เปลี่ยนผนังเก่ารอยเพียบให้เหมือนใหม่! วิธีฉาบซ่อมด้วย LANKO 104
DIY WALL REPAIR WITH LANKO 104

เปลี่ยนผนังเก่ารอยเพียบให้เหมือนใหม่! สอนวิธีฉาบซ่อมด้วย LANKO 104 ที่ใครก็ทำได้

ผนังเก่าที่เต็มไปด้วยรอยแตกลายงา รูพรุน รอยต่อ หรือผิวเม็ดทราย มักทำให้ทาสีใหม่แล้วไม่เรียบอย่างที่หวัง งานแบบนี้ไม่จำเป็นต้องสกัดผนังทั้งแผงเสมอไป หากพื้นผิวยังแข็งแรงและปัญหาเป็นงานเก็บผิวบาง LANKO® 104 Skimcoat Flex คือสกิมโค้ทอะครีลิคโพลิเมอร์ชนิดยืดหยุ่นพร้อมใช้ ช่วยฉาบปรับผิว ซ่อมรอยเล็ก และเตรียมผนังก่อนทาสีได้ง่ายขึ้นทั้งงานภายในและภายนอก

เนื้อครีมพร้อมใช้ ยืดตัวไม่น้อยกว่า 20% ฉาบบาง 0.5-1 มม./ชั้น ขัดแต่งและทาสีทับได้
2 ชั้นจำนวนชั้นขั้นต่ำที่แนะนำ
60-120 นาทีรอก่อนฉาบชั้นถัดไป
24 ชม.เวลาบ่มและแห้งก่อนตกแต่งต่อ
LANKO 104 Skimcoat Flex สกิมโค้ทยืดหยุ่นพร้อมใช้สำหรับฉาบซ่อมผนัง

LANKO® 104 Skimcoat Flex

อะครีลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น คุณภาพสูงพร้อมใช้งาน สำหรับฉาบปรับระดับ ซ่อมแซมพื้นผิวคอนกรีตและปูนฉาบในงานผนังและฝ้าเพดาน ช่วยแก้รอยต่อ รอยแตกลายงา รูพรุนจากฟองอากาศ และผิวเม็ดทราย ให้พื้นผิวเรียบเนียนพร้อมตกแต่งต่อ

Quick Answer: ผนังเก่ารอยเยอะ ใช้ LANKO 104 ซ่อมเองได้ไหม?

ทำได้ ถ้ารอยเป็นงานผิวบางและผนังเดิมยังแข็งแรง

วิธีทำคือขูดสีหรือปูนหลวมออก ทำความสะอาดฝุ่นและคราบมันให้หมด เปิดถัง LANKO 104 แล้วกวนเนื้อวัสดุให้สม่ำเสมอโดย ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม ใช้เกรียงสแตนเลสฉาบบาง 0.5-1 มม. ต่อชั้น อย่างน้อย 2 ชั้น เว้นช่วง 60-120 นาที ก่อนฉาบชั้นถัดไป ทิ้งไว้ 16-24 ชั่วโมง แล้วขัดแต่ง จากนั้นรอให้แห้งครบประมาณ 24 ชั่วโมง เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนทาสีหรือปิดผิวต่อ

จุดที่ต้องจำคือ LANKO 104 เป็นวัสดุฉาบบางเพื่อซ่อมและตกแต่งผิว ไม่ใช่วัสดุซ่อมโครงสร้าง ไม่ใช่วัสดุกันซึม และไม่ใช่ปูนโป๊วหลุมลึก หากผนังมีน้ำซึม ร้าวกว้าง ร้าวเคลื่อนตัว ปูนร่อนเป็นโพรง หรือพื้นผิวหลุดเป็นแผ่น ต้องแก้สาเหตุก่อนเริ่มฉาบ ไม่เช่นนั้นผิวใหม่อาจพอง แตก หรือหลุดตามชั้นเดิมในภายหลัง

