วิธีซ่อมผนังร้าวด้วยตัวเอง ฉบับเข้าใจง่ายด้วยปูนซ่อมรอยแตก LANKO 732
ผนังร้าวเล็ก ผิวปูนฉาบหลุดล่อน หรือผิวคอนกรีตเป็นรูพรุน ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ลามจนทาสีแล้วเห็นรอยเดิมซ้ำอีก บทความนี้สรุปวิธีซ่อมผนังร้าวด้วยตัวเองโดยใช้ LANKO® 732 Facade Repair ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับงานฉาบซ่อมแซมทั่วไป พร้อมสเปก อัตราส่วนผสม ขั้นตอนทำงาน และข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนเริ่มงานจริง
LANKO® 732 Facade Repair
ปูนทรายผสมเสร็จผสมไฟเบอร์ สำหรับงานฉาบซ่อมแซมทั่วไป เหมาะกับรอยแตกขนาดเล็กบนพื้นผิวคอนกรีต งานปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี และงานซ่อมแซมผนังปูนฉาบ
Quick Answer: ซ่อมผนังร้าวเองด้วย LANKO 732 ทำอย่างไร?
ถ้าเป็น รอยแตกขนาดเล็กบนผนังปูนฉาบหรือผิวคอนกรีต ให้สกัดส่วนที่หลุดล่อนออก ทำความสะอาดฝุ่นและคราบน้ำมัน พรมน้ำให้พื้นผิวอิ่มตัวแต่ไม่มีน้ำขัง จากนั้นผสม LANKO 732 กับน้ำสะอาดตามอัตราประมาณ 5.0-5.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. ปั่นให้เข้ากัน พักส่วนผสม 1-3 นาที แล้วใช้เกรียงกดปูนชั้นแรกให้แนบผิวก่อนเติมเต็มรอยซ่อม แต่งผิวให้เรียบ บ่มผิวเมื่อวัสดุเริ่มแห้ง และรอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนทาสีทับในสภาพงานที่เหมาะสม
หัวใจของงานซ่อมผนังร้าวไม่ได้อยู่ที่การโป๊วให้รอยหายไปชั่วคราว แต่อยู่ที่การเตรียมผิวให้แน่น สะอาด และมีผิวสัมผัสพอให้วัสดุยึดเกาะได้ดี ถ้าเอาปูนซ่อมไปปาดทับฝุ่น สีเก่า หรือปูนเดิมที่ร่วนอยู่แล้ว ต่อให้ใช้วัสดุดีแค่ไหนก็มีโอกาสหลุดร่อนภายหลังได้ง่าย
บทความนี้เหมาะกับงาน DIY ขนาดเล็กถึงปานกลาง เช่น ผนังบ้านมีรอยร้าวเส้นเล็ก ผิวฉาบหลุดเป็นหลุมตื้น ขอบมุมบิ่น หรือผนังภายนอกที่ต้องปรับผิวก่อนทาสีใหม่ แต่ถ้ารอยร้าวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ร้าวทะลุทั้งผนัง มีน้ำรั่วร่วมด้วย หรือเกี่ยวกับเสา คาน พื้น และโครงสร้างหลัก ควรให้วิศวกรหรือช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจหน้างานก่อนซ่อม
LANKO 732 คืออะไร และเหมาะกับผนังร้าวแบบไหน?
