เจาะลึกคุณสมบัติ LANKO 104 อะคริลิคโพลิเมอร์ฉาบบาง สำหรับงานผนังและฝ้าที่ต้องการความเนี้ยบ
LANKO® 104 Skimcoat Flex คืออะคริลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่นแบบพร้อมใช้งาน เหมาะกับงานเก็บผิวผนังและฝ้าเพดานที่ต้องการความเรียบเนียน ลดรอยแตกลายงา รูพรุน ผิวเม็ดทราย และรอยต่อเล็ก ๆ ก่อนขั้นตอนตกแต่งหรือทาสีทับ
LANKO® 104 Skimcoat Flex
อะคริลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น คุณภาพสูง พร้อมใช้งาน สำหรับฉาบปรับระดับ ซ่อมแซมพื้นผิวคอนกรีต ปูนฉาบ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์ซีเมนต์ ยิบซั่ม และงานฝ้าเพดานที่ต้องการผิวจบเรียบละเอียดก่อนทาสี
Quick Answer: LANKO 104 เหมาะกับงานแบบไหน?
LANKO 104 Skimcoat Flex เหมาะกับงานฉาบบางเก็บผิวผนังและฝ้าเพดานที่ต้องการความเรียบเนียนระดับงานสี เช่น ซ่อมรอยแตกลายงา เก็บรูพรุนจากฟองอากาศ ปิดผิวเม็ดทราย ปรับผิวคอนกรีตหรือปูนฉาบให้เนียนขึ้น และงานรอยต่อที่ต้องการวัสดุยืดหยุ่นมากกว่าสกิมโค้ทซีเมนต์ทั่วไป
จุดสำคัญของ LANKO 104 คือเป็นวัสดุแบบครีมสำเร็จรูปพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม จึงลดความคลาดเคลื่อนจากอัตราส่วนผสมหน้างาน เหมาะกับงานซ่อมผิวและงานเก็บรายละเอียดที่ช่างต้องการเนื้อวัสดุฉาบลื่นมือ คุมผิวได้ง่าย และขัดแต่งได้โดยเกิดฝุ่นน้อยกว่างานปูนฉาบบางหลายประเภท
ถ้าโจทย์คือ “ผนังต้องเนียนก่อนทาสี” หรือ “ฝ้าต้องเก็บรอยต่อให้ดูสะอาด” LANKO 104 เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดรอยร้าวเส้นเล็กจากการขยับตัวเล็กน้อย เพราะเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุค่าการยืดตัวไม่น้อยกว่า 20% ที่ 7 วัน ตาม ASTM D412 และมีค่าการยึดเกาะต่อแรงดึงไม่น้อยกว่า 1.5 MPa ที่ 7 วัน ตาม ASTM D4541
LANKO 104 คืออะไร และต่างจากสกิมโค้ทผงทั่วไปอย่างไร?
LANKO® 104 Skimcoat Flex เป็นอะคริลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น สำหรับตกแต่งและซ่อมแซมผิวผนังหรือฝ้าเพดาน ลักษณะเป็นวัสดุพร้อมใช้งานในถัง เปิดแล้วใช้เกรียงฉาบสแตนเลสฉาบได้ทันทีโดยไม่ต้องเติมน้ำ จุดนี้แตกต่างจากสกิมโค้ทผงที่ต้องผสมน้ำ คุมเวลาทำงาน และเสี่ยงต่อปัญหาส่วนผสมเหลวหรือข้นเกินไปหากชั่งตวงไม่สม่ำเสมอ
งานผนังและฝ้าที่ต้องการความเนี้ยบมักไม่ได้จบที่ “ปิดรอยได้” เท่านั้น แต่ต้องดูรายละเอียดหลังแสงตกกระทบ เช่น คลื่นผนัง รอยต่อแผ่น รอยขอบเกรียง รูพรุนเล็ก ๆ และความต่างของพื้นผิวก่อนทาสี หากใช้วัสดุที่แข็งเกินไปหรือขัดยาก อาจแก้รอยหนึ่งแต่สร้างรอยใหม่ขึ้นมาแทน LANKO 104 จึงถูกออกแบบให้ฉาบลื่น ผิวเนียน ขัดแต่งได้ง่าย และทาสีทับได้
อีกจุดที่ทำให้ LANKO 104 น่าสนใจคือการใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก โดยเอกสาร Sika ระบุว่าสินค้าทนต่อสภาวะอากาศ ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน เหมาะกับงานบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน คอนโด ร้านค้า โรงแรม หรือพื้นที่รีโนเวทที่ต้องการลดกลิ่นและลดความยุ่งยากในขั้นตอนเตรียมวัสดุ
