เทคนิคทำพื้นโรงงานให้ทนทาน รับน้ำหนักรถโฟล์คลิฟท์ได้สบาย ด้วย LANKO 243
LANKO 243 FLOOR HARDENER

เทคนิคทำพื้นโรงงานให้ทนทาน รับน้ำหนักรถโฟล์คลิฟท์ได้สบาย ด้วย LANKO 243

พื้นโรงงานและคลังสินค้าที่มีรถโฟล์คลิฟท์วิ่งทุกวันไม่ได้เสียหายจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่เสียจากแรงขัดถู แรงบิดตอนเลี้ยว แรงเบรก และฝุ่นผิวคอนกรีตที่ค่อย ๆ หลุดออกมา การใช้ LANKO® 243 Floor Hardener โรยบนคอนกรีตสดจึงเป็นเทคนิคสำคัญในการทำผิวพื้นให้แข็งแกร่ง ทนสึก และดูแลรักษาง่ายกว่าพื้นคอนกรีตธรรมดา

พื้นโรงงานและคลังสินค้า ทนขัดถูจากรถโฟล์คลิฟท์ โรย 2 รอบ ไม่มีส่วนผสมโลหะ
60 MPaกำลังรับแรงอัดที่ 28 วัน
3-7กก./ตร.ม. อัตราการใช้
25 กก.ขนาดบรรจุต่อถุง
LANKO 243 Floor Hardener ฟลอร์ฮาร์ดเดนเนอร์ 25 กก. สำหรับพื้นโรงงาน

LANKO® 243 Floor Hardener

ผงปูนผสมเสร็จสำหรับเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีตใหม่ ช่วยให้พื้นทนต่อการขัดถู รอยขีดข่วน และลดการฝังตัวของน้ำมันหรือไขมันบนผิวคอนกรีต เหมาะกับพื้นโรงงาน คลังสินค้า ที่จอดรถ ห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีต

Quick Answer: อยากให้พื้นโรงงานทนรถโฟล์คลิฟท์ ควรเริ่มตรงไหน?

คำตอบสั้น

ถ้าเป็นพื้นคอนกรีตใหม่ที่ต้องรับรถโฟล์คลิฟท์ รถเข็น พาเลต และการขนถ่ายสินค้าซ้ำทุกวัน ควรออกแบบพื้นเป็นระบบตั้งแต่โครงสร้างคอนกรีต รอยต่อ การขัดมัน และชั้นผิวแข็ง โดยใช้ LANKO 243 Floor Hardener โรยบนคอนกรีตสดในอัตราประมาณ 3-7 กก./ตร.ม. แบ่งโรย 2 รอบ แล้วขัดให้แน่นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความทนต่อการขัดถูของผิวหน้า

จุดที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือทางวิ่งหลักของรถโฟล์คลิฟท์ จุดกลับรถ หน้า dock โหลดสินค้า จุดเบรก และบริเวณหน้าประตูหรือทางลาด เพราะพื้นที่เหล่านี้ไม่ได้รับแค่แรงกดจากน้ำหนักสินค้า แต่รับแรงเฉือนจากล้อ แรงเสียดสี และแรงกระแทกซ้ำ ๆ หากใช้คอนกรีตธรรมดาแล้วขัดมันอย่างเดียว ผิวอาจเริ่มเป็นฝุ่น เกิดรอยล้อ สึกเป็นทาง หรือแตกร้าวตามแนวใช้งานได้เร็ว

LANKO 243 ไม่ใช่วัสดุซ่อมพื้นเก่าที่แห้งแล้ว และไม่ใช่สารเคลือบผิวแบบทา แต่เป็น dry shake floor hardener ที่ต้องทำงานกับคอนกรีตสดในช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อผงวัสดุดูดซับน้ำจากคอนกรีตและถูกขัดรวมกับผิวหน้า จะช่วยให้ชั้นบนของพื้นมีความแน่น แข็งแรง และทนสึกมากขึ้น เหมาะกับงานโรงงานและคลังสินค้าที่ต้องการพื้นใช้งานจริง ไม่ใช่แค่พื้นสวยในวันส่งมอบ

ทำไมพื้นโรงงานที่มีรถโฟล์คลิฟท์ถึงพังเร็วกว่าพื้นทั่วไป?