LANKO® 732 Facade Repair เป็นปูนทรายผสมเสร็จชนิดผสมไฟเบอร์ สำหรับงานฉาบซ่อมแซมทั่วไป โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้สำหรับซ่อมแซมรอยแตกขนาดเล็กบนพื้นผิวคอนกรีต งานซ่อมแซมผิวคอนกรีตที่มีการหลุดล่อน รูพรุน หรือรอยแตกร้าว งานปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี และงานซ่อมแซมผนังปูนฉาบ
ความน่าสนใจของ LANKO 732 สำหรับงานผนังคือเป็นวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับงานแนวตั้ง ไม่ใช่ปูนทรายทั่วไปที่ผสมหน้างานแบบกะด้วยสายตา จึงช่วยให้ควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะงานที่ต้องการฉาบซ่อมเป็นชั้นบางถึงปานกลาง เพราะสามารถทำความหนาในแต่ละชั้นได้ตั้งแต่ 1 มม. ถึง 25 มม. และให้ผิวที่เรียบเพียงพอสำหรับเตรียมทาสีต่อเมื่อทำงานถูกขั้นตอน
รอยแตกขนาดเล็ก ผิวปูนฉาบร่อน รูพรุน หลุมตื้น ผนังคอนกรีตแนวตั้งที่ต้องปรับผิวก่อนทาสี
รอยร้าวที่มีน้ำซึม รอยร้าวซ้ำแนวเดิม รอยกว้าง หรือพื้นที่ภายนอกที่โดนแดด ลม ฝนรุนแรง
รอยร้าวโครงสร้าง เสา คาน พื้นทรุด รอยร้าวเฉียงยาว หรือรอยที่ขยายตัวต่อเนื่อง
หากรอยร้าวเป็นเพียงผิวฉาบแตกลายงาหรือร่องเล็ก ๆ LANKO 732 ช่วยซ่อมผิวให้กลับมาเรียบและพร้อมทาสีได้ดี แต่ถ้ารอยร้าวเกิดจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง น้ำรั่วจากภายนอก หรือการทรุดตัวของอาคาร การซ่อมด้วยปูนฉาบซ่อมเพียงอย่างเดียวอาจปิดรอยได้ไม่นาน เพราะต้นเหตุยังไม่ได้รับการแก้ไข
ก่อนเริ่มซ่อม: เช็กชนิดรอยร้าวให้ถูกก่อนเลือกวิธี
ก่อนเปิดถุงปูน ควรใช้เวลาเช็กรอยร้าวก่อน เพราะงานซ่อมผนังร้าวแต่ละแบบต้องการวิธีต่างกัน รอยร้าวเล็กบนผิวปูนฉาบอาจซ่อมด้วยการสกัดผิวหลวมและฉาบแต่งใหม่ได้ แต่รอยร้าวลึกที่ขยับตามเวลา หรือรอยร้าวที่มีน้ำซึม อาจต้องใช้ระบบอื่นร่วม เช่น ระบบกันซึม วัสดุยาแนวรอยต่อ หรือการซ่อมโครงสร้างเฉพาะทาง
| ลักษณะรอยร้าว | ความเสี่ยง | ใช้ LANKO 732 ได้ไหม? | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| รอยแตกเล็กบนผิวฉาบ | ต่ำถึงปานกลาง | เหมาะ | เปิดร่อง/สกัดผิวหลวม ทำความสะอาด แล้วฉาบซ่อมให้แน่น |
| ผิวปูนฉาบหลุดล่อนหรือเป็นโพรง | ปานกลาง | เหมาะเมื่อสกัดถึงผิวแน่น | เคาะตรวจเสียงโพรง สกัดส่วนร่อนออกก่อนซ่อม |
| รูพรุน หลุมตื้น ขอบมุมบิ่น | ต่ำ | เหมาะ | กดปูนชั้นแรกให้แนบผิว แล้วเติมเต็มตามความหนาที่ต้องการ |
| รอยร้าวมีน้ำซึม | สูง | ต้องแก้ต้นเหตุก่อน | ตรวจแหล่งน้ำและระบบกันซึม ไม่ควรฉาบปิดทับทันที |
| รอยร้าวกว้าง ลึก หรือเกี่ยวกับโครงสร้าง | สูง | ไม่ควรซ่อมเองทันที | ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเพื่อเลือกวิธีซ่อมที่ถูกต้อง |
วิธีเช็กง่าย ๆ คือใช้เหรียญหรือด้ามเกรียงเคาะผนังรอบรอยร้าว ถ้าเสียงกลวงหรือผิวปูนขยับ ต้องสกัดส่วนที่ไม่แน่นออกให้หมดก่อน ถ้าเห็นรอยชื้น เกลือขาว หรือสีพอง ควรแก้ปัญหาความชื้นก่อน เพราะการฉาบซ่อมบนพื้นผิวที่ยังชื้นผิดปกติหรือมีน้ำซึมอาจทำให้สีทับหน้าพอง ลอก หรือเกิดรอยเดิมซ้ำ