สำหรับเจ้าของบ้านที่อยากปรับผนังก่อนทาสีใหม่ จุดเด่นของ LANKO 104 คือเป็นเนื้อครีมพร้อมใช้ ฉาบลื่นมือ ยึดเกาะสูง ยืดหยุ่นดี และขัดแต่งได้ง่าย จึงเหมาะกับงานซ่อมรอยแตกลายงา รูพรุนจากฟองอากาศ รอยต่อผนัง ฝ้าเพดาน และผิวเม็ดทรายที่ทำให้สีทับหน้าไม่เรียบเนียน

ทำไม LANKO 104 จึงเหมาะกับงานเปลี่ยนผนังเก่าให้ดูใหม่?

ผนังเก่ามักไม่ได้เสียหายเพียงอย่างเดียว บางจุดมีรูฟองอากาศ บางจุดมีรอยแตกลายงา บางแนวเป็นรอยต่อระหว่างวัสดุ และบางพื้นที่เป็นผิวเม็ดทรายจากปูนฉาบเดิม หากใช้วัสดุที่แข็งแต่ไม่ยืดหยุ่นเพียงอย่างเดียว รอยเล็กอาจกลับมาเห็นหลังทาสี โดยเฉพาะผนังภายนอกที่เจอแดด ฝน และการขยายตัวหดตัวของพื้นผิว

LANKO® 104 Skimcoat Flex ถูกออกแบบเป็นอะครีลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น พร้อมใช้งานสำหรับผนังและฝ้าเพดาน ข้อมูล Sika ระบุว่าสามารถใช้กับปูนฉาบ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์ และยิปซั่ม รวมถึงใช้ฉาบบางทับหน้าวัสดุอุดร่องรอยต่อบางระบบได้ จึงตอบโจทย์งานรีโนเวทที่พื้นผิวมีหลายชนิดในบ้านหรืออาคารเดียวกัน

พร้อมใช้และฉาบลื่น

เปิดถัง กวนเนื้อให้สม่ำเสมอ แล้วฉาบได้ทันที ลดความเสี่ยงผสมน้ำผิดสัดส่วนสำหรับงาน DIY

ยืดหยุ่นและยึดเกาะสูง

เหมาะกับงานเก็บรอยผิวบาง รอยต่อ และรอยแตกลายงาที่ต้องการความยืดหยุ่นมากกว่าสกิมโค้ททั่วไป

ใช้ได้ทั้งในและนอกอาคาร

ทนต่อสภาวะอากาศ ผสมสารป้องกันราดำ และไม่มีกลิ่นฉุน เหมาะกับงานซ่อมบ้านที่ต้องการเปิดใช้งานง่าย

อีกข้อดีที่เห็นผลกับงานสีคือผิวฉาบเรียบเนียน ขัดตกแต่งได้ง่าย และสามารถทาสีทับได้ โดยจะทารองพื้นหรือไม่ทาก็ได้ตามระบบสีและสภาพหน้างานจริง หากต้องการความสม่ำเสมอของสีสูง เช่น สีเข้ม สีเงา หรือผนังที่รับแสงเฉียง ควรทดลองระบบสีบนพื้นที่เล็กก่อนเสมอ

เช็กผนังก่อนเริ่มงาน: รอยแบบไหนฉาบได้ รอยแบบไหนต้องซ่อมก่อน?