พื้นโรงงานหลายแห่งดูแข็งแรงในวันแรก แต่เริ่มมีฝุ่น ผิวสึก หรือรอยแตกหลังเปิดใช้งานไม่นาน สาเหตุหลักคือโหลดจากรถโฟล์คลิฟท์มีลักษณะต่างจากคนเดินหรือรถเข็นเบา ล้อรถมีพื้นที่สัมผัสเล็ก ทำให้แรงกดกระจุกตัวสูง โดยเฉพาะเมื่อยกพาเลตหนักหรือวิ่งผ่านจุดเดิมซ้ำทั้งวัน ผิวคอนกรีตชั้นบนจึงต้องรับทั้งแรงกด แรงขัด และแรงเฉือนพร้อมกัน

แรงกดเฉพาะจุด

น้ำหนักจากรถและสินค้าไหลลงสู่ล้อในพื้นที่สัมผัสแคบ ทำให้ผิวหน้ารับความเค้นสูงกว่าพื้นทั่วไป

แรงเลี้ยวและแรงบิด

จุดกลับรถและหัวมุมชั้นวางมีแรงบิดจากล้อมาก พื้นที่ไม่ได้เสริมผิวมักสึกเป็นวงหรือเป็นแนวเร็ว

แรงเสียดสีซ้ำ

ทางวิ่งประจำ หน้า dock และประตูคลังสินค้าถูกล้อรถขัดซ้ำทุกวัน ทำให้ผิวคอนกรีตเกิดฝุ่นและรอยล้อ

เมื่อผิวหน้าเริ่มสึก ปัญหาจะลุกลามต่อเนื่อง พื้นที่เป็นฝุ่นทำให้ทำความสะอาดยาก ฝุ่นเข้าเครื่องจักรหรือสินค้า จุดสึกกลายเป็นแอ่งสะสมน้ำและคราบน้ำมัน พื้นไม่เรียบทำให้รถสั่น สินค้ากระแทก และรอยต่อเริ่มบิ่น หากเป็นโรงงานอาหาร คลังสินค้า หรือโรงงานที่ต้องควบคุมความสะอาด ฝุ่นจากผิวคอนกรีตยังเป็นปัญหาด้านสุขอนามัยและภาพลักษณ์ของพื้นที่ผลิตด้วย

หลักคิดหน้างาน: พื้นที่มีรถโฟล์คลิฟท์ไม่ควรถามแค่ว่า “คอนกรีตกำลังเท่าไร” แต่ต้องถามต่อว่า “ผิวหน้าทนการขัดถูแค่ไหน รอยต่ออยู่ตรงไหน และจะบ่มอย่างไรให้ผิวแข็งแรงจริง”

LANKO 243 Floor Hardener คืออะไร และเหมาะกับพื้นแบบไหน?

LANKO® 243 Floor Hardener เป็นผงปูนผสมเสร็จสำหรับทำให้ผิวหน้าคอนกรีตใหม่แข็งแกร่งขึ้น ใช้วิธีโรยลงบนคอนกรีตที่เริ่มเซตตัว แล้วขัดให้วัสดุรวมกับผิวหน้าคอนกรีตจนเนื้อแน่นและเรียบสม่ำเสมอ ข้อมูลจาก Sika ระบุจุดเด่นหลักคือเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีต ทนต่อการขัดถูและรอยขีดข่วน ช่วยป้องกันน้ำมันและไขมันฝังในผิวคอนกรีต และไม่เป็นสนิมเพราะไม่มีส่วนผสมของโลหะ

งานที่เหมาะกับ LANKO 243 ได้แก่ ที่จอดรถ คลังสินค้า พื้นในโรงอุตสาหกรรม พื้นห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีต โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องรับการจราจรซ้ำจากล้อรถ ล้อโฟล์คลิฟท์ รถเข็น หรือการลากพาเลต สินค้านี้เหมาะกับคอนกรีตใหม่ ไม่เหมาะสำหรับโรยทับพื้นเก่าที่แห้งแข็งแล้วโดยตรง หากพื้นเดิมเสียหาย ควรประเมินงานซ่อม topping หรือระบบเคลือบพื้นอื่นก่อน

เหมาะมาก

คลังสินค้า ทางวิ่งโฟล์คลิฟท์ ลานโหลดสินค้า พื้นโรงงาน และพื้นที่รถเข็นวิ่งซ้ำ

ใช้ได้ตามระบบ

ที่จอดรถ ห้างสรรพสินค้า ลานคอนกรีต และพื้นที่บริการหลังบ้านที่ต้องการผิวแข็งแรง

ต้องระวัง

พื้นเก่าแห้งแล้ว พื้นมีคราบน้ำมันหนัก หรือพื้นแตกร้าวจากโครงสร้าง ต้องแก้สาเหตุก่อนทำผิวใหม่

