GY Asia ขายส่งราคาโรงงานจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง Sika · Lanko

หน้าแรก / เทคนิคงานก่อสร้าง / สกิมโค้ท / วิธีซ่อมรอยแตกร้าวผนังและฝ้าเพดาน ให้เนียนกริบด้วย LANKO 104 Skimcoat Flex

สกิมโค้ท

วิธีซ่อมรอยแตกร้าวผนังและฝ้าเพดาน ให้เนียนกริบด้วย LANKO 104 Skimcoat Flex

LANKO 104 SKIMCOAT FLEX

รอยแตกร้าวเล็ก ๆ บนผนังหรือฝ้าเพดานอาจทำให้บ้านที่เพิ่งทาสีดูเก่าเร็ว โดยเฉพาะรอยต่อแผ่น ฝ้าฉาบเรียบ รอยแตกลายงา รูพรุนจากฟองอากาศ และผิวปูนฉาบที่เป็นเม็ดทราย LANKO® 104 Skimcoat Flex เป็นสกิมโค้ทอะครีลิคโพลิเมอร์พร้อมใช้ที่ออกแบบมาเพื่อฉาบบาง ซ่อมพื้นผิว และเก็บงานก่อนทาสี ให้ผิวเรียบเนียน ยืดหยุ่น และขัดตกแต่งได้ง่าย

พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ ยืดตัวไม่น้อยกว่า 20% ฉาบบาง 0.5-1 มม./ชั้น ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก
5 กก.บรรจุภัณฑ์ต่อถัง
60-120 นาทีรอก่อนฉาบชั้นถัดไป
24 ชม.เวลาบ่ม/แห้งก่อนตกแต่งต่อ
LANKO 104 Skimcoat Flex สกิมโค้ทยืดหยุ่นสำหรับซ่อมรอยร้าวผนังและฝ้าเพดาน

LANKO® 104 Skimcoat Flex

อะครีลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น คุณภาพสูงพร้อมใช้งาน สำหรับฉาบปรับระดับ ซ่อมพื้นผิวคอนกรีต ปูนฉาบ ผนัง และฝ้าเพดาน ช่วยแก้ร้าวรอยต่อ รอยแตกลายงา รูพรุน และผิวเม็ดทรายก่อนงานทาสี

Quick Answer: ซ่อมรอยแตกร้าวผนังและฝ้าด้วย LANKO 104 ดีอย่างไร?

คำตอบสั้น

LANKO® 104 Skimcoat Flex เหมาะกับการซ่อมและเก็บผิวรอยแตกร้าวขนาดเล็ก รอยแตกลายงา รอยต่อผนัง/ฝ้า รูพรุนจากฟองอากาศ และผิวปูนฉาบหยาบก่อนทาสี เพราะเป็นอะครีลิคโพลิเมอร์สำเร็จรูปที่ยืดหยุ่น ยึดเกาะสูง ฉาบลื่น ขัดง่าย ฝุ่นน้อย ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก และทาสีทับได้หลังผิวแห้งตามระยะเวลาที่กำหนด

หัวใจของงานซ่อมรอยร้าวให้เนียนไม่ใช่แค่โป๊วให้เต็ม แต่ต้องเลือกวัสดุให้สัมพันธ์กับลักษณะรอยร้าว ถ้าเป็นรอยแตกร้าวขนาดเล็กที่เกิดจากผิวปูนหดตัว รอยต่อแผ่นฝ้า รอยหัวสกรู รอยขรุขระ หรือรูพรุนตามด การใช้สกิมโค้ทยืดหยุ่นอย่าง LANKO 104 ช่วยให้ฉาบบางได้สวย เกลี่ยง่าย และลดโอกาสเกิดรอยซ้ำจากการหดตัวของวัสดุซ่อมที่แข็งกระด้างเกินไป

แต่ถ้ารอยร้าวกว้าง ลึก ขยับตัวต่อเนื่อง มีน้ำซึม มีเสียงกลวง หรือสัมพันธ์กับโครงสร้าง เช่น เสา คาน พื้น หรือรอยแยกเฉียงยาว ควรตรวจสาเหตุและซ่อมระบบหลักก่อน ไม่ควรใช้สกิมโค้ทฉาบปิดเพื่อซ่อนปัญหา เพราะวัสดุฉาบบางออกแบบมาสำหรับงานตกแต่งผิวและซ่อมรอยเล็ก ไม่ใช่งานเสริมกำลังโครงสร้าง

รอยแตกร้าวแบบไหนบนผนังและฝ้าเพดานที่ใช้ LANKO 104 ได้?