คุณสมบัติเด่นของ LANKO 104 สำหรับงานผนังและฝ้า
เนื้อครีมสำเร็จรูปช่วยให้เริ่มงานได้เร็ว ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม และลดปัญหาความเข้มข้นไม่เท่ากันระหว่างถังงาน
เหมาะกับงานเก็บผิวก่อนทาสี โดยเฉพาะผนังที่มีรูพรุน รอยเม็ดทราย หรือรอยแตกลายงาที่ทำให้สีโชว์ตำหนิ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการยืดตัวไม่น้อยกว่า 20% ที่ 7 วัน ช่วยรองรับการขยับตัวเล็กน้อยของพื้นผิวได้ดีกว่าวัสดุแข็งเปราะ
คุณสมบัติชุดนี้ทำให้ LANKO 104 เหมาะกับงานที่ต้องการทั้งความสวยและความทนในระดับงานตกแต่ง เช่น ผนังห้องนั่งเล่น ผนังภายนอกอาคารที่ต้องเก็บผิวก่อนทาสี ฝ้าฉาบเรียบ รอยต่อผนังคอนกรีตสำเร็จรูป หรือพื้นที่ที่ต้องการลดโอกาสเกิดรอยร้าวเส้นเล็กหลังทาสี
นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ยังระบุว่ามีสารป้องกันราดำ สามารถฉาบได้หลายชั้นโดยไม่แตกร้าว ขัดแต่งและทาสีทับได้ จึงเหมาะกับงานที่ต้องไล่คุณภาพผิวเป็นขั้น ๆ ตั้งแต่ฉาบชั้นแรกเพื่ออุดรอย ฉาบชั้นสองเพื่อปรับความเรียบ แล้วจึงขัดแต่งก่อนเข้าสู่ระบบสี
มุมมองช่าง: งานผนังที่ดูดีหลังทาสีไม่ได้เกิดจากสีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพื้นผิวก่อนทาสีที่เรียบ สะอาด และไม่มีรอยสะดุดสายตา วัสดุฉาบบางที่ขัดง่ายและยึดเกาะดีจึงช่วยลดเวลางานแก้ซ้ำได้มาก
สเปก LANKO 104 ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
ก่อนสั่งใช้ LANKO 104 ควรเข้าใจตัวเลขพื้นฐาน เพราะตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้วางแผนงานได้แม่นขึ้น ตั้งแต่ความหนาต่อชั้น ระยะเวลารอฉาบซ้ำ ไปจนถึงช่วงเวลาเปิดงานขัดและทาสี หากวางคิวช่างโดยไม่ดูเวลารอ อาจเกิดปัญหาผิวชั้นแรกหลุดระหว่างฉาบชั้นสอง หรือสีทับบนผิวที่ยังไม่แห้งพอ
| รายการ | ข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | อะคริลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น พร้อมใช้งาน | เปิดถังแล้วใช้ได้ ไม่ต้องเติมน้ำหรือผสมปูนเพิ่ม |
| บรรจุภัณฑ์ | 5 กก. / ถัง | เหมาะกับงานซ่อม งานเก็บรายละเอียด และพื้นที่ที่ต้องควบคุมคุณภาพผิว |
| ความหนาต่อชั้น | 0.5-1 มม. | ควรฉาบบางหลายชั้น ไม่ควรโป๊วหนาเพื่อแก้ระดับลึกในครั้งเดียว |
| อุณหภูมิแวดล้อม | +10°C ถึง +40°C | เหมาะกับสภาพงานทั่วไป แต่ควรเลี่ยงแดดจัด ลมแรง และพื้นผิวร้อนจัด |
| เวลารอเคลือบทับ | 1-2 ชั่วโมง | ใช้วางแผนการฉาบซ้ำหรือขั้นตอนต่อเนื่อง โดยต้องดูสภาพแห้งจริงร่วมด้วย |
| เวลาการบ่ม | 24 ชั่วโมง | ก่อนตกแต่งขั้นสุดท้ายควรให้วัสดุแห้งและเซ็ตตัวเพียงพอ |
| ความหนาแน่น | 1.5-1.6 กก./ลิตร | ใช้ประกอบการประเมินปริมาณเมื่องานมีพื้นที่และความหนาเฉลี่ยชัดเจน |
| ค่า pH | 8-10 | เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการเลือกวัสดุทับหน้าและการเตรียมผิว |