สเปก LANKO 243 ที่ควรรู้ก่อนทำพื้นโรงงาน

การเลือกฟลอร์ฮาร์ดเดนเนอร์สำหรับพื้นโรงงานไม่ควรดูแค่ราคาต่อถุง เพราะต้นทุนจริงอยู่ที่อายุการใช้งาน ความเสียหายหลังเปิดใช้งาน และเวลาหยุดซ่อมพื้นในอนาคต สเปกของ LANKO 243 ที่เกี่ยวข้องกับงานรถโฟล์คลิฟท์มีหลายรายการ ทั้งกำลังรับแรงอัด ความต้านทานการขัดถู ขนาดอนุภาค และช่วงอุณหภูมิใช้งาน

รายการข้อมูล LANKO 243ความหมายต่อพื้นโรงงาน
ประเภทวัสดุผงปูนผสมเสร็จสำหรับเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีตต้องโรยบนคอนกรีตสดในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ส่วนประกอบหลักซีเมนต์และสารผสมเพิ่มพิเศษช่วยทำให้ผิวหน้าแน่นขึ้นหลังขัดร่วมกับคอนกรีต
ไม่มีส่วนผสมโลหะไม่เป็นสนิมเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ต้องการคราบสนิมบนผิวพื้น
กำลังรับแรงอัด60 MPa ที่ 28 วัน ตาม ASTM C109ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของชั้นผิวสำหรับงานใช้งานหนัก
ความต้านทานต่อการขูดขีด1 กรัม ที่ 28 วัน ตามการทดสอบ Taber Abrasion H22 disk-500g-200 rpmเหมาะกับพื้นที่ถูกล้อรถและพาเลตขัดถูซ้ำ
ความหนาแน่น Bulk1.4-1.6 กก./ลิตรใช้ประกอบการควบคุมวัสดุและคุณภาพหน้างาน
ขนาดอนุภาคสูงสุด2.5 มม.ช่วยให้ผิวหลังขัดมีความแน่นและสม่ำเสมอเมื่อทำงานถูกวิธี
สีสินค้าสีเทา สีเทาอ่อน สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้มเลือกตามภาพลักษณ์พื้นที่หรือแบ่งโซนใช้งานได้
ขนาดบรรจุ25 กก./ถุงคำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่และอัตราใช้ได้สะดวก
อุณหภูมิแวดล้อม+5°C ถึง +35°Cควรหลีกเลี่ยงงานที่ร้อนจัด ลมแรง หรือสภาพที่ทำให้คอนกรีตสูญเสียน้ำเร็ว

ข้อมูลอ้างอิง: สเปกข้างต้นอ้างอิงจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 243 Floor Hardener ของ Sika Thailand ควรยึดเอกสารเทคนิคล่าสุดและเงื่อนไขหน้างานจริงก่อนใช้งานเสมอ

เลือกอัตราใช้ LANKO 243 อย่างไรให้เหมาะกับรถโฟล์คลิฟท์?

Sika ระบุอัตราการใช้ LANKO 243 ที่ 3-7 กก./ตร.ม. โดยโรยรวม 2 รอบ การเลือกอัตราไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวทั้งโรงงานเสมอไป เพราะแต่ละโซนรับแรงไม่เท่ากัน พื้นสำนักงานในโรงงาน พื้นทางเดินคน พื้นคลังสินค้า และจุดกลับรถโฟล์คลิฟท์มีความเสี่ยงสึกต่างกันมาก งานที่ต้องการความคุ้มค่าจึงควรแบ่งโซนก่อนคำนวณวัสดุ

โซนใช้งานลักษณะการรับแรงแนวทางเลือกอัตราใช้ข้อควรเช็ก
ทางวิ่งโฟล์คลิฟท์หลักล้อวิ่งซ้ำทั้งวันและมีน้ำหนักสินค้า5-7 กก./ตร.ม.ทิศทางวิ่ง ความถี่รถ และความเรียบของพื้น
จุดกลับรถ / จุดเลี้ยวแรงเฉือนจากล้อสูงกว่าทางตรงใกล้ 7 กก./ตร.ม.รัศมีเลี้ยวและตำแหน่งรอยต่อ
ลานโหลดสินค้ารับแรงกระแทก พาเลต และรถเข้าออกซ้ำ5-7 กก./ตร.ม.น้ำขัง ความลาดเอียง และการบ่มหลังขัด
พื้นที่เก็บสินค้ารับน้ำหนักคงที่และรถเข้าออกบางช่วง4-6 กก./ตร.ม.น้ำหนัก rack และการกระจายโหลด
พื้นที่ใช้งานเบาคนเดิน รถเข็นเบา หรือโซนสนับสนุน3-5 กก./ตร.ม.ความต้องการสีและความสม่ำเสมอของผิว