รอยร้าวบนผนังและฝ้าเพดานมีหลายสาเหตุ บางรอยเกิดจากการหดตัวของปูนฉาบ บางรอยเกิดจากการต่อวัสดุต่างชนิด บางรอยเกิดจากความชื้นหรือการเคลื่อนไหวของโครงสร้าง การเลือกวิธีซ่อมจึงต้องเริ่มจากการแยกประเภทก่อนว่าเป็นปัญหาผิวหน้า หรือเป็นปัญหาระบบด้านหลัง

เหมาะมาก

รอยแตกลายงา รูพรุนตามด ผิวเม็ดทราย ผิวปูนฉาบไม่เรียบ รอยเล็กก่อนทาสี และงานเก็บผิวฝ้าเพดานที่ต้องการความเนียน

ใช้ได้เมื่อเตรียมรอยถูกต้อง

รอยต่อแผ่น รอยมุม รอยฉาบเดิมที่มีขอบนูน หรือรอยซ่อมเก่าที่ต้องเจียร/ขัด/ทำความสะอาดก่อนฉาบซ้ำ

ควรตรวจสาเหตุก่อน

รอยร้าวกว้างและลึก รอยร้าวเฉียงยาว รอยที่มีน้ำซึม รอยที่เปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ หรือรอยใกล้โครงสร้างหลัก

สำหรับงานบ้านทั่วไป จุดที่พบปัญหาบ่อยคือรอยต่อฝ้ายิปซั่ม รอยระหว่างผนังคอนกรีตกับวัสดุอื่น รอยปูนฉาบแตกลายงาหลังทาสี และรูพรุนเล็ก ๆ จากการฉาบเดิมไม่แน่นพอ LANKO 104 ช่วยเก็บผิวเหล่านี้ได้ดีเพราะเนื้อครีมพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม จึงลดความคลาดเคลื่อนจากการผสมหน้างาน และให้เนื้อที่ฉาบลื่นมือกว่าวัสดุผงบางประเภท

เช็กก่อนซ่อม: ใช้คัตเตอร์หรือเกรียงขูดเบา ๆ รอบรอยร้าว ถ้าผิวเดิมหลุดร่อนเป็นแผ่น มีฝุ่นมาก หรือเคาะแล้วเสียงกลวง ต้องสกัด/ขัดผิวเสียออกก่อน เพราะการฉาบทับบนพื้นผิวไม่แข็งแรงจะทำให้วัสดุใหม่เกาะกับชั้นที่พร้อมหลุด ไม่ได้เกาะกับผนังจริง

ทำไมงานรอยแตกร้าวเล็กควรใช้สกิมโค้ทยืดหยุ่น?

วัสดุซ่อมผิวทั่วไปบางชนิดแข็งและหดตัว เมื่อใช้กับรอยต่อหรือผิวที่มีการขยับเล็กน้อยอาจเกิดรอยซ้ำหลังทาสี โดยเฉพาะบริเวณฝ้าเพดานที่มีการสั่นสะเทือนจากอาคาร การเปิดปิดประตู หน้าต่าง หรือความต่างอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน สกิมโค้ทยืดหยุ่นจึงช่วยให้ชั้นฉาบบางรับการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ได้ดีกว่าวัสดุที่แข็งเปราะ

ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า LANKO 104 สามารถยืดตัวไม่น้อยกว่า 20% ตาม ASTM D412 ที่ 7 วัน และมีค่าการยึดเกาะต่อแรงดึงไม่น้อยกว่า 1.5 MPa ที่ 7 วัน ตาม ASTM D4541 ตัวเลขเหล่านี้ทำให้สินค้าเหมาะกับงานซ่อมผิวที่ต้องการทั้งความเนียนและความยืดหยุ่น ไม่ใช่แค่โป๊วให้เต็มแล้วขัดให้เรียบเท่านั้น

อีกจุดที่ทำให้งานออกมาสวยคือเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นครีมพร้อมใช้ ช่างสามารถเปิดถังแล้วฉาบได้เลยโดยไม่ต้องชั่งน้ำ ไม่ต้องกังวลว่าน้ำมากเกินจะทำให้วัสดุอ่อนตัวหรือหดตัวมากขึ้น เมื่อฉาบบางหลายชั้นตามระบบ ผิวจะค่อย ๆ ถูกปรับให้เรียบ ลดรอยคลื่นจากเกรียง และขัดแต่งได้สะอาดกว่างานที่ปาดหนาเกินในครั้งเดียว

สเปกสำคัญของ LANKO 104 Skimcoat Flex ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