สเปกสำคัญของ LANKO 732 ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน
การซ่อมผนังให้ได้ผลดีต้องทำตามกรอบสเปกของสินค้า ไม่ควรเติมน้ำเพิ่มเองหรือฉาบหนาเกินที่กำหนดเพื่อหวังให้งานเสร็จเร็ว เพราะอาจทำให้กำลังลดลง ผิวแตกร้าว หรือยึดเกาะไม่ดี ข้อมูลด้านล่างสรุปตัวเลขหลักจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 732 Facade Repair
| หัวข้อ | ข้อมูลสำคัญ | ความหมายกับงานซ่อมผนัง |
|---|---|---|
| ลักษณะสินค้า | ผงซีเมนต์สีเทา | เป็นปูนซ่อมผสมเสร็จ ต้องผสมน้ำสะอาดก่อนใช้งาน |
| ส่วนประกอบหลัก | ปูนซีเมนต์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม | ช่วยให้คุณภาพคงที่กว่าการผสมปูนทรายเองหน้างาน |
| บรรจุภัณฑ์ | 5 กก./กระป๋อง และ 25 กก./ถุง | งานซ่อมเล็กเลือกขนาดเล็กได้ งานพื้นที่มากใช้ถุงใหญ่คุ้มกว่า |
| ความหนาต่อชั้น | 1-25 มม. | เหมาะกับการฉาบซ่อมบางถึงปานกลาง ไม่ควรอัดหนาเกินต่อครั้ง |
| อัตราส่วนผสม | น้ำ 5.0-5.5 ลิตรต่อ 25 กก. | ใช้น้ำสะอาดตามช่วงที่กำหนด ห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังปูนเริ่มเซ็ต |
| ปริมาณการใช้ | ประมาณ 2 กก./ตร.ม./1 มม. | ใช้คำนวณจำนวนวัสดุตามพื้นที่และความหนาเฉลี่ย |
| อุณหภูมิแวดล้อม | 10°C-35°C | หลีกเลี่ยงแดดจัด ลมแรง และพื้นผิวร้อนเกินไป |
| กำลังรับแรงอัด | ≥10 MPa ที่ 1 วัน, ≥15 MPa ที่ 7 วัน, ≥20 MPa ที่ 28 วัน | ต้องให้เวลาวัสดุพัฒนากำลัง ไม่ควรกระแทกหรือใช้งานหนักเร็วเกินไป |
| กำลังรับแรงดัด | ≥2 MPa ที่ 1 วัน, ≥3 MPa ที่ 7 วัน, ≥5 MPa ที่ 28 วัน | เป็นตัวช่วยบอกความสามารถของชั้นซ่อมเมื่อรับแรงดัดงอ |
| ทาสีทับ | หลังทำงานเสร็จประมาณ 24 ชั่วโมง | ควรรอให้ผิวพร้อมและตรวจความชื้นตามระบบสีที่ใช้จริง |
สูตรคำนวณแบบง่าย: ปริมาณที่ใช้โดยประมาณ = พื้นที่ซ่อม (ตร.ม.) x ความหนาเฉลี่ย (มม.) x 2 กก. ตัวอย่างเช่น ซ่อมพื้นที่ 3 ตร.ม. หนาเฉลี่ย 5 มม. จะใช้ประมาณ 3 x 5 x 2 = 30 กก. ควรเผื่อวัสดุเพิ่มเล็กน้อยสำหรับการสูญเสียหน้างาน
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับซ่อมผนังร้าวเอง
งานซ่อมผนังร้าวที่ออกมาดีเริ่มจากการเตรียมเครื่องมือให้ครบ เพราะเมื่อผสมปูนแล้วควรทำงานต่อเนื่อง ไม่ควรหยุดกลางทางเพื่อหาเกรียง ถังน้ำ หรือแปรงทำความสะอาด การจัดพื้นที่ก่อนเริ่มจะช่วยให้ผสมได้ถูก ใช้งานทัน และเก็บผิวได้เรียบร้อยกว่า
สิ่ว ค้อน แปรงลวด แปรงปัดฝุ่น เครื่องเจียรหรือกระดาษทรายในกรณีต้องขัดผิว
ถังผสม น้ำสะอาด สว่านไฟฟ้าพร้อมหัวปั่น หรือเครื่องผสมปูนความเร็วประมาณ 500 รอบต่อนาที
เกรียงเหล็ก เกรียงโป๊ว ฟองน้ำ อุปกรณ์ตั้งฉากสำหรับซ่อมขอบมุม และอุปกรณ์บ่มผิว
สำหรับงานภายในบ้านควรเตรียมพลาสติกคลุมพื้น เทปกาวปิดขอบ และผ้าสะอาดไว้ด้วย ส่วนงานภายนอกควรดูสภาพอากาศก่อนเริ่ม ไม่ควรทำตอนแดดจัด ลมแรง ฝนใกล้ตก หรือผนังร้อนมาก เพราะสภาพเหล่านี้ทำให้น้ำในปูนระเหยเร็ว ผิวแห้งไวเกิน และเสี่ยงเกิดรอยแตกลายหรือยึดเกาะไม่เต็มที่