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย หากมีทางวิ่งโฟล์คลิฟท์ 300 ตร.ม. และเลือกใช้อัตรา 6 กก./ตร.ม. ปริมาณวัสดุรวมคือ 1,800 กก. เมื่อนำไปหารด้วย 25 กก./ถุง จะได้ประมาณ 72 ถุง ก่อนสั่งซื้อควรเผื่อการสูญเสียจากการโรย การแบ่งโซน และการควบคุมหน้างาน โดยเฉพาะพื้นที่ใหญ่ที่ต้องทำต่อเนื่องหลายช่วง

ขั้นตอนทำพื้นโรงงานด้วย LANKO 243 ให้ผิวแน่นและทนใช้งาน

หัวใจของงาน floor hardener อยู่ที่จังหวะเวลา คอนกรีตต้องเริ่มเซตตัวพอเหมาะ มีความชื้นบนผิวเพียงพอให้ผงวัสดุดูดซับ แต่ไม่เปียกจนจมเละ และไม่แห้งจนวัสดุจับกับผิวไม่ได้ ทีมงานจึงต้องวางแผนพื้นที่ เครื่องขัด และจำนวนคนก่อนเริ่มเทคอนกรีตจริง

  1. ออกแบบพื้นและแบ่งพื้นที่เท: ตรวจความหนา slab, กำลังคอนกรีต, เหล็กเสริม, จุดรับโหลด, ตำแหน่งเสา และเส้นทางรถโฟล์คลิฟท์ก่อนกำหนดแผนเท
  2. เตรียมคอนกรีตสดให้ได้ระดับ: เทคอนกรีต ปรับระดับ และปาดผิวให้สม่ำเสมอ ควบคุมน้ำปูนบนผิวไม่ให้มากเกินไป เพราะจะทำให้สีและกำลังผิวไม่สม่ำเสมอ
  3. โรยรอบแรก: เมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัวพอประมาณ ให้โรย LANKO 243 ลงบนผิวปูนที่ยังเปียกอย่างสม่ำเสมอ รอให้ผงวัสดุดูดซับน้ำจากคอนกรีต แล้วเริ่มขัดด้วยเครื่องขัดมัน ส่วนขอบมุมให้ใช้เกรียงขัดมัน
  4. โรยรอบที่สอง: โรยวัสดุที่เหลือจากรอบแรก โดยแบ่งได้แบบเท่า ๆ กัน หรือแบ่ง 60:40 ตามความเหมาะสมของหน้างาน จากนั้นขัดซ้ำให้เนื้อวัสดุแน่นและกระจายสม่ำเสมอ
  5. เก็บผิวขั้นสุดท้าย: ทิ้งไว้จนคอนกรีตเริ่มแข็งตัวมากขึ้น แล้วใช้เครื่องขัดและเกรียงเก็บรายละเอียดตามขอบ มุม และรอยเครื่องขัด ขัดจนผิวเรียบ แน่น และไม่มีผงแห้งค้างบนผิว
  6. ป้องกันผิวช่วงแรก: ระหว่างคอนกรีตพัฒนากำลัง ควรป้องกันแดดจัด ลมแรง ฝน น้ำขัง และการเปิดใช้งานก่อนเวลา เพราะทั้งหมดมีผลต่อการแตกร้าวและความแข็งแรงของผิวหน้า

ข้อสำคัญ: อย่าโรย LANKO 243 บนคอนกรีตที่แห้งเกินไป และอย่าใช้น้ำสาดช่วยให้ผงเปียก เพราะจะทำให้ผิวอ่อน เกิดด่าง เกิดฝุ่น หรือหลุดร่อนง่ายหลังเปิดใช้งาน