หัวข้อข้อมูลผลิตภัณฑ์ความหมายต่อหน้างาน
ประเภทสินค้าอะครีลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น พร้อมใช้งานเหมาะกับงานเก็บผิวและซ่อมรอยเล็กก่อนทาสี ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม
พื้นผิวที่ใช้ได้ปูนฉาบ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์ และยิปซั่มใช้กับผนังและฝ้าหลายประเภท ทั้งงานบ้านและงานอาคาร
ความหนาต่อชั้น0.5-1 มม.ควรฉาบบางหลายชั้น ไม่ปาดหนาเพื่อกลบรอยในครั้งเดียว
เวลารอฉาบชั้นถัดไปประมาณ 60-120 นาทีช่วยป้องกันผิวชั้นแรกหลุดติดเกรียงระหว่างฉาบชั้นที่สอง
เวลาขัดแต่งประมาณ 16-24 ชั่วโมงรอให้เนื้อวัสดุแข็งพอจึงขัด จะได้ผิวเนียนและไม่เป็นขุย
เวลาบ่ม/แห้ง24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งหรือทาสีต่อ ควรเช็ดฝุ่นออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาด
อุณหภูมิแวดล้อม+10°C ถึง +40°Cเลี่ยงงานกลางแดดจัด ลมแรง หรือช่วงฝนกระทบผิวโดยตรง
บรรจุภัณฑ์5 กก./ถังเหมาะกับงานซ่อมเฉพาะจุด งานเก็บผิว และงานรีโนเวตในพื้นที่ควบคุมได้

นอกจากตัวเลขข้างต้น LANKO 104 ยังมีจุดเด่นเรื่องผสมสารป้องกันราดำ ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ทนต่อสภาวะอากาศ และสามารถทาสีทับได้โดยจะทารองพื้นหรือไม่ทาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในงานที่ต้องการคุณภาพสีสูงหรือผนังเดิมดูดซึมไม่สม่ำเสมอ การใช้ระบบรองพื้นตามคำแนะนำของผู้ผลิตสีจะช่วยให้สีทับหน้าขึ้นสม่ำเสมอและลดโอกาสเกิดด่างได้ดีกว่า

การเตรียมพื้นผิวก่อนฉาบ: จุดที่ทำให้งานเนียนหรือพัง

งานซ่อมรอยร้าวที่ดูง่ายมักพลาดตรงการเตรียมพื้นผิว ถ้าผิวเดิมมีฝุ่น สีเก่าหลุดร่อน คราบน้ำมัน หรือรอยตะเข็บแบบที่นูนหนาเกินไป ต่อให้ใช้วัสดุซ่อมที่ดี ผิวใหม่ก็อาจหลุดหรือเห็นรอยเป็นเงาหลังทาสีได้ เอกสารผลิตภัณฑ์แนะนำให้พื้นผิวแข็งแรง สะอาด ปราศจากคราบน้ำมัน สี เศษสิ่งสกปรก และให้สกัดหรือเจียรรอยตะเข็บแบบ/สันนูนออกก่อนเริ่มงาน

  1. ขูดสีหรือผิวหลุดร่อนออก: ใช้เกรียงหรือกระดาษทรายขัดให้ถึงชั้นที่แน่น ไม่ฉาบทับสีพองหรือผิวที่ร่อนอยู่แล้ว
  2. เปิดรอยร้าวเล็กน้อยถ้าจำเป็น: รอยที่แคบมากแต่มีฝุ่นอยู่ด้านในควรทำความสะอาดให้วัสดุใหม่แทรกและเกาะได้ดีขึ้น
  3. เจียรสันนูนและรอยต่อ: ถ้ามีขอบฉาบเดิมนูน ต้องลดระดับก่อน ไม่เช่นนั้นจะต้องฉาบหนาเกินและขัดยาก
  4. กำจัดฝุ่น: ใช้แปรงหรือผ้าหมาดเช็ดฝุ่นก่อนฉาบ เพื่อให้เนื้อ LANKO 104 ยึดกับพื้นผิวจริง
  5. พรมน้ำเล็กน้อย: พื้นผิวที่แห้งมากสามารถพรมน้ำบาง ๆ หรือใช้ผ้าหมาดเช็ดตามคำแนะนำ ไม่ควรให้เปียกชื้นหรือมีน้ำขัง

ทริกสำหรับงานฝ้า: ใช้ไฟส่องเฉียงก่อนเริ่มงาน จะเห็นคลื่น รอยต่อ และรูพรุนที่ตาเปล่ามองตรง ๆ ไม่เห็น เมื่องานฉาบและขัดเสร็จให้ส่องซ้ำอีกครั้งก่อนทาสีจริง เพราะแสงเฉียงจะเผยรอยเกรียงและรอยขัดได้ดีที่สุด