ก่อนเปิดถัง LANKO 104 ให้ใช้เวลาเช็กผนังอย่างละเอียด เพราะงานฉาบบางจะสวยหรือไม่ขึ้นกับพื้นผิวเดิมมากกว่าความหนาของวัสดุใหม่ ให้เคาะผนังเพื่อฟังเสียงโพรง ขูดสีที่พองหรือหลุดร่อนออก ใช้มือปาดดูว่ามีฝุ่นปูนหรือไม่ และสังเกตว่ารอยร้าวยังขยับหรือมีคราบน้ำซึมอยู่หรือเปล่า

สภาพผนังใช้ LANKO 104 ได้ไหม?คำแนะนำก่อนฉาบ
รอยแตกลายงาเล็กเหมาะทำความสะอาดและฉาบบาง 2 ชั้น เพื่อปกปิดรอยและปรับผิวก่อนทาสี
รูพรุนจากฟองอากาศเหมาะใช้ชั้นแรกกดอุดรูพรุน แล้วฉาบชั้นสองเพื่อปรับผิวให้เรียบเนียน
รอยต่อแผ่นหรือรอยต่อวัสดุใช้ได้เมื่อระบบรอยต่อเหมาะสมตรวจวัสดุอุดรอยต่อเดิมและการเคลื่อนตัว หากรอยต่อขยับมากควรใช้ระบบเสริมแรงร่วม
ปูนร่อน สีพอง หรือผนังเป็นฝุ่นยังไม่ควรฉาบขูดชั้นหลวมออก ซ่อมพื้นผิวให้แข็งแรง และกำจัดฝุ่นก่อนเริ่มงาน
ผนังชื้น มีน้ำซึม หรือคราบเกลือต้องแก้สาเหตุก่อนตรวจระบบกันซึม รอยรั่ว และความชื้น ไม่ควรฉาบทับเพื่อหวังปิดปัญหา

หากผนังมีหลุมลึกหรือแนวแตกกว้างมาก งานนั้นควรซ่อมด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะกับความลึกก่อน แล้วจึงใช้ LANKO 104 เป็นชั้นเก็บผิวขั้นสุดท้าย การโปะสกิมโค้ทหนาเกินขอบเขตต่อชั้นจะทำให้แห้งช้า ขัดยาก และเสี่ยงแตกร้าวมากกว่าการแบ่งงานอย่างถูกระบบ

สเปกสำคัญของ LANKO 104 ที่ควรรู้ก่อนคำนวณงาน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Sika ระบุว่า LANKO 104 มีส่วนประกอบหลักเป็นเรซิ่นสังเคราะห์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม บรรจุภัณฑ์ 5 กก. ต่อถัง ความหนาแน่นประมาณ 1.5-1.6 กก./ลิตร และมีค่า pH ประมาณ 8-10 จุดเด่นทางเทคนิคคือความสามารถยืดตัวไม่น้อยกว่า 20% ที่ 7 วันตาม ASTM D412 และค่ากำลังรับแรงยึดเกาะต่อแรงดึงไม่น้อยกว่า 1.5 MPa ที่ 7 วันตาม ASTM D4541

หัวข้อข้อมูล LANKO 104ความหมายสำหรับหน้างาน
ประเภทวัสดุอะครีลิคโพลิเมอร์ฉาบบางชนิดยืดหยุ่น พร้อมใช้ไม่ต้องผสมน้ำ ลดความผิดพลาดจากการผสม
ความหนาต่อชั้น0.5-1 มม.เหมาะกับงานฉาบเก็บผิวบาง ควรแบ่งฉาบหลายชั้นเมื่อผิวมีตำหนิมาก
อุณหภูมิแวดล้อม+10°C ถึง +40°Cหลีกเลี่ยงงานกลางแดดจัดหรือผนังร้อนจัด เพราะส่งผลต่อการแห้งและการเกลี่ย
เวลารอก่อนเคลือบทับ1-2 ชั่วโมงใช้เป็นกรอบเบื้องต้นสำหรับงานบาง แต่ควรรอให้ผิวแห้งตามสภาพจริง
เวลาบ่มและแห้งก่อนตกแต่งต่อ24 ชั่วโมงเหมาะกับการวางแผนทาสีในวันถัดไปหลังขัดและเช็ดฝุ่น
การขัดแต่งหลัง 16-24 ชั่วโมงช่วยให้ขัดรอยเกรียงได้ง่ายโดยไม่ดึงผิวที่ยังไม่แห้ง