ร่องกันแตกและการบ่มพื้น: จุดเล็กที่กำหนดอายุพื้นโรงงาน

พื้นโรงงานที่ดีไม่ได้จบแค่ขัดมันสวย แต่ต้องควบคุมการหดตัวและการแตกร้าวให้ถูกตำแหน่ง สำหรับพื้นที่กว้างควรตัดร่องกันแตกเพื่อลดโอกาสเกิดรอยแตกกระจายทั่วไป แนวทางจาก Sika แนะนำให้พยายามจัดพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม โดยด้านยาวมากที่สุดประมาณ 8 เมตร หรือตัดร่องให้ตรงกับแนวเสา แนวรอยต่อโครงสร้าง หรือร่องกันแตกของพื้นเดิม

ร่องต้องตรงกับระบบพื้น

ถ้าร่องกันแตกไม่สัมพันธ์กับแนวเสาหรือรอยต่อเดิม รอยแตกอาจเกิดนอกตำแหน่งที่ควบคุมไว้

บ่มทันทีเมื่อเหมาะสม

เมื่อคอนกรีตแห้งพอให้เดินแล้วไม่มีรอยเท้า ควรเริ่มบ่มเพื่อช่วยให้พื้นพัฒนากำลังได้ดี

ใช้น้ำยาบ่มที่เหมาะสม

Sika แนะนำการบ่มด้วยน้ำยาบ่ม เช่น LANKO 361 CURE เพื่อรักษาคุณภาพผิวหลังขัด

การบ่มเป็นขั้นตอนที่มักถูกเร่งข้ามเพราะต้องการเปิดพื้นที่เร็ว แต่สำหรับพื้นรับโฟล์คลิฟท์ การสูญเสียน้ำเร็วเกินไปอาจทำให้ผิวแตกร้าว เกิดฝุ่น และกำลังพัฒนาไม่เต็มที่ หากพื้นที่อยู่กลางแจ้งหรือมีลมแรง ควรเพิ่มการป้องกันผิวในช่วงแรก และวางแผนไม่ให้รถหนักเข้าใช้งานก่อนพื้นพร้อมจริง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้พื้น LANKO 243 ไม่ทนเท่าที่ควร

แม้ LANKO 243 จะมีสเปกเหมาะกับพื้นใช้งานหนัก แต่คุณภาพสุดท้ายขึ้นกับการทำงานหน้างานอย่างมาก งานที่เสียส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากตัววัสดุอย่างเดียว แต่มาจากการเลือกเวลาทำงานผิด อัตราโรยไม่สม่ำเสมอ ขัดไม่ทัน หรือออกแบบรอยต่อไม่สัมพันธ์กับการใช้งานจริง

ข้อผิดพลาดผลที่ตามมาวิธีป้องกัน
โรยเร็วเกินไปผงวัสดุจมในคอนกรีต ผิวไม่แน่น และสีไม่สม่ำเสมอรอให้คอนกรีตเริ่มเซตตัวพอเหมาะก่อนโรย
โรยช้าเกินไปวัสดุดูดซับน้ำไม่ได้ ยึดเกาะกับผิวไม่ดี และมีโอกาสหลุดร่อนเตรียมทีมและเครื่องมือให้พร้อมตามพื้นที่เท
ใช้อัตราต่ำในโซนหนักทางวิ่งโฟล์คลิฟท์และจุดกลับรถสึกเร็วแบ่งโซนและเลือกอัตราใกล้ 5-7 กก./ตร.ม. ในพื้นที่หนัก
ไม่ตัดร่องกันแตกเกิดรอยแตกกระจายและรอยบิ่นตามแนวใช้งานวางแนวร่องตามเสา รอยต่อ และขนาดพื้นที่
บ่มไม่พอผิวเกิดฝุ่น แตกร้าวเล็ก และกำลังผิวลดลงบ่มทันทีเมื่อพื้นพร้อมและป้องกันแดด ลม น้ำช่วงแรก
นำไปใช้กับพื้นเก่าโดยตรงวัสดุไม่รวมเป็นเนื้อเดียวกับพื้นเดิมพื้นเก่าควรประเมินระบบซ่อม topping หรือ coating ที่เหมาะสมแทน

คำแนะนำสำหรับโครงการ: หากพื้นที่มีโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า โฟล์คลิฟท์ยางตัน หรือรถยกขนาดใหญ่ ควรแจ้งชนิดรถ น้ำหนักสินค้า เส้นทางวิ่ง และเวลาเปิดใช้งานที่ต้องการให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินอัตราโรยและแผนทำงานก่อนสั่งวัสดุ