วิธีซ่อมรอยแตกร้าวผนังและฝ้าเพดานด้วย LANKO 104 ทีละขั้นตอน

หลังเตรียมพื้นผิวเรียบร้อยแล้ว ให้คนเนื้อวัสดุในถังให้สม่ำเสมอก่อนใช้งานโดยไม่เติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่ม จากนั้นใช้เกรียงฉาบสแตนเลสปาดเป็นชั้นบาง ความหนาประมาณ 0.5-1 มม. ต่อชั้น การฉาบบางเป็นหัวใจสำคัญ เพราะช่วยให้แห้งสม่ำเสมอ ลดรอยหดตัว และทำให้ขัดแต่งง่ายกว่าการปาดหนาเพื่อจบในครั้งเดียว

  1. ฉาบชั้นแรก: ปาด LANKO 104 ให้กินพื้นที่เลยรอยร้าวออกไปทั้งสองด้าน เพื่อกระจายแนวซ่อมไม่ให้เป็นสันชัด
  2. เก็บรูพรุนและผิวเม็ดทราย: กดเกรียงให้เนื้อวัสดุเข้าไปในรูพรุน แล้วปาดเก็บผิวให้บาง ไม่ทิ้งเนื้อหนาเป็นก้อน
  3. รอ 60-120 นาที: ทิ้งช่วงให้ชั้นแรกอยู่ตัวก่อนฉาบชั้นที่สอง เพื่อป้องกันชั้นแรกหลุดติดเกรียง
  4. ฉาบชั้นที่สอง: ปาดขยายพื้นที่ให้กว้างกว่าชั้นแรกเล็กน้อย จะช่วยให้ระดับกลืนกับผนังหรือฝ้าเดิม
  5. รอ 16-24 ชั่วโมงแล้วขัด: ใช้กระดาษทรายละเอียดขัดเก็บรอยเกรียงและรอยต่อ ขัดพอเรียบ ไม่ขัดจนทะลุชั้นซ่อม
  6. เช็ดฝุ่นก่อนทาสี: หลังแห้งประมาณ 24 ชั่วโมง ให้เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชุบน้ำหมาด แล้วจึงทำงานตกแต่งหรือทาสีทับ

ถ้าต้องการผิวเนียนกริบแบบงานสีภายในบ้าน แนะนำให้ขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดและใช้ไฟส่องเฉียงตรวจทุกช่วง โดยเฉพาะฝ้าเพดานสีขาวที่มักเห็นเงารอยต่อชัดเมื่อเปิดไฟดาวน์ไลท์ หากพบคลื่นหรือรอยขอบ ให้ฉาบเก็บเฉพาะจุดอีกครั้งแบบบาง ๆ แล้วรอให้แห้งก่อนขัดซ้ำ

งานภายนอกต้องเผื่อสภาพอากาศ: ควรปกป้องผิวที่ฉาบไว้ประมาณ 24 ชั่วโมงเมื่อมีฝนตกหนักหรือแดดจัด เพราะน้ำหรือความร้อนจัดในช่วงแรกอาจทำให้ผิวแห้งไม่สม่ำเสมอและกระทบคุณภาพผิวสำเร็จ

ข้อควรระวัง: ทำอย่างไรไม่ให้รอยร้าวกลับมาเห็นหลังทาสี

แม้ LANKO 104 จะเป็นสกิมโค้ทยืดหยุ่นและยึดเกาะสูง แต่งานซ่อมรอยร้าวยังมีข้อจำกัดที่ควรเคารพ โดยเฉพาะเรื่องพื้นผิวเปียกชื้น การเติมน้ำเพิ่ม และการใช้ผิดประเภท ถ้ารอยร้าวเกิดจากน้ำรั่วซึมหลังผนัง ต้องแก้แหล่งน้ำก่อน ถ้ารอยร้าวยังขยับตัวมาก ต้องใช้ระบบอุดรอยต่อหรือซ่อมโครงสร้างที่เหมาะสมก่อนฉาบเก็บผิว