การคำนวณปริมาณแบบเข้าใจง่าย: เพราะความหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.6 กก./ลิตร ถ้าฉาบเฉลี่ย 1 มม. ปริมาณใช้งานเชิงทฤษฎีจะอยู่ราว 1.5-1.6 กก./ตร.ม. ต่อชั้น ดังนั้น 1 ถัง 5 กก. อาจครอบคลุมประมาณ 3 ตร.ม. ที่ความหนา 1 มม. ก่อนเผื่อสูญเสียหน้างาน พื้นผิวหยาบมากหรือมีรูพรุนมากจะใช้วัสดุเพิ่มขึ้น

อย่าคำนวณจากพื้นที่อย่างเดียว ให้ดูสภาพผิวร่วมด้วย ผนังเรียบที่มีรอยเล็กใช้วัสดุน้อยกว่าผนังเม็ดทรายหยาบหรือมีรูพรุนจำนวนมาก หากเป็นงานภายนอกหรือพื้นที่ใหญ่ ควรส่งรูปหน้างานให้ทีมขายช่วยประเมินจำนวนถังก่อนสั่งซื้อเพื่อกันของขาดกลางงาน

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนฉาบ LANKO 104

ข้อดีของสกิมโค้ทพร้อมใช้คืออุปกรณ์ไม่ซับซ้อน แต่การเตรียมให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยให้งานเรียบกว่าและไม่ต้องหยุดกลางคัน ควรเลือกเกรียงสแตนเลสที่ขอบตรงและสะอาด เพราะคราบแห้งติดเกรียงเพียงเล็กน้อยสามารถลากเป็นรอยยาวบนผิวฉาบได้

อุปกรณ์เตรียมผิว

เกรียงโป๊ว แปรงลวด กระดาษทราย แปรงปัดฝุ่น ผ้าชุบน้ำหมาด และเทปปิดขอบบริเวณที่ไม่ต้องการเลอะ

อุปกรณ์ฉาบ

เกรียงสแตนเลส เกรียงขนาดเล็กสำหรับมุม ถาดตักวัสดุ และไม้หรือใบกวนสำหรับกวนเนื้อครีมให้สม่ำเสมอ

อุปกรณ์เก็บงาน

กระดาษทรายละเอียด ไฟส่องเฉียง หน้ากากกันฝุ่น และผ้าชุบน้ำหมาดสำหรับเช็ดฝุ่นก่อนทาสี

ก่อนเริ่มฉาบ ให้แยกพื้นที่ทำงานเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะผนังใหญ่ อย่าพยายามปาดทั้งผนังในครั้งเดียว มือใหม่ควรเริ่มจากพื้นที่เล็กประมาณ 1-2 ตารางเมตร เพื่อจับจังหวะมุมเกรียง แรงกด และความหนา เมื่อคุมผิวได้แล้วจึงขยายพื้นที่ต่อเนื่อง

วิธีฉาบซ่อมผนังด้วย LANKO 104 ทีละขั้น

ขั้นตอนการใช้งานตามข้อมูล Sika เริ่มจากฉาบชั้นแรกด้วยเกรียงฉาบสแตนเลส ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น เว้นระยะ 60-120 นาที เพื่อไม่ให้ชั้นแรกหลุดระหว่างฉาบชั้นที่ 2 แล้วรอ 16-24 ชั่วโมงเพื่อขัดแต่ง หลังจากนั้นทิ้งให้แห้ง 24 ชั่วโมงและเช็ดฝุ่นออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนตกแต่งต่อไป