วิธีซ่อมผนังร้าวด้วยตัวเองด้วย LANKO 732 ทีละขั้นตอน
1. เปิดรอยและสกัดส่วนหลุดล่อนออก
เริ่มจากตรวจแนวรอยร้าวและผิวรอบ ๆ ใช้สิ่วหรือเกรียงแข็งสกัดปูนฉาบที่หลุดล่อน ร่วน หรือไม่ยึดติดออกจนถึงชั้นที่แน่น หากเป็นหลุมหรือรอยกะเทาะ ให้แต่งขอบไม่ให้เป็นขอบบางคมเกินไป เพราะขอบบางมักแห้งเร็วและแตกร่อนง่าย งานซ่อมที่ดีควรมีพื้นที่ให้วัสดุใหม่ยึดเกาะกับผิวเดิมอย่างมั่นคง
2. ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน และสีเดิม
ใช้แปรงลวด แปรงปัดฝุ่น หรือเครื่องดูดฝุ่นกำจัดฝุ่นผงออกให้หมด พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และปราศจากคราบน้ำมัน น้ำยาบ่ม สี เศษปูนฉาบ หรือสิ่งสกปรกที่ขวางการยึดเกาะ หากปล่อยฝุ่นไว้ใต้ชั้นซ่อม ปูนใหม่จะยึดกับฝุ่นแทนที่จะยึดกับผนังจริง ทำให้หลุดร่อนภายหลังได้ง่าย
3. พรมน้ำให้ผิวอิ่มตัว แต่ไม่มีน้ำขัง
ก่อนฉาบซ่อม ควรบ่มน้ำหรือพรมน้ำให้พื้นผิวคอนกรีต/ปูนฉาบอิ่มตัว แต่ต้องไม่มีน้ำขังขณะทำงาน เหตุผลคือผิวเดิมที่แห้งมากจะดูดน้ำจากปูนซ่อมเร็วเกินไป ทำให้ปูนเซ็ตไม่สมบูรณ์และอาจแตกร้าว ส่วนผิวที่มีน้ำขังจะทำให้ชั้นซ่อมลื่นและยึดเกาะลดลง
4. ผสม LANKO 732 ให้ถูกอัตรา
เทน้ำสะอาดลงถังก่อน แล้วค่อย ๆ เติม LANKO 732 ลงไปตามปริมาณที่ต้องใช้ โดยอ้างอิงอัตราน้ำ 5.0-5.5 ลิตรต่อปูน 25 กก. หรือประมาณ 20-22% ต่อน้ำหนักปูน ใช้สว่านไฟฟ้าหรือเครื่องผสมปูนปั่นต่อเนื่องประมาณ 3 นาทีจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นพักส่วนผสม 1-3 นาที แล้วกวนซ้ำสั้น ๆ ก่อนใช้งาน
สำคัญ: หลังจากผสมเสร็จแล้วไม่ควรเติมน้ำเพิ่ม โดยเฉพาะเมื่อปูนเริ่มเซ็ตตัว เพราะจะทำให้กำลังและการยึดเกาะลดลง ถ้าต้องการทำงานง่าย ให้ปรับด้วยการแบ่งผสมทีละปริมาณที่ใช้ทัน ไม่ใช่เพิ่มน้ำจนเหลวเกินสเปก
5. กดปูนชั้นแรกให้แนบผิว แล้วเติมเต็มรอยซ่อม
ใช้เกรียงกด LANKO 732 ลงบนพื้นผิวในชั้นแรกให้แน่นเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ จากนั้นเติมส่วนที่เหลือให้เต็มร่องหรือหลุมซ่อม โดยสามารถทำความหนาได้ถึง 25 มม. ในครั้งเดียวตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ถ้าจุดซ่อมลึกมากกว่าหรือมีพื้นที่ซ่อมกว้าง ควรแบ่งทำเป็นชั้นและให้แต่ละชั้นอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
6. ซ่อมขอบและมุมให้ใช้เกรียงช่วยประคอง
ในกรณีที่ต้องซ่อมบริเวณขอบเสา ขอบผนัง หรือมุมอาคาร ให้ใช้เกรียง 2 อันประกบทั้งสองด้านของมุม เพื่อช่วยประคองวัสดุไม่ให้ไหลหรือปลิ้นไปอีกด้านขณะฉาบ วิธีนี้ทำให้ได้มุมที่คมและเรียบร้อยกว่า โดยไม่ต้องพยายามปาดซ้ำหลายรอบจนผิวเสีย
7. รอให้หมาดแล้วแต่งผิวให้เรียบ
หลังเติมวัสดุจนได้ระดับ ให้รอจนวัสดุเริ่มหมาดก่อนแต่งผิวด้วยเกรียง การแต่งเร็วเกินไปอาจทำให้ปูนดึงตัวและเสียรูป ส่วนการแต่งช้าเกินไปจะเก็บผิวยาก หากต้องการทาสีทับ ควรเก็บผิวให้เรียบเสมอกับผนังเดิมมากที่สุด และอาจขัดแต่งเบา ๆ หลังวัสดุแข็งตัวตามความเหมาะสมของงาน