ข้อผิดพลาดผลที่มักเกิดขึ้นวิธีทำให้ถูก
เติมน้ำเพื่อให้เหลวขึ้นเนื้อวัสดุเสียสมดุล ยึดเกาะและความแข็งแรงลดลงใช้จากถังตามสภาพพร้อมใช้ ห้ามเติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่น
ฉาบบนผิวเปียกชื้นเสี่ยงพอง หลุดร่อน หรือสีทับหน้าเสียหายรอให้พื้นผิวแห้งและแก้ต้นเหตุความชื้นก่อน
ปาดหนาเกินต่อชั้นแห้งช้า ขัดยาก เกิดคลื่นหรือรอยยุบฉาบบาง 0.5-1 มม./ชั้น และทำหลายชั้นตามต้องการ
ขัดเร็วเกินไปผิวเป็นขุย เกิดรอยขูด และต้องฉาบซ้ำรอประมาณ 16-24 ชั่วโมงก่อนใช้กระดาษทรายขัดแต่ง
ฉาบทับรอยต่อเคลื่อนไหวด้วยมอร์ต้าซ้ำรอยแตกร้าวอาจกลับมาเร็วบริเวณรอยต่อที่มีการเคลื่อนไหว ไม่ควรฉาบทับหน้า LANKO 104 ด้วยสกิมโค้ทซีเมนต์หรือมอร์ต้า

สำหรับช่างสีและผู้รับเหมางานรีโนเวต จุดที่ควรสื่อสารกับเจ้าของบ้านคือ LANKO 104 ช่วยเก็บผิวและลดปัญหารอยร้าวเล็กได้ดี แต่ไม่ใช่วัสดุแก้สาเหตุของโครงสร้างหรือความชื้น ถ้าเจอต้นเหตุจริงควรแก้ให้จบก่อน งานทาสีจึงจะสวยนานและไม่ต้องกลับมาแก้ซ้ำในเวลาไม่นาน

ใช้กับรอยต่อและพื้นผิวแบบไหนได้บ้าง?

LANKO 104 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก บนพื้นผิวหลากหลายชนิด เช่น ปูนฉาบ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์ ยิปซัม และดรายวอลล์ โดยจุดที่เหมาะเป็นพิเศษคือบริเวณรอยต่อผนังหรือฝ้าเพดานที่ต้องการเก็บผิวให้กลืนกันก่อนงานสี

ในงานพรีคาสท์หรือผนังคอนกรีตสำเร็จรูป รอยต่อมักมีการอุดร่องด้วยวัสดุยาแนวหรือวัสดุอุดรอยต่อก่อน จากนั้นจึงต้องใช้สกิมโค้ทฉาบบางเพื่อปรับผิวด้านหน้าให้เรียบเสมอ LANKO 104 สามารถใช้ฉาบบางทับหน้าวัสดุอุดร่องรอยต่อประเภทไฮบริดอีพ็อกซี่ผสมโพลียูริเทน เช่น Sikadur®-61 Epoxy PU Joint ตามข้อมูลจาก Sika ซึ่งเป็นประโยชน์มากในงานที่ต้องการแนวรอยต่อเรียบ ไม่เห็นขอบเมื่อมองย้อนแสง

พื้นที่ใช้งานใช้ LANKO 104 ได้ไหม?แนวทางใช้งานสิ่งที่ต้องระวัง
รอยต่อผนังพรีคาสท์เหมาะมากฉาบบางทับหลังวัสดุอุดรอยต่อแห้งและยึดเกาะดีอย่าฉาบทับรอยต่อที่ยังเคลื่อนตัวหรือเปียกชื้น
ผนังปูนฉาบเดิมเหมาะขูดส่วนหลุดร่อน ทำความสะอาด แล้วฉาบเก็บรูพรุนและรอยคลื่นผิวร่วนต้องซ่อมให้แข็งแรงก่อน
ไฟเบอร์ซีเมนต์ใช้ได้เก็บหัวสกรู รอยต่อ และแนวแผ่นก่อนทาสีต้องยึดแผ่นแน่น ไม่มีการโก่งตัวมาก
ยิปซัมหรือดรายวอลล์ใช้ได้เมื่อผิวพร้อมฉาบบางเพื่อเก็บรอยและปรับผิวหลีกเลี่ยงพื้นที่เปียกชื้นหรือแผ่นเสียรูป
รอยแตกร้าวโครงสร้างไม่ใช่งานหลักต้องวิเคราะห์และซ่อมโครงสร้างหรืออุดรอยร้าวก่อนห้ามใช้สกิมโค้ทกลบรอยร้าวที่ยังขยายตัว

ถ้ารอยต่อมีความกว้าง ลึก หรือมีการเคลื่อนไหวสูง ควรใช้วัสดุอุดรอยต่อที่เหมาะสมก่อน แล้วจึงใช้ LANKO 104 เป็นชั้นปรับผิวด้านหน้า ไม่ควรใช้สกิมโค้ทเป็นวัสดุอุดร่องลึกแทน sealant หรือ joint filler เพราะหน้าที่ของวัสดุแต่ละกลุ่มต่างกันอย่างชัดเจน