| การยืดตัว | ไม่น้อยกว่า 20% ที่ 7 วัน (ASTM D412) | ช่วยรองรับรอยร้าวเส้นเล็กและการขยับตัวเล็กน้อยของพื้นผิว |
| แรงยึดเกาะต่อแรงดึง | ไม่น้อยกว่า 1.5 MPa ที่ 7 วัน (ASTM D4541) | สำคัญกับงานฉาบบางที่ต้องเกาะกับผิวเดิมและไม่หลุดร่อนง่าย |
สเปกความหนา 0.5-1 มม. ต่อชั้นเป็นประเด็นที่ควรย้ำมากที่สุด เพราะ LANKO 104 เป็นวัสดุสำหรับเก็บผิว ไม่ใช่ปูนซ่อมโพรงลึกหรือวัสดุปรับระดับหนา หากผนังมีหลุมลึก รอยบิ่นใหญ่ หรือระดับเบี้ยวมาก ควรซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะกับความลึกก่อน แล้วจึงใช้ LANKO 104 เป็นชั้นเก็บผิวสุดท้ายเพื่อให้ได้ความเรียบเนียน
พื้นผิวที่เหมาะกับ LANKO 104
ตามข้อมูล Sika LANKO 104 ใช้ได้กับพื้นผิวหลายชนิด เช่น ปูนฉาบ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์ และยิบซั่ม จึงเหมาะกับทั้งงานก่อสร้างใหม่และงานรีโนเวท โดยเฉพาะงานที่พื้นผิวเดิมมีตำหนิระดับตื้น ต้องการปิดรูพรุนและทำผิวให้เนียนก่อนทาสี
ใช้เก็บรูพรุน รอยแตกลายงา ผิวเม็ดทราย และผิวที่ต้องการความเนียนก่อนรองพื้นหรือทาสีจริง
เหมาะกับงานเก็บรอยต่อและปรับผิวบาง เมื่อเตรียมพื้นผิวให้สะอาดและแข็งแรงเพียงพอ
ช่วยเก็บผิวให้เรียบขึ้น ลดรอยสะดุดบนพื้นผิวที่แสงเฉียงมักทำให้เห็นตำหนิชัด
สำหรับงานรอยต่อ เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถนำมาใช้ฉาบบางทับหน้าวัสดุอุดร่องรอยต่อประเภทไฮบริดอีพ็อกซี่ผสมโพลียูริเทน Sikadur®-61 Epoxy PU Joint ได้ จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการเก็บรอยต่อให้ดูเรียบร้อยก่อนงานตกแต่งต่อไป อย่างไรก็ตาม งานรอยต่อที่ยังเคลื่อนตัวมากหรือมีรอยร้าวเชิงโครงสร้างควรประเมินระบบซ่อมแยก ไม่ควรใช้สกิมโค้ทฉาบกลบรอยโดยไม่แก้ต้นเหตุ
วิธีใช้ LANKO 104 ให้ผิวเรียบและลดงานแก้ซ้ำ
หัวใจของงานฉาบบางคือการเตรียมพื้นผิวและการฉาบเป็นชั้นบางสม่ำเสมอ พื้นเดิมควรสะอาด แข็งแรง แห้งพอ ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่าหลุดร่อน หรือผิวที่ร่วนซุย เพราะวัสดุฉาบบางต้องอาศัยการยึดเกาะกับพื้นผิวเดิม หากพื้นเดิมไม่พร้อม ต่อให้วัสดุดีแค่ไหนก็มีโอกาสเกิดการล่อนหรือเห็นรอยหลังทาสีได้
- ตรวจพื้นผิว: เคาะและขูดส่วนที่หลุดร่อนออก ซ่อมรอยลึกหรือรอยบิ่นใหญ่ด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะสมก่อน
- ทำความสะอาด: กำจัดฝุ่น ผงปูน คราบน้ำมัน และสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้วัสดุยึดเกาะไม่ดี
- เปิดถังและกวนให้เนื้อสม่ำเสมอ: LANKO 104 เป็นโพลิเมอร์พิเศษพร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม
- ฉาบชั้นแรก: ใช้เกรียงฉาบสแตนเลสปาดบาง ๆ ให้เต็มตำหนิและคุมผิวให้เรียบ
- รอฉาบชั้นสอง: ทิ้งระยะ 60-120 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวชั้นแรกหลุดระหว่างฉาบชั้นถัดไป
- ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น: เพื่อให้ได้ผิวสวยตามต้องการ โดยคุมความหนาต่อชั้นประมาณ 0.5-1 มม.