8. บ่มผิวและรอเวลาก่อนทาสี
เมื่อวัสดุเริ่มแห้งแต่ยังมีความชื้นอยู่ ควรบ่มผิวทันที โดยเอกสารผลิตภัณฑ์แนะนำการบ่มด้วยน้ำยาบ่ม LANKO 361 CURE การบ่มช่วยลดการสูญเสียน้ำเร็วเกินไปและช่วยให้วัสดุพัฒนากำลังได้ดีขึ้น หลังทำงานเสร็จสามารถทาสีทับได้หลังประมาณ 24 ชั่วโมงในสภาพงานที่เหมาะสม แต่ควรตรวจข้อกำหนดของระบบสีที่ใช้จริงร่วมด้วยเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ซ่อมผนังแล้วร้าวซ้ำหรือหลุดร่อน
หลายครั้งปัญหาซ่อมแล้วร้าวซ้ำไม่ได้เกิดจากวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากขั้นตอนหน้างานที่รีบเกินไป โดยเฉพาะการฉาบทับผิวเดิมที่ยังหลุดล่อน เติมน้ำมากเกินสเปก หรือทำงานกลางแดดจัดจนปูนสูญเสียน้ำเร็วผิดปกติ หากหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดหลัก ๆ ได้ งานซ่อมจะมีโอกาสอยู่ทนและพร้อมทาสีทับได้สวยขึ้นมาก
ฝุ่น สีเดิม หรือปูนร่วนเป็นชั้นอ่อนใต้ปูนใหม่ ทำให้การยึดเกาะจริงลดลง
ทำให้ส่วนผสมเสียสมดุล กำลังลดลง และเสี่ยงแตกร้าวหรือร่อน
ผิวแห้งเร็วเกินไป โดยเฉพาะงานภายนอก เสี่ยงเกิดรอยแตกลายและผิวอ่อน
ข้อจำกัดสำคัญ: ควรเก็บผลิตภัณฑ์ในที่ร่ม ใช้น้ำผสมที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30°C และหลีกเลี่ยงการทำงานกลางแดดจัด ขณะที่มีลมพัดแรง หรือบนพื้นผิวที่ร้อนจัดเกินไป เพราะสภาพเหล่านี้อยู่นอกเหนือเงื่อนไขที่ช่วยให้วัสดุทำงานได้ดี
อีกเรื่องที่ควรระวังคือการมองรอยร้าวทุกชนิดเหมือนกัน รอยร้าวบางเส้นเป็นเพียงผิวฉาบหดตัว แต่บางเส้นเป็นสัญญาณของการเคลื่อนตัวหรือความชื้นสะสม หากซ่อมด้วยปูนฉาบซ่อมแล้วรอยเดิมกลับมาเร็ว ควรหยุดซ่อมซ้ำแบบเดิมและตรวจต้นเหตุใหม่ เพราะอาจต้องแก้ที่ระบบกันซึม ข้อต่ออาคาร หรือโครงสร้างเดิมก่อน
สรุป: LANKO 732 เหมาะกับงานซ่อมผนังร้าวเล็กที่ต้องการผิวเรียบพร้อมทาสี
ถ้ารอยร้าวเป็นรอยแตกขนาดเล็กบนผนังปูนฉาบหรือพื้นผิวคอนกรีต LANKO 732 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานซ่อมด้วยตัวเอง เพราะเป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ ใช้งานง่าย ทำความหนาได้ 1-25 มม. ต่อชั้น ยึดเกาะดี ให้ผิวเรียบ และสามารถทาสีทับได้หลังทำงานเสร็จประมาณ 24 ชั่วโมงเมื่อสภาพหน้างานเหมาะสม
แต่ผลลัพธ์ที่ดีต้องมาจากการทำงานครบขั้นตอน ตั้งแต่สกัดส่วนหลุดล่อน ทำความสะอาด พรมน้ำให้ผิวอิ่มตัว ผสมตามอัตรา กดปูนชั้นแรกให้แนบผิว แต่งผิวในจังหวะที่เหมาะสม และบ่มผิวหลังฉาบเสร็จ หากไม่แน่ใจว่ารอยร้าวเป็นผิวฉาบหรือเกี่ยวกับโครงสร้าง ควรส่งรูปหน้างานให้ทีมงานช่วยประเมินก่อน เพื่อเลือกวิธีซ่อมที่ถูกตั้งแต่แรก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและวิธีใช้ในบทความนี้อ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 732 Facade Repair ฉบับธันวาคม 2020 และหน้า LANKO® 732 Facade Repair บน Sika Thailand
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 732 ใช้ซ่อมผนังร้าวแบบไหนได้บ้าง?