ปัญหารอยต่อที่ LANKO 104 ช่วยเก็บงานได้ดี

รอยต่อผนังและฝ้าเพดานมีลักษณะต่างจากรอยแตกร้าวทั่วไป เพราะมักเกิดจากแนวต่อวัสดุสองชิ้น แนวแผ่นสำเร็จรูป แนวไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือแนวยิปซั่มที่มีการขยับตัวตามอุณหภูมิ ความชื้น และแรงสั่นสะเทือน ช่างจึงต้องแยกให้ออกว่ารอยนั้นเป็นรอยต่อที่ต้องอุดด้วยวัสดุยืดหยุ่นก่อน หรือเป็นเพียงรอยผิวที่ต้องฉาบเก็บให้เรียบ

LANKO 104 เหมาะกับบทบาท “ชั้นฉาบบางทับหน้าและเก็บผิว” หลังจากรอยต่อได้รับการจัดการถูกต้องแล้ว เช่น ใช้วัสดุอุดร่องที่เหมาะสมในแนวรอยต่อก่อน จากนั้นจึงฉาบ LANKO 104 เพื่อเก็บผิวให้เรียบเนียนต่อเนื่องกับผนังรอบข้าง วิธีนี้ช่วยให้ได้ทั้งความสวยและความทน ไม่ใช่เพียงปิดรอยชั่วคราวด้วยวัสดุแข็งที่อาจแตกตามแนวเดิม

ลักษณะปัญหาใช้ LANKO 104 อย่างไรสิ่งที่ต้องระวัง
รอยแตกลายงาฉาบบาง 2 ชั้นเพื่อเก็บผิวและลดการเห็นรอยก่อนทาสีต้องตรวจว่ารอยไม่ใช่รอยโครงสร้างที่ยังเคลื่อนไหวมาก
รูพรุนจากฟองอากาศใช้เนื้อครีมเก็บรูพรุนและปกปิดผิวเม็ดทรายพื้นผิวต้องสะอาด ไม่มีฝุ่นหรือคราบน้ำมัน
แนวรอยต่อผนังสำเร็จรูปใช้เป็นชั้นฉาบทับหน้าหลังอุดร่องด้วยวัสดุที่เหมาะสมไม่ควรใช้แทนวัสดุอุดร่องเคลื่อนไหวหลัก
ฝ้าเพดานก่อนทาสีฉาบบางให้ผิวเรียบ ขัดแต่งหลังแห้งตามเวลาควรฉาบให้บางและสม่ำเสมอ เพื่อลดคลื่นผิวเมื่อโดนแสง
ผนังภายนอกที่เจอแดดฝนใช้ได้เมื่อเตรียมผิวดีและเลือกสีทับหน้าที่เหมาะกับภายนอกหลีกเลี่ยงการฉาบขณะฝนตก พื้นเปียก หรือแดดจัดเกินไป

เช็กผนังก่อนเริ่มงาน: รอยแบบไหนฉาบได้ รอยแบบไหนต้องซ่อมก่อน?

ก่อนเปิดถัง LANKO 104 ให้ใช้เวลาเช็กผนังอย่างละเอียด เพราะงานฉาบบางจะสวยหรือไม่ขึ้นกับพื้นผิวเดิมมากกว่าความหนาของวัสดุใหม่ ให้เคาะผนังเพื่อฟังเสียงโพรง ขูดสีที่พองหรือหลุดร่อนออก ใช้มือปาดดูว่ามีฝุ่นปูนหรือไม่ และสังเกตว่ารอยร้าวยังขยับหรือมีคราบน้ำซึมอยู่หรือเปล่า

สภาพผนังใช้ LANKO 104 ได้ไหม?คำแนะนำก่อนฉาบ
รอยแตกลายงาเล็กเหมาะทำความสะอาดและฉาบบาง 2 ชั้น เพื่อปกปิดรอยและปรับผิวก่อนทาสี
รูพรุนจากฟองอากาศเหมาะใช้ชั้นแรกกดอุดรูพรุน แล้วฉาบชั้นสองเพื่อปรับผิวให้เรียบเนียน
รอยต่อแผ่นหรือรอยต่อวัสดุใช้ได้เมื่อระบบรอยต่อเหมาะสมตรวจวัสดุอุดรอยต่อเดิมและการเคลื่อนตัว หากรอยต่อขยับมากควรใช้ระบบเสริมแรงร่วม
ปูนร่อน สีพอง หรือผนังเป็นฝุ่นยังไม่ควรฉาบขูดชั้นหลวมออก ซ่อมพื้นผิวให้แข็งแรง และกำจัดฝุ่นก่อนเริ่มงาน
ผนังชื้น มีน้ำซึม หรือคราบเกลือต้องแก้สาเหตุก่อนตรวจระบบกันซึม รอยรั่ว และความชื้น ไม่ควรฉาบทับเพื่อหวังปิดปัญหา