- ขัดแต่ง: หลัง 16-24 ชั่วโมง สามารถใช้กระดาษทรายขัดแต่งผิวให้เรียบเนียน
- เตรียมก่อนตกแต่ง: ทิ้งให้แห้ง 24 ชั่วโมง แล้วเช็ดฝุ่นออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนทำวัสดุปิดทับหรือทาสี
- ทำความสะอาดเครื่องมือ: ล้างเครื่องมือด้วยน้ำหลังใช้งานเพื่อไม่ให้คราบวัสดุแห้งติดเกรียง
อย่าเติมน้ำเพิ่ม: การเติมน้ำเพื่อให้ฉาบลื่นขึ้นอาจทำให้เนื้อวัสดุเสียสมดุล ลดการยึดเกาะ และทำให้ผิวจบไม่สม่ำเสมอ ควรใช้ตามสภาพพร้อมใช้ของผลิตภัณฑ์
ในงานที่ต้องการผิวเนี้ยบมาก เช่น ผนังโชว์แสง ผนังห้องรับแขก ผนังร้านค้า หรือฝ้าเพดานยาว ควรจัดแสงตรวจผิวก่อนทาสีจริง เพราะแสงเฉียงจะเผยรอยคลื่นและรอยขอบเกรียงชัดกว่าการมองในแสงปกติ การตรวจผิวหลังขัดและก่อนทาสีช่วยลดงานแก้ปลายทางได้มาก
เลือกใช้ LANKO 104 ให้เหมาะกับโจทย์หน้างาน
แม้ LANKO 104 จะใช้ได้กว้าง แต่การเลือกใช้ให้คุ้มควรดูโจทย์งานจริงเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกจากชื่อ “สกิมโค้ท” เพียงอย่างเดียว เพราะสกิมโค้ทมีหลายประเภท ทั้งชนิดผงซีเมนต์ ชนิดพร้อมใช้ ชนิดสำหรับภายใน ชนิดยืดหยุ่น และชนิดสำหรับงานซ่อมผิวเฉพาะทาง
| โจทย์หน้างาน | ความเหมาะสม | เหตุผล | สิ่งที่ควรเช็กเพิ่ม |
|---|---|---|---|
| ผนังมีรูพรุนจากฟองอากาศ | เหมาะมาก | เนื้อครีมช่วยเก็บรูเล็กและปาดผิวให้เนียนก่อนทาสี | ทำความสะอาดฝุ่นและผิวร่วนก่อนฉาบ |
| รอยแตกลายงาขนาดเล็ก | เหมาะ | มีความยืดหยุ่น ช่วยรองรับรอยเส้นเล็กในงานตกแต่ง | ถ้ารอยยังขยายตัวต้องแก้สาเหตุร่วมด้วย |
| ฝ้าเพดานต้องการผิวเรียบ | เหมาะ | ฉาบบางและขัดแต่งได้ง่าย เหมาะกับงานที่แสงสะท้อนเห็นรอยชัด | คุมชั้นบางและตรวจผิวก่อนสีจริง |
| หลุมลึกหรือผนังเสียระดับมาก | ใช้เป็นชั้นจบ | LANKO 104 เหมาะกับฉาบบาง 0.5-1 มม. ต่อชั้น ไม่ใช่วัสดุถมหนา | ซ่อม/ปรับระดับด้วยวัสดุหลักก่อน |
| รอยร้าวโครงสร้าง | ไม่ควรใช้เดี่ยว | สกิมโค้ทช่วยเก็บผิว แต่ไม่ใช่ระบบซ่อมโครงสร้าง | ประเมินสาเหตุร้าวและเลือกวัสดุซ่อมเฉพาะทาง |
| ผนังภายนอกก่อนทาสี | เหมาะเมื่อเตรียมผิวดี | ใช้ได้ภายนอกและทนต่อสภาวะอากาศ | เลี่ยงฝน แดดจัด และความชื้นสะสมระหว่างทำงาน |
ถ้าเป็นงานรีโนเวทบ้านเก่า ควรเริ่มจากแยกปัญหาว่าเป็นผิวไม่เรียบ รอยแตกลายงา สีล่อน ความชื้น หรือรอยร้าวจากโครงสร้าง เพราะแต่ละปัญหาต้องแก้ต่างกัน LANKO 104 เหมาะที่สุดเมื่อปัญหาอยู่ที่ “ผิวหน้า” และต้องการวัสดุเก็บรายละเอียดก่อนงานตกแต่ง ไม่ใช่ใช้แทนงานแก้ความชื้นหรืองานซ่อมโครงสร้างที่ยังเคลื่อนตัว