เหมาะกับรอยแตกขนาดเล็กบนพื้นผิวคอนกรีต งานซ่อมผิวคอนกรีตที่หลุดล่อน รูพรุน หรือแตกร้าว งานปรับสภาพผิวคอนกรีตแนวตั้งก่อนทาสี และงานซ่อมแซมผนังปูนฉาบ หากเป็นรอยร้าวโครงสร้างหรือมีน้ำรั่ว ควรตรวจต้นเหตุก่อน
LANKO 732 ผสมน้ำเท่าไร?
สำหรับถุง 25 กก. ใช้น้ำสะอาดประมาณ 5.0-5.5 ลิตร หรือประมาณ 20-22% ต่อน้ำหนักปูน ควรปั่นผสมต่อเนื่องประมาณ 3 นาที พัก 1-3 นาที และห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จ
ฉาบ LANKO 732 ได้หนาแค่ไหนต่อครั้ง?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าทำความหนาในแต่ละชั้นได้ตั้งแต่ 1 มม. ถึง 25 มม. หากพื้นที่ซ่อมลึกหรือกว้างมาก ควรแบ่งชั้นและทำตามจังหวะที่เหมาะสม ไม่ควรอัดหนาเกินสเปกเพื่อเร่งงาน
LANKO 732 ใช้กี่กิโลต่อพื้นที่?
ปริมาณการใช้โดยประมาณคือ 2 กก./ตร.ม./ความหนา 1 มม. เช่น พื้นที่ซ่อม 2 ตร.ม. หนาเฉลี่ย 5 มม. จะใช้ประมาณ 20 กก. ก่อนเผื่อสูญเสียหน้างาน
หลังซ่อมด้วย LANKO 732 ทาสีทับได้เมื่อไหร่?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถทาสีทับได้หลังจาก 24 ชั่วโมงที่ทำงานเสร็จ อย่างไรก็ตามควรดูสภาพอากาศ ความหนาที่ฉาบ ความชื้นผิว และข้อกำหนดของสีที่ใช้จริงร่วมด้วย
ต้องพรมน้ำหรือบ่มผิวไหม?
ควรพรมน้ำให้พื้นผิวอิ่มตัวแต่ไม่มีน้ำขังก่อนฉาบ และควรบ่มผิวทันทีเมื่อวัสดุเริ่มแห้งแต่ยังมีความชื้นอยู่ เอกสารผลิตภัณฑ์แนะนำการบ่มด้วย LANKO 361 CURE เพื่อช่วยให้วัสดุพัฒนากำลังได้ดี
ใช้ LANKO 732 ซ่อมรอยร้าวที่มีน้ำซึมได้ไหม?
ไม่ควรฉาบปิดทับทันที ควรหาและแก้ต้นเหตุของน้ำซึมก่อน เช่น ระบบกันซึม รอยต่อภายนอก หรือรอยแตกร้าวที่น้ำเข้าจริง เพราะถ้าน้ำยังดันอยู่ ชั้นซ่อมและสีทับหน้ามีโอกาสเสียหายซ้ำ
ซื้อ LANKO 732 ได้ที่ไหน?
สามารถดูสินค้า LANKO 732 ได้จากลิงก์สินค้าในบทความ หรือติดต่อ GY Asia ทาง LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยประเมินจำนวนวัสดุจากรูปหน้างานจริง