หากผนังมีหลุมลึกหรือแนวแตกกว้างมาก งานนั้นควรซ่อมด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะกับความลึกก่อน แล้วจึงใช้ LANKO 104 เป็นชั้นเก็บผิวขั้นสุดท้าย การโปะสกิมโค้ทหนาเกินขอบเขตต่อชั้นจะทำให้แห้งช้า ขัดยาก และเสี่ยงแตกร้าวมากกว่าการแบ่งงานอย่างถูกระบบ

หลังฉาบเสร็จ: ขัดแต่ง ทาสีทับ และเก็บผิวให้ดูเหมือนใหม่

การขัดแต่งควรรอให้วัสดุอยู่ตัวพอ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุช่วง 16-24 ชั่วโมง หากขัดเร็วเกินไป กระดาษทรายอาจดึงผิวเป็นก้อนหรือทำให้เกิดรอยขูดลึก หากรอนานเกินไปก็ยังขัดได้ แต่อาจต้องใช้แรงมากขึ้น เลือกกระดาษทรายละเอียดและขัดด้วยแรงสม่ำเสมอ ไม่กดจุดเดียวจนเกิดแอ่ง

หลังขัด ให้ปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนตกแต่งต่อ ฝุ่นสกิมโค้ทที่ค้างอยู่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สีทับหน้ายึดเกาะไม่ดีหรือเห็นรอยด่าง เมื่อผิวแห้งครบและสะอาดแล้ว สามารถทาสีทับได้ โดย LANKO 104 ระบุว่าสามารถทาสีทับได้ จะทารองพื้นหรือไม่ทาก็ได้ อย่างไรก็ตามควรยึดคำแนะนำของระบบสีที่ใช้จริงด้วย โดยเฉพาะสีภายนอก สีเข้ม หรือพื้นที่ที่โดนแดดฝนหนัก

สำหรับงานภายนอก ควรหลีกเลี่ยงการฉาบตอนแดดแรงจัด ผนังร้อนจัด หรือมีฝนใกล้ตก เพราะอุณหภูมิและความชื้นส่งผลต่อการแห้งและผิวงาน แม้ผลิตภัณฑ์จะทนต่อสภาวะอากาศ แต่ช่วงเริ่มเซ็ตและช่วงแห้งแรกยังควรปกป้องผิวจากน้ำและฝุ่นเพื่อให้ผิวเรียบและยึดเกาะดี

สรุป: อยากให้ผนังและฝ้าเนียนกริบ ต้องซ่อมให้ถูกชั้น ถูกเวลา

LANKO® 104 Skimcoat Flex เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานซ่อมรอยแตกร้าวผนังและฝ้าเพดานระดับผิวหน้า โดยเฉพาะงานที่ต้องการความเรียบเนียนก่อนทาสี รอยแตกลายงา รูพรุน ผิวเม็ดทราย และรอยต่อที่ต้องการวัสดุยืดหยุ่นพร้อมใช้ จุดเด่นคือฉาบง่าย ไม่ต้องผสมน้ำ ยึดเกาะสูง ยืดตัวไม่น้อยกว่า 20% ขัดแต่งได้ และใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก

เคล็ดลับคืออย่าข้ามการเตรียมพื้นผิว อย่าปาดหนาเกิน 0.5-1 มม. ต่อชั้น รอฉาบชั้นถัดไป 60-120 นาที รอขัด 16-24 ชั่วโมง และปล่อยให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งต่อ เมื่องานทุกขั้นทำตามจังหวะที่ถูกต้อง ผิวผนังและฝ้าเพดานจะดูเรียบ เนียน และพร้อมรับงานสีได้อย่างมืออาชีพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลผลิตภัณฑ์และตัวเลขทางเทคนิคอ้างอิงจากหน้า LANKO® 104 Skimcoat Flex บน Sika Thailand และเอกสาร Product Data Sheet รุ่นกรกฎาคม 2023 ของ Sika Thailand

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 104 ใช้ซ่อมรอยแตกร้าวผนังได้ไหม?

