในประมาณ 40 นาทีที่ 25°C อย่าเติมน้ำหรือสารอื่นเพื่อยืดเวลาใช้งาน และอย่าทาทับบนผิวที่มีน้ำขัง เพราะจะทำให้ฟิล์มกันซึมอ่อนแรงและยึดเกาะไม่เต็มที่
ข้อควรรู้เรื่องดาดฟ้า: ใช้ LANKO 226 Flex ได้ทุกกรณีไหม?
หัวข้อ “น้ำรั่วดาดฟ้า” เป็นคำที่เจ้าของบ้านใช้เรียกกว้างมาก บางครั้งหมายถึงพื้นระเบียงชั้นบนที่ปูกระเบื้อง บางครั้งหมายถึงดาดฟ้าเปิดโล่งรับแดดฝนเต็มวัน และบางครั้งเป็นพื้นชั้นบนที่มีหลังคาคลุมบางส่วน ดังนั้นการเลือกวัสดุจึงต้องแยกเงื่อนไขให้ชัดก่อน
ข้อมูลจากหน้า Sika ระบุว่า LANKO 226 Flex ใช้สำหรับงานกันซึมก่อนการปูกระเบื้อง เช่น ระเบียงและชานพัก โดยระบุยกเว้นดาดฟ้า ดังนั้นถ้าเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งที่ไม่มีวัสดุปิดทับ ต้องรับ UV น้ำขัง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูง ควรพิจารณาระบบกันซึมหลังคาที่ออกแบบมาเพื่อพื้นที่นั้นโดยตรง หรือให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินจากรูปหน้างานก่อนเลือกซื้อ
คำแนะนำแบบหน้างานจริง: ถ้าเป็นระเบียงหรือชานพักก่อนปูกระเบื้อง LANKO 226 Flex เหมาะกับโจทย์มาก แต่ถ้าเป็นดาดฟ้าปูนเปลือยเปิดโล่ง ควรสอบถามระบบที่เหมาะกับหลังคา/ดาดฟ้า เช่น ระบบกันซึมอะคริลิกหรือ PU ที่รองรับแดดฝนและการเปิดผิวใช้งานโดยตรง
การพูดให้ถูกคือ LANKO 226 Flex ช่วยแก้น้ำรั่วในพื้นที่เปียกและพื้นที่ก่อนปูกระเบื้องได้ดีเมื่อทำตามระบบ แต่ไม่ควรถูกใช้เป็นคำตอบเดียวสำหรับดาดฟ้าทุกแบบ เพราะความเสี่ยงของดาดฟ้าเปิดโล่งสูงกว่าห้องน้ำและระเบียงทั่วไปมาก ทั้งเรื่อง UV ความร้อน การแตกร้าว การขังน้ำ และการเดินเหยียบใช้งานบนผิวกันซึมโดยตรง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้กันซึมรั่วซ้ำ
หลายหน้างานใช้วัสดุดีแต่ยังรั่วซ้ำ เพราะข้ามขั้นตอนพื้นฐาน เช่น ทาบนพื้นมีฝุ่น ทาบางเกินไป ไม่ทาขึ้นผนัง ไม่เสริมมุม ไม่แก้ท่อระบายน้ำ หรือรีบปูกระเบื้องก่อนชั้นกันซึมพัฒนาตัวพอ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ระบบกันซึมขาดความต่อเนื่องและน้ำซึมผ่านจุดอ่อนได้ในที่สุด
ชั้นฟิล์มไม่ต่อเนื่อง ปิดรูพรุนไม่พอ และฉีกง่ายเมื่อพื้นมีรอยร้าวเล็ก
ฝุ่น คราบมัน และปูนร่อนทำให้แรงยึดเกาะลดลง แม้ทาวัสดุตรงสเปกก็หลุดได้
มุมพื้น-ผนังและรอบท่อคือจุดรั่วที่พบบ่อยที่สุด ต้องเก็บรายละเอียดเป็นพิเศษ
ความลาดเอียงไม่ดีทำให้น้ำแช่ซ้ำ ๆ เพิ่มภาระให้ชั้นกันซึมและยาแนว
ควรรอช่วงเวลาตามคำแนะนำ โดยทั่วไปปูกระเบื้องหลัง 3-7 วัน
ดาดฟ้าเปิดโล่งควรใช้ระบบหลังคาที่เหมาะสม ไม่ควรเลือกจากชื่อ “กันซึม” อย่างเดียว