  1. ขูดและทำความสะอาดผนัง: เอาสีหลุด ปูนร่วน ฝุ่น คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกออกจนผิวแข็งแรง หากมีคราบชื้นต้องแก้ต้นเหตุก่อน
  2. ตรวจรอยร้าวและรูพรุน: แยกรอยเล็กที่ฉาบบางได้ออกจากรอยลึกหรือรอยเคลื่อนตัวที่ต้องซ่อมระบบอื่นก่อน
  3. กวน LANKO 104 ก่อนใช้: เป็นโพลิเมอร์พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม กวนให้เนื้อครีมสม่ำเสมอเพื่อให้ปาดลื่นและสีเนื้อวัสดุเท่ากัน
  4. ฉาบชั้นแรกบาง ๆ: ใช้เกรียงสแตนเลสกดวัสดุเข้าในรูพรุนและรอยผิว คุมความหนา 0.5-1 มม. อย่าโปะหนาเพื่อจบในรอบเดียว
  5. รอ 60-120 นาที: ปล่อยให้ชั้นแรกอยู่ตัวก่อนฉาบชั้นต่อไป หากผิวเริ่มถูกเกรียงดึงหรือเป็นขุย แปลว่าต้องหยุดและรอเพิ่ม
  6. ฉาบชั้นที่สองเพื่อเก็บผิว: ปาดให้แนวเกรียงสม่ำเสมอ ซ้อนแนวเล็กน้อย และใช้แสงส่องเฉียงช่วยตรวจคลื่นหรือรอยขอบ
  7. รอขัดแต่ง 16-24 ชั่วโมง: ใช้กระดาษทรายเก็บรอยนูนหรือขอบเกรียง แล้วปัดหรือดูดฝุ่นออกให้หมด
  8. รอแห้งและเช็ดฝุ่นก่อนตกแต่ง: หลังครบประมาณ 24 ชั่วโมง เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชุบน้ำหมาด แล้วจึงทาสีหรือปิดผิวตามระบบที่เลือก

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่: ฉาบบางหลายเที่ยวดีกว่าฉาบหนาเที่ยวเดียว ใช้เกรียงสะอาดเสมอ และอย่าปาดซ้ำบนผิวที่เริ่มแห้ง เพราะจะทำให้เกิดขุย รอยลาก และผิวไม่เนียน

หลังฉาบเสร็จ: ขัดแต่ง ทาสีทับ และเก็บผิวให้ดูเหมือนใหม่

การขัดแต่งควรรอให้วัสดุอยู่ตัวพอ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุช่วง 16-24 ชั่วโมง หากขัดเร็วเกินไป กระดาษทรายอาจดึงผิวเป็นก้อนหรือทำให้เกิดรอยขูดลึก หากรอนานเกินไปก็ยังขัดได้ แต่อาจต้องใช้แรงมากขึ้น เลือกกระดาษทรายละเอียดและขัดด้วยแรงสม่ำเสมอ ไม่กดจุดเดียวจนเกิดแอ่ง

หลังขัด ให้ปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนตกแต่งต่อ ฝุ่นสกิมโค้ทที่ค้างอยู่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สีทับหน้ายึดเกาะไม่ดีหรือเห็นรอยด่าง เมื่อผิวแห้งครบและสะอาดแล้ว สามารถทาสีทับได้ โดย LANKO 104 ระบุว่าสามารถทาสีทับได้ จะทารองพื้นหรือไม่ทาก็ได้ อย่างไรก็ตามควรยึดคำแนะนำของระบบสีที่ใช้จริงด้วย โดยเฉพาะสีภายนอก สีเข้ม หรือพื้นที่ที่โดนแดดฝนหนัก

สำหรับงานภายนอก ควรหลีกเลี่ยงการฉาบตอนแดดแรงจัด ผนังร้อนจัด หรือมีฝนใกล้ตก เพราะอุณหภูมิและความชื้นส่งผลต่อการแห้งและผิวงาน แม้ผลิตภัณฑ์จะทนต่อสภาวะอากาศ แต่ช่วงเริ่มเซ็ตและช่วงแห้งแรกยังควรปกป้องผิวจากน้ำและฝุ่นเพื่อให้ผิวเรียบและยึดเกาะดี