สรุป: LANKO 243 เหมาะกับพื้นโรงงานที่ต้องการผิวแข็งแรง ทนสึก และดูแลง่าย

สำหรับพื้นโรงงานและคลังสินค้าที่มีรถโฟล์คลิฟท์วิ่งเป็นประจำ การทำพื้นให้ทนทานต้องคิดเป็นระบบ ตั้งแต่คอนกรีตสด การแบ่งโซนรับแรง อัตราโรย การขัดมัน ร่องกันแตก และการบ่ม LANKO 243 ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีต ทนการขัดถูและรอยขีดข่วน ช่วยลดปัญหาฝุ่นและผิวสึกเมื่อใช้งานถูกวิธี

ถ้าเป็นทางวิ่งหลัก จุดกลับรถ หรือลานโหลดสินค้า ควรพิจารณาอัตราใช้อยู่ด้านบนของช่วง 3-7 กก./ตร.ม. และจัดทีมทำงานให้ทันจังหวะคอนกรีตเซตตัว ส่วนพื้นเก่าที่แห้งแล้วไม่ควรนำ LANKO 243 ไปโรยทับโดยตรง ควรตรวจสภาพพื้นและเลือกวิธีซ่อมหรือระบบเคลือบผิวให้ถูกประเภทก่อน เพื่อให้พื้นโรงงานรองรับการใช้งานจริงได้ยาวนานและลดต้นทุนซ่อมในอนาคต

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก อัตราการใช้ วิธีโรย ร่องกันแตก และการบ่ม อ้างอิงจากหน้า LANKO 243 Floor Hardener ของ Sika Thailand

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 243 ใช้กับพื้นโรงงานที่มีรถโฟล์คลิฟท์ได้ไหม?

ใช้ได้ เหมาะกับพื้นคอนกรีตใหม่ในโรงงาน คลังสินค้า และลานโหลดสินค้าที่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าและความทนต่อการขัดถูจากล้อรถโฟล์คลิฟท์ รถเข็น และพาเลต

LANKO 243 ต้องใช้กี่กิโลกรัมต่อตารางเมตร?

อัตราการใช้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 3-7 กก./ตร.ม. โดยโรยรวม 2 รอบ พื้นใช้งานหนัก เช่น ทางวิ่งโฟล์คลิฟท์ จุดกลับรถ และลานโหลดสินค้า มักพิจารณาอัตราใกล้ด้านบนของช่วงตามข้อกำหนดของงาน

LANKO 243 มีกำลังรับแรงอัดเท่าไร?

ข้อมูลจาก Sika ระบุค่ากำลังรับแรงอัด 60 MPa ที่ 28 วัน ตาม ASTM C109 และมีค่าความต้านทานต่อการขูดขีด 1 กรัม ที่ 28 วัน ตามการทดสอบ Taber Abrasion

โรย LANKO 243 บนพื้นคอนกรีตเก่าได้ไหม?

ไม่ควรโรยบนพื้นเก่าที่แห้งแข็งแล้วโดยตรง เพราะ LANKO 243 เป็นวัสดุโรยบนคอนกรีตสด หากเป็นพื้นเก่าควรประเมินงานซ่อม พื้น topping ใหม่ หรือระบบเคลือบพื้นที่เหมาะสมก่อน

ควรโรย LANKO 243 กี่รอบ?

แนวทางการใช้งานของ Sika ระบุให้แบ่งโรย 2 รอบ โดยอาจแบ่งวัสดุเท่า ๆ กัน หรือแบ่ง 60:40 แล้วขัดแต่ละรอบให้วัสดุดูดซับน้ำและรวมกับผิวคอนกรีตอย่างสม่ำเสมอ

หลังขัดพื้น LANKO 243 ต้องบ่มไหม?

ควรบ่มพื้นทันทีเมื่อคอนกรีตแห้งพอให้เดินแล้วไม่มีรอยเท้า เพื่อให้ได้พื้นที่มีคุณภาพดี Sika แนะนำใช้น้ำยาบ่ม เช่น LANKO 361 CURE ตามความเหมาะสมของหน้างาน

LANKO 243 มีสีอะไรบ้าง?

สีที่ระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์ ได้แก่ สีเทา สีเทาอ่อน สีเขียวอ่อน และสีเขียวเข้ม ควรตรวจสอบสีและสต็อกสินค้าก่อนสั่งซื้อสำหรับโครงการที่ต้องการความสม่ำเสมอของสี

ซื้อ LANKO 243 ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 243 ฟลอร์ฮาร์ดเดนเนอร์ 25 กก. ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่จริง

Similar Posts