หากต้องการงานที่จบจริง ควรทำ mock-up หรือทดสอบน้ำในพื้นที่สำคัญหลังระบบกันซึมแห้งตามเวลา โดยเฉพาะห้องน้ำชั้นบนและระเบียงที่อยู่เหนือพื้นที่ใช้งานภายในบ้าน การทดสอบก่อนปูกระเบื้องช่วยลดความเสี่ยงต้องรื้อกระเบื้องใหม่ภายหลัง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการตรวจให้ละเอียดตั้งแต่แรกมาก
แนวทางสั่งซื้อและคำนวณปริมาณ LANKO 226 Flex
ก่อนสั่งซื้อควรวัดพื้นที่จริงเป็นตารางเมตร แยกพื้น ผนังส่วนที่ต้องทาขึ้น และจุดพิเศษ เช่น ขอบบ่อ มุมห้อง หรือแนวท่อ จากนั้นคูณด้วยอัตราการใช้ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น หากพื้นหยาบมากหรือมีการเสริมตาข่ายควรเผื่อเพิ่ม ไม่ควรซื้อพอดีจนเกินไป เพราะงานกันซึมควรทำต่อเนื่องให้ครบพื้นที่ ไม่ทิ้งรอยต่อกลางงานโดยไม่จำเป็น
| พื้นที่โดยประมาณ | ปริมาณวัสดุที่ควรประเมิน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 5 ตร.ม. | ประมาณ 15-20 กก. | ใกล้เคียงชุดเล็กหลายชุดหรือประเมินชุด 23 กก. ตามหน้างาน |
| 10 ตร.ม. | ประมาณ 30-40 กก. | ควรคิดเผื่อผนังยกขอบและมุมรอยต่อ |
| 20 ตร.ม. | ประมาณ 60-80 กก. | เหมาะกับการให้ทีมขายช่วยคำนวณจำนวนชุดและเผื่อสูญเสีย |
| แทงค์น้ำ / บ่อเก็บน้ำ | คำนวณจากพื้น + ผนังทั้งหมด | ต้องคำนึงถึงมุม ขอบ และการรอแห้ง 7 วันก่อนใส่น้ำ |
เมื่อติดต่อ GY Asia ควรเตรียมข้อมูล 5 อย่าง ได้แก่ ประเภทพื้นที่ พื้นที่กี่ตารางเมตร พื้นผิวเดิมเป็นอะไร มีรอยรั่วหรือรอยแตกตรงไหน และต้องปูกระเบื้อง/กักเก็บน้ำ/เปิดใช้งานเมื่อไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมงานแนะนำจำนวนสินค้า อุปกรณ์เสริม และขั้นตอนเตรียมพื้นได้แม่นยำขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สเปกและขอบเขตการใช้งานอ้างอิงจากหน้า LANKO® 226 Flex บน Sika Thailand รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์เรื่องบรรจุภัณฑ์ อัตราการใช้ Pot Life แรงยึดเกาะ การทนแรงดันน้ำ และระยะรอก่อนปูกระเบื้อง
สรุป: เลือก LANKO 226 Flex เมื่ออยากกันซึมห้องน้ำ ระเบียง และพื้นที่ก่อนปูกระเบื้องให้จบกว่าเดิม
LANKO 226 Flex เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานกันซึมพื้นที่เปียกที่ต้องการความยืดหยุ่นและการยึดเกาะดีกว่าปูนกันซึมทั่วไป โดยเฉพาะห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก แทงค์น้ำ และบ่อเก็บน้ำ จุดเด่นคือเป็นระบบ 2 ส่วนผสม ทนรอยแตกร้าวขนาดเล็ก ทนแรงดันน้ำ 1.5 บาร์ มีแรงยึดเกาะกับคอนกรีตไม่น้อยกว่า 1 MPa ที่ 28 วัน และสามารถปูกระเบื้องทับได้หลังทาชั้นสุดท้ายประมาณ 3-7 วัน