ใช้ได้กับรอยแตกร้าวเล็ก รอยแตกลายงา รอยต่อผนัง และงานเก็บผิวก่อนทาสี แต่ถ้ารอยร้าวกว้าง ลึก มีน้ำซึม หรือเกี่ยวกับโครงสร้าง ควรแก้สาเหตุหลักก่อนแล้วจึงฉาบเก็บผิว

LANKO 104 ใช้กับฝ้าเพดานได้หรือไม่?

ใช้ได้กับงานผนังและฝ้าเพดาน รวมถึงพื้นผิวอย่างยิปซั่ม ไฟเบอร์ซีเมนต์ ปูนฉาบ และคอนกรีตสำเร็จรูป โดยต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แข็งแรง และไม่มีฝุ่นหรือคราบน้ำมัน

LANKO 104 ต้องผสมน้ำก่อนใช้ไหม?

ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม เป็นโพลิเมอร์พิเศษพร้อมใช้งานจากถัง การเติมน้ำหรือวัสดุอื่นอาจทำให้คุณสมบัติการยึดเกาะและความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุลดลง

ควรฉาบ LANKO 104 หนาเท่าไรต่อชั้น?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุความหนาต่อชั้นประมาณ 0.5-1 มม. งานที่ต้องการผิวสวยควรฉาบบางอย่างน้อย 2 ชั้น และรอ 60-120 นาทีระหว่างชั้น

ฉาบแล้วขัดได้เมื่อไหร่?

โดยทั่วไปหลังฉาบประมาณ 16-24 ชั่วโมงสามารถใช้กระดาษทรายขัดแต่งได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนา อุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศของพื้นที่

ทาสีทับ LANKO 104 ได้เมื่อไหร่?

ควรทิ้งให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วเช็ดฝุ่นออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนตกแต่งหรือทาสีทับ หากต้องการผิวสีสม่ำเสมอ ควรใช้รองพื้นตามระบบของสีที่เลือก

LANKO 104 ใช้งานภายนอกได้ไหม?

ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก แต่ควรเลี่ยงพื้นผิวเปียกชื้น และต้องปกป้องผิวที่ฉาบไว้ประมาณ 24 ชั่วโมงหากมีฝนตกหนักหรือแดดจัด

LANKO 104 ใช้ฉาบรอยต่อผนังพรีคาสท์ได้ไหม?

ใช้ได้ เหมาะกับการฉาบบางเพื่อเก็บผิวด้านหน้าของรอยต่อผนังพรีคาสท์ โดยควรอุดร่องหรือรอยต่อหลักด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน แล้วจึงฉาบ LANKO 104 เพื่อปรับผิวให้เรียบเนียนก่อนทาสี

ต้องฉาบกี่ชั้นถึงจะเรียบ?

โดยทั่วไปควรฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น เพื่อให้ได้ผิวที่สวยงามและลดการเห็นรอยต่อเดิม หากพื้นผิวเดิมเป็นคลื่นหรือมีรูพรุนมาก อาจต้องเก็บซ้ำเฉพาะจุด

LANKO 104 ใช้แก้รอยร้าวโครงสร้างได้ไหม?

ไม่ควรใช้เป็นวัสดุแก้รอยร้าวโครงสร้าง หากรอยร้าวยังขยับ กว้างขึ้น หรือมีน้ำซึม ต้องตรวจสาเหตุและซ่อมด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน LANKO 104 เหมาะกับการฉาบบางเก็บผิวและรอยแตกลายงาขนาดเล็ก

LANKO 104 Skimcoat Flex คืออะไร?

LANKO 104 เป็นอะครีลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่นแบบพร้อมใช้ สำหรับตกแต่ง ซ่อมแซม และเก็บรอยต่อผนังหรือฝ้าเพดาน ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ปูนฉาบ คอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์ซีเมนต์ และยิปซั่ม

LANKO 104 ใช้เก็บรอยต่อได้ไหม?

ใช้ได้ในบทบาทฉาบบางทับหน้าและเก็บผิว หลังจากรอยต่อหรือร่องลึกถูกอุดด้วยวัสดุที่เหมาะสมแล้ว ไม่ควรใช้แทนวัสดุยาแนวรอยต่อโครงสร้างที่มีการเคลื่อนไหวมาก

ซื้อ LANKO 104 ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 104 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำแนะนำการใช้งานตามสภาพหน้างานจริง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

ปรึกษาหน้างานกับเรา

ส่งรูปหน้างานและขนาดพื้นที่ ช่วยเลือกสินค้าและคำนวณปริมาณให้ฟรี

โทร ทัก LINE