ข้อควรระวังเมื่อใช้ LANKO 104
งานฉาบบางมักดูง่าย แต่รายละเอียดเล็ก ๆ มีผลกับผิวจบมาก โดยเฉพาะพื้นผิวที่มีฝุ่น ผิวเก่าที่ไม่แข็งแรง หรือการทาสีเร็วเกินไปหลังฉาบ ถ้ารีบข้ามขั้นตอน อาจเห็นเป็นรอยด่าง ผิวสาก รอยปะ หรือการหลุดร่อนเฉพาะจุดหลังใช้งานไปสักระยะ
- ไม่ควรฉาบหนาเกินสเปก: คุมความหนาต่อชั้น 0.5-1 มม. หากต้องการปรับระดับหนาให้ใช้วัสดุซ่อมหรือปรับระดับที่เหมาะสมก่อน
- ไม่ควรเติมน้ำหรือผสมวัสดุอื่น: ผลิตภัณฑ์เป็นชนิดพร้อมใช้ การเติมน้ำอาจกระทบเนื้อวัสดุและคุณสมบัติหลังแห้ง
- ไม่ควรฉาบบนผิวเปียกหรือมีฝุ่น: ความชื้นและฝุ่นเป็นสาเหตุหลักของการยึดเกาะไม่ดี
- ไม่ควรทาสีทับเร็วเกินไป: ควรให้แห้ง 24 ชั่วโมงและเช็ดฝุ่นออกก่อนตกแต่งต่อ
- ไม่ควรใช้ปิดรอยร้าวที่ยังขยับมาก: หากรอยร้าวเกิดจากโครงสร้างหรือการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง ต้องแก้ระบบก่อน
- ควรเก็บรักษาให้ถูกวิธี: เอกสารระบุอายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนเมื่อจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท ไม่เสียหาย และอยู่ในบริเวณแห้งไม่โดนแดดโดยตรง
จุดเสี่ยงของงานภายนอก: แม้ LANKO 104 ใช้ภายนอกได้ แต่ระหว่างทำงานควรเลี่ยงฝน ลมแรง แดดจัด และพื้นผิวร้อน เพราะสภาพเหล่านี้อาจทำให้ผิวแห้งเร็วไม่สม่ำเสมอหรือเกิดรอยบนผิวฉาบ
สรุป: LANKO 104 เหมาะกับงานที่ต้องการผิวเรียบ ยืดหยุ่น และพร้อมทาสี
LANKO 104 Skimcoat Flex เป็นอะคริลิคโพลิเมอร์ฉาบบางพร้อมใช้ที่ตอบโจทย์งานผนังและฝ้าที่ต้องการความเรียบร้อยสูง จุดแข็งคือใช้งานง่าย ฉาบลื่น ผิวเรียบเนียน มีความยืดหยุ่น ยึดเกาะสูง ขัดแต่งได้ และทาสีทับได้ เหมาะกับงานเก็บรูพรุน รอยแตกลายงา ผิวเม็ดทราย และรอยต่อเล็ก ๆ ก่อนงานตกแต่ง
การใช้ให้ได้ผลดีควรจำไว้ 3 เรื่อง: เตรียมผิวให้สะอาดและแข็งแรง, ฉาบบางตามสเปก 0.5-1 มม. ต่อชั้น และให้เวลารอระหว่างขั้นตอนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการรอฉาบชั้นถัดไป 60-120 นาที การขัดหลัง 16-24 ชั่วโมง และการปล่อยให้แห้ง 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งต่อ เมื่อทำครบขั้นตอน LANKO 104 จะช่วยให้งานผนังและฝ้าดูเนียนสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกและวิธีใช้อ้างอิงจากหน้า LANKO® 104 Skimcoat Flex บน Sika Thailand และควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริงเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 104 คืออะไร?
LANKO 104 Skimcoat Flex คืออะคริลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่นแบบพร้อมใช้งาน สำหรับฉาบปรับระดับและซ่อมแซมผิวผนังหรือฝ้าเพดานก่อนงานตกแต่ง เช่น ทาสีทับ
LANKO 104 ต้องผสมน้ำไหม?
ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม ผลิตภัณฑ์เป็นโพลิเมอร์พิเศษพร้อมใช้งาน ควรกวนให้เนื้อสม่ำเสมอก่อนใช้และไม่ควรเติมน้ำหรือวัสดุอื่นลงไป
LANKO 104 ฉาบได้หนาเท่าไรต่อชั้น?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุความหนาต่อชั้นประมาณ 0.5-1 มม. หากพื้นที่มีหลุมลึกหรือเสียระดับมาก ควรซ่อมหรือปรับระดับด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน แล้วใช้ LANKO 104 เป็นชั้นเก็บผิว
ต้องรอกี่นาทีก่อนฉาบ LANKO 104 ชั้นที่สอง?
ควรทิ้งระยะประมาณ 60-120 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวที่ฉาบชั้นแรกหลุดออกระหว่างฉาบชั้นที่สอง ทั้งนี้ขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพหน้างาน
LANKO 104 ขัดได้เมื่อไหร่?
หลังฉาบประมาณ 16-24 ชั่วโมง สามารถใช้กระดาษทรายขัดแต่งได้ จากนั้นควรเช็ดฝุ่นออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนตกแต่งหรือทาสีทับ
LANKO 104 ใช้ภายนอกได้ไหม?
ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่ระหว่างทำงานควรเลี่ยงฝน แดดจัด ลมแรง และพื้นผิวที่ร้อนหรือชื้นเกินไป เพื่อให้ผิวฉาบแห้งสม่ำเสมอ
LANKO 104 ใช้กับพื้นผิวอะไรได้บ้าง?
ใช้ได้กับพื้นผิวหลากหลาย เช่น ปูนฉาบ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์ และยิบซั่ม โดยพื้นผิวต้องสะอาด แข็งแรง และไม่มีวัสดุหลุดร่อน
LANKO 104 ทาสีทับได้ไหม?
ทาสีทับได้ โดยควรปล่อยให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง ขัดแต่งผิวให้เรียบ และเช็ดฝุ่นออกก่อนทาสี เพื่อให้สีเกาะดีและผิวจบดูเรียบร้อย
LANKO 104 เหมาะกับรอยร้าวแบบไหน?
เหมาะกับรอยแตกลายงาและรอยเส้นเล็กในงานผิวตกแต่ง หากเป็นรอยร้าวโครงสร้าง รอยร้าวที่ยังขยายตัว หรือรอยแตกร้าวลึก ควรประเมินและซ่อมสาเหตุหลักก่อนใช้สกิมโค้ทเก็บผิว
ซื้อ LANKO 104 ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 104 ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานทาง LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำแนะนำการใช้งานตามหน้างานจริง