อย่างไรก็ตาม งานกันซึมจะสำเร็จได้ต้องทำครบระบบ ตั้งแต่เตรียมพื้นผิว ผสมตามสัดส่วน ทาให้ได้ความหนา เสริมตาข่ายในจุดเสี่ยง รอแห้งตามเวลา และเลือกวัสดุปิดทับให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานจริง โดยเฉพาะคำว่า “ดาดฟ้า” ต้องตรวจเงื่อนไขให้ชัด หากเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งควรใช้ระบบกันซึมหลังคาที่ออกแบบมาสำหรับแดดฝนและการเปิดผิวใช้งานโดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 226 Flex ใช้กับห้องน้ำได้ไหม?
ใช้ได้ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ใช้งานหลัก เหมาะกับงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง ควรทาพื้นและยกขอบขึ้นผนัง รวมถึงเก็บรายละเอียดรอบท่อและมุมห้องให้ต่อเนื่อง
LANKO 226 Flex ใช้กับดาดฟ้าได้หรือไม่?
ข้อมูล Sika ระบุว่าสินค้านี้ใช้กับงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง เช่น ระเบียงและชานพัก โดยยกเว้นดาดฟ้า หากเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งควรให้ทีมงานประเมินระบบกันซึมหลังคาที่เหมาะสมกว่า
ต้องทากี่ชั้น และใช้กี่กิโลกรัมต่อตารางเมตร?
ควรทา 2 ชั้น โดยใช้รวมประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. ที่ความหนาประมาณ 2 มม. หรือชั้นละประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม.
หลังทาชั้นแรก ต้องรอกี่ชั่วโมงก่อนทาชั้นสอง?
โดยทั่วไปทาชั้นที่ 2 หลังจากชั้นแรกแห้งตัวประมาณ 2-6 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศของหน้างาน
ปูกระเบื้องทับได้เมื่อไร?
สามารถปูกระเบื้องทับได้ภายในประมาณ 3-7 วันหลังทา LANKO 226 Flex ชั้นสุดท้ายแล้ว โดยควรเลือกกาวซีเมนต์หรือระบบปูกระเบื้องที่เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน
ใช้กับแทงค์น้ำหรือบ่อเก็บน้ำได้ไหม?
ใช้ได้ตามขอบเขตผลิตภัณฑ์ และผ่านการรับรองว่าปลอดภัยเมื่อสัมผัสกับน้ำดื่ม หลังทาควรรอให้แห้ง 7 วันก่อนใส่น้ำ และควรล้างทำความสะอาดก่อนใช้งานจริง
ผสมแล้วใช้งานได้นานแค่ไหน?
ปูนที่ผสมแล้วควรใช้งานภายในประมาณ 40 นาที ที่อุณหภูมิ 25°C หากอากาศร้อนมากเวลาทำงานอาจสั้นลง ควรผสมเท่าที่ใช้งานทัน
ต้องเสริมตาข่ายทุกพื้นที่หรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกพื้นที่ แต่บริเวณที่อาจเกิดการแตกร้าว รอยต่อพื้น-ผนัง หรือจุดเสี่ยง ควรเสริม LANKO GLASS FIBER MESH ในชั้นแรกเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
ซื้อ LANKO 226 Flex ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 226 Flex ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง