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ฉาบ LANKO 104 แล้วไม่เรียบหรือรอยกลับมา

ข้อผิดพลาดผลที่ตามมาวิธีป้องกัน
เติมน้ำเพิ่มเพื่อให้ปาดง่ายคุณสมบัติเปลี่ยน ยึดเกาะลด และแห้งไม่สม่ำเสมอใช้วัสดุพร้อมใช้ตามสภาพ กวนให้เนื้อสม่ำเสมอแทนการเติมน้ำ
ฉาบทับสีพองหรือปูนร่วนชั้นใหม่หลุดตามชั้นเดิมขูดชั้นหลวมออกจนถึงพื้นผิวแข็งแรงก่อนฉาบ
ฉาบหนาเกิน 1 มม. ต่อชั้นแห้งช้า เกิดรอยยุบหรือแตกร้าวได้ง่ายแบ่งฉาบหลายชั้นและใช้วัสดุซ่อมลึกสำหรับหลุมใหญ่
ฉาบชั้นสองเร็วเกินไปเกรียงดึงชั้นแรกหลุด เกิดคลื่นและผิวเป็นขุยรอ 60-120 นาทีหรือตามสภาพผิวจริงก่อนฉาบต่อ
ไม่เช็ดฝุ่นหลังขัดสีทับหน้ายึดเกาะไม่ดีและเห็นรอยด่างปัดฝุ่น ดูดฝุ่น และเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดก่อนทาสี
ฉาบทับผนังชื้นหรือน้ำซึมเสี่ยงพอง หลุดร่อน และรากลับมาแก้ระบบรั่วซึมและรอผนังแห้งก่อนทำงานฉาบ

ข้อจำกัดที่ควรจำ: LANKO 104 เหมาะกับงานฉาบบาง ไม่ควรใช้แทนวัสดุซ่อมโครงสร้างหรือวัสดุกันซึม หากรอยแตกร้าวเกิดจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง รอยต่อที่ขยับมาก หรือความชื้นจากด้านหลังผนัง ต้องแก้สาเหตุก่อน แล้วจึงใช้ LANKO 104 เป็นชั้นเก็บผิวเพื่อความเรียบสวย

สรุป: ผนังเก่าจะดูใหม่ได้ เมื่อซ่อมถูกชั้นและไม่เร่งงาน

LANKO® 104 Skimcoat Flex เหมาะกับงานรีโนเวทผนังที่ต้องการเก็บผิวบางให้เรียบเนียนก่อนทาสี โดยเฉพาะรอยแตกลายงา รูพรุนตามด รอยต่อ และผิวเม็ดทราย จุดเด่นคือเป็นอะครีลิคโพลิเมอร์ยืดหยุ่นพร้อมใช้ ฉาบลื่นมือ ยึดเกาะสูง ทนต่อสภาวะอากาศ ไม่มีกลิ่นฉุน ผสมสารป้องกันราดำ และสามารถขัดแต่งหรือทาสีทับได้

สูตรจำง่ายสำหรับงาน DIY คือ ผนังต้องแข็งแรงและสะอาด → ไม่เติมน้ำ → ฉาบบาง 0.5-1 มม./ชั้น → อย่างน้อย 2 ชั้น → รอ 60-120 นาทีระหว่างชั้น → ขัดหลัง 16-24 ชั่วโมง → รอแห้ง 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งต่อ หากทำตามลำดับนี้ ผนังเก่าที่เคยเห็นรอยเต็มไปหมดจะพร้อมรับสีใหม่และดูเรียบสะอาดขึ้นอย่างเป็นระบบ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลผลิตภัณฑ์และวิธีใช้ในบทความอ้างอิงจากหน้า LANKO® 104 Skimcoat Flex ของ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริง โดยเฉพาะงานภายนอก งานรอยต่อ หรือพื้นผิวเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LANKO 104

LANKO 104 ต้องผสมน้ำไหม?

ไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม เป็นโพลิเมอร์พร้อมใช้งาน ควรกวนเนื้อวัสดุให้สม่ำเสมอก่อนใช้ และไม่ควรเติมน้ำหรือวัสดุอื่นเพราะอาจทำให้คุณสมบัติเปลี่ยน

LANKO 104 ฉาบหนาได้เท่าไรต่อชั้น?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุความหนาต่อชั้น 0.5-1 มม. จึงเหมาะกับงานฉาบบางเก็บผิว หากพื้นผิวเป็นหลุมลึกควรซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน แล้วใช้ LANKO 104 เก็บผิวขั้นสุดท้าย

ต้องฉาบกี่ชั้นถึงจะสวย?

ผู้ผลิตแนะนำให้ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น เพื่อให้ได้ผิวที่สวยงามตามความต้องการ ชั้นแรกช่วยอุดรูพรุนและเก็บตำหนิ ส่วนชั้นที่สองช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น

รอกี่นาทีก่อนฉาบชั้นที่สอง?

ควรทิ้งระยะเวลา 60-120 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวที่ฉาบไว้ชั้นแรกหลุดออกระหว่างการฉาบชั้นที่ 2 ระยะจริงขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพพื้นผิว

ฉาบแล้วขัดแต่งได้เมื่อไร?

หลังจากฉาบแล้วประมาณ 16-24 ชั่วโมง สามารถใช้กระดาษทรายขัดแต่งได้ ควรขัดเบา ๆ ให้สม่ำเสมอ แล้วปัดหรือเช็ดฝุ่นออกก่อนทาสีหรือปิดผิวต่อ

LANKO 104 ใช้ภายนอกได้ไหม?

ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และมีคุณสมบัติทนต่อสภาวะอากาศ อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการทำงานตอนฝนใกล้ตก แดดจัด หรือผนังมีความชื้นสูง

LANKO 104 ใช้กับพื้นผิวอะไรได้บ้าง?

เหมาะกับพื้นผิวหลายชนิด เช่น ปูนฉาบ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ไฟเบอร์คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์ และยิปซั่ม โดยพื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และไม่มีชั้นหลุดร่อน

ฉาบ LANKO 104 แล้วทาสีทับได้เลยไหม?

ข้อมูล Sika ระบุระยะเวลาในการรอเพื่อเคลือบทับ 1-2 ชั่วโมง และให้ทิ้งระยะเวลาให้แห้ง 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งด้วยวัสดุปิดทับต่อไป งานจริงควรรอให้ผิวแห้งสม่ำเสมอ ขัดแต่ง และเช็ดฝุ่นก่อนทาสี

LANKO 104 ปิดรอยร้าวใหญ่ได้ไหม?

ไม่ควรใช้แทนวัสดุซ่อมรอยร้าวใหญ่หรือรอยโครงสร้าง LANKO 104 เหมาะกับรอยแตกลายงา รอยผิวบาง และงานฉาบปรับผิว หากรอยกว้าง ลึก หรือยังเคลื่อนตัว ควรซ่อมด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน

LANKO 104 หนึ่งถังใช้ได้กี่ตารางเมตร?

ขึ้นกับความหนาและสภาพผิว หากคำนวณจากความหนาแน่นประมาณ 1.5-1.6 กก./ลิตร ที่ความหนาเฉลี่ย 1 มม. จะใช้วัสดุราว 1.5-1.6 กก./ตร.ม. ต่อชั้น ดังนั้นถัง 5 กก. อาจครอบคลุมประมาณ 3 ตร.ม. ก่อนเผื่อสูญเสียและความหยาบของผิว

ซื้อ LANKO 104 ได้ที่ไหน?

ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่หน้า LANKO 104 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts